220802-2-144 ทางเอกภาค2-ตอน144(หน้า300)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพุทธทาสอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 16 ที่พุทธสถานสันติอโศกและที่นี้เราก็มาสู่บทเรียนและหน้า 300 ที่เราได้บรรยายกันมาในทางที่มีตอนนี้เรากำลังเข้าเรื่องของวิปัสสนูปกิเลสจั่งได๋พยายามอธิบายที่จริงมันก็มีซับซ้อนเป็นสภาพแวดล้อมไปอีกหลายชั้นในความรู้เบื้องต้นท่ามกลางบ้านปลายแม้แต่คำว่าโอภาสคำว่านี่เป็นหมู่ 1 หรือเป็น ของอุปกิเลสที่เรียกว่าวิปัสสนูปกิเลสคือเป็นสิ่งที่ได้ประพฤติปฏิบัติขึ้นมาแล้วแล้วมันจะมีสิ่งที่เกิดผลให้ผลที่เกิดนั้นแล้วเราก็ไปหลงติดมันเป็นหลงไหลมันแล้วก็ไม่เคลื่อนพยายามทำความเข้าใจให้เพียงพอแล้วก็เพิ่มฐานใหม่ประพฤติปฏิบัติให้ตนเองหลุดพ้นสิ่งนั้นไปใช้อันนั้นเป็นฐานแล้วเราก็ทำความเจริญยิ่งยิ่งขึ้นกว่านั้นเราไม่ได้ทำอย่างนั้นเราก็เลยติดจมอยู่นั่นแหละแล้วหลงดีใจและหลงติดหลงมีหลงเป็นหลงได้แค่นั้นเองเป็นคนมีสมบัติอยู่เท่านั้นเราได้ออกที่ปรารถนาปฏิบัติบางสิ่งบางอันที่บอกว่าเราได้นี้เนี่ยเราได้ของวิปัสสนา แท้จริงมันไม่ใช่ผลของวิปัสสนาเลยนี่ก็ย้อนจะย้อนให้ฟังอีกนิดนึงเช่นไปหลงใหลฌานหลับตาหลับตาแล้วเขาก็ไปหลงลูกไหนว่าการวิปัสสนาคือการนั่งหลับตาเข้าแล้วก็เพลงอะไรก็แล้วแต่เข้าไปแล้วก็ไปตัดสินเป็นอะไรต่างๆนานาจนจิตของเราเข้าไปพบสภาพโอภาสแต่เอาดูๆๆซึ่งมันอย่างนั้นมาแต่ไหนว่าเป็นแสงสว่างได้รับแสงสว่างเจาะแสงสว่างแล้วหลับตาเข้าไปเกิดแสงสว่างสว่างอยู่ในจิตมีสภาพรูปและสภาพรูปแห่งแสงสว่างไม่ใช่หมายความว่าคำว่าสว่างนั้นคือปัญญาคือความรู้ ธาตุรู้ที่มันรู้รู้ดีรู้ชั่วรู้ทุกข์รู้สุขรู้จิตรู้วิญญาณรู้อะไรที่มันเป็นความรู้ที่รู้อะไรขึ้นมามันไม่ใช่อย่างนั้นมันกลายเป็นมันได้สัมผัสแสงสว่างเห็นแสงสว่างและมีตัวแสงสว่างนั้นอยู่ในอารมณ์จิตแ
อ่านต่อ
ละเราเองเราก็อาศัยแสงสว่างนั้นอยู่จิตก็เลยติดอยู่อันนี้ไม่ฟุ้งซ่านไปอื่นอาศัยอยู่อย่างนี้เลยเข้ามาเอาตัวความรู้สึกของเราเข้ามาอยู่กับความแสงสว่างนี้เลยก็นึกว่าโอภาสถึงแสงสว่างอย่างนี้เป็นวิปัสสนาเป็นผลของวิปัสสนาทั้งๆที่มันยังไม่เป็นรูปเป็นนามมันเป็นแต่เพียงสภาพอันนึงเป็นรูปด้วยซ้ำไปแล้วเราก็หลงวันนี้เราได้สิ่งนี้บางคนก็บอกว่านี่คือความ นี่คือสุญญตานี่คือภูมิภาคนี่คือแดนนิพพานผู้ร้องผิดอย่างนี้ก็มีแล้วก็เลยได้เสพสมสุขสมอยู่ที่นี่เท่านั้นเขาก็อธิบายว่านี่คือวิปัสสนาปฏิเสธอันหนึ่งเหมือนกันที่จริงยังไม่ใช่ผลของวิปัสสนาจริงเลยโดยสัจจะมันเป็นความหลงผิดของคนคนหนึ่งที่เขาเข้าใจผิดแล้วเขาก็นึกว่าสภาพอย่างนี้แหละคือปฏิบัติธรรมอย่างนี้แล้วเขาก็จะได้อันนี้มาเป็นผลและเขาก็คิดว่านี่แหละคือวิปัสสนาแต่ถ้าวิปัสสนานี่เป็นไปด้วยความเรื่องปัญญาหรือว่าเป็นปัญญาเป็นเรื่องสำคัญแต่นี่เขาเป็นลูกลูกนี่มันไม่ใช่น้ำด้วยไม่ ปัญญาด้วยลูกเสร็จแล้วก็ไปติดยึดอยู่แค่นี้ถ้าไม่เลื่อนชั้นเลื่อนฐานอะไรขึ้นมาก็ยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่แล้วทีนี้ถ้าบอกว่าพวกสายนี้เนี่ยสายที่เรียนแบบนั่งหลับตาแล้วก็เกิดเห็นเกิดรู้เกิดได้อะไรมาอย่างนี้นี่นะเขาก็จะได้สิ่งอย่างนี้ไปได้ไปเรื่อยๆแล้วเขาก็จะติดลูกอย่างนี้ไปเรื่อยๆแล้วเขาก็จะอธิบายเป็นเชิงที่ไม่ค่อยคลี่เพราะว่าพี่เป็นยังไงปกติเป็นอย่างไรเขาก็จะอธิบายปนปนๆอยู่ก็เนี่ยว่าได้ไอ้นี่แล้วมันก็จะดีใจดีใจแล้วมันดีและความสงบเพราะฉะนั้นแม้แต่ความสงบและความดีใจของปิตินี้ก็จะต้องรู้ให้ได้แล้วก็ลดความปิติดีใจที่มันได้แสงสว่างนี้อย่าไปดีใจกับมันเห็นจริง แสงสว่างแล้วเราก็เฉยกับมันเสียแล้วก็ได้แสงสว่างนี้ถ้าเราสงบลงความดีใจก็ไม่มีรถปิติลงได้นั่นแหละชาญที่สูงขึ้นแล้วเราก็จะสงบเป็นปัสสัทธิมันมีประสิทธิภาพสงบแล้วก็เฉยๆที่จริงไม่ต้องไปลดอะไรหรอกถ้าคนที่เคยนั่งทานแบบนี้ถ้าได้แล้วจนชินพอหลับตาก็ไปถึงนี่มันก็เป็นอย่างนี้มันก็ไม่ดีใจอะไรไม่ต้องมีปิติแตกอะไรหรอกมันก็สงบอยู่ในตัวเป็นภาษาที่อยู่ในตัวถ้าเราติดนะเค้าติดอยู่ที่แสงสว่างเฉยๆอยู่กับมันพักผ่อนอยู่ที่นี่มีความสบายๆอยู่กับแสงนี้นั่งแช่อยู่กับแสงนี้ไปใหม่ๆมันจะไม่แสงสว่างทีเดียวแสงมันจะมีสีแดงสีเหลืองสีเขียวสีม่วงสีอะไรต่ออะไรนานาชนิดเลยวูบปากมันก็จด จอติดก็อยู่กับมันแสงสีเขียวสีแดงสีม่วงสีเหลืองเปลี่ยนไปนานๆเข้ารอคอยควบคุมได้เราอยากให้เป็นแดงก็เป็นแดงอย่าให้เป็นเขียวเป็นเขียวอย่าให้เป็นเหลืองก็เป็นเหลืองอยากให้เป็นสว่างก็เป็นสว่างปรับเข้ามาหาสว่างไม่มีเขียวเหลืองแดงอะไรนี่ปรับยากกว่าจะเป็นสีแสงสว่างเฉยๆไม่มีเหลืองเขียวแดงอะไรยากจนกระทั่งมันได้สภาพที่มีแต่แสงสว่างโพรงแล้วก็ไม่ได้ไม่ต้องเราไม่เอาเขียวเหลืองแดงเป็นสภาพเป็นสีเป็นแสงเป็นแสงสีเหมือนกันเถอะแสงสีเทคนิคเราตัดแสงสีเทคนิคออกมีแต่แสงสว่างโปร่งๆอยู่เฉยๆแล้วเราก็ไปว่านี่เป็นความสำเร็จชั้นนึงที่จริงมันก็เป็นความสำเร็จคือจิตของเรามีอำนาจขึ้นมาที่จะไม่ไปอุปทานหรือว่าไม่ไปเอาอะไรมาวุ่นวายมากนะการ ของเราไปกลายเป็นสีเป็นอะไรต่ออะไรไปมันก็เป็นความที่ถูกครอบงำโดยอำนาจจอนในโลกจอมันไปมันเคยชินเพราะทุกอย่างมันไม่มีนิ่งแล้วมันก็จะเป็นอะไรเป็นสภาพไปในตอนนี้มันก็เอาแต่แค่ว่าสภาพการแสดงออกโดยสัญลักษณ์อย่างสีมันก็สัญลักษณ์อย่างสีเขียวเหลืองแดงอะไรต่อไปสีม่วงมีเหลืองมีก็มันก็เป็นความสำนึกนั่นแหละมันเป็นจิตอุปทานเวลาล้างอุปทานนี้ออกได้บ้างไม่อุปทานถ้าท่านรู้มันก็เหลือแต่แสงสว่างโพลงเฉยๆมันก็แกงชั้นนึงแล้วเรายิ่งไปเข้าใจเป็นมีทิฐิมีความเห็นว่าโอ้ยนี่เราเป็นผลแห่งการปฏิบัติวิปัสสนาหรือว่าการปฏิบัติทางจิตได้อันนี้มาชื่นใจอยู่กับอันนี้จิตก็ผูกพันก็อยู่สบายมันก็สบายมันก็ว่างๆเหมือนกับเราอยู่เฉยๆว่างๆตรงนั้นแล้วไม่ต้องคิดต้องนึกก็ได้เราไม่ ต้องว่าเราไม่ต้องกระทบสัมผัสก็ไม่ต้องไปเดี๋ยวก็วูบก็ว่าก็อารมณ์ชอบใจไม่ชอบใจอะไรมันก็จริงนะมันก็สบายนะสบายที่เราสามารถที่จะทำมันนานๆจนกระทั่งเราให้มันเป็นอย่างนี้อยู่ได้นานๆก็แช่อิ่มไปเรื่อยต้องใช้ความพยายามฝึกปรือเลยไม่ฝึกปรือก็ไม่เป็นไปหลุดร่อนออกมาได้ง่ายๆตกออกมาจากสภาพนี้ง่ายเพราะว่าจิตของเราเคยปรุงจิตของเราเคยวุ่นวายกับโลกนี้มากมันจะสามารถในช่วงนึงเท่านั้นเองมันจะอยู่ไม่ได้นานหรอกต้องพยายามยิ่งเปลี่ยนพยายามก็ยิ่งด่ายิ่งได้ก็ยิ่งได้ก็ได้ก็ได้ก็อยู่แค่นี้คุณจะทำไปอีก 80 ปีในอายุแห่งชีวิตคุณทำไปคุณก็จะแคล้วคลาดแล้วคุณก็จะได้แค่นี้หลงแค่นี้ไปมีบัตรสนุกไปกิเลสเป็นกิเลสแค่นี้ก็ได้และความดีใจ ที่กล่าวแล้วว่าไปปิติยินดีสิ่งนี้มันก็จะลดลงคุณยิ่งสามารถมากขึ้นคุณยิ่งทำได้มากขึ้นในความดีใจอย่างว่าในปิติยินดีที่แปลกันโดยแบบโลกีย์ผมบอกแล้วว่าเป็นรถโลกีย์ปิติยินดีที่ชอบใจสมใจในสิ่งที่เรากำหนดหมายแล้วเราก็ได้สมใจแล้วก็เป็นอาการแสบสมนะแล้วเป็นลมกี่รสแล้วเราได้สิ่งนี้มาเป็นวิปัสสนาว่างั้นนะมีเป็นผลก็วิปัสสนาแล้วเราก็ชื่นใจเป็นอารมณ์นี้เราเรียกว่าปิดๆปิติอันนี้ผมบอกแล้วว่าเป็นเชิงโลกีย์ฟังดีๆแล้วก็อธิบายสอนแล้วก็พยายามมาแต่ในนี้ยังไม่ได้อธิบายซ้อนขึ้นไปถึงขั้นปรมัตถ์อย่างนั้นหรอกอธิบายเป็นขั้นตามอย่างที่เกจิอาจารย์ก็อธิบายแต่ก็บอกความเป็นจริงในฐานะ 1 ท่านหนึ่งในตัวหนังสือเนี่ยท่านเป็นจริงในฐานะหนึ่งให้รู้ตามวันนี้แล้วก็ให้เขยิบส่วนที่ดี ดีกว่านั้นและสิ่งที่เป็นภูมิสูงกว่าที่เราจะไปหลงใหลอันนี้นี่เป็นขั้นตอนอันนึงเท่านั้นแต่ไม่ได้อธิบายเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนจนกระทั่งถึงขั้นโลกุตระอย่างดีผมอธิบายปิติอธิบายให้พวกคุณฟังผ่านมามากมายแล้วเวลาอธิบายปิติเป็นปรมัตถ์เป็นโลกุตระก็อธิบายเป็นโลกิยะก่อนแล้วคุณจะรับมันเลยยิ่งดียิ่งรู้ดีเห็นดียิ่งขึ้นเรียกว่าตัวปลดปล่อยก็มีอยู่ในตัวนี่เป็นพิธีฌาน 2 ก็หมายความว่าวิตกวิจารนั้นง่ายขึ้นใช้ภาษาจะบอกว่าเราวางจากวิตกวิจารณ์อย่างที่เราอธิบายชายอธิบายถ้าใครสังเกตดีๆวางจากวิตามินการก็ได้ไม่ว่าวางจากวิตกวิจารณ์แต่ว่าหมายความว่าเราเองไม่ ใช้ความกำหนดความควบคุมความระมัดระวังหรือว่าความเคร่งๆอยู่กับไอ้นั้นตอบอารมณ์เพ่งมันได้แล้วมันไม่ต้องเพ่งอารมณ์เกราะมันไม่ต้องเกาะมันกลายเป็นทำได้เขากิเลสก็เผาได้ทำสภาพที่จะให้เกิดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันก็ทำได้ง่ายขึ้นแล้วเราจึงเรียกว่าตัวปล่อยวิตกวิจารณ์ปล่อยภาพต้นสภาพประถมไม่ชานมาเป็นปิติปิติก็เป็นตัวลูกที่เกิดเจริญจากองค์การที่ 1 ดียิ่งขึ้นรู้ดีเห็นดีเข้าใจสภาพดีนี่ยิ่งขึ้นถ้าคุณจะมีอารมณ์กิเลสซ้อนอีกกิเลสโลกีย์คุณทำได้ทำดียิ่งขึ้นแล้วคุณก็จะดีใจขึ้นมาอีกว่าคุณได้ดีขึ้นมาอีกแล้วหนอ ก็ไปเกิดที่ไหนโลกีย์ของคุณอีกนั่นแหละแต่ถ้าคุณไม่มีมันก็เป็นตัวดีที่ดียิ่งขึ้นเป็นปิติเห็นดีรู้ดีจะบอกว่ายินดีมันก็เป็นสภาพดียิ่งขึ้นจริงๆเป็นสภาพดียิ่งขึ้นจริงๆชัดๆเลยมันเป็นได้เพิ่มจริงๆได้เพิ่มจริงๆแล้วต่อจากนั้นไปอีกเป็นปัสสัทธิเป็นสภาพสงบระงับเราก็จะมีความสงบระงับอธิบายสงบระงับก็เป็นภาษาซ้อนและสงบระงับจากดินที่ต้องพิจารณาเป็นอธิบายสภาพซ้อนก็ได้ก็อธิบายโลกีย์อย่างโลกียะอารมณ์มันวุ่นมากมีแต่วิจารณ์ต่อไปยังทำงานหนักปิติกฎหมาย ดีใจแรงก็ลดลงมาก็เป็นปกติอันนี้อธิบายโลกีย์ง่ายๆแต่อธิบายทางเชิงโลกุตระแล้ววิตกวิจารณ์นี่หมายความว่าไม่ต้องใช้พลังที่จะต้องกระทำอย่างนี้อย่างมากเหมือนกับเราเป็นช่างฝึกหัดสมัยแรกๆไปฝึกหัดกฎหมายต้องพยายามต้องเคร่งกับมันต้องอู้หูยลมแรงเหงื่อแตกเลยกว่าจะจับเป็นเงินเป็นอย่างนี้ได้ไม่แต่พอเราฝึกไปตั้งนานแล้วพี่ต้องวิจารณ์เนี่ยไม่ต้องไปใช้พลังที่ไม่ต้องไปใช้อำนาจอะไรควบคุมมากมายหรอกแคลคอมง่ายขึ้นเบาขึ้นเบาขึ้นแก่ขึ้นดีขึ้นแล้วเราก็มีจิตตัวเองรู้ดีของเรายิ่งขึ้นตัวนั้นก็เป็นตัวมิติซ้อนอยู่ในนี้รู้ดีเห็นดีเข้าใจดียิ่งขึ้นยิ่งเกิดปัญญาเข้าร่วมด้วยปัญญานั้นยิ่งเห็นชัดเข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงเหตุถึงปัจจัยถึงที่ไปที่มาถึงความเกี่ยวพันถึงต้นตอถึงที่ มันไปเป็นขั้นเป็นตอนเป็นอะไรซับซ้อนยังไงเราก็เข้าใจกันอีกมันยิ่งรู้ดีรู้ดียิ่งขึ้นไอ้ความขี้เกียจเรียบร้อยราบรื่นประสาทที่แปลว่าเก่งก็ได้ความที่เราจะเก่งก็เก่งยิ่งขึ้นความที่เราจะเรียบร้อยราบรื่นมันทำให้ดียิ่งขึ้นได้มันก็ยิ่งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพราะปกติจึงไม่ได้หมายความว่าสงบง่ายๆภาษาตื้นๆเขินๆสงบคือดับลงหยุดลงเลวลงไปอย่างนั้นเป็นความหมายที่ง่ายและความหมายอย่างนี้ถ้าเราเอาคำว่าดับว่าหยุดว่าตายไปเลยเนี่ยเอามาจำเพาะดับกิเลสดับอารมณ์ชั่วดับจิตที่มันเป็นมีบทบาทออกบทบาทความเลวเนี่ยบทบาทความเร็วนี่มันเบาลงหายลงจางลงแล้วจนมัน มันไม่มีบทบาทเลวที่อยู่ในจิตเราเลยถ้าเอาคำนี้ความหมายดับหรือหยุดอันนี้ไปใช้กับกิเลสตรงๆอย่างนี้ก็ตกลงทีนี้โลกุตระนั้นน่ะยิ่งดับกิเลสลงไปได้จริงแล้วโลกุตระสำหรับกิเลสลงไปได้จริงนะยิ่งดับกิเลสลงไปได้จริงจิตมันยิ่งมีประสิทธิภาพรู้มีประสิทธิภาพเก่งมีสภาพที่เป็นอำนาจยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นคำว่าสงบคำนี้จึงไม่ได้หมายความว่าจิตนี้จะหยุดนิ่งตายเฉื่อยแข็งไม่ใช่เจ็บยิ่งคล่องแคล่วยิ่งไม่มีอะไรถ่วงไม่มีอะไรทำให้จิตนี้สะดุดจิตนี้ไร้อำนาจหรือว่าถูกถ่วงถูกดึงไม่จิตจะกลายเป็นจิตที่แข็งแรงกิจการเป็นจิตที่มีประสิทธิภาพกิจกรรม มีอำนาจเหนือเหนือยิ่งขึ้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นยิ่งจะไม่รู้ก็รู้ยิ่งขึ้นปัญญาก็แจ้งสว่างกว้างอำนาจของจิตหรือว่าสภาพของจิตประสิทธิภาพของจิตก็ยิ่งจะสว่างยิ่งขึ้นรู้แจ้งยิ่งขึ้นและมีกำลังจริงๆมีทั้งเจโตอำนาจเจโตว่า 10 ประตูมีทั้งปัญญาแรงมีทั้งธาตุที่จะสามารถหยั่งรู้หยั่งเห็นอย่างแทงได้ทะลุปรุโปร่งมันเป็นอย่างนั้นจริงๆเป็นปัจจัยเป็นความเก่งเพราะมีความสงบอยู่ในตัวสงบอะไรสงบแล้วอยากกิเลสมีกิเลสอันตรายอันดับสนิทไปได้หรือมันยังไม่ดับสนิทก็ตามแต่มันก็จะเหลือมีทุเรียนละอองหรือว่ามีสิ่งที่ยังเหลือเศษอะไรของคุณอยู่ก็ตามมันก็จะมีได้กินตามนั้นแค่นั้นเพราะ ยิ่งสูงได้องค์ชายของศาสนาพุทธนั้นจึงมียอกย้อนซ้อนอยู่จริงเป็นโลกุตตระคือมีความเหนือมีอำนาจที่เหนือไม่ใช่ถูกครอบงำถ้ายิ่งจะไปดับจิตดับจิตลงไปแล้วก็อำนาจดับมันลงไปนั่นแหละครอบงำแล้วเราก็กลายเป็นผู้ที่ทำลายธาตุรู้ทำลายจิตวิญญาณประสิทธิภาพในการที่จะใช้งานจะมีบทบาทจะมีกำลังคนมีกำลังคนที่จะไปทำอะไรต่ออะไรให้มันได้มากมายหรือว่าสร้างสรรค์มันไม่เป็นพลังที่ทำให้ก่อเกิดการสร้างสรรค์เป็นพลังที่ดับการสร้างสรรค์และโดยเฉพาะประดับที่ต้นต่อสุดท้ายเยื่อใยของพลังงานเหมือนไปถอดเอาแรงไฟฟ้าออกจากแบตเตอรี่เลยตกลงจะแบตเตอรี่ก็เลยไม่มีด้วยไอ้รถยนต์คันนี้หมดประสิทธิภาพเลย ดับตายตายแน่ๆตายทั้งร่างกายทั้งในเนี่ยมันซ้อนกันอยู่อย่างนี้รถยนต์นี่ก็ค่อยๆที่จะไปทำการให้มันเอาไอ้สิ่งที่มันตรงนี้มันถูกมันขัดไม่หยุดมันเถอะทำให้มันสงบเกิดถอดออกแบตเตอรี่ถอดออกไปเฝ้าไปเลยตายแหงๆอยู่ตรงนั้นน่ะรถยนต์ตายแล้วเขาก็บอกว่านี่ดับสนิทดับแล้วหยุดแล้วสบายแล้วก็สบายที่มันตายยังไงแล้วแต่ของคุณทำเป็นเช่นนั้นไม่ของผู้ที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใดที่ขัดข้องสิ่งใดที่เป็นโรคเชื้อโรคสิ่งใดที่เป็นสิ่งที่ทำลายเป็นตัวทำลายอยู่ในวงวัฏจักรของชีวิตอันนั้นทั้งนอกทั้งในทั้งกายและจีนมโนโดยเฉพาะมโนปัดเป่าสิ่งที่มันเป็นเชื้อโรคร้ายนั้นออกเรียกว่ากิเลส ตามใจตัดล้างออกไปแล้วจิตมันยิ่งใสจิตมันยิ่งแข็งแรงยิ่งมีประสิทธิภาพยิ่งอยู่เหนือยิ่งมีปัญญาแทงทะลุรู้ชัดเข้าใจดียิ่งขึ้นมันกลับกลายเป็นอย่างนี้พระปิตินี้แทนที่จะบอกว่าจะลดซ่ามันไม่ใช่รสชาติมันยิ่งรู้ดีแล้วมันก็ไม่ทราบถ้าซ่าเป็นโลกียในรถซ้อนอีกบอกแล้วว่าคุณเองคุณคนวิตกวิจารณ์คุณไม่ต้องควบคุมคุณก็รู้ตัวเองว่าดีขึ้นก็ไม่ต้องดีใจถ้าคนดีใจคุณก็จะมีอารมณ์โลกีย์ถ้าคุณไม่ดีใจแต่รู้ดียิ่งขึ้นรู้ดีขึ้นมันก็ปิติปิติมันยังมีประสิทธิภาพขึ้นเดี๋ยวนี้บอกว่ารถปิติปิตินี้รถลงก็ลดกิเลสโลกีย์นั่นแหละ ยืมรถเปลี่ยนโลกกิโลเมตรจิตที่รู้ดีเห็นดียิ่งดีนี่มันยิ่งกลับตีกลับยิ่งซ้อนขึ้นไปว่ายิ่งใสขึ้นยิ่งรู้ดีที่ชัดขึ้นด้วยซ้ำฟังดีๆนะกลับกันนะโลกียะกับโลกุตระกลับกันนะยิ่งตัดสติก็บอกว่าสงบระงับสงบระงับทางโลกิยะกรรมอธิบายกันดื้อๆลงมาดับหมดปิติก็ดับดับเป็นปกติหรือว่าดับเป็นสุขอย่างว่างยังเฉยจะให้เฉยแข็งเฉยๆไม่รับรู้อะไรอย่างนั้นก็เป็น 100% ที่ภาพลงไปลงไปลงไปในของฤาษีหรือของความรู้ง่ายๆเพิ่มเติมแต่ของพระพุทธเจ้านั้นสงบระงับก็คือยิ่งเรียบร้อยยิ่งรักยิ่งมีประสิทธิภาพสูงยิ่งมีอำนาจเหนือเพราะเหตุใด สิ่งที่ต่อต้านสิ่งที่มันถ่วงมันเป็นสิ่งทัดทานเป็นสิ่งที่ขัดฝืดเป็นสิ่งที่ขัดข้องเป็นสิ่งที่บกพร่องมาแวะมาแวะมาฉุดมาดึงมาเป็นปฏิปักษ์อยู่หมดข้าศึกไร้ศัตรูเป็นอะไรนะหมดข้าศึกหมดศัตรูยิ่งคล่องยิ่งสะอาดหมดเกลี้ยงเกลามีความคล่องง่ายเป็นระบบฐานะเป็นฐานะแห่งความเบาง่ายว่างตอนนี้ดีภาษาพวกนี้ก็เป็นภาษาเก่าที่เขาเคยอธิบายสำหรับเกจิอาจารย์บางคนที่เข้าใจเพราะฉะนั้นบริษัทที่แทนที่จะเป็นบอกว่าเรายิ่งดับไม่รู้เรื่องไม่ใช่สงบลงไปอย่างนั้นยิ่งบอกอุเบกขาในเฉยเฉยไม่รู้เรื่องเลยไม่ใช่ด้วยถ้าอธิบายอุเบกขามาอธิบาย เดี๋ยวก็ค่อยๆไปถึงที่ไปรษณีย์ถึงขั้นอุเบกขาเพราะคันนี้แค่สงบลงนี่ก็ต้องให้เข้าใจเรามีทิศทางรถกิเลสลงไปเรื่อยๆนี่ของพุทธก็เป็นอย่างนี้ของฤาษีก็พอเสร็จที่อย่างนิ่งๆเฉยๆสงบระงับลงไปเฉยๆถ้ายิ่งเป็นวิญญาณเป็นสภาพของที่อธิบายตอนต้นว่าไปนั่งหลับตาเขาก็ได้รูปสว่างแสงสว่างแล้วก็นิ่งสบายสงบอยู่แล้วคุณก็อธิบายถึงว่าโอ๊ยคุณจะเกิดปิติดีใจดีใจมันยังไม่ดีนะคุณจะลดลงแล้วก็ดีเหมือนกันรถความดีใจลงแล้วก็วางประสิทธิสงบระงับลงไปก็นั่งสงบระงับอยู่กระแสเฉยอยู่อย่างนั้นผมก็ได้อยู่ในองค์หนึ่งหมู่หนึ่งของโอภาสปิติปัสสัทธิและคุณเวรทำอย่างนี้คนที่นั่งหลับตาเดี๋ยวนี้ไปถามเลยเพราะสายหลับตาต่างๆนานาก็ได้อันนี้เป็นของดีแล้วเขาก็อยู่กันนี้มาแล้วก็ กลายเป็นนักถมชีวิตลงในโลกนี้ไม่รู้ไม่รู้เท่าไหร่แล้วก็ไม่ได้อะไรแล้วก็นั่งอยู่นั่งกินนั่งอะไรต่ออะไรไปอย่างนั้นแหละแต่เขามีสำนึกอีกอันนึงนะถ้าเป็นพระเขามีศีลศีลเขาก็จะต้องละโลพระเข้าเรียนรู้มีศีลมีธรรมมีหลักเกณฑ์เหมือนกันเพราะฉะนั้นสำนึกที่มีบ้างเขาก็จะระลึกเราจะลดลงพระบ้างแต่มันก็ไม่ลดจริงเพราะมันไม่แข็งขันมันไม่มีกรรมวิธีที่เขามาเคี่ยวคนขัดเกลาจริงๆมันก็จะอยู่อย่างยิ่งโลกยิ่งได้ยิ่งดีอะไรเอายิ่งมีสำนึกที่ต่ำก็ยิ่งขี้โรคก็ยิ่งร่ำรวยเป็นพระที่บอกว่าเออฉันก็นั่งอย่างนี้ได้เก่งๆที่ก็ไม่ไปรังควานอะไรโลกหรอกถ้าเกิดเอาแต่นั่งนี่แหละเป็นวิธีเรียกร้องให้คนมาบูชาเคารพนับถือถ้าเรียนภาษาของธรรมะพระพุทธเจ้าก็พูดได้พูดบอกได้พูดได้ ไม่ได้มากทรงจำไม่ได้มากเรียกพระพุทธพจน์มากๆก็ได้มากๆแล้วก็สาธยายสิ่งเหล่านั้นไว้ก็ได้ลาภได้ยศได้อยู่ได้กินได้สุขเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องหยาบหยาบได้แค่เรื่องศีลต้นๆหยาบๆไม่ทำไม่ต้องไปฆ่าสัตว์ไม่ต้องไปลักทรัพย์ไม่ต้องไปผิดผัวเขาเมียใครหรือว่าเอาเป็นเอาพรหมจรรย์ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงผู้ชายพูดจาให้ดีๆอย่าโกหกพูดจะเป็นเลขเป็นเหลี่ยมอะไรเขาจับไม่ได้ก็จะมีอยู่พ่อมันไม่รู้ลึกมันก็เป็นสั้นๆทั้งแสงอย่างนั้นน่ะไอ้สิ่งเสพติดมัวเมายิ่งเขาเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องใช้อะไรเขาก็ไม่เข้าใจเป็นอธิศต่อไปเขาบอกว่าสิ่งมัวเมาเขาแปลแต่ว่าสิ่งมัวเมาแล้วเขาแปลกันว่าน้ำเหล้าถ้าเราไม่กินเหล้าเท่านั้นก็บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วเรื่องศีลข้อนี้เขาก็ติดไปได้เลย เป็นพระผู้เฒ่าติดทั้งยานัดยาอมยาดมยาดูดหลายจุกยาวเลยพอออกจากยานี้ก็หายานี้ออกจากยานี้ก็มียานี้มีทั้งพร้อมกันยาหมากก็มีเคี้ยวบุหรี่ก็ดูดพร้อมเดี๋ยวก็เคี้ยวไปดูดไปประเดี๋ยวก็เอายานัดมาเป่าเป่าเสร็จแล้วยังมียาดมยาหอมดมติวสูตรติดอะไรไปอย่างนี้แล้วก็บอกว่าเป็นผู้ที่นั่งหลับตาได้อะไรต่ออะไรพวกนี้มีเยอะแล้วเราก็นึกว่านี้คือผลเป็นผลวิปัสสนาเพราะอะไรเพราะเขาถือว่ามันมีตัวรู้มันมีปัญญารู้เห็นแสงสว่างมีเหมือนกันเห็นสภาพรูปนี้เหมือนกันเขาก็วันนี้แหละวิปัสสนาผลแล้วก็ได้เป็นวิปัสสนานี่ก็เป็นอุปสรรค กิเลสจริงๆเหมือนกันถึงไม่ได้เข้าปรมัตถ์หรอกนะยังไม่โลกุตระเอ้ยยังเป็นโลกิยะที่แกอยู่เลยไม่ได้มามีองค์ธรรมหรือว่ามีองค์ผลที่จะขัดเกลากิเลสอะไรต่ออะไรออกไม่มีไม่มีแต่สีนี้ก็มีต้องมีลำรองว่าเป็นพระแล้วนี่จะไปทำละเมิดหยาบๆลำบากศีล 5 ศีล 8 ซึ่งเป็นศีลต้นๆของอุบาสกอุบาสิกาเนี่ยแม้แต่การกินก็ถูกกำหนดการใช้ก็ถูกกำหนดจะไปแต่งนุ่งห่มอะไรต่ออะไรมากเกินไปก็ไม่ได้การกินก็ต้องกิน 2 มื้อแล้วก็เลี่ยงไปไม่กิน 2 มื้อตรงกับเบียร์เอาลงไปไปเป็นน้ำปานะไปเป็นอาหารว่างจนกระทั่งเอาเป็นอาหารเคี้ยวนี่แหละก็ว่าเป็นอาหารว่างแล้วก็ทำกันไปจนกระทั่งสอนนั่งหลับหูหลับตากันก็กินกันให้ครบไปอะไรอย่างนี้เขาก็ไม่ได้ประมาณในโภชนาการในเรื่อง ดาราโภชนาไม่ได้ประมาณในเรื่องมาลาคันธะวิเลปะนะพูดก็ไม่รู้เรื่องจะบอกว่ามาลาก็อย่าเล่นนะดอกไม้พองๆเครื่องก็มีบูชาต่างๆอย่าร้องสิ่งประดับตกแต่งในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสพวกมัณฑนาวิภูษณะฐานะต่างๆไม่เข้าใจความหมายไม่เข้าใจเรื่องนับจากคีตะวาทิตะวิสู หลงเลยที่นั่งที่นอนก็จะเอาใหญ่เอาโตบ้านช่องเรือนไทยไม่ออกแล้วอาจจะแค่อย่าหลงตั้งใจเตียงใหญ่ที่นอนหมอนฟูกใหญ่แล้วก็อธิบายกันอยู่แค่นี้แค่ที่อาจารย์อธิบายขยายความเป็นพระพุทธเจ้าก็ย้ายไว้เหมือนกันชนต้นสำหรับผู้ที่เบื้องต้นลึกซึ้งกันไปอีกก็ให้เข้าใจสารไม่หลงความอยากทำตัวกลายเป็นจนกระทั่งเป็นจิตวิญญาณใหญ่โตเราก็ต้องเข้าใจว่าอย่าหลงอำนาจของความใหญ่อย่าหลงใหลล้มโตอะไรไปเราก็จะได้สัจธรรมจิตวิญญาณแต่นี่ไม่รู้เมื่อไม่รู้เราไม่ได้เข้าใจอะไรศีลพวกนี้อยากๆแค่นี้ก็ยังไม่แทงทะลุเป็นอาทิตย์ศีลเป็นอธิปัญญาอะไรเมื่อมีไม่มีอธิษฐานไม่มีอธิปัญญาอันที่จิตไม่มีไม่มีมันก็มีแต่ดื้อๆต่ำๆอยู่แค่นั้นก็พอเป็นพอไปก็ได้ ขั้นตอนหนึ่งเกิดเป็นพลวปัจจัยเหมือนกันที่บวชไปได้มีแต่ความรู้ขั้นนี้ก็ปวดไปจนแก่จนเฒ่าก็เป็นภาวะปัจจัยการเกิดแต่เป็นส่วนได้ส่วนนี้เท่านั้นนะแต่ส่วนเสียที่เข้าใจผิดที่เป็นช่องเป็นโอกาสเป็นทางเพราะเป็นพระบวชนานเป็นพระที่แก่เป็นพระที่ไม่ได้มีศีลหยาบๆอย่างนี้มาตั้งนานคนก็เชื่อถือว่าโอ้ยไอ้นี่เป็นของได้ของท่านแน่แท้ก็ได้จริงๆแล้วก็อาศัยอันนี้ไปคนก็นับถือมากยิ่งแก่ยิ่งอายุนานก็ได้ลาภมากก็หลงรักพวกนี้ก็ตายมีเงินเยอะมีให้ลาภเยอะมียศศักดิ์บรรดาศักดิ์มีกรรมการสรรเสริญใครมาติเตียนใครมาอะไรก็ไม่ได้หรอกมันไม่รับสู้ไม่ได้หรอกให้มันติดเตียงสรรเสริญนินทาโลกียะรถก็ไม่รู้ Nokia บางอย่างที่มันบอกว่าเราจำยอมเธอเป็นชาตินี้เราก็ได้อยู่ดีเพราะชาตินี้อย่างนี้ไอ้โลกก็มีอันนี้เราอย่าเพิ่งไปเลยไปขืนดิ้นรนไปไปเดี๋ยวจะเสียพระเพราะเดี๋ยวจะเสียฐานะนี้ที่ความไม่ไปเอาอะไรไม่ไปเป็นอย่างโน้นนะไม่ได้หมายความว่าเข้าใจมันแทงทะลุแล้วล้างจิตเอาไปหมดนะที่ไม่ไปอย่าไปพูดไปไม่เกี่ยวแล้วอย่าไปคิดอย่างนี้มึงมีเมียอย่าไปคิดถึงเรื่องสักวันบางทีมันก็อยากรู้เหมือนกันน่ะแต่ว่าปล่อยไว้เถอะทำเป็นปล่อยๆไม่ได้มีปัญญาแทงทะลุล่อว่าปล่อยวางเธอมันไม่ใช่เรื่องจริงเป็นมายาเป็นเรื่องที่ไม่เสพไม่สมไม่สุขอะไรเราก็ได้มันหลอกมันเป็นสุขจริงๆไม่ได้แทงทะลุอย่างนี้เลยแต่หวังไว้ก่อนถ้าขืนไปยุ่งกับฐานะโน้นชิบหายฐานะนี้นะเป็นพระอย่างนี้ไปยุ่งกับผู้หญิงแก่ราบอื่นหมดไปด้วยเลยนะเสียเลยนะ แม่จะได้รับการนับถือยกย่องบูชามาเป็นพระผู้ใหญ่เสียด้วยนะแกอัดรายได้ลาบปีกยศอีกต่างๆอีกทั้งหมดนะแกมันรักษาสิ่งหนึ่งไว้เพื่อที่จะอดสิ่งหนึ่งไว้หน่อยไว้ได้สิ่งหนึ่งที่ยิ่งกว่ามันเยอะกว่านะอย่านะแกมันเท่านั้นเองแล้วก็ทำอย่างในตัวเองยังไปได้ตลอดเวลามาเป็นอย่างนี้มีเยอะแล้วพระอย่างนี้ก็เป็นไปได้ทำไมจะไม่เป็นไปได้แล้วก็เป็นอย่างนี้อยู่แค่นี้ปัสสนาหรือว่าวิปัสสนูปกิเลสอย่างนี้จึงมีจุดเดือดมากที่ผู้ที่อธิบายถึงเรื่องที่เป็นที่มีนะผมใส่ความหรือเปล่าเพราะไม่ได้ใส่ความหล่อ ผมก็อธิบายสิ่งที่จริงที่เป็นที่มีให้คุณฟังคนก็ไม่เป็นอย่างนี้ผมก็ไม่ได้ไปว่าอะไรคนที่เขาเป็นอย่างนี้ผมก็ว่าให้ฟังแล้วมันก็มีสภาพอย่างนี้จริงๆสำหรับคนจากนั้นอย่างนั้นคนนั้นคนนั้นแล้วมันก็ไม่เจริญงอกงามเป็นอุปกิเลสที่ดึงคนอยู่แค่นี้ยังไม่ได้บอกว่ายังไม่ได้ลงอุจจาระอะไรยังเป็นอยู่แค่โลกีย์มันไม่ได้ยังไม่เข้าขั้นวิปัสสนาปฏิเสธจริงหรอกนะแต่ไปได้ไอ้แสงสีเป็นชานฤาษีฌานดาบสไปได้แสงสว่างไปได้โอภาสไปได้ปิติปฐพีแบบนั้นเท่านั้นขอเลื่อนขึ้นมาเป็นหมู่ 2 เดี๋ยวอ่านอันนี้ไปอีกหน่อยนึงมันมีภาษาอธิบายอยู่ในนี้เป็นเนื้อซ้อนบอกวิธีการและบอกอย่างละเอียดกว่าเพราะว่าภาษาในอธิบาย เกียรติของฉันชั้นต้นแล้วทีนี้พูดถึงธรรมะที่เกิดจริงเป็นจริงอยู่ในจิตต่อจากโอภาสที่ได้ในระดับอธิบายโอภาสแล้วไปแสงสว่างมันก็จะมีปิติคือความดีใจปลื้มใจภูมิใจแก่ผู้ได้รับปริญญาได้รับโอภาสนั้นๆเป็นของแม่ไม่ว่าในแบบปรับตาหรือลืมตาจะได้แบบรูปประธรรมหรือนามธรรมก็จงอย่าไปหลงปิติแล้วปิติเหล้าอยู่เป็นอันขาดไทยมีอาการเสพปิติอยู่ในจิตมันก็คือยึดภพแห่งจิตแค่นั้นไว้มันก็จะพิจารณาหรือใช้จิตทำงานที่ยิ่งๆขึ้นไปอีกได้ยากจึงต้องละต้องวางปิติลง เฉยๆสงบลงให้ได้ยิ่งเป็นปิติในแบบฌานหลับตาที่หลงรูปแล้วละก็มันเป็นเอามากจนถึงขนาดปะทุออกทางอาการกิริยาได้อย่างพิลึกกึกกือขนาดร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ได้กระโดดลอยก็ได้คันคะเยอหรืออากาศอื่นๆอีกมากถึงเหาะได้ก็ยังได้นั่นแหละมันก็ชวนติดชวนหลงยึดเอามากๆเลยทีเดียวก็จะทำให้คนวนเวียนลิงโลดริมเลี่ยมซ้ำแซะอยู่กับสิ่งที่ได้ภูมิที่มีที่เป็นนั้นอยู่นั่นแล้วมันก็ไปไหนต่อไม่ได้น่ะสิทำให้เลิกกินดีไม่หยุดผิด นี้ลงให้สงบให้มันวางเฉยลงเสียเราก็จะไม่มีทางสูงขึ้นไปอีกได้จึงจะต้องทำจิตให้วางจากความดีใจปลื้มใจนั้นเสียให้เพิกถอนอารมณ์นั้นให้เป็นจิตสงบลงให้ได้นี่คือการต้องดับอุปกิเลสส่วนที่เป็นปิติลงให้ได้จริงๆแล้วคำอธิบายนี้เป็นเชิงของฤาษีก็อธิบายมามีเยอะพอนั่งหลับตาเป็นทานแล้วมันได้โอภาสได้แสงสีได้ปัญญารู้เห็นว่ามีเราได้สิ่งหนึ่งเป็นสิ่งหนึ่งรู้สิ่งหนึ่งแล้วแล้วเราก็ไปมีดีใจจนกระทั่งเกิดอาการรู้น้ำหูน้ำตาไหลร้องห่มร้องไห้ใครจะคันคะเยอเป็นอาการอะไรต่างๆนานาในบางทีจนหลงกระโดดลอยตัวเบาถ้าเป็นสัมปชัญญะแบบดังนั้นยืนยืนเดินๆอยู่ธรรมดาแต่นี่ไม่ได้พูดถึงอย่างนั้นพูดถึงว่ามันเบาจริงๆแล้วมันก็นั่งรอแล้วไม่มีพลัง มันก็เป็นไปมันมีสภาวะจริงแล้วก็ได้แล้วก็ดีใจแต่มันก็ไม่ใช่ง่ายนะถ้ามีพลังแรงมันก็ได้ครั้งหนึ่งเพราะงั้นพวกนี้จะลอยได้ก็ครั้งแรกครั้งที่ 2 มันก็ไม่ขึ้นแล้วที่จริงส่วนมากมันก็ได้แค่นั้นแหละถ้าพัฒนาสิ่งเหล่านี้ไม่มีกำลังสิ่งนี้มันก็เป็นสิ่งสร้างทางด้านของพลังงานทางจิตเป็นภารกิจวิทยาอย่างหนึ่งเท่านั้นเองเป็นภารกิจวิทยาที่สามารถเอาพลังจิตมาใช้ไม้อะไรไปซึ่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive