พระอรหันต์ก้บรสเปรี้ยวน้ำลายไหล.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.56 KB
วันที่แก้ไข12 กุมภาพันธ์ 2564

เนื้อหาในไฟล์

พระอรหันต์ก้บรสเปรี้ยวน้ำลายไหล พ่อครูว่า…อาตมาพยายามอธิบายให้พิสดารลึกซึ้งซับซ้อนให้เห็นชัดเจน อาหาร 4 นี้ ถ้าเรียนอาหาร 4 นี้เป็นอรหันต์ ไม่ต้องเอากรรมฐานอื่นให้มากกว่า เรียนรู้ในอาหาร 4 แท้ๆก็คืออาหารกินข้าว คำข้าว อาหารที่เคี้ยวกลืนกินทุกวัน ถ้าเป็นนักบวชก็ได้กินวันละ 1 มื้อได้พิจารณาวันละครั้ง แต่เป็นฆราวาสนี้จะทนดูไปได้ตลอดเลย มันเป็นอุปกรณ์ในการปฏิบัติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนมีทุกคนจะต้องเผชิญทุกคนไม่มีใครละเว้นไม่มีใครจะไม่มีการไม่กินอาหาร ต้องกินอาหาร แม่คุณบรรลุอรหันต์แล้วคุณก็ยังต้องกินอาหารเลย แต่ตอนนี้หมดกิเลส เพราะฉะนั้นคนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าและเมื่อจบแล้วก็ยังอยู่กับโลกก็ยังต้องอยู่กับอาหาร ไม่มีกิเลสแต่ก็ต้องกินอาหารไป อาหารก็คือธาตุที่กิน ขนาดพระอรหันต์ธรรมดายังไม่หมดความจำ ความจำจะมาหลอกหลอน แม่ว่าเป็นพระอรหันต์แล้วความจำในรสอาหาร อาตมาเป็นโพธิสัตว์อาตมาพูดได้ เราหลุดพ้นไม่ติดยึดแล้วไม่มีปัญหาไม่เคยทุกข์สุขกับอาหาร มีก็ได้ไม่มีก็ได้ แต่ความจำนั้นยังจำได้ว่าอันนี้เคยอร่อย อันนี้ไม่ค่อยชอบไม่อร่อยเท่าไหร่ หลายอย่างบางทีมันชอบมาก เอออันนี้ชอบมาก นานๆเขาเอามาให้ที เป็นอรหันต์แล้วไม่ได้เรียกร้องหรอกมันก็จะมา อันนี้ โอ้โห จ๊ะเอ๋ไม่เจอกันนาน ของเคยชอบ มันยังจำได้นะ มันยังหลอนอยู่ อรหันต์ ไม่ได้ติดยึดไม่เคยนึกโหยหาอยากเสพอยากกิน แต่เมื่อเขาเอามาประเคนก็รู้ว่า เออมาแล้ว แหม!หายไปนาน ไม่เจอกัน ความจำได้มันมีอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิพัทธ์รุนแรง เป็นความจำ พระพุทธเจ้าเคยปรารภกับพระอานนท์ อานนท์ความจำนี้มันลืมยากนะ คนเขาฟังแล้วก็จะบอกว่าความจำ มันจำยากแล้วต้องลืมหรือไม่ต้องลืม ก็คือไม่ต้องลืมหรอกแต่ไม่ต้องมีรส ไม่ต้องไปสนุกอะไรกับมัน แต่มันก็ต้องสะดุด

อ่านต่อ

นี่เอาอารมณ์ของพระอรหันต์พูดให้ฟังแล้ว มันไม่ได้เป็นกิเลสแต่มันยังเป็นความจำ มันต้องอยู่กับมันต้องประสบกับมัน วันใดวันหนึ่งต้องมาเจอ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ลาภยศสรรเสริญโลเกียสุข ก็มีอยู่ในโลก ซึ่งเป็นผู้ที่เจริญก็ยิ่งเป็นผู้ที่เจอมาก เขาก็จะเอามาประเคนเอาแต่ของที่ดีมาให้สัมผัสทั้งนั้นแหละ เราก็จะเจอกับมัน ไม่เชื่อไปถามสมเด็จไปถามเจ้าคุณชั้นสูงดูสิ อาหารที่เขาเอาไปประเคนให้ มีแต่อาหารอย่างประณีต ไม่ประณีตไม่นำเอาไปถวายดอก พระชั้นสูงจะเจอแต่ของประณีตของดีๆ เพราะฉะนั้นก็เลยไม่รู้ตัว พุงออก ทั้งนั้นเลย ก็กินไป คือกลบเกลื่อนตัวเอง เราเรียนมาแล้วอย่าไปติดยึด ก็เลยได้กินทุกวันเพราะคนเขาเอามาให้กิน ไม่เคยรู้ความละออก จิตเราออกจากกามได้จริงไหม เห็นไหม เป็นรูปราคะ อรูปราคะในจิต สนิทเนียนมากเลย เรียนแต่วิธีหลอกไม่เรียนรู้วิธีอ่านกิเลสตั้งแต่หยาบก่อน หัดฝึกจริงๆจนอยู่เหนือมันได้ ขนาดเป็นพระอรหันต์อยู่เหนือมันได้ มันยังมีความจำมันยังหลอน _สู่แดนธรรม...ในวงการธรรมะถกกันว่า พระอรหันต์ถ้านึกถึงมะนาวแล้วน้ำลายจะออกไหม มันยังหลอนออกได้อยู่ ไม่ได้ติดนะ เปรี้ยวมันไม่ได้อร่อยอะไร ไม่ได้มีชอบเลย บางทีไม่ไหวมันเปรี้ยวไม่ฉันหรอก หวานจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด เค็มจัด ไม่หรอก จะฉันจืดๆ แต่มันก็หลอนให้น้ำลายออกได้อยู่ ผู้ที่ไม่มีความจริงพวกนี้ บอกว่านึกถึงมะนาวแล้วน้ำลายยังออกไม่ใช่อรหันต์หรอก อรหันต์น้ำลายไม่ออก พวกพระสายเจโตศรัทธา จะกดข่มจะรู้สึกออกยากหน่อย ไม่ปฏิบัติอย่างธรรมชาติ อย่างพระพุทธเจ้าปฏิบัติอย่างธรรมชาติเป็นปัญญามันก็จะยังจำ แต่พวกที่กดข่ม จะมีพลังกดข่มไม่ค่อยออก ก็จะไปพิจารณาว่าพระอรหันต์น้ำลายไม่ไหลนี่ เป็นพระอรหันต์พวกที่น้ำลายยังไหลอยู่ไม่ใช่พระอรหันต์ สู่แดนธรรม...ธรรมชาติของมะนาวนึกถึงก็จะมีน้ำลายออก เพราะร่างกายสัมผัสของเปรี้ยวก็จะมีปฏิกิริยา พ่อครูว่า…พูดไปแล้วจะเป็นการแก้ตัวให้สายปัญญาหรือเปล่า

640212_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้ อาหาร ให้บรรลุถึง อรหันต์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน