170000-F มหาปรินิพพานสูตร ตอน06(ไม่แทงตลอดในธรรมจึงเร่ร่อนอยู่)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
นางในคืนวันเพ็ญฟ้าดินชวนชัยสุขสันต์ของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนอนยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเปลี่ยนต่อหาซึ่งเราเรียนกันจริงๆที่จริงเราก็ไม่ได้เรียนกันถึงอาทิตย์ต้อง 7 วันเพราะว่าผมไม่อยู่ซะก็หลายวันแต่ถึงกระนั้นก็ตามมันก็ยิ่งไม่ได้มากอะไรหาที่จริงควรจะได้เรียนกันทุกวันเพราะว่าปริยัติปฏิบัติ ปฏิเวธจะต้องเป็นสภาพที่เกิดต่อเนื่องกันรับทราบกันไปได้แค่ไหนแค่ไหนก็ได้คนเราได้แค่คำหยาบๆก็เอารับเอาอย่าไปได้แค่คันกลางก็รับเอากลางไว้ได้ขั้นสูงก็รับสูงไว้เพราะฉะนั้นผู้ที่ฟังไปก็พยายามที่สุดที่จะพูดให้มันเข้าใจได้ตามระดับหมู่ที่สูงพอสมควรมากก็พูดกันกลางขั้นสูงหมู่ที่ 3 ก็เน้นไปในขั้นต่ำให้ละเอียดแล้วก็ละเอียดไปในเนื้อของขั้นต่ำอะไร นี้ก็พยายามเสมอที่จะให้ลงตัวกับผู้ฟังผู้ฟังหรือตัวผู้ฟังเองซึ่งมันมีรายละเอียดอยู่ในคำพูดทั้งนั้นพระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ในดูเหมือนตื้นๆทั้งนั้นแหละในพระไตรปิฎกนี่อ่านๆดูเข้าใจง่ายๆผู้ที่มีปัญญาในภาษามีปัญญารู้ภาษาพอสมควรก็พอจะอ่านได้ทั้งนั้นรู้ทั้งนั้นเพราะฉะนั้นผู้ใดเรียนคุณกับภาษาแล้วเช่นพวกเขาเรียนปริยัติทางด้านเพื่อเรียนแปลภาษาเข้าใจเนื้อหาความหมายของภาษาเข้าใจภาษาบาลีต่อถ่ายทอดมาสู่ภาษาไทยแปลภาษาไทย บาลีตรงกันอย่างถ่องแท้แล้วเรียบร้อยผู้ใดก็ก็สามารถเข้าใจภาษานั้นได้เข้าใจในภาษานั้นได้อย่างละเอียดละออได้แต่จะอย่างรู้ลงไปในตัวเนื้อหาสภาวะอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นปรมัตถ์นั้นก็แล้วแต่กูแล้วแต่ภูมิของคนถ้าคนใดไม่มีภูมิต่อให้เรียนเปรียญ 9 อีก 2 รอบรู้ภาษาต่อภาษาอย่างรอบถ้วนเช่นว่าคำว่าภาษาบาลีคำว่าอะไรอันนึงเนี่ยลับแลขยายความเป็นได้อะไรอะไ
อ่านต่อ
รหลายๆอย่างเท่าใดก็ตาม ก็จะได้แต่ที่ท่องมาจากประธานอนุกรมหรือต้องท่องมาจากผู้อื่นเขาได้แปลว่าผู้ที่รู้นะรู้ภาษาต่อภาษามันก็เป็นการมากมายเหมือนกันเพราะภาษามันมีมากถ้าไปจำภาษาที่แปลว่าอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนู้นของผู้ที่เขารู้ก็แปลว่าได้มันก็รู้ภาษาขยายความไปได้แต่มันก็ไม่ได้รู้ถึงความจริงคือไม่ได้รู้ถึงสภาพของจิตใจเป็น 10 รูปในตนไม่ได้รู้หรอกรู้แต่ภาษาผู้ที่ท่องได้ครองแคล่วว่องไวละเอียดละออในภาษาเพราะฉะนั้นใครถามต่อไปถามต่อขยายภาษาขยายสู่ความเป็นอยู่บนเป็นภาษาวงวัฏฏะของภาษาเป็นจักรวาล ก็ได้เยอะแยะไปมากมายเรียนรู้อย่างนี้มากมายด้วยประหยัดมากมายเป็นภาษาบัญญัติเป็นพระปริยัติมันก็ได้อยู่แค่นั้นเองส่วนผู้ที่จะเข้าใจอย่างลึกลงไปถึงสภาพธรรมนั้นแม่ภาษาจะไม่มากแต่ภาษานั้นก็ยังไม่ถูกตัวถูกชนมันอันนั้นเรียกว่ารู้จริงกว่าภาษาจะไม่มากก็ยังอยากลงไปถึงตัวถึงตนยิ่งภาษามากๆก็เข้าใจได้หรอกส่วนมากยิ่งขึ้นยิ่งรอบยิ่งถ้วนก็ยิ่งเต็มคำว่าสติหรือสติมากขึ้นความรู้รอบทั่วนะเราเรียกว่าสติ ซื้อสัตตะสตาร์ทที่แปลว่าร้อยรอบสูงทักษะทักษะกับสัตตะเนี่ยมันผิดกันทักษะแปลว่า 10 มิลที่เรามาใช้คำว่าทัศนะเนี่ยหรือสติเนี่ยมาจากรากศัพท์คำว่าทัศนะรอบ 10 สระมีสติมีมาจากคำว่ารอบ 100 เป็นรอบสูงกว่าทักษะรอบ 100 ถ้าเราจะเอาการรู้ของคนเราเต็มร้อยมันเป็นการรู้ที่เต็มครบถ้วน เราก็จะต้องรู้ให้เต็มร้อยไม่ใช่รู้บ้างไม่รู้บ้างถ้ารู้บ้างไม่รู้บ้างก็คือคนสติไม่เต็มไม่เต็มบาทไม่เต็มร้อยคนสติไม่เต็มรู้บ้างไม่รู้บ้างสภาพของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่านิพพานนั้นเป็นความรู้แจ้งแทงทะลุรอบถ้วนที่ผ่านพระพุทธเจ้าไม่ใช่สภาพของการรู้บ้างไม่รู้บ้างดับบ้างลืมบ้างไม่ใช่สภาพของพระพุทธเจ้านั้นรู้ทุกอย่างแล้วรู้แล้วก็เท่าทันมันทุกอย่างด้วยไม่หลงยึดไม่หลงติดไม่หลงเป็นตัวเป็นตนไม่ลงอันนี้ว่าเป็นของเราของข้าไม่รู้ว่าเป็นรถ แม่หลงรู้ชัดๆเลยว่าเป็นความเกิดแต่เราไม่ได้เอาจิตของเราไปผูกยึดเป็นเกิดเป็นอายุเป็นช่อหรือเป็นพยาบาลเป็นช้างเป็นฉันทะรักอยู่เป็นอภิชชาเพ่งเล็งอยู่หรือเป็นชังเป็นพยาบาทเป็นปฏิกะเป็นคุณหมอเป็นอโศกกะไม่มีไม่มีเศษเสื้อของจิตเหล่านั้นของเราไปผูกพันหรือไปร่วมเกิดเป็นนายกอยู่ด้วยเลยแต่รู้รู้เต็มร้อยถ้าจะนับเป็นพันไปอีกทีเดียวนับได้เป็นพันจะนับพันก็ยังได้รู้เต็มพันไม่ใช่ว่าอำพรางความ ไม่อำพรางรู้แจ้งแทงทะลุลอกทวนทัวร์ที่ผ่านพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นเพราะคำว่าสติจึงหมายความว่าถ้าเกิดว่าเราจะเอารู้เนี่ยเต็มร้อยนะนับเป็นร้อยคะแนนเต็มร้อยนึงรู้ก็จะต้องรู้ให้เต็มร้อยเท่าที่เราสามารถรู้ได้ไม่ขยับขย้อนไม่เหลือไว้ไม่ทำเป็นรู้บ้างไม่รู้บ้างไม่ใช่นี่เรียกว่าสติเพราะฉะนั้นคำว่าสตินี้ต้องเข้าใจให้ถ้วนเขาจะให้จริงเชื่อว่าสติมันหมายความว่าอะไรสติก็มาถึงโรงรู้แจ้งเต็มชัดเจนไม่ลำเรื่องลำไยมาอยู่ในสภาวะในสัญญานาสัญญา หรือไม่อยู่ในสภาวะสัญญาทำงานไม่เต็มที่รับอารมณ์ไม่เต็มที่ต้องเป็นสัญญาต้องเป็นสัญญาที่รับอารมณ์แล้วอย่างเต็มเสวยอารมณ์แล้วอย่างเต็มที่ไม่ใช่เนวะสัญญานะสัญญาพยายามเข้าใจคำว่าเนวะสัญญาณหมายคำว่ากำหนดหมายเท่าที่เรารู้ว่าเขาหมายว่าอย่างไรโลกก็หมายว่าอย่างไรเราก็รู้หมดเลยตามที่เขากำหนดเพราะฉะนั้นอย่าไว้เขากำหนดมายังไงเขาแจ้งรับรู้อารมณ์ช่วยเต็มรอบเป็นสติคือเป็นร้อยแล้วเขากำหนดร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เต็มร้อยไม่ขาดเหลือเลย พูดตามเขาหมดถ้าสามารถรู้ได้เท่าที่เราจะสามารถเข้าเวรที่ 23 นิโรธสัญญาเวที 23 แล้วก็นิโรธสิ่งที่ควรนิโรธจึงเรียกว่านิโรธอริยสัจคืนนิโรธสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหาอุปทานเราจะเป็นหลงยินดียินร้ายกับเขาไปหลงชอบหลงทางกับเขามีเชื้อของโลภะโทสะไปปนอยู่กับในจิตที่ไปรู้นั้นด้วยไม่พอนิโรธไม่มีจิตที่จะไปเป็นเชื้อโรคระบาดและจิตโทรศัพท์มูลนิธิไม่ให้อย่างอ่อนอย่างบางอย่างใดก็ไม่รู้สัญญาเวทยิตนิโรธแล้วตามที่เขาหมาย กำหนดถ้าสมมุติเขาตั้งขึ้นในโลกรู้ให้เต็มเสวยอารมณ์ให้ครบเท่าที่เราสามารถแล้วอย่าให้อารมณ์ของโลภะโทสะโผล่เป็นอันขาดอยากให้อันนั้นคือจึงเรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธเต็มเพราะสัญญานาสัญญานาสัญญานั้นสัญญามันกำหนดรู้บ้างไม่รู้บ้างมันไม่เต็มสติไม่เต็มสปีดไม่เต็มสติไม่เต็มสปีดไม่เต็มแรงไม่เต็มรอบไม่เต็มครบไม่ชวนชัวร์แนวรับสัญญาณ สัญญาโดยสภาพเป็นอย่างนั้นเพราะฉะนั้นยิ่งเป็นหนักนั่งหลับลืมตาหลับตาลืมลืมเข้าไปในวัดสัญญาณนะสัญญาแบบเจโตสมถะเข้าจึงหมายความว่ารู้อะไรฟังไม่รู้อะไรบ้างเพราะมันอะไรจะเกิดอะไรต่ออะไรมันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องจะว่าเราดับก็ไม่ดับจะว่าเราไม่ดับแล้วก็ยังรู้น้อยๆๆอะไรอยู่หรือลืมตาคงทองก็ตามแต่เราไม่รู้กับเขามันพยายามรู้กับเขาถ้ารู้แล้วกลัวเราจะทุกข์หรือกลัวเราจะสุขก็ตามกลัวเราจะทุกข์กลัวเราจะสุขอะไรก็ตามถ้าไปรู้กับเขาแล้วกลัวเราจะเป็นคนดีก็ยังมีพระยาคติยังไม่กล้าพออินทรีย์ภาระยังไม่แกร่งเพราะถ้าตาม อยู่กับเขาได้ด้วยอย่างเต็มที่จึงเรียกว่าอินทรีย์พละกล้าแกล้งรู้ก็ได้อย่างเต็มที่เลยแล้วเรารู้จิตของเราด้วยว่าจิตตัวไหนที่เป็นโลหะจิตโทสะมูลนิธิก็รู้แล้วก็รู้จิตของเราอยู่กำหนดรู้อยู่ว่าจิตที่มันเป็นโลภะเกิดแล้วก็ดับไม่เอาน่ะถ้ามันเป็นโทรศัพท์ไม่เอานะจะชอบน้อยๆจะไม่ชอบใจน้อยๆก็ตามชอบใจน้อยๆไม่ชอบใจน้อยๆอะไรที่จะเกิดในจิตของเราก็ตามเรารู้จิตอย่างนี้ชัดเจนแล้วเราไม่ให้มันเกิดเพราะมันเกิดความรู้เท่าทันเลยดาบๆนั่นแหละเรียกว่าพระโยคาวจรท่านพันนาคามีรู้จิตในจิตดับจิตในจิตท่านรู้ปะราคะอรูปราคะรู้ชัดเลยรู้ตัวรูปอ่ะรูป รูปอรูปอันนี้มันไม่ใช่โลกนิติมันรู้ว่ามันโผล่ขึ้นมาเป็นรูปก็รู้แล้วเป็นรถของโลภะเป็นรถของโทรศัพท์เขาดูแล้วจะเป็นโลภะโทสะอย่างอ่อนขนาดไหนก็ตามชื่อใหญ่ๆมันว่าโลภะคือประเภทที่โน้มเองมาหาตนโทรศัพท์กับหมายคำว่าผลออกจากตนดูชัดๆแบบนั้นจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่เป็นพระอนาคามีพระอนาคามีจะมีสภาพอย่างนี้ปฏิบัติตนกระทบสัมผัสอยู่อย่างไรก็ระมัดระวังอยู่ที่สังวรอยู่ที่มโนอยู่ที่มโนวิญญาณรักจิตอยู่ในจิตจึงเรียกว่าปรากฏการณ์ นำวิญญาณอยู่เป็นผู้ที่ควบคุมวิญญาณเป็นตัววิญญาณแท้รู้แจ้งในวิญญาณของเราเสมอๆและเราเองเราก็เป็นผู้ที่จะคอยจะสัมผัสมาอย่างยาวอย่างใหญ่บางทีมันก็ทนไม่ได้ก็รู้ว่าอ๋อนี่เรายังรู้เลยเกิดรถเพราะแรงกระทบนี่มันแรงเราจะสู้ไม่ได้เราก็รู้ว่าตัวเราเองยังอินทรีย์เพราะเราไม่กล้าไอ้ตัวรู้พวกนี้มันจะช่วยให้เราเพิ่มพลังเข้าไปเพิ่มพลังเข้าไปถ้ามันไม่รู้มันไม่เพิ่มพลังถ้ามันรู้เท่าทันสู้ไม่ได้เพราะเราพอเราเพียงหวายว่าพ่อเราสู้ไม่ได้แค่นั้นแหละเราจะพักสู้ได้แล้วเนี่ยมันเป็นสภาพจริงถ้าเราสู้ถ้าเราไม่ออกแล้วเราสู้ไม่ได้หรอก ไม่ได้แล้วเป็นไงมันก็เกิดระเบิดขึ้นมาเลยแรงต่อไปก็ได้หรือว่าฟึดฟัดขึ้นมาเลยออกมาทางรูปไว้ตีออกมาทางรูปกายกรรมเลยมีอะไรวะแรงตอบถ้าเกิดว่าสู้ได้ไม่ออกรู้กำหนดรู้แล้วไม่ออกมาหยุดหยุดหยุดหยุดหยุดถ้าจะออกก็หมายความว่าประมาณว่าคนนี้เองถ่ายจะต้องใช้อย่างนี้ประมาณโดยแท้จริงธรรมชาติอย่างนี้ไม่ๆๆมันก็ไม่มีมันไม่มีอะไรหรือว่าใช้อีกเหลี่ยมนึงคนพวกนี้จะใช้เหลี่ยมแรงหรือคนพวกนี้จะใช้เลี่ยมอ่อนเราก็ประมาณโทรออกคนพวกนี้จะใช้ริมแรงคนพวกนี้จะใช้เหรียญก่อนก็ใช้ออกก็ไม่รู้จะใช้เหลี่ยมแรงมีแรง ต้องใช้อ่อนสู้ถึงจะหยุดคราวนี้เหลี่ยมแรงไหมต้องใช้แรงสู้ถึงจะหยุดเพราะเราจะต้องรู้อย่างชัดเจนโดยจิตของผู้อื่นก็ต้องรู้ด้วยแต่เราจะยืนยันลักษณะเดียวไม่ได้นี่เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมครับพยายามเรียนรู้พยายามตั้งใจฟังแม้จะอธิบายในพระสูตรประกอบไปก็อธิบายด้วยขยายความตั้งแต่หยาบๆเป็นบุคลาธิษฐานไล่ก็ไปให้ถึงทำมาอธิษฐานเป็นจิตในจิตทำมาอธิษฐานก็คือรู้ลงตัวกันระหว่างตัวตนรูปกับนามรูปกับนามรวมตัวลงตนกันอย่างแท้จริงหรือจิตรู้กับสภา นั้นมันเป็นอันเดียวกันมันไม่ใช่ว่ามันยังเป็นคนละตัวคนละตนเป็นอยู่มันรู้รู้แล้วก็รู้อันนั้นชัดเจนเพราะในขณะใดที่เรายังเทียบเคียงอยู่เป็นบุคลิกฐานอยู่ข้างนอกกลับทำมาที่ฐานหรือนามของจิตของเราอยู่ข้างในเทียบเคียงกันอยู่ก็แสดงว่ามันก็ยังเทียบเคียงจนกว่าเราจะไม่สงสัยแน่ใจว่าบุคลากรที่ฐานก็เป็นตัวเป็นตนอยู่ในโลกเมื่อก่อนแล้วจึงจะเป็นอย่างนั้นเมื่อเราไม่ก่อเราก็ไม่มีแล้วเราเองเราก็รู้ว่าถ้าเรารู้เป็นปัญญาอย่างแท้จริงเป็นนามธรรมหรือเป็นกรรมาธิการแล้วเราก็ไม่สงสัยในเรื่องของปลุกเวลาอธิษฐานจะมีหรือไม่มีก็มันมีน่ะสิมันยิ่งยากจะมีมาก่อน หรือว่าไม่มีก็ฉันก็เหมือนเราจะไม่เกิดแล้วเราไม่สงสัยเพราะว่าเมื่อมันเป็นมโนปุพพังเป็นธรรมาธิการเป็นนามเกิดก่อนเป็นจิตเกิดก่อนแล้วจิตนี้จะสั่งสมไปเป็นรูปอย่างที่ว่านั้นไม่เห็นแปลกอะไรแปลกแปลกอะไรเพราะฉะนั้นถ้าเรายังรักการเกิดอยู่เราก็สั่งเขาแล้วมันก็จะเกิดเป็นอุปราชที่ฐานหรือเป็นตัวตนอย่างนั้นอย่างแท้จริงถ้าเราไม่รักการเกิดแล้วเราจะปล่อยเราจะดับเข้าใจอย่างลึกซึ้งเข้าใจอย่างจริงไม่มีปัญหาอะไรเราก็ไม่ไปนั่งสร้างเราก็ไม่ไปนั่งก่อนแล้วก็ปล่อยวางปล่อยวางก็สนิทปล่อยวางเฉยละเอียดแล้วปล่อยแล้ววางแล้วก็ไปได้เรา นี่มารุ่นแรกๆนี้ได้ฟังละเอียดละออฟังมากผมมีเวลาอยู่ด้วยมากขณะนี้แม้ขนาดที่ผมออกไปทำงานข้างนอกบ้างก็เป็นการสืบต่อให้มันดูแผ่ไปกว้างขวางไปอยู่บ้างแล้วก็พยายามมาอยู่กับพวกเรานอนด้วยกันกินด้วยกันอยู่แล้วก็พยายามตื่นแต่เช้ามีโอกาสเย็นอะไรๆก็พยายามหรือแม้แต่ติวกันในกลางวันเวลาพิเศษต่างๆนานาก็พยายามเพิ่มกันก็เป็นส่วนที่เราจะได้แล้วพวกเราก็พอใจที่จะได้สิ่งนี้ไม่เบื่อไม่นายไม่รักก็ดีแล้วล่ะแต่โอกาสเป็นโอกาสอันดีก็รีบพยายามตักตวงพยายามศึกษาพยายามค้นคว้าพยายามเทียบเคียงกับสภาวะแล้วก็ลด ภาวะทำให้สภาวะจิตของเราสูงขึ้นเราจะได้รับต่อเราจะได้สูงขึ้นเพราะผมบางทีพูดละเอียดละเอียดลงไปเราไม่มีฐานรับอย่างนี้มันก็เข้าใจแต่ภาษาอยู่เท่านั้นเองถ้าเรามีฐานรับมันจะละเอียดๆๆขึ้นไปแล้วมันจะแทงทะลุเข้าไปไกลๆผมก็จะได้นำเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆจะได้มีโอกาสกันจริงโอกาสที่จะมาแจกแจงเป็นลำดับเพียงตลอดออกไปอะไรใดๆที่จะเข้าใจได้ลึกซึ้งมีสภาพเป็นหมู่เป็นหมวดมีสภาพเป็นชิ้นเป็นอันอย่างนี้นะกำลังเป็นโอกาสที่ดีรุ่นแรกๆลืมๆเป็นโอกาสที่ดีต่อๆไปในอนาคตหมู่ใหญ่ขึ้นงานผมก็มากขึ้นทุกคนก็จะต้องมาช่วยผมด้วยซ้ำไปจะต้องมาช่วยผมทำ การเพิ่มขึ้นโอกาสที่จะเป็นผู้รับโดยฝ่ายเดียวอย่างนี้นั้นจะหายากขึ้นจะหายากเพราะฉะนั้นในช่วงนี้ถ้าใครไม่พยายามตั้งใจและพยายามที่จะตั้งเจตจำนงรับก็เป็นโอกาสที่พลาดโอกาสเป็นการที่เราก็ขาดทุนซึ่งสภาพธรรมมันจะเป็นไปจริงๆมันจะค่อยๆขยายออกไปมันจะค่อยๆเพิ่มไปแล้วผมก็จะมีงานมากขึ้นซึ่งพวกคุณก็จะค่อยๆห่างจากผมไปห่างจากผมไปในอนาคต เพราะว่าจะต้องไปช่วยผมอีกเหมือนกันช่วยกันเพิ่มเติมภูมิเมื่อเราเองเราได้ปัญญาเราได้ความรู้ที่รู้จักฐานได้ทำประโยชน์ส่วนตนได้พอสมควรแล้วเราก็จะไปรับช่วงทำงานต่อทีนี้การจะได้รู้ลึกซึ้งเพิ่มขึ้นไปอีกนั้นเองเอาเองซึ่งมันไม่ง่ายเท่ากับที่มีผู้ชี้แนะมีผู้สูงนำเข้าไปน่ะมันเร็วมันง่ายทีนี้เมื่อเวลาเราไม่ง่ายเราไม่มีผู้สูงนำไปหาเอาเองมันจะช้านั่นก็เป็นอีกอย่างนึงแต่ก็ดีดีเป็นประโยชน์ที่เราได้ไปช่วยผู้อื่นเพิ่มเติมเพื่อที่เขามีฐานต่ำกว่าเราเราก็จะได้ทวีอันนี้เป็นเลขขาดสืบต่อไปถึงเวลานั้นก็จะ มีมุมดีมุมดีเหมือนกันแต่ผมเสียก็ตรงที่มุมที่ไม่ได้รับเพราะฉะนั้นมุมนี้ขณะนี้เราจะไปทำประโยชน์ที่อย่างว่านั้นก็ยังไม่ยังไม่ถึงเวลานะยังไม่เต็มที่ยังไม่เต็มที่เพราะว่าเราเองเรายังเป็นแต่เพียงเกาะกลุ่มกันขยายเกินขอบเขตนะเพราะเขาคู่รักเขายังไม่ยินดีจะรับอะไรมากมายนักก็ยังไม่เริ่มใช้ศรัทธาก็ยังไม่เต็มที่ก็ยังไม่เข้าใจเราเพียงพอเราก็ตักตวงเอาอันนี้ก่อนเพิ่มภูมิปัญญานี้ก่อนทำให้ลึกซึ้งทำให้เข้าใจทำให้ได้มากเปิดจิตเปิดจิตเอาให้จริงอันใดที่มันคล่องมันคามันยังละยังวาง ไปไม่ได้ก็เพราะว่าเราเองเรายึดไอ้ที่เรารับอะไรไม่ได้ก็เพราะมีอะไรมันค้างมันขวางอยู่มันยืดอยู่ถ้าจิตว่างๆจิตตรงๆแล้วมันจะมีค่าอะไรรับอะไรมันก็รู้ทั้งนั้นแหละมันไปยึดอะไรอยู่หยุดสิ่งที่เราไม่รู้ก็อ่านให้มันรู้ว่าเราจึงจะเข้าใจเพิ่มเติมได้เพราะผู้ใดที่เข้าใจรู้อันนี้ก็ยังไม่เปิดโอกาสไม่รับโอกาสอันนี้ผู้ใดไม่รู้ก็ยอมรับไปก่อนก็ไม่เป็นไรผู้ไม่รู้ก็ยังทำตามที่ตัวเองไม่รู้ถ้าผู้รู้แล้วก็ยังทำสิ่งที่มันเป็นไปโดยจริงที่ควรจะเป็นคนจะได้เราก็จะเข้าใจอันนั้น ตอนนั้นพูดที่ทนไม่ได้โดยลักษณะภูมิเต็มอยู่ด้วยความทุกข์รับไม่ได้จะรีบไปก่อนก็ต้องรีบไปเพราะถึงแม้อยู่มันก็รับไม่ได้หรอกมันมีทุกข์พุทธจักรกวนใจอยู่ก้อนใหญ่ๆมันจะไปรับอะไรเข้าถึงรับก็รับไปอย่างนั้นแหละสังข์กระจายรับไปอย่างนั้นแหละพยายามเปิดจิตเท่าไรมันก็เปิดไม่ค่อยออกหรอกแต่ถ้าเผื่อว่าผู้ใดว่างวางเข้าใจโปร่งใสโปร่งใสเท่าไรยิ่งสบายเท่าใดจิตใจไม่กังวลอะไรเท่าใดผักกิเลสมันก็ไม่ขวางอยู่แล้วจิตใจเราก็โปร่งใสด้วยกิเลสละเอียดเป็นรูปราคะอรูปราคะก็ไม่มีด้วยมันก็ยิ่งรับเหล็กเต็มมานะก็ไม่มีมันก็ยิ่งเต็มก็รับเด็กๆที่แท้จริงกรุงสร้างเต็มที่ นี่เป็นสภาพจริงที่อธิบายให้ฟังถึงลักษณะพวกนี้ถ้าใครรู้ตัวมันก็จะเข้าใจใครไม่รู้ตัวมันก็ฟังภาษาไปก่อนอ่ะทีนี้เราหันเข้ามาต่อก็ 93 ของการปฏิดอกมหาปรินิพพานสูตรกี่คนนิกายมหาวรรคครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ตามความพอพระทัยในอัมพวาหรือวันแล้วพระเรียกทรัพย์พระอานนท์มารับสั่งว่าดูก็อานนท์มาไปกันเถอะเราจะไปยังบ้านเวฬุวันท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้วเขาก็มีคุณภาพพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จถึงบ้านเวรลูกมะขามแล้วได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคเสด ทับอยู่ในบ้านเวฬุวนารามนั้นณที่นั้นพระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมารับสั่งว่ามาเถิดภิกษุทั้งหลายพวกเธอจงจำพรรษารอบเมืองเวสาลีตามที่เป็นมิตรกันตามที่เคยเห็นกันตามที่เคยคบกันคบกับคบกันเถิดส่วนเราจะจำพรรษาในบ้านไม่รู้ว่าคราวนี้แหละพระบริจาคก็เลยไปจำพรรษาอยู่ที่เรียนรู้ว่าความแล้วก็ให้สั่งให้พระที่ติดตามไปนั้นไปแบ่งกันแยกกันประจำพรรษาผู้ใดสนิทสนมเป็นมิตรเห็นการรู้การพบเคยคบกันกับใครอย่างไรก็แล้วแต่จะไปโปรดอภัยหรือว่าจะไปจำพรรษาอยู่ในส่วนใดก็ให้เลือกเอา จะจำพรรษาอยู่ที่เวฬุวันถามนี้คือสวนไผ่พวกภิกษุทูลรับพระตำหนักพระผู้มีพระภาคแล้วก็จำพรรษารอบเมืองเวสาลีตามที่เป็นมิตรกันตามที่เคยเห็นกันตามที่เคยคบกันเพื่อรับผู้มีพระภาคทรงจำพรรษาแล้วทรงไปส่วนใหญ่จำพรรษาที่นี่ก็ไปชวนเวทนาอย่างร้ายแรงถึงใกล้จะปรินิพพานเวทนาอย่างหนักจนจะไม่เอาแล้วขันนี้ปล่อยเถอะยอมตายเอาทีเดียวได้ยินว่าณที่นั้นพระผู้มีพระภาคทรงมีพระสติสัมปชัญญะกลั้นไม่ผ่านครึ่งทรงพระดำริว่าการที่เรา ไม่บอกภิกษุผู้อุปัฏฐากไม่อำลาภิกษุสงฆ์ปรินิพพานเช่นนั้นไม่สมควรแก่เราเลยในขณะที่อาพาธหนักก็คิดว่าจะทิ้งฉันทิ้งร่างนี้ไปเสียเอกก็เห็นว่ารู้สึกตัวว่าถ้าจะไม่สมควรเพราะว่าไม่ได้บอกกับอุปสรรคทั้งหลายหรือไม่ได้บอกกับภิกษุสงฆ์ทั้งหลายว่าเราจะดับขันธ์ไปเงียบๆตอนนี้มันผ่านไปเงียบๆตายคือตายถือเอาการตายไปเงียบๆเห็นว่าไม่สมควรภาคอะไรเราจึงใช้ความเพียรขับไล่เอาภาพนี้ดำเนินชีวิตสังขารเถิดก็เลยสร้างอิทธิบาทขึ้นตามความเพียร พยายามพอใจในขันรักขันไปอีกชูช่วยไว้มีความเพียรขึ้นเอาจิตตั้งขึ้นอย่างใดที่จะยังขันนี้ไว้ได้พอประทานก็หาทางพอไปทางคันนี้ขึ้นมีวิมังสามีการดัดแปลงปรับปรุงพอน้ำมันไว้ก็ดาวมันไว้พอยอมมันไว้ก็ยอมมันไว้พอทำมันไว้ประชาชนมันไว้ยังไงก็ประชาชนมันไว้ให้ใครมาตั้งขึ้นมาอีกหน่อยนึงลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคทรงใช้ความเพียรขับไล่อาภาพนั้นทรงดำรงชีวิตสังขารอยู่แล้วก็พยายามขับไล่อาภาพรจิตก็คือมันรู้สึกทนต่อทุกขเวทนาที่เป็นไปได้รูปขานนาม เอาน้ำมาขันมันก็เห็นว่าแม่มันน่าเบื่อเหลือเกินแล้วไม่ไหวแล้วควรจะพรากแล้วรูปก็ขันเป็นเหตุใหญ่รูปพรรณในครรภ์ไม่ไหวแล้วก็เราก็รู้การอันควรแล้วว่าได้สร้างอะไรต่ออะไรไว้พอสมควรเป็นประโยชน์ให้แก่โลกเขาก็มหาศาลแล้วมากมายพอแล้วสมควรแก่เครื่องยนต์อันนี้ที่จะคุ้มค่ามากมายแล้วนี่ก็เป็นการรู้เพราะงั้นถึงแม้ว่าขนาดนี้ก็เลยขับไล่อาพาธนั้นนิดหน่อยให้ดำรงชีวิตขึ้นอีกบ้างเพื่อที่จะทำงานอันสุดท้ายที่เห็นว่า เห็นงามแค่จะบอกกับอุปทานหรือว่าจะบอกกับภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแหล่ให้เข้าใจถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นครั้งสุดท้ายก็ทำตนให้มันขึ้นมาอีกทีนึงเอาภาพของพระองค์สงบไปแล้วพระผู้มีพระภาคทรงหายประชวรคือหายจากความเป็นคนไข้ไม่นานเสด็จออกจากวิหารไปประทับนั่งบนอาสนะที่ภิกษุจะถวายไว้ที่เงาวิหารครั้งนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับท่านแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์เห็นความสำราญของพระผู้มีพระภาคแล้วข้าพระองค์เห็นความอดทนของพระผู้มีพระภาคแล้วก็แต่ว่าเพราะการประชุมของพระผู้มีพระภาค ของพระองค์ของข้าพระองค์ประหนึ่งจะงอมระงมไปพระอานนท์เป็นพระพุทธเจ้ามารับพระพุทธเจ้ามากพระพุทธเจ้าป่วยพระพุทธเจ้าก็กายจะงอมก็กลายเป็นงอมไปด้วยกายของข้าพระองค์ประหนึ่งจะงอมระงมไปแม้ทิศทั้งหลายก็ไม่ปรากฏแก่ข้าพระองค์มืดแปดด้านเลยไม่เห็นทิศไหนในความมืดแปดด้านเลยมันไม่รู้อะไรมันไม่เห็นอะไรไปหมดเลยมันอับเฉาไปหมดแม้ทำทั้งหลายก็ไม่แจ่มแจ้งแก่ข้าพระองค์ก็มันมืดแปดด้านและทำทั้งร้านมันจะไปแจ่มแจ้งอะไรขึ้นมาได้แล้วมันต้องสว่างลงสติเต็มลงมืดแปดด้านแล้ว ไม่ต้องมีหรอกทำไม่ต้องบอกแต่นี่ท่านรายงานพระพุทธเจ้าถูกพระพุทธเจ้าซึ่งความจริงตามที่มีนั้นก็จริงไม่มีอะไรขัดข้องข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็แต่ว่าข้าพระองค์มามีความเบาใจอยู่หน่อยนึงว่าพระผู้มีพระภาคจับยังไม่เสด็จปรินิพพานแต่ก็เชื่อว่าอย่างหนักท่านยังไม่ตายแน่ถ้ายังไม่เสด็จปรินิพพานแน่จนกว่าจะได้ส่งปรารภภิกษุสงฆ์มีความรู้ซะด้วยรู้ว่าถ้าจะตัดปรินิพพานก็ต้องปรารภภิกษุจะต้องบอกกล่าวจะต้องชี้แจงอะไรบ้างล่ะแต่นี่ไม่เห็นบอกนี่เรียกว่าต้องยังไม่ตายแน่ก็ยังมียังมีความไหวไหวอันนี้อยู่อันนี้ช่วยชีวิตให้หน่อยถ้าไม่งั้นคง พระพุทธเจ้าแน่แท้ทำเงินคงจะต้องดับขันไปก่อนพระพุทธเจ้าแน่แท้ถ้าเห็นว่าพระพุทธเจ้าจะตายแน่เลยแล้วก็ตัดพระพุทธอย่างใดอย่างหนึ่งแน่จนกว่าจะปรารภภิกษุแล้วก็ด่าพระพุทธอย่างใดอย่างหนึ่งพระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูแต่ละอานนท์ภิกษุสงฆ์ยังจะหวังอะไรในเราเล่าตอนนี้พระพุทธเจ้าก็เริ่มบทเทศนาบทเทศนาบทนี้เป็นบทตัดบทเทศนาเป็นบทปักบทภิกษุสงฆ์ยังจะหวังอะไรในลาวเหล้าทำอันเราได้แสดงแล้วกระทำไม่ให้มีในมีนอกกำกำมืออาจารย์ในธรรมทั้งหลายมิได้มีแก่คาถาคตไม่มี ไม่มีการจำไว้มีแต่แม่มีแต่ใครมีแต่ปล่อยออกมีแต่เปิดอย่างกว้างหมดไม่มีแม้แต่ในกำมือก็ไม่มีไม่มีแม้แต่อะไรที่จะจำไว้ที่จะเหลือไว้อีกแล้วเป็นไปโดยสะอาดบริสุทธิ์หมดให้ไปเกลี้ยงแล้วกำมืออาจารย์ในธรรมทำมืออาจารย์ในธรรมก็ไม่รู้จะทำสภาวะอะไรก็ว่าในธรรมของอาจารย์ที่จำไว้อย่างนี้เป็นกำมือที่เห็นรู้อยู่รู้อยู่อย่างเงี้ยมันไม่มีแล้วนะให้ไปหมดแล้วแบหมดทุกอย่างแล้วสำนวนก็ใช้คำว่ากำมืออาจารย์ในธรรมทั้งหลายไม่ได้มีแก่ตถาคตคาถาก็ไม่มีไม่มีการในอำพรางอะไรไว้ผู้ใดจะพึงคิดอย่างนี้ว่าเราจะบริหารภิกษุสงฆ์ ภิกษุสงฆ์จากเชิดชูเราดังนี้ผู้นั้นจะพึงปรารภภิกษุสงฆ์แล้วกล่าวคำอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่ถ้าผู้ใดจะคิดอย่างนี้ว่าเราจะบริหารภิกษุสงฆ์คือพระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงทำเองว่าเราจะเป็นผู้ที่กระทำให้ภิกษุสงฆ์นี้เป็นอยู่ได้อย่างมั่นคงโดยรอบบริหารคือหมายความว่ารอบหารากแปลว่าอยู่ทำให้อยู่ตั้งมั่นอยู่ได้อย่างถ้วนทั่วรอบรับทีเดียวเต็มครบปกติทำให้สาระแปลว่าอยู่ตั้งอยู่ได้ครบอย่างดีแล้วเนี่ยหรือภิกษุสงฆ์จากเชิดชูเราดังนี้ แล้วก็เมื่อบริหารแล้วเมื่อหมายความว่าพระพุทธเจ้าจะพึงคิดอย่างนี้ว่าเราจะบริหารภิกษุสงฆ์คือจะทำให้อยู่ครบทำให้เต็มครบแล้วก็เพื่อที่จะให้ได้เชิดชูอยู่อย่างนี้มาภิกษุจะชอบชูเราดังนี้ผู้นั้นจะพึงปรารภภิกษุสงฆ์แล้วกล่าวคำอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่ถ้าใครคิดว่าพระพุทธเจ้าถ้าแปลเป็นบุคคลอธิษฐานง่ายๆสบายคำว่าพระพุทธเจ้าบริหารคือพระพุทธเจ้าที่ทำการสร้างหมู่หรือว่ากระทำการดูแลหมู่มานี้ก็เพื่อการที่จะหลงใหลในการเชิดชูอยู่นั้นน่ะและก็ไม่รู้จักตัวไม่รู้จักตนไม่รู้จักความพอความจบความหยุดนั่นน่ะใครๆเขาก็จะต้องมีสิทธิ์เรียนพระพุทธเจ้าได้เป็นแน่ ใครๆก็จะต้องติดเตียงในมุมนี้ได้เด็ดขาดเงียบแล้วคำว่าความง่ายๆแต่เมื่อกี้นี้แปลเป็นแบบสมาธิฐานไม่เข้าใจให้ถึงมาดูก็แล้วอานนท์ตถาคตไม่ได้มีความดำริอย่างนี้ว่าเราจะบริหารภิกษุสงฆ์หรือว่าภิกษุสงฆ์จากเชิดชูเราพระพุทธเจ้าไม่ได้มีความคิดเลยว่าแต่แค่ว่าจะสร้างหมู่ขึ้นมาในเพื่อจะได้รับการยกย่องเชิดชูไม่มีคาถาคนจะปรารภสิ้นสุดลงแล้วกล่าวคำอย่างใดอย่างหนึ่งในคราวหนึ่งและสถาบันหรือพระพุทธเจ้าจากปรารภภิกษุสงฆ์หมายความว่าจะพูดอะไรจะพึงพูดแค่จะรำพึงรำพันแม้แต่แค่จับปรารภแม้แต่แค่จะพูดด้วยก็ไม่ มีเศษเสี้ยวของจิตหวังยกดียกเด็กอะไรเพราะฉะนั้นป่วยการจะกล่าวไปถึงขั้นที่เรียกว่าแม้จะสอนโดยตรงแล้วซึ่งมีความเด่นชัดๆมีความดีชัดๆพระพุทธเจ้าสอนใครเจตนาที่จะให้เขาดีเขารู้แต่ปลาลบนี่ไม่ได้ถึงขนาดนั้นราวแล้วเป็นแต่เพียงปรึกษาหารือซึ่งมีเจตนาที่จะให้ผู้นั้นมีผู้นั้นรู้นั้นไม่มากเพราะฉะนั้นแม้แต่ขั้นปรารภแม้แต่ขั้นไม่มากอย่างนี้ก็ไม่ได้หลงดีอะไรเพราะฉะนั้นถ้าแม้ทำดีแท้ๆด้วยคือสอนเขานี่ทำดีแท้ๆซึ่งน่าจะถือเอาดีนี้ได้พ่อสอนเขานี่ต้องเป็นครูเขาต้องเป็นผู้ที่เป็นผู้ที่จะต้องควรได้รับประโยชน์แท้ๆไม่มีผิดหวังเพราะเป็นผู้สร้างประโยชน์ งานปั้นวิชาความรู้ให้มันชัดๆเจนๆอยู่แล้วมันเป็นความดีมันก็คงจะต้องตอบแทนความดีนี้จะต้องยกย่องเชิดชูชัดๆไอ้นี่ป่วยการกล่าวมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นถึงอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่ทำแค่ได้แค่ปรกติสูงเท่านั้นแค่ได้แค่พึ่งปรึกษาหารือหรือเพียงแต่เพียงผู้เข้าไม่ได้ปรึกษาอะไรหรอกเพียงแต่เพียงพูดให้ฟังเท่านั้นท่านก็ไม่ได้ถือว่าดิบพอดีว่าหน้าเชิดชูอะไรเลยจริงๆไม่ได้มีจิตเสียเที่ยวอะไรเลยมันกลับกันนะฟังให้ดีธรรมะพอถึงมากที่สุดแล้วอันนั้นน้อยที่สุดพอถึงไอ้ที่น้อยที่สุดไอ้นั่นมากที่สุดมันกลับกันเพราะฉะนั้นแม้แต่สาขาแล้ว ทำอย่างใดอย่างหนึ่งในคราวหนึ่งจะพูดกับใครครั้งใดครั้งหนึ่งก็เพียงแต่กล่าวคำอย่างใดอย่างหนึ่งในคราวหนึ่งเท่านั้นเองเป็นแต่เพียงสักแต่ว่ามีบทบาทสำคัญแต่ว่ากรรมวจีกรรมแปลว่าวจีกรรมพูดกันแล้วก็พูดไม่ได้มีความมุ่งหมายยึดถือเอาดีเอาเด็กเอาชอบเอางานเอาคุณอะไรไม่มีดูก็ได้นอนบัดนี้เราแก่เฒ่าเป็นผู้ใหญ่ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับแล้วก็บอกอานนท์อย่าเลยอานนท์เราแก่เฒ่าแล้วนะวัยของเราเป็นมาถึง 80 ปีแล้วเวียงเก่ายังจะใช้ไปได้เพราะการซ่อมแซมด้วยไม้ไผ่แม้ฉันใดฝ่ายสถานคด เหม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive