220627-307 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2522 อภิณหปัจจเวกขณ์ (77 ตอน) MP3  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอพิสูจน์อักษร 
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์18 KB
วันที่แก้ไข7 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 27 ต่อวันนี้อยากจะให้ทำความเข้าใจกับคำว่าพุทธะคำว่าพุทธะฉันจะขอเน้นคำว่าเบิกบานแจ่มใสแต่คำว่าเบิกบานแจ่มใสเนี่ยเป็นสภาพจบหรือเป็นสภาพที่สิ้นรอบเป็นสภาพที่สุดยอดลงตัวเป็นความเป็นเมื่อเราเป็นพุทธเราจะต้องมีเครื่องหมายหรือว่ามีสัญลักษณ์มีเอกลักษณ์มีความเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสคำว่าเบิกบานแจ่มใสมีนัยยะกินลึกซึ้งมากมาย เบิกบานแจ่มใสพระธาตุจะพูดถึงตั้งแต่กายกรรมแล้วก็จะเป็นผู้ที่มีกายกรรมหรือมีกายธรรมมีสภาพทรงไว้ซึ่งความเห็นได้เป็นความประชุมประกอบอยู่ที่ตัวเราเนี่ยตั้งแต่หน้าตาเนื้อตัวไปจนกระทั่งทางกลับกริยาท่าทางต่างๆจะต้องดูว่าเบิกบานแจ่มใสไม่ใช่กลายเป็นคนหดหู่ห่อเหี่ยวง้อก่องอขิงหลบๆดีๆไม่กล้าเปิดเผยให้ฟังความหมายในความหมายที่ขยายออกไปต่างๆกลายเป็นคนที่ไม่อาจหาญแก้วกล้า มุดคุณครูขี้เกียจซึมเศร้าเอาแต่หลับเอาแต่ลมไม่ใช่ทั้งหมดเพราะกายกรรมหรือกายจะทำของพุทธที่ลงตัวสุดท้ายบอกว่าเบิกบานแจ่มใสหรือผู้เบิกบานเนี่ยมันจะต้องเป็นสิ่งที่กล้าท้าทายต้อนรับบานเบิกสดชื่นสดชื่นเต็มที่ในสภาพเต็มที่ไม่ลดหย่อนไม่มีนี่เป็นสภาพที่ขยายทั้งนั้นแหละขยายให้ฟังเพราะเราจะต้องเข้าใจอาการกิริยาที่ขยายเหล่านี้ให้ได้ว่าเราแม้แต่เราจะทำความเข้าใจหรือมีความเข้าใจได้ว่ากายจะทำหรือกายกรรมอย่างไรที่จะแสดง บทบาทเป็นอย่างนี้อย่างนี้เรามีความเข้าใจเท่าไหร่ก็พยายามพึงทำความเข้าใจเอาแล้วเอามันมาประกอบไว้ที่ตนเอามันมาเป็นที่ตนย้ายตนต่างจากพุทธะทำให้ตนให้เป็นพุทธะแล้วแม้แต่กายจะทำดังกล่าวนี้เราก็จะต้องพยายามระลึกพิจารณาไตร่ตรองสอบผ่านแล้วก็ทำให้เป็นถ้าไม่มีทำให้เกิดทรงไว้บนรถทรงไว้ได้แม้ส่วนแค่กายกรรมหรือกายจะทำส่วนนี้เราก็จะได้ชื่อว่าพุทธะลำลองถ้าเป็นได้มั่นคงเป็นได้เพียงแท้เป็นได้ถาวรเราก็เป็นพุทธาวาสนั้นอาการที่

อ่านต่อ

มันตรงกันข้ามก็ต้องสำนึกให้ได้เสมอรู้ เสมอเมื่อใดเราหดหู่ห่อเหี่ยวหน้านิ่วคิ้วขมวดขิงซึ่งไม่เป็นไปอย่างที่จะวัดตรงจริงแต่มันกลับกันหรือแม้แต่มันจะใกล้เคียงกันอยู่แต่มันยังไม่บานเต็มยังไม่เป็นเบิกบานเต็มยังไม่เป็นตัวที่ยังบริบูรณ์เป็นที่สุดเราก็ต้องพยายามไม่รู้ว่านี่มันยังไม่มีที่สุดมันยังมีอีกมันยังเป็นไปได้ดีกว่านี้เราก็ขยับขยับขึ้นมาตามทำเพราะในการละเทศะใดๆที่เราควรจะทำให้สมพรท่านบอกว่าเราเบิกบานหน้าตาของเราก็จะเบิกบานรังสีราศีถ้าใจมันอยู่ข้างในเป็นตัวเอกเป็นตัว จะเป็นตัวควบคุมอย่างสำคัญเนี่ยใจมันสบายใจมันเบิกบานหน้าตามันก็จะไม่ไม่สมองแต่พร้อมกันนั่นแหละขณะที่เราว่าเราใจเราเบิกบานนี่แหละแต่ถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่เคยฝึกปรือเราไม่เคยที่จะเอาใจนี่มากำหนดกายกรรมมากำหนดกายจะทำให้มันมีสภาพที่เบิกบานออกมาถ้าเราเคยแต่หดหู่ห่อเหี่ยวมันเคยมันจึงกล้ามเนื้อก็ดีเซลล์ก็ดีอะไรต่ออะไรก็ดีที่ประกอบไปด้วยสิ่งที่มันลงตัวแล้วกลายเป็นคนหน้านิ่วคิ้วขมวดการเป็นคนนั่งงอกลายเป็นคนที่มีสภาพนั้นอยู่เราก็จะเท่ากับว่าเราไม่คำนึงถึงติดตัวกายของเรานะเราก็จะเป็นรูปนั้นโดยธรรมชาติโดยตัวอัตโนมัติเพราะฉะนั้นเราจะต้อง ลุงชาตินี้แหละหน้าเราบุญทำกรรมแต่งมาเพราะว่าเป็นอย่างนั้นมากล่าวทำมานานแล้วนี่เราก็มาปรับปรุงพี่กันออกให้กล้ามเนื้อมันคลายใหม่ให้มันเป็นการเบิกบานอย่าให้มันงออย่าให้มันหงิกอย่าให้มันย่นมันอยู่อย่าให้มันเป็นการหดหู่จนทำให้บานกริยาหรือว่าลูกเป็นไรที่มันจะบานแล้วก็ต้องเข้าใจแล้วก็ทำให้มันเกิดขึ้นเสมอๆเรียกว่าสมาบัติทำให้มันมีเสมอๆให้มันเกิดได้เปลี่ยนเสียเมื่อเสพคุณเมื่อกระทำการกระทำอย่างนั้นขึ้นบ่อยๆมันก็จะเป็นไปได้แก่ไม่ได้ชาตินี้ได้นิดได้หน่อยช่างมันเราพยายามควบคุมทำให้ได้เสมอเป็นกิริยาเป็นกรรมอยู่ตลอดเวลาก็ยังดีก็หน้าเรามันอยากง้อแล้วก็ทำให้มันบานออกนาม แล้วก็ทำให้มันบานเข่งออกแล้วต้องเข้าใจว่ามันต้องทำเป็นได้เท่าที่มันจะเป็นไปได้อย่างนี้เราก็ช่วยกรรมชั่วกิริยาช่วยทั้งลูกช่วยทั้งนามช่วยเราขึ้นมาให้มันได้ดีให้มันเป็นจริงเพราะแน่นอนที่สุดคนที่หน้าบึงนางง้อหน้าอดนะคนที่หน้าบานหน้าเบิกหน้าสดชื่นมันต้องดีกว่ากันแน่ๆตามความรู้ง่ายๆสามัญสำนึกทุกคนก็เข้าใจว่าเราก็จะต้องรู้แม้จะอยู่คนเดียวเราก็รู้สึกตัวมีสติสัมปชัญญะถ้าเป็นไปได้เราก็ต้องให้มันอยู่ในสภาพที่ดีเสมอได้ก็ดีแม้แต่นอนหลับเราก็ยังทำหน้าบานไม่ได้อย่างนี้ก็ยิ่งเก่งใหญ่แต่ส่วนมากมันไม่ค่อยได้หรอกมันจะเข้าไปโอ้โหยิ่งเหนื่อยมากๆแล้วดูมัน เลยเจอหน้าเวลาหลับไปแล้วมันก็ปล่อยเขาไปพักมันไม่มีพลังงานหรือไม่มีรังสีอะไรมาขยับให้มันเป็นตึงๆให้มันตึงแต่งให้มันบานให้มันเต็มหรือว่าให้มันดูสดชื่นเต็มลำออกมาขยายออกมามันก็จะเหี่ยวๆปวดคอนี่เป็นเรื่องจริงลองสังเกตจะต้องอ่านดูแม้แต่หน้าตาเนื้อตัวแม้แต่ความเป็นไปมันจะเป็นจริงแต่ใช้พลังงานส่วนหนึ่งไปมากมันก็จะต้องทำให้เหี่ยวลงถ้าพลังงานเหลือมันก็จะขับเป็นมามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็จะต้องทำให้มันพอดีพองามพลังงานทั้งส่วนนั้นส่วนนี้มันจะเป็นไปได้แม้ที่สุดแต่ก็เพียงกิริยากลายต่างๆเบิกบานเป็นอย่างไรเบิกบานไม่ได้หมายความว่ากระจัดกระจายไม่ได้หมายความว่าสิ้น ฉันเกินควรบานจนกระจายแตกจนซ่ากระดกกระเด็นเกินไปไม่ใช่บานหมายความว่าอยู่ในขอบเขตอยู่ในรูปทรงอยู่ในสิ่งที่เปิดเผยอย่างอยู่ในทรวดทรงอันดีงามไม่บานจนปริไม่แตกออกไม่หล่นไปยังอยู่ในสภาพทรงรูปทรงนามอยู่ในพอดีพอเหมาะไม่ห่างไปอยู่ในระหว่างได้ระยะได้ขนาดฟังดูดีๆเราจะเข้าใจว่าบานก็พอดีพอเหมาะอย่างนั้นไม่ใช่เกินเลยสาดสาดเกินไปกระดกกระเด็นหวือหวาแรงไปมากไปอย่างนั้นไม่ใช่มันบานที่ไม่ใช่โรยบานไม่ใช่แตกบานก็คือพอ เต็มรูปทรงรูปอยู่ยังขนาดนั้นมีความหมายชัดๆตรงนั้นเราไม่ต้องดูทั้งกิริยากิริยาในอากาศในขณะนั้นโอกาสน่าจะทำมันน่าจะมีอันนี้มันควรจะแรงมันควรจะเบามันควรจะน้อยมันควรจะมากขนาดไหนที่เต็มบานไปเต็มเบิกบานแปลว่าความเหมาะสมบานเปิดเต็มถึงยอดเต็มถึงความครบที่สมบูรณ์เต็มสุขเต็มอะไรอย่างนี้แล้วแต่ที่เราจะเข้าใจดูดีๆเราก็จะทำให้มันเหมาะสมเพราะการเบิกบานแจ่มใสเนี่ยเราจะต้องเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งเข้าใจความหมายจริงแม้เทียบเคียงกับกายกรรมหรือกายจะทำอย่างนี้ก็เข้าใจได้และเราก็จะต้องสำรวมทั้งหมดมีสติสัมปชัญญะหัดทำกายให้สุจริตดังนี้นี่ก็เป็นความหมายของพุทธและเคารพ เราจึงจะดูดีเราจึงจะเห็นชัดเราจึงจะมีพุทธะเพราะในพวกเรานี่หน้าตามันอิ่มเอิบเองเพราะว่ามันมีพลังงานมันมีค่าของสิ่งที่สังเคราะห์ร่างกายจิตใจเอาไว้มันก็จะเห็นได้หน้าตาเฉพาะรูปมันก็เปล่งปลั่งแต่แจ่มใสมีราศีรังษียิ่งจิตใจยิ่งดีแล้วมันจะขับรังสีที่เป็นวิญญาณมาทำเป็นสภาพที่ไม่ใช่รูปทีเดียวแต่เป็นวิญญาณนั้นทำมีราศีราศีอะไรต่างๆนานาออกประกอบเข้ามาควบคุมด้วยหน้ามันบานมันกว้างมันใหญ่แต่มันก็จะมีอารมณ์หรือมันมีวิญญาณที่เป็นความเบิกบานอีกแม้คนจะหน้ากว้างหน้าใหญ่ถ้าใจเหี่ยวมันก็จะเห็นความเหี่ยวในหน้าบานในหน้าใหญ่หน้ากว้างหน้าเต็มนั้นได้เหมือนกันแต่ฟัง พยายามแยกให้เห็นนามและรูปพยายามอยากเห็นสิ่งอย่างนี้เพราะถ้าเรามีครบพร้อมทั้งรูปกบาลใจก็บานด้วยวิญญาณกบาลนามกบาลมันก็เป็นสิ่งที่สมพร้อมมันก็เป็นสิ่งที่บริบูรณ์เพราะเราก็จะต้องพยายามเข้าใจทั้งรูปทั้งนามทั้งกายทั้งจิตหรือจะแม้แต่จะอธิบายถึงวจีกรรมวจีทำให้เป็นการเบิกบานแจ่มใสเราก็จะมีความเบิกบานแจ่มใสขึ้นเต็มรูปเต็มเสียงเต็มคำภาษาไม่พูดเอาๆๆอย่างนี้มันไม่ใช่เบิกบานแล้วนี่มันเหี่ยวๆมันมันไม่กล้ามันไม่อาจทานมันไม่เป็นจริงแต่ก็ระวังบานไม่ใช่แรงไฟไม่ใช่กระดกกระเด็นกระเด็นซื้อหมาออกไปจนเกินอีกแหละแต่มันก็ตรงกันข้ามอยู่ บานมันจะมันจะเด่นชัดกว่ามันแง้วๆๆมันเหี่ยวๆหดหดๆน้อยๆเล็กๆง้องๆแง้งๆอะไรอยู่เนี่ยแม้แต่เสียงแม้แต่ภาษา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน