590310_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมื่อธรรมกลาย ตอน ๓.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข18 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590310_ พุทธศาสนาตามภูมิ โดยพ่อครู บ้านราชฯ เมื่อธรรมกลาย ตอน 3

พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2559 ที่ราชธานีอโศก สิ่งที่จะนำมาจัดฉากหรือโต๊ะเวที ที่อาตมาออกอากาศนี้จะเป็นผลหมากรากไม้ พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ โทรทัศน์ต่างๆ เขาก็จะจัดกัน แต่ไม่มีช่องไหนสถานีไหนจะจัดเหมือนที่นี่ เราก็จัดแบบนี้มาเรื่อยๆ จนชินตา ให้คนทางบ้านได้เห็น ซึ่งเราก็ปลูกกันเองเป็นหลัก เอามาโชว์มาอวด ความรู้อย่างนี้ ในองค์ประกอบศิลป์ ที่เขาจัดให้เป็นการตกแต่ง มณฑนะ decorate เขาก็ได้สวยของเขาแบบนั้น เขามีจุดมุ่งหมาย interest point แบบนั้น หรูหราฟู่ฟ่า งดงามยิ่งใหญ่ ส่วนสาระนั้นไ ม่มี หรือไร้สาระ ของเรานี่เห็นแล้วก็อยากได้เอามากิน น่ากินแล้วร่างกายดีสุขภาพดี นี่คือลักษณะของสาระ องค์ประกอบศิลป์ที่เป็นโลกียะฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไร้สาระ แต่ของเราทำนี่เป็นโลกุตระ มีเนื้อแท้ มีความต้องการองค์ประกอบไม่เหมือนกัน จึงได้ เขาก็ได้อย่างเขา คือได้กิเลสฟุ้งเฟ้อไร้สาระ แต่เราก็ได้ ได้สาระ ดีไม่ดีก็บอกวิธีปลูกอย่างไร บอกว่าใช้ปุ๋ยอะไรดีอีก สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมสังคม เป็นความรู้แล้วทำให้เราประพฤติปฏิบัติต่างๆ นานา การทำแล้วเกิดองค์ประกอบศิลปะที่ทำให้เกิดการกระตุ้นจิต ให้เป็นไปเพื่อให้กิเลสเพิ่มขึ้น หลงความหรูหราฟู่ฟ่า อันนั้นเป็นโลกียะ ส่วนอันนี้กระตุ้นจิตให้เป็นไปเพื่อการลดกิเลส ให้มาเข้าใจเรื่องสาระที่เป็นประโยชน์ใช้สอย ลดกิเลสที่จะไปติดยึดอันโน้น และมาเข้าใจอันนี้ ให้มาเข้าใจความสร้างสรรสาระให้แก่ชีวิต อะไรก็ตามที่เอามาเป็นองค์ประกอบ และน้อมนำให้คนเกิดการลดกิเลส ก็เป็นศิลปะเป็นมงคลอันอุดม ส่วนอันไหนที่โน้มนำให้คนเกิดกิเลสเพิ่มขึ้น อันนั้นเป็นอนาจาร เป็นข้าศึกแก่กุศล ไม่ใช่มงคลอันอุดม ในวันที่ 19

อ่านต่อ

และ 20 มีนาคมที่จะถึงนี้ อาตมาก็จะเปิดเผยความเป็นศิลปะโลกุตระ อาตมาได้ทำงานสร้างสรรศิลปะ ให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ จนเกิดในหมู่ชนกลุ่มชน อาตมาได้นำศิลปะมาใช้ และพวกคุณได้ผลจากความรู้ ที่อาตมาเอาของพระพุทธเจ้ามาใช้ เป็นโลกุตระศิลปะและโลกุตรธรรม หนังที่สร้างขึ้นมาแล้วคนดูแล้วเกิดความมันส์สะใจ เป็นความรักดูดดื่มหรือพยาบาทแก้แค้น ทำให้เกิดกิเลสเพิ่มขึ้น แต่คนทำให้คนติดใจมันกินใจ กิเลสก็ยิ่งจะฉ่ำ มันสุดมัน สุขสุดยอด กิเลสก็ยิ่งฉ่ำ ทั้งสายบู๊และบุ๋น สายรักหรือสายชัง ที่เขาทำกันในโลก หนังมีแต่มอมเมายิ่งขึ้น จัดจ้านยิ่งขึ้น เป็นเรื่องนรกอบายภูมิ แต่เขาไม่รู้ตัว แม้ในเมืองไทยเมืองพุทธก็ไม่เข้าใจโลกุตระ

มาพูด SMS กันก่อน SMS 9/03/59 สื่อธรรมะพ่อครู (ปกิณกะ) ตอน ผีไม่มีจริง _ 0816800xxx ดิฉันเป็นคนกลัวผีมากค่ะ อยากจะขอคำแนะนำจากพ่อท่าน ว่าทำอย่างไร จึงจะทำให้หายกลัวผีได้คะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า… ผีไม่มีจริง คนที่นั่งสมาธิเข้าไปในภพแล้วเจอผี หรือเทวดา อันนั้นไม่ใช่ของจริงสักอย่าง ในพุทธใครสอนเช่นนั้น คนที่สอนคือคนนอกพุทธ พระพุทธเจ้าสอนสภาพความจริงตามความเป็นจริง ซึ่งเราจะระลึกได้สองอย่าง คือ อดีตที่เราเคยได้ เคยเป็น เคยผ่านพบ กับอนาคตที่เราคาดว่าจะเป็น ถ้าอยากพิสูจน์ก็เดินเข้าไปพิสูจน์เลย ไม่ว่าผีหรือเทวดา จะพบว่ามันไม่มีหรอก ตัวผีเทวดาสัตว์นรก ส่วนมากไม่ค่อยเห็นเทวดา ก็เดินเข้าไปพิสูจน์ให้ชัด มันเป็นมโนมยอัตตาทั้งสิ้น จริงๆ มันคือกรรมชั่วกรรมดี ท่องคาถาอาตมาว่า แค่ตายๆ กลัวตรงไหนเข้าไปพิสูจน์เลยตรงนั้น จะหายกลัวผี _ 0893867xxx นมก.พ่อครูฯสณ.สม.จรธ.ญตธ.ศรีษะอโศกทุกฯ พุทธสถ.ฯ มวลเสริมทัพทวงคืนดินแดนเขาพระวิหารนะจ๊ะ _0805925xxx แล้วชื่อช่วงช่วงหละ!กรรมมาเป็นช่วงช่วง ทั้งรถหรูและ ตำแหน่งใช่ป่ะคะ! อิอิอิ? ชิตังเม @ปลายฝน พ่อครูว่า...คำว่าช่วงๆ ก็สื่ออะไรในสังคมช่วงนี้ 1. ช่วงๆ หมายถึงสรรพนามบุคคล และ 2. ช่วงๆ หมายถึงกาละเวลา ก็เอามาใช้พูดสื่อกันให้เข้าใจ _0893867xxx ฟังพ่อครูอธิบายทานกถาสีลฯ สัคคฯ กามาทีนวฯ เนกขัมมาสังสกถา, เข้าใจเรื่อง ทานสู่สวรรค์แท้จริง คือจิตที่ละจากกาม มีใจเสียสละแบ่งปัน มีฉันทะใฝ่หาความสุขสงบอันถูกต้องดีงาม! ถูกไหมจ๊ะ _0817290xxx ดิฉันเคยไปธรรมกาย ทางวัดเขาจะบอกว่าทำบุญให้หมดกระเป๋าเลยกลับบ้านแล้วจะได้รวยๆๆๆ _0893867xxx กราบขอบคุณธรรมะธก.นะจ๊ะ ช่วยให้พ่อครูฯ อธิบายสวรรค์อยู่ในจิต นรกอยู่ในใจ ปราสาทแก้วเพชรทองคำอยู่ในมโนมยอัตตาเต็มๆ เลย นะจ๊ะ! พ่อครูว่า… คนนี้ฟังธรรมเป็นเข้าใจ _0896443xxx นักบวชของสันติอโศกปฏิบัติดีปฏิบัติชอบน่าเลื่อมใสกว่า พวกมีตาลปัตรพัดยศมากทีเดียว สาธุ พระพุทธเจ้าสอน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ทำพวกจานบินนอกคอกยึดอัตตา ยังจะเป็นพุทธะอีกหรือ ? _0893867xxx ศีลสมาธิปัญญาต้องนำมาใช้ได้กับการเผชิญกับทุกขสัจ ในแต่ละบุคคลสังคมโยง ไปหาเหตุแห่งทุกข์จากโลภ(ทุนนิยม) โกรธ(อำนาจนิยม) หลง(การศึกษาอย่างผิดๆ) ให้ตามดูรู้ทันโลกธรรมด้วยนะจ๊ะ! _ 0818557xxx กราบนมก.พ่อท่าน ท่านสอนมวยได้อย่างถึงแก่นธรรมที่เป็นของจริงๆ เค้าจะฟังรู้เรื่องปะเนี่ย

_0893867xxx ขอบคุณอ.ส.ศิวรักษ์ ธรรมพุทธทาส บุญนิยมจรธ.จ๊ะ สื่อธรรมะพ่อครู (ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ขับรถทับมดตายจะบาปไหม _ คำถามจากไลน์ คุณตรง ขอนแก่น ถามมาว่า 1. พ่อครูท่านขับรถตรวจงาน ท่านไม่กลัวไปทับมดหรือสิ่งมีชีวิตตาย จะผิดศิลปาณาหรือครับ? พ่อครูว่า...คุณเดินไปนี่เหยียบมดตายไปหลายแล้ว ถ้ามันอยู่เป็นกลุ่มก็จะเห็นง่ายหลีกได้ แต่มดนี่ที่อยู่นิ่งๆ อยู่ตัวเดียวเล็กๆ นี่เหยียบมดตายไปมากนะ ถ้าจะไปกลัวอย่างนั้นจะต้องเดินมีสติอย่างมาก ดีไม่ดีต้องถือกล้องส่องขยาย เป็นพวกเชนต้องทำเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้มันสุดวิสัย ก็เอาประมาณหนึ่ง พูดไปเหมือนเราต้องสั่งสมวิบาก มันต้องเป็นต้องมี ข้อสำคัญคือ เราที่ต้องทำเช่นนี้บ้าง เราก็ต้องทำกุศลปริมาณมากพอที่จะคุ้มอันนี้ เพราะอันนี้สุดวิสัย แต่ละวันจึงอย่าย่อหย่อนที่จะทำกุศล ยิ่งทำกิเลสลดได้ ยิ่งสูงส่ง ลดกิเลสได้จะเมตตาแบบพุทธ เรียนรู้ทุกอย่างในความเป็นชีวะ เป็นจิตนิยาม จะเกิดเมตตาลึกซึ้งซับซ้อน จิตนิยามก็พลังงานระดับหนึ่ง ต่างกับ พีชนิยาม คุณสงสารสัตว์มากกว่าพืชนะ เราต้องช่วยคนก่อนสัตว์ เป็นสัจจะไม่ได้ยากอะไร ถ้าเราละเอียดไปจะสับสน กลายเป็นพวกเชน อะไรก็ไม่ได้ หนักเข้าเดินแข็งกลัวเร็วไปผิด

2. คือปัจจุบันจะเห็นรถยนต์ติดสติกเกอร์ว่า รถคันนี้สีแดง ทั้งที่ความจริงรถคันนี้เป็นสีขาว ขอถามว่ามันจะแก้เคล็ดตามที่หมอดูเขาทักมาได้หรือครับ เพราะตอนนี้มีมากมายเลยครับ พ่อครูว่า...เป็นการสร้างให้จิตวิปลาสกัน เป็นการสร้างมโนมยอัตตา เช่น ยกตัวอย่างว่า ผลไม้อันนี้มันหวานอร่อย หวานคือรสชนิดหนึ่ง ความอร่อยไม่มีจริงเป็นอุปาทาน แต่คุณถูกหลอกไว้แล้ว ทั้งๆ ที่รสนี้คนไหนแตะก็รสเดียวกันนี้ ถ้าประสาทไม่เสีย จะหวานก็หวานเช่นนี้ ไม่มีอร่อยหรอก มีแต่รสหวาน sweet หรือภาษาอื่นเรียกก็รสเดียวกัน แต่คุณรู้สึกอร่อยนั่นแหละคือความไม่จริง คืออุปาทานที่คุณหลงเชื่อ จนเกิดเชื่อจริงว่าอร่อย ใครเลิกอุปาทานนี้ได้ หวานก็หวาน เปรี้ยวก็เปรี้ยว บอกว่าเปรี้ยวอย่างนี้เหมาะใจอร่อย คุณกำหนดเองทั้งสิ้น

สื่อธรรมะพ่อครู (อนุปุพพิกถา) ตอน อนุปุพพิกถา 5 ประการ พ่อครูว่า… เราได้พูดถึงข้อความของคุณ chuti jay มาถึง อนุปุพพิกถา กถาคือคำสอน อนุปุพพิคือตามลำดับ 1. ทาน 2. ศีล 3. สัคคะ 4. กามาทีนวะ 5. เนกขัมมสนิสังสา ทาน คือ การสอนเรื่องการให้ สัมมาทิฏฐิข้อที่หนึ่ง เราทำทานแล้วต้องให้เกิดผล ทำทานแล้วเราจะสละความโลภ ต้องอ่านอาการจิต โลภเป็นอาการอย่างไร พอเราให้อะไรใครแล้ว เราต้องรู้ว่าใจที่ให้เป็นอย่างไร ไม่อยากได้อะไรตอบแทน ดีไม่ดีบางแห่งสอนว่าจะได้อะไรมากกว่าเก่าอีก ทำบุญกับที่นี่นะ ทำบุญร้อยจะได้ล้าน เป็นต้น แล้วหลอกว่า ทำทานกับหลวงพ่อแล้วจะได้เจริญก้าวหน้าในอาชีพ มันก็จริงที่คนเหล่านั้นจะขยันพากเพียร ก็ได้ผลต่อไป เขาขยันก็ทำอาชีพก้าวหน้า เขาก็บอกว่า คุณยิ่งได้มามากๆ แล้วก็ทำทานมากๆ จะได้มากๆ ขึ้นไปอีก คนเหล่านี้ที่ถูกหลอกแบบนี้จะเป็นคนจน เพราะอยากได้มาก ส่วนคนที่มีมาก เขาไม่กล้าให้มาก แต่ก็ให้ระดับหนึ่งก็ยังมากแล้ว สรุปแล้วเขามีแต่ได้กับได้ และได้ จากผู้ที่หลงเชื่อเขา นี่คือวิธีการตื้นๆ ง่าย เหมือนกับนกกระสานกกินปลา ที่เอาขนมปังหลอกปลา ก็ฉลาดเท่ากับนกเท่านั้นแหละ ก็เหมือนกับคนที่ใช้นกเป็นเครื่องมือหาปลา รัดคอนกไว้ไม่ให้นกกลืนปลา แต่คนเก็บปลามา แต่ว่ามีหงส์ดำที่เอาข้าวมาเลี้ยงปลา ไม่ได้กินปลา เขาไม่รู้หรอกว่า เขาบอกว่าทำทาน แต่เขาก็บอกว่าทำบุญด้วย ทั้งที่เนื้อแท้คำว่าบุญคือการชำระกิเลส เขาก็พอรู้ว่าคำว่าบุญสูงกว่าทาน ก็เลยเอาคำว่าบุญนี้มาหลอกคน เหมือนคนเล่นหวย ถูกคนออกหวยให้ซื้ออยู่ตลอดกาลนาน เขาจะโฆษณาให้มีหัวหน้าหน่วยเหมือนขายตรง เป็นลูกโซ่ขยาย คือวิธีการทุนนิยม เขาจึงขยายได้ มีส่วนได้มาไม่สิ้นสุดง่ายๆ มันจะแตกเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ทับทวี วิธีการเช่นนี้ ทุนนิยมถนัด คนจะเกิดกิเลสตกเป็นเหยื่ออย่างนี้ตลอดกาลนาน ใครไม่เข้าใจไม่รู้ทัน คนที่สอนทานแบบสวรรค์เก๊ ก็จะหลงสวรรค์เก๊ตลอดกาลนาน

สีลกถา เขาก็ว่าปฏิบัติศีลเช่นนี้จะได้ความสุข ได้นิโรธ วิมุติ ซึ่งต้องรู้อาการ ลิงคะ นิมิต ของกิเลส เห็นกิเลสว่ามันเคยแรงเบาขนาดไหน แล้วปฏิบัติลดละ มีความดับกิเลสในจิต แล้วหลุดพ้นได้จริงอย่างรู้ เราก็เรียนรู้ทาน ศีล เพื่อเข้าใจจิต เพื่อไปถึงความจริงตามความเป็นจริง สวรรค์ อะไรที่ได้ตามอุปาทานที่ยึดไว้คือสวรรค์ คือสมมุติเทพ สวรรค์เก๊ สุขชอบใจเป็นอิฏฐารมย์ทั้งหลาย ได้เห็นได้ยินได้กลิ่นอันนี้ ได้ลิ้มรสอันนี้ ได้สัมผัสเสียดสี เย็นร้อนอ่อนแข็งทั้งหลาย มันไม่มีหรอก มันอะไรก็เป็นอันนั้น สรุปคือ มีสวรรค์เก๊ กับสวรรค์ลดกิเลส เป็นเนกขัมมะ ส่วนมากจะไปทางกิเลสหนาใหญ่ปุถุ ทั้งมาก แน่น หนาใหญ่ คำว่าสวรรค์ก็ไม่เข้าใจ ทำลดกิเลสไม่ได้ จึงไม่รู้จักกามาทีนวะ อยากรวยก็ได้รวย อยากสวยก็ได้สวย อยากกินก็ได้กิน ได้สมรส สมใจทั้งนั้นตามอุปาทานทั้งสิ้น ในการสมรสที่เขาเอาไปเรียกกับกาม จึงไปเรียกเอาการสัมผัสเสียดสีทางเพศของชายหญิงก็เป็นสมรส ใครไปได้รสสัมผัสเสียดสีชายหญิง มันก็จะรู้สึกว่าเหนือกว่ารสของ กลิ่น ลิ้น รส การมองเห็น ธรรมดา ความจริงแล้วมันรวมไปหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นทางรูป ก็รวมไปในรสอันนี้ รูปนี้สวย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นก็ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสเสียดสีก็ด้วย ดีไม่ดีก็เอาลิ้นไปแตะ แตะที่ไหนก็ดูดีไปหมด ติดยึดไปหมด แม้แต่ไปแตะฝ่าเท้าก็ซาบซ่านได้ นี่คือติดยึดสมมุติทั้งสิ้น ความจริงมันไม่มี แตะอย่างนี้มันเย็นร้อนอ่อนแข็งก็เท่านั้น แต่ไปติดสมมุติเท่านั้น ก็เลยเกิดอาการจริงๆ อาตมาก็เคยผ่านมา เป็นทั้งนั้น มากน้อยตามอุปาทานของใครของมัน นี่คือสัจจะ คือสวรรค์เก๊ทั้งนั้น ไม่มีสวรรค์เลยคือสวรรค์จริง รู้ความจริงตามความเป็นจริง ไม่ว่ารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสใดๆ เรารู้เช่นนี้ เราก็รู้ว่าเราติดยึดกามมากแค่ไหน ก็ต้องมาเนกขัมมะ ก็ทำตามปริตตัง ไม่ทำทีเดียวทั้งหมด ไม่ได้หรอก ไม่ไหว วิธีการพระพุทธเจ้าเป็นอุบายโกศล ได้แล้วก็ค่อยขยายขึ้น ก็ทำได้ นี่คือทั้งสวรรค์ที่เรียกว่า รู้จักสวรรค์จนเห็นโทษในกาม กามนั้นอยากได้มาสมรส ทั้งรสอยากได้ดูดดื่ม ทั้งรสได้แก้แค้น ก็ทั้งผลักทั้งดูด แก้แค้นได้รุนแรงสมใจ ก็ไคลแมกซ์สมรสทั้งนั้น ไม่ว่ารสรัก รสชัง รสพยาบาทแก้แค้น ถ้าเรารู้ว่าบำเรอความต้องการแล้วติดสมมุติ ถ้าล้างการยึดสมมุติได้ ก็เนกขัมมะ คือออกจากอุปาทานยึดติดได้ ก็คือเนกขัมมะแท้จริง คือประโยชน์ที่ได้ ไม่ใช่ประโยชน์คือได้สมใจสมมุติ ยิ่งหนัก หนา แน่น คือสุดโง่ๆ ตามสำนักที่ยกตัวอย่าง ธรรมกาย ประโคมใหญ่มาก หาวิธีใช้ค้อนทองคำใหญ่ ชิตังเมโป้งรวย แล้วก็คนจะเป็นสังฆราช ยังบอกว่าชื่นใจที่ได้เหยียบดอกไม้ แค่คนถือศีล 8 เขาก็ไม่ยินดีในดอกไม้ของหอมแล้ว คนสร้างวิธีการก็โง่แล้ว คนเป็นอาจารย์คนสร้างยังไปยินดีอีก ก็โง่แสนโง่แล้ว ต้นตอคือนรก คืออุปาทานยึดไว้ในอนุสัย การออกจากกาม ออกจากพยาบาทก็พูดกัน ว่าคือออกจากการติดยึดทั้งดูดทั้งผลัก เรียกว่าคนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังใบ้ เลยมืด 16 ด้านเลย แล้วคนตาบอดจูงคนตาบอดไปดูหนังด้วยกัน จะไปถูกโรงไหมนี่ แล้วดันไปถูกโรงหนังใบ้อีก จะซวยกี่ชั้น มันเป็นเช่นนี้ที่ทำกันทุกวันนี้ เขาเป็นสายอาภัสสรา สว่าง จะหลงมาก นรกก็จะลึกมากด้วย ฉิบหายมากด้วย นรกมากนรกเยอะ ส่วนสายมืดนั้นสะกดจิตไปลงดิ่งดับ จะมีนรกไม่มากเท่าลัทธิสว่างใสแบบธรรมกาย หาคนจะโง่แบบธรรมกายไม่มี เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นต้นธาตุต้นธรรมของนรกใหญ่ คนโง่ที่จะทำนรกใหญ่ให้ตนเองหายากนะ คนจะเลวหนักขนาดนี้ก็หายากนะ ท่านเจ้าคุณเทพที่วัดปากน้ำ อาจารย์เขายังไม่กล้าจะสร้างนรกใหญ่ขนาดนี้เลย ยายจันทร์ เขายังกล้าทำนรกใหญ่กว่ายายจันทร์อีก เขาไม่รู้ก็เลยสร้าง ยังไม่เคยเห็นคนโง่ขนาดนี้มาก่อนเลย คือคนเราหลงว่าตนเองฉลาดคือคนโง่ หลอกคนได้มากๆ นึกว่าตนเองฉลาด คือตีลังกากลับ คือธัมมชโยนี่ มันน่าสงสารสังเวช ที่พูดนี้ให้รู้ตัว จะฟังบ้างหรือเปล่านะ จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน