170000-C มหาปรินิพพานสูตร ตอน03(แดนดินศรีอาริยเมตไตรย)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์224 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

นั่งในคืนวันเพ็ญฟ้าแดนชวนชัยสุดสันของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนานยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบริหารอริยธรรมของพระพุทธเจ้าทั้งหมดเนี่ยล้วนแล้วแต่เป็นพ่อหมวดหมู่อภินิหาริย์ทำหมายความว่าธรรมะอันเป็นไปในทางเจริญคือเป็นไปในการที่ไม่สืบหัดแปลว่าธรรมะที่ทำให้ไม่มีความเสื่อมผู้ใดเจริญแม้แต่โพชฌงค์ แม้แต่อารยธรรม 7 หรือแม้แต่สัญญาเจ็บที่ว่าไปเมื่อกี้นี้หรือแม้แต่อภินิหาริย์ทำหมู่อื่นๆอีก 2 หมู่แรกที่เราได้เอามาใช้กันประจำอยู่กับบริหารที่จะทำมาใช้สำหรับการสามัคคีธรรมต่างๆตั้งแต่พร้อมใจกันประชุมพร้อมใจกันเลยพร้อมใช้อะไรก็ได้จนกระทั่งสุดท้าย 7 ข้ออย่างนั้นเราก็จะต้องพยายามทำความเข้าใจให้ได้ว่าส่วนที่จะกระทำพวกนี้เป็นส่วนตนด้วยเป็นหมวดหมู่จริงๆไม่เสื่อมก็โดยความเป็นมนุษย์ส่วนนอกนั้นเป็นการบริหารที่ทำคือถ้าใครมีธรรมะอย่างนั้นจะทำความไม่เสื่อมให้แก่เราโดยแท้จริงเมื่อเราไม่เสื่อม นะโมไม่เสื่อมศาสนาก็ไม่เสื่อมถ้าเราเสื่อมก็คือเราทำหมูให้เสื่อมลงเมื่อหมูเสื่อมลงศาสนาก็เสือกมันก็ไม่มีอะไรเพราะฉะนั้นมันเกี่ยวโยงกันอยู่อย่างนี้อยู่ที่เราเราทำตัวเราดีหมู่ก็ดีศาสนาคนดีถ้าเรามียิ่งหลายหลายเราดีนี่เรานี่ก็ดีเรานี่ก็ดีเรานี่ก็ดีเรานี่ก็ดีหลายๆเรางูก็ยิ่งดีศาสนาก็ยิ่งดีมันเกี่ยวกันอย่างนี้เสมอทีนี้คนเราพอจะไปช่างเขาเถอะเราคนเดียวพวกคนเดียวพวกคนเดียวประมาทแบบนี้พังเป็นไปด้วยความเสื่อมหมดมันต้องพยายามพากเพียรอยู่นะพวกเราพยายามเถิดเกิดมาเป็นชีวิตคนมันไม่มีอะไรหรอกมันเกิดมาหลงลาภยศสรรเสริญ มันก็เดินไปหาตายอย่างที่เราเคยพูดเคยจาเคยย้ำให้กันฟังคิดให้เองเข้าใจให้ได้ไม่มีอะไรไปลงรูป

อ่านต่อ

รถเป็นเสียงสัมผัสเป็นลมลาภยศสรรเสริญไปหลงความสุขที่เขาหลอกกันละเอียดลออต่างๆนานาเป็นภาวะตัณหาก็ตามเป็นตามอาจารย์หาก็ตามลงอย่างงั้นล่ะคนเกิดมาแล้วแล้วเราก็มีแต่พี่แบบนั้นแล้วละคนวันพุธที่เหนือกว่าคนได้อยู่ในโลกใหม่ซะอีกโลกนึงสักทีอย่าไปวุ่นวายเลยไอ้โรคอย่างนั้นน่ะเข้าใจให้มันได้แล้วรู้จักพอรู้จักหยุดซะบ้างถึงแม้ทำอีกก็อย่างนั้นแหละก็เหมือนคนทั้งหลายที่เขาทำนั่นแหละไม่ดิบไม่ดีไปกว่านั้นหรอกอย่างเก่งก็เป็นพระเจ้าแผ่นดินเสพสุขเป็นจอมจอมจักรพรรดิเป็นผู้ที่เรียกว่าถือว่าเป็นสมมติเทพสูงสุดเป็นมหาเศรษฐีใหญ่ เป็นผู้ที่เป็นสมมติเทพสูงสุดจะเอาอะไรจะชี้เอาอะไรกินจะเป็นอะไรก็ได้หมดเลยเป็นเวสสุวรรณโณเป็นวิรูปักเป็นวิรุฬหะเป็นอัตตรเป็นท้าวมหายักษ์จะเสพสุขอยู่อย่างนั้นแหละเป็นการมาไว้ก่อนไม่มีอะไรหรอกเพราะว่าเรารู้ให้ได้แล้วดับเรื่องนี้ตอบเรื่องนี้แล้วก็ดับไปให้สนิทสูงสุดเป็นคนที่รู้ความจริงที่ทำความเบาว่าให้ได้อย่างแท้จริงในการดีแล้วนักหนาที่เราได้มาออกป่านนี้มันเป็นบุญอันสูงนักหนาที่เราได้มาถึงออกป่านนี้เป็นของจริงเป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องดีคิดเห็นให้เห็นอย่าเชื่อผมนะที่ผมพูดเนี่ยอย่าเชื่อไปคิดเองพิจารณาเหตุ พิจารณาเชื่อผมไม่ได้ผมเองผมเห็นถ้าผมหลงก็ผมหลงผมคนเดียวแต่ผมเห็นว่าผมไม่ได้หลงเพราะผมเห็นว่าผมได้ดีผมเห็นว่าผมดีผมเห็นผมรู้อย่างโลกนะผมก็รู้ว่าเขาเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นแต่ผมไม่ได้อิจฉาเขาเลยแม้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินแม้จะเป็นนายกไม่จะเป็นคนรวยมหาเศรษฐีขนาดไหนเพื่อจะเลี้ยงก็ตายไปแล้วรวยขนาดไหนก็ไม่ได้เห็นคนตายแล้วก็ไอ้แค่นั้นเองอย่างเก่งก็หาเงินมาให้เขาใช้อย่างอื่นช่วยเหลือก็ยังหาเงินมาให้เขาใช้ทำกุศลการกุศลบ้างคนดีก็เราก็รู้ส่วนดีแต่สูงกว่านี้สิออกมาสละให้เขาเห็นจะชัดเจนแล้วดึงคนขึ้นมาอีกฝั่งนี้จะได้ไม่มีเศษเหลือในการที่จะต้องโลภะโทสะอะไรแล้วก็จะได้ช่วยเขาได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ โลกได้มากเท่าใดก็ตามความสามารถของเราอย่างน้อยที่สุดเราก็ได้เป็นหน่วยหนึ่งของหมู่ก็จะได้ดีขึ้นเราทำด้วยตัวเราเองดีแล้วหมู่ก็ดีขึ้นศาสนาก็ส่งไว้ด้วยความดีของแต่ละหน่วยแต่ละบุคคลตัวและแต่ละสาวกนี่แหละมันถึงจะทำให้สูงขึ้นได้ก็พยายามเข้าใจให้ดีเอาไปคิดทบทวนให้เห็นอย่าแพ้ภัยตัวอะไรนิดอะไรหน่อยก็เวียนกลับไปหาโรคเวียนไปหาทำไมโลกมาป่านนี้ได้ดีออกป่านนี้แล้วยังเวียนกลับไปหาโลกอนาคต กินขี้นี่แหละอร่อยนักมันก็อย่างนั้นแหละจริงๆเทวดาในโลกหนอนในโลกก็เหมือนกันกับฆราวาสเขาไม่รู้อะไรหรอกเขาก็จมอยู่ในลาภยศสรรเสริญสุขกามคุณเขาก็บอกอร่อยดีเหมือนกันนอนอยู่ในขี้เทวดามาดึงขึ้นไม่แยแสหรอกผู้มีตาทำเท่านั้นที่จะให้เทวดาดึงให้เทวดาดึงขึ้นมาจากขี้ทิ้งก็ค่อยๆหาทางหาเหลี่ยมครูที่จะพ้นตัวสลัดตนออกมาจากขี้ให้เปื้อนขี้หยุดออกมามันขึ้นมาได้เอาปลานี้แล้วเป็นเทวดาเป็นอุบัติเหตุเป็นที่สุดที่เทพเป็นเทวดาออกมาด้วยความอุบัติเหตุรู้เห็นเป็นปัญญาอย่างนี้ก็จะไปจมขี้จมูกเหมือนกับหนอนทำไมจะเวียนกลับไป เห็นแน่จริงกันไม่ได้มันจะตายก็อยู่บนอย่างนี้ก็ให้มันตายมันไม่ประเสริฐหรือตายมันก็ไอ้เท่ากันความตายของคนก็เหมือนกันกับความตายของพวกอุบัติเหตุเทวดาไอ้การตายก็คือการเปลี่ยนไปสู่อีกสภาพหนึ่งเท่านั้นเองตายเหมือนกันแต่การตายดีกว่ากันตายโดยไม่เปื้อนขี้ก็ตายไปเปื้อนขี้กันให้มันเจริญกว่ากันอันไหนมันสูงกว่ากันเราตายอยู่อย่างเปื้อนขี้ก็ให้เขาก็ตายซึ่งอยู่อย่างไม่เปื้อนขี้ไม่ดีกว่าหรือเห็นในสิ่งที่ชัดและพยายามภาคเพียงอุตสาหะอยู่ในโลกก็อุตสาหะอย่างโลกพวกหนอนก็อุตส่าห์พยายามกระเสือกกระสนไปอย่างน้อยผู้สาวหากินหาเสพสุขอย่างที่เขาเสพเราก็อุตสาหกรรมอย่างเราอาจจะทุกข์อย่างเราแต่ เพราะมันไม่เป็นไปได้ภาระอย่างหนาแน่นอย่างหนักอย่างแก่งแย่งเบียดเสียดยุ่งยากเป็นไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยหนักหนามันไม่เหมือนกันเลยแล้วมันมีเบาว่างต่างกันมากพยายามร้องให้เห็นคิดเห็นจริงๆแล้วเราจะรู้ว่าอันนี้แหละเราจะช่วยลูกได้เราได้แล้วเราไม่หนีด้วยเราได้แล้วเราช่วยโลกได้ด้วยอย่างเขาเขาได้แล้วเขาช่วยตัวเท่านั้นเพราะเชื้อโรคได้น้อยเต็มทีเพราะวงวานว่าเครือเพราะสิ่งที่เขาหนักหนาเขาไม่รู้เพราะอวิชชาอีกหลายอย่างที่เขาจะต้องเปลืองเปล่าแต่เราสิเป็นผู้ได้แล้วเราได้ช่วยเวียนกลับไปช่วยเขามันจึงเป็นคุณของโลกเป็นเมตตาค้ำจุนโลกอย่างเขาแล้วเขาได้แล้วเขาก็ช่วยลูกยากแต่เราได้แล้วเราได้ช่วยโลกเขาอีกทีนึง มีคุณธรรมสูงอย่างนี้มันมีความดีอย่างนี้แหละในโลกเพราะฉะนั้นมามาอย่างนี้ก็ดีแล้วช่วยกันพยายามผลักเปลี่ยนขึ้นมีต่อๆไปก็จะเห็นผลที่เราเดินทางมาได้ปีที่ 2 ปีต่อๆไปที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 มันจะเห็นผลสูงขึ้นจงอย่าบอดอย่าหลับไหลเห็นได้จริงว่าสูงขึ้นก็ให้รู้ว่าสูงมีจริงก็ไม่รู้ว่ามีจริงดีขึ้นก็ให้รู้ว่าดีขึ้นต้องอาศัยเวลาบ้างเพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยการกระทบของการกล่อมเกลาการสร้างสมดุลกันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะทำได้เพราะพวกพวกพวกพวกพวกพวกพวกพวกมันเป็นไปไม่ได้โดยอย่างนั้นหรอกนะต้องพยายามเข้าใจให้ได้สภาพดีแล้วค่อยพูดกันอยู่กับผมสัก 7 ปีมันไม่ได้อะไรเลยแล้วใครจะสึกไปเลยต้องบอกว่าไม่ได้ผมไม่ได้จริงๆแล้วผมก็เห็นด้วยว่าไม่ ผมจะชี้จะถามจริงๆว่านี่อย่างนี้ได้หรือเปล่าเรียกว่าได้หรือเปล่าอย่างนี้เรียกว่าได้หรือเปล่าเห็นชัดๆถ้าไม่ได้จริงๆแล้วผมก็จะได้ให้สึกไปเลยแหมนี่มันแย่จริงๆ 7 ปีแล้วทรมานเหลือเกินสงสารอยู่ในโลกซัก 7 ปีอยู่กับผม 7 ปีทุกคนเลยจะให้ขี้ถือขนาดไหนก็มาให้ที่เธอขนาดไหนก็มา 7 ปีมาอยู่กับผมแล้วก็ไปเรื่อยๆอย่างที่ว่านี่พยายามพากเพียรบากบั่นครับผมเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ได้อะไรนี่ผมไม่เชื่อเพราะว่าพระพุทธเจ้านี่วางทางไม่สวยนะดีนะเราเป็นคนที่สวยนักดีนะสูงหนักด้วยมาตรการที่เป็นมาตรการเด็ดขาดทนอยู่สู้ศรีสะ 7 ปีโดยพยายามพากเพียรกระทำไปเรื่อยๆโดย นกฮูกตาผมมากนักให้ผมได้เคี่ยวเข็ญให้ผมได้พยายามเต็มที่เต็มใจบ้างสัก 7 ปีนี้นะไม่ได้อะไรแล้วผมก็จะยอมให้สึกไปแล้วผมก็จะยอมอ้าวสักทีนึงผมไม่ไหวแล้วผมสู้ไม่ได้ผมทำไม่ให้ไม่ได้ถ้ามาจริงๆ 7 ปีจะได้จำชื่อจำชายกันจริงๆก็ไม่ได้ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเธอ 1 เดือนก็ยกไว้ 7 เดือนก็ยกไว้ 1 ปีก็ยกไว้ 7 ปีก็ยกไว้ไม่รู้เอารหัสพระพุทธเจ้าเชื่อมือถือกระดาษนั่นแหละพวกไปพาชมมาฟังพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอะไรศาสนาคุณอะไรกัน 7 ปีบรรลุอรหันต์ 7 วันด้วย 7 เดือนด้วยไม่เชื่อศาสนาอะไรกันของอยากจะตายโง่เล่นอีกแบบนี้ พระพุทธเจ้าว่าถึงไม่เข้าใจพระพุทธเจ้าหมายว่าจะหมายถึงเอาหลักขนาดไหนด้วยแต่ 7 ปีก็หมายถึงขนาดนั้นด้วยพูดกับประชาชนกับหมาอายุ 7 ปีจริงๆพระพุทธเจ้าเชื่อมือวัดและประเมิน 7 ปีรับรองท่านเขียนเอาอรหันต์ได้ทุกคนแต่ทีนี้ถ้าทำไม่ได้โดยทั่วไปไม่บรรลุอรหันต์หมดเพราะว่าไม่ได้อยู่กับท่านหมดทั้ง 7 ปีถ้าไม่ได้เกี่ยวตั้ง 7 ปีรถล้มแล้วถ้าทำไม่ได้ถ้าจะให้มาอยู่ท่านเขียวหมด 7 ปีด้วยทุกองค์ก็จะให้ท่านช่วย 7 ปีท่านก็ทำไม่ได้จะอยู่ได้ไงเป็นล้านๆแล้วจะทำงานเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นไงใครจะเล็ดลอดไปยังไงก็จำเป็นต้องเดินทางไปมีปัจจัยมีภาวะปัจจัยไปอย่างนี้จริงๆอ่าแต่ถ้าใครอยู่จริงๆนะผมจึงมีความรู้ความเข้าใจอย่างพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าหมายพระนามว่าอยู่กับเรา 7 ปีก็ยกไว้ท่านเป็นทหารไม่ได้แล้วค่อยปล่อยให้ท่านทั้ง 7 ปีเกิดแม้แต่ลูกของท่านเองก็ไม่ได้ไม่ได้เพราะว่าลูกของท่านท่านก็ไม่ได้แขกฝรั่งผมจะบอกให้พระสารีบุตรเพลงใช้เวลานานกว่า 7 ปีก็เพราะเด็กด้วยกันแหละเรียนแต่เด็กไปจนโตก็เลยใช้เวลานานหน่อยแต่อายุ 20 กว่าก็มาร่วมงานแล้วไม่ได้มากมายอะไรตลาดนี้เป็นต้นถ้าไม่นอกนั้นต้องไม่ต้องกลัวหรอกไม่มีทางแต่มีอยู่เหมือนกันที่บ้านนอนไม่ได้อยู่กับพระพุทธเจ้าตลอดเวลาไม่ถึง 7 วันไม่ได้บรรลุนี่ก็เป็นข้อยกเว้นเพราะว่าเอาไว้เอาไว้ก่อนติดอะไร ต้องคอยระมัดระวังอะไรต่ออะไรพระพุทธเจ้าปรินิพพานไม่ต้องกลัวช้าก็หมดห่วงแล้วนี่ผมอนงค์ยังห่วงพระพุทธเจ้าอยู่ห่วงอยู่นั่นแหละจิตมันก็มีอุปสรรคอุปสรรคอยู่นั่นแหละโดยไม่เข้าใจมันก็สายไม่ได้เพราะพระพุทธเจ้าอย่าว่าแต่ 7 ปีเลย 2 เดือนก็ไม่รู้ก็จริงๆมันไม่ฆ่าไม่นานไม่ยากอะไรหรอกมันลงถูกทางแล้วถูกพักแล้วมันเองพระพุทธเจ้าปรินิพพาน 6 เดือน 8 สังคายนาไม่ใช่เหรอ 3 เดือนนะไม่เป็นไรของใหม่ที่เรียนมาทุกท่านเรียนมาเปิดตัวเลขด้วยอะไรก็ได้นะก็เอาก็ดีแล้วผ่านไป 3 เดือนนี้สำหรับวันนี้นะวันนี้เราต่อวันพฤหัสบดีนี้จะทำอีกหมวดหนึ่งซึ่งก็ต้องเข้าใจกันให้ดีนะว่าบริหารนิยธรรมนี้หมายความว่าธรรมะที่ทำให้ผู้ปฏิบัตินั้นผู้มีหลักเกณฑ์อย่างที่ว่านี้นั้นไม่เสื่อมไม่เสื่อมโดยเฉพาะตนก็ แล้วก็มันก็เกิดความพรั่งพร้อมด้วยหมู่ด้วยเพราะฉะนั้นผู้ใดแม้จะทำอภินิหาริย์ทำอย่างหมวดสุดท้ายนี่พวกสัญญา 7 ซึ่งพยายามเจริญอนิจจสัญญานะตัดสัญญาอสุภสัญญาอาทินะวะสัญญามหานะสัญญาวิวาห์สัญญาและนิโรธนิโรธสัญญาดังนี้เป็นต้นเราก็จะเกิดความเจริญแก่ตัวเราและหมู่พวกเราเจริญด้วยถึงแม้โพสต์ที่ปักที่จะทำหรือสมโภชน์ชงหรือไม่เจริญโพชฌงค์ 7 เจริญอริยธรรมหรือจริตจรณะหมวดกลางนี่จะชนะหมวดการปฏิบัติหมวดในที่มี หิริโอตัปปะพระพุทธเจ้าวิริยะสติปัญญาพรุ่งนี้ 7 ก็เหมือนกันถ้าผู้ใดเจริญอยู่เป็นอยู่ผู้นั้นก็ทำความเจริญให้แก่ตนเป็นอย่างยิ่งไม่เจริญให้แก่ตนแล้วเราก็จะทำความเจริญให้เป็นหมู่เฉพาะบริหารระยะทางหมู่ที่ 1 ที่เป็นไป 7 ข้อนั้นรวมความให้เน้นไปในทางที่ยังหมู่ให้เป็นไปได้ดีหรือว่าแน่นแฟ้นการกระทํา ที่ 1 บอกว่าภิกษุจะไม่เป็นผู้ชอบในการงานไม่ยินดีแล้วในการงานไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการงานอยู่เพียงใดพึงหวังได้ซึ่งไม่ใช่หมู่นี้หมู่ต้นน่ะเอ่อหมู่ต้นที่บอกว่าจากประชุมกันเนืองๆเสมอๆเป็นอันใหญ่อันหยาบเหมือนกันกับเราก็แยกตัวของเราออกมาพิจารณาให้ชัดว่านิกายแล้วก็จะมีความชัดเจนในส่วนต่างๆของเราถ้าส่วนต่างๆมันแยกออกนิ้วก็ตกไปถูกอยู่ที่มือตกไปอยู่ที่ 1 แขนตกไปอยู่ที่ 1 หูหัวตาตกไปอยู่ที่ 1 ไส้ตับปอดตกไปอยู่ที่ ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่รวมกันไม่ประชุมกันไม่พรั่งพร้อมกันที่จะกระทำงานให้เกิดผลฟังพร้อมกันรวมกันสามัคคีกันทำให้มันเกิดเป็นเอโกธัมโมหรือเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ดีคล้องจองคล้อยตามกันแล้วล่ะก็ร่างกายก็ไม่เจริญร่างกายก็พังจิตใจก็เหมือนกันถ้าจิตอย่างหนึ่งมันก็จะแบ่งไปคิดอันนึงที่จะอย่างหนึ่งก็จะแบกไปคิดอีกอันนึงอีกอย่างนึงก็จะแบ่งไปคิดอีกอันหนึ่งส่วนหนึ่งที่จะแบ่งไปคิดอีกอันนึงแตกแยกเป็นอุทธัจจะมากมายก่ายกองแล้วก็จิตไม่มีเอกัคคตา จิตไม่มีความประชุมลงจิตไม่มีความสามัคคีจากให้จิตนั้นก็ใช้อะไรไม่ได้ไม่มีความเจริญไม่มีความเจริญพยายามเห็นบุคลากรที่ฐานพยายามเห็นสภาพธรรมที่ใหญ่ย่อลงมาหาเล็กเห็นให้มันลงคล้องจองอันเดียวกันนี้ได้เพราะจะประชุมกันเนืองๆภิกษุจังหวัดประชุมกันเนืองๆอยู่เพียงใดพึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมอย่างนั้นนี่ก็เป็นธรรมะอันเป็นสัจจะอันเดียวกันเหมือนกันเลยร่างกายถ้าเราไม่ประชุมกันลงรวมทำกันให้คล้องจองให้คล้อยตามกันมันก็ไม่เจริญจิตเราไม่พยายามประชุมลงให้เป็นเอกัคคตาแล้วก็ทำงานเป็นหมวดเป็นหมู่เป็นหนึ่งเป็นอันเดียวมันก็ไม่เจริญฉันใด ฉันนั้นต้องให้มาแยกออกมาหยาบๆก็อย่างนี้แหละทำโมไม่ประชุมกันเนืองๆต่างคนต่างมีความคิดเห็นเป็นคนละอันคนละทางแตกแยกกันไปไม่พยายามที่จะสมมติหรือสัญญาหรือกำหนดในสิ่งที่จะให้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่พยายามไปหลงบัญญัติโลกเพราะโลกมันมีบัญญัติเยอะโลกมันมีเรื่องแยะเพราะเราก็ต้องพยายามปรับบัญญัติปรับสมุดปรับวินัยปรับกรดปรับการกระทำปรับการเป็นอยู่ปรับอะไรก็ตามแต่ให้มันหลงรองลงช่องกันมันถึงจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและมีพลังมีความเจริญดำเนินไปได้รวดเร็วดำเนินไปได้ไวเนี่ยจะเห็นได้ชัดเจนเลยต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าเราต้องสามัคคีเราต้องประชุมกันเนืองๆเราต้องเป็น หมู่กันต้องร่วมแรงร่วมให้เป็นแขนงหรือว่าเป็นหลายแขนงก็มารวมเป็นกลุ่มมารวมกันเป็นก้อนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้มันจึงจะเกิดผลเพราะพระพุทธเจ้าท่านอธิบายเพียงว่าภิกษุจะมันประชุมกันเนืองๆอยู่เพียงใดพึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเพียงนั้นท่านก็เป็นเพียงศีลเท่ากับเป็นแต่เพียงข้อกำหนดที่บอกเราไว้เท่านั้นเองแล้วถ้าพูดได้ไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมประชุมกันเนืองๆมันถึงจะไปเจริญเพราะเราไม่รู้เหตุรู้ผลเราก็ไม่มีปัญญาเราก็เข้าใจไม่ได้แต่ถ้าเรามีปัญญาเข้าใจเราก็จะเข้าใจดังที่ผมอธิบายให้ฟังว่ามันมีเหตุผลเป็นหลักเกณฑ์ไปอย่างนั้นแหละดูเกิดวิสุทธิ์ทั้งหลายผู้ที่จะพร้อม ประชุมพร้อมกับพร้อมเพรียงกันเลิกประชุมหรือจะพร้อมเพียงช่วยกันทำจิตที่ 2 พึงกระทำอยู่เพียงใดพึงหวังได้ซึ่งความเจริญอยู่เพียงแต่อยู่อย่างเดียวเพียงนั้นไม่มีเสื่อมก็เหมือนกันนะถ้าสมมุติว่าเราร่วมมือกันตกลงลงมือกันรับเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้เห็นเป็นความจำเป็นแล้วเห็นเป็นสิ่งที่เอาอันนี้จะอนุโลมไปละไอ้นี่ไม่อนุโลมล่ะพระอนุโลมไปก็เพราะว่ามีความจำเป็นถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องอนุโลมไม่ต้องมีอะไรมากไม่ต้องมีอะไรใหญ่ยิ่งมีอะไรมากที่เราจะต้องทำพลังงานก็ยิ่งลดความเป็นกอบเป็นกำความเป็นเรี่ยวเป็นแรงความมีฤทธิ์มีเดชมันก็ยิ่งลดเพราะฉะนั้นการโดยอนุโลมอะไรต่ออะไรออกไปมากๆนี่ก็ต้องมาปรึกษาหารือกันว่า รวมกันดีไหมถ้ายังไม่ถึงขั้นนั้นก็อย่าอนุโลมเลยทำให้มันน้อยๆอย่างนี้แหละดีถ้าทำมากๆอย่างแล้วมันไม่เป็นกำลังมันไม่เป็นพลังมันไม่เป็นฤทธิ์มันไม่เป็นหมู่พวกมันก็เกิดประโยชน์นอนมันกระจัดกระจายมันก็ไม่ได้ผลที่เห็นชัดเจนเพราะฉะนั้นก็พยายามพร้อมเพรียงกันถ้าแม้ว่าไม่พร้อมเพรียงกันขาดไปสักหน่อยนึงมันก็แน่นอนก็ขาดกำลังก็ฝึกหัดฝึกปรือทั้งกายทั้งจิตให้ไปพร้อมกันปัญญาก็จะเข้าใจถึงความพร้อมเพรียงของชนผู้เป็นหมู่ย่อมยังผลสำเร็จของพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ชัดเจนมูลนายอันไหนมันก็ตรงกันความพร้อมเพลงของชนผู้เป็นหมู่ย่อม ผลสำเร็จอย่างนี้เป็นต้นเราจักไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติก็เหมือนกันพระพุทธเจ้าบอกว่าท่านบัญญัติเอาไว้ขนาดนี้อนุโลมมากที่สุดแล้วเจอพระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติมากที่สุดแล้วถ้ามากกว่านี้ไปแล้วเสื่อมเพราะฉะนั้นเราก็ต้องเข้าใจให้ได้เห็นได้ชัดเจนเชียวว่าถ้าไม่จำเป็นจนถึงที่สุดจะถึงเป็นถึงตายและอย่าเลยอย่าไปบัญญัติอะไรของพระเจ้าขึ้นมาถ้าเกินกว่าที่พระพุทธเจ้าท่านบัญญัติเลยมันไม่ดีอะไรเพราะพระพุทธเจ้าท่านพยายามทำด้วยสิ่งที่เกิดเหตุผลมาจริงๆแล้วว่าเราไปบัญญัติอะไรเพิ่มเติมมันก็อนุโลมมากขึ้นกำลัง มันจะถดถอยลงเพราะฉะนั้นเราจะอนุโลมเอาง่ายๆหมูก็เป็นอย่างนี้ไปเหมือนชาวโลกไปหมดโลกหนึ่งเราไปหมดฤทธิ์กำลังของธรรมะก็ตามตกตามอ่อนแอไม่แข็งแรงเพราะอนุโลมลงไปให้แก่โลกมากเกินไปบางคนเข้าใจไม่ถึงทำอย่างนี้ก็จะอ่อนแอก็จะอนุโลมด้วยเออเขายังมีเขาจะต้องลดน้ำมันก็ลดให้เขาเถอะเขาจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ก็ต้องทำให้เขาเถอะเขาจะต้องเอาพระเครื่องก็ต้องปั่นให้เขาเถอะลดลงไปเรื่อยๆมันก็อ่อนแอกำลังฤทธิ์ที่จะดึงคนขึ้นมาสู่ปรมัตถ์ก็ไม่มีนะแต่ถ้าเดี๋ยวบริจาคกันกล่าวว่าเป็นศีลขั้นอนุโลมศีลขั้นอะไรต่ออะไรต่างๆนานาตั้งมากมายแล้วก็ไม่เข้าใจงานแบบนี้ บัญญัติต่างๆเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดเข้าใจเป็นพระเถระเป็นผู้ที่มีภูมิธรรมมีคุณธรรมแท้ก็จะเป็นผู้ที่ต้องเคารพสักการะนับถือยึดถือเป็นตัวอย่างอันเด่นชัดถ้าไม่มีนั้นก็รองลงมาก็เป็นรัฐธรรมนูญหรือบวชนานเราเป็นผู้ที่ได้คนได้ชี้ชัดเห็นชัดแล้วใช้ภูมิปัญญาต้องใช้สมาชิกใช้หมู่กลุ่มเห็นกันชัดๆสัจธรรมมันย่อมจะต้องเห็นกันได้เมื่อเวลานานบวชนานเข้าคุณธรรมมันเห็นได้ไม่ได้ไม่ได้ง่ายๆเพราะว่าบวชใหม่ๆแม้จะมีคุณธรรมก็ยังไม่มันยังมีอุปทานยึดถือมันยังมีมาหน้าที่ในคนยังไม่ยอมก็เห็นเถระนั้นไม่ได้ง่ายๆถ้าบวช ไปแล้วความเป็นเทร่าจะปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆยิ่งมีคุณธรรมก็ยังจะชัดเจนมากขึ้นไม่มีถดถอยถ้ามีคุณธรรมจริงไม่มีถดถอยถ้าผู้ใดไม่มีคุณธรรมจริงยิ่งบวชนานยิ่งอยู่นานยิ่งเห็นความไม่ใช่สัจธรรมไม่ใช่คุณธรรมชัดเจนอันนี้ไม่ต้องกลัวเพราะใครผู้ใดที่เป็นผู้ที่มีคุณธรรมแท้มีสัจธรรมแท้และไม่ต้องย่านเลยไม่ต้องกลัวแล้วยิ่งนานวันก็ยิ่งนับวันจะเห็นคุณธรรมชัดยิ่งเห็นสิ่งที่ดีชัดยิ่งขึ้นเป็นสัจธรรมชัดยิ่งขึ้นไม่ใช่ว่าเห็นสิ่งที่ไม่เป็นคุณธรรมสิ่งที่ไม่เป็นสัจธรรมนอกจากคนที่ปลอมปลอมทั้งนั้นไม่จริงอาจจะเพียงกฎข่มไว้เป็นแต่เพียงพยายามรับไว้ยึดไว้ไม่ใช่ว่าเป็นสัจธรรม แล้วจริงในตัวพอเวลามันหมดแรงกดข่มมันก็หย่อนลงยานลงมันก็เปิดเผยในความที่ไม่จริงไม่จางลงไปเท่านั้นเองแค่นั้นก็รู้ได้เมื่อเวลานานเท่านานเข้าการบวชนานหรือการอยู่นานจึงแสดงผลได้เหมือนกันในการที่จะบอกว่าผู้ใดควรเคารพผู้ใดควรสักการะผู้ใดควรนับถือถ้ามีการเคารพนับถือบูชาผู้ที่เป็นเถระผู้ที่มีคุณธรรมผู้ที่มีสัจธรรมอยู่แท้จริงอยู่ตราบใดแล้วล่ะก็พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมอันนี้ก็เป็นตัวเนื้อแท้ๆต้องยอมยกปรินายกยกผู้ที่มีคุณธรรมจึงเป็นปรินายกเป็นหัวหน้าหมู่เป็นผู้นำเป็นผู้ที่กระทำถูกโดยรอบและนอกนั้นก็มาเกี่ยว กองพันกับผู้ที่เป็นเจ้าตัวย่อมไม่รู้แก่อำนาจที่จะสร้างอะไรใหม่เกินขอบเขตไม่มีปัญหารู้แก่อำนาจย่อมพยายามเสาะแสวงหาภูมิธรรมหรือการหาที่เงียบสงบเสนาสุนัตป่าแล้วก็จะตั้งจิตภาคเรียนกลับช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเมื่อเรามีภูมิคือตั้งสติไว้ในภายในว่าไฉนหนอเพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รักที่ยังมิได้มาพึ่งมาเถิดและที่มาแล้วคือมาอยู่เป็นผาสุขก็คือรวบรวมหมู่ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเข้ามานั่นเองเพราะแม้จะลงมาเป็นทหารอารยธรรมคือทำอันเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมไม่สลายหมวดที่ 2 ก็เหมือนการที่ไม่ชอบการงาน ชอบการคุยไม่นอนหลับอะไรก็ได้พรุ่งนี้ก็เกี่ยวข้องกันถ้าการงานที่มันกระจัดกระจายมากเกินไปมันไม่ทำการงานอันสูงส่งหรือการงานอะไรกันได้แล้วได้รับรอบได้เลือกเป็นแล้วให้มันเป็นการงานส่วนตรงของมันไปที่จะไปการงานนั้นไม่มีพลังไม่มีฤทธิ์แล้วจับจดที่เราเรียกภาษาคนสมัยนี้ว่าจะจดคนจับจดจะเอาอะไรแน่ก็ไม่แน่จะทำงานนั้นจริงๆก็ไม่จริงจะทำงานโลกก็ไม่รู้จะทำงานธรรมะก็ไม่ทำงานธรรมะหล่อๆและกลับไปกลับมาเวียนวนมันก็ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันถ้าเราฝากใจแน่วแน่เอาอันนั้นหนึ่งเดียวหนึ่งเดียวหนึ่งเดียวแล้วมันง่ายแล้วมันเร็วแล้วมันแรงมันมีฤทธิ์มันเพิ่ม เพิ่มพลังมัตตาพระพุทธเจ้าจึงหมายถึงการกระทำที่ให้คิดที่ให้พยายามเจียนลงที่จริงกัมมะละปาลิกามรามนี่ก็คือพวกความกำหนัดใคร่ถ้าการกระทำอะไรเต็มไปด้วยความกำหนัดใคร่ที่มันหยาบไม่ลงร่องลงช่องมันไม่เป็นธรรมะที่เป็นไปทางในทางเดียวทางหนึ่งจุดเดียวจุดหนึ่งมีเป้าหมายอันแท้จริงมันยังมีเป้าหมายหล่อๆหลายๆมันก็ยังมีสิ่งสุดเพราะฉะนั้นผู้ใดลงในกัมมะและป่าหรือ มารามาริกะมาลามาตราอะไรเนี่ยท่านจึงให้คิดถึงเรื่องการกระทำถ้าการกระทำอะไรเป็นหมวดหมู่เอาชัดๆแปลชัดๆแล้วก็หมายความว่าการกระทำอะไรเป็นหมวดหมู่ลงเพราะช่องลงร่องมีเป้าหมายเป็นเอกลักษณ์ตามีทิศทางมีกำลังแรงไปในทางทิศเดียวมันจึงจะเกิดผลถ้าไม่มีแล้วมันไม่เกิดผลเพราะเราจะทำอะไรก็ทำจนกระทั่งในลักษณะต่างๆมันไม่ชอบในการคุยก็เรียกก็เรียกว่าไม่ชอบในการนอนการนอนก็เรียกว่าดับเกินไปหยุดเกินไปแล้วมันก็ติดเราจะต้องรู้ให้พอถ้าฟุ้งอยู่มีแต่พูดแต่คุยมีแต่ปล่อยออกโดยที่ไม่พิจารณาของตนมันก็มีแต่ให้ไม่มีรับมันก็ไม่ถูกยิ่งไปคลุกคลี โดยหมู่โดยคณะโดยที่เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นของอะไรไม่รู้จักพระแท้ไปมีสังคังโดยไม่รู้ว่าสัคคะคืออะไรโดยโลกสวรรค์อย่างนกโลกไม่เข้าใจเราก็ไม่ได้เป็นสังขารหรือไม่มีทางจิตให้สูงสวรรค์ด้วยสักคำหมายคำว่าจิตที่สูงขึ้นถ้าจิตที่สูงขึ้นไปในทางสงบระงับเป็นไปในทางธรรมก็ถูกคิดของธรรมถ้าจิตที่เป็นไปโดยการปรุงสูงขึ้นเพราะว่าไปมีรสชาติไปหลงความสุขในด้านการปรุงก็เป็นสังฆทานโลกก็ต้องแยกออกให้ชัดหมดพรุ่งนี้มีความปรารถนาลามกก็คิดไปในทางไม่ถูกกันเองคิดไปในทางที่ผิดกันเองเรียกว่าต่อสู้ต่อทางต่อร้านร้านรอน คบมิตรชั่วก็คือผู้ที่เป็นตัวตนของผู้ที่จะดึงรั้งหรือว่าชักชักจูงฉุดไปในทางอีกทิศนึงเลยโดยจริงเพราะมีชั่วหรือสหายชั่วคนชั่วก็คือผู้ที่ทำผู้ที่อยู่ในความตรงกันข้ามถ้าเราอยู่เพศบรรพชิตเราก็ต้องรู้ว่าคฤหัสถ์เพศเป็นเพศตรงกันข้ามเป็นเพศที่จะดึงเราลงไปอย่างนี้เป็นต้นจึงเรียกว่ามิตรชั่วสหายชั่วหรือมิตรต่ำสหายตามภิกษุจะไม่ถึงความนอนใจในระหว่างการบรรลุคนนี้พิเศษเพียงขั้นต่ำเพียงใดเพียงนั้นก็หวังว่าความเจริญได้เพราะงั้นก็คือนี่สอนอนันตังอย่าหลงว่าเราเองได้ขนาดดีแล้วได้ดีแล้วหนอแล้วก็หยุดดีแค่นี้หยุดในระหว่างนอนใจเลย เลยในระหว่างที่ได้แล้วก็เลยหยุดไม่ต่ออย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่ไม่เจริญขึ้นอย่างแท้จริงมีแต่ความเสื่อมถ้าพ้นธรรมะหรือว่าถ้ามีธรรมะอย่างนี้พ้นธรรมะเลวมีธรรมะอย่างนี้ได้ยึดถือและทำให้แก่ตนจริงก็เป็นเจริญด้วยฝ่ายเดียวมีความเจริญทางเดียวจริงๆอภินิหาริย์ธรรมหมวดสุดท้ายเราจะแสดงอภินิหารนี้จะทำ 6 อีกหมวดหนึ่งกับพวกเธอพวกเธอจงฟังจงใส่ใจให้ดีภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า 1 เดือนที่สุดทั้งหลายผู้พิสูจน์จะเข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมต ป่าในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายทั้งในที่แจ้งและที่รับอยู่เพียงใดพึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเพียงนั้นนิกายอย่ากำนะเราจะตั้งกายกรรมแม้กายกรรมของเราอริยบทใดที่ออกมาด้านกายทั้งหมดเราก็ประกอบไปด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลเรียกว่าเมตตาเป็นไปด้วยความรู้มาจากรากศัพท์คำว่ามนุษย์เมตตานี่เคยอธิบายฟังแล้วคิดเป็นมิตรเป็นไมตรีเป็นเมตตามาจากรากศัพท์คำว่ามัดปากแล้วก็รู้รู้อะไรรู้ความดับรู้ความตายมันจะแปลว่าตายหรือแปลว่าเกิดหรือแปลว่ารู้แต่ว่าดับดับอะไรก็ดับสิ่งที่ควรดับรู้สิ่งที่ควรดับจึงเรียกว่ามะตะ มะแปลว่าจิตตะแปลว่าไปถ้ารู้ในการที่จะไปรู้ทางที่จะไปถ้าไม่ควรไปก็ดับเลยนึกว่ารู้ถึงเรียกว่าจิตแท้หรือมากแท้ตัวม้าตัวนี้จิตแท้ๆเป็นผู้รู้ชัดสุดซึ่งผมให้แม่ด้านกายกรรมเราก็จะมีเมตตาคือมีมตะเท่าใดก็ผู้นั้นก็ใช้ปัญญาก็แล้วกันนะเมตตามีความหมายถึงแก่ใดเกื้อกูลเอื้อเฟื้อให้เป็นไปโดยทางที่ดีถ้าเป็นไปในทางธรรมเราก็ต้องพยายามอุ้มชูในทางธรรมอย่างสูงถ้าเป็นไปในทางโลกก็ขอให้เขาเพิ่มทำก็แล้วกันทางโลกถ้าแม้ว่าเขาปรุงสร้างเขาไม่พอก็ช่วยเหลือเค้าโครงสร้างให้เขาเลี้ยงตัวเลี้ยงตนเพราะว่าเขายังหลงอยู่ในภูมิแพ้แค่นั้นถ้าจะช่วยสูง มีแล้วเหลือเฟือแล้วก็ให้เขาลดลงนี่ก็เป็นการช่วยเหลือมีเมตตาและเพื่อนเพื่อนพรหมจรรย์ถ้าช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเราเองเรียกว่าเพื่อนพรหมจรรย์เป็นผู้ที่จะพูดประพฤติพรหมจรรย์ได้ยังแน่วแน่ได้อย่างมากมายก็ยิ่งมีความเจริญข้อ 2 ดูก็ได้ภิกษุทั้งหลายพวกภิกษุจะเข้าไปตั้งไว้กี่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน