220813 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ020.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระพุทธที่รักอบรมทำวัตรเย็นฝึกแก่ตัวสมถะที่พุทธสถานสันติอโศกปรมาตรปรือหรือว่ามาทำความเรียนรู้ทันทีวาระหนึ่งแล้วก็อยากจะย้ำในเรื่องของการทำเจโตสมถะที่เราเรียนอยู่เนี่ยย้ำอีกซ้ำอีกให้มันเกิดจากกระจ่างเพราะว่าที่พูดไปนั้นน่ะบางทีใช้ภาษาสำนวนบางทีตั้งใจฟังบางทีไม่ตั้งใจฟังมันก็อาจจะรู้ ในบางครั้งบางคราวบางทีมันก็อาจจะเล็ดลอดฟังไม่ชัดฟังตกฟังหล่นฟังภาวะที่เราฟังอยู่บางทีเนี่ยความตั้งอกตั้งใจหรือว่าสภาวะธรรมของเราฟังแล้วมันไม่เข้ากับภาวะที่เรากำลังตั้งใจรับรู้อยู่มันก็อาจจะไม่ไปจากไปจากได้มันก็ฟังไปฟังมาฟังเสมอศึกษาเสมอถ้าเราตั้งใจเรียนรู้เสมอเทียบเคียงไปเสมอๆมันก็จะเข้าใจได้ทั้งความหมายในการรู้โดยปริยัติและยิ่งเรามีภาคปฏิบัติไปด้วยมันก็จะได้เคลียร์ไปเคียงได้เปรียบกันขึ้นไปยืนยันการขึ้นเราก็จะได้รู้ชัดขึ้นได้ประทานที่ ทำถ้าเกิดว่าเข้าใจดังที่เคยพูดมาให้ฟังแล้วคำว่าฌานหรือเราหมายเอาสภาพอันหนึ่งเสียก่อนมีคำว่าชานี่ไม้เอาสภาพวันหนึ่งที่เราจะทำความสงบระงับเหมือนกันความสงบระงับอันนี้เป็นความสงบระงับที่เจตนาใหญ่คือเจตนามุ่งหมายจะให้กิเลสตัณหาอุปทานมันสงบระงับมันดับมันสลายมันตายไปจากจิตเพราะการทำฌานเมื่อเข้าใจฌานที่ว่านี้แล้วเราจะทำได้ตลอดเวลายืนเดินนั่งนอนเวลาไหนเวลาไหนเราก็ทำได้ตลอดเวลาไม่ใช่จะเอาแต่เฉพาะมานั่งอยู่กับที่ แล้วก็จดจ่อจะจ้องเรียนรู้อยู่เฉพาะเวลานี้เท่านั้นไม่ใช่จะเอาแต่แค่นั้นนะเนี่ยเอาความหมายกว้างๆคำว่าฌานซะก่อนถ้าผู้ใดเข้าใจถ้วนทั่วรอบเนี่ยเราเอาเป้าหมายที่ว่าถ้าเราจะเรียกว่าชาญได้ชานี้จะต้องหมายเอาจิตชาญจะไปเป็นสภาพอื่นไม่ได้เพราะฉะนั้นก็ต้องอ่านที่จิตจับจิตได้เป็นผู้ที่รู้อาการอารมณ์ของจิตผู้นั้นกระทำกับตนเองโดยจัดการกับจิ
อ่านต่อ
ตและความหมายที่ให้สำคัญที่สุดว่ามันจะเป็นชานั้นก็คือมันไม่มีนิวรณ์หรือเรากำลังจะไม่ให้มีนิวรณ์กิเลสทั้งหมดเนี่ยเป็นหัวข้อใหญ่ๆ 4 ข้อ 5 ข้อมันมีอยู่ในอารมณ์จิตของเรา คิดว่าเราจะว่างหรือสงบหรือปราศจากนิวรณ์ 5 มีเป็นความหมายชัดๆเพราะเวลาเรานั่งยืนเดินนอนทำงานทำการมีอารมณ์ไหนก็ตามถ้าเราระลึกรู้ตัวจิตจะฟังระมัดระวังอยู่ในขณะใดที่เราระมัดระวังเราจะพยายามให้จิตของเรามีอารมณ์ปราศจากนิวรณ์ 5 นิวรณ์กิเลส 5 นั้นอยู่เห็นชัดรู้ชัดด้วยจิตของเราปราศจากนิวรณ์ 5 นั้นในขณะที่จะต้องใช้ความพยายามมากมายมีแต่วิจารณ์เนี่ยคือระมัดระวังรู้ดูพฤติกรรมคอยควบคุมอาจจะเคร่งครัดพวกคุณยังจับอยู่ระมัดระวังทั้งอดทั้งทนทั้งฝืนทั้งกลั้น ต้องพยายามสลัดตัดเป่าปัดเป่าปัดอะไรมันอยู่ทีเดียวมันใช้ภาษาไทยๆอธิบายไปอาการที่เราทำกับตนอยู่อย่างนั้นน่ะมีวิตกวิจารมากน่ะมีวิตกวิจารณ์มากถ้ามันไม่มีนิวรณ์ 5 อยู่ในบาปนั้นแม้จะใช้ความระมัดระวังมากมีวิตกวิจารณ์มากอยู่ก็ตามและจิตของเราไม่มีนิวรณ์ 5 อยู่หรือว่าเบาบางทนได้โดยไม่ยากเป็นที่กระทำสุดของวิหารไม่ได้เดือดร้อนอะไรในปัจจุบันนั้นเป็นสุขอยู่โดยไม่มีกิเลสพวกนี้มากวนมาทำให้เราทุกข์ร้อนอะไรเลยอารมณ์จิตอย่างนั้นเรียกว่าฌาน 1 ไม่มีการให้ชั้นพระอะไรมาทำให้เราทุกข์ร้อนไม่ได้มีพยาบาลอะไรมาทำเราวุ่นวายไม่มีผีนะมีพระไม่มี รู้เห็นชัดอ่านจิตของเราชัดเจนยังไม่สงสัยเลยแม้เราจะพยายามใช้ความระมัดระวังการควบคุมอดทนอดกลั้นอย่างที่กล่าวแล้วเมื่อกี้ใช้ภาษาก็เคยอธิบายตัวคำว่าวิตกให้ฟังว่ามันมาจากภาษาบาลีนี่แหละมาจากสายของธรรมะเราก็เดี๋ยวนี้เราก็ยังเข้าใจอยู่ว่ามันมีความวิตกคำว่าวิตกกังวลเกรงว่ามันจะไม่ดีมันก็คือโกรธเพลงนี้ก่อนจะเข้าเรากลัวเกรงนิวรณ์ 5 นี่จะเข้าไปในจิตนั่นแหละเราป้องกันอยู่เนี่ยควบคุมระหว่างให้นิวรณ์เข้าไปนะวิตกดูพฤติกรรมว่าเก็บไว้เรื่อยๆที่จะรับรู้พฤติกรรมว่าอยากให้มันคอยควบคุมระวังดูแลปกป้องปกป้องอดทนหรือว่า ฝืนทนยังไงอยู่ก็แล้วแต่มันก็เข้าไม่ก็ไม่เข้าแล้วมันก็ยังพอเป็นไปเราไม่ได้เดือดร้อนเพราะกิเลสเลยแต่เราก็ยังมีการจะเคร่งตึงอยู่ประจำเคร่งครัดหรือว่าฝืนหนักอยู่วิตกวิจารณ์มากอยู่ก็ตามเขาเรียกว่าฌาน 1 อย่างหนักๆฌาน 1 อย่างยากๆสำหรับคนที่ฝึกหัดใหม่ๆก็เป็นทางหนึ่งมีแต่วิจารณ์ชัดไม่ต้องมากชักค่อยๆปล่อยได้วางได้ไม่ต้องเคร่งครัดเกินไปไม่ต้องอดทนไม่ต้องมีวิตกมากพฤติกรรมก็เห็นเด่นชัดอยู่ไม่ต้องคอยสอดส่องเกินไปก็เห็นพฤติกรรมของจิตก็เออปลอดโปร่งว่าจากนิวรณ์อยู่อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ได้เก่งขึ้นดีขึ้นก็ค่อยลดลงลดลงวิจารณ์หมายความว่าวิตกวิจารณ์ลดลงหมอวิ อาจารย์ลดลงนั่นแหละครับกำลังก้าวเข้าสู่ทางที่ 2 เราจะเห็นความจริงหรือความดีหรือว่าความเกิดความเป็นของจิตของเรานี่เรียกว่าปิติปิติแต่ว่าตัวดีก็เห็นดีรู้ดียินดีแปลเป็น 4 คำว่ายินดียินดีก็ใช้ทวารหูไปเรียกเห็นดีก็ใช้แต่ความตายรู้ดีก็เอาใช้ทวารใจก็คือดีที่เกิดเหตุถ้าเกิดว่าเป็นโพชฌงค์อธิบายโทษชนกฎหมายความว่าเอาล่ะตอนนี้ได้เกิดตัวนี้ได้แล้วตั้งตัวดีขึ้นมาได้แล้วเพราะช่วงหนึ่งโพชฌงค์ 2 โพชฌงค์ 3 สติสัมโพชฌงค์ทำปฏิกิริยาสมโภชน์ชงเอาวิริยะสมโภชจงพยายามวิจัยวิจารณ์ตัวดีเป็นกุศลได้แล้วก็ทำขึ้นจนเกิดตัวดีตั้งขึ้นสงบระงับลงไปคืออุปสรรคที่ จงต่อไปก็เป็นการระงับกิเลสตัณหาลงตัวดีตั้งขึ้นตัวดีตั้งขึ้นสงบลงสบายขึ้นตัวไอ้ร้ายตัวผีตัวทำให้ทุกข์หายไปหายไปก็เป็นสัตว์ที่ไปสงบตรงนั้นไปก็ดีก็ชัดเจนขึ้นติดๆเหลือเกินชัดขึ้นในระยะอย่างนี้ฉันเดียวกันผู้ชายนี่ก็เหมือนกันพี่ตีหมายความว่าดีไอ้ตัวลูกดีนี่มันเกิดลูกดีนี่มันเกิดเห็นเขาได้กินข้าวหรือว่ารู้ข่าวมันมีตัวนี้เห็นแล้วแจ้งขึ้นมีปัญญาขึ้นมากขึ้นชัดเจนขึ้นมีพฤติกรรมที่ชัดเจนขึ้นวิจารณ์ไม่ต้องระมัดระวังมากตอนนี้ไม่ต้องควบคุมมากไม่ต้องเคร่งครัดมากเป็นไปได้โดยง่ายขึ้นง่ายขึ้นก็แสดงว่าวิตกวิจารณ์ลดลงลดลงส่วนดีก็ยิ่งเด่น แย่งเข้าไปฌานที่ 3 ตัวปิตินี้ยิ่งเห็นดียิ่งดีเข้ามาเป็นบทบาทยิ่งว่างยิ่งเบายิ่งง่ายนั้นเรียกว่าสุขครั้งที่ 3 ถึงอุเบกขาหมายคำว่าเออฉันจะเป็นอัตโนมัติฉันจะเฉยท่านจะเรียกว่าผู้รู้เรียกผู้รู้กล่าวว่ามีอุเบกขามีอุเบกขาด้วยนามกายมีอุเบกขาด้วยนามกายอยู่เชียวผู้รู้ว่าเรียกว่ามีอุเบกขาอยู่ในนามกายฐานที่ 3 นิ้วชักมีอุเบกขาเข้ามาร่วมคือหมายความว่ามันเฉยๆลงไปได้ว่ามันไปได้จึงเรียกว่ามันสบายแล้วมันว่าจะแปลจากเคยแปลให้ฟังสุขไงมันสบายไม่ใช่สุขโลกีย์อย่าไปสร้างบารมีไม่ใช่สู่โลกมีเศษสมสุขแต่จะบอกว่า สมใจที่เราทำฌานได้มันเป็นอารมณ์สมใจถ้าบอกว่าสุขนี่คือความสนใจก็สมใจที่เราทำฌานหรือทำอารมณ์ที่ปราศจากนิวรณ์นี้ได้เก่งขึ้นมาแล้วตอนนี้ชักจะเรียกว่าเอียงเข้าไปถึงจุดที่ 3 ฌานที่ 3 แสดงว่ามันเกือบถึงผลที่ 4 จุดที่ 4 เป็นจุดปลายนี้สำเร็จเป็นจุดที่สูงปลายนี่มันใกล้ใกล้หลักชัยเข้าไปแล้วสวัสดีก็ยิ่งชัดเลยจะบอกว่าปิติลดลงแล้วจึงจะเป็นสุขตามภาษาบรรยายของที่อธิบายผ่านการก็มันมีความหมายกินเคยอธิบายให้ฟังหลายหลายนายยักษ์จะมีอารมณ์โลกิยะไปติดชื่นใจปราบปรามตื่นเต้นความสนใจแบบโลก ลดลงก็ถูกด้วยนะอารมณ์ที่ติดอย่างนั้นลดลงแล้วแสดงว่าเราเองเราก็เข้าสู่ทางที่ 3 มันสบายแล้วมันสุขมันชื่นใจแบบที่เรียกว่ามันไม่ใช่มันชื่นใจคือมันสบายมันว่ามันมันเห็นแล้วว่ามันได้ดีแล้วมันก็เฉยๆใหม่ๆขึ้นจึงเรียกว่าเอาอุเบกขาเข้าร่วมประกอบอยู่แล้วทีนี้ตัวที่จะธาตุอธิบายตามมาตั้งแต่ฌานที่ 1 ว่ามีวิตกวิจารก็มีตัวจะพยายามสอดส่องให้เกิดปัญญารู้ปัญญาเห็นมีรู้เห็นพฤติกรรมและก็ไอ้เรี่ยวแรงที่เราเคยควบคุมดูแลกันลดลงลดลงลดลงลดลงไปเรื่อยการเห็นกระเด็นชัดเลื่อยมีญาณมีปัญญารู้ดีดีขึ้นเรื่อยๆเมื่อการเกิดดีขึ้นยิ่งขึ้นปัญญาเกิดขึ้นความง่ายก็ง่ายขึ้น ผลตรวจดีที่มันเด่นชัดขึ้นดีแท้ๆถ้าจะเรียกว่าตัวปิติมีต่อมาเนี่ยตัวปิตินี้มันดีแท้ขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปที่เท่งรู้เพ่งอ่านเพลงเผาเพลงเข้าใจว่าตัวดีมันไม่ได้ลดลงนะมันยิ่งมีตัวดียิ่งดียิ่งขึ้นเพราะเป็นชั้น 3 นะไม่ใช่จะดีลดลงเพราะฉะนั้นถ้าตัวดีที่ว่าปิตินี้ถ้าเราจะไปแปลเป็นปิติแบบธรรมะไม่ได้จะไปบอกว่าโลกุตระธรรมและระบบเศรษฐกิจที่ลดลงไม่ได้อยากจะบอกว่าโลกียะลดลงก็ลดลงแต่โลกุตตรจิตยิ่งเด่นชัดขึ้นอารมณ์ที่มันรวมใหญ่ที่มันจะต้องพากเพียรยิ่งขึ้นหรือว่าปัญญาที่มันไม่ค่อยรู้มันชักรู้ชัดขึ้นไม่ต้องไปใช้ความ พลาดมากขึ้นอะไรเรียกว่าความสามารถมันยิ่งเป็นตัวจริงตัวตนของมันเก่งขึ้นไม่ต้องควบคุมอะไรนิดหน่อยก็ยิ่งรู้ง่ายขึ้นอาการอย่างนี้ไม่รู้จะใช้ภาษาเต็มว่ายังไงนี่หมายความว่าไอ้ตัวรู้เห็นเนี่ยจะพยายามรู้พยายามเห็นเนี่ยไม่ต้องพยายามรู้พยายามเห็นเห็นดีรู้ดีได้ยินดีไม่ต้องพยายามยินดีด้วยไม่ต้องพยายามเห็นดีไม่ต้องพยายามรู้ดีอะไรมากขึ้นหรอกมันไม่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอะไรมันจะมันจะลดลงไปไม่ต้องใช้ความพยายามที่จะรู้จะเห็นจะยินดีอะไรมากไปมันไม่ต้องนั่นแหละแสดงว่าการนั้นยิ่งง่ายขึ้นง่ายขึ้นเป็นความว่างความง่ายเป็นฐานที่ 3 ฟังดีๆแล้วอธิบายภาษายากๆแต่คิดว่าคงพอเข้าใจถวายมั้ยเออ มันไม่ใช่แบบโล่งๆนะต้องอธิบายแบบชาฤาษีมันจะยากอะไรมันไม่ใช่นิสัยที่จะเป็นอจินไตยอะไรหรอกไม่ต้องไปเรียนรู้ไม่ต้องไปฝึกปรือก็ได้อย่างนั้นอธิบายวิชาจะมาบอกนั่งหลับตาก็น้าชาญหนึ่งก็คือมีความวุ่นๆหรือมีความนึกคิดมีความคิดยุ่งๆมากอยู่เรียกว่ามีวิตามินการแยะพอหลับตาเข้าไปแล้วให้มันนิ่งๆพอเราความคิดนึกมันลดลงไปแล้วก็วิตกวิจารณ์ลดลงไปน่ะเป็นทานที่ 1 และไม่มีความวิตกวิจารณ์อยู่มีเรื่องคิดอะไรพอสมควรอยู่เราเรียกทางหนึ่งทำให้มันเรียบร้อยลงอีกไม่มีความนึกคิดอะไรว่างลงไปอีกมีแต่ตัวยินดีชื่นใจอยู่เป็นฐาน 2 เพราะว่างั้นนั่งหลับตาไปมีอารมณ์จิตไม่คิดจะดำเนินชื่นใจอยู่เฉยในการสอนลดความชื่นใจหรือความ เป็นสุขก็ความหมายง่ายๆอย่างนี้แล้วก็ทำสิเวลานั่งหลับตาก็ไปให้อารมณ์ชาญจนกระทั่งมันไม่สุขไม่สึกเฉยๆอุเบกขามันอธิบายไปเฉยๆว่างๆมานั่งหลับตาเข้าไปให้ได้อารมณ์นั้นก็คำนวณตามคะแนนตามไขคดีตามได้แต่กูมานั่งหลับตาให้มันได้อารมณ์อย่างนั้นสิพยายามจับเป้าให้แม่นเลยอธิบายอย่างนี้อธิบายง่ายๆทำฟังง่ายๆเข้าใจง่ายๆใช้เวลาทำจริงแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องจนขนาดอย่างที่ว่า Siri กับท่านก็ไม่โทรไปถามอาจารย์เทพที่ว่าพวกสายนั่งหลับตามาโดยตรงเลยบอกว่าไอ้ชานี่ไงก็ประมาณประมาณ ซึ่งประมาณตัวเป้าหมายลงไปชัดๆมันก็ไม่ชัดฟังดูง่ายแต่เวลาจะให้เกิดสภาวะที่จะจับสภาวะเข้าใส่ตัวมันเองยากนั่งหลับตาเข้าไปวุ่นๆแล้วก็วุ่นๆแต่จริงๆก็ได้นะแล้วก็ให้มันจางใครจะบอกวิธีติดยินดีถ้าเผื่อว่าเราเองเราไปนั่งหลับตาแบบนี้จริงๆแล้วพี่จะยินดีไม่เคยมีก็ทำได้เฉยๆใหม่ๆอาจจะตื่นเต้นที่เราไปนั่งทำทานไปกับตานี่ก็เป็นได้พอเวลามันได้ก็กินได้เก่งๆแล้วนะมันไม่มียินดีดินแดนอะไรหรอกมันก็ทำทานแบบนี้ทาน 2 ไม่มีทาน 3 ไม่มีมันก็ ไปชั้น 4 เลยคนนั่งเขาก็บอกว่าเออก็พยายามรวบรวมมาเลี้ยงรวบรวมยังมีอารมณ์จิตที่คิดวุ่นๆอะไรอยู่ก็เลยมาเป็นชั้น 1 แล้วคิดว่าจะไปเอาง่ายๆแต่ว่าตักทวารทั้ง 5 นี่ออกพอตัดเข้าไปอยู่ในอารมณ์ข้างในมันมีอารมณ์ยังไม่เรียบร้อยก็ไปชาร์จหนึ่งเพราะไอ้นี่เรียบร้อยลงไปมันก็เป็นชั้น 4 ขึ้นเฉยก็เลยกลายเป็นว่านั่งทานแบบนั้นพอเก่งๆแล้วก็มีแต่ชั้น 1 กับชั้น 4 แล้วไม่มีอะไรมากนี่เป็นแบบฤาษีทีนี้ทานของพระพุทธแท้ๆเนี่ยมันไม่ใช่สีอย่างนั้นไม่ได้อธิบายอย่างนั้นหรอกมาลีก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างที่เขาพูดไปเลยนะแต่ก็อธิบายกันแบบเป็นอาจารย์ง่ายๆแบบนี้มาเป็นไหนๆมาแต่ไหนๆอธิบายแบบนี้มาเป็นแบบเป็นสีมาแต่ในหนังเช้านี้จึงเป็น ทานที่เป็นไปโดยลืมตากระดาษหลับตาก็ได้แต่มีอารมณ์อาการอย่างที่ว่าคุณต้องเข้าใจความหมายของคำว่านิวรณ์กิเลสให้ชัดต้องเรียนรู้ทั้งภาษาปริยัติและสภาวะธรรมถ้าอารมณ์อย่างนี้เป็นอารมณ์ตามอารมณ์อย่างนี้เป็นอารมณ์พยาบาลอารมณ์อย่างนี้เป็นทีนะมีอารมณ์อย่างนี้เป็นอุปสรรคอุปสรรคเรียนให้ชัดอย่าสงสัยลังเลเมื่อเรียนชั้นแล้วคุณก็ทำจิตของคุณอย่างนี้แหละเมื่อไหร่คุณก็อบรมจิตเพราะมันจะมีท่านในวาระที่มียิ่งผัสสะอยู่กำลังผลัดกันคุณก็ระวังเหตุให้ปัจจัยแห่งการนี่รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเนี่ยแต่ก่อนเคยติดเคยยึดด้วยแล้วสัมผัสอย่างนี้มาให้อารมณ์เกิดยินดียินร้ายกับมันไม่กระทบเวทนาทุกขเวทนากับสิ่งนี้วางปล่อยเฉยๆแล้วก็ปฏิบัติธรรมเดี๋ยวนี้ปฏิบัติไม่ให้นิวรณ์กิเลสที่เข้ามาคลุกชีวิตของเราเดี๋ยวนี้คุณระมัดระวัง ยิ่งระมัดระวังมากนะแฟชั่น 1 อย่างเคร่งเลยนะเนี่ยมีแต่วิจารณ์อย่างมากเลยนะแต่ถ้าคุณเก่งขึ้นไม่ต้องใช้วิตกวิจารณ์มากแล้วไม่ต้องแจ้งเท่าไหร่ไม่ต้องระมัดระวังมากก็เก่งแล้วเก่งขึ้นเข็นเลยว่าจิตตัวดีขึ้นก็ไปติดคือลูกดีรู้เลยเห็นตัวดีเย็นตัวดีรู้ตัวดีตัวดีของเราดีแล้วเข้าฝ่ายกุศลไม่ได้เป็นไปด้วยกิเลสจีวรอะไรมากมายยิ่งเป็นชานศาลก็ยิ่งดีขึ้นเก่งขึ้นสูงขึ้นสิสูงขึ้นเพราะอะไรเพราะสบายยิ่งง่ายยิ่งว่างบอกวันศุกร์นี่มันว่างมันง่ายมันยิ่งตัวดีมันยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้นด้วยซ้ำไปอารมณ์โลกก็ไม่มีอารมณ์โลกีย์ก็ไม่มีอะไรไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากหรอกเรียกว่ารถก็ไปอีกจะรู้ดีตัวนี้จะเห็นดีตัวนี้จะเกิด วันนี้ยังไม่ต้องไปใช้อะไรมากผมก็ไม่ต้องไม่มีที่ปิติมีไม่ต้องไปตัวทำทำเพื่อดีว่าให้เกิดดีอะไรมากขึ้นอีกนั่นแหละมันยิ่งเป็นสุขยิ่งอุเบกขายิ่งเฉยเลยทีนี้เป็นอัตโนมัติเป็นตัวเอกเป็นจิตเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสัมผัสก็เฉยยืนลืมตานั่งหลับตาอะไรก็ได้มีเหตุแห่งนิวรณ์ด้วยซ้ำไปเราก็อยู่เหนือมันจึงจะพิสูจน์ได้ถึงโลกุตระที่แท้ว่าเราอยู่เหนือมันก็หลับตาแล้วก็หลับตาไม่ต้องเห็นรูปเลยมันจะไปมีอะไรแล้วก็หลับตาแล้วมันยังติดตาเข้าไปอยู่ในใจข้าท่านก็ไปอยู่ในใจแสดงว่าคุณเองแม้จะลืมตาสู้มันได้เพราะหลับตามันเข้าไปอยู่ในใจคุณก็ซัดมันก็ไปทวารใจของคุณก็ยังอาลัยอาวรณ์อะไรมันยังไงมันก็จัดการกับมันรักๆ ปล่อยมันออกจากจิตจะให้มันมีอยู่ทำไมคุณก็จัดการรับขับนิวรณ์อันนั้นออกให้เป็นฌานเพ่งรู้เผาเธอรู้แล้วก็เผาออกเหมือนกันนี่ถ้าเราเข้าใจชาญอย่างนี้แล้วก็เข้าใจอารมณ์ชาอย่างนี้จริงๆทำได้จนเฉยจนอะไรจนกระทั่งกลายเป็นอรูปฌานเป็นสันตะวิหารเลยเป็นที่รองรับก็สบายเลยเพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจฌานแบบนี้แล้วเมื่อเวลาอธิบายถึงฉันตามวิหารมันจึงซ้อนกันอยู่คุณเวลาคุณสัมผัสในสิ่งที่เป็นเหตุแห่งกิเลสเหตุแห่งในวอนและก็จะเป็นอากาสานัญจายตนะทั้งๆที่คุณจะปรุงร่วมด้วยคุณจะคุณคุณก็สับสนกันและแล้วก็ปรุงรสด้วยอนุโลมกับเขาอย่างเรามีเสียงก็มีเสียงเพลงนี้เราก็บอกเออมันก็เสียงเพลงแล้วเราจะบอกว่าว่าง จับเสียงเพลงมันก็ไม่ว่างจากเสียงเพลงแต่ถ้าเราจะดูจิตของเราก็ไปไกลๆเหลือเกินมันก็เฉยมันก็ไม่มีอาการของนิวรณ์อะไรเสียงเพลงก็รับรู้เสียงเพลงทีนี้อาจดูอารมณ์จิตซ้อนเข้าไปในจิตสิอารมณ์จิตเราก็เฉยหวังว่าปล่อยอยู่ไม่มีกามไม่มีพยาบาลไม่มีอะไรไอ้ที่ไม่มีทางนั้นอย่าไปพูดเลยเพราะที่นั่นนิทานแต่ต้นแล้วถ้ามันไม่มีจริงนะมันจะไปตรวจอะไรรู้เพราะไม่มีจิตนั้นมีค่ามันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วฟุ้งซ่านลึกซึ้งอะไรแลบๆเลียๆอะไรไปกับไอ้นี่บ้างไหมแล้วก็ดูมันยังมีอะไรอึดอัดขัดเคืองยังขัดกังวลกังวลก็รำคาญคนกวนอะไรอยู่ในจิตมันไม่มีกุญแจก็ไม่มีมันก็โปร่งว่าเป็นอุเบกขาในฐานะเด็กขาอย่างนี้แหละเราจะให้มันว่างลงจนกระทั่งเป็นอากาศ ธาตุไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรเลยคุณก็เลิกก็ตัดเสียซึ่งสิ่งนี้มันก็เป็นอาการศาลในใจจะตายแต่ถ้าคุณรู้อย่างนี้แล้วจิตของคุณขนาดหรือหาถามว่าอาการ 3 ก็ว่างๆอ่ะมันไม่มีกิเลสก็คืออ่ะกินจรรยาอธิบายโดยบัญญัติเลยมันไม่มีนิดหน่อยนึงก็ไม่มีเรื่องของกิเลสอารมณ์เกี่ยวข้องเพราะเหตุปัจจัยอันนี้แม้เรากำลังจะร่วมฮู้ก็ได้ยินเสียงหรือตาคุณกำลังเห็นลูกติดหมายความว่าจิตจะเกิดก็สวยเข้าชมเชยไปยืนอยู่คนก็มุ่งหมายคนนั้นต่างก็ชมเชยสีนี้สวยแต่ก่อนเราก็เคยชอบเคยสวยรูปนี้สวยอะไรก็แล้วแต่แต่เราเองแล้วก็สัมผัสแล้วเราก็เฉยแล้วก็สบายไม่ต้องไม่ได้รู้เขาชมเชยว่าสวยยังไงก็เข้าใจกับเขาแต่รสชาติของจิตของเราก็ไม่ได้จริงจังติดยึดไม่ได้จี๊ดจ๊าดจะยึดเป็นรถเป็นชาติดัง เคยมันต่างกันอยู่หรอกเราแต่ก่อนเราเคยมีรถอย่างนี้เดี๋ยวนี้เราไม่มีรถนั้นเราจะเทียบเคียงได้เป็นปฏิภาคนิมิตมีประสิทธิภาพแผ่นนิมิตคือมีการเปรียบเทียบกับอารมณ์ที่เคยรู้เคยสัญญากำหนดหมายแล้วว่าตอนนี้คือไม่มีอารมณ์ที่เคยมีนั้นไม่มีนี่เป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณเทียบเคียงกับความเก่าความหลังระลึกย้อนดูไม่มีเกิดปัญญาญาณเพราะเราระลึกบุพเพสันนิวาสสติด้วยมีสติระลึกรู้สิ่งเก่าที่เคยเกิดเคยดับเทียบเคียงกับเดี๋ยวนี้อ้อไม่มีเดี๋ยวนี้ไม่มีเกิดไม่มีอารมณ์นั้นเกิดก็รู้จุดดูประปาตะรู้ความเกิดความดับว่าตอนนี้ไม่มีเกิดตอนนี้ดับอยู่สนิทอยู่นะ แม่จะมีอะไรผ่านไปผ่านไปเลื่อนไปเลื่อนไปผ่านสัมผัสอยู่ก็ไม่มีเกิดมีอะไรลึกๆซึ้งๆเข้าไปถึงอีกไหมอาสวะมีไหมอะไรอีกไหมถ้าคุณรู้อาสวะก็ไม่มีแน่นิ่งคุณแน่ใจในอาสวะไม่มีมันก็ไม่มีอาสวะแต่ปัจจุบันนี้เป็นทิศทางสุดของวิหารเชียวเป็นฌานมีทิศทางอยู่ทีเดียวว่าเป็นฉันตามวิหารก็จะวางเฉยๆฉันไม่ชอบเกี่ยวอะไรเลยเรื่องนี้แล้วก็ปล่อยเลยก็เป็นอากาศอากาศสภาพเราไม่ต้องสัมผัสเราไม่ต้องเกี่ยวแล้วก็เป็นอาสาวิญญาณอาจารย์ก็ยังมีวิญญาณรับรู้อยู่ไม่ได้ดับวิญญาณถ้ากินเป็นยาเจตนาไม่อะไรไม่อาวรณ์ไม่กังวลไม่ได้เดือดร้อนอะไรไม่ติดอกติดใจอะไรปล่อยก็ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ไม่สงสัยเลยว่าสัญญานาสัญญาไม่ได้มีว่ารู้ก็รู้แค่รู้แล้ว อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่เข้าใจในฌานแล้วก็ฝึกฌานต่อเหตุปัจจัยต่างๆนานาเพราะเราปฏิบัติธรรมเรามีฌานฝึกชาญเสมอสัมผัสอะไรก็มีฌานแล้วก็มีการเรียนรู้วิมุตทำให้สะอาดสนิทมันยังเหลืออยู่บ้างแม้เป็นที่จะทำสุขกับวิหารมันยังไม่หมดสิ้นสนิทคุณก็ทนได้โดยไม่ยากก็รู้อยู่ว่าได้เป็นสัตว์อุตสาหกิจจนเป็นอนิจจังไงแหมนี่ดีแน่เลยเหนือและยังเก่งขึ้นไปอีกเป็นสมาชิกเป็นสมาชิกเป็นจิตที่ยังมีประโยชน์ได้ด้วยยิ่งเนื้อขึ้นไปอีกอย่างนี้ถึงจะเรียกว่ามีบุตรของพุทธนอกจากวันเยี่ยมและสะอาดบริสุทธิ์เหนือจิตอื่นจิตอื่นที่ เดือนนี้ไม่มีอีกแล้วยังเป็นจิตที่ยังทำประโยชน์ร่วมเข้าไปอีกได้สมาธิตัดจิตเป็นสมาธิท่านเรียกทับศัพท์ว่าสมาธิก็สมาธิเป็นจิตที่ประเสริฐขึ้นไปอีกก็ยิ่งแจ๋วใหญ่นี่เรียกว่าวิมุตอันนี้คำว่าฌานอธิบายช้าให้ฟังชัดๆนะอาทิตย์นี้หันเข้ามาตัวที่คำที่ว่าเจโตสมถะโดดเดี่ยวพระพุทธเจ้าท่านเคยแบ่งมาบุคคล 4 ประเภทบุคคลที่ได้แก่สมถะก็มีอยู่บุคคลที่ได้โลกุตระก็มีอยู่บุคคลที่ได้แก่ตัวสมถะโดยไม่มีโรคอุจจาระไม่ได้โรคอุจจาระบุคคลที่ได้ลงอุจจาระแต่ไม่ได้เจโตสมถะก็มีอยู่ส่วนใดทั้งสองอย่างก็ไม่ต้องอธิบายแล้วเพราะมันจะต้องแตกต่างกันอย่างไรเพื่ออธิบายไปเมื่อกี้นี้อธิบายเชิงปฏิบัติ อุจจาระยืนเดินนั่งนอนเมื่อไหร่ก็เพื่อที่จะให้รู้กิเลสตัณหาและดับทั้งกิเลสตัณหาให้สนิทชานั้นชานั้นฆ่ากิเลสนิวรณ์จริงๆกิเลสนิวรณ์ดับอวิชชาก็ดับเพราะกิเลสนิวรณ์เป็นอาหารของอวิชชาอย่างที่เราก็เรียนมาหมดแล้วนี่สูตรเสริฐอะไรต่ออะไรเราก็ไล่กันมาจนรู้ความจริงที่มันมีเหตุปัจจัยเสือเชื่อมต่ออย่างไรเพราะเมื่อพูดใดจะปฏิบัติเจโตรสมถะกะโลตัสเราก็ต้องเข้าใจคำถามมันก็จะต้องย่อมหมายถึงอย่างหนึ่งแน่พอใจต่อธรรมศาสตร์ไปจึงหมายถึงเรื่องของแบบชาฤาษีหรือว่าแบบฉันนั่งทำเอาที่จิตนี้เล่นกันตรงๆเลยหมายความว่ากำหนดกันอยู่ที่นี่เอากันที่จิตนี่สมรรถภาพกันที่จิตที่ทวารตาหูจมูกลิ้นกาย 5 ทวารนี้เราอย่า ปัจจัยอะไรมากเรามาดูสมถะหรือว่ามาหัดฝึกสมถะกันอยู่เป็นบทบาทของเจโตสมถะแบบชาฤาษีซึ่งมีมาจากไหนจะไหนพระพุทธเจ้าก็รู้เห็นดาบสฤาษีเรียนกันนั่งหลับหูหลับตาหรือว่าทำกันเฉพาะอย่างนี้ท่านจึงหมายเอาตัวนั่งนี่แหละเอานั่นก็นั่งนั่งเจโตสมถะให้เป็นโลกุตตระหรือจะนั่งเจโตสมถะเป็นแต่เฉพาะเจโตสมถะทีนี้มาแยกกันตรงนี้ถ้าจะมานั่งเจตนาให้เป็นแต่เจโตสมถะหมายความว่าให้จิตนี่มันระงับดับๆๆๆลงไปเป็นเจ้าสุดท้ายอัสนีมันจะอธิบายมาแล้วข้าก็นั่งทำจิตให้ดับเพื่อให้แก่ตัวจะมาถามแต่ว่าฉันดีทำได้ทีนี้จะได้ทำแบบวิธีของฤาษีถ้าที่ผมสอนคนที่สอนคุณโดยวิธีจะทำให้อยากพูด แล้วจะไปฝันดีไม่พยายามทำพาคุณทำแบบอสัญญีแบบบำรุงเรืองแล้วกลายเป็นความไม่ชัดแจ้งแบบนั้นพระแล้วก็ไม่จริงด้วยไม่ทนนานเพราะผมจะพยายามทำพาทำแบบให้มีสติแข็งแรงแล้วก็ทำจนกระทั่งรู้อารมณ์ติดชาร์ตแล้วก็ค่อยๆพอคุณเข้าไปจากพอคุณอยู่ในสภาพลืมตานี้ก็พอมีฌานได้แล้วเป็นทานแบบโลกุตระเลยและใช้ชานมบุตรเข้าไปสู่สมถะข้างในอาจจะมีตัดทวาร 5 เหลือเพราะว่าพบเดือนเข้าไปอยู่ในเทศบาล 7 ถ้าคุณเป็นฉันจริงคุณมีสติสัมปชัญญะควบคุมอยู่คุณก็จะไม่มีนิวรณ์ไม่มีนิวรณ์กูจะพักจะดับ ง่ายอีกง่ายอีกแล้วจะทนเนี่ยผมพยายามทำให้เป็นขั้นตอนเป็นขั้นตอนอยู่นี่ให้เป็นอย่างนั้นแล้วก็จะไปเจอตัวสมถะไปจนกระทั่งอสัญญีผมก็ไม่ว่าแล้วผมก็บอกแล้วว่าถ้าไปเป็นอสัญญีไม่ใช่ของพุทธอยากจะเอาสูตรที่รู้พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าณัฐชานางลัทธิชาญนางอัปสรลัทธิปัญญาอาชาอินโนบอกว่ามันทานไม่มีในเรื่องที่ไม่มีปัญญาเพราะว่าถ้าจะดับจิตดีๆลงไปไม่ให้มันรับรู้อะไรนะก็คือดับจิตไปหมดเลยจิตจับแล้วมันจะไปมีปัญญาอะไรมันไม่มีปัญญามันไม่มีความลึกที่ไม่มีอะไรเรื่องปัญญาอะไรเกิดขึ้นรู้เหตุรู้ผลรู้นั่นรู้นี่อะไรมากมายซึ่งมันไม่รู้ มีแต่เราจะพักๆๆอะไรดีๆๆลงไปดับเป็นแต่ฝันดีจนกระทั่งไม่รับรู้อะไรเลยแล้วถ้าอย่างนั้นถ้าจะว่ากันไปจริงแล้วถ้าเอาภาษาคำว่านัตถินัตถิฌานังอภิญญาสะนะนัตถิปัญญาอาศัยอยู่มาจับเข้าอย่างนี้ไม่เรียกไม่เรียกว่าไม่เรียกว่าชาญเพราะชาญไม่มีไอ้คนที่ไม่มีปัญญาและคนที่ไม่มีปัญญานั้นไม่ใช่ชาญชาติก็ไม่มีปัญญาไม่เรียกฉันมีปัญญานั้นจะปัญญาจะเซอร์เวย์นิพพานะสันติเจดีย์พูดได้ทานด้วยมีชาญด้วยมีปัญญาด้วยในผู้ใดผู้นั้นกำลัง เพราะฉะนั้นก็ต้องมีช้างด้วยมีปัญญาด้วยไม่ใช่ว่ามีชาญคือไม่มีปัญญาหรือมีปัญญาไม่ใช่จานอันบนอธิบายไปหมดแล้วไม่มีไม่มีทางที่ไม่มีปัญญาหรือไม่มีปัญญาและไม่ใช่ฉันปัญญาอ่อนไม่มีปัญญาไม่ใช่ฉันฉันต้องมีปัญญาด้วยพระผู้ใดทำได้มีฌานด้วยแล้วก็มีปัญญาด้วยนั่นแหละแล้วก็บรรยายเคยอธิบายให้ฟังแล้วปัญญานี้เป็นปัญญาที่มันวิเคราะห์วิจารณ์ธุรกิจปัญหารู้อะไรต่ออะไรในจิตและก็อย่างที่อธิบายไปเมื่อกี้นี้แหละมันวิเคราะห์มันเข้าใจชัดนิวรณ์เป็นอย่างนี้ปราศจากนิวรณ์เป็นอย่างนี้ก็ชาติหนึ่งเป็นอย่างนี้อารมณ์ฌาน 1 เป็นอย่างนี้ตัวปัญญาทั้งนั้นอารมณ์ฌาน 2 เป็นอย่างนี้ฌาน 3 เป็นอย่างนี้ฌาน 4 เป็นอย่าง ตัวปัญญาทั้งนั้นนั่นแหละทำเข้าไปหานิพพานหรือเข้าไปหานิโรธแท้สร้างสมาบัติแท้สร้างที่ติดสมาธิสมาธิสมาธิสักทีสร้างแท้ๆเลยทำจริงๆอย่างนั้นน่ะนะเพราะผู้ที่จะทำฌานก็ทำฌานทีนี้จะทำเจโตสมถะว่ากันจริงแล้วเจอสมถะไม่ใช่ฌานซะด้วยหาฟังดีๆนะตอนนี้วิเคราะห์วิจัยลงไปอีกทำใจโตสมถะนี้ไม่ใช่ทานเอาด้วยนะศาสนาพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าฉันต้องได้ฌานได้โดยไม่ยากในฌานทั้ง 4 ได้โดยไม่ลำบากในการทั้งสี่ทานเป็นฐานของไม่หมดนะก็เมื่อกี้ก็ยืนยันแล้วยังไม่ทานจากปัญญาจะเสวยนิพพาน ผู้ใดมีทานด้วยมีปัญญาด้วยในตนเซอร์เวย์เป็นตนเองผู้ใดมีชาญด้วยมีปัญญาด้วยในตนผู้นั้นแหละเชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติใกล้นิพพานนิพพานะสันติเจดีย์ชื่อว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติใกล้นิพพานเพราะฉะนั้นฌานด้วยต้องมีฌานนั้นใกล้นิพพานไม่มีฌานไม่ได้ไกลนิพพานเป็นฐานไปสู่นิพพานทีนี้มาอธิบายกันทุกวันนี้บอกว่าพระอรหันต์ไม่มีฌานก็มีมันพาสู่นิพพานแล้วไปอรหันต์ตรงไหนและโดยที่ไม่มีทานก็ทานมันพาบอกว่าจะข้ามฟากอะไรต้องใช้เรือผู้นั้นข้าว่าได้แล้วโดยไม่ต้องใช้เรือเหาะไปเหรอมันตลก อธิบายกันแล้วก็เถียงกันว่าพระอรหันต์ไม่มีฌานก็มีพระอรหันต์มีฌานก็มีเพราะเขาไปคิดถึงฌานฤาษีอาจารย์ฤาษีอย่างที่ว่านั่งหลับตากันก็ไปดูวิจารณ์อย่างนั้นน่ะตัดทวาร 5 เป็นชาญบอกเลิกวุ่นๆได้ดีใจไปผิดๆก็เป็นฌาน 2 ดับความดีใจปราบปลื้มมีลงไปให้มันว่างลงไปแล้วมันสุขสบายๆง่ายๆเบาๆเป็นชั้น 3 ความเฉยๆอย่างนี้ก็เอาทำไปจะทำอย่างนี้ก็ทานอย่างนี้แต่ทางนี้ยังไม่ไกลนี่ไม่ไกลที่ผ่านมาแล้วมันจะไม่เกิดปัญญาในการที่จะเห็นรูปกิเลสนิวรณ์รู้กิเลสตัณหาอุปทานอะไรชัดแจ้งมันไกลกันกับที่อธิบายการไอ้พวกนี้รู้กิเลสตัณหาอย่างที่บอกใช่ไหม ไปกันอธิบายให้ฟังที่จะเห็นเลยว่ามันใกล้เคียงแล้วมันเห็นอยู่หลัดๆเลยว่าใช่มันเป็นภาวะที่ต้องปฏิบัติตรงตามที่ว่านี่มันเห็นทางเลยมันเข้าใจเลยว่าอย่างนี้มันต้องมีทางใกล้นิพพานแน่ๆแล้วก็มันจริงๆเลยข้อสำคัญกูจะทำได้อย่างนั้นไหมเท่านั้นเองถ้าคุณทำอยู่นั้นตลอดเวลาคุณบำเพ็ญสมาบัติคุณทำสมาบัติอยู่ตลอดเวลายืนเดินแน่นอนคุณก็ทำสมาบัติทำให้มันเกิดสภาพมันมีวิตกวิจารหรือกำไรไม่มีนิวรณ์นี้เป็นวิตกวิจารณ์คุณ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive