590318_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ตอน เพลงโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข18 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590318_ พุทธศาสนาตามภูมิ โดยพ่อครู ที่สันติอโศก ตอน เพลงโลกุตระ

เริ่มราย การ ด้วยเพลง ชื่นรัก โดยวงดนตรี ฆราวาส มีนักร้องคือ โอ๋ ฆราวาส รายการนี้เป็นรายการพิเศษ ถ่ายทอดสดรายการพุทธศาสนาตามภูมิ ภาคศิลปะโลกุตระ โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์และคณะ จากสันติอโศก ประจำวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2559 เพลง ชื่นรัก รื่นรมย์ สมอุรา (สมอุรา สมดังใฝ่) ชื่นตา..ฟ้าเบิกบาน (มองฟ้าเบิกบาน เหมือนชื่นตา แสนสุขใจ) นกร้อง ขับขาน สราญแสนสุขตา (ฟังนกขับขานบานเบิกใจ) แมกไม้โบกใบพลิ้ว รื่นริ้วลมเริงร่า (สุขตา อุราเบิกบาน) เมื่อรักลอยลมมา แนบอุราสมดังใฝ่ (รักแนบอุรา สมดังใจ) สมรัก เราเคยปอง สุขสองประคองใจ ชื่นรักชักชวนให้สุขไหนปาน (แช่มชื่นด้วยรักเต็มดวงใจไหนจะปาน) คุณขวัญชนก ชูเกียรติ เป็นพิธีกร เริ่มต้นด้วยบทเพลงที่พ่อครูแต่งตอนเป็นฆราวาส ซึ่งบทเพลงหลายๆ บทเพลงในโลกนี้ ก็มีระดับความเป็นโลกียะและความเป็นโลกุตระ วันนี้เราจะมาเจาะใจพ่อครู ตั้งแต่เป็นศิลปินอยู่โลกียะ จนมาถึงโลกุตระนี้เป็นอย่างไร แรกๆ ที่พ่อครูได้แต่งบทเพลงมานี้เป็นมิติใด

สื่อธรรมะพ่อครู (ศิลปะโลกุตระ) ตอน ศิลปะหรือเพลง 5 ระดับ พ่อครูว่า...วันนี้เรามาพูดถึงประโยชน์และโทษของศิลปะ พระพุทธเจ้าได้แยกสารัตถะต่างๆ ออกว่าเป็นข้าศึกแก่กุศล หรือเป็นมงคลอันอุดม หรือ อย่างเก่งก็มันไม่เป็นทั้งข้าศึกแก่กุศล และไม่เป็นมงคลอันอุดม เป็นกลางๆ ก็เป็นได้แต่หายาก ที่จะไม่โน้มเอียงไปทั้งทางข้าศึกแก่กุศล หรือมงคลอันอุดม สิ่งที่เป็นมงคลอันอุดมท่านเรียกว่าศิลปะ ศิลปะต้องเป็นมงคลอันอุดม มงคลแปลว่า สิ่งประเสริฐ สิ่งที่เจริญ สิ่งที่พาพัฒนามนุษยชาติ อันอุดมแปลว่าสูง อยู่เหนือโลกียะขึ้นไป ส่วนสิ่งที่ไม่เป็นไปเพื่อศิล

อ่านต่อ

ปะ เป็นข้าศึกแก่กุศลเรียกว่า อนาจาร สร้างราคะ ก็ ไม่ควรทำ มันทำให้กิเลสเกิด เป็นข้าศึกแก่กุศล ไม่ควรดู ไม่ควรชม ไม่ควรไปสัมผัส ไม่ควรไปดู ความรู้ของพระพุทธเจ้าสอนไว้ไม่รู้ก็เลยมอมเมากันไปทั้งโลก แม้พระพุทธเจ้าสอนไว้ชัดเจน ก็มอมเมากันหนัก ขออภัย ก็ลองเล่าตอนที่ตนเองเป็นมาตั้งแต่ต้น เริ่มเลย เอาเฉพาะเพลงก่อน อาตมาก็ชอบศิลปะ 5 แขนง จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม นาฏกรรมและดนตรี เดี๋ยวนี้ก็ไปตั้งชื่อศิลปะต่างๆ นานา เพื่อให้คนเชื่อถือตามเขา แล้วก็หลอกขายศิลปะ อาตมาเองไม่มีความรู้ก็ต้องตรวจค้นหาหลักฐาน อาตมาไม่ได้เป็นคนตั้ง แต่เขาตั้งมาแล้ว เขาก็เรียกศิลปะพวกนั้นว่า abstract art ว่าชั้นสูง ไร้แบบแผน ตามวิธีการที่เขาจะรังสรร ถือว่าเป็น เรื่องยิ่งใหญ่ ไปกันเละเทะเลย ศิลปะ abstract เขาตั้งชื่อไปหลายอย่าง อย่างไม้ร่มนี้หาอะไรใส่ตัวเอง ให้คนดูแปลกใจ เรียกว่าพวก Anamorphosis อาตมาอาจออกเสียงไม่ถูกนัก ทั้งที่อาตมาเคยได้ certificate จาก AUA มานะ พ่อครูได้เอ่ยถึง abstract อีกหลายแขนง พ่อครูได้พูดถึง abstract art อีกหลายแขนง ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งกันไป พ่อครูว่า… พวกเราฟังดีๆ มันหลอกกันทั้งโลกเลย อย่าไปหลง ถ้าไม่รู้ทันก็ถูกครอบงำความคิดสร้างจินตนาการไป จนกระทั่งกลายเป็นเรื่องหลอกๆ เล่นๆ เป็นการ์ตูน เป็นต้น เพลงแรกที่อาตมาแต่งตอนอายุ 14 ปี พ.ศ. 2490 หรือ 2491 ชื่อ เพลงผู้หลอกลวง เนื้อเพลงว่า

เมื่อเราพบกันครานั้นใหม่ๆ ฉันเอาใจใส่สนใจในเธอ ดูช่างละมุนละไมจนฉันฝันใฝ่ละเมอ เธองามรูปนามเลิศเลอ ต้องเพ้อชอบเธอทันที เมื่อเพียงพบกันเราขันเกลียวจิต หัวใจสนิทรักเธอทวี เธอทอดไมตรีสัมพันธ์ บอกฉันรักมั่นวจี ชมชื่นรื่นรมย์ฤดี สุขนี้ใครเล่าจะปาน แต่แล้วไม่นานผ่านไป โอ้ใจต้องตรมซมซาน เธอรักเพียงเล่นทรมาน เธอพร่ำเธอขานล้วนคำหลอกลวง เจ็บจำช้ำปานประหานชีวี หรือเวรกรรมมีคิดตามมาทวง จึงสร้างให้เธอนั้นมาคอยฆ่าตามขีดกรีดทรวง มันเจ็บด่ำใจใหญ่หลวง อย่าลวงใครๆ อีกเลย

ศิลปะอาตมาแบ่ง เป็น 5 ระดับ 1. ลามก เป็นงานขั้นต่ำที่สุด หยาบคายสุด มันยั่วให้เกิดกามราคะแรง หรือยั่วให้เกิดความโกรธ แล้วยั่วให้เกิดโมหะ เขาจะครอบงำจิตให้เกิดโลภ โกรธหลง นี่คือปุถุชน โหดร้ายเช่นนี้ คนชนิดนี้ เมื่อขั้นที่ไม่รู้เขาก็ทำ แต่คนก็พอรู้ทันก็ไม่แพร่หลายนัก หยาบคายลามก คนรู้ว่าไม่ดี แต่เขาก็ทำกันอยู่ 2. ราคะ เป็นเรื่องความรักใคร่สามัญ อันนี้เยอะมากในโลก โด่งดังได้เงิน ได้ทองกันในโลกเต็มโลก เป็นศิลปะ มันยังไม่ใช่ศิลปะ ไม่เข้าข่าย มีเต็มโลกร่ำรวยโด่งดังหากินเต็มโลก 3. สาระ อันนี้เริ่มนับว่าเป็นศิลปะ โน้มจิตไปเพื่อกัลยาณธรรม กตัญญูซื่อสัตย์ สุจริต รู้จักสาระแท้ของชีวิต สามัญทั่วไป ถ้าสาระอย่างเดียว ไม่มีอะไรชี้ชวนประกอบกระสัย ให้น่าชื่นใจ มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสด้วย ก็ไม่ชื่อว่าศิลปะ ถ้ามีแต่สาระเรียกว่าสารคดี ส่วนศิลปะต้องมีองค์ประกอบอื่นด้วย 4. ธรรมะ จะเป็นกัลยาณธรรม ดึงสู่ความสงบสุขเรียบร้อยสาระ เป็นเทวนิยม ในระดับสามัญทั่วไป จะสูงเท่าไหร่ก็เป็นโลกียะ ไม่ใช่ขั้นสูงสุดโลกุตระ 5. ศิลปะโลกุตระ มีแต่ในศาสนาพุทธเท่านั้น คนเป็นโลกุตรบุคคลจึงประกอบงานศิลป์ได้ อาตมาเป็นผู้ที่ทำได้ ทำมงคลอันอุดม เริ่มแรกชื่ออาตมาก็ชื่อมงคล ท่านติสโส อ้วน ตั้งชื่อให้ มงคลคือความประเสริฐ เป็นอจินไตย อาตมาทำไมต้องเป็น ร.รามรักษ์ ส่วน ส.ศิวรักษ์ แล้วก็มีตรีมูรติ เป็นสามหน่วย โลกุตระ จุดแบ่ง โลกียะ กับ โลกุตระ คือ จิต อกุศลจิต หรือกิเลส ถ้าลดละจางลง ก็เป็นโลกุตระ ถ้าเพิ่ม โตใหญ่ มากขึ้น ก็เป็น โลกียะ ศิลปะโลกุตระ คือ งานที่มีอิทธิพลถึงขั้น ทำให้คนผู้เสพลดกิเลสได้ อาตมามากรุงเทพตอนเป็นฆราวาสก็โดดเข้าวงการเพลง แต่งหลายเพลง เช่น เพลงพิไรรัก เพลงซากรัก เป็นเพลงระดับราคะ ที่จริงชื่อเต็มว่า เหลือเพียงซากรัก เต็มไปด้วยเรื่องรักใคร่เต็มที่เลย เป็นเพลงระดับราคะ นี่เป็นเพลงรุ่นแรกที่อัดแผ่นเสียง แล้วมีเพลงรุ่นสองมา คือ เพลงผู้แพ้ เพลงกระท่อมน้อยกลางพนา มันก็ชักจะไม่ใช่ราคะ ชักมีสาระ

(ต่อไป วงฆราวาสร้องเพลง ก่อนสิ้นแสงตะวัน) แดดเรืองแสงร้อนแรงคุ้มหล้า วับวาม แผ่รังสีในยามตะวัน มิจร อย่าระเริงหลงว่า เวลาผันผ่อน จะพาร้อนใจ แดดอ่อนแสงร้อนแรงพลันคลาย มิคง อย่าลืมหลงเวลาล่วงเลย ล้ำไป อย่ามัวเพลินหลงว่า เวลานั้นไม่ ควรสนใจคำนึง

จงคิดอย่าเมินมอง แดดอ่อนรองเรืองรำไร นั้นไซร้ ควรคิดและพึง สำนึกดูจนเห็นใน ใจจึง ซึ้งในคุณและค่าตะวัน ก่อนสิ้นแสงตะวันจะจาก ลับไกล โปรดจำไว้คือวัยล่วงไป พร้อมกัน จึงควรตรองเสียก่อน อย่านอนหลงมั่น วัยและวันจะผ่าน พ่อครูว่า...เพลงก่อนสิ้นแสงตะวันก็เป็นเพลงแค่สารคดี จะบอกว่าธรรมะก็มีหน่อยๆ ชี้นำให้คนรู้จักสาระที่เป็นคุณค่าคุณธรรม ว่าอย่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปเปล่า เหมือนตะวันขึ้นแล้วก็ตกแค่นี้ ก็เป็นเพลงสาระ ไม่ใช่โลกุตระอะไร เพลงระดับพวกนี้มีเยอะ พอสมควร ยกตัวอย่างเท่านั้น

(ต่อไป วงฆราวาส ร้องเพลง ป่ากาม) โลกนี้มีไหมใครมิเคย เอ่ยงามเอ่ยสวย ใครช่วยเชิญไข ให้ความหมายรูปรสกลิ่นเสียง เพียงแตะใจกาย รื่นรมย์หลากหลาย ย่ำกลายย้ำกามเหิมเกริม ใครสวยใครเสริมจนเยิ้มงาม ค่าใดใคร่ถาม ที่เห่อเกินหาม ห่ามใจเหิม เปลืองไหมแพงไหม ใยได้แต่เสริม อย่าเติมเหิ่มหาบ้าร้ายห่าร้ายลงเมือง

ใยไม่คำนึงนึกถึงความจริง มารสิงใจจนป่นเปลือง ป่ากามเข้มเต็มเมือง ร้อนเรืองลามไหม้ลนก้นทรมาน คนเอ๋ยเคยหวนทวนคิดกัน แค่ใดใช่ผัน ตามก้นคนฝัน สร้างทางผลาญ มองหามาเห็นทางให้ใจหาญ ต้านโลกีย์สาน ม่านศีลสร้างสรรสังคม พ่อครูว่า...เพลงป่ากามนี้เข้าขั้นโลกุตระแล้ว ด่าทอกามแล้ว เพลงนี้แต่งทำนองไว้ก่อน ก่อนจะเป็นเพลงนี้ได้ชื่อว่า เพลงเทพโหด คือเป็นเพลงรักๆ โลกๆ ใช้เป็นเพลงที่สอน คุณฉันทนา กิติยพันธ์ ร้องเพลง ผู้แต่งเพลงต้องรู้จักการโน้มน้อม convergence ให้ไปสู่ interest point อย่างไรด้วย อาตมามาบวชแล้วก็เอาทำนองเก่ามาใส่เนื้อใหม่ หลายเพลง ร้องให้เป็นเพลงโลกุตระไป พวกเราก็ฟังจนเกิดผล มีเปลี่ยนแปลงจิตใจชีวิตมาเป็นมวลหมู่ชาวอโศก

(ต่อไป วงฆราวาสร้องเพลง ภูฟ้าผาน้ำ) ยากจะตาย หากเราปั้นทรายให้เป็นแผ่นทอง เก็บเอาฟ้ามารวมกันปั้นกอง ก่อภูเขาเป็นโขดหิน หรือยิ่งปั้นผาน้ำ ให้ยืนค้ำอยู่คู่ธานินทร์ นั้นไม่ได้ยินว่าเป็นไปได้ ใช่ง่ายดาย หากเอาน้ำลายปั้นเป็นบ้านเมือง ก็คงหลงตามด้วยความหมดเปลือง เฟื่องฟูหรูจนไม่ไหว เหมือนปั้นลมแล้วหวัง ให้เป็นเสาตั้งหยั่งลงไป นั้นแน่ว่าใครหวังไปเปล่าดาย

เหมือนโลกของเหล่าผู้รู้ ปั้นภูมิดูสูงส่งชวนหลงเป็นของง่าย ความรู้มอมเมาจิต เกิดเป็นพิษมากมาย ปรัชญาหลากหลายคล้ายกัน

ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำ ผลนั้นเป็นเช่นใด ปั้นภูมิสูงมาค้ากันเข้าไป ไล่กันทึ้งจึงบิดผัน ขายค่าความคิดสูง จึ่งจูงโลกสู่ประลัยกัลป์ เพราะไม่ปั้นคุณธรรมให้คน ปั้นภูฟ้า ปั้นผาน้ำ ผลนั้นเป็นเช่นใด ปั้นเพียงรู้ไม่ปั้นธรรมใส่ใจ โลกจึงถึงดีแค่ฝัน หลงแต่ความรู้ไซร้ จึ่งพาให้สุดโต่งดึงดัน นั่นแหละ "ปัญญานิยม" ล่มเมือง

พ่อครูว่า...เพลงภูฟ้าผาน้ำนี้เป็นเพลงโลกุตระที่เข้าสมัยมากเลย ต้องพยายามนำมาใช้ เดิมทีแต่งทั้งทำนอง เนื้อร้องตอนเดินบิณฑบาต ตั้งแต่เริ่มออกบิณฑบาตจนกลับวัด ตอนอยู่ปฐมอโศก 22 กุมภาพันธ์ 2531 ใช้ความจำ และโน้ตบ้าง ได้ทั้งทำนองและเนื้อเสร็จในตัว หลายเพลงแต่งเร็ว อย่างเพลงชื่นรักนี้แต่ง 15 นาทีเสร็จ จะเป็นฆราวาสหรือเป็นพระก็ปฏิบัติลดกิเลสในเมืองได้ แต่อยู่เหนือได้ ตรงนี้ สัมผัสกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ก็ไม่มีกระดิกไม่มีหวั่นไหว แล้วอยู่ช่วยสร้างบ้านเมือง ฆราวาสที่เป็นอาริยบุคคลซึ่งมีมากกว่านักบวชอีก ก็เป็นนักการเมือง อาตมาทำงานมา 46 ปีแล้วก็ถึงเวลาเปิดตัวศิลปะโลกุตระ โดยเชิญผู้จะร่วมกันสร้างสรรประเทศชาติก็เชิญเลย

(ต่อไป วงฆราวาสร้องเพลง ผีฟ้า) สวยงามสามภูมิสรรมาให้สวยเลอเลิศ พราวเพริดปานใดงามแข่งกันไปยิ่งสวย อร่อยเกมส์กามเลยเถิดเกิดกลซ้อนจนคนซวย สำรวยผลาญพล่าพาร้ายเป็นผีตัวหนึ่ง หลงรวยหลงมีหวังเป็นเศรษฐีให้ได้ จะยากอย่างไรกระเสือกกันไปให้ถึง ต่างแข่งต่างคนมีเล่ห์มีกลร้ายจนพรั่นพรึง ผลจึงเสียทีป่นปี้เป็นผีอีกตัว

แค่สวยรวยสองตัวนี้ ฤทธิ์มันมากมีเป็นผีฟ้าที่น่ากลัว ใหญ่จนผู้คนหดหัวมืดมัวชั่วดีไม่มีปัญญารู้ได้

ผีจึงหลอนลวงสังคมด้วยสวยรวยศักดิ์ มันใหญ่ยิ่งนักจนหักคอมันไม่ไหว แต่หากศึกษาเพียรฆ่าผีฟ้าที่มาชอนไช สังคมพ้นภัยใครกล้าฆ่าผีบ้างเอย พ่อครูว่า...ให้คะแนนสู่แดนธรรม 80 เต็มร้อย ที่พยายามร้องเพลงผีฟ้านี้ เพี้ยนท่อนแยก ถ้าใครร้องเที่ยวแรกนี้ไม่เพี้ยนได้นี่ยอดเลย เพลงปราบเซียน ออกนอกคอร์ดไปเลย เดิมเพลงนี้ชื่อหัวใจที่ไร้ค่า ต่อมาใส่เนื้อใหม่เป็น เพลงผีฟ้า ก็มีสองคำคือคำว่าสวยและรวย แค่รวยกับสวยสองคำนี้ อาตมาเรียกว่าผีฟ้า ที่แต่งเพลงมาก็ใช้ได้ผล เกิดผลให้คนบรรลุ แต่ก็เพิ่งได้ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ถึงเป้า แต่การได้อาริยบุคคลมาในโลกนี้แม้จะได้น้อยก็มีค่าสูง เป็นสิ่งจำเป็นของโลก รู้ว่าไม่ง่าย แต่ก็ทำได้ทุกวันนี้ไม่สูญเปล่าไม่เสียของ

_มีคุณปิ๊ก ฝากหิน ถามว่า ศิลปินที่แต่งเพลงแบบคอร์ดนอกทฤษฎีนี้มีพ่อท่านคนเดียวหรือไม่ พ่อครูว่า...ก็น่าจะมีคนเดียวที่แต่งแบบนอกคอร์ดแบบนี้ แต่ก็รู้ว่าออก รู้ว่าจะดึงเข้าอย่างไร เพลงผีฟ้านี้ขนาดนักประสานเสียงมาร้อง ก็ยังบอกว่าทำไมยากจังเลย คนอื่นจะออกไป มี flat sharp ออกนอกโหมด แล้วก็ดึงเข้ามาด้วย ทั้ง minor major ก่อนเข้าหัวก็ดึงเข้าได้อีก เป็นต้น ทั่วไปออกไปแค่ครึ่งเสียง ก็พอมี แต่อาตมานี่ออกนอกมากกว่า เป็นภูมิของเดิม อาตมามาเรียนทฤษฎีทีหลัง ถ้าอาตมาไม่ออกบวชตั้งใจจะทำ Opera แต่ก่อนหน้านั้นก็ทำ Operetta แล้ว ตั้งแต่เป็นนักเรียนมา หมายถึงว่า ในเพลงเป็นเรื่องราวที่มี plot มี climax มีเนื้อเรื่อง ตัวแสดงทุกตัวไม่มีพูดกัน การพูดตั้งแต่ต้นจนจบก็เป็นเพลงหมด อย่าง Musical play ก็เป็นเพลง แต่มีการพากษ์ แต่นี่ไม่มีพูดเลย มีเพลง ทุกตอนทุกเวลา นี่คือ Operetta คือเล็กๆ แต่ใหญ่ๆ จะเป็น Opera อาตมาซ้อมเป็นเดือน แต่ออกจริงแค่ 20 นาทีเท่านั้น ตอนนั้นไม่มีใครมาสอน แต่ทำเอง เป็นของเก่าทั้งนั้น คนก็ดูดี มีนักศึกษาศิลปะ อาจารย์ก็พาออกไปศึกษานอกสถานที่ ก็ไปสุโขทัย ก็เอ่ยถึงประวัติศาสตร์ต่างๆ ประวัติพระและเจดีย์ที่สุโขทัยเมืองเก่า

(ต่อไป วงฆราวาสร้องเพลง ฟากฟ้าฝั่งฝัน ) แม้ไกลปานไปฟากฟ้า ข้ามสุริยาอีกดวง เลยจักรวาลทั้งปวง อยู่สรวงฤาห้วงแดนใด ยากแค้นไกลแสนกรากกรำ คร่ำทรมานปานไหน เจอมารพาลโหดโฉดภัย ร้อนร้ายกว่าไฟก็ทน แน่วจริงแล้วใจไม่หน่าย เกิดตายแล้วตายกี่หน มุ่งเพียรขอเพียงให้คน เมตตาผองชนจริงใจ นั้นคือแดนดังฝั่งฝัน ช่วยกันและกันดีไหม หวงโลภหลงโกรธอยู่ไย บุญไซร้ใครสร้าง ต่างเป็นของตน พ่อครูว่า... เพลงฟากฟ้าฝั่งฝันนี้เป็นปณิธานส่วนตัว อาตมามุ่งมั่น จะยากปานใด ไกลเพียงใดจะไปให้ถึงที่สุดแห่งที่สุด ยากแค้นไกลแสนกรากกรำขนาดไหน แน่วแน่ในใจ เป็นปณิธานโพธิสัตว์ เพื่อเดินทางไปสู่จุดหมาย อาจารย์ประมวลฟังแล้วก็บอกว่าเป็นเพลงโพธิสัตว์นี่ เป็นจิตตั้งมั่น ไม่เช่นนั้นไม่ง่ายหรอก คนเราเข้าใจศิลปะที่เป็นไปเพื่อละหน่ายคลายไม่ได้ ที่อาตมาตั้งประเด็นเป็นภาษาง่ายๆ ว่า งานที่จะเป็นโลกียะหรือโลกุตระได้นั้นต้องดูว่า เช่น คนเขียน ภาพนู้ด คนมาเห็นแล้วก็กิเลสลด กับกิเลสเพิ่ม อันหนึ่งเห็นภาพนู้ดแล้วกิเลสขึ้นอย่างนี้คืออนาจาร มิใช่ศิลปะ คนที่จะเขียนภาพนู้ดให้คนกิเลสลดได้ไม่ง่ายนะ อาตมาไปเห็นภาพปิกัสโซ่ คิวบิซึ่ม นั้น ก็แยกส่วนอวัยวะหมดเลย อย่างแวนโก๊ะ เขาถือว่าเป็นต้นแบบ impressionism คือไปติดที่วิธีฝีแปรงเขา เป็น ที ของเขาที่ไม่มีใครเหมือน ก็ไปติดใจเช่นนั้น แต่ไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่ realistic ธรรมดา ไม่ abstract อะไร แต่ที ฝีแปรงแกเป็นเอกลักษณ์ คนก็ติดอันนี้เท่านั้น อย่างภาพดอกทานตะวันดอกเดียว ภาพเก้าอี้ คนก็ซื้อกันเป็นพันล้าน หลงในเทคนิค ไม่เข้าถึงสาระ นอกจากความประทับใจแค่นั้น เอาแค่รูปเรื่องฝีแปรงชอบๆๆ แต่ไม่รู้ได้สาระอะไร วันที่ 20 นี้จะเปิดตัวศิลปะโลกุตระ อยากให้เข้าใจสาระ ที่เป็นโลกุตระ เพราะศิลปะอยู่ในทุกแขนงของชีวิต ถ้าเข้าใจแล้วจะมีสัปปุริสธรรม 7 ตามแบบพระพุทธเจ้า เอาไปใช้เป็นประโยชน์ทำตนเป็นอาริยะแล้วช่วยสังคมต่อไป

จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน