211220 เห็นพระในตนพ้นมิจฉา-พ่อท่าน-สันติอโศก-R070.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์105 KB
วันที่แก้ไข19 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 20 ธันวาคมพุทธศักราช 2528 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แสดงธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเปิดเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายตอนนี้ก็พวกเราที่อยู่ไปๆมาๆก็รู้ข่าวรู้ข่าววันนี้พระจะมากันแน่นอนไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตอะไรแต่ ทุกอย่างเดียวก็คงจะนึกเอาเองนั่นแหละสมมุติฉันเองและการจะได้มาพบกับหมู่พระพร้อมหน้าพร้อมช่างมากๆจำนวนเยอะๆนี่มันเป็นบุญเป็นกุศลเป็นมงคลจริงๆเห็นพระท่านมากๆมันน่าชื่นใจไม่เป็นอุปาทานถ้าเป็นธรรมาธิการแล้วก็ในโลกนี้หรือมีในสังคมไหนก็ตามในจุดไหนก็ตามถ้ามีความเป็นพระที่เป็นธรรมทานถ้ามีความเป็นพระอยู่ในกลุ่มสังคมของมนุษย์ความเป็นพระอยู่ในตัวเนื้อตัวจิตอยู่ในตัวของมนุษย์มากเท่าใดเท่าใดเป็นมงคลเป็นความเจริญอันยิ่งส่วนพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในมงคลอันอุดมอยู่ในมงคลสูตร สัมมนานันจะทัศนันท์การได้พบพระหรือว่าการได้เห็นพระเป็นบุญเป็นบุญจริงๆเพราะการได้เห็นว่าการได้สัมผัสการได้พบเอาเป็นธรรมดาที่ฐานเลยจริงๆก็คือการได้พบธรรมะที่เรียกว่าพระหรือธรรมะที่เรียกว่าสมรรถนะสัมมนาสมณะเบิกอันจักมันแปลว่าเกิดปัญญารู้แจ้งซึ่งความเป็นสมณะถ้าไปรู้แจ้งอยู่ในข้างนอกสำหรับคนเห็นบุคคลอื่นเขาเป็นผู้ที่เป็นสมณะแปลว่าผู้ไกลจากกิเลสสมณกิจเป็นผู้ที่เรียบร้อย เรียบร้อยเรียบร้อยราบรื่นดีแล้วเป็นผู้ที่ไม่มีทุกข์มีทุกข์น้อยนะถ้ายังไม่เป็นพระอรหันต์ก็มีทุกข์น้อยถ้าเป็นพระอรหันต์ก็ไม่มีทุกข์สมณะเป็นผู้สงบจากกิเลสเพราะฉะนั้นการได้พบแม้แต่บุคคลไม่ใช่เป็นปรมัตถ์ไม่ใช่ไปเป็นของเราได้พบพระจริงๆและพระองค์พระที่ท่านเองเป็นผู้มีกิเลสน้อยมันน่ายินดีมันน่าชื่นใจดีกว่าไปเห็นคนขี้โรคเราเห็นคนขี้โม้แล้วเราทุกข์นะแม่คนนี้กำลังก็เดือดร้อนก็มีอะไรจะอะไรต่างๆนานาที่เป็นเรื่องของความโลภโมโทสันแสดงออกอยู่แล้วมันทุกข์ไม่เห็นแล้ว

อ่านต่อ

มันน่าชื่นบานไม่เป็นมงคลมีในสังคมไหนกลุ่มไหนกลุ่มไหนโลกไหนมีมากๆจะอยู่เป็นเรื่องเดือดร้อนเป็นเรื่องไม่ดี ถ้าพูดไม่เข้าใจธรรมะฟังดูดีๆแล้วจะเห็นชัดๆเพราะฉะนั้นได้ไปประสบพระไม่เห็นหมู่พระมากๆไม่เห็นสมณะมากๆความเป็นสมณะทีนี้เป็นปรมัตถ์ความเป็นสมณะถ้าเกิดในที่ใดเกิดในบุคคลใดถ้าเราได้รู้ได้เห็นอย่าว่าแต่เป็นพระโดยตัวตนบุคคลที่จะต้องโกนหัวนุ่งผ้าจีวรเลยความเป็นพระอยู่ได้ทุกบุคคลไม่ว่าฆราวาสยังหัวหัวดำหัวขาวยังมีผมมีเป้าไม่ว่าหนุ่มว่าสาวไม่ว่าแก่ว่าเฒ่าไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่ความเป็นพระย่อมเกิดได้ในตัวบุคคลผู้ใดปฏิบัติถูกปฏิบัติตรงเกิดความเป็นพระในตัวเรา คือความเป็นผู้ที่มีจิตใจห่างจากกิเลสหรือลดกิเลสลงได้เมื่อกิเลสรถจากจิตลงเบาบางลงจากจิตความโลภน้อยลงความโกรธน้อยลงแม้แต่ชั่วขณะหนึ่งขณะใดที่เราไม่มีอารมณ์โลภะไม่มีความโกรธไม่มีความโลภไม่มีความหลงผิดเกิดที่จิตเรากายก็สงบดีกายก็เรียบร้อยราบรื่นดีจิตใจแท้ๆนั่นแหละตัวสำคัญว่าไม่มีอารมณ์กิเลสอยู่ในแม้ชั่วขณะหนึ่งชั่วขณะนั้นเราก็กำลังเกิดความเป็นพระอยู่ที่เราแล้วนี่เป็นการสั่งสมความเป็นพระเจ้าผู้ใดทำได้ก็พยายามทำให้มากทำอารมณ์โรคอารมณ์โกรธอารมณ์หลงให้มันลดตราให้มันน้อยลงให้มันเบาบางอยู่ให้ได้มากขณะที่สุดให้ได้มอบอำนาจเวลาที่สุด ถ้าใครจับได้เป็นช่วงๆต้นๆเห็นว่าโอนตอนนี้เรากำลังวิมุตอยู่กำลังไม่มีกิเลสอยู่ในจิตหนอเป็นช่วงๆขาวๆก็เป็นผู้ที่เป็นพระเป็นพระน้อยๆอยู่ที่เดียวในช่วงนั้นก็เป็นพระจริงๆถ้าทำได้ติดต่อทำได้มั่นคงทำได้ถาวรแต่ละเรื่องแต่ราวลงไปก็ยิ่งเกิดเป็นสมณะแต่ละเรื่องแต่ราวอยู่ในตัวของเรากิเลสอันนี้เราตัดขาดสนิทเรื่องนี้เราก็เป็นพระเรื่องนี้เราไม่มีแล้วกิเลสในเรื่องยุ่งๆวุ่นวายไปติดไปยึดไปหลงสิ่งอย่างนั้นอย่างนั้นเราไม่ติดไม่ยึดไม่ลงแล้วไม่เป็นทุกข์เป็นสุขเพราะเหตุปัจจัยอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วเราก็ทำตรงกระทำได้จริงเราก็เป็นพระอยู่ส่วนนั้นมีปริมาณเท่านั้น ด้วยความเป็นพระจึงอยู่ในตัวบุคคลได้ทุกคนไม่ว่าผู้หญิงไม่ว่าผู้ชายพุทธบริษัท 4 สามารถที่จะทำตัวให้เป็นพระโสดาเป็นพระสกิทาเป็นพระอนาคามีสุดท้ายก็เป็นพระอรหันต์กันได้เป็นระดับๆจริงแท้ถ้าเรารู้มักกะวิธีและเราก็รู้ถึงคุณธรรมแท้ว่าอย่างนี้เรียกว่ามักอย่างนี้เรียกว่าผลเข้าใจจริงๆแล้วก็ปฏิบัติให้เกิดตามมรรควิถีนั้นๆเกิดผลที่จิตแม้จะยังไม่ละเอียดรู้มันเกิดจริงก็มีจริงจนกว่าเราจะละเอียดมีปัญญาเข้าไปรู้ว่าอ๋อนี่เป็นผลงานเราเนี่ยกำลังได้สั่งสมผลลงไปในจิตในใจของเราเรื่อยๆเราก็เป็น เป็นพระถ้าแค่โสดาคุณแล้วก็เป็นพระโสดาถ้าธรรมะนั้นมันละเอียดลึกขึ้นไปอีกเป็นสัจธรรมมีคุณเราก็เป็นพระสกิทาถ้ายิ่งละเอียดละออไปจนกระทั่งถึงสภาพของอนาคามีคุณแล้วก็เป็นพระอนาคามีไล่เข้าไปเรื่อยๆยิ่งถึงอรหันต์กับคุณก็เป็นพระอรหันต์ในพุทธบริษัท 4 ก็มีฐานะที่จะเป็นไปได้ซ้อนอยู่สัมพันธ์อยู่เป็นฐานะเป็นระดับๆสั่งสมกิเลสด้วยเหตุปัจจัยต่างๆเป็นพระโสดาก็ต้องตัดกิเลสด้วยเหตุด้วยปัจจัยเท่านี้เท่านี้เป็นภาษาไทยก็ตัดกิเลสด้วยเหตุด้วยปัจจัยเท่านี้เท่านี้เป็นพระอนาคามีเราก็ตัดกิเลสด้วยเหตุเป็นปัจจัยประมาณเท่านี้เท่านี้เราจะต้องมาเรียนรู้ไอ้ที่พูดเท่านี้เท่านี้ ทนได้ก็ต้องมาศึกษาทั้งนี้ทั้งนี้หมายความว่ายังไงบ้างมีรูปมีรอยมีความหมายยังไงมีสภาพจริงยังไงไปอ่านไปรู้ชัดๆแล้วเราก็จะได้ตัดสิ่งอย่างนั้นออกจากจิตออกจากตัวเราเราจะได้เป็นพระผู้สะอาดบริสุทธิ์บริสุทธิ์ทั้งดอกบริสุทธิ์ทั้งในทำในงานนอกงานในเข้ามาเรื่อยๆๆได้จริงเพราะฉะนั้นความเป็นพระถ้าอยู่ในบุคคลผู้มีตาก็เห็นได้ถ้าพรุ่งนี้ตายดีแล้วบางทีมันดูรูปร่างโกนหัวแล้วนุ่งจีวรด้วยเรียกกันโดยสมมติว่าพระแต่คุณธรรมจริงๆโสดาคุณก็ไม่มีสกิทาคามีคุณก็ไม่มีธนาคารมีคุณก็ไม่มีรหัสแต่คุณก็ไม่ต้องกล่าวถึงมันไม่มีตั้งแต่เบื้อง ก็ไม่มีเบื้องหลังก็ไม่มีไม่มีคนอย่างนั้นก็เป็นเพราะอย่างนั้นแหละเป็นพระสมุห์สมมุติเป็นพระเรียกกันไปแต่ปากเฉยๆมันยังไม่ใช่พระจริงๆยังไม่ใช่พระที่มีคุณธรรมแท้อันนี้เขาเรียกว่าพระสมมุติว่าเราก็ต้องแบ่งให้ออกแยกให้ถูกเข้าใจให้ได้ที่ท่านเรียกว่าสมมติสงฆ์เรียกว่าสมมุติที่พระก็มีสมมติติด 2 สมมติฐานอริยสงฆ์ก็ต้องรู้ว่าอริยสงเป็นยังไงอริยสงฆ์แท้เป็นพระอริยสงฆ์เจ้าซึ่งมีคุณธรรมจริงๆรัฐละตัดลดได้จริงขาดจริงมีวิมุตจริงดูมักรู้ผลจริงอธิบายได้บอกถูกแล้วก็ได้รับรถรับผลอยู่ในตัวบางทีได้รับปุ๊บรับรถรับคนอยู่ของตัวอธิบายไม่ออกก็มี คนนะไม่เก่งภาษาไม่มีปฏิภาณเพียงพอจะหยิบจะอธิบายไม่ให้คนอื่นรู้ได้ก็มีอยู่เหมือนกันเพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นอริยาคุณต่างๆนี่เมื่อไปอยู่ที่ผู้ใดผู้นั้นเป็นพระคำว่าพระคำนี้จึงเลื่อนเลื่อนปรมัตถ์เลื่อนไปอยู่กับบุคคลธรรมดาก็ได้อยู่ในผู้ที่เข้าพิธีผ่านพิธีบวชแล้วก็ได้ถ้ามีคนนี้จริงมีความจริงอันนี้อยู่ในตัวบุคคลนั้นจริงก็เป็นพระได้เพราะธรรมดาสามัญฆราวาสผู้หญิงผู้ชายถ้ามีคุณธรรมอันนั้นมีวิมุตติหลุดพ้นจากส่วนชั่วส่วนเลวบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นสัตว์ปริญญาปริญญาคือจิตบริสุทธิ์ขาวผ่องล้างละเอียดลดละนายกายจ้างออกมาได้เป็นเหตุเป็นปัจจัยถ้าบอกว่าเอาเหตุ นั้นมันจับมันนับว่าเพชรเท่าไหร่ปัจจัยเท่าไหร่เรียกว่าพระโสดาบันแล้วเราก็รู้ว่าอ๋อเห็นด้วยเหตุเท่านี้ด้วยปัจจัยเท่านี้ท่านบริสุทธิ์ผุดผ่องได้อย่างนี้ขนาดนี้เรียกท่านว่าพระโสดาบันคำว่าพระอยู่ที่ฆราวาสก็ได้ฆราวาสก็เป็นพระโสดาได้ไม่ใช่ว่าคำว่าพระคำนี้จะไม่สงวนลิขสิทธิ์โดยเฉพาะว่าผู้โกนหัวนุ่งจีวรเท่านั้นถึงจะเรียกว่าพระถึงจะนับว่าเป็นพระเท่านั้นก็ไม่ใช่นะเพราะฉะนั้นคำว่าพระอยู่ที่ฆราวาสก็ได้ขอให้มีคุณธรรมอันนั้นจริงให้มีมรรคมีผลจริงให้มีอริยกุลจริงๆทำได้ก็ทำได้จริงเป็นพระจริงๆถ้าจะเป็นทางก็มีอนาคตก็มีแม้เป็นอรหันต์ก็อรหันต์ได้ ในฆราวาสแต่ถ้าเป็นอรหันต์ในร่างฆราวาสแล้วมันจะรู้ภูมิรู้ฐานรู้สิ่งที่อยู่ถึงขั้นอรหันต์จริงแล้วละก็จะบริสุทธิ์ร่วงส่วนทั้งนอกและในถ้ายังเป็นฆราวาสอยู่บริสุทธิ์นอกไม่ได้แม้ใจมันบอกจะพอไปได้แหละแต่มันก็จะต้องรู้ว่ามันยังขัดกันอยู่มันยังดังพลอยแล้วมันก็ไม่สมส่วนที่งามเพราะพระอรหันต์จึงไม่อยู่ในร่างฆาราวาสหรอกแม้แต่อนาคตคุณธรรมจริงเนี่ยแม้แต่แค่อาณาคามีบุคคลแล้วไม่วุ่นวายไม่แบกไม่หามแล้วมันก็อยากจะทำตัวเองให้บริสุทธิ์นอกบริสุทธิ์ในลงตัวให้เป็นประโยชน์ที่เป็นครูเป็นตัวอย่างสืบต่อมันเท่าๆกับเราได้จากกตัญญูกต วิธีต่อศาสนาถ้าเราได้คุณของศาสนาและสบายถ้าเรายิ่งได้เป็นตัวอย่างอันดีเป็นครูวันดีบริสุทธิ์นอกใครสัมผัสข้างนอกก็มีกายสักขีเห็นว่าโอ้บริสุทธิ์น้อนี่ไม่สะสมไม่ละโมบไม่หลงโลกไม่เป็นไปอย่างโลกๆเลื่อนเข้ามาอยู่มีอาชีวะหรือมีชีวิตอยู่ในทิศทางนี้อยู่ในภูมินี้อนาคามีมันก็อยากมาแล้วมันไม่ต้องไปถึงอรหันต์หรอกเพราะนอกจากบางองค์บางท่านที่ปฏิบัติธรรมแล้วมีคุณเก่งมีบารมีอันสูงมีภูมิมาทำไร่เพื่อขึ้นไปเป็นอรหันต์ได้ท่านก็จะต้องรู้ว่าท่านเองท่านเป็นอรหันต์แล้วไม่มีทางอยู่ในฆราวาสเป็นอรหันต์ฆราวาสก็ได้ผู้มาทำขึ้นถึงจิตใจบรรลุในร่างฆราวาสก็ได้แต่ได้แล้ว สัจธรรมมันบอกตรงเลยว่าไม่อยู่เพราะฉะนั้นจะมีพระเกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆบรรยายเอาไว้พูดเอาไว้ว่าถ้าเป็นพระอรหันต์บรรลุอรหันต์แล้วอยู่ไม่ได้ถึง 7 วันเราต้องตายนี่เป็นธรรมอธิษฐานนะเดี๋ยวตั้ง 7 อยู่ที่ 7 วันไม่ได้หรอกไม่อยู่ไม่เกิน 7 วันต้องตายเป็นสมาธิฐานแต่พูดถามไว้อย่างนี้คนก็ไปเข้าใจง่ายๆว่าถ้าขืนมีชีวิตอยู่ 7 วันแล้วก็หมดลมหายใจไปเลยว่างั้นนะความจริงแล้วโดยธรรมาธิการหมายความว่าอยู่ 7 วันนี้หมายความว่าเรานับวันนี้คือรอบคือรอบคือวัดป่าวัดตะความเป็นโรคหรือความเป็นด้วยวัตถุเมื่อวัตถุนี้มาเป็นรอบนับก็นับไปนับไปเป็นรอบๆนึงจะอยู่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง พระอรหันต์ทุกองค์จะรู้ว่าเราจะต้องกำหนดรอบกำหนดความหมายกำหนดอันนี้อันนี้อันนี้ไว้ที่จริงถ้าจะถือท่านว่าเป็นพระอรหันต์เรายังไม่นับอรหันต์แท้เพราะยังไม่บริสุทธิ์นอกบริสุทธิ์ในเพราะฉะนั้นเมื่อท่านบรรลุนี้ต้องถือว่าท่านเป็นอนาคามีแต่จิตของท่านเข้ากลุ่มอรหันต์และพระเจ้าจะจัดการความเป็นอันนาคามีเนี่ยให้บริสุทธิ์รอบโลกส่วนนอกในนอกในก็มาอย่างมากไม่เกิน 7 รอบนั่นคือไม่เกิน 7 วันตายตายจากความเป็นฆราวาสเด็ดขาดทั้งนอกและในตายจากความเป็นฆราวาสเข้ามาอยู่ในภูมิเป็นพระแท้ๆเห็นนอกเขาเรียกว่าพระแล้วแต่อย่างนั้นก็เป็นตั้งเพราะอรหันต์และเป็นฆราวาสใครจะไปรู้ว่าเป็นพระไอ้นี่ไม่ต้องบอกเขาหรอกเพราะเห็นเจ้าก็รู้เลยว่าเป็นพระ แต่งตัวเป็นพระแล้วเป็นพระนอกพระในครบบริบูรณ์ท่านจะจัดสรรชีวิตจะตัดรอบส่วนที่มันจะต้องทำไปเรื่อยๆอย่างมากไม่เกิน 7 รอบไม่เกิน 7 เปราะที่มันยุ่งยากอยู่ในตนที่จะต้องค่อยๆตัดออกเพราะฉะนั้นในขณะนั้นจึงเรียกท่านว่าอนาคามีอยู่แท้จริงจิตขึ้นพวงอรหันต์ก็ตามแต่นอกยังไม่บริบูรณ์ท่านก็ต้องจัดการให้ได้เพราะพระอรหันต์จึงอยู่ในคาบของคนฆราวาสจึงยังไม่เรียกเป็นอยู่ในสภาพไม่มีไม่มีก็ได้เรียกว่าไม่มีเพราะอาจารย์รุ่นก่อนๆถึงบรรยายไว้ว่าถ้าไฟฟ้าทหารมันไม่อยู่หรอกมันต้องมาบวชไม่เกิน 7 วันตายถ้าไม่งั้นก็ตายถ้าไม่มาบวชก็ตายเราก็เข้าใจได้ก็จะเป็นจริงด้วยถ้าเข้าใจถึงสมาชิกฐานเป็นจริง เมื่อผู้ใดบรรลุธรรมจริงๆแล้วมันจะรู้ตัวเองในขณะนี้ผู้ยังไม่บรรลุเยอะเพราะฉะนั้นก็เลยจะเถียงแล้วคนเฉโกขี้โม้คาดคะเนเอาขนุนคำนวณเป็นอรหันต์แล้วก็ไม่ต้องไปออกจากโลกนี้ไม่ดีอยู่กับผัวกับเมียด้วยเสพติดตามด้วยจิตว่างด้วยว่าไปโน่นเลยพวกนี้พวกนักเลงนะนับคะแนนแล้วก็ไม่รู้ความจริงด้วยว่าการที่จะทำเป็นการเป็นละเมิดในส่วนที่ไม่ควรละเมิดควรจะทำให้ศีลนั้นบริสุทธิ์ควรได้ทำให้กติกาวินัยธรรมวินัยนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องพระอรหันต์ย่อมเรียนรู้ศีลย่อมรู้หลักเกณฑ์ของศาสนาย่อมรู้กติกาทั้งๆที่พระอรหันต์จะทำอะไรก็ได้ว่ากันจริงแล้วเราก็พระอรหันต์ยกตัวอย่างง่ายๆพระอรหันต์นี่ก่อนผู้หญิงก็ได้ ใจท่านก็ไม่มีอะไรจริงๆมันก็เหมือนกันก็แตะแตะต้องกับกระดานแตะต้องกับไม้อะไรเนี่ยมันก็เหมือนกันแต่พระอรหันต์จะต้องระวังรักษากติกาอันนี้ท่านบอกว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวอย่าไปทำงี้ไปแตะต้องสัมผัสกับผู้หญิงนี่จะเป็นกอดผู้หญิงนี่ดูนี่ว่าแสดงว่าเป็นเป็นความบริสุทธิ์นะนี่เห็นฉันขาดได้ใช่ไหมฉันไม่มีอะไรนั่งตักกันก็ได้เหมือนอยากจะมีบางเจ้าที่เข้ามาทำเอาอย่างนี้มันไม่งามและคนเข้าใจไม่ได้โลกกับวัชชะเกิดคนไม่รู้เนี่ยมันมีเยอะทำให้ความเลื่อมใสรถไถลงทำให้ความไม่มั่นใจไม่ไว้ใจมันเกิดขึ้นพระพุทธเจ้าก็ตั้งเป็นกฎบอกว่าอยากทำถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วจะรู้กฎข้อนี้ดีพระอรหันต์จะไม่ทำไม่ละเมิดทั้งๆที่บอกแล้วว่าอาหารกอดคอผู้หญิงก็ได้เอาให้นั่งตัดก็ได้นั่งคิดนั่งสัมผัสกันแนบอยู่กันยังไงก็ได้ แต่ท่านยิ่งรู้ว่ายิ่งได้เลยยิ่งต้องไม่ทำพอกดอย่างนี้ซึ่งมีความหมายจะไปทำละเมิดทำไมอวดดีทำไมมันไม่น่าอวดดีแต่ความจริงมีเนี่ยพออยู่ๆไปเขาก็รู้เองแหละว่าอย่างนี้เราไม่หรอกถึงแม้จะทำได้ก็ไม่ทำคนไม่รู้ลึกซึ้งไม่รู้ธรรมะวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่รู้ความหมายไม่รู้ศีลไม่รู้กฎไม่รู้หลักไม่รู้กติกาไม่รู้สมมติสัจจะไม่รู้ปรมัตถสัจจะพวกนั้นจึงเป็นพวกกลุ่มตื้นพบตื้นๆไม่เคารพศีลไม่รู้จักวินัยไม่รู้จักระเบียบไม่รู้จักกฎจึงทำอะไรเลอะเทอะสับสนถ้าท่านรู้กฎท่านวินัยนั้นสีนั้นท่านทำได้ทันทีถ้าไม่ถูกหรอกแล้วท่านจะเข้าใจและทางองค์ไหนท่านมีปฏิสัมภิทาญาณอย่างถึงอ. พระพุทธเจ้าตั้งกฎนี่มาหมายถึงอะไร มีคุณงามความดีมีประโยชน์ต่อทั้งตัวเราและตัวท่านอย่างไรจะเข้าใจด้วยซ้ำไปมีจุดหมายอย่างนี้แม้แต่ความฉลาดเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้มันเกิดผลดีต่อไปยืนนานพระอรหันต์จะรู้แล้วท่านจะไม่มานั่งบอกว่าโอ๊ยสีไม่เอาวินัยไม่เอาเราทำอย่างนี้ได้อยู่กับโลกโลกเขาอย่างนี้ไม่เอาหรอกอย่างนั้นมันไม่บริสุทธิ์ด้วยวินัยไม่ๆบริสุทธิ์ด้วยได้นอกได้ไงแต่มันไม่งามพรั่งพร้อมและมันไม่เป็นประโยชน์สืบสานด้วยไม่ได้ประโยชน์สืบสานแต่ถ้าเป็นพระอริยเจ้าพระอรหันต์จริงแล้วจะเห็นในประโยคเหล่านี้จึงท่านจึงจะไม่ดื้อในเรื่องวินัยวินัยถ้าไม่ดื้อหรอกท่านเห็นในประโยชน์และท่านก็เข้าใจในเรื่องของกฎในเรื่องของศีลในเรื่องของวินัยไม่ใช่ปากพูดอวดดีเอา คนที่ยังปากพูดอวดดีอยู่แล้วยิ่งดูถูกศีลดูถูกวินัยเห็นว่าเป็นเรื่องกรกฎาคมอะไรต่างๆนานาเพราะคนนั้นยังไม่เข้าใจถึงศีลถึงวินัยว่ามีประโยชน์อะไรทุกวันนี้อาตมาขอยืนยันว่าศาสนาพระพุทธเจ้าเพียง 2500 กว่าปีศีลและวินัยยังมียังมีชีวิตอยู่มากยังมีค่ามากอย่าไปทำลายไม่ได้จะไปตั้งบัญญัติลบล้างยังไม่ได้จะปล่อยปละละเลยก็ยังไม่ได้วินัยของพระเจ้ายังคงยังคงยังมีผลยังมีประสิทธิภาพมากตัดสินก็ดีวินัยก็ดียังมีจริงๆอาตมาเห็นอย่างนั้นแล้วก็พยายามจะรักษาและพยายามที่จะดำเนินไปจริงๆเพราะงั้นถ้าผู้ที่รู้จริงอาตมายืนยันว่าท่านจะไม่นั่งละเมิดหรอกอาตมาเองอาตมารู้ตามครูข้ออาตมาเองอย่างที่ว่านี้แหละ เพราะมันเป็นประโยชน์สืบสานอย่างแท้จริงอาตมาก็ว่าอย่างอาตมาว่าผู้ที่เขาประมาทเขาดูถูกเขาไม่เชื่อเขาเราไม่เอางั้นน่ะเค้าไปล้มล้างบัญญัติที่พระพุทธเจ้าท่านไว้แล้วผู้นั้นก็เข้าใจเอาเองสิคนนั้นก็ตั้งกฎตั้งระเบียบตั้งวินัยเอาเองวินัยที่พระเจ้าตากไว้แล้วก็ไม่เอาแล้วอะไรงี้เราเองถ้าเผื่อว่าไม่มีคนที่ไม่รู้เรื่องคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนเนี่ยเขาไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ปฏิบัติธรรมแล้วไม่เอาเรื่องแล้วคุณจะไปตั้งศาสนาใหม่คนก็ล้มล้างไปแต่ทีนี้ก็ยังเอาเรื่องอยู่คนเขาเข้าใจอยู่เขาศึกษาอยู่กดนี้ระเบียบวินัยนี้เขาก็เอามาใช้และผู้ที่ใช้ได้ผลก็มีอยู่แล้วเราเองเราจะไปรู้ทิ้งพระพุทธเจ้า ท่านเองท่านตั้งเอาไว้ทำเอาไว้เพื่อที่จะให้เหมือนรู้ว่ากั้นศาสนาหรือตัดสินก็เป็นสิ่งที่จะต้องขัดเกลาศีลมีใครปฏิบัติสีและขัดเกลาขัดเกลาพระวินัยก็เป็นศีลในตัวตัวศีลเองซึ่งจะขัดเกลาตั้งแต่หยาบๆต่ำๆเรียกว่าพวกบาปสมาจารย์ก็ศีลเหล่านั้นก็บอกชี้ชั่วชี้เลวชี้ของที่ยังทำยาบ้าของที่รู้ได้ว่านี่ไม่ดีก็ให้ปฏิบัติตามแล้วกันอย่าทำอย่างนั้นจงทำอีกอย่างหนึ่งส่วนอภิสมาจารเป็นศีลอีกอย่างหนึ่งหมายความว่าการประพฤติพฤกษอย่างนี้เข้ามากๆอย่างนี้แหละยิ่งปฏิบัติยิ่งดีไม่ใช่นะส่วนบาปสมาชิกเลิกไปทำอีกอย่างอื่นที่ดีกว่าอย่างนี้ให้ละเว้นให้ได้เน้นตรงที่ตัวควรละเว้นแต่ว่าผมบาป ส่วนพวกอภิสมาจารจะเป็นพวกที่ดีต้องทำอย่างนี้ไม่ใช่ให้เราเว้นแต่ให้ทำอย่างนี้ให้มากไม่มีลักษณะ 2 ในนี้ง่ายๆผู้ใดปฏิบัติตามส่วนที่ไม่ดีเลิกตามได้จริงๆก็เป็นผู้ที่จะเรียกว่าจะเป็นตัวอย่างรอบรับทั้งนอกทั้งในภาคปฏิบัติแล้วจะขาดจะกล่าวกิเลสตัณหาด้วยถ้าเรายังมีกิเลสตัณหาเมื่อเราไม่มีกิเลสตัณหาแล้วศีลข้อนั้นผู้ที่บริสุทธิ์และเป็นพระอรหันต์แล้วก็สบายท่านทำอย่างนั้นตามนั้นได้เมื่อไหร่เมื่อไหร่ท่านก็ทำได้และมันจะช่วยเหลือโปรไฟล์คนอื่นเป็นกำลังใจให้แก่คนอื่นท่านองค์นี้ก็ทำได้ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัยนะสีอย่างนี้เนี่ยวินัยอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องคนทำไม่ได้นะคนทำได้นะไม่ใช่เหลือวิสัยเป็นเรื่องจริงเป็นไปได้ มันก็เห็นเป็นตัวอย่างมันก็จูงนำมึงก็พาให้เรามีกำลังใจเราไม่ใช่ของสูญเปล่าใครจะไปปฏิบัติได้แบบนี้ไม่เห็นมีตัวอย่างเลยว่างั้นนะอย่างพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าภิกษุทั้งหลายไอ้นี่เป็นศีลนะที่สุดทั้งหลายจงว่าฉันแต่ที่นั่งแห่งเดียวเถิดท่านตัดไว้เยอะอยู่ในศีลไม่บอกตรงๆเลยที่สุดอย่างฉันแต่มื้อเดียวในจุลินทรีย์อย่างนี้เป็นต้นคือผู้ใดมาปฏิบัติได้แล้วก็ยืนยันพิสูจน์สิทีนี้พวกคุณเองที่มาปฏิบัติธรรมที่นี่อย่าว่าแต่พระเลยที่นี่แต่ฆราวาสเด็กกันก็ยังผ่านมือเดียวได้เลยพวกคุณมาก็ง่ายทีนี้เราจะบอกว่าอาจารย์ทำอย่างนี้เถอะนะพระก็ทำไม่ได้ฆราวาสทั้งหลายก็ทำไม่ได้ใครจะได้มันจะมีกำลังใจตามกัน ใครเขาก็ยังไม่ได้เลยเราเองก็กิเลสมันยังมีด้วยแล้วมันจะไปเอาด้วยเหรอไม่เอาอ่ะมันไม่มีกำลังใจมันไม่เห็นตัวอย่างแล้วมันก็ไม่เชื่อมั่นแต่ถ้าไปเห็นจริงแล้วมีตัวอย่างก็มากมายมันไม่เห็นนะว่ายิ่งทุกข์ทุกคนที่เป็นตัวอย่างที่ทำได้แล้วก็ทำได้ง่ายๆเราก็จะพลอยรู้สึกง่ายไปด้วยนะมันเป็นเรื่องของจิตสูงๆนะฉันเข้ามาที่นี่ดูหลายๆคนเข้ามาแล้วอยู่ในหมู่ในกลุ่มเนี่ยง่ายแล้วก็ไปได้ง่ายพอมาอยู่บางคนก็บอกว่ามันมาอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งวันไม่เห็นหิวเลยกินมื้อเดียวก็ได้พอไปที่บ้านทำไมไม่ได้เขาออกไปที่บ้านยับทั้งนั้นพากิน 5 มื้อนั่นมันยังไม่ได้มึงไปหายักษ์แต่มาที่นี่มีแต่พระจูงมาหาทางนี้ยังไม่เห็นหิวเลยไม่เป็นอะไรเลยก็จริงต้องตัวคุณเองนั่นแหละเป็นตัวคนอื่นเมื่อไร ตัวอย่างที่ยกให้ฟังว่าพระอรหันต์นั้นท่านรู้ว่าของดีอย่างนี้ท่านทำท่านก็ไม่ทุกข์แล้วท่านกินมื้อเดียวได้ฉันก็ไม่ทุกข์อาตมากิน 3 มื้อก็ได้แต่ก็แบ่งกินให้มันทีละน้อยทีละอย่างเธอก็ต้องไปเปลืองเวลาต้องไปตั้งโต๊ะหลายๆครั้งอะไรทำก็ได้จะให้มันยุ่งมากกว่านั้นก็ทำได้เดี๋ยวนี้อาตมาไปนั่งกิน 3 คนก็ได้จะไปยากอะไรจริงๆแต่เรื่องอะไรล่ะอาตมาจะโง่ไปทำตัวอย่างอย่างนั้นให้แก่คนเรื่องอะไรฟังดูดีๆสิเพราะพวกที่มีปัญญาแล้วก็ไม่ไปทำตัวอย่างกันไม่ก็ทาให้แก่มนุษย์อยู่หรอกคนที่ไม่มีภูมิตอนนั้นถึงจะบอกว่าถ้าเกิดเราก็เหมือนอย่างคนคนนี้แหละไม่มีน้ำใจไม่มีประโยชน์ไม่มีคุณค่าไม่มี เวลาที่จะรู้ว่าไอ้ที่ทำสิ่งนี้เป็นสิ่งดีเป็นกุศลเตือนแต่ตัวทำไม่ได้จึงใช้ภาษานี้มาตีกลบตีเกลื่อนเพื่อที่จะเลี่ยงเพื่อที่จะอาศัยแสงกินแฝงอยู่แสนแสบพวกนี้พวกเฉโกปัญญาไม่ทะลุหรอกไม่รู้เหตุผลจึงไม่จริงมันพิสูจน์ไม่ออกถ้าสิ่งที่มันตรงนั้นนอกในตรงกันพิสูจน์ได้ยืนยันว่าไม่ติดไม่หยุดนอกจากสิ่งใดที่ยังทุกข์ที่จำเป็นที่สุดเราก็จำเป็นอย่างเช่นอาตมาบอกว่าอาตมาไม่ติดแล้วรูปรถแต่ก็ปรุงรสก็ไม่รู้จะทำยังไงอาตมาจริงๆก็ไม่เอาซะเลยจริงๆบังคับ เดี๋ยวผมจะโทรมาบอกว่าญาติโยมมากลับมากินข้าวที่นี่แหละมามีข่าวเอาข่าวมามีผักสดผักสดมาไม่ต้องไม่ต้องแกงอะไรมั้งจะมีมาสักครึ่งคนไหมล่ะจะมีมาสักครึ่งคนไหมมันไม่ได้เลยมันเกินขอบเขตมันแรงไปแต่ถึงกระนั้นก็ตามพวกญาติโยมอุตส่าห์พาอุตส่าห์แกงมาโอ้ยหม้อนี้ตัดพัดหม้อนี้ตักแกงหม้อนี้ของหวานเอามากันอย่างเงี้ยเสร็จแล้วก็อยู่ในนี้แหละนี่แหละนี่มันก็อย่างนี้แหละของจริงมันก็อยู่นี่มันไม่ขัดขืนอะไรหรอกแกบอกว่าพ่อจะมาติดลูกติดรถติดเฉยเลยแยกไม่ออกมันจะมีเชื้อคนแปลกๆติดๆกันอยู่เลย แต่อย่างพวกคุณถือกรรณสูตรตัดขาเอาไปตักไว้น้องจะตายแล้วช้อนๆช้อนชาหวานอย่างนี้ต้องแย่เลยใช่ไหมที่จริงไม่ได้เป็นไรไม่ตายอาตมาก็ยืนยันว่าไม่ตายหรอกแต่ความยึดติดความไม่เข้าใจด้วยปัญญามันเป็นจริงมันต้องลองมาลองดูแล้วก็ประพฤติตามทางนี้ก็ยืนยันทำให้ดูทำให้เห็นมันจะจูงการปฏิบัติธรรมอยู่กับหมู่บัณฑิตหรือหมู่ที่เป็นไปได้แล้วมันจะมีมันจึงมีน้ำหนักมีฤทธิ์มีอำนาจมีพลังที่จะอุ้มจูงจึงให้เข้ามาหาพระพวกคุณไม่ฆราวาสพวกคุณก็จับกลุ่มอยู่กันทุกทีก็คุกกี้พระด้วยกันดิเออวันนี้ก็เป็นนักปฏิบัติธรรมคนนี้ก็ได้ทำอย่าง สาระอย่างนี้ได้เป็นอย่างนี้ได้ผมก็รู้กันเองเขาพยายามคบหากันเกาะกลุ่มกันมันก็จะช่วยกันมีกำลังทางโลกก็ดึงไปไม่ค่อยได้เพราะเรามีกำลังเกาะกลุ่มกันด้วยช่วยกันอุ้มชูช่วยกันพยายามที่จะต่างคนต่างดุลๆดันๆกันขึ้นไปมันจะเป็นสัดส่วนชิบหายเจริญเพราะฉะนั้นคำว่าสัมมนานั้นจะพัฒนาคำว่าอยู่กับพระได้เห็นพระได้สัมผัสกับพระต่างๆเนี่ยกำลังเนี่ยทัศนะแปลว่าได้เห็นได้รู้ได้ทราบทัศนะจริงๆแล้วมันก็เกิดถึง 10 เลยเป็นคุณธรรมที่เรียกว่าเป็นพระเองตอนนี้ไปถึงระดับที่ 3 อาตมาอธิบายระดับแรกสัมมนาคือเห็นพระเป็นตัว คนอื่นองค์อื่นเป็นตัวพระเป็นผู้มีคุณธรรมเป็นผู้เป็นพระจนได้ไล่เข้ามาเป็นอันดับกลางว่าความเป็นพระไม่ได้หมายเอาตัวตนบุคคลเราเผาไหมเอาทุกคนทุกระดับไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายไม่ว่าแล้วเอาคุณธรรมอธิบายแล้วทีนี้เอาไปตัวเองเลยทีนี้เป็นระดับนายตัวเป็นตัวธรรมะแท้ๆสัมมนาจะพัฒนานี่หมายความว่าตัวเองเกิดญาณทัศนะเลยในระดับที่ 3 นี่ตัวเองปฏิบัติเข้าให้เกิดตัวเองเกิดเห็นทัศนะเห็นพระแล้วเห็นที่ใครไม่ใช่ไปเห็นที่คนนั้นไม่ใช่ไปเห็นที่คนนี้เลยนี่เห็นปรมัตถ์เลยทัศนะอันนี้เกิดรู้เกิดเห็นเป็นฌานนะโตปัสสะรู้อยู่เห็นอยู่ที่ตัวเราเองจิตใจของเรานี่เป็นพระกายกรรมของเราก็เป็นพระมีกายกรรมอันปราศจากกิเลสสุจริตพร้อม โทษทีกรรมวันปราศจากกิเลสสุจริตพร้อมมีมโนกรรมนี่แหละตัวตัดสินตัวจริงๆแท้ๆว่าจิตบริสุทธิ์จริงจิตเป็นพระจริงจิตไกลจากกิเลสจริงจิตสงบราบรื่นเรียบร้อยไม่มีโลภะโทสะโมหะแม้อย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดก็ไม่มีจริงหรือยังมีเหลือเศษบ้างเป็นพระอริยสงฆ์ตามขั้นตอนก็เป็นจริงมีได้ที่เราเราเกิดรู้เราเกิดเห็นเราเกิดเป็นของเราเองมีที่เราเองเข้าใจเข้าใจแล้วมีเนื้อมีตัวสภาวะของจิตใจศักดิ์สิทธิ์รูปมันเป็นสภาวะเองเลยรับรู้เข้าใจแจ้งของตัวเองตัวนี้แหละยิ่งเห็นพระตัวนี้แหละแม้ตัวเห็นสำคัญใครของใครก็ตามแต่ละคนต้องเห็นพระในตัวเองให้ได้ผู้ได้เห็น พระที่เป็นคุณธรรมอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านสอนคำว่าพระคือความบริสุทธิ์ดังกล่าวแล้วความที่สะอาดบริสุทธิ์ขึ้นมาสงบจากกิเลสขึ้นมาจริงใครเกิดที่ใครคนนั้นกำลังเข้าใจยิ่งดูชัดยิ่งดูเห็นเป็นรูปธรรมะเป็นกายของธรรมะเป็นความประชุมขององค์ธรรมว่าโอ้สภาพธรรมเป็นอย่างนี้หนอธรรมะที่ว่างจากกิเลสมันสบายอย่างนี้มันลดละได้อย่างนี้มันเบามันจางมันคลายอย่างนี้เนาะมันเป็นความพ้นทุกข์อย่างนี้มันเจริญจังเลยนะมันดีจังเลยมันไม่เก่ามันไม่มองมันพ้นทุกข์มันสะอาดมันบริสุทธิ์และมันเจริญด้วยสร้างสรรค์ไม่เกิดการขัดแย้งไม่เกิดการหนักหนาเหน็ดเหนื่อยอะไรอยู่ในจิตในใจไม่อึดอัดไม่เปลี่ยนไม่เพลียไม่มีโทรมานัดไม่ต้องขัดไม่เสียใจ น้อยใจแหว่งใจหัวใจไม่มีสภาพทำอย่างนี้เป็นสภาพธรรมที่เกิดได้เป็นความจริงที่มีอยู่ในมนุษย์ทำเอาได้ประพฤติเอาได้ถ้าได้แล้วคุณก็จะเห็นพระนี่แหละเป็นคุณธรรมของพุทธธรรมเป็นธรรมะแท้ๆในเนื้อในตัวเราใครเห็นจริงรู้จริงสำนึกได้สัมผัสได้ออกไม่ใช่เอาลูกกะตาเห็นนะเป็นธรรมะทั้ง 7 ทั้งจิตทั้งว่าดีทั้งกายพร้อมไม่เป็นอย่างนี้จริงผู้ใดได้ทัศนะได้เห็นได้รู้ในสัมผัสโดยตนเองจริงๆชื่อว่าผู้นั้นเห็นธรรมกายฟังดีๆเด้อธรรมกายชื่อว่าคุณนั้นเห็นธรรมกายแล้วอยู่ในตัวเรากายนี่แปลว่าความประชุมความประชุมก็ คำที่บริสุทธิ์เขาประชุมพระองค์ธรรมที่สบายที่เป็นไปได้จริงสัมผัสธรรมกายรู้ธรรมกายผู้ใดเห็นธรรมอย่างนี้แหละเราเรียกว่าผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรานี่เป็นการสัมมนานั้นจะทัศนันท์ที่เห็นจนกระทั่งเห็นพระพุทธเจ้าแล้วเห็นคุณธรรมอันบริบูรณ์พระพุทธเจ้าท่านก็มีคุณธรรมอันนี้ตรงกันเป็นเอโกธัมโมเป็นธรรมะอันเดียวกันเป็นธรรมะอันเป็นวิมุตธรรมะอันหลุดพ้นธรรมะอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ธรรมะอันตรายธรรมะอันเจริญธรรมะอันไม่ไม่ถูกโลกเข้าครอบงำไม่ถูกโลกเขาถามแตะแล้วก็ต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน