220726 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 แต่จุดนี้ไปพ่อท่านพระพุทธชินราชไดนาโมทำวัตรเย็นซึ่งเป็นการฝึกอบรมเจโตสมถะพระพุทธสถานสันติอโศกพระก่อนจะได้นั่งเปโตรสมถะกันวันนี้ก็จะขออ่านข้อความที่ว่าได้ทานตอนที่อธิบายไปในช่วงที่ควรจะเอามาอ่านสู่ฟังอยู่ 2-3 ช่วงตั้งใจฟังดีๆกลับเข้ามา ช่วงหน้า 75-77 แล้วก็ช่วงหน้า 513 ไฟจนกระทั่งถึงหน้า 531 แล้วเราจะเข้าใจดีถ้าเผื่อว่าเราเข้าใจที่ได้พูดได้ฟังที่ได้พูดมาแล้วเพราะว่านัดมีอะไรผมจะพยายามใช้ภาษาที่ให้มันง่ายแต่ทีนี้ก็มันก็เป็นยังไงไม่รู้คนฟังก็พยายามไปคิดอยากๆไอ้ง่ายก็นึกว่าพูดไม่จริงก็บอกนี่พูดความจริงแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจเห็นว่ามันง่ายเกินไปมันไม่ใช่ง่ายเกินไปที่จริงมันไม่ง่ายนะแต่เรารู้สึกว่าเขาเข้าใจอย่างนั้นมันง่ายแต่เวลาเราทำจริงๆแล้วมันก็ไม่ง่ายนะแต่ว่ามันก็ง่ายง่ายกว่าที่เราจะไป ไอ้ที่มันไม่เข้าท่าลองฟังดูฌานนั้นก็ได้อธิบายกันมาอย่างยาวยืดแล้วจะสรุปลงก็ได้ว่าฌาน 1 เรียกเป็นภาษาบาลีว่าปฐมฌานก็คือจิตที่มีความสามารถควบคุมจิตของตนเองได้จริงในวงเล็บที่ตกรู้เห็นพฤติกรรมภายในจิตตนเองได้แท้ๆในวงเล็บวิญญาณยังมีปัญญาอ่อนสภาพหรือธุรกิจออกแล้วก็ทำให้จิต ละล้างจานคลายจากอกุศลจิตได้และมีการลดละอกุศลจิตได้จริงๆมีปัญญารู้เห็นเป็นจริงอยู่ในวงเล็บสภาพอย่างนี้เรียกว่าวิตกวิจารณ์แถมติดติดใจสุขใจและสามารถทรงอยู่ในสภาพอย่างนั้นอย่างนั้นจนนับเป็นระยะเวลาได้ก็เก่งอยู่ก็ได้พิเศษกว่าอยู่อย่างไม่ใช่ของธรรมดาของเราทีเดียวดังนี้เรียกว่าเอกัคคตาจิตหรือเรียกว่าเป็นนิเวศแผ่นดิน คือสภาพทางกายย่อมสงบมีความสบายแล้วเบาว่างเบาง่ายว่างรถเลิกงดทางกายได้เด็ดขาดแพ้ชายแต่ทางจิตอาจจะยังมีอารมณ์มีอาการอยู่บ้างเพราะว่าก็ไม่ลำบากอยู่ได้โดยไม่ยากในเวลาที่ควบคุมได้จริงสบายจริงนั้นเ
อ่านต่อ
รียกว่าทานแต่ถ้ายังมีฟังดีๆตรงนี้ถ้ายังมีพฤติกรรม การควบคุมอยู่มากคือเรายังต้องควบคุมหรือใช้ความพยายามอยู่ไม่น้อยเลยนั่นแหละอย่างเรียกว่าฌาน 1 แถมมีปิติก็ได้มีสุขนั้นแน่นอนต้องมีอยู่ด้วยจึงอธิบายกันสั้นๆว่าจิตทานสภาพนี้มีวิตกวิจารณ์มีสติมีสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ไม่มีคำอธิบายโดยตรงโดยประสานหลักเลยมีวิตกวิจารณ์มีสติมีสุขเกิดแต่วิเวกอยู่อันนี้เป็นนิเทศธรรมสิ่งหนึ่งเพราะอ่านคนส่งสำคัญทีนึงก่อนว่า ถ้ายังมีพฤติกรรมแห่งการควบคุมอยู่มากคือยังต้องควบคุมหรือใช้ความพยายามอยู่ไม่น้อยเลยนั่นแหละยังเรียกว่าฌาน 1 ถ้าเรายังควบคุมตัวเราเองเราต้องควบคุมจิตแปลว่ามีข้อแม้ว่าเราจะต้องมีคือมีจิตที่มีความสามารถควบคุมจิตของตนได้จริงไม่ได้ผลตอบรู้เห็นพฤติกรรมภายในจิตตนเองได้แท้ๆเรียกว่าวิจารณ์รู้ในอกุศลและรู้กุศลอยู่และกำลังทำการลดอกุศลนั้นอยู่และต้องควบคุมอยู่ได้โดยไม่ยากมันจะควบคุมอยู่มากแต่ทีนี้มันจะต่างกันไปเป็นฐาน 2 คือชั้น 2 เรียกโดยภาษาบาลีว่า ทุติยฌานก็คือเมื่อไม่ต้องควบคุมฟังต่อดีๆเมื่อไม่ต้องควบคุมหรือไม่ต้องใช้ความพยายามที่จะให้อยู่ให้เป็นให้ได้ในสภาพสบายและเป็นสภาพที่ไร้อกุศลเช่นนั้นขนาดนั้นๆได้แล้วกล่าวคือมันเป็นอยู่ในสภาพนั้นๆได้มั่นคงขึ้นความวิตกกังวลเป็นภาษาไทยๆนะฟังให้ดีนะมันมันภาษาบาลีนั่นแหละความวิตกกังวลหรือความกลัวที่จะไม่เป็นจะไม่ได้อย่างนั้นอย่างนั้นนั้นน้อยลงหรือไม่มีความวิตกกังวลไม่มีความ กลัวจะไม่เป็นจะไม่ได้อย่างนั้นอย่างนั้นอยู่ในจิตอีกเลยดังนี้เองคือสภาพฌาน 2 ฟังดีๆนะพยายามอธิบายอย่างภาษาไทยที่สุดแล้วหากผู้ใดทำได้ใหม่ๆก็จะดีใจตื่นเต้นใจแทรกซ้อนเป็นอารมณ์อยู่ก็จริงดังนั้นแม้ใครใดจะยังมีอารมณ์ภาคภูมิใจตื่นเต้นใจดีใจในผลเก่งผลดีผลได้นี้นี้ของตัวมากอยู่แรงอยู่ก็ตามก็ยังเรียกว่าฐานสองจะแถมสุขเพราะมันมีสภาพจิตอย่างนี้อย่างนี้มั่นคงอยู่ในวงเล็บสมาชิก ชื่ออิ่มเอิบทราบศาลอย่างไรก็ตามก็เรียกว่าฌาน 2 จึงอธิบายสั้นๆกันว่าเพราะวิตกวิจารสงบไปไม่มีวิตกวิจารมีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่นี่แหละทำ 2 ฟังดูดีๆฟังให้ชัดๆเรากำลังเข้าใจทานกันเลอะเทอะอย่างนี้แหละเราควบคุมจิตควบคุมจิตอย่างมากอยู่เราต้องใช้การระมัดระวังการวิตกว่ามันจะผิดของเรามันจะหล่นไปมันจะตกต่ำไปแล้วก็วิตกกังวลแล้วก็ควบคุมมันไว้แล้วก็พยายามให้อกุศลนั้นน้อยลงน้อยลงใต้อยู่เสมอเราก็ แสดงว่าเราเป็นพานอยู่ขาดความวิตกกังวลคลายไปสบายใจขึ้นเมาง่ายขึ้นหยุดเห็นได้โดยไม่ลำบากโดยไม่ยากเลยความอกุศลก็ลดลงๆๆนะฟังให้ดีนะยังไม่หยุดนะนั่นแหละอยู่ในระหว่างฐานสองคือตัววิตกกังวลหรือตัวนี่แหละวิตกที่มาใช้เป็นภาษาไทยๆนี่แหละที่เราควบคุมอยู่เนี่ยมันกลัวหรือว่ามันวิตกจะไม่ได้ยินดีตัวนี้ไว้อย่างนี้แต่ตัวนั้นมันลดลงแล้วมันสบายมันง่ายขึ้นแล้วแม้ทำได้เก่งขึ้นแล้วเราชักตั้งมั่นขึ้นไม่ชัดดีขึ้นอย่างนี้เรียกว่าพระราม 2 อาจารย์ 3 เรียกโดยภาษาบาลีว่าตติย ก็คือความตื่นเต้นใจสภาพหลงยุคความภาคภูมิใจที่เป็นแรงผูกแรงช่วยให้คงมั่นคงติดในสภาพที่ดีๆอย่างนี้อย่างนี้มันอ่อนลงไลน์ลงได้วางลงได้เพราะสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมยิ่งยิ่งขึ้นภาพชัดในความสุขอันวิเศษยิ่งกว่าแพ้กว่าที่ดินที่เกิดในองค์ประชุมแห่งชาติผิดอย่างนั้นอย่างนั้นยิ่งขึ้นในวงเล็บขบขันจะกาเยนะปะติดตั้งเวทีเวที อาจิงยิ่งผิดหวังปิติพาณิชย์ ไม่หวั่นไหวต่อกิเลสอกุศลความเฉยได้ต่อแม้จะยุ่งจะวุ่นจะปนเปจะคลุกคลีสัมผัสอยู่กับเหตุที่เคยก่อให้เกิดกิเลสตัณหาใดๆก็เฉยได้สนิทยิ่งยิ่งขึ้นมันจึงยิ่งสุขอย่างสันติภาพยิ่งยิ่งทุกข์อย่างอุเบกขานั่นเองสภาพนี้แหละคือทาน 3 ซึ่งแปลกันอธิบายสั้นๆกันแต่เพียงว่ามีอุเบกขามีสติมีสัมปชัญญะเสวยสุขด้วยนามกายเพราะสิ้นไปสถาคนที่เป็นภาษามาจากตำราในตัวประโยชน์ที่ว่าแปลสั้นๆเป็นบ้านนี่ก็ตาม มันสอดคล้องกันไหมก็ฟังดูและอันที่จริงบาลีที่ว่าสุขขังจะกาเยนะปะติสังเวียนแปลกันง่ายๆแค่ว่าเสวยสุขด้วยนามกายนั้นมันก็พอได้แต่นำนามกายนี้แหละเป็นสภาพท่านทำในธรรมหรือท่านทำสมาธิฐานที่ละเอียดซับซ้อนยิ่งนักมันเป็นเรื่องของนามธรรมเป็นขั้นทาสของความรู้สึกท่านกิริยาจิตหรือท่านอารมณ์แห่งวิญญาณทีเดียวมันไม่ใช่แค่รูปหยาบๆที่ว่า ละเอียดภาพนิมิตที่ว่าโปร่งขาวใสบริสุทธิ์ตื้นๆนั้นหรอกเพราะคำว่ากายคำนี้นั้นมันไม่ใช่ร่างให้ชมไม่ใช่รูปใครพาไม่ใช่ตัวตนตามที่หลงผิดเข้าใจหยั่งพาซื่อเหมาเอาจนๆเขินๆจนพาให้นักปฏิบัติไปหลงธรรมกายหยาบๆขึ้นๆกันเป็นว่าเป็นเวรพากันหลงคิดหลงทางตามๆกันอย่างน่าสงสารอยู่มากมายนั้นไม่พอก็แปลกันตรงนี้ผิดจากทุกครั้งทุกครั้งจะกาเยนะปะติดตั้งเวทีเนี่ยมันมีคำว่ากายนักศึกษาทีนี้เขาก็บอกว่าสุขด้วยกายและเขาก็แปลคำว่านี่แหละคือขั้นธรรม และก็แปลในภาษาของทางด้านอาจารย์เดิมๆก็แปลว่ามันก็แปลดีก็แปลว่าศุกร์เสวยสุขด้วยนามกายทั้งๆที่ในนี้มันไม่มีคำว่านามนะแต่เขาก็ยังอุตส่าห์จับสภาวะถูกเขาแปลว่าเสวยสุขด้วยนามกายสุขใจนะปะติตังเวทีเนี่ยปกติทั้งเวทีก็แปลว่าปฏิสนธินั่นแหละรู้พร้อมเฉพาะลงไปซึ่งกาเยนะตัวนี้ซึ่งเป็นกาเยนะขั้นน้ำมันกายทีนี้อาจารย์เกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆท่านรู้ว่ากาเยนะตัวนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกตายท่านถึงได้แปลว่าเสวยสุขใจ เพลงได้รู้สุขทุกข์อันจะได้จับความสุขนั้นได้แล้วเป็นเสวยสุขด้วยนามกายแปลว่าอย่างนี้ทีนี้พวกที่เรียนรู้จากสายธรรมกายก็แปลว่าพวกเขาทานแล้วเนี่ยมีธรรมเอารูปภาพที่บอกว่าเป็นการใสละเอียดหรือว่าเป็นสภาพใสเข้าไปเพราะเห็นแล้วตัวเองก็วางโปร่งโล่งไปตามสีใสอันนี้ซึ่งไปแบบทานฤาษีที่เป็นอาสาเหมือนกันอาการที่เป็นสายโปร่งโล่งไปตลอดเฉยๆมันมีลักษณะคล้ายกันแต่เพียงสมมุติจากรากฐานมาต่างกันอย่างนั้นเขาจากนึกว่าวัตถุมาเลยแล้วก็โอเคไปๆๆยิ่งขึ้นไปใน คือทำให้จิตมันใสสะอาดเข้าไปด้วยรูปด้วยรูปแล้วก็บอกว่านี่เป็นการใช้คำว่ากายนี้เรามาเข้าใจกันว่ามันเป็นสภาพรูปรูปอย่างนั้นแหละทีนี้รูปนี้รูปใสข้อนี่ล่ะรูปเป็นรูปนิพพานนะรูปที่เข้าไปหาความว่างแล้วก็บอกว่าไอ้นี่คือความสุขที่ได้จากการเข้าไปอยู่ในสภาพเพราะอันนี้เห็นอันนี้เราได้เห็นอันนี้เรียกว่าเห็นธรรมกายแล้วนี่เราพบพระพุทธเจ้าแล้วเราพบนิพพานแล้วแม้แต่ในหลักฐานที่บอกไว้ว่าทุกครั้งจะชาเย็นสังเวชสิ่งนี้เขาก็บอกว่าเป็นธรรมชาติเป็นธรรมแจ้งทำบรรลุธรรมมีเวลาได้เห็นธรรมแล้วเห็นพระพุทธเจ้าแล้วทีนี้จะเจรจารุ่น ก่อนเลขที่ท่านเข้าใจว่าไอ้นี่ไม่ใช่เรื่องของรูปไม่ธรรมดารูปแล้วมันคันน้ำถ้าเป็นแปลลงไปเลยว่าเป็นความเสวยสุขด้วยนามกายจริงๆแล้วมันเป็นความสุขอย่างที่เราอธิบายมาแล้วคือจิตเมื่อมันเบาว่างจากการที่จะปลดอกุศลจิตออกคิดว่าจากการตรวจอกุศลจิตออกตั้งมั่นเข้ามันเอาลงมาจนถึงขั้นนี้อธิบายอีกนิดนึงพอทาน 2 เนี่ยต้องใช้ 14 คือใช้ความดีใจของคนหนึ่งมันได้โดยธรรมชาติผู้นั้นได้ใหม่ๆก็ดีใจเป็นพิเศษมีเรียกว่าปิติแบบโลโก้ที่จริงนั้นน่ะคำว่าพิธีนั้นมันได้รู้ดีนั้นถ้าได้รู้ดีนั้นอย่างมั่นคงแล้วฟังดีๆให้มันสอนนะถ้ามีอารมณ์ดีใจกูใจดีใจจริงๆ นี่คือการความร่าเริงเบิกบานเอร็ดอร่อยอย่างนี้มันไม่ใช่จริงๆไม่ใช่ภาษาธรรมะของกิตตินะมันเป็นรถรถตกลงจะลดอันนี้ด้วยก็ถูกเพราะว่ามันไม่ใช่ธรรมะมันไม่ใช่สัจจะรถอันนี้ด้วยเป็นพรานที่ 2 โดยรถมิติที่ดีใจโลภแบบนี้ก็ถูกที่จริงแล้ว 2 ทานที่ 2 นี่มันไม่ใช่ปิติแปลว่าอย่างนี้วิธีหมายความว่ามันภาคภูมิใจมันจะตื่นเต้นใจก็ตามมันภาคภูมิที่เราได้สภาพนี้มันภาพภูมิปัญญาเริงเบิกบานมันจะสมใจในอะไรหรือไม่ก็ตามทีนี้การที่จะมีปิติเป็นภาพรวมมัดใจเอาไว้เนี่ยสภาพที่อธิบายว่าเป็นสีรถไม่ได้หมายความว่าความภาคภูมิลดความให้ดีนะตอนอย่างจังเลยภาษาเหนือ ความผิดพลาดของเราเองความที่แน่ใจมั่นใจของเราเองมันปรับภาคภูมิใจมากขึ้นแน่ใจมากขึ้นฝันดีนะไม่ให้มันยากไม่รู้จะทำยังไงให้เข้าใจเอาดีๆก็จะเข้าใจได้คือพวกนี้ไม่ได้สิ่งนี้แล้วในความพอใจความมั่นใจความเด็ดเดี่ยวความเชื่อมั่นก็ยังอยู่และอยู่ยิ่งขึ้นด้วยตอนแรกนั้นเราจะต้องอาศัยสิ่งนี้เป็นสิ่งถูกถูกถูกว่าเราจะได้การกระทำแบบนี้เราเรารักอกุศลจิตอย่างนี้ได้แม้เราจะต้องอาศัยเครื่องช่วยอะไรเราต้องดีใจไม่ต้องมีพันธะต้องมีความปราบปลื้มต้องมีอะไรเพื่อที่จะดึงอันนี้ไว้อธิบายอย่างโล่งๆแต่ทีนี้อธิบายอย่างทำมันไม่ต้องหรอกอันนั้นจะมีหรือไม่มีไม่สำคัญมันสำคัญอยู่ที่ว่าเมื่อเราได้สิ่งนี้แล้วเรามีปัญญาที่แน่ใจมั่น ถามแล้วเรามีอยู่อย่างเก่าแล้วเรายิ่งจะกลับกันอีกเลยว่าเราไม่จำเป็นจะต้องไปหลงใหลหรือว่าไปปราบปลื้มหรือว่าไปอะไรได้นี่แหละเรากลับเป็นผู้ที่ติดรถปิติและความมั่นคงนั้นยิ่งจะมั่นคงหรือว่าเป็นความภาคภูมิเป็นความศรัทธาเป็นความเชื่อมั่นสูงขึ้นกลับไม่ใช่ว่ารถติดนะแต่ว่าเขาใช้คำว่ารถปิติไม่ใช่รถติดๆอย่างโลกีย์แต่ความภาคภูมิและความรู้ดีเห็นดียินดีผ่านคุณได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปปลูกแต่ว่ามันได้ยิ่งมั่นใจยิ่งอยู่เฉยๆยิ่งอยู่อย่างหนึ่งว่าไม่ต้องไปดูดดึงไม่ต้องไปคำนึงถึงไม่ต้องวิตกไม่ต้องกังวลไม่ต้องห่วงไม่ต้องกลัวจะไม่ได้อีกคน ไม่ต้องเลยมันยิ่งแน่ๆมันยิ่งมั่นคงมายิ่งอยู่ยิ่งอยู่นะไม่ใช่ว่ายิ่งกลับหายไปไม่ใช่ภาษาคนใช้ภาษาไทยๆพูดแต่ไม่รู้จะพูดยังไงก็อธิบายไปตามสภาวะจิตของมันจริงๆไม่รู้จะพูดยังไงแต่ก็อธิบายได้อย่างนี้วันจันทร์นี้ยิ่งลดเท่าไหร่นั่นแหละคือความแนบแน่นคือความเป็นจริงคือความเป็นเองมันยิ่งตราบถึงรู้ว่ามันยิ่งสำคัญก็ประหยัดยิ่งเป็นตัวดีเป็นตัวปิตินี่คือตัวลูกลูกของธรรมะที่มันเกิดขึ้นมันก็ยิ่งดีใหญ่อ่ะสิมันก็ยิ่งเจริญไม่จำเป็นจะต้องไปที่ดีทำซ้ำหรือว่าไปสนามกันทำอย่างนี้หล่อนะเอาให้ดูนะยิ่งไม่ต้องจูงไม่ต้องรอเลยมันได้ยิ่งมั่นคง มันกลับเป็นยังไงนี่มั่นคงยิ่งแน่นหนาจึงเป็นสถานที่ 3 ที่ติดรถลงไปนี้รถโดยสารโลกแต่ที่จริงมันยิ่งแนบแน่นเป็นภาษาธรรมไม่ต้องจูงไม่ต้องดึงไม่ต้องอะไรมันเหมือนอัตโนมัติมันยิ่งง่ายมันยิ่งเบาขึ้นนี่มันยิ่งดีอยู่กับตัวติดกุญแจเลยตัวดีที่ทำให้ตัวอักษรอังกฤษนี้เราคาใจง่ายขึ้นนะง่ายๆยิ่งเบานะครับปัญหาสมาธิยิ่งขึ้นสภาพของปัญหาที่ 3 ก็ถึงเป็นอุเบกขาง่ายเกินไปถึงเรียกว่าอุเบกขามีอุเบกขามีอุเบกขามีสติมีสัมปชัญญะ ดีใจภาคภูมิมันอยู่ได้อยู่อย่างเฉยๆดูยังไม่เคยดูรถดูรถยังแน่ใจในความมีความเป็นของเรายิ่งขึ้นสบายจึงเรียกว่าอุเบกขามันยิ่งยิ่งอกุศลลดลงไปนี่ทำให้อกุศลลดลดอยู่อย่างนี้จิตใจของเรามีสภาพอกุศลไม่มีอย่างนี้อยู่ได้เนี่ยยิ่งเหมือนมันไม่ต้องทำอะไรมากหรอกมันเฉยๆง่ายๆเพราะเรารู้สึกรู้อ่ะมันมีอะไรเข้ามากวนมีอกุศลอะไรเข้ามาออกไปง่ายเฉยง่ายว่าถ้ามันไม่มีก็ไม่มีอยู่ได้อย่างมั่นคงเรื่อยๆเป็นฐานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อธิษฐานที่ 4 เรียกโดยภาษาบาลีว่าจตุตถฌานก็คือผู้มีจิตอันละเอียดรู้ลึกรู้ซึ้งต่อมโนปวิชญ์อันเป็นสุขเวทนาหรือทุกขเวทนาได้จริงๆและดับหรือระงับทุกขเวทนาจนตลอดไปถึงแม้แต่สภาพเวทนาที่สุขุมวิทยิ่งขึ้นสูงขนาดทุกอย่างในทาง 3 ก็วางก็ปล่อยก็ระงับได้จริงๆซึ่งสภาพธรรมแห่งการระงับหรือวางสุขเวทนาหรือดับความสุขดังกล่าวนี้มันไม่ใช่เป็นไปอย่างที่ประชาชนจึงเดาๆคาดคะเนเอา เพราะมันเป็นสภาพที่ยิ่งวางสุขหรือดับสุขดังกล่าวนี้ได้จริงแล้วมันกลับยิ่งสุขหรือยิ่งกว่าสุขในวงเล็บปรมังสุขังพลังสุขกันไปซะอีกมันไม่ใช่สภาพดินเบาอย่างคนเรานะมันยิ่งกับดับสุขหรือวางสุขนี้ไปมันยิ่งมีมันกลับยิ่งสุขหรือว่ายิ่งกว่าสุขในวงเล็บปรมะสุดปรมัตถะเนี่ยการไปซะอีกและจิตผู้ได้ฌานระดับสูงยิ่งขึ้นนี้ก็ยิ่งจะแผ่รู้ว่าแหล่งในสัมผัสเฉยต่อสัมผัสไปได้ชั่วได้ชั่วในองค์ของความเป็นจริงกันอยู่ในวงเล็บอายัดทรัพย์นั้นๆด้วยแรงจิตที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว นั่นเองรู้ได้อย่างรู้ละเอียดเข้าใจได้ทวนชั่วในสภาพขององค์ประชุมที่คลุมไปทั่วที่ใครๆก็พึงรู้ได้ทั้งหมดด้วยกันอันนี้ของอีกเที่ยวนึงตรงนี้รู้ได้อย่างละเอียดเข้าใจได้เข้าใจอะไรเข้าใจอย่างไรเข้าใจคือเข้าใจได้ถ้วนทั่วในสภาพขององค์ประชุมที่คลุมไปทั่วไอ้ที่คลุมไปเท่าที่ใครๆเขาถึงรู้ได้ทั้งหมดด้วยกันคือสภาพของความประชุมทั่วไปเนี่ยสมมุติว่านี่รู้เขาก็รู้เขาด้วยกันไม่รู้มีคน 5 คนนั่งอยู่เราก็รู้ได้ทั่วกับเขาเหมือนกันคือเป็นสภาพที่เป็นพานนี่ไม่ได้เป็นทานหมายความว่ามันไม่รู้อะไรมันก็กลายเป็นว่ารู้ได้เหมือนๆ เขารู้ได้ทวนทัวร์เสมอกับเขารู้อยู่เหมือนกันกับเขาฟังให้ดีนะนิทานที่อธิบายกลับแล้วไม่เหมือนกัญชาที่เขาอธิบายในฤาษีทั้งหลายเพราะยิ่งกลับไม่รู้ดับตาปิดไม่รับรู้อะไรเลยไม่มืดไม่เบื่อไปเลยแล้วก็อธิบายว่าชาร์จที่ยิ่งใช่ไหมใช่ไหมยิ่งเฉยยิ่งเป็นชาญสามชั้นเงียบไปอย่างนั้นใช่ไหมมาฟังให้ดีนะอันนี้ตีกลับหัวกลับไปเลยตรงข้ามกันเลยในสวนทางปืนเลยนะยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งรู้ได้อย่างละเอียดเข้าใจได้อ้วนๆในสภาพขององค์ประชุมที่คลุมไปเข้าที่ใครๆเขาคือรู้ได้ด้วยกันทั่วๆไปด้วยกันคุณไม่มีทางเลือกคุณใครๆก็ตั้งแต่องค์ประชุมเรียกว่าอายัดบัตรอยู่ด้วยกันหมดในความ คุณสามารถที่จะมีสำเนียงรู้นี่คุณสามารถที่จะรู้ไปแล้วคนเดินเข้าเดินมาเดินไปมีกลิ่นมีรถมีสัมผัสมีอะไรจะได้รู้จากขณะนี้มีเสียงมีเพลงมีการอะไรมีลูกมีสีมีกี่มีรถคุณก็สามารถรู้คุณก็สามารถรู้โดยธรรมดาทั่วๆทุกคนที่เขาสัมผัสรู้ได้ด้วยกันผู้มีฌาน 4 นี้พึงรู้ได้ถ้วนทั่วเหมือนกับเขาหมดทุกอย่างทั้งนั้นเท่าที่คนอื่นเขาจะรู้ได้ระลึกได้รายละเอียดเท่าไหร่คนนี้ยิ่งมีความลึกรู้รายละเอียดกว่าเขาเขาจะมีประสาทสัมผัสปฏิภาณแวววัยที่เขาสามารถรู้และบางคนนั่งนี้อาจจะขึ้นมาจากรู้อะไรไม่ได้กลัวมากในองค์ประชุมนี้เรียกว่าอายัดสามีไม่มีไหวพริบไม่มีปฏิภาณที่จะต้องแตกละเอียดไปเท่าไหร่คนมีทานสีนี้ยิ่งรู้ได้ละเอียดยิ่งกว่านั้นยิ่งกว่าคนที่เขารู้ ฟังให้ดีนะมันตีกลับกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยย้อนศรชวนเลยแล้วก็ขออ้างบาลีประกอบไปนี้ว่านาฏศิลป์สภาวะโทกายะภาษาบาลีอันนี้แปลว่าถ้วนทั่วรู้ละเอียดถ้วนทั่วในสภาพขององค์ประชุมที่คลุมไปเข้าที่ใครๆก็เพิ่งรู้ได้ทั้งหมดด้วยกันไม่ได้น้อยไปจากเขาเลยนาฏศัพท์กิมจิเท่าที่ใครๆเขาจะพึ่งรู้ได้ทั้งหมดอะไรแค่ไหนแค่ไหนนานแล้วก็พูดไปหมดกับภาวะโตทุกอย่างรู้ในการรักษาในองค์ประชุมทั้งหมดนี่ครับยืนยันมาลีไม่เอาบาลีแต่เขาแปลกัน เพี้ยนไปหมดเลยแล้วก็แปลเอาอย่างแบบภาษีหมายถึงอะไรมาเห็นต้องบอกว่าโอ้โหมันไม่เจริญมันไม่ได้มีธรรมะกันแบบนี้เองมันไม่แทงทะลุกันแบบนี้เองมันไม่ได้หมายความแต่มันไม่ได้หมายเอาแต่คำว่ากายหยาบๆง่ายๆและตัวตนตื้นๆท่านถูกกระทำนามธรรมซึ่งๆเขินๆไม่เลยดังนั้นผู้ละได้ลดได้จนไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อนก่อนได้มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่นี่ภาษาก็แปลของบาลีตุ๊กแกกันชนแปลว่าผู้ละได้ลดได้จนไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเพราะละสุขละทุกข์และ โสมนัสโทมนัสก่อนก่อนได้มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่นี่คือเขาอธิบายลักษณะทางเศรษฐกิจและความว่าเธอนั่งแผ่ไปทั่วกายนี้แหละด้วยใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วไม่มีเอกเทศไหนๆแห่งกายของเธอทั่วทั้งตัวที่ใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วจะไม่ถูกต้องมันก็ยิ่งพัดฟังดีๆนะยิ่งขยายเมื่อกี้นี้ครับคือบอกว่าเธอนั่งแผ่ไปทั่วกายไปทั่วองค์ประชุมนี่แหละจิตนั้นน่ะมันจะมีความแผ่ความรู้มันจะมีตัวแก่ไม่ใช่เธอแต่อะไรมันจะมาแผ่คนแพ้ ถามอะไรออกไปแพร่ภาพรู้ขณะนี้เราพูดถึงนามธรรมทั้งสิ้นในองค์การจะแผ่ไปทั่วกายนี้ทั่วองค์ประชุมทั่วไปทั้งหมดองค์ประชุมจะเข้าใจว่าเนื้อหนังมังสานี่ตายนะตายแค่นี้นะมันรูปธรรมแค่นั้นนี่ไม่ใช่กายนี้ก็เป็นแค่รูปประธรรมของร่างคนเท่านั้นเองของร่างเราคือไม่ได้หมายความถึงตัวตนอย่างนี้หมายถึงความประชุมทั้งหลายด้วยใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วใจมันผ่องใสไม่มีเอกเทศไหนๆไม่มีที่ใดแห่งกายของเธอทั่วทั้งตัวที่ใจอันบริสุทธิ์ผ่องแผ้วจะไม่ถูกต้องถ้าเขาไปแปลแต่แค่ว่ากายทั่วทั้งตัวก็หมายความว่าแต่รูปกายนี้แล้วกายของเราก็จะมาแทนตัวธาตุกายหมดกายนี้นะ ทั้งหมดทั้งกายนี้ก็เอาโอเคนับเอาแต่แค่ตายนี้แล้วก็รู้นอกรู้ในรู้หมดเลยมีผัสสะรู้นี้ยังไงกายอยู่ยังไงทรงอยู่ยังไงมีอิทธิพลยังไงก็โอเคก็ไม่ว่านะแต่แท้จริงความหมายมันไม่ใช่แค่นี้ที่มันไม่ใช่แค่นี้ก็ตรงที่อธิบายฟังแล้วนาฏศิลป์จิตสภาวะโทกายะกายนี้หาได้หมายความว่ากายทุกตัวหรือไม่มันหมายถึงกายทั่วไปที่บุคคลใดๆก็พึงรู้ทั่วกันด้วยคู่นี้ก็สามารถมีธาตุรู้รู้เขาด้วยทั้งหมดไม่ได้หมายความว่ารู้แต่เพียงหลับตาตี๋ไม่รู้เรื่องของตัวเองตายนี้นับเอาแค่นี้ก็ไม่ใช่มันเป็นการอธิษฐานตายอันกว้างขวางและกุศลอกุศลก็ไม่มีด้วยเป็นสิ่งสำคัญของชาวบริสุทธิ์ที่รู้กันอยู่อย่างใจเป็นกลางใจเป็น เอาเฉพาะอ่านการคำอธิบายถึงวิตกวิจารณ์ที่อธิบายไว้ในหน้า 500 กว่า 520 อีกทีนึงเพื่อที่จะเติมวันนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวจะอ่านย้อนกลับไปหาตั้งแต่หน้า 513 ซึ่งได้เอามาอ่านให้ฟังวันนี้นะเพราะอ่านตรงนี้นิดนึงแล้วจะขยายคือจงรู้คำว่าสะอาดอย่างไทยก็มาตบถ้าอ่านอย่างบาลีก็ส่งรูปคำว่าตรรกะอันเป็นรากเหง้าของผักของสัตว์ต่างๆที่มาก่อนคือรู้ในเหตุผลของสิ่งนั้น เรื่องนั้นสิ่งนั้นของเราซึ่งกำลังรู้กำลังเห็นและจงรู้ในคำว่าจาระในวงเล็บอันเป็นดอกเป็นผลของอุจจาระคือจาระนี่เป็นตัวโตมากกว่าจะรักจะรับแปลว่าไปสหรัฐอเมริกาพฤติกรรมที่เป็นไปเพิ่มขึ้นไม่ใช่เรื่องไปด้วยการเดินไม่ใช่ไปเป็นการสอนอย่างอื่นๆหมายความว่าจิตโคจรจิตมันมีสมาธิสักคนจะรักคือรู้ในความไปที่เป็นอยู่ในภาษาไทยการเป็นที่เกิดขึ้นที่ต่อกาลขึ้นจะเป็นอะไรก็ตามแต่นั่นแหละคือความหมายของพฤติกรรมในชีวิตเพราะฉะนั้นใช้ภาษาไทยรู้ความไปที่เป็นอยู่ความเป็นของคุณมันไปอยู่เมื่อไหร่คุณรู้ตอนนั้นไม่ได้ สาระความดำเนินไปหรือพฤติกรรมของเรื่องนั้นสิ่งนั้นอาการนั้นยังดำเนินอยู่ว่ามันมีลักษณะอย่างไรมีอาการอย่างไรแค่ไหนมีรถขาดถ้ามีรสชาติมีอารมณ์ยังไม่ทำอารมณ์อย่างไรต้องจับสภาพนั้นๆมารู้ให้ชัดๆมีสัจจะกับตรรกะกับจาระรู้สภาพความเป็นไปของสิ่งเหล่านี้มันยังดำเนินไปมันยังเป็นไปมันจะเป็นทุกข์มันจะเป็นอยู่กับอย่างไรก็ตามใจที่คุณสามารถจัดธุรกิจชุมชนในขณะที่มันเป็นนั้นสภาพจิตที่ไม่ถูกกวนด้วยตามมาฉันทะพยาบาลรู้แจ้ง รู้จริงรู้ชัดไม่เคลือบแคลงสงสัยในสภาพจิตนั้นๆของตนในมนุษย์ในวงเล็บพ้นวิกฤตอิจฉาในส่วนนี้ครับทั้งจิตนั้นก็ทำงานทำหน้าที่คิดทำหน้าที่ผสมระคนประกอบขัดสีตรองใคร่ครวญเรียกว่าภาษาไทยๆมาอธิบายมีลักษณะอย่างที่เข้าใจคำความหมายตรงนี้ก็แล้วกันคือจิตจึงทำหน้าที่จะอะไรก็ตามแต่จะผสมอยู่แล้วคนอยู่ประกอบอยู่ขัดสีตรึกตรองใคร่ครวญทำหน้าที่ปรุงแต่งหรือบวกลบคูณหารหรือจะเรียกอะไรอีกก็ตามที่เป็นงานของฉุกเฉินเป็นตัวกำลังทำของจิตเพื่อความพัฒนาจิตของตนอยู่ พ่อแม่จิตมันมีงานแต่จิตนั้นยังทำเพื่อความพัฒนาจิตของตนอยู่ซึ่งกล่าวขานโดยภาษาศัพท์บาลีว่าก็มีว่ามีวิตกอยู่เสมอๆเด็กกำลังทำงานอยู่ที่เดียวนะทำงานทำหน้าที่เป็นงานของจิตเชิงหนึ่งกำลังทำอยู่มีข้อแม้ว่ากำลังทำงานพัฒนาจิตของตนอยู่แต่พัฒนายังไงก็ตามใจคุณเถอะนะถ้าคุณจิตของคุณมีมิจฉาทิฐิคุณจะไปพัฒนาเอาเปรี้ยวเอาหวานเอามันก็เค็มมาให้มันอร่อยเป็นโรคกุลาและเป็นโรงพยาบาลแต่ถ้าคุณรู้เป็นสัมมาทิฏฐิไม่มิจฉาทิฐิอย่างนี้คุณพัฒนาโดยการลดโลกิยะลงแน่ๆ ถ้าคุณทำอยู่อย่างนี้งานที่คุณกำลังทำอยู่นั่นแหละคือคุณกำลังทำงานหน้าที่นี้อยู่นั่นแหละคือมีวิตอยู่เสมอๆเอ้าพร้อมกันนั้นก็ทำหน้าที่รู้มันทำอยู่จริงๆคือมันตัวทำงานต่อมาก็พร้อมกันนั้นก็ทำหน้าที่รู้ทำการแยกออกบอกถูกเป็นตัวเกิดผลของจิตทำหน้าที่เข้าใจในพฤติกรรมต่างๆหรือว่าเกิดดีแล้วเป็นดีแล้วหรือเกิดบกพร่องแล้วเป็นไปในทางเสียทางเสื่อมแล้วก็รู้ก็เห็นอยู่จริงๆด้วยมีแง่มีเงื่อนอย่างนั้นอย่างนี้ก็รู้ก็เห็นได้ ภาพผมอยู่เป็นเรื่องเป็นราวมีถูกมีผิดมีสภาพ 2 มีตัวเข้าใจในปัจจุบันนั้นๆมีสภาพเห็นจริงรู้แจ้งอยู่ในปัจจุบันนั้นๆนี้เป็นอิทธิพลหนึ่งของจิตเป็นตัวกำลังรู้ผลของธรรมคำสอนทหารสระอำทำบอกแล้วให้ตกเป็นตัวทำวิจารณ์เป็นตัวรู้ทำฟังดีๆนะภาษาคำว่าทำมาจากภาษาธรรมะนี่มันตัวทำภาษาไทยๆนี่มันมาจากภาษาธรรมะมันมาจากภาษาธรรมะนะคำว่าธรรมในภาษาบาลีเนี่ยทำไงมันมาเป็นการกระทำเพราะฉะนั้นในโลกแห่งคนไทยสมัยเดิมพอบอกว่าให้ไปทำงานคนนั้นจะไปทำดีคือต้องทำสิ่งที่เป็น คนนั้นจะไม่ทำสิ่งที่ชั่วเลยบอกว่าไปทำงานคนที่ต้องเลิกจากความชั่วทันทีที่ภาษาไทยแต่สมัยโบราณเลยเดิมๆเพราะถ้าหยุดไปทำงานถ้าหยุดก็หมายความว่าหยุดชั่วคราวถ้าไม่บอกหยุดเลยก็บอกไปทำงานแค่นั้นก็บอกว่าไปทำคนนั้นก็ไปอยู่ในฐานะที่จะต้องเข้าหาจุดที่กุศลธรรมและไปทำเอามาทำตรงนี้ไม่เข้าใจให้ดีนะแล้วแม่ก็จะเอามาอธิบายกันทุกวันนี้ว่าแปลคำว่ากรรมศัลยกรรมคือธรรมะที่ทรงไว้อย่างดีเป็นกุศลทำมาตอนอยู่ในนั้นแล้วคำว่าธรรมคำนี้มาจากภาษาบาลีภาษาไทยซึ่งไม่รู้ใครจะเข้าใจได้อย่างผมหรือไม่ผมไม่รู้แต่ว่าผมเข้าใจจังเลยแล้วเห็นประวัติศาสตร์ บุพเพนิวาสานุสติญาณคุยกันเลยจะใช้ภาษาที่คุยกันรู้เรื่องแต่ผมใช้ภาษาที่คุยกับคนทุกวันนี้ไม่รู้เรื่องผมจะประสานให้คุยกับคนทุกวันนี้ไม่รู้เรื่องแต่ผมยอมเป็นในประวัติศาสตร์ยุคโน้นคุยกับเขายุคนั้นใช้ภาษานี้คุยกับเขารู้เรื่องไม่ต้องพูดยุ่งยากผมทำแค่นี้ก็ส่งไปถึงความดีและคำว่าทำคำนี้วงเล็บหรือของที่ตกคือเป็นตัวกำลังรู้ผลของธรรมคือรู้ผลของเป็นอันดีอยู่ซึ่งกล่าวหาโดยภาษาบาลีว่ามีวิจารณ์อยู่เสมอๆมันตอนเท่านั้นเองสอนว่าตัวที่ทำดีมันมีตัววิตกมีนายกำลังจะทำงานทำหน้า พัฒนาอยู่ได้เมื่อไรเมื่อไรเมื่อไรอยู่นั่นแหละมันตัววิตกทำนองเดินงานอยู่พัฒนาจึงทำให้จิตมันลดละจางคลายจากอกุศลได้ดีจริงๆครูวิจารณ์นี่ก็เป็นตัวเข้าไปรู้เออเห็นรู้เข้าใจรู้รู้มันเป็นสภาพ 2 ของนามและรูปนั้นเองขณะนี้ท่านจะบอกว่าวิตกเป็นรูปวิจารณ์มันก็คือเป็นตัวน้ำที่มันรู้บทบาทการกระทำของตนเองแยกแง่เงื่อนไขเท่านั้นเองไม่รู้แท้จริงแยกกันไม่ออกหรอกพี่ตกก็วิจารณ์แยกไม่ออกแยกไปจากกันไม่ได้มันไม่มีวิตกมันก็ไม่มีวิจารณ์มันไม่มีวิจารณ์มันก็ไม่มีวิตกหรือมันไม่มีวิตกนั้นเองมันวิจารณ์มีไม่ได้วิจารณ์มันเป็นตัวธาตุรู้ความจริงตามความเป็นจริงของจริงมีเป็นภาษาไทยผ่านนะอธิบายผิดทางไม่ได้มา ไปบ้านอธิบายเมืองอะไรนะไม่ใช่ไปทำช้างทำม้าอะไรข้างนอกเลยนะไม่เกี่ยวนะเนี่ยอธิบายเอาจิตที่มันกำลังพัฒนากุศลอกุศลเมื่อมันทำรถอกุศลอยู่ได้ไอ้ตัวทำๆอยู่นั่นแหละไม่จบยังกำลังทำอยู่อย่างกังวลยังไม่เก่งแต่กลัวมันจะไม่ได้กลัวมันจะไม่เป็นอย่างนี้แหละภาษาคำว่าวิตกเมื่อเราทำได้เมื่อใดเมื่อนั้นเป็นความเป็นไปตามที่รถคันหนึ่งลงไปเป็นทาน 2 เลื่อนจากการไม่ใช่รถเลื่อนเป็นพันก็จะเป็นการจองคือรถที่ส่งพิกัดลดความกังวลลดความกลัวลดความวิตกนี่เองรถไม่รู้ว่าคุณฟังภาษาที่คุณรู้สึกเข้าใจเลยลดความวิตกได้แล้วเพราะคุณมีวิจารณ์ชัดขึ้นแล้วพอรู้ มันคงขึ้นตั้งมั่นขึ้นจึงเรียกว่าส
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive