220810-2-150 ทางเอกภาค2-ตอน150(หน้า321)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท052.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์153 KB
วันที่แก้ไข6 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าคุณยายทางเอกภาค 2 บทที่ 17 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาทำบัตรกันต่อเลยครับบทที่ 16 กุมภาพันธ์ เมื่อไหร่จะต้องพยายามทำความเข้าใจตัดรอบให้ดีๆทำไมเช่นนั้นแล้วก็ปนกันที่ไม่ออกเนี่ยเราจะต้องพยายามทำความเข้าใจให้ไปตามพัดพาเราเรียนสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่พ.ศ 1 6 ที่จริงเราเรียนมาก่อน 16 สิงหาคมทั่วไป ติดตามพัสดุยังไม่ไปขอเป็นกลุ่มที่เป็นภาพใช้บรรยายที่วัดธาตุทองสัญญาที่วัดธาตุทองแล้วก็จนกระทั่งเราได้ตั้งกลุ่มขึ้นที่กำแพงแสนที่ไดโนเสาร์พวกเราก็ศึกษาเล่าเรียนกันจริงๆผมก็ได้พยายามทำขึ้นเพื่อที่จะเรียบเรียงออกมาเป็นสัดส่วนที่จะได้เรียนกันโดยจับหลักพิจารณาสภาพเป็นหลักการขยายความทำออกมาจนกระทั่งสำเร็จลงใช้เวลา อันที่จริงการเขียนก็ไม่ได้เจตนาว่าจะเขียนอย่างเรียบร้อยหรือว่าอย่างเป็นตำรับตำราพ่อยังไม่เคยเขียนตำราในชีวิตไม่เคยจะเขียนตำราไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาเขียนเป็นรามันจะเป็นเขียนไปแล้วก็อธิบายที่คลายตามภูมิตามปัญญาที่เห็นว่าถ้าจับหลักวิชาจรณะสัมปันโนกับหลักของจรณะซึ่งเป็นหลักของการประพฤติปฏิบัติตนไปแล้วจนกระทั่งเริ่มต้นทำกิจกรรมใจยังไงรู้ยังไงสมาธิ ไปก่อนสำหรับการที่จะศรัทธาในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์มีตั้งแต่ไตรรัตน์ถึงได้เข้าสถานะการณ์ บอกมีระดับปราบปรามละเอียดอะไรขยายออกไปจนกระทั่งแม้กระทั่งสภาพของอารมณ์ที่ท่านเรียกมีส่วนประกอบของกรรมวิธีของความรู้หรือว่าสิ่งที่เกินสิ่งที่ขาดสิงโตไปอย่างนั้นอย่างนี้ก็อธิบายแทรกซ้อนอยู่ในภาค 2 ภาค 3 นั้นก็จะไปจนกระทั่งถึงขั้นระดับทานซึ่งทานถือว่าเป็นฐานทางผ่านถือว่าเป็นฐานวิชาเพราะว่าเป็นฐานที่ล่วงล้ำเข้าสู่ปัญญาพิจารณา 1 กันยายน 2560 ด้านในไปควบคุมภาวะนอกควบคุมภาวะในโภชนาการนิยมพระควบค

อ่านต่อ

ุมนอกควบคุมนายเข้าไปแล้วมันก็จะส่งผลเกิดสภาพวัฒนธรรมและเราก็จะรู้จริงๆมันก็เกิดปัญญาขึ้นไปเรื่อยๆนั่นแหละสั่งสมปัญญาเกิดศรัทธาก็คือสัญญาเมื่อเกิดความเห็นจริงเป็นความเชื่อมั่นที่เกิดจากแต่ก่อนเราไม่เคยเกรงกลัวต่อความชั่วความบาปต่อสิ่งที่มันเป็นพฤติกรรมของมนุษย์คนเราไปรู้เห็นจริงศรัทธาเลื่อมใสเข้าใจที่จะทำของชีวิตมีชีวิตต่างๆมีการละอายต่อพฤติกรรมของความเป็นมนุษย์เราเป็นมนุษย์กินดีเรา ลายต่อพฤติกรรมที่ชั่วแล้วเราก็จะปรับปรุงปรับเปลี่ยนยิ่งเราคิดประพฤติปฏิบัติตนและพฤติกรรมชั่วพฤติกรรมหยาบออกไปได้เรื่อยๆเราก็ยิ่งเห็นอานิสงส์ของมันสูงขึ้นเห็นความจริงที่เรียกว่าพระอุปัชฌายะของความจริงที่แท้จริงเพียงแต่ทดสอบชุดจางคลายหน่ายออกหลุดพ้นมาได้มันมีวิมุตมันมีปัญญาขึ้นมาจริงๆวิญญาณมีทั้งหมดยิ่งเห็นจริงขึ้นไปเรื่อยๆยิ่งมีความละอายที่แนบเนียนความละอายที่เป็นสำนึกเป็นมโนธรรมสำนึกเป็นความเจริญของมนุษย์เป็นความเจริญของ อภิวัฒน์ธนาการของมนุษย์ซึ่งเป็นการอภิวัฒนากุลที่แท้จริงทั้งสภาพของวัตถุโลก 6 หยาบก็อภิวัฒน์เจริญก้าวหน้าอย่างถูกสัดส่วนและผู้ที่สร้างสรรค์แต่ไม่เห็นเป็นผู้ที่เป็นที่มีที่ได้แต่ไม่กลับจนไม่ยึดถือปัจจัยคือการเอื้อเฟื้อสำคัญมีความเป็นพระราชดำข้าวมีความอบอุ่นทำเป็นโรคช่วยเหลือครอบครัวเจริญยิ่งสำหรับมนุษย์ทำให้มนุษย์ผู้นั้นผู้นั้นที่ได้รับภูมิได้รับบาดเจ็บ เจริญงอกงามมีในโลกในโลกนั้นก็อยู่เย็นเป็นสุขมีในโลกในโลกนั้นก็เป็นโรคที่เจริญศรีอริยะเป็นโรคจิตเป็นโรคเจริญศรีอริยะสีอารยธรรมจริงๆสำหรับเข้าใจมันมีปัญญารู้เราก็จะเห็นชัดเรายิ่งสวยยิ่งมีปัญหาถ้ายิ่งผู้ใดปฏิบัติแล้วปฏิบัติไปศรัทธามันเป็นศรัทธาหลอกถามคนเก่ามันยิ่งลดศรัทธาในตัวมันเป็นสภาพซ้อนศรัทธาลดศรัทธา เห็นว่ามันจริงมันไม่จริงจริงไม่จริงเป็นยังไงมันสภาพของสัจจะนี่มันมันลึกซึ้งถ้าพูดถึงไอ้สัตว์ป่าจริงๆมันจะเห็นว่ามันจริงแล้วมันก็เห็นความไม่จริงจริงไม่เห็นความไม่จริงๆแล้วมันมีความจริงที่เป็นน้ำหนักของความศรัทธาเชื่อมั่นในความจริงแล้วเราก็เดินทางไปสู่สิ่งที่เป็นสัตว์หรือสิ่งที่เป็นสิ่งนั้นส่วนส่วนทางออกแล้วมันจะเห็นความจริงที่จริงแล้วมันก็จะย้อนออกย้อนออกเหมือนพวกนักปั่นจักรยานโรงเรียนด้วยความนึกคิดต่างๆ พวกเราอยู่ได้ด้วยเหตุผลเห็นจริงเห็นชัดเห็นยังไงขึ้นมาเป็นเหตุผลแต่เสร็จแล้วไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ยึดมั่นไม่ยึดถือไม่ตัดมั่นกลายเป็นลักษณะเห็นความจริงที่ไม่จริงแล้วเขาก็ไปตกอยู่ที่สุดไม่กินแล้วก็เป็นคนไม่จริงใจโทรศัพท์ช้าที่จริงนั้นเห็นความไม่จริงในโลกนี้และลักษณะจางคลายความออกมาและเป็นจริงที่เขารักออกจริงเดินทิศทางเข้าไปสู่ความจริงมาเป็นผู้ที่มั่นคงในทิศทางเดียวมีเหตุผลแน่นอนมั่นคงเป็นหลักยึดขึ้นตามแล้วก็ยิ่งเห็นความจริงที่ไม่จริงนั้นซึ่งไม่ได้เพราะพวกนี้เป็นกล่องอยู่ในฐาน ไม่มีเวลาวันนี้สดๆเห็นสังเกตผ่านเอาในตัวบุคคลที่เรียนแล้วเกิดศรัทธาอย่างนั้นก็ศรัทธาอย่างสมความจริงที่ไม่จริงไม่ใช่ภาษาพูดคุณจะคิดไม่รู้จะพูดอะไรได้มากกว่านี้แต่มันพูดได้ภาษาที่เป็นอย่างนี้เหมือนพวกที่เห็นความไม่จริงจริงผ่านแน่นแต่พาณิชย์สุดท้ายก็ไปตกที่ความจริงความจริงทั้งหมดปลายแม้กระทั่งความดีที่สุดในตัวเราเราเอง ทำดีที่สุดนั้นเป็นอย่างไรเราจะปลดปล่อยเราจะมีความรู้สึกนึกเห็นอย่างไรมันก็จะรู้เองเมื่อไปเห็นความจริงหรือความไม่จริงดังกล่าวนี้มีภาษาที่พูดอยู่สั้นๆหรือเปล่าไปนี้ถ้าใครเข้าใจในทิศทางแม้แต่คิดแนวโน้มมีแนวโน้มไปในสายยังไงอย่างใดอย่างใดที่พูดอยู่นี่ 2 สายๆเข้าใจดีก็จะเห็นเด่นชัดแล้วใครมีสภาวะรองรับของเราอย่างผมนี่ผมเห็นความไม่จริงที่จริงแล้วผมก็รู้ว่าทุกอย่างทุกสิ่งในโลกนี้มันก็มีความจริงแม้แต่ความเป็นจริงมันก็เป็นความจริงมันเป็นข้อความ ผู้ใดแสดงความไม่จริงให้ผมเห็นผมก็เห็นมันเป็นความไม่จริงอยู่นั่นแหละแต่ผมก็รู้ว่าเขาเห็นได้ว่าเขาเห็นไม่ได้บ้างบางทีเขาก็หลงของเขาว่าจริงทั้งๆที่เขาทำสิ่งที่ไม่จริงไม่จริงก็คือไม่สนิทไม่ลงตัวมันไม่แน่นอนไม่มั่นคงกลับไปกลับมามันเคลื่อนที่อยู่มันซ้อนแสงอยู่มันยังไม่สนิทลงตัวมันไม่มีอะไรปรับเปลี่ยนกับรอยอะไรได้อยู่ก็รู้ก็เห็นอยู่ว่านอกจากบางอันบางอย่างที่เขาตกเรือนเป็นอย่างที่ท่านพยายามแก้พยายามจบถ้าจริงใจและเห็นง่ายๆเกรงใจอะไรก็ไม่บอก กลับมาก็เห็นกันง่ายรู้กันได้ง่ายและผู้ที่พยายามปลดปล่อยเห็นได้ยากยิ่งมีปัญญาเสียก็มีไหวพริบกลบเกลื่อนไม่จับได้ง่ายๆดิ้นทั้งไม่ให้จับดิ้นทั้งกลบเกลื่อนรอยมันก็เห็นได้ยากเพราะว่าเจตนาก็มีความพยายามอยู่มันก็ลำบากคนนึงก็จริงใจยิ่งเราจริงใจไม่จับอีกคนนึงยิ่งพยายามกลบมันจะได้เห็นกันได้ยังไงมันก็เลยไปกันใหญ่สุดท้ายวันหนึ่งมันก็จะส่งวันหนึ่งมันก็จะต้องตายมันไม่นานนักหรอกเพราะ ต่างคนก็ต่างสร้างปัญญาต่างคนก็ต่างสร้างความจริงเพื่อให้ปรากฏตัวความจริงมันก็ต้องเกิดปัญญามันก็ต้องเกิดสัจจะมันก็ต้องเป็นสัจจะผู้ใดเรียนรู้ก็จะเห็นความถึงจะเชื่อมั่นกษัตริย์ที่พูดนี่ผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นเลยไม่กลัวว่าใครจะเป็นยังไงใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อใครจะอยู่หรือไม่อยู่ใครจะไปหรือไม่ไปใครจะเอาด้วยหรือไม่เอาด้วยผมมั่นใจผมไม่กลัวผมไม่เคยแสดงธรรมทุกวันนี้ผมไม่กลัวใครจะชังใครจะรักใครจะชอบหรือไม่ชอบเพราะว่าเราไม่จำเป็นจะต้องเอาใจเขาอะไรเราเป็นกระเทียมว่าเราจะแสดงได้เท่าไหร่คนนี้อาตมาทำได้แค่นี้แหละวันนี้ต้องแรงหน่อยคนนี้ไม่แรงก็ทำ แรงๆทนได้ก็ทนทนไม่ได้ก็ไม่ต้องคนนี้ว่าเอาไม่เป็นไรหรอกคนนี้ไม่ทนก็ไม่ควรชนแล้วก็เป็นไปแต่เขาก็ยังทนอยู่กับเรื่องของเขาเขาทนกันดีเราก็ช่วยต่อไปอีกมันอยู่ที่ทั้งเขาทั้งเราเราเองเราก็ทำมีทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามามีภาวะแวดล้อมมีน้ำหนักที่จะต้องแบ่งต้องหาวิธีการที่จะต้องทำทำให้ช่วยตัวเองว่าก็ช่วยด้วยถ้าใครไม่ช่วยตัวเองเอาแต่เราช่วยเราช่วยก็พอดีเราช่วยแล้วก็ไม่ช่วยตัวเองก็ต้องเลิกแต่ถ้าคนนั้นยังช่วยตัวเองต่ออีกช่วยช่วยต่อเราไม่ได้เป็นผู้ที่หนังสือใจดำอำมหิตอะไรเลยถ้าผู้ใดปรารถนาดีเราก็ทำดีด้วยถ้าผู้นั้นไม่ เราจะไปทำอย่างไรเมื่อตัวเองก็ยังไม่ช่วยตัวเองเมื่อปรารถนาดีก็ไม่ปรารถนาดีมันก็มีภาวะที่จะกระทำคนอื่นจะต้องเอาคนอื่นจะต้องเป็นต้องมีมิติโลกนี้มันมีมนุษย์เยอะแยะไปปลูกปรารถนาแสวงหาเขายังมีเราก็ทำงานได้ตลอดโลกทำไปอยู่อย่างที่เรียกว่าจะต้องสมศักดิ์ส่วนไม่ได้เห็นแก่หน้าผ้าป่าไปเห็นแก่ผู้ที่มีสัดส่วนที่สมส่วนช่วยคนช่วยท่านมีประมาณจะได้เห็นแก่คนนั้นเห็นแก่คนนี้เจาะจงโดยเฉพาะคนนั้นเจาะจงโดยเฉพาะคนนี้เขาผิดเขาไม่เอาแล้วก็มันต้องใช้เวลาเปลืองทุกสิ่งทุกอย่างออกไปให้แก่คนนั้นคนนี้มากมายจนการแล้วมันก็ไม่ไหวแล้วคนที่ทำงานเมื่อเห็นสัจจะก็จะทำงานตามสัจจะจึงไม่ หมายความว่าจะทำงานเพื่อที่จะเอาอกเอาใจจากรัฐบาลพุทธเจ้าเป็นเท็จหรือไม่แชทแล้วก็เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์และอีกอันนึงก็ท่านก็เรียกว่าท่านรู้ตามธรรมครับเป็นความจริงถ้าแพ้สนิทกับเลยแน่ๆไม่ว่าจะเอาไปบวกลบ เป็นยังไงก็แล้วแต่สิ่งที่สิ่งที่ไม่คิดแล้วก็ท่านจะกลับแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์อันที่ 2 เป็นประโยชน์หรือไม่เป็นประโยชน์ถ้าจะตัดเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์มากประโยชน์น้อยตามสาระอันควรนะประโยชน์อ่อนประโยชน์แก่ประโยชน์แข็งประโยชน์เบาอะไรก็แล้วแต่จะแรงจะเบาอะไรก็ตามใจก็เป็นประโยชน์ที่สมกับกาลเทศะฐานะบุคคลเป็นไปตามนั้นเพราะฉะนั้นเมื่อท่านกลับมีหลักใหญ่ 2 หลักส่วนอันที่ 3 ที่บอกว่าชอบใจผู้ฟังหรือไม่ชอบใจผู้ฟังพระพุทธเจ้าท่านตรัสไม่ได้เลือกว่าไม่ชอบใจผู้ฟังแล้วไม่กลับไม่มีไม่ชอบใจผู้ฟังก็กลับชอบใจผู้ฟังก็ สมเด็จสารสินท่านบอกว่าท่านเลือกสาระกลับอะไรควรปรับแล้วจะไม่ชอบใจผู้ฟังหรือแม้จะชอบใจผู้ฟังก็ตามลักษณะคุณธรรมวันนี้หรือคุณลักษณะอันนี้มันเป็นคุณลักษณะของคนตรงเป็นลักษณะของผู้ที่หวังประโยชน์เป็นลักษณะของผู้ที่สื่อสารคือเอาสิ่งที่จริงเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์เฉพาะใจผู้ฟังและไม่พอใจผู้ฟังเป็นคนตรงไม่ได้ไปรับอารมณ์ใครไม่ได้เข้าข้างใครไม่ได้ทำเพื่อที่จะรับอารมณ์อะไรใครแต่ทำเพื่อประโยชน์สาระที่แท้จริงๆถ้าเรามอง คุณลักษณะในหลักเกณฑ์อันนี้ออกเราก็จะอ่านจากหลักเกณฑ์นี้ได้ว่าถ้าจิตวิญญาณของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไรและจะอ่านพระจิตวิญญาณของพระพุทธเจ้าออกพระจิตวิญญาณพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้เป็นสัญชาติคนตรงมีสัญชาติของสาระสารัตถะหมายมุ่งเอาประโยชน์เป็นสัญชาติเป็นคนไม่ปฏิเสธอย่างนี้อ๋ออะไรใครแต่เราก็รวมเป็นผู้ที่จะทำงานด้วยสัจจะที่ควรเป็นอย่างนั้นเราก็จะต้องเรียนรู้และเดินตามรอยประชาชนคนละบาทต้องเรียนรู้สัจจะที่จริงแล้วก็รู้ในการอันควรเราก็จะต้องกระทำไม่จริงแม้จะไม่ชอบใจเราก็จะต้องระวังด้วยไม่ใช่ไม่ชอบใจก็ไม่ระวัง ที่จริงมันไม่ดีทำแล้วแตกหักทำแล้วบาดมาทำแล้วทะเลาะวิวาททำร้ายเราเองก็อยู่ยากไม่เป็นอยู่ผาสุขไม่เป็นอยู่ผาสุขเพราะฉะนั้นองค์ธรรมอื่นที่ท่านตรัสสอนเอาไว้ว่าการที่จะแสดงธรรมหรือว่าการจะมีธรรมอันเป็นอยู่ผาสุขมีลักษณะอย่างไรถ้าเกิดสอนไว้ตัดไว้อย่างนี้แหละธรรมะของผู้ที่เป็นอยู่ผาสุขอยู่กับหมู่กันอยู่ช้าสุดแม้เราได้ดีแล้วเราก็อย่าเอาดีนั้นไปที่ดีกว่าคนอื่นแม้เราบริสุทธิ์ศีลแล้วเราก็จะเอาสีนั้นไปตีความคนอื่นจนเกินไปเราไม่เพ่งมองผู้อื่นมองตน 2 3 หลักสี่เราไม่มีชื่อเสียงแล้วก็ไม่อยากจะอยากเป็นคนชื่อเสียงอย่าโง่อย่ากลัวจะเก่งอะไรต่างๆนานาแล้วก็อยากจะได้หลงใหลในสิ่งนั้นมากนักพยายามทำกิจกรรมให้เกิดทานให้เกิดสมมุติเราจะเป็นข่าวรู้จักสอนอะไรทุกขั้นตอนนี้เก็บละเอียดเอาไว้หมดเมื่อเราปฏิบัติตามหลักศาสนาแล้วก็เกิดข้อสงสัยที่จะวิริยะอุตสาหกรรมต่อสู้ลำบากลำบนหนักแค่ไหนถ้าเห็นสัจจะที่มีเนื้อหาสาระเพียงพอ เราก็อยู่ได้พระพุทธเจ้าที่ไม่จัดว่าผู้มีมรรคผลกระทบอยู่ได้ผู้ไม่มีมรรคผลจะทนอยู่ไม่ได้เข้ามารับผลมันก็มีมีสัจจะของมันเองว่ามีผลเท่าไหร่คนน้อยก็ทนได้อยู่ขนาดผมน้อยแล้วก็ร่วมไปส่วนมากก็อยู่ได้อย่างขนาดผลมากหรือผลปานกลางก็อยู่ได้น่าสนใจถ้าผลมากจริงๆก็อยู่ได้ตลอดรอดฝั่งเลยผลปานกลางก็อยู่ได้อย่างต่อสู้ทนทานแต่ส่วนมากก็อยู่ได้ทนอยู่ได้โดยไม่ต้องทนหรอกจริงๆผลมากมันไม่สมควรอยู่ได้อย่างแข็งแรงอยู่ได้อย่างองอาจเจ้ากล้าที่จะแบ่งเป็น 3 อย่าง ได้ผลมันก็ยังมีปริมาณมีสัจธรรมของตัวมันเองที่มันจะต้องมีค่าของมันผู้ทนอยู่ได้ก็คือผู้ที่เห็นจริงบางคนที่ยังไม่มีผลมากแต่ว่าเป็นผู้ที่เห็นด้วยปัญญามีปัญญาเข้าใจแจ้งก็ไม่ยอมหนีจากสิ่งนี้ไม่ยอมสร้างแต่สิ่งนี้จะหนักหนาอย่างไรก็ทนเอาอดทนเอาได้ก็พยายามเอาที่ปัญญาช่วยก็ไม่มีปัญญาก็หลุดออกไปเลยไปหลุดมาไม่เคยมองมีปัญญาแม้มีปัญญาบางทีก็ลบก็เรียกเหมือนกันพอรู้อยู่เห็นอยู่มันก็มี มีวิริยะอยู่ดีออกไปข้างนอกออกไปไหนก็ยังไม่ได้ยากนี่ก็เห็นความจริงแล้วมีความจริงที่ยืนยันไปอยู่กับที่ที่มันทุกข์มันก็ทุกข์กว่าอยู่ที่จริงๆมันไม่ประเสริฐมันก็รู้ความไม่ประเสริฐมันก็รู้ว่าตัวเองเห็นความดีที่ดียิ่งกว่ามันก็ใจสั่นๆเข้าใจก็จะมีปัญญาเปิดปิดเปิดปัญญาเปิดญาณทัศนะให้แก่ผู้นั้นได้จริงแล้วมันจะรู้เพราะข้าจะอยู่ทางไหนก็จะมีวิริยะแม้จะอยู่ไปอยู่คนอยู่กับทางที่มันก็ไม่ดีเท่าเขายังลูกสาววิริยะ ฝากเปลี่ยนเสร็จแล้วก็หมุนมากลับมาที่เดิมมันไม่ไปไหนหรอกมันมาจากที่เจริญที่สุดถ้าพระพุทธเจ้ายืนยันว่าสิ่งที่ประเสริฐสุดของมนุษย์คืออันนี้ผู้ที่เป็นผู้ที่จะสู่ความเป็นส่วนสูงสุดนั่นมันไม่ติดที่อื่นมันไม่มีอื่นอีกจากนี้มันไม่มีมันไม่มีหรอกวิธีการนี้ก็เป็นจะเป็น 2 เป็นสิ่งที่อาจจะมีลำลองได้มีลำลองได้แต่มันก็ไม่สุดไม่สูงสุดถ้าสูงสุดมันก็ต้องมีปลายยอดเขาที่สูงที่สุดนั้นยังมีอยู่ที่เดียวมันจะมีอยู่ 2 ที่ไม่ได้หรอกสูงที่สุดวัดกันที่สูงที่สุดแต่มันมีที่สุดปลายภูเขายอดภูเขา มีที่เดียวเมื่อไหร่จะได้แล้วเมื่อเราได้แล้วเราก็มีวิริยะมีสติมีปัญญาตัวสติเป็นตัวปัญญาจึงเป็นตัวสำคัญมากส่วนต่อจากสติและปัญญาที่พิจารณาข้อ 12-15 เป็นเรื่องจริงซึ่งประกอบไปด้วยสติปัญญารวมกันเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ต้องไปอธิบายก็ไม่ทันแข่งกับเขาบอกว่าจะทำสีสันด้วยซ้ำไปแล้วอธิบายไว้ท่านประนีประนอมเพราะว่ามันแข็งกร้าวมันยืนหยัดมามากถ้าท่านบอกว่าท่านเองท่านเด่นท่านคนเดียวท่านอย่างนี้มันยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มากเพราะว่ายังไม่เป็นยังไม่มีท่านจึงต้องอนุโลมแต่มาป่านนี้แล้วให้ผ่านพระพุทธเจ้ามานานแล้วใช้งานของเจ้ามานานแล้วผมพาทำอะไรผมไม่จำเป็นจะต้องไปอนุโลมผมไม่จำเป็นต้องเป็นกรณีประนอมเพราะจะหาฤาษีตัวจริงก็ไม่มีแล้วคุณจะเอาเป็นเอาตายความเป็นธรรมฤาษีเป็นอย่างดีโดยใช้เด็กอนุบาลสีอย่างสมัยก่อนมันก็ไม่มีแล้วมันมาใช้ปัญญาทำไปมากกว่าจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นประนอมอะไร เน้นเด่นชัดก็มาหาทานพระพุทธเจ้าเปิดหลักแล้วก็ถึงเวลาแล้วด้วยเป็นสัจจะกลุ่มพุทธเราจะต้องเปิดสัจจะอีกส่วนหนึ่งของจตุจักรมีเงินเด่นชัดถึงสัจจะของพระพุทธเจ้าทางของพระพุทธเจ้ามีทั้งนั้นแหละยืนเดินนั่งนอนก็มีอยู่ตลอดเวลาเอาอะไรมาเป็นเครื่องหมายวรรคตอนนั้นไม่ใช่สภาพของฉันเรขาคณิต ที่สภาวัฒนธรรมคืออะไรไม่ต้องเข้าใจสภาวะธรรมนั้นจริงแล้วก็มีของเราตรวจสอบพบว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่มีไม่มีในที่นอกข้างนอกแล้วจะไปอ่านถึงสภาวะอากาศข้างนอกไม่ได้แล้วต้องอ่านสภาวะทุกอย่างในชนรองผู้มีจิตวิญญาณไม่มีสภาวัฒนธรรมไทยจะต้องเข้าใจวันนี้ก่อน 5 คืออะไรการต่อสู้กับกิเลสตัณหาอุปทานคืออะไรจิตใจเบาจางปลดปล่อยลงไปไม่เบาไม่เป็นกิจกรรมในเครื่องอยู่อาศัยที่ทนได้โดยไม่ยากจนได้โดยไม่ลำบากมันรู้เห็นมีรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นทีเดียว เข้าใจทุกขณะปัจจุบันนี้เราทำได้ยืนก็ทำได้เดินก็ได้ทำได้นอนก็ทำได้ทำงานทำการอะไรอยู่ก็ทำได้ในสภาพที่จางคลายไปจนกระทั่งหายวิโรจน์การกลายไปหาในโลกและเป็นสภาพของทานถ้าอันใดที่ยังไม่จำใครยังต่อสู้ขัดเรายังพยายามรบกันอยู่ยังไม่ใช่ผ่านมันยังหนักหนาอยู่ในรถกันมากอยู่ที่ต่อสู้หนักทรมานมันลำบากก็ยังไม่ได้ไปทานจะต้องเป็นเครื่องอาศัยได้สบายแล้วก็ทำประโยชน์เกิดมีแนวโน้มไปในทางที่เป็นผู้ชนะมีแนวโน้มเป็น เป็นผู้ชนะจะพูดสงบลงมีแนวโน้มเป็นในความสงบลงแล้วต้องเข้าใจความหมายให้ชัดตั้งแต่กว้างๆไปจนกระทั่งถึงบริบูรณ์บริสุทธิ์ก็ไปเรื่อยๆอยากเข้าใจว่าทานคือทานยังไม่ใช่ที่พูดแทนก็มีแนวโน้มเดียวกันกับวิทย์เมื่อมันถ้าเราจะเรียกบริบทหมายความว่าจะต้องทิ้งนอกจากนี้ตกลงจบที่แน่ๆจบที่เรียกว่ามันควรจะเป็นฐานฐานจังหวัดสนิทไม่สบายมากไม่มีอะไรมีประโยชน์อย่างไร ปาฏิหาริย์รูปฌานก็ยังสภาพทุกอย่างแต่ต้องเข้าใจที่ชั้นตอนเข้าใจความหมายแล้วรู้อารมณ์เรียนรู้สภาวะของเราให้ชัดถ้าสภาพที่ต้องต่อสู้กันอย่างเช่นคนเที่ยวเห็นกันอยู่อย่างหนักมันไม่ได้คิดจะทำจากเขาไปหาแล้วก็รู้อ้อในระหว่างนี้กำลังรบรามีพ่ายแพ้ต่อกิเลสเสียค่ากิเลสไปเลยกลายเป็นกิเลสครอบงำออกนอกผ่านไม่ใช่ทานแต่เช้าต้องเป็นสภาพเช่นนั้นผู้ชนะเราได้เปรียบแม้จะเหลือสิ่งที่เหลือเราก็รู้ว่าสิ่งที่จำเป็น เศรษฐกิจที่ดีกว่านี้มีอีกแต่ว่าก็ดีมากและหลังได้พอสมควรแล้วได้เสวยมีวิหารธรรมที่ทำให้เป็นเครื่องอยู่ได้เสมอคือได้ได้อาศัยสิ่งใดอาศัยอันนี้เป็นฐานที่เดินหน้าไปต่อไปอีกได้แม้จะยังมีอุปสรรคมีอะไรขรุขระบ้างก็เรียกว่าทานยิ่งมันสนิทเนียนเลยไปถ่ายรูปเป็นฐานชั้นต่อวิหารกลายร่างโล่งใจเรียนเราไปจนกระทั่งถึงสภาพที่นับได้ว่าเป็นฐานรื้อเป็นตัวมีหมดมันก็เดินทางดีๆเข้าใจบัญญัติเข้าใจปฏิบัติ ฟังภาษาปริยัติเหล่านี้เทียบเคียงกับความจริงที่เราได้ไปใช้เด็ก 10 ปีมาเด็กๆทดลองมาหัดมามีสภาวะอย่างไรที่เราได้ทำมันถูกมันตรงไหมมันเข้าใจได้อีกไหมมันจะเข้าใจได้นี่ถ้าเราใส่ใจเรามีปัญญาญาณที่จะรับสัมผัสแล้วก็เอามาพิจารณาที่ผิดเพียงเรียนรู้ไปแล้วจะเกิดการดูอย่างก็เกิดขึ้นเรื่อยๆสภาวะธรรมที่จริงก็เกิดจริงๆขึ้นเรื่อยๆถึงจะเกิดถ่านและถ่านก็จะก่อให้เกิดทิศทางเมื่อมันเกิดญาณทัศนะที่เกิดวันวิปัสสนาญาณก็เกิดญาณทัศนะที่เกิดรู้เป็นการพัฒนาที่เป็นปัญญาอันลึกซึ้งมีเกิดการพัฒนาและสัมผัส ทรรศนะไม่เห็นไม่รู้รู้ทั้งเห็นรู้ทั้งคนเกิดญาณทัศนะตัวเก่งขึ้นเป็นมโนมยิทธิจิตของเราเป็นอันเป็นเรานั้นสิทธิมโนมยิทธิมโนบอกมยุอิทธิพลเก่งมันเก่งขึ้นได้จริงๆมีมโนมยิทธิขึ้นไปมันก็เป็นวิชาอะไรดีแต่ก็ยิ่งมีวิธีที่เก่งได้หมดทุกวิธีที่เก่งรู้วิธีการก็ยิ่งรู้ยิ่งเป็นโสดคิดในสภาพที่รู้สภาพลูกตะพาบน้ำสภาพซ้อนสภาพแสงสภาพเศรษฐกิจพอเพียงพอปฏิญาณตน มีแต่บัญญัติภาษาจะหยั่งถึงละเอียดละออขึ้นมีปัญญาชาญฉลาดขึ้นแยกแยะในชั้นเชิงที่ลึกซึ้งขึ้นจับจิตมีภาวะรองรับจะทำได้ก็เก่งขึ้นเรื่อยๆคุณทำไปทั้งใช้เหตุใช้ผลใช้หลักปฏิบัติธรรมปฏิบัติธรรมทั้งระลึกสิ่งเก่าสิ่งใหม่เข้ามาและนึกถึงเพลงในวารสานระลึกถึงบทบาทเก่าๆแยกแยะของเก่าเอามาตีแตกเอามายืมมาจำอะไรออกโอ้ยยิ่งรู้มากยิ่งเข้าใจมากยิ่งจะทำได้เก่งขึ้นมันยิ่งร้อนยิ่งร้อนยิ่งทำเป็นนักประวัติศาสตร์ที่ย้อนเอาของเก่าของอะไรมาเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นอีกด้วยไม่ใช่ไปนั่งบนดาวอังคารจะเห็นได้ว่าอนาคตกาลไม่มีอยู่ในวิชา ฟังดูดีๆตรวจสอบดูดีๆแอนนากับทำสัญญามันเป็นสิ่งที่ยังไม่จริงยังไม่เกิดภาพอดีตมันยังเป็นสิ่งจริงที่เกิดแล้วเราจะอาศัยสิ่งจริงที่เกิดแล้วนั้นเป็นประโยชน์จริงได้ไม่ใช่ของเป็นตรรกะเพราะอันนั้นก็ตามสัญญานั้นเป็นเหมือนกันคิดจำนวนเสน่ห์ออกล่วงหน้าไปได้ไกลเป็นอนาคตซึ่งยังไม่เกิดจริงเหตุผลยังมีเหตุจึงเป็นจริงก็ไม่แน่ไม่เที่ยงแต่สิ่งที่เกิดแล้วเนี่ยเราไปปิดผิวมันไม่ได้มันมีองค์ประกอบอย่างไรเอามาแจ้งวิเคราะห์ผลอย่างนี้เพราะเหตุใดมีข้อมูลนี้ส่วนผสมเป็นอย่างนี้องค์ประกอบเป็นอย่างนี้มันที่เกิดวันนี้ถ้าเป็นของกินแบ่งรัฐบาล เพิ่งรู้สิ่งที่เกิดและสิ่งใดที่ไม่ทำให้ไม่เกิดสิ่งใดทำให้ไม่ต้องทุกข์ร้อนทำให้ดับดับคืออะไรเข้าใจความหมายคำว่าดับได้มากยิ่งขึ้นและทุกวันนี้คุณเรียนรู้มาเรื่อยๆคุณก็จะเข้าใจความเกิดความตายที่เป็นสัจจะที่เป็นอริยสัจไม่ได้ไปเรียนรู้ความเกิดความตายที่ไม่ใช่อริยสัจหรอกอะไรมันก็เป็นไปอย่างนั้นเป็นความขัดลอกไปอย่างรอบโลกตายแบบหมดลมหายใจแต่ก่อนนี้เอาเป็นเอาตายจึงต้องยืนยันตั้งใจจะรู้ตายแบบนั้นจะตายแบบไม่จำเป็นไม่ต้องตายทุกตัวบุคคลแล้วก็เป็นยุคตายหลังตายก่อนตายอย่างนั้นแล้วก็เอาความตาย เรามีปัญญาสูงขึ้นมาแล้วเราก็ไม่ได้ไปนึกคิดถึงตายแบบนั้นเกิดแบบนั้นเราจะรู้ความตายความสุขของสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าจะเข้าไปหาปรมาเข้าไปหากินสิเข้าไปหาตัวสำคัญผีร้ายตัวเหตุแห่งการเกิดโดยเหตุทุกซึ่งมันเป็นตัวจิตที่เป็นกิเลสและมีปัญหามีกิเลสเป็นสมุนไพรที่ตัวผู้พันแล้วเราจะไปฆ่าไอ้ตัวสมุนไพรที่สำคัญเกี่ยวกับธุรกิจซึ่งเรารู้ว่าจิตคือองค์ประกอบของสิ่งที่ร่วมอยู่ในสัตว์โลกเพราะเรายังเป็นสัตว์โลกอยู่เราก็จะต้องมีจิตวิญญาณซึ่งกว่าเราจะล้างความเป็นสัตว์โลกชั้นหยาบจนกระทั่งถึงชั้นไม่มีละเอียดของธรรมชาติได้โดยรู้โดยเห็นโดยสัมผัส ทำได้เองเกิดความเกิดความดับที่แท้จะเป็นพรหมกษัตริย์ชั้นลึกซึ้งลึกซ้อนสูงส่งอย่างไรเราก็ไม่หลงสมศักดิ์เราไม่ผิดในความเป็นสัตว์โลกถึงขนาดชั้นพรหมชั้นเทวะท่านพรหมวิหารท่านทรงสุภาวะท่านอาโรรูปปกครองพันธุกรรมละเอียดไม่ใช่ภาษากล่าวนั้นเมื่อเรามีสภาวะที่เรารู้แล้วว่าพูดคำกล่าวว่าพระพรหมพูดตั้งแต่เมื่อหลายพันปีที่จริงภาษาคำว่าชมเกิดมาก่อนในพระพุทธเจ้าด้วยแล้วก็อธิบายอย่างนั้นอย่างนั้นมาแม้แต่จะเรียนคณิตศาสตร์อัตรา ถ้าใครไม่เอานิพพานตรงไปจะเป็นนิพพานอนัตตาไปเลยเป็นนิพพานพุทธสุดยอดทำได้ทั้งสองส่วนเป็นอุปกรณ์อย่างไรก็ตามแต่เรื่องของการอาหารก็มีแต่เรื่องของมนุษย์เอาอย่างเขาโพธิสัตว์ก็เอาถ้าบริษัทก็ยังเป็นนิพพานชมยังเป็นผู้ที่จะมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาสอดส่องพอมันช่วยเหลือโลกในโลกเกิดเดือดร้อนเมื่อใดก็คนไม่ได้ก็ไม่ช่วยก็เอามันจะเป็นอย่างชมแบบไหนชมอย่างเพราะบริษัทที่ชมอย่างพระอรหันต์ถ้าเป็นพระอรหันต์สุดยอดอรหันต์ เราเข้าใจผมอย่างพรหมที่เป็นพรมแบบอัตราและเข้าใจสุดยอดสูงสุดโดยบัญญัติร่วมอบรมก็เรียกเราดับความเป็นพรหมเป็นพุทธเราต้องเข้าใจแม้แต่จะยึดพุทธะแล้วเอาแต่ภาษาพุทธะไปใช้เป็นแบบมหายานมีพุทธศาสนาเป็นบริษัทช่วยโลกนิรันดรจะเรียงคิวกันอยู่ในพุทธเกษตรนั้นอะไรเนี่ยมันก็เป็นศาสนาแบบหลงยึดติดหรือถ้าไม่ยึดติดจะเป็นอย่างนั้นก็เอาเราจะเข้าไปอยู่พุทธเกษตรด้วยก็เอาแต่มันไม่ได้หมายถึงสถานที่มันไม่ได้หมายถึงทิศทางอะไรที่จะอยู่ตรงนั้นตรงนี้อะไรมันไม่มีที่หรอกมันก็เรื่องของจิตวิญญาณถ้าเราเข้าใจจิตวิญญาณอย่างสูงส่งสูงสุดแล้วเราจะรู้วิญญาณก็คืออานนท์ที่สำคัญอยู่ในโลก แวะกินข้าวอนูที่สำคัญอยู่ในโลกนี้เป็นอลูที่ดีเป็นวิญญาณที่มีแก่นสารดีโลกนี้จะเป็นโรคศรีอริยเมตไตรยชุ่มเย็นสงบสุขทำเป็นวิญญาณที่ร้อนๆมันก็อยู่อย่างร้อนๆอยู่กันอย่างทุกข์อยู่เป็นอย่างลำบากแล้วก็ต้องพยายามมาปรับเปลี่ยนวิญญาณนี้มาพัฒนาวิญญาณนี้วิญญาณในโลกนี้ที่จริงก็เป็นญาณอันหนึ่งอันเดียวกันแต่ก็สำคัญกันอยู่อย่างสอดร้อยสอดแทรกแยกกันไม่ออกแต่ก็แยกกันได้สำหรับผู้ที่รู้ว่าจะแยกกันอย่างไรและปรับปรุงอย่างไรจัดการเป็นอย่างไรใช้ภาษาพูดมันไม่หมดแต่ผู้รู้เข้าใจแล้วก็ทำอยู่แล้วก็มีแต่การกระทำแล้วก็ประวัติศาสตร์หรือว่าผู้รู้ท่านประธานผู้ที่ไม่รู้เขาจะเขียนก็จะพูดยังไงตามความ เข้าใจเรารู้แล้วเราก็พยายามปลดปล่อยความเข้าใจของเขาให้เข้าใจถูกหรือเข้าใจดีขึ้นสูงขึ้นละเอียดขึ้นแล้วก็ช่วยเขาฟังแล้วมีหน้าที่เท่านั้นเองเมื่อพิจารณาทั้งหมดรู้การตรวจการดับทุกข์ทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็รู้รายละเอียดเข้าไปจนถึงอาสวะนิสัยล้างอัศวะหมดมันก็จบโดยเฉพาะในตนของตนที่เป็นอยู่มีอยู่เวลาได้เรียบร้อยมีเปอร์เซ็นต์ที่เราล้างได้มากขึ้นเรื่อยๆสิ้นอาสวะขึ้นมาเป็นลำดับระดับอรหันต์ผู้ติดสอบได้ผ่านมา 85 แล้วจะให้จริงแล้วเราก็บอกว่าอรหันต์มันต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ตกลงที่ร้อยต่อร้อยขี้เหล้าไม่เป็นไรเราทำได้ร้อยก็ให้มัน 100 มันไม่เหลือมันมันจะไม่ได้ถึง 100 เราก็สบายมากแล้วแต่เราก็ต้องทำยังไม่ประมาท 700 เราก็ต้องรู้ว่าทำไม่ถึงร้อยมันก็ยังไม่บริบูรณ์อรหันต์ท่านจึงนับเป็นปลายสุดจริงๆร้อยเป็นหลักหลักบริบูรณ์เอาสังขยาภาษาตัวหนังสือภาษาอังกฤษความหมายกันสนใจแล้วก็ประมาณประเมินของเราเห็นชัดเจนกิเลสเป็นอย่างนี้ความต่อสู้ในโลกทุกชนิดและมีความสบายมากขึ้นมากขึ้นเป็นพระอริยเจ้าสูงขึ้นแล้วก็มีของกินไปแล้วเราก็มั่นคงอยู่มันมั่นคงมันยืนยงยืนยันแล้วมันก็มีสภาพเป็นสิ่งที่เราจะ ผมจะเข้าใจบางคนจะรู้ว่าตัวเองไปก่อนอยู่ทางโลกมันไม่ฉลาดเฉลียวอะไรมันไม่รู้ชื่ออะไรที่เข้าเรื่องเดี๋ยวนี้เราก็ยังซื่อแต่สู้ไม่สู้เหมือนแต่ก่อนมันรู้สึกว่าเออเราจะมีไหวพริบเหลี่ยมมุมทั้งโลกรู้สัจจะที่ควรรู

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน