221230 ความเสื่อมของการทำวัตร-พ่อท่าน-สันติอโศก-R081.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคมพุทธศักราช 2522 ปัจจุบันนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกก็มาทำวัดกันอาการทำวัตรนี่เป็นกิจวัตรของผู้ใฝ่ความเจริญของนักบวชหรือว่าของนักพรตก็จะต้องเรียนปริยัติเพื่อการปฏิบัติทุกวัน ฆราวาสเองก็ควรเรียนควรศึกษาตัวจะมีกิจวัตรของตนเองที่วันหนึ่งคืนหนึ่งก็จะต้องเรียกว่าเรียนรู้ความรู้ทางทฤษฎีเพื่อเพิ่มพูนปัญญาในขณะที่ทำวัดจริงๆไม่ได้ว่ามีแต่การเพิ่มพูนทฤษฎีเท่านั้นการทำวัตรการฟังธรรมเนี่ยเหตุการณ์เรียนรู้จริงๆเป็นการรู้ 1 ในวันหนึ่งคืนหนึ่งที่เราปฏิบัติประพฤติมาหาเราจะได้ฟังการสรุปหรือว่าเราได้ฟังการ ทดสอบเช็คเรียบเรียงเราจะได้ฟังความรู้ใหม่อีกจะฟังเพื่อความแน่ใจในอะไรต่างๆที่จะฟังกันวันแล้ววันเล่าบางทีวันนี้เราปฏิบัติพรุ่งนี้เราได้เช็คหรือบางทีเราปฏิบัติวันนี้ได้ไปเช็คเอาอีก 3 วัน 5 วันข้างหน้าที่ท่านจะพูดถึงหรือหลายวันเป็นเดือนเราจะได้เช็คก็แล้วแต่เนี่ยมันมีโอกาสถ้าเราไม่มีการเร่งฟังได้รับจากผู้ที่รู้คือที่ท่านเองจะเป็นผู้ที่ใช้ผู้ที่ จะทำขึ้นให้เราได้รู้ให้เราได้ทดสอบให้เราได้ตรวจสอบเราก็ตรวจสอบเองด้วยซึ่งการตรวจสอบเองก็จะเท่ากับภูมิของเราที่เรามีภูมิจะตรวจสอบที่เราจะระลึกได้จำได้บ้างหรือว่ามีความชาญฉลาดรู้ก็เท่าๆของเรานั้นเองซึ่งมันก็จะไม่เหมือนกับผู้ที่ท่านรู้ยิ่งกว่าเราท่านจะเช็คหรือว่าท่านจะแสดงขึ้นมาให้เราได้ตรวจสอบหรือว่าจะเพิ่มความรู้ใหม่ให้แก่เราอีกมันไม่เหมือนเพราะการฟังธรรมเนี่ย เราจะได้รับบางทีเราจะได้รับหลายอย่างการแสดงธรรมไม่จำเป็นจะต้องแสดงธรรมคนเดียวหลายๆคนก็ได้บางครั้งบางคราวก็มีการแสดงหลายๆคนมีจันนาทัศนะได้หลายทัศนะและเราก็ได้รับรู้ก็จะทำให้เรามีความรู้กว้างขวางประการทำวัดแต่ก่อนนี้ของอโศกเราก็ทำไมไม่ศึกษาเล่าเรียน
อ่านต่อ
ตั้งแต่รวมกลุ่มกันใหม่ๆอยู่ที่แดนอโศกจะทำวัดกันวันนึง 3 หนทำวัตรเช้าทำวัตรบ่ายทำวัตรเย็นจะทำวัดกันที่ 3 หนเรียน หนังใหม่ๆอ่ะต่อมาก็ค่อยๆลดลงเหลือ 2 หนภาษาสปปงานมันน้อยมันไม่มีอะไรมากนะมีแต่การเรียนเรียนจริงๆก็เรียนกันถึงขนาดนั้นลดลงมาด้วย 2 หนจนกระทั่งเดือนนี้ก็มี 2 คนบ้างแต่ประจำวันเดียวแน่นอนทุกแห่งทุกแหล่งอย่างน้อย 1 ครั้งนอกจากบางวันที่เราจะทำเป็นวันพักเพราะเราจะต้องเรียนรู้การเรียนรู้การเพียรในการทำวัดแต่ไม่มีสภาพที่สืบเนื่องมาจากพุทธประเพณี จารีตของพุทธเราเรียกว่าทำวัตรเป็นภาษาไทยทำกระท้อนธรรมดาก็ทำสิ่งที่วัดแต่ละก็คือเวียนวนซ้ำซากเป็นอยู่อย่างนี้แหละวัดสาระการทำวัตรเนี่ยเวียนวนซ้ำๆเรามาทำทำให้สิ่งที่ทำอย่างนี้เวียนวนซ้ำซากอยู่นี่แหละเป็นจิตเป็นการกระทำทำเพื่อเกิดผลไม่ได้ทำเปล่าได้ถ้าเราเวียนวนซ้ำซากไปเฉยๆโดยที่ไร้ค่าไร้คุณมันก็ไม่มันก็เสียเปล่าคือตื่นมาตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เนี่ยมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรจะได้เรื่องนิดนึงก็คือไล่ให้ตื่นมา จะให้นอนเกือบอยู่ที่ในที่นอนก็ได้ฝึกตื่นแต่เช้าแล้วก็ตอนนี้แหละมันกำลังอร่อยๆละตอนนี้นอนกำลังอร่อยเราเองจะไม่อร่อยนักปฏิบัติธรรมเนี่ยแม้แต่การนอนก็ไม่ใช่จะมานอนเพื่อเสพอร่อยแล้วมันก็เป็นกิเลสสำคัญพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่าเมถุน 1 การนอนหนึ่งแล้วก็ความเมาอีก 1 3 สิ่งนี้ไม่มีความอิ่มความเต็มจัดเอาไว้ 3 สิ่งนี้ไม่มีความอิ่มความเต็มยิ่งให้มันก็ยิ่งเอามากยิ่งให้มันก็ยิ่ง มากยิ่งไปทีได้บำรุงมันเบอร์มันบำบัดมันให้แต่มันสร้างก็ไม่ใช่มันเถอะมันยิ่งนับวันยิ่งมากยิ่งมากไม่มีกลิ่นมีเต็มท้องรถมันตัดมันต้องฆ่ามันต้องหยุดมันมันจึงจะหายมันจึงจะไม่เสพไม่ติดเพราะถ้าเราไปติดการนอนเราไปให้การนอนบ่อยๆมันก็มีแต่นอนคนจะแก้ความง่วงในการนอนให้มากไม่ได้เล่นได้ถ้าเราง่วงๆแล้วเราก็บอกก็ไม่ง่วงง่วงก็นอนให้มันมากมันก็ยังไม่พอก็จะต้องให้นอนให้มันอีกให้มันเพิ่มเวลาให้มันอีกไม่มีพอ จะแก้ความความง่วงหรือความในการนอนให้มันเท่าไหร่เท่าไหร่ก็ไม่พอสิ่งอื่นก็เหมือนกันเมถุนเหมือนกันความเมาเหมือนกันเรายิ่งเมาอันนั้นมาวันนี้เมามายความเมามายของจิตเนี่ยแล้วเรายิ่งไปให้มันมันก็ยิ่งอยากใหญ่อยากใหญ่อยากใหญ่แม้แต่การเมายอดเมาอำนาจเมาราบให้ลาภมันก็จะต้องสะสมลาภใหญ่เลยไม่มีความพอให้ยศหรือว่าให้อำนาจมอบอำนาจมาเอายศให้ไม่มีความพอไม่มีที่สิ้นสุดแต่ไม่มีที่จอดเมถุนก็เหมือนกันเอาล่ะวันนี้จะเป็นเน้นเรื่องมีทุนจะพูดกลางๆจะพูดส่วนรวมไปทั่วไปให้ความรู้ในเรื่องการทำวัตรและก็มีการทำวัตรก็มีหลัก ไปสำคัญๆที่ขยายความสู่ฟังทำไมที่นี่ทำวัดไม่เหมือนวัดอื่นๆไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวหรอกสาขาอโศกทุกแห่งทำวัดก็อย่างนี้คือไม่ใช่มาท่องสวดกันเฉยๆที่ที่เรานี่ทำวัดและอาตมาขอยืนยันด้วยว่าสมัยพระพุทธเจ้าทำวัดนั้นอย่างนี้นี่คือการทำวัดที่จริงจังทำวัดคืออย่างนี้ถ้าในรูปเรื่องมันเป็นอย่างนี้การทำวัตรในเวลาบ่ายก็มีพระมารวมชุมนุมกันที่บรรดามีเราเรียกว่าศาลาบรรยากาศที่จะเรียน วรรณะแปลว่าการเรียนรู้แต่ว่าหนังสือแปลว่าตำราวันนัดศาลาที่เกษตรกรสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีหนังสือหรอกยังไม่มีหนังสือตำราอย่างนี้เพราะฉะนั้นวันนั้นศาลาก็จึงไม่ได้หมายความว่าศาลานั้นซื้อชิ้นเดียววันละศาลาคือบรรดาที่มารวมกันเพื่อรับความรู้มารวมกันสาดกันบ้างอะไรอะไรกันบ้างอยู่แล้วแล้วได้เวลาประมาณที่พระพุทธเจ้าท่านจะมาโปรดสาวกเสด็จลงมาที่บรรดาเพราะเสด็จลงมาที่บรรยากาศแล้วเรียบร้อยช่างพร้อมก็กราบคารวะฟังดีๆในการกราบคารวะนี่เป็นธรรมวัดนะ การกราบคารวะนี่เป็นการทำวัตรเพราะราคาและวัดพระพุทธเจ้ากันเมื่อกล่าวคารวะกันเสร็จเรียบร้อยแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็จะแสดงธรรมใครมีปัญหาอะไรก็คุณถามคุณทูลถามใครมีข้อข้องใจใครมีเรื่องอะไรก็ถึงถามหรือไม่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเป็นอย่างนี้ทุกวันที่นี่เรียกว่าการทำวัตรแต่ทีนี้การกราบคารวะนั้นมันก็มีติดต่อกันมาตามหาพระพุทธเจ้า เสด็จลงแสดงธรรมก็นิมนต์พระภันเตกันบางวันพระภันเตคือพระผู้ใหญ่หรือพระพอสมควรจะเป็นพระธรรมกถึกที่จะแสดงธรรมสู่หมู่ฟังสวดมนต์ขึ้นแสดงธรรมในการแสดงธรรมในบางทีก็เป็นพระธรรมกถึกจะต้องปราบกันบางทีก็ไม่ใช่ภันเตองค์ต้นองค์สุดก็ฝากกันเป็นลำดับให้รู้ลำดับตรงที่ซันเตก็ไม่ยอมไปกราบองค์ที่เป็นอาวุโสอาวุโสนี่หมายความว่าเป็นผู้ที่เป็นผู้น้อยเป็นผู้น้องนะที่นี่ภาษาไทยเรานี่มาใช้กันผิดๆอาวุโสมองนึกว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ Stay แปลว่าผู้ใหญ่อาวุโสแปลว่าผู้ร้องเป็นผู้น้อยกว่าก็กราบคารวะกันเป็นลำดับให้รู้ลำดับให้รู้ลำดับแม้จะเป็นพระธรรมกถึกที่ขึ้นแสดงธรรมไม่ใช่ภันเตก็ตามก็จะไปก็ต้องกราบคารวะและกราบขอโอกาสด้วยครับขอโอกาสพูดพระภันเตเพราะตัวเองจะขึ้นแสดงธรรมเพื่อแสดงธรรมก็อยู่ในที่ที่เด่นหรือที่สูงกว่าปกติหน่อยนึงเพื่อการเห็นกันทั่วทุกวันแล้วเพื่อยกทำเพื่อยกฐานะแห่งธรรมผู้นั้นแสดงธรรมถือว่าเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะสูงก็ยกหน่อยเห็นพูดพระธรรมก็ ที่จะขึ้นก็มีถ้ามีภันเตก็กราบคารวะภันเตก่อนทีนี้กองอื่นๆก็กราบคารวะพระผู้ที่จะแสดงธรรมนั้นเป็นลำดับต่อไปเป็นรถรถลั่นๆกันอยู่อย่างนี้เพื่อให้รู้ลำดับให้รู้ฉันตอนคารวะนี้ก็จึงมีเป็นธรรมเนียมกันมาด้วยเรียกว่าการทำวัตรเพราะฉะนั้นมาที่นี่จะเห็นได้ว่ามีการปราบกันฝึกให้ปลาไม่ใช่ไม่ฝึกจะเห็นได้ว่าที่อโศกนี่กล่าวไม่เหมือนที่ไหนไปกล่าวและเป็นรู้กันเลยแม้แต่ฆราวาสชาวอโศกเมื่อเด็กฝึกเรียนได้รู้แล้วไปที่น้อยๆไปกล่าวเข้าเห็นเลยว่าการกราบมีเป็นเบญจางคประดิษฐ์ด้วยความตั้งใจหรือเต็ม ไม่ใช่กลับอย่างเสียไม่ได้กราบอย่างเสียไม่ได้คือไงกลายเป็นเสียไม่ได้ก็ถึงจะใช้ยิ่งผู้หญิงแล้วไปวัดนี่หนูก็ปลงสั้นๆไปแล้วมันก็นั่งยากไม่ต้องนั่งเรียงยาวๆอาตมาต้องแสดงให้ดูด้วยก็คืนไปนั่งกางเกงนี่มันนั่งไม่ได้หรอกมันสั้นมันแคบด้วยแล้วมันก็อย่างนี้จะนอนแล้วนะพอเปล่ามันก็นอนเลยเพราะปากก็นอนเลยนอนราบเลยผู้หญิงเดี๋ยวนี้เลยนะลูกกระโปรงสั้นแล้วก็เคยมีคนมาขอร้องอาตมามาคิดนะมาบอกว่าเขาไม่เห็นด้วยเลยที่ผู้หญิงปราบเนี่ยนั่งแบบทับขา ทับขาไปอ่ะแล้วก็ไม่ตั้งขาข้างหลังคือไม่ตั้งเท้าขึ้นถ้านั่งเท้าถึงเขาเรียกว่านั่งขย่มนั่งคุกเข่าแล้วก็จะอยู่ข้างเท้าขึ้นแล้วก็นั่งก้นนั่งทับอยู่บนส้นเท้านั้นเรียกว่านั่งประยงค์ธรรมดาและผู้ชายนั่งถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่ตั้งขาขาลากลงไปเลยนอนลงไปแล้วเราก็นั่งบนส้นเท้าเหมือนกันนั่นแหละผู้หญิงก็แล้วก็กราบผมไปอย่าพยายามให้ก้นกระดกขึ้นให้ทราบครับผมเป็นแน่นี่เรียกว่ากราบเป็นจางครับประดิษฐ์เป็นการเข้าไปอีกแต่ว่าถ้าองค์ 5 จุดมีข่าวมีมือเขาก็ไม่ใช่ ถ้าเรามีเขาเขาได้เราคุกอยู่แล้วแล้วก็มีเขามีศอกมีมือเนี่ยหน้าตรงไปกับพื้นอีก 2 จุดจะ 4 จุดข่าว 2 ข่าวมือสองมือหน้าผากลงไปจดพื้นอีกเรียกว่า 5.5 องค์ความหมายความว่าเราจรดพื้นเราน้อมๆครอบคล้องลง 5 จุดจะมีสภาพนอกลงไป 5 จุดเบญจะเบญจางเบญจะบอกองค์พระก็คือเป็นจางเป็นจางครับประดิษฐ์เครื่องหมายคำว่าเราก็ทำประดิษฐ์ให้ได้รูปร่างประดิษฐ์ให้ได้รูปร่างที่งาม ประดิษฐ์การประดิษฐ์การกระทำให้ได้รูปร่างดีงามให้เรียบร้อยนี่เป็นการก็เป็นอีกทีนี้การกล่าวของคนทุกวันนี้ยิ่งผู้หญิงอยากจะยกตัวอย่างแล้วเมื่อกี้เนี่ยมีคนมาขออาตมาเขาบอกว่าเขาไม่เห็นด้วยที่นั่งก็ส้นเท้าแล้วก็กราบอย่างนี้เขาบอกว่าไม่งามต้องนั่งอย่างเขานี่นะอย่างนี้ก็ฝากอาตมาไม่อยากพูดเป็นหมอบอกว่าฉันไม่เห็นด้วยเลยกราบอย่างนั้นกล่าวอย่างที่อาตมาให้ผ่าตัดอย่างเขาเนี่ยต้องอย่างนี้อย่างนี้ก็เรียบร้อยเขาก็ไม่กระดกเพราะว่าแต่ก็ไม่สะดวกมันก็จะเป็นไอ้เข้ซึ่งมันไม่ใช่รูปเลยแล้วรูปอะไรนี่คือท่าอะไรเขาก็บอกไม่ได้มีแบบอย่างอะไร แต่ที่น้ำปลานี่แบบอย่างเบญจางคประดิษฐ์อันนั้นแบบอย่างไรนอนอย่างนี้ 1 ก้น 2 แขน 2 แขนแล้วก็หน้าผากลงไปแล้วผักสดก็ได้ที่จุดเดิม 4 จุดเลข 7 ตุลาคม 7 ตุลาคมก็ประดิษฐ์ยังไม่เคยได้ยินในการจัดตารางครับประดิษฐ์ 1 2 เท่าแขนมันจะสามารถซึ่งเรียกว่าความเห็นส่วนตัวมันไม่เข้ารูปเข้ารอยมันไม่ได้เหมือนกับปากหรือว่าผู้รู้ท่านได้ทำท่านใดจัดเอาไว้แล้ว นี่เราไม่ได้ทำที่แปลงอะไรหรอกเราก็ทำตามแบบเดิมของผู้รู้เก่าแก่ของปราบเดิมดีอยู่แล้วไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นจะต้องพลิกแพลงอะไรที่นี่พอมากราบการปราบกันนี่ก็กราบอย่างเสียไม่ได้ในคอนอกจากจะถ้าของผู้หญิงที่ไม่เข้าท่านั้นแล้วก็ปราบคุกเขาก็คุกละแต่เมื่อมาถึงก็รีบๆทิ้งรีบๆโยนบางทีก็อะไรเงี้ยมือแบะๆๆ 3 ทีก็มีความรู้อยู่บ้างก็มาแวะๆๆมันมีหลายท่านะเยอะเลย หลายอย่างดูแล้วมันมันไม่ใช่จะมาเคารพคารวะนอบน้อมอะไรการนอบน้อมท่านด้วยใจด้วยความเต็มใจดีจริงๆมันวัดเพราะอะไรเพราะใจมันไม่ต้องการเคารพเพราะใจมันไม่อยากเคารพแล้วมันก็เลยฝืนมันก็เลยดึงขึ้นมาเรื่อยตามธรรมดาแต่แต่เดิมแล้วมันก็กราบอย่างนั้นแหละกราบกันอย่างนอบน้อมจริงๆมันก็กราบคนที่นวางค์ครับประดิษฐ์เลยนะอย่างพวกทิเบตนี่เขาไม่ได้กราบแค่ 5 จุดเราไปเลยทั้งตัวไปถึงปั๊บก็คุกเข่าคุกเข่าแล้วก็เอาตัวแนบกับพื้นราบยืนไปเลย 4 เลยนอนกราบอยู่นั่นเลยนะ ของตลกที่จริงก็กลายเป็นซาบซึ้งอย่างสุดตัวเลยต้องนอนพอไปถึงพระก่อนลงคุกไปก่อนตัวก็ลาไปอีกลากก็กลัวมือยื่นเข้าไปเป็นการนอนยืดไปหมดเลยแนบกับพื้นหมดทั้งตัวเลยนะแต่เขาปลากันจริงๆในวันนอกมอบราบเลยว่างั้นเถอะทราบจริงๆเลยนั่นน่ะสูงสุดของเขาซึ่งเราก็รู้แล้วว่าเออก็สูงสุดก็เป็นท่าที่แหม่มมันสุดยอดเลยเราเราเองเราไม่นิยมทางด้านคนไทยเราไม่นิยมสมัยนิยมและวางครับประดิษฐ์เรานิยมเบญจางคประดิษฐ์แค่นี้ก็พอดีแล้วเราก็ทำกันเพราะฉะนั้นการกราบนี้ ขอให้รับทราบว่าพวกเราจะต้องพยายามแสดงกายว่ากิโมโนให้มันให้มันสอดคล้องกันไม่ใช่ว่าเราจะให้แต่ไม่ให้ดูท่าทีและเหมือนยังเสียไม่ได้นอบน้อมไม่จริงเคารพไม่จริงมันก็ไม่ค่อยดีนอกจากจิตใจของคุณจะไม่เคารพจริงคุณจะไปแสดงกับใครมันก็ต้องเป็นมันไม่เต็มใจมันก็ไม่ให้เต็มที่และเพราะไม่เต็มใจแล้วก็ไม่ให้เต็มที่นั่นแหละจึงกลายเป็นค่อยๆลดลงลดลงลดลงทุกวันนี้หรือเปล่าเป็นแบบอย่างไม่เต็มใจแม้แต่พระเองกราบพระพุทธรูปรักษายังไม่เต็มใจกราบพระพุทธเจ้าอาตมาเคยกราบแต่เดิมบวชใหม่ๆอยู่ที่วัดและวัดแรกที่สุดเปล่าอาตมาก็กราบอย่าง ความรู้สึกแล้วอาตมาก็กราบก็กราบมันก็ช้ากว่าจะขึ้นมากว่าจะอะไร 3 ครั้งพวกพระทั้งหลายแหล่เขาที่เขาไม่ชอบอาตมาอยู่แล้วเพราะว่าอาตมาเป็นพระบวชใหม่ก็จริงเพราะบวชแล้วเขาก็นิมนต์ขึ้นเทศน์เลยตามธรรมดาและพระบอกที่ 5 ปีบวชอยู่ที่นั่นที่นั่นพระธรรมกถึกพระที่จะขึ้นธรรมาสน์เทศน์นะไม่ใช่ฮะได้ง่ายๆต้องท่านอาจารย์พระที่วัดนั้นน่ะที่เขาจะขึ้นนิมนต์กรุงเทพอาตมาพอบวชปั๊บเขาก็นิมนต์ขึ้นเทพก็เลยเกิดการหมั่นไส้พระต่างๆในอยุธยานี่พูดจริงๆนะไม่ใช่ไม่ใช่ส่อเสียดเล่าสู่ฟังจริงๆเลยเรื่องจริงก็เกิดการหมั่นไส้เกิดการเพราะว่าอาตมาเป็นพระใหม่ที่ข้ามหน้าข้ามตาอะไรใดต่างๆนานาไม่ใช่ มันเป็นจริงอาตมาไม่ได้นั่นเลยเจ้าคุณเจ้าอาวาสเธอก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะนิมนต์ญาติโยมเขาอยากฟังธรรมของอาตมาเพราะเขารู้ว่าอาตมาแสดงธรรมไปแสดงธรรมที่อื่นด้วยซ้ำที่นู่นที่นี่เขาไม่มองไปแสดงทำไมที่วัดเราไม่ให้อาตมาแสดงเขาก็ไปบอกเจ้าคุณเจ้าคุณก็อนุญาตแล้วก็ให้จัดให้อาตมาขึ้นเทศน์ขึ้นอะไรมันก็เป็นเรื่องหลายๆอย่างนะแล้วอาตมาก็ไม่เหมือนหลายอย่างที่อาตมาไม่ทำเขาก็หมั่นไส้แต่บอกเวลาไปทำวัดเย็นทำวัตรแล้วเสร็จแล้วก็ถามว่าเสร็จแล้วก็ลงไปกินโอเลี้ยงกันก็มีโอเลี้ยงไปเลี้ยงทุกวันน่ะที่ฉันลาวัดเสร็จก็เลี้ยงแก่จะมาก็ไม่เคยไปกินกับเขาเขาอาจจะมาพอแล้วฉันหนเดียวจะมาก็พอแล้วไม่ต้อง ไม่ต้องหลายเรื่องอ่ะเรื่องเดียวก็พอแล้วหลายๆอย่างนี้ยกตัวอย่างอาตมาก็เคร่งครัดเดินสำรวมเขาก็ว่าเดินกุมเดินอะไรแล้วแต่เขาก็วางเข้าไปแม้แต่กราบขนาดของมันไส้มากจนกระทั่งเขาพูดได้ยินเลยขณะที่กำลังอาตมากำลังกล่าวบนเนี่ยบนอาสนะสงฆ์ที่กล่าวบางทีอาตมาไปก็ไปก่อนเค้าก็เคาะระฆังเขาอะไรแล้วอาตมาก็ไปนั่งนั่งก็คนเดียวก็นั่งอยู่ข้างบนแล้วก็ปลามันก็เด่นๆนะตำบลอาจจะส่งเข้ามานั่งข้างๆก็มาสูบบุหรี่รอกันอยู่ข้างๆอะไรก็ได้ถึงอาตมาก็ไม่ไปนั่งคุยนั่งอะไรด้วยอาตมามาถึงก็มากราบพระพุทธรูปแล้วก็นั่งอยู่บนศาล [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] รู้ว่าพวกเราควรจะทำอะไรแค่ไหนแล้วก็ทำกันให้มีความหมายแค่ไหนไม่ใช่เราทำโดยที่เราไม่มีความหมายอะไรเลยมันเป็นการแสดงความจริงใจในการแสดงความสอดคล้องว่าเราน้อมนอบน้อมแล้วก็เต็มใจนอบน้อมจะเห็นได้ว่าคนละแม้แต่ตรงไปแนบลงไปแล้วเราก็ยังอยู่ๆครู่นึงระวังๆคนหยุดอยู่นานนานถ้ามีพลังคนนั่งทะเลาะกันก็แค่บางทีก็หลับไปหรือเปล่าแค่อยู่ตั้งนานสักครู่หนึ่งถึงห้าถึงสิบอะไรอย่างมากก็ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 อะไรประมาณนั้นก็ไม่เกินนั้น Harley 6.7 อะไรก็แล้วแต่นับสมาคมคอยลุกขึ้นไม่ใช่ว่าเสียไม่ได้มันมีลักษณะแล้วเราจะดูว่ามันดูดีมันสอดคล้องมันมีน้ำใจมันมีกายกรรมวจีกรรมอันไม่ขัดเขินดูแล้วมันถามว่าไม่มีจิตใจลามกมันมีจิตใจสกปรกอะไรนะเขาจะซาบซึ้งพวกคุณเองก็อาจจะเคยบางคนเห็นแล้วกราบพอดีทราบหน้าเริ่มใสมันงามพูดกันง่ายๆว่ามันเกิดกัลยาณังมันงามอ่ะเราเห็นแล้วเราจะรู้สึกว่าคุณไปเห็นไอ้ที่มันไม่เหมือนอย่างนี้มันต่างกันตลกๆต่างคนต่างโลกหนึ่งพร้อมก็ไม่มีซ้อมก็เหมือนกับเสียไม่ได้อะไรต่างๆนานามันไม่เกิดอะไรก็เห็นแล้วแต่มันไม่เคยที่เขาถาม ประกาศมันก็มีรูปแบบที่ชี้ชวนที่จริงแล้วก็คือการชี้ชวนการชี้ชวนการการกระทำให้เป็นแนวโน้มที่จะชักจูงไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปบอกไปพูดท่าเดียวแล้วเอาใช้กิริยากายเราใช้สภาพกายกรรมด้วยเป็นองค์ประกอบของวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบของจารีตประเพณีเป็นองค์ประกอบของการเรียนรู้ของการเป็นไปตามมันถ่ายเทมันสืบทอดมันเป็นดาวที่ประเพณีเป็นพฤติกรรมเป็นวัฒนธรรมในการกราบก็ต้องเป็นวัฒนธรรมเพราะฉะนั้นที่อื่นๆก็มีการพอถึงจะจับมือกันหรือว่าไม่มีท่านั้นท่านี้อะไรถ้าโค้งถ้าอะไรก็แล้วแต่มันก็มีวัฒนธรรมของแต่ละที่แต่ละแห่ง แต่ละเรื่องแต่ละอย่างทีนี้สำหรับเรื่องของศาสนาโดยตรงโดยเฉพาะศาสนาพุทธเราก็มีแบบอย่างนี้เป็นการกราบวิธีการคารวะของฆราวาสของเราธรรมดาน้องก็โค้งแค่นี้ก็ว่ายนอบน้อมไม่ถึงกลางแต่ศาสนาเรายกสูงเราก็กราบด้วยศาสนานี้เรายกสูงต้องนอบน้อมคารวะถือว่าเป็นผู้ผลิตเป็นอริยบุคคลและผู้ที่มีคุณธรรมเป็นสิ่งที่จะช่วยสูงสุดสำหรับในเหล่าคนแม้แต่กษัตริย์แม้แต่กษัตริย์ก็ต้องกราบพระหรือไหว้พระอย่างนี้เป็นต้นต้องยกพระเป็นศาสนาเป็นสถาบันที่เศรษฐกิจวิญญาณ จบปัญญาเกี่ยวกับแนวทางนำเกี่ยวกับสภาพที่สูงสุดในด้านจิตวิญญาณของมนุษย์หรือหมายเอามนุษย์ซ้อเลยหมายถึงเอาจิตสูงหมายความว่าจิตอันสูงเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นมนุษย์โสจริงๆเป็นผู้ที่ยืนอยู่ในฐานของมนุษย์จริงๆคือพวกศาสนาจะเป็นมนุษย์แท้แต่ผู้ประเสริฐมีจิตประเสริฐจิตสูงจริงๆเรียกว่ามนุษย์แท้มาสถาบันนี้นี่เป็นสัจจะทุกคนเข้าใจทุกคนก็จะต้องทำให้จริงพระศาสนธรรมที่จริงจึงเป็นสถาบันที่เป็นสถาบันที่เรียกว่าสูงไม่ใช่ยกนะนี่อธิบายสัจธรรมให้ฟังแม้แต่สถาบันกษัตริย์ก็ยังจะต้องกราบเคารพศาสนธรรมศาสนธรรม สถาบันศาสนาเป็นต้นเราก็จะต้องทำให้สมส่วนทำให้สมศักดิ์ศรีหรือว่าทำให้สมความเป็นจริงอันนี้มันเป็นความเป็นจริงที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าพูดเพื่อยกตัวยกตนหรือพูดเพื่ออะไรไม่ใช่ชาติแล้วก็ถือว่าทั่วไปบัลลังก์ทั้งหมดของบัลลังก์ของมนุษย์บัลลังก์ของราษฎรแต่ละประเทศเรียกว่าชาตินี้บัลลังก์เขากษัตริย์บัลลังก์ของศาสนาก็เป็นบัลลังก์แต่ละบัลลังก์แต่ละการสถาบันหรือเรียกว่าอะไรหรือเรียกว่ากลุ่มหรือว่าเรียกว่าจิตเรียกว่าหน้าที่การงานสัดส่วนอะไรอย่างนี้ชาติจริงๆก็รวมหมดว่าไปแล้วชาติก็รวมทั้งศาสนารวมทั้งกษัตริย์ในบัญชาแต่ทีนี้ก็ฝ่ายบุคคลก็ช่วยกันทำงานอย่างแจกไป เขาเรียกว่าชาติส่วนของชาติศาสนาก็ดูแลทางด้านวิญญาณทางด้านจิตวิญญาณให้ทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์สะอาดเสียสละมีความรู้ในคุณงามความดีของจิตจิตเป็นตัวสั่งพระพุทธเจ้าท่านสอนเราจิตก็คือพระเอกเป็นประธานมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาจิตที่เป็นประธานของสิ่งทั้งปวงคิดมาก่อนอื่นแล้วก็จะนำสิ่งอื่นไปเจริญเศรษฐาเจริญโตใหญ่จนกระทั่งกลายมาเป็นมนุษย์กลายมาเป็นตัวเราแต่ละบุคคลเรียกว่ามโนมาอย่างกลายมาเป็นตัวตนหรือเป็นเราจะเป็นเราเป็นเขาก็มาจากจิตทั้งสิ้นนี่เป็นสุภาษิตที่ต้องส่ง ไม่ดีสำหรับพุทธศาสนิกชนของเราแล้วทีนี้ก็มีการเบี้ยวหรือว่าการเสื่อมหรือว่าการเปลี่ยนแปลงของทำวัตรเช้าวัดมันก็เลยกลายเป็นตั้งแต่เริ่มต้นมีจริงแต่เดิมอย่างที่อาตมาเล่าสู่ฟังแล้วต่อมามีการกราบและก็มีการแสดงธรรมทีนี้พอต่อมาต่อมาในรุ่นหลังมันเสื่อมเสียมันบิดพลิ้วไปทำวัดทุกวันนี้ทุกคนพอบอกทำบัตรก็จะระลึกได้ถ้าฆราวาสเองจะเห็นจะนึกออกอันเดียวคือ 1 มาสวดร้องฟังดีๆนะอาตมาไม่ได้พูดว่าสวดมนต์อาตมาพูดว่าสวดร้อง มาตรวจรองเขียนมาถึงก็มาทำมีเนื้อที่และเลี้ยงไว้แล้วท่านเรียกว่าทำทำคาถาต่างๆทำที่ร้อยกรองเอาไว้บทร้อยกรองเอาไว้แล้วแล้วก็มานั่งท่องก็พร้อมๆกันปวดท้องไปเออบางวัดนี่ใส่ทำนองมากช่วยแจ้งด้วยอนุมัติทดลองก็เป็นหมู่รองช่วยเจ้าเป็นคีตะมีวาทิตามีเสียงร้องสวดทำนองกันแล้วก็โสดก็แค่นั้นแหละเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าทำไมมันเป็นแค่นั้นทำอะไรเป็นแค่ส่วนรองแล้วก็ถือว่าทำวัดอยู่แค่นั้นนี่อยู่ใน มีอยู่ในศาสนาพุทธเดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นทำบ้านก็คือมานั่งสวดร้องเอาคำร้อยกรองทำร้ายตอนที่มาสวดร้องนั้นก็เป็นของอาจารย์รุ่นใหม่ที่ไปตัดต่อของพระพุทธเจ้ามาผสมกับกระแสเป็นบทสวดร้องทำวัตรว่างั้นนะทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นอะไรก็ไปเอามาตัดต่อมาบดบังบดแต่ก็มีถ้าเกิดว่าในหมู่พระเองสวดเนี่ยก็ไปเอาธรรมบทมาจริงๆไปเอาบทคำสอนของพระพุทธเจ้ามาจริงๆมาสวดท่องจำได้บางทีก็ใส่ทำนองด้วยนั่นแหละต้องเป็นจังหวะด้วยเป็นทำนองด้วยเยื่อใยใส่ทำนองอะไรไปแล้วแต่แต่เราหมดจราจรเพราะว่าบทประพันธ์มันไม่เหมือนกันเพราะว่าคำศัพท์ไม่เหมือนกันก็แล้วแต่ ทำนองไปก็เหลือแค่นั้นโดยเฉพาะฆราวาสก็มีหมดเลยมีหมดประจำเขาทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นมีแค่นั้นแค่นั้นนอกจากคนวัดจริงๆก็สวดเพิ่มเอาบทธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาสวดท่องไม่ค่อยรู้เรื่องทีนี้ทางด้านพระที่ท่านเห็นว่าไม่เข้าท่าอะไรท่านก็เลยเอาแปลเดี๋ยวนี้ก็เลยมีสวดมนต์แปลมีแต่พยายามที่จะทำให้ดีขึ้นให้มันรู้เรื่องจริงๆมันสวดมนต์นี่มาฟังการสาธยายความรู้สวดก็คือสาธยายมนตราหรือมนต์ตักเนี่ยคือความรู้เนี่ยเรากำลังแสดงความรู้แก่กันและกันเนี่ยคือสวดมนต์นี่ขนาดนี้กำลังตรวจเท้าความถึงประวัติไม่ได้สวดกันอย่างแรงนะธรรมดาและส่วนกันถึงพริกถึง สวดกันให้สะดุ้งเลยโดนสวดภาษาไทยเราเรียกภาษาไทยเรานี่เอาความจริงนะภาษาไทยที่มาจากภาษาธรรมพอมาจากภาษาพระอีกเยอะโดนสวดเนี่ยแม้แต่อาตมาเคยอธิบายวิตกวิจารณ์คำว่าวิตกเนี่ยภาษาพระนะภาษาธรรมภาษาของฌานนั้นวิตกมันแปลว่ากลัวมันแปลว่ากังวลมันแปลว่ากลัวว่าจะไม่ดีมันกลัวว่าจะไม่ได้นึกว่ากลัวว่าจะไม่เป็นอะไรมีอะไรบอกพี่ตกแต่เป็นความจริงเป็นเนื้อหาจริงอธิบายผ่านองค์ฌานฌานที่ 1 มีวิตกมีวิจารณ์เนี่ยแปลว่าจิตใจเป็นอย่างนั้นอยู่ตรงนั้นมันก็วิตกอย่างนี้เป็นต้นเป็นภาษาจีนคนไทยรับมารับมาจากบาลีและมาจากทางธรรมรับมาจากวัดแล้วก็ไปเป็นภาษาทั่วไป แต่ตัวนี้ก็เหมือนกันสวดสารที่กรุงเทพฯจะหนาหรือสวดเนี่ยโดนเทศน์ก็คือโดนว่าแล้วคุณมาฟังธรรมนี่คุณมาโดนว่านะโดนเทศน์โดนสวดได้รับการสวดได้รับการเทศน์นี่มาโดนว่าความรู้ก็คือให้รู้ว่าสิ่งนี้ไม่ดีในตัวเรานั่นคือศักดาของเราศักยะทิฐิเราไม่ค่อยเห็นพอเราฟังผู้ใหญ่ท่านว่าแล้วก็เราเห็นเรารู้ตัวเราแล้วเขาแต่ละคนก็ฟังเอาพอเรารู้แล้วนี่โดนว่าแล้วอันนี้เป็นความไม่ดีมันมีที่เรามีเป็นศักดิ์กายะของเราเราก็จะได้ ต่างคนต่างศีลหรือว่าสังวรสำรวมเลิกละล้างออกเรียกว่าละสักกายะเมื่อรู้แล้วเราก็ทำตั้งศีลตั้งพรดขึ้นรู้ให้จริงๆฟังแล้วหรือว่าได้ยินได้อ่านมาแล้วก็มาตรวจพิจารณาไปกินตามยะปัญญาคิดนึกไตร่ตรองทบทวนแน่จริงแล้วไม่สงสัยแล้วตั้งศีลตั้งครรภ์ก็คือพ่อประพฤติปฏิบัติจริงก็คือข้อมูลปฏิบัติเพื่อที่จะเป็นวิธีการลดความชั่วของเรานั้นทำความไม่ดีหรือว่าทำภายในจิตจึงยึดจะเป็นกิเลสตัณหาของเรานั้นให้มันลดน้อยลงหรือหมดไปเราก็ตั้งสินทรัพย์ที่ทำทำแล้วทำให้จริงอย่าให้เป็นสีและก็ปรามาส ถ้าเป็นสีเป็นพรตแบบตามมาตรามากใช่ไหมคำว่าสักแต่ว่าทำไม่งั้นน่ะทำไปตลอดทำไปตลอดปีตลอดชาติไม่ได้เป็นมรรคเป็นผลอะไรเรียกว่าศิลปกรรมมากจะทุกวันนี้วัดไหนวัดไหนก็แล้วแต่ส่วนใหญ่ไม่มีมั้งไม่มีผลปฏิบัติศีลแล้วก็จะสามารถให้มาถือศีลอย่างนี้เรามาอยู่ศีลอุโบสถกันหรือว่ามาค้างคืนค้างวันมานั่งฟังธรรมนี้เรียกว่ามาอยู่ที่อุโบสถนี้ก็ทำกันไปสักแต่ว่าวันหนึ่งคืนหนึ่งหรือหลายวันหลายคืนก็ตามทำก็ยังเคร่งซ้ำไปแล้วไม่เกิดมาเกิดผลเราเรียกว่าถือศีลหรือบำเพ็ญพรตที่ไม่ไม่ไม่ได้อะไรสักแต่ว่าลูกลูกทำๆลูกทำให้เขามาอยู่กับมันด้วยซ้ำไปนะแต่ต้องอยู่ด้วย ลูกอยู่ด้วยขำๆอยู่กับมือกับไม้อยู่กับตัวแต่ไม่ได้มักได้ผลไม่เกิดการบรรลุเลยมีศีลมีพล็อตเสียเปล่าทำจนกระทั่งทำกลายเป็นจารีตเป็นประเพณีทำกันจนทำติดต่อสืบเนื่องตามกันทำมากจนไม่สูญไม่หายบุคคลรู้ประชาชนรู้เป็นจารีตเป็นประเพณีกระทำบางคนก็กระทำมากบางคนก็ทำน้อยทำแต่ไม่ได้อะไรเลยไม่เกิดผลอะไรเลยจึงเรียกว่าศีลแล้วก็ตัดปรามาสภาษาบาลีท่านเรียกว่าศิลปะสามารถมีความหมายว่ามันไร้ค่าไร้คุณมันไม่เกิดผลแม้จะมีอยู่ติดต่อมาอยู่ว่าเป็นจารีตเป็นประเพณีหรือจะทำให้มากก็ตามยิ่งทำให้มากยิ่งไม่ได้มันก็ยิ่งเร็วสิ ที่จริงทำศาสตราจารย์ที่ประเพณีถึงวันถึงคราวทำไม่ได้ผลมันก็ยังพอว่าเพราะว่ามันนานๆทำทีนี้ถึงวันแล้วมาวันอุโบสถศีลก็เสร็จทันทีก็มานานๆทำทีมันก็ไม่ได้ผลเอ้าก็ยังพอทำเนามีบางคนทำเคร่งด้วยถือศีลถึงทุกวันบำเพ็ญทุกวันแล้วไร้ผลมันยิ่งมหาศาลมากเลยมันยิ่งเป็นเสียงแล้วก็จะปรามาสที่เหลวไหลอย่างพระอย่างนี้ไม่ใช่วันหนึ่งคืนหนึ่งท่านถือศีลอย่างพวกเรานานๆวันอยู่อุโบสถ 7 วันมาถือศีลทดแทนมันแล้วมันก็ไม่ได้ผลอะไรเป็นแต่เพลงจารีตประเพณีทอดก็ยังว่าคุณนานๆมาทำทีมันก็ไม่ได้ผลอะไรก็ไม่นานเท่าไหร่ แต่พระเองถือศีลถือเพราะทุกวันแล้วไม่เกิดผลอะไรเลยยิ่งมาหาทีละก็จับสามารถทำไปทำไมทำแล้วไม่เกิดผลอย่างนี้ไม่เข้าทางถ้าเรียกว่าศีลธรรมมากได้ฟังให้ดีทุกวันนี้มันเลยกลายเป็นศีลเพราะก็มีศีลสรรพากรมาตรตามพระคือมีจารีตทั้งนั้นมาวัดปอมาบวชแล้วแต่ก็ไปอย่างนี้เพราะว่าถือศีลมีศีลศีลไม่กินข้าวเย็นศีลไม่ฆ่าสัตว์ไม่รักษาอะไรสีต่างๆของพระเองอีกวินัย 227 ผู้ช่วย 21 ถือศีลแต่มันไม่มีมรรคมีผลอะไรไม่เกิดผลอะไรนั่นคือศิลปะสามารถเป็นจารีตเฉยๆเพราะทุกวันนี้ก็บวชแต่จารีตตรวจตามประเพณีบวชเป็นจารีตประเพณีเฉยๆถือเป็นปัจจัยที่ประเพณีแล้วไม่ได้มักได้ผลอะไร อย่าไปเข้าใ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive