170326-B คิหิปฏิบัติ ตอน2-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์200 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อฟ้าที่ได้นิดนึงก็จะพูดถึงเรื่องที่จะพูดเอาไว้คราวนั้นเธอเรื่องสมานะสมานัตตาสมานัตตตาหรือสมานัตตาคำนี้ที่พูดทิ้งเอาไว้คราวที่แล้วกว่าจะพูดให้ละเอียดอีกทีหนึ่งคำว่าสมานัตตตานั้นเป็นธรรมะอยู่ในสังคหวัตถุ 4 ผู้ที่ได้เรียนมาแล้วก็มานับเอาอยู่ในที่ปฏิบัติคำว่าที่ปฏิบัตินี้เป็นความเข้าใจของผู้ที่รวบรวมหนังสือคือสมเด็จพระพรหมวชิรญาณก็แบ่งบอกว่าไอ้นี่เป็นธรรมะที่ปฏิบัติเพราะก็รู้ว่าคฤหัสถ์เท่านั้นส่วน พระนั้นไม่ต้องปฏิบัติหรือว่าปฏิบัติก็ไม่ต้องใช้แบบนี้ซึ่งไม่ใช่ความจริงพระพุทธเจ้าไม่เคยแบ่งธรรมะออกเป็นของคฤหัสถ์หรือบอกแบ่งออกเป็นของพระอรหันต์หรือพระอริยชาติท่านไม่เคยแบ่งและอันเดียวกันถ้าใครรู้เนื้อหาสาระแล้วทั้งคฤหัสถ์ก็ได้รับแล้วก็ใช้ธรรมะอันนั้นทั้งผู้ที่เป็นพระอริยะแม้ท่านอรหันต์ก็ตามก็ใช้ธรรมะและได้รับธรรมะอันนั้นเหมือนกันอย่างที่ผมอธิบายให้ฟังมาแล้วหลายๆอย่างที่อธิบายผ่านมาแม้แต่อาทิตย์ที่จะทำให้เกิดประโยชน์มาเลยทีเดียวเสร็จก็เป็นไปถ้าพูดได้ละได้แล้วเท่านั้นถึงจะไม่ต้องละสิ่งนั้นอีกแล้วก็เป็นผู้ได้ผลจากสิ่งนั้น ส่วนท่านที่สอนกับคนฐานะที่เป็นผู้ที่ยังติดยังยึดอยู่แม้กระทั่งติดเหล้าติดสุราติดอบายมุขอะไรท่านก็เจรจาท่านก็อธิบายถึงรายละเอียดที่มันเป็นโทษอย่างนั้นนะเพื่อที่จะให้นายให้ใครมันเสียอย่างกับน้ำมันไม่ดีอย่างนี้นะท่านก็ว่าไปให้มากมายสำหรับผู้ที่ยังติดอยู่ผู้ที่ไม่ติดแล้วท่านก็ไม่ได้พยายามอะไรมากเพราะฉะนั้นจะบอกว่าเป็นคฤหัสถ์หรือว่าไปทำของคฤหัสถ์นั้นก็จริงสำหรับบางอันที่มันต่ำซะจนต้องตัดสิ่งที่เป็นทหารออกมาอาทิตย์นี้แม่สังหารนี้ถ้าเราพูดถึงว่าเป็นของคฤหัสถ์ก็ได้แต่แท้จริงก็เป็นของพระอริยะเหมือนกันเอาแต่คำว่าสังคหะซะก่อนสังคหะ วัตถุคหกรรมนี้หรือประกอบไปด้วยคหสังฆวาสประกอบหร

อ่านต่อ

ือว่ามีมีคหกรรมนี้แปลว่าความผูกพันความเกี่ยวโยงความที่ยังจะต้องดำเนินไปโดยความติดต่อยังอาศัยซึ่งกันและกันอยู่เราเรียกว่าเขาหักนะดังนั้นสังคหวัตถุก็หมายความว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือสิ่งที่เป็นสิ่งที่เป็นอันที่เราจะอาศัยเอามาใช้คำว่าเอามาใช้เพื่อที่จะโยงใยกันอยู่เพื่อจะให้มันโยงใยกันอยู่ผู้ที่ยังมีทานก็ต้องใช้ทาน เครื่องโยงใยนักเรียนสังคหวัตถุข้อที่ 1 ผู้ที่มีภาษาที่จะต้องพูดออกจากปากมันก็จะต้องมีปิยวาจาเป็นเครื่องผูกโยงกันอยู่ผู้ที่มีจริยาเพราะฉะนั้นจริยาที่ตนเองมีถ้าผู้ที่ยังไม่ถึงขั้นพรหมมาจริยาคือยังไม่ถึงขั้นมีความประพฤติถึงขั้นเป็นพรหมจรรย์หรือพรหมจริยาและเราก็จะพยายามประพฤติตนให้เป็นเครื่องผูกอยู่อย่างอัตถจริยาคือจะต้องมีป้องกันสารเนื้อหาสาระไปผูกพันเขาไม่ใช่เอาเครื่องหลอกเครื่องล่อเครื่องเป็นกิเลสตัณหาเป็นล่อเขาหรือว่ามาใช้กายกรรมปิยวาจาหมายถึงวิธีการอัจฉริย หมายถึงกายกรรมและต้องมีสมานัตตตาอันนี้หมายถึงมโนเลยพอถึงขั้นมโนแล้วก็เห็นขัดจิตในจิตแล้วถึงขั้นทำในธรรมแล้วเมื่อถึงมโนก็ถึงขั้นจิตในจิตธรรมในธรรมผู้นั้นก็จะใช้อัตราที่เป็นสมณะสมานัตตาจะเป็นผู้ที่ใช้อัตราที่เป็นอนัตตาสมรรถนะตาเรียกว่าสมานัตตาคำว่าสมาธิมาจากคำสองคำสมาสตาแท้ๆเลยเพราะความเป็นอนัตตานั้นความเป็นอนัตตานั้น จะต้องเป็นไปอยู่เสมอๆมาจากคำว่าสมัครที่แปลว่า 1 1 ต่อเนื่องอยู่หรือเสมอๆหรือสงบก็ได้เสมอมีคำว่าสั่งสอนธรรมะซ้อมันคือสัตว์นี่คือประกอบพร้อมมะหมายความว่าใจที่เคยบอกแล้วว่าใจผมก็จะต้องมีความเป็นใจใจตรงนี้ก็คือใจหรือธาตุรู้หรือปัญญาแล้วแต่ใครมีธาตุรู้แค่สัญญาใครมีธาตุรู้กิเลสตัณหาก็มีธาตุรู้ถึงขั้นมีปัญญาก็ใช้ปัญญาตามฐานะของตนจริงๆจึงเรียกว่าสมานัตตาแต่ทีนี้เขาแปลเอาความเค้าจะมาน่าจะกล่าวว่าความเป็นคนมีตนเสมอ ไม่ถือตัวไม่ถือตัวคำนี้ที่จริงมันก็ถือตัวอยู่นั่นแหละสำหรับคนที่มีอัตราสัมมาหรือว่าจิตของใครที่มีอัตราแค่ไหนก็เอาแค่นั้นแต่ต้องพยายามทำให้เป็นอนัตตาคือไม่มีตัวตนสมณะใครมีตัวตนแค่ไหนก็ช่างแต่ทีนี้เวลาประพฤติเวลาปฏิบัติหรือเวลาจะคบหาผูกโยงอยู่กับโลกก็ต้องพยายามทำตนให้ไม่มีตนทำตนให้ไม่มีตนเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอต้องเป็นอนัตตาอยู่เสมอมาจึงจะดีนี่มันเป็นขั้น 7 อาทิตย์นี้ทัวร์กลับไปอีกนิดนึงเอาเฉพาะอันนี้อาจจะเพราะคำว่าสมานและสัตว์ป่านี่ซะก่อนที่นี่ว่าไม่มีตน เป็นผู้มีตนไม่มีความเป็นอัตตามีตนที่ไม่มีความเป็นตนก็เพราะเหตุว่าถ้าผู้ใดยึดถือตัวตนแล้วล่ะก็ก็เป็นผู้ที่ไม่ขึ้นไม่ลงเป็นผู้ที่ไม่ยอมอนุโลมเป็นผู้ที่จะต้องเป็นไปกับหมู่เขายากยากเพราะว่าเมื่อผู้ใดเขาก็ถือตัวถ้าถือตัวก็ถือตัวเข้าแล้วแล้วโดยมีความหลงผิดทุกคนน่ะมันจะหลงใหลหลงว่าตัวใหญ่หลวงพ่อตัวเก่งหรือว่าตัวสูงกว่าเขาทั้งนั้นน่ะโดยโดยธรรมดาของปุถุชนเพราะว่าโดยปกติชนอย่างที่แบบนี้แล้วก็มาเจอเข้ากับใครถ้าใครไม่ยอมนอมนมลงไปเลยก็ต้องทะเลาะกันสังคห ไม่ติดสงเคราะห์กันไม่ได้เชื่อมผูกโยงกันอยู่ไม่อยู่ไม่อยู่ไม่อยู่หรอกเพราะจะอยู่ได้จะมีสังคหะเป็นวัตถุที่จะเชื่อมโยงหรือไปเป็นรูปประธรรมที่จะเชื่อมโยงกันได้เราก็สร้างรูปประธรรมนั้นสร้างรูปก็ทำนั้นให้เป็นกลายเป็นว่าผู้ที่จะน้อมลงไปหาเขานี่ก็ไม่ถือตัวแล้วผู้ที่นอนโน้นได้หรือผู้ที่จะยอมปล่อยวางจิตใจของตัวเองได้ที่จะทำใจของตัวเองเป็นไม่เที่ยงจริงๆจิตของตัวเองปัญญาของตัวเองหรือว่าจิตแท้ๆสระมะของตัวเองนี่นะหรือว่าอัตราที่เป็นสัมมาของตัวเองนี่นะที่จริงท่านสูงผู้ใดสูงแล้วนั่นแหละผู้นั้นจะลดหย่อนให้แก่ผู้ที่ตามจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ลด แสดงรูปเป็นคนต่ำวัตถุคือรูปประธรรมแสดงรูปอันนี้เพื่อที่จะโยงใยเพื่อที่จะสังคหเพื่อที่จะผูกพันหรือเพื่อที่จะผูกจมูกโยงกับหมู่เอาไว้ได้จึงเรียกว่าสังคหวัตถุถึงจะทำได้โดยจิตต้องอย่างนี้ต้องไม่เป็นคนไม่แน่นอนเป็นคนไม่แน่นอนว่างั้นเถอะเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกตรงนั้นหรอกเพราะว่าจิตนั้นน่ะท่านที่ท่านสูงแต่เวลาท่านจะทำกับคนอื่นท่านก็ต้องพยายามถ้ามีปัญญาสูงกว่านี่แหละถ้าจะต้องยอมโอนก่อนแล้วเธอก็ต้องพยายามทำกับคนนั้นคนนี้เขาให้เกิดประโยชน์ที่สุดถ้าว่าคนจะยอมแพ้ซะก่อนก็แพ้ควรจะดึงเข้าไปนิดนึงได้ก็ดึงยางได้แล้วก็ทำเพราะถ้ามีปัญญาแล้วท่านก็ทำคนลาวคนดังนี้ จึงสามารถที่จะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดีแม้ทานผู้ที่จะมาหน้าตานี้ผู้ที่มีสมานัตตตาขั้นเป็นพระอริยะนะจะขออธิบายขั้นอัจฉริยะหรือว่าขั้นสูงขั้นเป็นพระอริยะขั้นที่ท่านไม่ถือตัวไม่ถือตนเป็นพระอรหันต์สมมุติว่าอย่างนั้นหรือเป็นพระอริยะชั้นสูงเนี่ยท่านจะมีทานกับเขาจะให้ให้อะไรให้ตัวตนเลยทีเดียวแหละอย่างที่เคยอธิบายมาแล้วแต่บุญกิริยาวัตถุคือท่านก็จะยอมตัวเองเป็นคนต่ำจะให้คารวะกับคารวะได้จะให้ถ่อมตนก็ทำได้ทำไปเลยคารวะไปเลยได้ทานไปเลยทำอภัยทาน พระราชทานให้เลยเพราะว่าทางของพระอริยชาตินี้ไม่มีอื่นหรอกนอกจากท่านอภัยทานกับธรรมชาติที่จริงท่านอภัยทานจนหมดแล้วไม่มีภัยแล้วก็ท่านก็น้อมน้อมตัวเองเป็นคาราวานเป็นนี่ว่าโตเป็นผู้ที่มีคารวะเป็นผู้ที่มีการถ่อมตนเนี่ยโอ้ท่านให้ธรรมะอันสูงส่งเลยทีเดียวท่านแสดงคนตัวว่าท่านเองถ้าไม่มีโทษไม่มีใครยอมนอนได้มันเป็นของทำยากนะทานขั้นนี้คือของทำยากนะคนธรรมดาทำไม่ได้ง่ายๆนะคนธรรมดาทำไม่ได้ง่ายๆหรอกที่จะยอมไม่ถือตัวถือตนอัตตาตัวตนนี่พยายามให้ตัวตนทำเป็นเล็กเป็นทอมตนเป็นฆราวาสเป็นผู้ที่ไม่ถือตัวน้องเข้าไปหาเขาอะไรต่ออะไรนี้แล้วก็ให้ทาน เป็นผู้ที่ไม่มีภัยมีพิษเลยเป็นอภัยทานไม่มีภัยไม่มีพิษกับเขาคนนั้นเขาก็ไม่ถือโทษไม่ถือโกรธไม่แตกแยกเรียกว่าสังคหะอยู่ยังรวมกันอยู่ยังผูกพันกันอยู่ยังเหนียวน้องกันอยู่ยังไม่แตกยังไม่ยังไม่แบ่งก็เป็นคนละส่วนได้ท่านทำลูกก็ทำเป็นวัตถุได้ถึงขนาดนี้เนี่ยโอ้โหต้องจิตของท่านต้องสูงแล้วฟังให้ดีนะมันเป็นความสามัคคีธรรมกันพวกนี้เกี่ยวข้องกันเพราะพรุ่งนี้ถ้าทำจะให้ปั่นก็ให้ปั่นได้มันทานก็ทานได้ในที่นี้ท่านอธิบายสิ่งของจนของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ฟันก็แค่ทานธรรมดาวัตถุนี่เราอธิบายกันมาแล้วไม่ต้องพูดกันซ้ำแซะนะเพราะฉะนั้นแม้แต่ วาจาของท่านก็เป็นสัมมาวาจาหรือสมัครนั่นเองหรือสัมมาวาจาเป็นวาจาที่เป็นปิยวาจาเป็นวาจาที่พูดแล้วก็เป็นที่รักเป็นที่ชอบเป็นที่พอใจไม่เป็นที่จะบาดหูไม่เป็นที่ทำให้เขาแตกแยกโดยไม่ผูกสังคหะแม้จะอัตถจริยาการประพฤติการกระทำของท่านก็ไม่ทำให้เขาต้องเคืองหรือไม่ทำให้เขาต้องเป็นผู้ที่ไม่ชอบในท่าทางไม่ชอบในจริยาต่างๆไม่ชอบในกายกรรมต่างๆไม่มีเลยอย่างนี้ก็เป็นผู้ที่เป็นพระอริยะท่านสูงที่ท่านจะทำมาได้ตามระดับอรหันต์ โสดาท่านก็จะทำมาตามระดับตามระดับลงมาลงมาลงมาลงมาเรื่อยๆอย่างนี้เลยว่ายังผูกไว้อยู่สังคหวัตถุยังผูกพันกันยังจะเอาอันนี้ไว้ยังจะทำงานร่วมกันยังจะเป็นหมู่กันยังจะทำอะไรต่ออะไรกับไปด้วยกันได้จึงจะเป็นผู้ที่มีทานก็ทานอย่างนี้มีการประกอบไปด้วยวาจามีการประกอบไปด้วยจริยาการประพฤติกายกรรมวจีกรรมด้วยมโนกรรมของท่านจะต้องเป็นผู้ที่มีจะมานัดกับตาคือมีตนไม่เที่ยงมีคนไม่เที่ยงไม่ถือตัวถือตนว่าเที่ยงฉันสูงก็ถือว่าสูงอยู่กับพุทธคือเป็นมานะทิฐิไม่ใช่พึ่งทำตนเสมอกับเขาหรือว่าให้เป็นไปโดย ที่อยู่กรมกลืนกับเขาได้ตลอดไปอย่างนี้เรียกว่าสมานัตตตาแท้ที่มีผลประโยชน์สูงสุดทีเดียวทีนี้ถ้าเผื่อว่าสถานที่จะสงสัยว่าทำไมบางทีบางอย่างเราพระอริยะบางคนพูดแตกหักหรือพูดขัดแย้งหรือพูดไม่ให้ไม่ให้ประสานออกมาเลยไม่มีสังคายอยู่เลยก็เพราะว่าอันนั้นไม่ใช่สังคหวัตถุธรรมน่ะสิพระอริยะบางคนก็พิจารณาแล้วว่าเอออันนี้ถึงจะผูกพันอยู่ต่อเราก็ไม่มีเวลาที่จะช่วยเขาได้หรอกเพราะว่าเขาอยู่อีกรอบนึงซะแล้วหรือว่าอันนี้ต้องตัดไปก่อนไม่มีเวลาไม่มีโอกาสที่จะกระทำร่วมกับเขาได้จึงกระทำการแม้แต่วาจาก็เขาก็ไม่รัก สอบแล้วเคืองโกรธแตกแยกไม่ชอบใจหรือแม้แต่อัตถจริยาความประพฤติหรือว่าท่าทางก็ไม่กินเกลียวกับเขาแล้วขัดหูขัดตาไปหมดเพราะอะไรก็เพราะว่าพระอริยะแต่ละคนต้องใช้ประมาณต้องใช้การดูว่าจะกระทำกับคนนี้ผูกพันไว้ไหมมีสังคหะอยู่ไหมจะสังหารไว้กับเราไหมเอาไว้เป็นพวกอยู่หรือเปล่าหรือว่าคนนี้เอาล่ะอยู่ในรอบที่เราจะทำงานร่วมด้วยได้และตอนนี้เราอนุโลมไปถึงรอบนี้ขยายออกไปรอบนี้เราก็จะร่วมร่วมมีสังคหะหรือว่ายังเป็นวงจักรวรรดิ ต้องรับดาวนพเคราะห์ดวงนี้ไว้หน่อยเราก็จะทำไว้กับดาวนพเคราะห์คือสังคหะคือถ้าหากคือเคราะห์นี่แหละเอาดวงนี้ไว้ด้วยเราก็จะให้มันมีทายมีอาจารย์มีอากาศยานแต่ถ้าเผื่อว่าเราบอกว่าไม่อันนี้ยังอยู่ในสุริยะจักรวาลของเรานี่ไม่ได้หรอกเพราะว่ายังตัดไว้ก่อนอย่าเพิ่งอยู่ในเอกภพเดียวกันเลยคนละเอกภพก่อนเพราะอายุสุริยะจักรวาลเดียวกันยังไม่ได้หรอกจะเป็นดาวเคราะห์ของเรายังไม่ได้หรอกเพราะอริยะองค์นี้ก็จะตัดนะจะตัดพูดวาจาก็ไม่ค่อยเขาก็รับไม่ได้แล้วก็เกิดการแตกแยกแม้แต่การประพฤติอะไรก็แตกแยกแล้ว แตกแยกแล้วโรนัลโด้เขาก็รับไม่ได้เราก็ไม่ได้นัดเขามาอยู่ในเอกภพของเราหรือในจักรของเราหรือในจักรวาลของเราเขาก็จะอยู่อีกหมู่นึงซะก่อนเพราะว่าเราจะเอาไปเตี้ยอุ้มค่อมไปดึงเอาดาวทุกดาวในโลกนี้มาเป็นของเราโดยเราไม่มีแรงดูดแรงดูดของเราไม่เพียงพอหรือว่าจะกระจายอำนาจของกำลังงานของเราให้เขาได้ก็ยังไม่พอเงี้ยเราไม่เอาจะอุ้มขอบเหมือนกับผมเคยทำมาเนี่ยแต่ก่อนนี้ผมยังไม่มีเรี่ยวแรงอะไรมากมายเลยในความเชื่อถือก็ยังไม่มีอะไรแต่ยังก็ยังไม่ได้ไม่มากเพราะฉะนั้นผมก็พูดแหมบาดหูที่สุดเลยสมัยแรกๆที่ประกาศทำพูดธรรมะตีหักแหลกแตกร้านไม่มีฟังเสียงมากเลยเพราะงั้นวาจาแต่ก่อนโน้น ไม่ใช่ปิยวาจาหรอกมันปัญหายะวาจาคือเป็นวาจาที่ทำความชิปหายพังทลายกันเรื่อยเลยไม่ค่อยมีมากมายแต่ถึงขนาดนั้นยังมีเลยคนถือว่าเป็นวาจาที่ฟังดีแท้ฟังมันดีแล้วฟังเข้าท่าให้ถึงถ้าถึงถึงที่ดีก็จะดีอย่างนี้ถึงคนจริงขนาดนั้นก็ยังมีเนื้อติดมันเลยนึกว่าติดมายังมีผู้ที่เห็นว่าเป็นปิยวาจาได้เห็นว่าเป็นวาจาที่เออคนพูดอย่างนี้สุดยอดเลยเข้าท่าแล้วจะแข็งเพราะพวกนั้นก็ติดขายเข้ามาเนี่ยจะเห็นได้เป็นสภาพตามธรรมชาติธรรมดาธรรมดาเลยแม้แต่อาจจะจริยานี่ก็ไม่ถือสาอาการอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ซึ่งเราก็แสดงอาการอยู่แล้ว รูปภาพแม้แต่กายกรรมที่เราไม่ได้เป็นร้านอะไรใครแต่งตัวของเราโดยความประพฤติของเรามีการสำรวมสังวรอะไรต่ออะไรพวกนี้คนที่เข้าหมั่นไส้ก็เลยบอกโอ้นินจาตายแล้วเชื่องเชื่องเดินอะไรต่ออะไรต่างๆแล้วก็ไม่ต้องแต่งตัวสีอย่างนี้หรือมีความประพฤติอย่างนู้นอย่างนี้คนที่เขาไม่รักเขาก็ไม่รับด้วยอาจอัจฉริยะเขาก็ไม่รับต่างๆในทางกายกรรมรูปประธรรมทั้งกายและก็ไม่รับนอกจากเอารูปมึงทำตามกายไม่รับวาจาเขาก็ถือว่าโอ้ยไม่น่าฟังไม่เป็นปิยะวาจามันเป็นปัญหายะวาจาวาจาฉิบหายชิบหายอย่างนี้นะไม่เอาแล้วเขาก็ไม่เอาเพราะว่าในระยะแรกๆนี่ก็ถึงปวดทางทางร้อนทั้งเผ็ดทั้งแรงทั้งแข็งตัดจนกระทั่งเรามีกำลังของเราเรารู้ตัวของเรามีอัดอัดอัดกันยุทธตาหรือว่าออ วันนี้เราพอจะมีพรรคพวกได้ 2 คน 3 คนมีความเชื่อถือมีรูปประธรรมที่มีกายจะทำมีสมรรถภาพแสดงออกไปแล้วนะมีความเชื่ออะไรก็ได้ก็ลดลงมาลดลงมาลดลงมาลดลงมาลดลงมาตามที่เราจะประมาณแล้วก็หาเหลี่ยมมุมเอาไว้ว่าจะผูกพันอย่างไรอย่างไรเพราะว่าปิยวาจาก็หย่อนลงมาบ้างเป็นปัญหาอย่างน้อยลงน้อยลงน้อยลงก็อนุโลมปฏิโลมลงมาด้วยสัจจะเป็นสัจจานนท์ยานเขาก็ทำลงมาโดยจะสังเกตได้แม้แต่กับกิริยาหรืออัตถจริยาต่างๆที่เราได้พยายามมีรูปแบบอย่างโน้นอย่างนี้รูปแบบในการประพฤตินั่งหมู่สวดบ้างไม่สวดบ้านทำนั่นทำนี่อะไรจะได้ต่างๆมันก็มาฟอร์มรูปหรือว่ามาสร้างรูปประธรรมที่เรา ให้มีหมู่หรือว่าจะทำงานเพิ่มเติมขึ้นได้พวกนี้มันก็จะเป็นสังคหะค่อยๆขยายค่อยๆสร้างเอกภพที่ใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นสร้างจักรวาลที่โตขึ้นโตขึ้นตามฐานะของกำลังของแต่ละคนกำลังคนเดียวก็เท่ากำลังคนเดียวเมื่อเรามีหมู่เรามีกำลังมากขึ้นเราก็จะมีตัวจับตัวเฟืองเครื่องจักรอะไรก็ได้คือเราก็จะทำอะไรต่อไปได้มากๆมากๆการขยายสังคหะหรือการขยายเอกภพขยายจักรวาลก็จะโตขึ้นโตขึ้นมันก็จะค่อยขยับไปอย่างนี้แหละตรงนั้นผ่านนะปิยวาจาอัตถจริยาก็จะค่อยๆอนุโลมมากขึ้นและมีอะไรต่ออะไรที่จะมีรูปแบบมีอะไรอะไรมากขึ้น จะเป็นไปด้วยให้มันได้แก่นสารในฐานะอย่างนั้นอย่างนั้นขนาดนั้นขนาดนั้นตามกาลเทศะนี่เรียกว่าสมานัตตตาคือความไม่มีตัวตนไม่เที่ยงอนัตตาสมณะมีตัวตนหรือจิตหรือปัญญาหรือว่าไอ้ความยึดมั่นถือมั่นไม่เที่ยงเราไม่เที่ยงเราเปลี่ยนไปดังนี้แหละที่จะชี้ให้เห็นอธิบายสิ่งที่ผ่านมานี่ก็จะชี้ได้ที่เห็นใครติดตามมานานก็จะเข้าใจได้ว่าโอ้เป็นไปโดยอย่างนั้นมีอย่างนั้นเป็นไปอย่างนั้นจะเข้าใจได้จริงๆเพราะว่าคำว่าสังหารวัตถุจึงขอให้เข้าใจให้ดีว่าเป็นเรื่องของการผูกพันเป็นเรื่องของสิ่งที่จะยังโลกให้โลกนั้นโตขึ้นหรือยังจักรวาลหรือยังสังคหะหรือยัง เอกภพอะไรก็ตามแต่พูดได้เธอรู้ภาษารู้หรือหาสาระอะไรมึงก็เข้าใจได้แล้วเราก็จะขยายไปตรงนั้นอโศกเราจะโตไปเรื่อยๆแล้วเราจะขยายเอกภพนี้หรือว่าจะขยายจักรวาลนี้ขยายหมู่อโศกนี้ออกไปอีกไปอีกตามฐานะหรือว่าตามความสามารถที่เราจะกระทำไปได้ทุกทีไปเราจะทำจริงๆและสมณะสัตว์ป่าในด้านอื่นในด้านที่ว่าถ้าเราจะทำความไม่ยึดมั่นถือมั่นให้ได้เราก็จะต้องทำความไม่ยึดมั่นในทั้งสิ่งทั้งหลายทั้งปวงให้ได้โดยเอาความ มารเรียกว่ามะตันยุตาเอาความประมาณนี้เป็นผู้ที่มีปัญญารู้มีอายุประมาณตามกาลตามหมู่ชนตามบุคคลที่เรียกว่าการันต์ยุทธตาปริสัญญุตาปุระปุโรยุคาจะต้องประมาณเสมอๆและก็ตนที่เป็นอัตตัญญุตานั้นอัตของเราเท่าไรก็เราก็รู้เขาเท่านั้นก็แล้วกันแต่ว่าเราเองเราจะเป็นผู้ไม่เที่ยงตามที่ว่านี้เป็นสมานัตตาก็ต้องเข้าใจให้ได้เพราะเราจะต้องมีอนุโลมมีสัจจานนท์รวมยานมีอนุโลมปฏิโลมบ้างในบางครั้งบางคราวตาม ฐานะที่เราจะเอาแก่นแท้ผัดผักต่างๆแก่นสารของมันเป็นอาถรรพ์ยุทธตาต้องรู้ด้วยว่าเราจะเอาแก่นสารแบบนี้เป็นแกนแบบที่จะเอาจิ๋วๆหรือแก่นนี้เราจะให้มันโตออกถ้าแกนที่โตออกเราก็จะต้องรู้ว่าเราจะทำอย่างไรมันถึงจะแก่นโตแก่นเล็กทำอย่างไรจะเหลือแต่แก่นเล็กจะกินข้าวจะขยายออกต้องรู้ฐานะของมันที่แท้จริงเทียบเปรียบเทียบข้าวกับปลาให้เปรียบเทียบเท่ากับหาค่าจัดเต็มบุรุษหรือว่าเป็นสรรพคุณสรรพคุณจะทำของเรานั้นให้ได้นะนี่เป็นเรื่องของสมานัตตาที่จริงสมานัตตตาพูดอีกจะพูดเสมอด้วยการอนุโลมปฏิโลมประจำโรงพยาบาลที่เคยพูดมาแล้ว เป็นเรื่องของสมานัตตตาคือเป็นเรื่องของความไม่ถือตัวถือตนจนกระทั่งเที่ยงเป็นแข็งเป็นสัจจะจะยืนหยัดยืนยันอยู่ตลอดกาลไม่เปลี่ยนแปลงไม่อนุโลมไม่ได้เลยนะไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีอนุโลมอย่างที่ว่านี้พูดอยู่เสมอเพราะงั้นวันนี้ก็จะขอพูดแต่เพียงเท่านี้ไว้ก่อนมีโอกาสอีกครั้งหน้าค่อยพูดกันอีกก็พูดได้เสมอเสมอจะขอต่อสิ่งเหล่านี้ต่อไปที่จะต่อจากข้อหาวัตถุดิบต่อไปอีกสักหน่อยนึงคือสุขของคฤหัสถ์ 4 อย่างกว่าเงินแท้จริงนั้นสุขของคฤหัสถ์ก็ไม่จริงความสุขนี้อย่าว่าแต่คือหัดเลยแม้แต่พระอริยเจ้าก็สุข ข้อ 4 ข้อนี้เหมือนกันและข้อ 4 ข้อนี้เหมือนกันแต่ว่ามันอยู่ในฐานะที่จะผูกพันหรือคฤหัสถ์หรืออัตถะของคหกรรมเกี่ยวข้องมีคนรับทำคฤหัสถ์มาจากคำว่าคฤหาสน์นั่นแหละอันเดียวกันนั่นแหละไอ้ผูกพันนั่นแหละก็อาจจะอัดแต่ตัวนี้เป็นอัศจรรย์ก็เหมือนกันไม่ผิดแปลกกันอะไรเท่าไหร่หรอกเป็นเนื้อหาสาระของการผูกพันนะจะฝึกได้เอาคฤหัสถ์ซะก่อนถ้าบอกว่าถ้าพฤหัสบดีแล้วจะมีสุขแล้วก็หนึ่งความสุขที่มีได้ 10 ด้วยการทรงตัวแต่ความมีทรัพย์พอได้ทรัพย์ก็มีความสุขที่เป็นเรื่องธรรมดา พูดปั๊บใครก็เข้าใจนะว่าได้ตับก็พอสุขสบายรื่นเริงแจ่มใสได้ทรัพย์สุดแต่การมีทรัพย์ 2 สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภคงานพอมีทรัพย์ก็เอาทรัพย์ไปจับจ่ายเราอยากกินอะไรอยากมีอะไรอยากได้อะไรอยากเป็นอะไรอยากเต้นอยากทำอะไรแล้วใครจะเสียสตางค์จะจ่ายสตางค์แลกอะไรก็ตามแต่เราจะบริโภคอะไรขึ้นมาเราจะจ่ายทรัพย์มันก็พอดีสุขดีตลอดการได้เหมือนกันนี่ก็เป็นธรรมดา 30 เกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้นี่เป็นของแน่เลยพระพุทธเจ้าท่านเน้นอันนี้สูงเหลือหลายถูกแต่ความ เกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้เพราะว่าการเป็นหนี้นี่มันเป็นทุกข์เหลือเกินทุกข์หรือวัตถุจากชาวโลกโลกได้บอกว่าเป็นหนี้ก็หมายความว่าเราเป็นหนี้เงินหนี้ทองเป็นหนี้เขาเป็นหนี้ของเป็นหนี้อะไรต่ออะไรต่างๆนานาแม้ที่สุดเป็นหนี้บุญคุณอะไรก็ช่างเป็นหนี้นี่มันไม่สุขแล้วมันทุกข์นานๆทุกด้วยถึงแม้พระอริยะก็ถูกเดี๋ยวจะพูดให้ฟังทุกข์ทั้งนั้นแหละมันไม่สุกถ้ามันจะสุขก็สุขได้โดยประการที่ไม่ต้องไม่เป็นหนี้ด้วยกันเหมือนกัน 4 สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ปราศจากโทษปราศจากโทษฝากประจำการงานที่ปราศจากภัยปราศจากโทษนี้ก็จริงถ้าเรามีงานการของเราที่เราก็ทำงาน การนั้นๆๆแล้วแล้วเราก็เป็นผู้ที่รู้งานของเราว่าเป็นงานที่ถูกต้องดีเป็นอนวัชชานิกามานิเป็นอนัตตานี้กลับมานี่คือเป็นการเป็นงานเป็นงานที่ทำเป็นงานที่ปราศจากโทษภัยจริงๆดูแล้วเห็นแล้วรู้แล้วว่างานนี้ดีบริสุทธิ์ขึ้นมาเรื่อยๆตามฐานะตามลำดับอย่างแท้จริงหากคนนั้นก็จะมีสุขเกิดจากการประกอบการงานที่ปราศจากโทษได้แท้จริงฉันด้วยเป็นชั้นเป็นฐานนะฉันแค่กรรมกรข้าขุดดินปัญญาก็เป็นขุดดินปัญญาจากคุณดินฟันหญ้าขึ้นมาจะไปทำอะไรต่ออะไรอยู่ก็ทำแต่แท้จริงแล้วก็ หมายความว่าคุณขุดดินฟันหญ้านี่เป็นกรรมกรหรือเป็นคนชั้นต่ำเปล่ากรรมกรนั้นมีฐานะเท่ากันกับผู้ปกครองประเทศหรือผู้เลี้ยงประเทศกรรมกรมีฐานะเท่ากับผู้ปกครองประเทศหรือผู้เลี้ยงประเทศเพราะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าแผ่นดินเท่าๆกับพระเจ้าแผ่นดินเหมือนกันแต่แบ่งกันพระเจ้าแผ่นดินนั้นมีคนเดียวแต่กรรมกรทุกคนเป็นพระเจ้าแผ่นดินทุกคนเพราะเขาขุดดินอยู่กับมือของเขาเองหรือเขาเป็นเจ้าของแผ่นดินอยู่แท้ๆเลยไม่ใช่ผู้มีเงินแล้วซื้อแผ่นดินเอาไว้เป็นของตัวและไม่เคยขุดดินไม่เคยไปดูแลและให้ย่ามันขึ้นแล้วบอกว่าเราเป็นเจ้าของแผ่นดินเป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่คนนั้นไม่ใช่เจ้าแผ่นดิน ลงมือขุดดินของตัวเองอยู่ด้วยมือของเขานั่นแหละคือเจ้าแผ่นดินแท้ๆไม่ได้หมายถึงเจ้าของเงินที่จะรีดนาทาเร้นอยู่บนหลังคนขุดดินด้วยนะเอาดอกเบี้ยมาให้คุณแล้วก็เอามาให้เขานะอะไรก็ได้อยู่เนี่ยคนนั้นไม่ใช่ไม่ใช่เจ้าแผ่นดินคนนั้นคนอยู่บนหลังคนอีกทีนึงคนอยู่หลังพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้าแผ่นดินอีกทีนึงคนขุดดินฟังยากพลิกแผ่นดินทำผลิตผลทำงานกำลังงานกำลังขนขึ้นมาเลี้ยงโลกคนนั้นต่างหากเราเป็นคนคนที่เจ้าแผ่นดินแพ้ส่วนคนที่อยู่บนหลังคนที่เจ้าแผ่นดินอีกทีนึงกำลังขี่คอเขาอยู่รีบรีบนาทาเร้นคนนั้นอยู่อีกชั้นนึงอันนี้ต้องพยายามที่ดีๆถ้าใครมีที่ดินมีพื้นแผ่นดินอะไร ก็พยายามอย่าเอาดินเอาอะไรไว้ไม่ให้มันมีประโยชน์อะไรอย่างน้อยต้องให้มีประโยชน์ถ้าไม่เป็นที่อาศัยก็ให้เป็นที่เพาะปลูกให้มันขึ้นยารกด้วยยารกในสิ่งที่ไม่ควรทาเข้าทางอะไรไม่ดีหรือแม้จะให้ใครทำถ้าเหมือนเวลาเราไม่ทำเองไม่มีใครอยู่ก็ควรจะให้ใครทำจะเป็นไม่ทำให้เป็นที่อยู่ก็ให้เป็นที่สำหรับปลูกฝังเกิดผลประโยชน์ให้แก่โลกเกิดมีผลประโยชน์มีประโยชน์อย่าให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าเพราะว่าดินนี้แผ่นดินนี้เป็นของที่ควรจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงอาจจะมีงานการต่างๆที่ว่านี่ก็จะไม่พูดมากแล้วเพราะพูดกันเยอะแยะมากมายอะไรใดๆก็ขออธิบายอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นสุขของ ไม่ใช่เป็นคฤหัสถ์ล่ะเป็นสุขของพระอริยะ 4 อย่างนี้ก็เหมือนกันไม่เห็นประหลาดตรงไหนเลยพระอริยวงแต่ความมีทรัพย์พระอริยะก็สุขสุขด้วยความมีทรัพย์ของตนพระอริยะเพราะเมื่อพระอริยะปฏิบัติตนจนจิตหลุดพ้นเป็นชั้นๆมีปัญญามีความฉลาดมีสิ่งที่ได้รู้ได้พ้นมาแล้วเป็นฐานะอย่างน้อยมีอารยธรรมเรียกว่าอริยสัจตอนนี้ไม่ใช่ทรัพย์อย่างโล่งๆแล้วมีทรัพย์ที่อยู่ในจิตเป็นที่พักเป็นที่ดินเลิกมาแล้วเมามาแล้วว่างมาแล้วถ้าเป็นพระอริยะชั้นโสดาบันปิดอบายเพื่อระบาย ต่างๆเลิกมาแล้วไม่ต้องไปเสียเวลาไม่ต้องเป็นภาระไม่ต้องหนักหนาไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวไม่ต้องเอาไปเอาจิตวิญญาณเนี่ยไปคลุกคลีไปผูกพันอยู่กับโรคอบายไม่ต้องเอากำลังกายไปหนักหนาต้องไปออกแรงตีกอล์ฟต้องไปออกแรงหลงการละเล่นต้องไปอบออกแรงชกมวยต้องไปออกแรงเล่นไพ่ไปออกแรงกินเหล้านั่งเฮฮาไปออกแรงอยู่ในอบายมุขต่างๆเนี่ยไม่ต้องไปเสียแล้วแรงกายก็ไม่ต้องเสียจิตปัญญาก็ไม่ต้องเอาไปผูกพันไปขบคิดไปเสียเวลากับสิ่งนั้นเลยแม้แต่เวลาของท่านผู้นี้พระโสดาบันนี้ก็ไม่ต้องเอาไปเสียในเรื่องอบายมุขต่างๆเลย ไม่เสียเลยทุกประตูท่านได้สิ่งเหล่านั้นคืนมาหมดท่านก็เบาก็ว่างก็พ้นภาระที่จะต้องเอาเวลาไปยุ่งกับการละเล่นไปยุ่งกับการพนันไปยุ่งกับไอ้การไปเสพของเสพติดไปยุ่งกับไอ้เรื่องนักเลงผู้หญิงผู้ชายเลยที่มากมายเหลือเฟือไปยุ่งกับการเที่ยวกลางค่ำกลางคืนที่จะต้องไปไอ้โน่นไอ้นี่ถึงไม่เข้าเรื่องของเราอะไรหรือไปคบมิตรชัวร์ๆที่จะพาไปในทางตามขึ้นไปอีกถ้าไม่ต้องเอาเวลาไปเลยชั่วท่านรู้แล้วก็อาศัยว่านายจะพาลานังเลยไม่เอาไม่ไปด้วยอ่ะไม่เที่ยวด้วยแล้วเจ๊วนาเลยท่านรู้อย่างแท้อย่างจริงเลยว่านิมิตชั่วเป็นพาลานังท่านก็อาศัยว่านาไม่ครบมีชวดเรา ไม่เอาปัดๆไปเลยมีอะไรบ้างก็พูดๆไปนิดหน่อยปฏิสันถารกันพอสำเนาแต่ไม่เอาแล้วเขาไม่เชื่อก็ไม่เอาและท่านไม่เกียจคร้านนะก็สำคัญท่านไม่เกลียดคร้านแม้ได้เวลามาคืนได้กำลังปัญญามาคืนได้กำลังกายมาคืนได้กำลังของเวลามาคืนแล้วท่านจะเอากำลังกายกำลังปัญญากำลังเวลาอันนี้มากระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้นนี่เป็นของได้จะได้อะไรถ้าเป็นพวกพระอริยะที่ยังเป็นผู้ใหญ่ตอนไปเป็นภรรยาโสดาบันที่ยังเป็นคฤหัสถ์อยู่ท่านก็จะเอาเวลาที่เหลือเหล่านี้ไปทำงาน ถ้าไม่ขี้เกียจแล้วนี่บอกแล้วว่าท่านได้เวลามาคืนได้กำลังสมองได้กำลังกายมาคืนแล้วไม่ต้องเอาไปเสียพวกนั้นเอากำลังสมองนี่มาคิดงานการที่ท่านถนัดหรืออะไรที่ควรจะปรับปรุงตกแต่งด้วยอิทธิบาทต่างๆงานการอะไรต่างๆเป็นการเป็นกรรมการนิติกัมมันตรังอะไรที่ท่านจะคิดถ้าจะทำได้ท่านก็ปรับปรุงตกแต่งเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเรื่อยๆๆๆเอาเวลาไปทำงานนี้เอากำลังกายไปทำงานนี้เอากำลังปัญญาเอาไปทำงานนี้เพราะท่านไม่เกียจคร้านนะนี่เมื่อท่านมีงานมีกำลังกายมีกำลังเวลามีกำลังปัญญาทำงานนี้ขึ้นมาอีกแล้วก็ไฉนท่านจะไม่มีผลงานท่านก็มีผลงานเพิ่มขึ้นท่านก็จะเจริญ แน่เลยมันไม่มีทางที่จะไม่ได้หรอกมันได้งานขึ้นมามันได้ผลแล้วงานขึ้นมามีผลิตภัณฑ์มันก็จะต้องแลกเปลี่ยนเป็นตัวกลางเป็นเงินเป็นทองเป็นเข้าเป็นของเป็นอะไรไปได้หรือไม่ที่สุดก็ได้ผลิตผลอันนี้มาแจกคนอื่นก็ยังดีมีทานเลยทำทานไว้ก็ได้ได้ข้าวมาเอากับข้าวไม่ขายเอาไว้กินเนื้อนอกนั้นจะทำไม่ได้สักคนน่ะถ้าใครไม่ทำอย่างนี้ก็จะขายก็ขายพี่ก็โลกนี้ก็ไม่ได้ห้ามไม่ขายข้าวเมื่อไหร่ของตัวเองโดยสุจริตก็ได้ไม่ประมาทอะไรท่านจะได้ขึ้นมาอย่างนี้เพราะฉะนั้นท่านจะเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน