สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลนำโภคทรัพย์ นำสุข และนำนิพพานมาให้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลนำโภคทรัพย์ นำสุข และนำนิพพานมาให้ _อำภา รื่นใจดี · น้อมกราบนมัสการท่านพ่อครู ลูกขอโอกาสถามเรื่องศีล ตามที่ได้เคยฟังพระ และท่านผู้สอนศาสนา จะบอกว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากศีล คือ ศีลทำให้มีความสุข ศีลทำให้เจริญในโภคทรัพย์ ศีลนำไปสู่นิพพาน แต่การตีความจากการสอน ทั้งความสุข และเจริญในโภคทรัพย์จะเป็นไปในทางมีกิเลสยิ่งเจริญในโภคทรัพย์แล้ว ก็คือการมีทรัพย์สิน เงินทอง ความร่ำรวย แล้วอย่างนี้จะไปนิพพานได้อย่างไรมันขัดแย้งกัน เพราะนิพพานจะต้องว่างจากกิเลส ศีล ที่ทำให้มีความสุขตามความเข้าใจของลูก น่าจะหมายถึง การล้างกิเลสจนจิตอยู่เหนือกิเลสทั้งปวง ใช่หรือไม่ ส่วน ศีล ทำให้เจริญในโภคทรัพย์ ลูกคิดว่าคงไม่ใช่อย่างที่เขาสอนกัน ลูกขอถาม ศีล ทำให้เจริญในโภคทรัพย์ หมายถึงอะไร เจ้าคะ พ่อครูว่า..ความสุขกับความทุกข์เป็นโลกียะ สีเลนสุคติงยันติ คำว่า สุคติ ไม่ใช่สุข แต่เป็นดำเนินไปด้วยนะ คำว่าโภคทรัพย์ หมายถึงของกินของใช้ อุดมสมบูรณ์อย่างที่เราเป็น แต่ไม่สะสมมีความซ้อน ไม่ต้องกักตุนไม่ต้องไปโลภโมโทสัน ไม่ทุจริตอยู่แล้ว แต่จะมีกินมีใช้ไม่ขาดแคลน พวกเราอุดมสมบูรณ์นี้อยู่กันอย่างสบายๆทุกคน คนเจ็บคนป่วยคนแก่คนเด็ก เด็กก็เลี้ยงตัวไม่รอดเราก็ช่วยเด็ก คนแก่แล้วทำงานไม่ไหวคนเจ็บทำงานไม่ไหวเราก็เลี้ยงดูกันไป แม้แต่กระทั่งแบเบาะนอนติดเตียง เราก็มีคนนอนติดเตียงอยู่ที่นี่ 2 คนตอนนี้ ก็ดูแลกันไปดูแลกันอย่างไม่ใช่พี่ใช่น้อง ไม่ใช่สายเลือดแต่เราก็ดูแลกันพึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันจริง มีจิต พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคคียะ เอกีภาวะ มีจิตสาราณียะ เป็นจิตใจที่ระลึกถึงคนอื่น ไม่ใช่แค่ระลึกถึงตัวเอง ไม่ต้องนึกถึงแต่ตัวเอง เพราะชีวิตเราอยู่กั

อ่านต่อ

บส่วนกลางนี้สบายแล้ว มีการรับหน้าที่คนนั้นสร้างอันนี้คนนี้สร้างอันนั้นเอามากินมาใช้ก็สบายแล้ว มีความรักกัน ไม่ใช่รักกันตื้นๆ อาตมาเขียนความรัก 4 มิติไว้ก็ค่อยๆศึกษากัน รักอย่างกามรักอย่างคู่ผัวตัวเมีย เป็นกิเลสรักผูกพันรักเป็นของตัวของตนเรียกว่าเมถุน รักความเป็นคู่ ใครมาแตะไม่ได้ นี่คู่ของข้า ใครอย่าแตะแล้วถ้าใครมาแตะก็ฆ่ากันตาย เห็นแก่ตัวจัดจ้านมากแย่ที่สุด เป็นความรักชั้นต่ำที่สุด ต้องไปอ่านความรัก 10 มิติที่อาตมาเขียนขยายไว้ คุรุกรณะ เราเคารพกันตามฐานะตาม วัยวุฒิ ตามความรู้ความดี ตามสมมุติแล้วแต่ ก็มีการรู้การเคารพกันไม่ใช่ไม่มีความเคารพกันเสมอกันหมดอย่างนั้นไม่ใช่ มีสังคหะ มีการสงเคราะห์ช่วยเหลือกันมีน้ำใจต่อกัน ไม่ทะเลาะกัน ไม่ทะเลาะกันนะวิวาทะอยู่กันอย่างพร้อมเพียงสงบสนิทเนียน สามัคคียะ จนเป็นปึกแผ่น เอกีภาวะ ใครมาตีแตกได้ยาก ความเป็นหมู่กลุ่มของชาวอโศกเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นเอกภาพ เอกีภาวะ ที่สุดยอด เราเรียนรู้ตามธรรมะพระพุทธเจ้าและได้มรรคผล เป็นจริง เพียงแค่อาตมาทำมาเกือบ 50 ปี ได้มนุษยชาติสังคมที่มีพฤติกรรม ของแต่ละคนรวมกันแล้วเป็นพฤติกรรมสังคม อย่างที่เป็นนี่แหละอย่างที่เห็นนี่แหละ ซึ่งไม่เป็นภาระของผู้บริหารประเทศเลย ช่วยเหลือประเทศด้วยซ้ำ ไม่ว่าเรื่องอะไรต่างๆนานา ไม่ก่อความวุ่นวาย นอกจากไม่ก่อความวุ่นวายแล้ว ยังช่วย อุดหนุนจุนเจือเกื้อกูลสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นทางวัตถุ ผลิตวัตถุ หรือมีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมที่น่าเลื่อมใส หรือให้ความรู้ ให้คุณธรรม ให้ความรู้ที่ควรจะรู้เอาไปใช้ในชีวิตให้คุณธรรม คุณธรรมถึงระดับ อาริยะหรือโลกุตระเลยทีเดียว เป็นผู้ที่มีประโยชน์คุณค่าต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างอาตมา เรื่องกินอยู่ไม่เคยจำ จนทุกวันนี้เรื่องกินไม่จำ แต่ก็พอรู้ว่ากินมื้อเดียวไม่จำเลยว่ากินอะไรไปบ้าง ไม่ไปเสียพลังงานกับความจำพวกนี้ ใครให้กินก็กินไม่กินก็แล้วไป มีชีวิตไม่ต้องห่วงตัวเองเลยแม้แต่ความเป็นอยู่เรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็มีคนมาช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยจิตใจ ควรช่วยอาตมาทุ่นเวลา จะต้องมาทำอย่างโน้นอย่างนี้ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นจะต้องซักผ้าตัวเองก็มีคนมาซักให้ จะต้องเอาอันนั้นอันนี้มาคนก็ช่วย จนกระทั่งมันจะเป็นเทวดาแล้วทุกวันนี้ ไม่ต้องกังวล สิ่งที่จะช่วย สิ่งที่ไม่ดีเขาก็ไม่ช่วยอยู่ สิ่งที่ดีจะมีประโยชน์เขาก็มีปัญญาของเขาจะมาช่วย เขาก็รู้ว่าอย่างนี้ต้องช่วยเขาก็ช่วย โดยไม่ต้องไปขอร้อง ดีไม่ดีทำก่อนเลย เขาก็เข้าใจ จนกระทั่งแต่ละคนที่ช่วยอาตมา มีผู้อยู่ใกล้ชิดอาตมา อย่างสมณะ 5 รูป อาตมามีปัจฉาสมณะ 5 รูป รับผิดชอบคนละหน้าที่ดูแลกันไปไม่คลาดสายตา นอกจากเข้าห้องน้ำ ขี้เยี่ยวในห้องน้ำเท่านั้น แล้วก็อยู่หน้าห้องน้ำดูด้วยแล้วอย่าใส่กลอนนะ มีอะไรจะได้เข้าไปช่วยได้ทันที อาตมาก็ไม่ต้องใส่กลอนมีคนเฝ้าหน้าห้องน้ำอยู่แล้วสบาย อย่างนี้เป็นต้น นอกนั้นรู้หมดจะพูดอะไรจะคุยอะไรอัดเสียงไว้ตลอด พูดอะไรกับใคร รู้หมดเก็บหมดไม่มีอะไรเป็นความลับทั้งนั้น อย่างนี้เป็นต้น สบาย อาตมาสบาย ทุกอย่างไม่ต้องกังวลอะไรเลยเพราะเราไม่ต้องไปทำชั่วพูดชั่วคิดชั่ว ถ้ามีเครื่องบันทึกความคิดได้คงจะบันทึกไว้แล้ว นี่ก็ได้แค่คำพูด กับถ่ายรูป ไปไหนก็ถ่ายภาพ บางกรรมกิริยาที่ไม่ควรเผยแพร่เขาก็ไม่เอาออกมาเผยแพร่ แม้แต่คำพูดที่เขาจะถือสา ขนาดที่ออกเปิดเผยมานี้ คนก็ยังถือสาเยอะแม้แต่คำพูดอาตมา ยกตัวอย่างไม่ได้อวดอ้างตัวเอง อาตมาบำเพ็ญมาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาเป็นอรหันต์เป็นโพธิสัตว์มาทำงานนี้มาช่วยคนแล้วมันเกิดผลจริงไหม ให้คนมาจนมันเกิดได้จริงไหม ให้คนมาช่วยกันเสียสละไม่เห็นแก่ตัวได้จริงไหม ไม่ต้องสะสมจริงไหมล่ะ มีน้ำใจมีอะไรต่างๆนานา พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้จริงไหมล่ะ อะไรต่างๆที่เป็นพฤติกรรมสังคมที่เป็นของปรารถนา พฤติกรรมอย่างนี้เป็นที่ปรารถนาของคนทั้งโลก แม้ว่าพวกเรานี้มาปรารถนาจน คนทุกคนก็ต้องปรารถนาจน แต่เขายังมีกิเลส เขาเลยจนไม่ลง ไม่ยอมจน เท่านั้นเอง แต่ถ้าเผื่อว่ามีปัญญามีความฉลาดเห็นจริงไหม อ๋อ เราไปกักตุน เรามีไว้มากคนอื่นก็ขาดแคลนเราไม่ต้องมีมากหรอก คนอื่นมีช่วยเหลือเกื้อกูลกันมันไม่ขาดแคลนหรอก ไม่มีเงินในกระเป๋าสักบาทก็อยู่สบาย ใครจะเอาเงินมาให้ใช้อันนั้นอันนี้ก็ใช้ ใช้เสร็จแล้วก็เหลือก็เอาไปคืน ถือเอาไว้ทำไม ให้คนมีหน้าที่รับเก็บ เก็บไปเราไม่ต้องถือก็สบาย มันเป็นจริงมันมีปัญญามันมีความเฉลียวฉลาดที่รู้ว่า ไม่ควรสะสมอะไรเป็นของตัวของตนไม่ต้องเอาติดตัวติดตนได้ เบาว่าง สบาย เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนที่อาตมาว่ามันเป็นเรื่องไม่ง่าย จึงจะต้องพากันปฏิบัติยืนยันพิสูจน์ให้โลกรู้ เพราะฉะนั้นชาวอโศกจึงจะเป็นตัวอย่างของโลกที่จะพิสูจน์ไปอีก อาตมาพยายามจะรักษาชีวิตให้ยืนนาน พวกเราก็ช่วยกันอยู่แล้ว แม้อาตมาตายไปพวกเราก็มีความรู้ เป็นผู้ที่มีอรหันต์แล้ว มีอนาคามี มีสกิทาคามีแล้ว ก็จะช่วยกันตามจริงที่มีภูมิธรรมสืบสานต่อกันไปเรื่อย ไม่ขาดหรอกเพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จริงจะมีผู้สืบสานต่อไป อาตมาอยู่ต่อก็จะมีนัยเป็นรายละเอียดมาอธิบายเพิ่มเติม แม้แต่อาตมาก็รู้ไม่หมดเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ยังเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 ระดับ 9 กว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าอีก ยังอีกนาน มันจะเป็นได้แค่ร้อยปีพันปีหมื่นปีแสนปี จะถึงล้านปีหรือเปล่าก็ไม่รู้ กว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้า แต่ไม่มีปัญหาหรอก การเกิดมาเป็นคนถ้าเข้าใจแล้ว เมื่อเป็นพระโสดาบันก็จะเข้าใจแล้วว่าชีวิตก็จะไม่มีปัญหาอะไรมากมาย พอไปถึงเป็นสกิทาคามีก็ยิ่งเห็นว่าชีวิตสบายก็ไม่อยากเกิดไม่อยากตาย ยิ่งเป็นอรหันต์ก็ยิ่งรู้ว่า เกิดก็ได้ตายก็ได้ ถ้าเป็นพระอรหันต์อย่างสัมมาทิฏฐิส่วนมากจะต่อภพภูมิ ไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสานนง่ายๆหรอกอย่างน้อยก็ระลึกถึงบุญคุณของศาสนาพุทธจะทดแทนบุญคุณศาสนา จะไม่เป็นคนที่ไม่มีกะจิตกะใจ อยากจะรู้อะไรเพิ่มเติมขึ้น รู้กิเลสของตัวเองรู้ตัวตนของตัวเองทำตัวตนของตัวเองให้สูญสนิทเป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานนได้ ปริโยสานก็มีสิทธิ์ที่จะปรินิพพานเป็นปริโยสาน จบเลยได้ เป็นอรหันต์ ก็จะมีโพธิสัตว์ที่ ท่านยิ่งบรรเทาความทุกข์ของวิบากหรือความทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ที่เป็นวิบากอีก 6 อย่าง พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ แต่มันก็จะเบาไปตามวิบากของแต่ละคน เราก็จะพยายามพิสูจน์อันนี้ไป เพราะฉะนั้นไม่หมดหรอกพระโพธิสัตว์ที่จะทำไปจนกว่ามันจะหมดเหมือนกันไปตามยุค ตามกาละ อย่างยุค พระพุทธเจ้าสมณโคดมศาสนาท่านมีอายุ 5000 ปี ผู้ที่จะสืบทอดสืบต่อ จะรู้ทุกข์ที่เลี่ยงได้เลี่ยงไม่ได้ ทุกข์อาริยสัจมี 4 อย่าง ส่วนทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ แม้เป็นพระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่ได้ สภาวทุกข์ ทุกข์ของความเกิดแก่เจ็บตายแม้แต่พระพุทธเจ้าก็เลี่ยงไม่พ้นก็ต้องมี นิพัทธทุกข์ ทุกข์ที่มีอยู่กับร่างกายกับชีวิต เนื่องต่อกับชีวิตเราจะร้อนจะหนาวจะหิวกระหายจะปวดอุจจาระปัสสาวะพระพุทธเจ้าก็ต้องทุกข์เลี่ยงไม่พ้น มันหนาวจัดก็หนาว มันร้อนจัดก็ร้อน มันกระหายหิวอาหารไม่พอร่างกายต้องการมันก็เป็นไปได้ หรือว่าทุกข์ที่จะต้องแสวงหาอาหารเลี้ยงตัวเองอยู่ หรือจะต้องทำงานที่เป็นประโยชน์คุณค่า ก็แสวงหาสิ่งที่ควรทำไปตามควรชีวิตไม่ไร้ค่า ไม่ใช่ว่าจะต้องทรมานทรกรรมอะไรก็ต้องหากินช่วยตัวเองได้หรือมีคนมาช่วยหากินให้ได้ คุณก็ทดแทนไป เอาเวลาแรงงานที่เหลือไปทำประโยชน์ พยาธิทุกข์คือทุกข์ที่อวัยวะเจ้าการมันไม่สมดุลจะปวดจะเจ็บจะเกิดโรคภัยได้ หรือว่าเป็นองคาพยพ อวัยวะอาการ 32 ของเรา ตั้งแต่ผมขนเล็บตับไตไส้พุงจนกระทั่งมี 32 อย่างพระพุทธเจ้าตรัสไว้ มันไม่สมดุลก็จะเจ็บป่วยเป็นพยาธิ หรือวิปากทุกข์ วิบากแต่ละคนมาไล่ถึง วิบากชั่ววิบากที่ทำให้เราทุกข์เหมือนหมาไล่เนื้อ ไล่ทันเป็นผลกรรมเก่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระพุทธเจ้าก็ต้องเจอทุกข์ ที่ที่ต้องถูกพระเทวทัตกลิ้งหินมาทับพระบาทเป็นต้น ท่านก็เล่าไว้ว่ามีวิบากอย่างไร จะต้องไปทรมานทรกรรมในป่า 6ปี ซึ่งเป็นเรื่องผิดไม่ใช่ทางปฏิบัติของศาสนาพุทธแต่เป็นการไปรับวิบาก ที่เคยไปตำหนิพระพุทธเจ้ากัสสปะ ในสมัยก่อน ก็ต้องเสียเวลาไปใช้หนี้บาปอยู่ในป่า 6 ปีซึ่งไม่ใช่ทางบรรลุ เราไม่ได้บรรลุธรรมในทางนั้น ไปปฏิบัติในป่าไม่บรรลุหรอกปฏิบัติอย่างงมงายไม่หลับหูหลับตาทำสมาธิก็ไม่ใช่ของพุทธ สิ่งเหล่านี้มันผิดเพี้ยนไปอาจจะมาก็ต้องมาฟื้นมาแก้กลับ ก็มีคนมาเข้าใจอย่างพวกเราชาวอโศก เขาก็ปฏิบัติตาม ส่วนผู้ที่ไม่เชื่อเขาก็ไม่ทำตามไปบังคับเขาไม่ได้ อาตมามั่นใจว่าสิ่งที่พูดนี้เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องดี แม้ว่าทุกข์ขันธ์ มีรูปขันธ์นามขันธ์ ขันธ์ 5 ก็ต้องให้มันสมดุล รูปก็ต้องสมดุล เวทนา สัญญา สังขารวิญญาณต่างๆ เราก็จะรู้รายละเอียดของขันธ์ทั้งหมด อะไรมันตั้งอยู่ไม่ได้ หรือจะต้องรักษาให้มันอยู่ ทุกข์ เป็นนัยละเอียดมากที่จะรู้ความสมดุลของชีวิตจิตใจ ให้ได้อยู่เป็นรูปธรรมนามธรรมขนาดนี้ เวทนาเราจะทนทุกข์ลำบากขนาดนี้ เป็นทรถ ตามควรหรือไม่ต้องทน ทนไปทำไม ทนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น สำหรับตัวเองจะทนไปทำไม ทนทำงานหนักหนาสาหัสลำบากลำบนเหน็ดเหนื่อย ก็ทนเพื่อผู้อื่นแต่ไม่ต้องทรมานอย่าให้มันเกินขีด จนกระทั่งทำความเสื่อม ทำความไม่สมดุล ทำให้เราเสียสภาพและก็ตายไว หรือจะเกิดอุปัทวเหตอะไรอย่างนี้เป็นต้น จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้จริงๆไม่ใช่มีแต่ปากพูด หรือพระพุทธเจ้าสอนไว้แต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พิสูจน์ไม่ได้ไม่ใช่นี่พิสูจน์ได้ โดยเฉพาะอริยสัจ 4 ทุกข์ที่เลี่ยงได้หมดทุกข์ ทุกข์ที่จะต้องโศกปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาสะ โทมนัสทุกข์ภายในหรือมีเศษทุกข์อุปายาสะ เราจะรู้อาการของทุกข์ของสุขในจิตว่าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ กระทบสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ มันก็ไม่มีความทุกข์ไม่เกิดความทุกข์ จะอ่านออกเมื่อเราทำได้บรรลุอรหันต์ในชาติของคนนี้ สันตาปทุกข์ ทุกข์ที่มีความร้อนรนเผาใจเนื่องในกิเลสราคะโทสะโมหะ มันเผาจิตใจให้รุ่มร้อนไม่เย็นไม่สบายเลย มันเป็นทุกข์ที่เลี่ยงได้ เราก็ทำให้มันออกไปหมดได้ ไม่มีทุกข์ที่จะต้องเกิดสภาพต้องทนต่อไฟราคะโทสะโมหะ ไม่ต้อง อย่างนี้เป็นต้น ทุกข์ที่มันร่วมอยู่กับชีวิต เราก็จะมีลาภยศสรรเสริญ เราก็จะมีโลกียสุขที่เขายัดเยียด แต่เราไม่ได้หลงติดมัน มีลาภเอาไว้ทำงาน อาตมาไม่มียศ แต่ก็มียศ คนกราบไหว้อยู่ทุกวันถือว่าเป็นหลวงพ่อใหญ่เป็นพ่อครู เขาเคารพจากจิตใจของเขาจริงๆจิตใจของเขาเคารพจริงๆอย่างนี้เป็นต้น มีลาภโดยธรรม มียศโดยธรรม มีสรรเสริญ คนยกย่องอาตมาก็มีคนนินทากล่าวร้ายก็มี อาตมาก็ไม่ได้ติดใจ อาตมาว่าคนสรรเสริญมีน้อย คนที่ด่าว่ามีมากอาตมาก็เลยจะพิสูจน์อยู่ให้นานหน่อย จนกว่าจำนวนปริมาณคนในประเทศไทย ถ้าอาตมาอยู่ได้ถึงร้อยปีขึ้น 120 ปีคงจะชัดเจน อาตมาว่าพิสูจน์ไปถึง 120 คนจะตำหนิน้อยจะนับถือมากขึ้น แม้แต่ในประเทศไทยหรือประเทศนอกก็ตามจะมานับถือจะมาเข้าใจ ว่าเป็นคนที่ดีจริงรู้ของจริงรู้สัจธรรมจริง พิสูจน์ได้ เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่พูดเพ้อเจ้อหรือพูดปากเปล่า อาตมามั่นใจว่าจะค่อยๆเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ อาตมาจึงจะต้องพยายามรักษาชีวิตเพื่อพิสูจน์ความจริงนี้ ไม่ใช่อยากใหญ่อยากดัง แต่มันห้ามไม่ได้ถ้าเผื่อว่ามันจะดัง เอ้าจริง มันห้ามไม่ได้หรอก แต่ไม่ได้คิดอยากดัง แต่ทำความจริงให้เป็นประโยชน์ ทำให้เป็นสิ่งปรากฏอย่างน้อยพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าโลกุตรธรรม อารยธรรมความเจริญของมนุษยชาติเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เจริญอย่างที่คุณเข้าใจ อย่างโลกียะ ชาวโลกที่เป็นเทวนิยมเป็นปุถุชนเข้าใจ มันไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้มันยิ่งกว่านั้น อย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็จะยืนยันอันนี้เพื่อที่จะให้คนเชื่อมั่นว่าอาตมามีธรรมะพระพุทธเจ้า แล้วธรรมะพระพุทธเจ้า ก็จะมีคนเชื่อถือนับถือ แล้วก็ช่วยกันมาร่วมรังสรรค์ต่อไปได้ให้ถึงครบ 5,000 ปีถ้าอาตมาไม่มาประกาศธรรมะพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตระ เถรสมาคมไม่ได้มีโลกุตรธรรม เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธมันจะไม่เหลือเชื้อโลกุตรธรรมแล้วมันจะไปถึง 5000 ปีได้อย่างไร ปล่อยให้เถรสมาคมเขาทำลายไปหมด ขออภัยที่พูดความจริง เปรี้ยงๆเลย อาตมาพูดตรงๆอย่างนี้มานานจนเขาไม่ถือสาแล้ว เพราะพูดจริงพูดเปรี้ยงเลย ไม่กระบิดกระบวนเหมือนผู้หญิงผู้ชายจีบกัน ไม่ทำอย่างนั้น รำคาญตายชักแต่จะพูดฟันเปรี้ยงๆเลย ยินดีหรือไม่ยินดีก็แล้วแต่ใคร อย่างนี้เป็นต้น

ศีลพาไปนิพพาน เดี๋ยวนี้เขาไม่เข้าใจว่าศีลพาไปนิพพานแล้ว เขาเข้าใจว่าศีลจะทำให้เป็นคนดี ดีนั่นเป็นโลกียะและเป็นโลกุตระ ศีลจะพาให้มีความดีถึงขั้นโลกุตระด้วย

ศีลจะพาให้เจริญในโภคทรัพย์ อย่างอาตมาทุกวันนี้ไม่ได้หาเงิน อาตมาไม่ได้มีค่าตัวในการพูดบรรยายค่าทำงาน ไม่มี จริงๆอา อาตมาเป็นคนอายุเกิน 60 รัฐบาลให้เบี้ยผู้สูงอายุ 500 บาท สำหรับคนอายุ 60 ปี ถ้าอายุ 80 ปีก็จะได้ 900 แต่ว่าอาตมาไม่เคยไปรับ นอกนั้นคนต่างๆ อาตมาก็ไม่ได้ไปรับจ้างใคร คนเอามาให้ก็ด้วยใจบริจาค ให้อาตมาเอามาทำประโยชน์ อาตมามีปณิธานว่าเงินที่คนเอามาบริจาค ถ้าหากอาตมาจะตาย เพราะตอนนี้กำลังหิวข้าวถ้าไม่กินจะขาดใจตาย อาตมาก็จะไม่ใช้เงินที่เขาบริจาคมาให้นี้ไปซื้อข้าวกิน ถ้าจะตายให้มันตายไปเลยถ้าไม่มีใครหาข้าวให้กิน ตาย หรือเจ็บป่วย หากเจ็บป่วยแล้วจะต้องใช้เงินนี้ไปให้ซื้อยาหรือว่าให้หมอรักษา ไม่มีใครมาจ่ายแทน ไม่มีใครมาช่วยจ่ายให้ เงินนี้ไม่ให้ วันนี้ที่เขามาบริจาคแล้วจะไม่เอามาใช้เพื่อการรักษานี้ หากตอนนี้จะตาย ถ้าไม่ซื้อยาอันนี้มาฉีดก็จะไม่จ่ายเงินนี้ไปซื้อยามาตายก็ตาย ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง เงินที่บริจาคให้อาตมาผ่านตัวเอง อาตมาจะสะพัดใช้เงินนี้เพื่อผู้อื่น ไม่ใช้เงินที่เขาบริจาคเพื่อชีวิตตัวเอง ตัวเองจะตาย แล้วจะต้องใช้เงินที่เขาบริจาคเพื่อตัวเองจะไม่ใช้ นี่เป็นปณิธานของอาตมา อาตมาก็ทำมาจนถึงทุกวันนี้ อาตมาภูมิใจนะ น่าภาคภูมิใจไหม ..ทำให้ได้บ้าง 620426_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชีวิตประเสริฐของพระโพธิสัตว์ระดับ 7

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน