210507 สมาธิหลับตาที่เป็นพุทธ-พ่อท่าน-สันติอโศก-R059.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 เดือนนี้ไปเป็นการแสดงพระตะกั๋วในหัวข้อเรื่องสมาธิหลับตาที่เป็นพุทธที่พุทธสถานสันติอโศกญาติโยมถ้าวันนี้อาตมาตั้งใจที่จะพูดถึงเรื่องคำว่าสมาธิและโดยเฉพาะมีจำกัดความลงไปด้วยว่าสมาธิหลับตาแบบหลับตาที่จริงคำว่าสมาธินั่นมันไม่ได้หมายความว่าหลับตาแล้วลืมตามันเป็นจิตที่สูงขึ้นคำว่าสมาธิแปลว่าอธิษฐานจิตหมายความ จิตที่มันสูงมันเจริญและเอาความหมายที่จริงก็คือหมายความว่าจิตมันกิเลสหลุดรอดหลุดออกหลุดออกหลุดออกจริงๆจะลืมตาอยู่ก็ยิ่งดีอ่ะทีกิเลสมันหลุดตอนลืมตามันก็เบาบางไปได้ไม่มีกิเลสมันก็ยิ่งดีไอ้ตอนที่หลับตาไม่มีกิเลสมันจะไปทำอะไรมันไม่ทำบาปทำกรรมอะไรหรอกมันนั่งหลับตาปีหรือนอนหลับอยู่มันหลับตาแล้วมันก็ไม่มีกิเลสมันก็ไม่ทำบาปอะไรมากมายไอ้ตอนลืมตานี่แหละมันมีกิเลสนี่มันทำบาปมากนะไอ้ตอนลืมตาเนี่ยแล้วมีกิเลสนี่บาปมากเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามให้กิเลสมันออกโดยรู้ศาสนาพระพุทธเจ้าเนี่ยต้องปฏิบัติธรรมให้โดยรู้มีตัวรู้ประกอบมีสติสัมปชัญญะประกอบเสมอนี่เราใครศึกษาธรรมะมามากๆจะเคยได้ยินได้ฟัง ความรู้ไม่ใช่ทำอย่างงมงายทำอย่างที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนั่นไม่ใช่ศาสนาพุทธศาสนาพุทธมีเหตุมีผลอาตมาอยากจะเล่าเรื่องของสมาธิหลับตามันเป็นยังไงยังไงยังไงให้ฟังซะก่อนมันจะตรงกับที่พวกคุณเคยไปปฏิบัติมาอาจจะไม่หมดเพราะมันเยอะแขนงเหลือเกินหลับตาเนี่ยอาตมาก็จะลอกคราบๆๆถึงแกนใหญ่ๆที่ของแบบอย่างที่เป็นปฏิบัติหลักตามมาแล้วอาตมาก็จะบอกทางผิดเขาหลับตาซะก่อนให้ฟังนะหลับตาทางผิดเนี่ยเพราะไปหลับตามากันเยอะแยะก็เป็นอย่างนี้แหละอธิบายก็อธิบายอย่างนี้แหละและทิศทางที่มันจะไปมันจะเป็นอย่างนี้อย่างไรบ้างอาตมาก็จะอธิบายให้ฟังเสร็จแล้วอาตมาจะอธิบายขยายให้ฟังว่าถ้าสมาธิ หลับตาหลับตาด้วยที่เป็นพุทธจะ
อ่านต่อ
เป็นอย่างไรก่อนจะไปถึงว่าถ้าสมาธิคำว่าสมาธิแล้วเอาอีกตอนหลับตาเนี่ยจะเป็นพุทธเป็นอย่างไรเราก็เคยได้ฟังสมาธิที่ลืมตาที่อาตมาเคยอธิบายมาแล้ววันนี้อาจจะต้องอธิบายเคียงคู่ไปประกอบเพื่อให้เห็นว่ามันเป็นอันเดียวกันจะหลับตาแล้วลืมตามันก็มีผลอันเดียวกันและครับผมว่าหลับตาเป็นได้ลืมตาก็ต้องเป็นได้มันจึงจะเรียกว่ามันได้ถ้าลืมตาเป็นได้หลับตายิ่งง่ายถ้าเป็นได้ตั้งแต่ลืมตาในหลับตายิ่งง่ายเพราะหลับตาแล้วมันไม่มีอะไรมากวนมากมันก็ยิ่งไม่มีกิเลสมากมันก็ยิ่งแข็งแรงมันก็ยิ่งดีถ้าได้ตั้งแต่ลืมตา ที่นี่ไอ้ดาวจะตอบว่าหลับตาแล้วทำอย่างนั้นได้แต่กรรมวิธีที่เจ้าจะให้มันหลับตาแล้วก็หลับตาทำแล้วไม่มีแบบนั้นแล้วก็ไปทำพิธีนั้นพอลืมตาออกมาแล้ววิธีลืมตาเราทำไม่เป็นก็มันเข้าตอนลืมตาแล้วก็ยังสร้างบาปสร้างกรรมกันทุกข์ทรมานอยู่ตอนลืมตาไอ้ตอนหลับตาจริงๆมันไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกคนนะไม่ได้พูดอะไรเรายิ่งนอนหลับซะแล้วได้หยิบปุ๋ยเลยสบายไอ้ตอนลืมตาเนี่ยมันทุกข์คนเรามันทุกข์มากอันนี้ก็เกินให้ฟังคร่าวๆอย่างนี้อารมณ์ฟังดูว่าสมาธิที่เขาจำกัดความเข้าหมายแบบหลับตาสมาธิหลับตานี้มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดมีมา นานนานนับนานแล้วเริ่มต้นเมื่อไหร่ไม่รู้เริ่มต้นนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้พระพุทธเจ้าเกิดมาก็เห็นหลับตากันเต็มป่าแล้วพระพุทธเจ้าไปเรียนกับใครต่อใครอีกตั้งเยอะแยะกว่าจะมาเรียนกับอาจารย์ที่ว่าชั้นสูงเรียกว่าอารามดาบสพระอุทกดาบสเนี่ยกว่าจะมาเจอ 2 อาจารย์นี่ก็ไปทำกับเขาอย่างนู้นอย่างนี้ไปเล่นไอ้โน้นวิธีนั้นวิธีนี้ตามที่เขาสอนกันลัทธิต่างๆมากจนมาเรียนกับอาจารย์ก็หลับตาหรือเป็นสมาธิแบบที่อธิบายแบบช้าอย่างที่อธิบายกันว่าถ้าเขาชนะ 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ก็เป็นสมาชิกแบบผู้บัญชา ภาพแบบหลับลึกไปกว่านั้นทำละเอียดไปกว่านั้นอีกเป็นอรูปฌานเป็นอาสาวิญญาณัญจายตนะ ตัวอยู่บางคนก็อธิบายว่ารูปฌานหรือสมาธิหลับตานั่งหลับตาปี๋เนี่ยจะใช้อะไรเป็นกสิณจะใช้อะไรเป็นเครื่องเกาะเครื่องยึดก็ตามเช่นว่าไปเกาะเอาดินไปกับศีลเอาน้ำเพ่งน้ำแล้วก็หลับตาเพียงดินนี้ก็หลับตาแล้วก็ให้ไปปั้นรูปดินไว้เพลงดินจนชินตาไว้อย่างนี้นะน้ำอย่างนี้นะไฟอย่างนี้นะแล้วก็เพลงก็ไปจนกระทั่งเพลงดวงแก้วเดี๋ยวนี้จนกระทั่งประยุกต์พัฒนามาเพ่งรูปพระแก้วเพลงลูกลูกแก้วเพลงอะไรก็แล้วแต่เดี๋ยวนี้ประยุทธ์มาเยอะจนกระทั่งลมหายใจเข้าออกจริงๆลมหายใจเข้าออกกฐินลมแต่เขาอธิบายกันว่าเพ่งลม ต้องมองดูไปในอากาศถ้าเห็นใบไม้ไหวมันไม่ใช่ใบไม้ใบมันไม่ใช่ล้มหรอกใบไม้ไหวมันก็เป็นกระสุนดินน่ะสิมันเป็นรูปอ่ะก็รูปใบไม้ไหวใบไม้เคลื่อนมันไม่ใช่ลมนะลมแท้ๆน่ะคือสิ่งที่มันพัดโบกพัดเป่าอยู่เป็นสิ่งที่ละเอียดมันไม่มีลูกมันไม่มีตัวมันมีรูปตัวที่มันละเอียดการเคลื่อนไหวของอากาศเรียกว่าล้มเพราะมันมีลมเคลื่อนไหวออกจากจมูกนี่ลมออกลมเข้าแล้วเราก็เอาจิตมาจดจ่ออยู่ที่ลมออกลมเข้าแล้วก็ถือว่านี่เป็นอานาปานสติที่จริงเป็นวาโยกสิณเขาก็อธิบายอานาปานสติ สิ่งที่เป็นอานาปานสติอาตมาเคยอธิบายที่นี่แล้วเรื่องอานาปานสติของพุทธไม่จะต้องไปนั่งเพ่งลมหายใจที่เดียวทุกเวลาที่ลมหายใจเข้าออกมีสติอยู่เสมอและก็ปฏิบัติให้ได้เหมือนอย่างนี้อาตมาสรุปอีกครั้งหนึ่งไว้ลืมตาเดินยืนนั่งนอนทำงานทำการอยู่ก็มีอานาปานสติปฏิบัติจิตปรับปรุงให้ได้หมดจริงๆให้รู้ว่าจิตสังขารเป็นอย่างนั้นจะปฏิบัติปรับเปลี่ยนจิตว่าเป็นอภิปประมาททะยังเป็นสมาธิเป็นรีโมทจะยังอะไรในเป็นภาษาของสูตรของอานาปานสติทั้งนั้นอาตมาศึกษาทุกตอนทุกระดับและก็ทำจิตยังไงยังไงเข้าใจและอาตมาก็ทำฝึกแล้วก็สอนกันแม้ที่สุดจนกระทั่งถึงขั้นสุดท้ายของอานาปานสติไปถึงถึงการอนุรักษ์ศรี สั่งถึงนิโรธจนกระทั่งถึงปฏิสังขรณ์เป็นสีมันก็มีจริงนะเป็นจริงและยิ่งไปถึงตอนสุดท้ายถึงนิโรธถึงอะไรต่ออะไรถ้าอธิบายแบบหลับตานิโรธหลับตาก็คือมันดับจิตเขาอธิบายไปเลยว่าดับจิตดับรับรู้แล้วมันจะไปมีลมหายใจเข้าออกตรงไหนมันไม่รู้หรอกกลัวหายใจเข้าออกอย่าว่าแต่รู้ลมหายใจเข้าออกเลยฤาษีอธิบายชาเนี่ยพอหลับตาแล้วแม้ฌาน 4 รูปฌานเขาก็อธิบายว่าลมปักษาสัตว์หมดไปไปอ่านดูกันเลยคำอธิบายของวิสุทธิมรรคบ้างของอาจารย์ต่างๆเขียนไว้บ้างว่าพอถึงขั้นมีแล้ว หายใจเข้าออกนี่หยุดแม้แต่ในพระไตรปิฎกอาตมาก็เจอพอบอกว่านิโรธแบบนิโรธฤาษีอย่างนี้แล้วบอกว่าลมหายใจเข้าออกหยุดไม่มีก็อธิบายอาตมาอธิบายเหมือนกันอธิบายซ้อนอธิบายกลับอาตมาเคยอธิบายไว้ในทางเอกบอกมันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะการหยุดนั่นหมายความว่ามันไม่รับรู้มันไม่รับรู้ไม่ใช่ลมหายใจเข้าออกไม่มีมันก็อธิบายแบบแต่สมาธิหรือว่าฌานแบบหลับตาแล้วเขาไปตัดรับรู้แบบนี้ต่างหูจมูกลิ้นกายไม่รับรู้แล้วก็ไปรู้อยู่ที่ไหนแล้วมันจะมารู้ลมหายใจเข้าออกได้ยังไงคิดดูซิมันไม่รู้ แต่ในอานาปานสติพระพุทธเจ้านั้นแม้แต่ปฏิบัติจิตเข้าไปจนกระทั่งถึงขั้นอนุบาลศรีถึงขั้นนิโรธก็ยังยืนยันว่าลมหายใจเข้าสั้นลมหายใจเข้าออกเราก็ยังมีความรู้อยู่ตลอดเวลาไอ้นี่มันจะรู้ว่าหาทางหายใจเข้าสั้นหายใจเข้าออกเข้ายาวเลยไม่มีรู้แล้วนะไม่มีรู้แล้วเพราะฉะนั้นการอธิบายแบบนั้นจึงเป็นการอธิบายขัดต่อคำสอนของพระพุทธเจ้าในอนาคตก็อยู่ในมหาสติปัฏฐานสูตรที่จริงๆสติปัฏฐานกับอานาปานสตินี่มันอันเดียวกันหน้าเดียวกันแต่ท่านอานาปานสตินั้นหมายความว่าปฏิบัติสติปัฏฐานจนกระทั่งจับจิตได้และก็ผู้นี้เล่นเป็น เป็นขั้นพระอนาคามีเรียกว่าระดับอนาคามีจิตปฏิบัติจิตเป็นจริงๆเล่นก็คิดได้เลยปรับปรุงปรับปรุงเขาเหลือเสพติดเท่าไหร่คนนี้รู้อยู่คนเดียวของตัวเองลูกของตัวเองคนอื่นเขาไม่รู้ด้วยหรอกนี่พระโยธาวานรหรือผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูงเข้าไปแล้วก็ปฏิบัติทำได้จริงมันเป็นขั้นสูงเพราะฉะนั้นต้องลืมตาเราปฏิบัติได้หลับตาอะไรจะมาเล่นกันกี่ปีเดี๋ยวก็อธิบายตอนท้ายหลับตาแล้วจะให้เป็นการปรับปรุงจิตด้วยวิธีอย่างไรจะใช้วิธีบุพเพนิวาสานุสติญาณหรือจะใช้ประเภทวิถีวิปัสสนาที่เป็นปัจจุบันและทำและอาตมาจะอธิบายให้ละเอียดให้ฟังแต่ตอนนี้ก็ขอเล่าถึงสภาพของหลักฐานก่อนเพราะถ้าผู้ใด เคยเล่นมาแล้วกำลังฟังเทียบเคียงไปดูพอไปนั่งหลับตาเข้าเนี่ยเมื่อกี้เกิดแล้วว่าบางคนก็ถือเอาว่าฌานหลับฌานเป็นชานั่นน่ะหลับตาเข้าไปแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตัดทวารทั้ง 5 ก็ถือว่าเป็นชาญให้มีเอกลักษณ์ก็ตามว่างั้นเอกสารหมายความว่ามีความจดจ่ออยู่นี่สภาพเดียวเช่นพอหลับตาเข้าแล้วไอ้เรื่องอื่นไม่รู้ตัวสัมผัสกายก็ไม่รู้จมูกไม่รู้ลิ้นไม่รู้ตาไม่รู้เอาที่ล่วงหน้าก่อนนะหลักการซื้อได้ยินเสียงเนี่ยได้ยินเสียงเพลงไปอ่านอะไรเพ่งไปฟังอะไรชัดๆไปที่ไหนครับ ไฟช็อตทีเดียวเพราะจิตมันรวมจิตมันรวมคนที่ฝึกหัดเข้าจดจ่ออยู่ที่ทวารเดียวเป็นเอกกับชะตาลมจะโน้มน้าวไปฟังอะไรชัดนี่เป็นต้นแล้วก็ถือว่าอันนี้เป็นชาญแล้วเขาก็นับว่าในขณะนั้นจะต้องไม่มีนิวรณ์ไม่มีกรรมตามมาฉันพระไม่มีพยาบาทไม่มีทีนะมีพระไม่มีอุปสรรคอุปสรรคไม่มีอยู่ในเรื่องนี้สบายเป็นอุเบกขาเป็นความเฉยต่อกิเลสกิเลสไม่มีเข้ามาปนแล้วก็ไปรับสัมผัสอะไรต่ออะไรไปก็ฟังอย่างสมมุติว่ามียกตัวอย่างแล้วก็ฟังเสียงได้ยินเสียงอะไรก็ได้ยินแล้วก็พิจารณาเสียงนั้นถ้าคนปัจจุบัน ฐานเป็นปฏิบัติแบบพุทธเจ้าหน้าที่อธิบายพุทธเข้ามาหน่อยในขณะที่เราเปิดทวารได้ยินเสียงสมมุติว่าเสียงเพลงมาจากวิทยุข้างบ้านมรณะนั่งหลับตาแล้วก็มีทวารหูเปิดรับพอฟังเพลงแล้วจิตใจของเราเราก็พิจารณาออกเอานี่เพลงถ้าไปเจอเอาเพลงบางเพลงที่เราเคยติดใจเกิดรสชาติเพราะอะไรฟังแล้วไม่เพลินถ้าเรารู้เท่าทันว่าเอาเข้าแล้วไงเราเกิดตามมาฉันทะแล้วนะฟังเพลงนี้เกิดรถไอ้นี่มันเพราะมันอร่อยชื่นใจฟังเพลินติดใจอยู่ถ้าเรารู้ ประวัติมีกิเลสจงรู้วันนั้นน่ะกำลังเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นชานเปล่านะก็ไม่มีกามฉันทะแล้วมันทำยังไงอ่ะมันสมาธิยังไงจึงเป็นเอกชนตาแต่ความจริงแล้วถ้าเราจะเรียกว่าชาหรือเรียกว่าสมาธิฌานคือการเผากิเลสออกถ้าเราเริ่มรู้เท่าทันแสดงว่าเรากำลังเกิดมรรคเกิดยานเกิดปัญญารู้ว่าอ๋อนี่กิเลสกิเลสมันเป็นอย่างนี้มีใจพวกเรากำลังมีอารมณ์กามเป็นกามารมณ์เป็นจิตที่กำลังชอบเป็นจิตที่กำลังเกิดอาการชอบใจติดใจชื่นใจเพลิดเพลินเป็นรถตกลงเป็นโลกียรสนะเนี่ยเราเพราะเราติดใจถ้าใครแย่อารมณ์อย่างนี้ออก พยายามลดลงลดลงให้อารมณ์มันจางคลายบางเบาลงบางเบาลงคนนั้นถือว่าได้ปฏิบัติในขณะนั่งหลับตาแต่แท้จริงมันก็ไม่ใช่ว่าหลับฝันร้ายคุณลืมตาฟังเพลงแล้วคุณพิจารณาอย่างนี้ออกมึงก็ไอ้เหมือนกันเหมือนกันแหละแต่ตอนนี้ตัวเราเองมันเพ่งไม่ออกมันพิจารณาไม่ได้ถ้าจะไปลืมตาฟังเพลงนี้มันก็มาเพ่งพิจารณาอ่านไม่รู้ตัวแล้วก็มันเข้าใจไม่ได้จะทำให้รถให้ละบางลงมันก็ไม่ได้จริงๆรถรับบางก็เป็นแต่เพียงปรับเปลี่ยนจิตคุณจะหาเหตุผลมาพิจารณาว่ารถเพลงนี้ความเพราะอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องดิบเรื่องดีอะไรหรอกมันไม่ใช่สาระอะไรคุณหาเหตุผลหาโทษหาโทษหา rt นวะโทษภัยของมันมาประกอบให้รู้ตัวซะ แล้วคุณจะได้ติดจานที่เคยติดเคยอร่อยเบาลงวางลงวางลงวางลงเสร็จแล้วเดี๋ยวก็ไม่ได้เกิดรสชาติจิตไม่เกิดรสชาติคุณก็รู้จริงๆว่าจิตไม่เกิดรสชาติก็เพลงอย่างนี้เฉยอยู่เป็นความได้ยินสักแต่ว่าได้ยินเพลงถ้าคุณหาดอย่างนี้ได้ในขณะคุณนั่งเพลงหลับตาอยู่แล้วก็ฟังเพลงนี้แล้วคุณก็ไปลืมตาทีนี้ลืมตาที่ไหนก็ได้ไปนั่งที่ไหนถ้าได้ฟังเพลงแบบนี้คุณก็มาพิจารณาเช่นเดียวกันและทำจิตเช่นเดียวกันปฏิบัติสติปัฏฐานปฏิบัติการปรับปรุงจิตแบบเดียวกันก็อย่างที่ว่านี้แล้วคุณจะต้องไปนั่งหลับตาทำไมอาตมาถามสิแล้วคุณจะไปนั่งหลับตาทำไมถ้าคุณทำอย่างนี้ได้คุณจะต้องหวานเลยคุณจะไม่ต้องมานั่ง หลับตาให้เสียเวลาต้องทำอย่างนี้คุณจะไปที่ไหนๆคุณก็ได้ปฏิบัติธรรมถ้าจะบอกว่ากำลังยกตัวอย่างแค่ทวารของทวารอื่นมีนัยยะเดียวกันคุณไปเห็นรูปนี้คุณก็ติดเพลิดเพลินสนุกสนานเพราะว่าคุณเองคุณพิจารณาได้เช่นเดียวกับที่ยกตัวอย่างเสียงไม่เกิดการมนุษย์เกิดกามารมณ์เกิดการติดสีติดรูปและคุณก็ลดพยายามจามคลายพยายามทำให้จิตใจอารมณ์ชอบของเราลดลงตามมาฉันทะลดลงลดลงจริงๆคุณก็จะได้ทีนี้คุณก็จะเห็นว่าเอ๊ะทำไมจะต้องไปหลับตามันไว้ก็ลืมตามันสิคุณจะได้ไปสัมผัสอันนี้ชอบหรือไม่ชอบคุณจะได้รู้แล้วคุณก็จะได้ปรับปรุงจิตการที่ได้รู้อย่างนี้เข้าใจอย่างนี้ได้คุณจะไม่มีหลัก เรื่องหลับตาหรือไม่หลับตาเลยแต่ทีนี้ก็หันกลับมาหาไอ้เรื่องหลับตาที่เขาพากันไปมากๆอาตมาก็จะต้องพยายามอธิบายของพุทธในควบคู่กันไปไว้ที่อาตมาอธิบายเมื่อกี้เป็นของพุทธคือสติปัฏฐานลืมตานี่แหละตาหูจมูกลิ้นกายจะสัมผัสอะไรก็พิจารณารู้ถึงจิตแล้วก็ทำสมาธิหรือทำฌานให้รถกิเลสลงเรียกว่าฌานรักนิวรณ์ร่างกายมาฉันทะพยาบาททีนะมีพระอุทิศจากอุปสรรคอะไรลงไปจริงๆมันจะเกิดผลในการปรับปรุงจิตจริงๆเรียกว่ารู้จักจิตสังขารแล้วก็ทำความจางคลายของจิตสังขารให้มันหมดกิเลสเข้ามาปรุงแต่งให้ได้จริงๆแต่ทีนี้หันมาทานของฤาษีแท้เพราะนั่งหลับตาอีกลักษณะหนึ่งอาจารย์อีกหมวดหนึ่งก็บอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่ทวาร จะเปิดทวารอย่างนี้ถ้าชาร์จแล้วมันต้องตัดทวารหมดเลยตาหูจมูกลิ้นกายไม่รับรู้สึกตัวเลยจิตอยู่ก็จิตเฉยหูก็ไม่ได้ยินเสียงตาก็ไม่เห็นรูปจมูกก็ไม่ได้กลิ่นใครเอาตดมาใส่ตำรวจก็เฉยไม่เกี่ยวนะนี่ไม่ใช่พูดให้มันลามกนะแต่พูดจริงๆอย่างนั้นให้มันเข้าใจชัดๆหน่อยไม่รู้เรื่องอ่ะนั่งหลับเฉยใครจะมาแตะเนื้อแตกตัวก็ชักไม่รู้เรื่องแล้วอยู่ในจิตนั่งหลับตาและจิตนั้นจะต้องไม่ถือนะมีพระคือไม่หลับไปจิตจะต้องมีสติสัมปชัญญะเขาจึงจะเรียกว่าฉากมีแต่หลับตานะตัดทวาร 5 หมดแล้วจิตใจอยู่ข้างในทีนี้ส่วนมากปฏิบัติแบบกสิณจะต้องมีตัวติด หรือจะต้องมีภพมีเรื่องมีลูกมีศีลมีอะไรต่ออะไรเกาะพอหลับตาก็เป็นจริงในจิตแล้วก็เห็นอะไรอยู่หรือว่ามีอะไรเกาะอยู่ต้องมีอารมณ์อะไรอยู่ฉันอารมณ์นึงนะอารมณ์นั้นจะต้องเป็นเรื่องราวเป็นเรื่องราวเป็นสีเป็นรูปถ้าใครไปเกาะไฟก็เอาภาพไฟเข้าไปไว้ในจิตใครไปก่อภาพดินก็เอาดินไปไว้ในจิตใครไปเกาะภาพน้ำตอนน้ำมันไม่ได้กินทีนี้ใครไปเกาะภาพลมหายใจนี่แหละตัวสำคัญที่มันเป็นญาติที่ไปนั่งบอกว่าเอาเพลงสิพูดเข้าโทรออกพุธเข้าโทรออกพอเวลามันปรับทวารทั้ง 5 แล้วไม่รู้มันออกมันเข้าอยู่ตรงไหนลมมันไม่มีไอ้พุทโธก็หายไปปุ๊บก็หายไปโทรก็หายไปหรือจะนึกถึงคำพูดคำว่า อยู่ก็มีแต่ตัวพุทธโธเป็นภาษาระลึกรู้ภาษาเท่านั้นเองส่วนมากมันจะเปลี่ยนสภาพไปเกาะกับสภาพที่เราจะจดจ่อรูปถ้าเราลืมตาซะตาก็ดูรูปดินรูปน้ำรูปลมรูปไฟอะไรได้พอหลับตาแล้วพระกสิณดินน้ำลมไฟก็เอาภาพของไอ้นั้นปิดตาเขาไว้ในจิตแล้วก็ปั้นภาพไว้ทีนี้พอหลับตาเราไม่เล่นอย่างนั้นพุทโธนี่มันไม่มีอะไรมันเป็นลมใช้ลมหายใจเข้าออกมันไม่มีมันก็จะไปติดอะไรอันนึงเป็นภาพแสงแสงสีๆพอหลับตาแล้วคนที่ยังมีกิเลสหรือยังมีเรื่องมากเลยมันจะเห็นสีแสงแสงเขียวแสงแดงเชียงแสนม่วงแสงอะไรต่ออะไรอยู่ตอนนั้นพวกที่เล่นพุทโธด้วยวิธีหรือว่าอะไรก็แล้วแต่สักที ลมหายใจไม่มีอะไรเป็นตัวเกาะเขาก็จะไปติดแสงอย่างนั้นอาตมาก็เคยเล่นมาเพ่งดินเพ่งไฟเพ่งแฟนจะมาไม่เคยเล่นจัดคือไม่ได้ไปเพ่งไฟจัดเพ่งเขียนเพลงอะไรนี่แหละเอาเข้าไปข้างในพอได้เข้าไปข้างในเป็นภาพไฟเป็นภาพแสงเทียนเป็นแพทย์ภาพอะไรแล้วแล้วก็ขยายมันออกภาพนั้นติดอยู่ในใจแล้วก็เป็นภาพเป็นมโนภาพเป็นจินตนาการเสร็จแล้วเราก็ขยายการขยายออกขยายเข้านี่เขาอธิบายว่าเป็นปฏิภาคนิมิตในขณะที่มันติดภาพได้แล้วก็จับภาพว่าอยู่เขาเรียกว่าอุกนิมิตถ้ามันหลับไปแล้วได้บ้างไม่ได้บ้างเขาก็เรียกว่าเป็นแค่อะไรอะไร สมาธิอะไรเขาเรียกนิมิตไม่มีนิมิตน่ะมันมีเข้าไปก็มีประสิทธิภาพกันนิมิตนิมิตก็คือรูปที่เห็นนี่แหละแล้วก็ไปขยายถ้าจับได้เขาเรียกว่าจับได้มั่นและเรียกว่าจับได้มันมีรูปมีด้านมีตัวมีตนทีนี้เล่นกับมันเลยทีนี้ประสิทธิภาพก็คือขยายออกขยายเข้าจะทำให้เล็กลงจะทำให้ขยายตัวออกจะทำให้เป็นหลายดวงหลายตัวอะไรแล้วแต่จะทำให้หายไปจะทำให้มีขึ้นแล้วแต่เล่นยาทายาขวาย้ายขึ้นย้ายลงเล่นอะไรต่ออะไรคือจิตปั้นรูปนั้นเล่นอยู่ให้มีสภาพนั้นอยู่จิตมันก็จดจ่ออยู่กับเรื่องนั้นเหมือนกับเราเล่นกันอะไรเราก็สนใจอยู่กับอันนั้นเท่านั้นเองทำให้จิตของเราไม่ไปก่อสร้างกิเลสไม่ไปก่อ รถเครื่องเสียงสัมผัสไม่ไปสร้างวิมานอื่นสร้างวิมานใดในขณะนั้นแต่จิตของเราก็ติดการเล่นกับสิ่งนั้นถ้าขยายดวงไฟก็เล่นกับดวงไฟจิตก็จะทนยิ่งฝึกมันก็ยิ่งเก่งยิ่งฝึกมันก็จะทนอยู่จะเล่นอยู่กับอันนี้ได้นานๆๆๆเข้าจิตก็จะเกิดความสามารถเกิดความเคยเกิดความเก่งรวมกำลังจิตก็ได้มากมายก็เป็นจริงนะอยู่ได้นานๆมีประสิทธิภาพแข็งแรงเก่งเท่าทนทานข้าวที่นี่เขาก็เลยตัดสินใจก็ไปเล่นสกินเร่งบันดาลเป็นร้อนบันดาลเป็นหนาวบันดาลเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ดิตอนนี้เอากำลังเอาพลังจิตหรือแม้ว่า แบบลมอย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้เพราะเวลาเข้าไปในจิตปรับทวาร 5 แล้วมันไม่มีลมอ่ะเพราะมันไม่มีหรอกบางคนสร้างลมภายในเหมือนกันจะสร้างรูปลงไปภายในฟังดีๆนะเขาเข้าใจเลยว่ามีลมข้างในโอ้โหลมดันขึ้นข้างบนลมดันลมข้างล่างลงไปโน่นมานี่มีอะไรต่ออะไรอันนี้อาตมาบอกขอบอกเลยก็ได้ว่าอาจารย์ลีเนี่ยอธิบายไว้มากเรื่องลมภายในล้มเบื้องบนลมเบื้องล่างลมเบื้องซ้ายเบื้องขวาเหมือนกันเลยก็สร้างนิมิตรูปไฟโยกไฟไปซ้ายโยกไปไปขวาโยกไปเป็นเบื้องบนโยกไปเป็นเบื้องล่างขยายไฟให้ดวงโตขยายไปขี่รถให้ลุงเล็กขยายเป็นหลายดวงเหมือนกันเลยสมมุติเป็นยิ่งลงมันยิ่งสมมุติหงายที่ของมัน มีตัวตนมันไม่มีรูปเหมือนไฟด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นพอหลับตาก็บอกว่ามันจะมีลมเหมือนมันมีลมเข้าลมออกเหมือนเป็นรูปรอยอาการอย่างนั้นแล้วก็ดันขึ้นดันลงดันไปนู่นดันมานี่ไปข้างโน้นทางนี้เป็นนู่นเป็นนี่เป็นจินตนาภาพเป็นจินตนาการทั้งสิ้นเรียกว่าอุปทานหรือมโนราห์เป็นอัตตาชนิดหนึ่งที่เราสามารถสร้างขึ้นได้โดยจิตของเราเองมโนก็ยังมโนแปลว่าโดยจิตอันเป็นของเราเองแล้วเราก็ปั้นเป็นอัตตาอันนี้ไว้ได้เพราะทางซ้ายนี่ก็เป็นพระพุทธรูปพระแก้วลูกแก้วอะไรก็ตามแต่เอามาไว้เหนือสะดือล่างสะดืออะไรต่างๆนานาไอ้ลูกแก้วมันก็อยู่ข้างนอกเพลงให้ตายยังไงคุณไม่ได้เอาลูกแก้วเข้าไปไว้ข้างในพุงใน คุณหล่อไม่มีมีแต่มโนภาพเอามาไว้เหนือสะดือ 1 นิ้ว 2 นิ้วอะไรก็ตามแต่คุณก็ตั้งเอาเองสมมุติแล้วก็เลื่อนขึ้นเลื่อนลงเลื่อนมาไว้ใจกลางแล้วก็เพลงซ้ำแทรกเข้าไปให้ละเอียดเข้าไปข้างในแล้วก็สร้างภาพไปเห็นไปเห็นภาพธรรมการขออภัยนะผู้ใดที่ไปศึกษาทางด้านธรรมกายมาก็วันนี้ยังไงยังไงขออภัยอาตมาไม่ได้โกรธได้เกลียดทางด้านธรรมกายอะไรหรอกนะแต่วันนี้จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องพูดถึงกันบ้างนะจะได้บอกว่ายกตนข่มท่านก็ขอเป็นมิตรเคหะวาทีเต็มที่นิกายวาทีแปลว่าบุรุษของผู้อื่นมีในพระไตรปิฎกมี ได้ข่าวว่าจีนพระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าที่มักพูดข่มผู้อื่นอยู่เสมอนิกายวาทีขอยอมยอมรับจะหาว่าอาตมาเลวก็ขอเร็วก่อนจะหาว่าพฤติกรรมอย่างนี้เป็นของเหลวก็ขออยู่ก่อนอาตมาพูดได้รู้ตัวด้วยปัญญาเพื่อที่จะอธิบายถ้าใครเป็นโทษก็ทำใจว่างๆหน่อยอยากเห็นโทษอาตมาอธิบายเพื่อรู้เพื่อให้เข้าใจถ้าคุณเห็นไม่อยากรู้ดีคุณก็ไปเอาอย่างโน้นอยู่อาตมาไม่ได้เป็นห่วงห้ามอะไรแต่ถ้าใครเห็นว่าไม่ดีก็ก็ฟังดูจะดีหรือไม่ดีอะไรดีกว่ากันคุณก็เลือกเอาคุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกทุกอย่างทั้งหมดเวลาไปเพ่งลูกแก้วลูกอะไรแล้วเนี่ยแล้วก็มาบอกว่าไม่ใช่ลูกแก้วเดี๋ยวนี้เป็นตัวองค์พระแก้วเลยนะเห็นว่าจะสั่งพระแก้วให้ญี่ปุ่นรอให้ญี่ปุ่นทำมาเพราะว่าญี่ปุ่นทำละเอียดดีเหมือนกันนะอา ดุลการค้ามันยิ่งตกต่ำยิ่งจะต้องไปให้ไอ้ยุ่นหล่อพระแก้วมาให้เอามาเพื่อที่ทุกคนที่จะต้องได้พระแก้วเป็นเพลงนี้เพลงแล้วก็เหมือนดินเกาะเป็นรูปได้ก็เป็นรูปพระแก้วอยู่ข้างในนี้ไปไหนไปไหนคือว่าเขาเองเขาสอนมากไปกว่าหลับตาอยู่ตรงที่ว่าแม้แต่คุณจะไปไหนคุณก็ให้พระแก้วอยู่กับเรานะให้อยู่อยู่กับเรานี่อยู่เหนือสะดือ 1 นิ้วนี่เสมอไปไหนขึ้นรถลงเรือไปนู้นไปนี่ก็ค่อยขอให้พระเจ้าอยู่ที่เราทางโน้นก็อธิบายเป็นลืมตาด้วยก็ไม่ได้เอาแต่หลับตาเพลงแต่ก่อนแล้วก็หลับตาให้มันเกิดที่นี่ไม่ได้จนกระทั่งแน่นแน่นจนกระทั่งอาทิตย์นี้ไปไหนมาไหนคุณก็ต้องระมัดมีพระแก้วอยู่ที่ตัวด้วยเค้าใช่ เพชรเกษมและก็ให้ระลึกรู้ตัวอยู่กับพระแก้วแต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าอารมณ์จิตมันไปเกาะไปเกี่ยวอะไรต่ออะไรสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายและเกิดยังไงยังไงขึ้นมาไม่ให้ลมเข้ามาอยู่ที่พระแก้วหมายความว่าขุดรูให้จิตของเราอยู่ตรงนี้อย่าไปปรุงอย่าไปยุ่งอย่าไปสร้างอะไรเป็นแบบสมถะกระทบและก็ยังมาอยู่กับพระแก้วแต่มันจะยิ่งจะเกิดอารมณ์ในวันนี้ไม่เอามาอยู่กับพระเจ้าแล้วมันก็ไม่เกิดได้เหมือนกันมันจะว่าไม่มีประโยชน์มันก็มีประโยชน์บ้างเหมือนกันแต่ทีนี้ก็อธิบายว่าเพลงลงไปกินในพระแก้วจะมีกายทิพย์ต่อไปเพ่งก็ไปชนแล้วจะเป็นกายของพระโสดาเป็นรูปอย่างนั้นรูปอย่างนี้ลูกนี้ก็เป็นอุปทานก็บอกแล้วนี่เขียนรูปบอกด้วยใครมันก็นึกได้เองแล้วมันก็ไปสร้างเพ่งก็ไปจนกระทั่งเห็นรูปนี้เกิดใน สภาพที่นั่งหลับตาเพ่งเพราะเป็นลูกนี้จริงๆคุณฝันเจออะไรคุณก็สร้างรูปนี้เกิดโดยเจตนาไอ้ขวัญไม่ได้เจตนาแต่อันนี้เป็นเพ่งเขาแล้วก็สร้างรูปนี้เกิดมันเกิดโดยเจตนามันเกิดได้เกิดได้ก็สมใจโอ้โหสำเร็จแล้วสำเร็จแล้วได้แล้วพบแล้วคบมันก็พบจริงๆก็นึกว่าเรามันหลุดทำแต่แท้จริงเป็นอะไรมโนอัตราตัวเก่ามโนมันจะอัตตาตัวเก่าคืออัตตาตัวตนสภาพนี้ที่เราพยายามสร้างจนสำเร็จลงในจิตมโนไม่อาจตายแปลว่ารูปที่สำเร็จโดยจิตปั้นขึ้นจนสำเร็จสร้างขึ้นจนสำเร็จสำเร็จโดยจิตเองเป็นเองจนได้ แล้วดังจริงๆพอได้แล้วนึกว่าบรรลุพอไปเพลงก็ไปนี่เขาก็ให้แต่เพลงแทงเข้าไปอีกแทงเข้าไปอีกเป็นอุบายให้คุณจดจ่อให้จดจ่อจะจ้องจะจ้องอยู่ที่นั่นอย่าให้หลุดถ้าคุณไม่เพลงไม่ได้นะกายละเอียดมากยิ่งเป็นโสดาสกรีนท้ายยิ่งเกลียดเข้าไปอีกจะเป็น 4 แฉกจะเป็นสีแดง 5 แบนอาตมาเองก็จำที่เขาอธิบายไม่ได้เคยอ่านเหมือนกันเคยศึกษาแต่บอกตรงๆอาตมาไม่ได้ไปนั่งเรียนด้วยสำนักงานแต่อาตมาอ่านวิธีการอาตมาไม่สงสัยอาตมาเข้าใจมีพวกเราที่มาบวชอยู่กับพวกอาตมาเคยไปศึกษากับพวกโน้นมาหลายปีอยู่กันมาทำมามีนะเสร็จแล้วก็เพลงนี้ไปจนกระทั่งไปได้ภาพได้รูปตามที่เขากำหนดบอกกันไว้นี่เขาก็บอกว่าเขาได้บรรลุโสดา พอได้เพลงไปถึงจุดนี้ได้เพลงแทงเข้าไปถึงอันนี้ได้รูปนี้เป็นสกิทาได้ลูกคนนี้เป็นอนาคาได้รูปวันนี้เป็นร้านอาหารเขาว่างั้นนะแต่อาตมาก็ไม่ได้ฟังรายละเอียดว่าใครบรรลุอรหันต์แล้วกี่องค์ด้วยวิธีเพ่งแทงลงไปพรุ่งนี้อาตมาก็ไม่ไม่ได้รับฟังต่อก็เป็นแต่เพียงได้รับทราบคร่าวๆอย่างนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะได้ทำพิธีนี้ได้จนกระทั่งนั่งหลับตาทำได้เขาก็จะให้มันลืมตาทำให้ได้โดยวิธีลืมปลากระพงแทนก็ไปถึงอารมณ์พวกนี้จิตก็จะเกาะอยู่กับลูกไปอย่างนี้ตลอดไปไปไหนๆก็จะเฉยจะสังเกตได้ว่าทิศทางของคนทางนี้ผู้ปฏิบัติธรรมทางนี้จะเฉยเฉยไม่เอาภาระอะไรกับใครเป็นคนใครจะยังไงเป็นยังไงจะขึ้นฟ้าลงดินจะมีอะไร อะไรยังไงไม่เอาหลบเป็นวิธีเอาจิตหลบหลบเข้าไปอยู่กับนี่ท่าเดียวแปลว่าหนีโลกโลกก็จะเป็นจะตายยังไงไม่เอาถ่านใช้ฮีโร่ไม่เข้าใจความจริงตามความเป็นจริงไม่เกิดญาณทัศนะวิเศษปฏิเสธโรคปฏิเสธรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสหมดไม่ได้รู้เท่าทันรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสและอยู่เหนือมันไม่ใช่ไม่ใช่โลกุตระอย่างนั้นแต่เป็นสภาพที่หนีไม่เอาไม่รับถ้าใครยังไปรับใครจะเอามาใกล้มาคิดนี่ถือว่าไม่เก่งนะนี่เป็นของความเห็นของทางนี้แต่ความเห็นของพุทธหรือที่อาตมายืนยันว่าถูกอาตมายืนยันนะอย่าเพิ่งเชื่ออาตมานะนี่เป็นความยืนยันของอาตมาอาตมายืนยันว่าถูกนั้น ไม่ใช่หมีรู้เสียงก็อย่างนี้กลิ่นก็อย่างนี้รถก็อย่างนี้ลูกก็อย่างนี้สัมผัสก็อย่างนี้แต่เราไม่มีอารมณ์กิเลสไม่มีฉันทะไม่มีกามฉันทะพยาบาทไม่มีอะไรเลยทีนี้ถ้ายังไม่ต้องกล่าวถึงเพราะว่าไม่ได้มีเชิงหลักตายแล้วก็หลบหลบหนีหลับไปไม่ต้องเพราะฉะนั้นถ้ายิ่งไม่ต้องกล่าวเห็นความจริงตามความเป็นจริงไม่ได้ฟุ้งซ่านไปคิดเอาคะแนนเอาขาดเอาด้วยเห็นจริงๆสัมผัสจริงๆรู้ตัวว่าเป็นปัจจุบันเลยเดี๋ยวนี้ลูกก็อย่างนี้รถก็อย่างนี้กลิ่นก็อย่างนี้เสียงก็อย่างนี้สัมผัสก็อย่างนี้เย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างนี้แต่เราไม่มีโลภะไม่มีโทรศัพท์ไม่มีกามไม่มีกิเลสกามไม่มีกิเลสติดไม่มีเพราะว่าตัณหาไม่มีกามตัณหาไม่มีจริงๆดูเนื้อมันจริง เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอะไรเราพิจารณารู้ด้วยว่าเราจะร่วมด้วยหรือไม่ร่วมด้วยเราจะอนุเคราะห์ไปด้วยกันหรือเปล่าถ้าไม่อนุเคราะห์เราจะวางจะปล่อยหรือจะวางเลยพอเออรู้แล้วล่ะอันนี้มันหยาบไปอันนี้มันวุ่นมากไปไม่เอาอันนี้เอ้าช่างเขาเถอะทำเพื่อเขาด้วยตัวเราเองไม่ได้เกิดก็เกิดชาติตัวเราเองไม่ได้ติดไม่ได้ยึดอะไรหรอกเอ็งไม่ได้เสียอะไรอ่าเป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วยถ้าอย่างนี้แล้วก็เป็นพุทธทำได้แต่ทีนี้กลับไปหาไม่ใช่พุทธอีกไม่ใช่พูดด้วยวิธีนี้เขาไม่ได้วิเคราะห์ออกมาเลยว่าอารมณ์ของโลภะอารมณ์ของโทรศัพท์เป็นอย่างไรปนยังไงมีอาการยังไงก็ไม่ได้วิเคราะห์อย่างน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive