170000-L มหาปรินิพพานสูตร ตอน12(มหาปรินิพพาน)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์201 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ยังไม่คืนวันเพ็ญฟ้าแดนชวนชัยสุขสันต์ของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมต่อจากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรตอนสุดท้ายที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษาเดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนมารยาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าตอนนี้เราก็มาถึงครับประวัติถึงขั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานแล้วหาเรื่องจิตประกอบกับนิทานมันก็จะมีสิ่งเก่ามีสิ่งใหม่สิ่งเก่า ก็คือสิ่งที่ประกอบไปด้วยเรื่องโบราณมานานเนจะเป็นนิทานเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของใครก็ตามก็เป็นเรื่องของความเกิดและความดับทีนี้การเกิดการดับเป็นธรรมดาธรรมดาอยู่นั้นมันก็เป็นการเกิดการดับของความไม่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดมาเพราะความไม่รู้มันไม่รู้มันถูกผลักถูกดันแล้วก็ถูกสั่งสมจนกระทั่งหลวงตัวให้มีอาการจากการเกาะจนกระทั่งยึดเองเริ่มยึดเองแล้วก็เรียกว่าวิญญาณหรือเรียกว่าจิตเรียกว่าพลังงานที่รู้จักพัฒนาให้ตนเอง สั่งสมเป็นสัตว์โลกเพราะฉะนั้นเมื่อหลงก็ยิ่งพัฒนาให้ตนเองยิ่งเกิดเร็วยิ่งพัฒนาได้เร็วยิ่งก้าวหน้าได้เร็วการก้าวหน้าของสัตว์โลกจึงเร็วการก้าวหน้าของของที่มันไม่มีสิ่งที่จัดแจงให้ตัวมันเองอย่างดินน้ำไฟลมมันไม่มีพลังงานเพิ่มมันไม่มีอัตราเร่งมันไม่มีอัตราเร่งแต่วิญญาณของสัตว์โลกที่เป็นพลังงานที่จนกระทั่งหลงมีความหลงเข้าไปแล้วหรือมีความโง่อวิชชามีความหลงคือโมหะเมื่อมีความหลงยึดตัว ตนขึ้นมาแล้วยึดเป็นสิ่งที่เป็นอย่างนั้นแล้วก็มีแรงดูดมากเพียงพอมันก็จะหลงไปที่ดีเอาไอ้โน่นเอาไอ้นี่มาสะสมมารวมตัวมาทำให้ลงกับตัวพัฒนาให้วิจิตรพัฒนาให้พิสดารขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งวิญญาณหรือพลังงานรวมตัวนั้นและพัฒนามาเป็นคนก็เป็นสมบัติโลกที่สูงที่สุดซึ่งเป็นสัตว์โลกหรือเป็นสิ่งที่ก่อเกิดอยู่ในโลกที่สูงที่สุดมันก็เดินลงมาจนถึงขนาดนี้แหละเรียกว่า

อ่านต่อ

เกิดแล้วมันก็ยังหลงเกิดอยู่อีกภาพเผื่อว่าเรายังโง่ถ้าเกิดว่าเรายังโง่เรายังเป็นผู้ที่ยัง เป็นผู้มีอวิชชาก็จะเป็นอย่างนั้นไปตลอดเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดเป็นสัตว์โลกคั่นที่เรียกว่าเป็นมนุษย์แล้วเพียงพอก็จะเป็นผู้ที่มาเจอศาสนาพุทธเข้าศาสนาพุทธก็จะสอนให้เรารู้ฐานะแห่งความเกิดแล้วมันเกิดมาในโลกนี้แม้มันไม่หลงมันก็เกิดแต่เกิดตามเหตุปัจจัยอื่นผลักดันให้มันหมุนเวียนกันไปเกิดอย่างนั้นทำลายอย่างนี้เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปด้วยเหตุและปัจจัยส่วนสัตว์โลกหรือที่เริ่มต้นรวมตัวกันเป็นรูปเป็นวิญญาณแล้วไม่เห็นตัวเห็นตัวง่ายๆหรอกเป็นพลังงานที่ยึดตัวยึดตนแล้ว พยายามวิ่งแร่เกิดเปลี่ยนแล้วเวียนเหล้าวนแล้ววนเหล้าอยู่ในสัตว์โลกอยู่ในโลกนี้นั้นน่ะอันนี้เป็นของที่มันหลงสร้างอยู่ในโลกเป็นสมบัติอยู่ในโลกที่มันทำลายได้ยากเพราะมันเกาะกันแน่นเหลือเกินผู้ที่ไม่เรียนรู้เท่าทันไม่ได้เจอศาสนาพุทธไม่ได้เจอความแจ้งจริงก็จะน้อยคลายยากก็จะทำลายได้ยากมากพระพุทธเจ้าองค์บรมศาสดาของเราเป็นผู้ที่ค้นพบถึงความเป็นจริงแห่งความเกิดรากเหง้าของมโนปุพพังรากเหง้าของฐานจิตของทหารพลังงานเจอต้นตอแห่งความเกิด แรกความเกิดแรกที่จะทำลายแม้กระทั่งทาสอันนี้ที่จริงเป็นอรูปไม่มีธาตุดินน้ำไฟลมไม่มีธาตุวิญญาณธาตุจิตนี้ไม่มีดินน้ำไฟลมเป็นธาตุที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยดินน้ำไฟลมแล้วเขาก็ใช้งานดินน้ำไฟลมแต่ธาตุวิญญาณนี้เป็นธาตุที่เล็กละเอียดที่สุดเล็กละเอียดทำได้เรียบร้อยทำได้แนบเนียนที่สุดในการสั่งสมชาติรู้แล้วก็ทำให้มันเล็กได้แนบเนียนจนกระทั่งไม่นับว่าลมไม่นับว่าไฟไม่นับว่าน้ำไม่นับว่าดิน เป็นแต่เพียงธาตุวิญญาณซึ่งอาศัยอาศัยดินน้ำไฟลมเกาะกันเข้าแล้วอยู่ในช่องว่างๆนี่แหละแล้วก็จะประสานตัวจะมาใช้ช่องว่างตรงนี้เป็นช่องที่เดินธาตุวิญญาณจึงอาศัยอยู่ในช่องที่เล็กที่สุดเป็นช่องว่างลมมันอยู่เป็นอันดูของลมอยู่ขนาดไหนเจ้าวิญญาณนี่อยู่ระหว่างช่องของลมอยู่ระหว่างช่องของลมคิดดูว่าธาตุลมเล็กขนาดไหนเจ้าท่าวิญญาณนี้อยู่ระหว่างช่องของลมเข้าไปอีกดินก็ตามน้ำก็ตามไฟก็ตามอาศัยกัน อยู่อาศัยเกาะกันอยู่ช่วงใดที่มันว่างจากพวกนี้แหละไอ้เจ้านั่นแหละอยู่ไอ้เจ้าวิญญาณนั่นแหละอยู่ไอ้เจ้าภาพวิญญาณนั่นแหละแทรกซ้อนอยู่ตรงนั้นแหละทำงานอยู่อาศัยอยู่ในช่วงช่วงนั้นและมีกำลังเหลือหลายมีฤทธิ์มากมายมีความคล่องแคล่วมีอะไรอำนาจที่จะรับดูดรับรู้แรงมากเพราะมีอำนาจได้ทั้งทำลายทั้งก่อสร้างอำนาจทำลายก็แรงเพราะฉะนั้นเมื่ออำนาจทำลายได้แรงการก่อสร้างก็ได้แรงด้วยนี่เป็นสภาพคู่ของมันเองอำนาจวิญญาณจึงเป็นอำนาจที่ร้ายแรงมากและเป็นอำนาจการเกิดไม่รู้จบด้วยเพราะว่ามันสร้างเก่งสร้างไม่รู้หยุดแล้วมันก็ทำลายได้อย่างเก่งด้วยถ้ารู้สิ่งนี้เสียแล้ว เราเองเราก็ทำลายสิ่งที่มันเลวลงไปเป็นตัวอำนาจการทำให้ก่อเกิดทำให้ไม่รู้จักจบเสร็จแล้วเราก็จะมาก่อเกิดมารับทุกข์มารับรู้มันเป็นอำนาจรู้ได้อย่างเก่งรู้ทุกข์รู้สุขและก็หลงสุขมันจึงมันรักทุกข์มันจึงมากอดเกิดมันจึงไม่รู้จักจบมันจะไม่รู้จักหยุดเพราะเราก็ต้องทำลายอันนี้ลงทำลายอันดูไม่รู้จะเรียกว่าอณูยังไงมันเล็กกับอันโนเพราะว่าไม่มีภาษาเรียกเราเรียกว่าวิญญาณธาตุผมจึงได้ตั้งภาษาขึ้นเรียกเล่นๆที่จริงมันก็เป็นสุญญตานั่นเองแหละไปอันนึงของสุญญตาเราจะต้องถ้าเป็นสัญญาดูแล้วก็เป็น ธาตุที่มีวิญญาณเพราะฉะนั้นเราต้องทำลายให้สัญญาณดูเนี่ยเป็นสุญญตาทำลายให้สุญญานูคือสุนทราบวกอันนู้นให้มันเป็นสุญญตาให้มันว่างลงให้มันวางลงให้มันสูญไปให้ได้ให้มันไม่เกาะโตให้ได้ทำลายให้ได้เหมือนเราทำลายอย่างอนูของน้ำมี H2O มีไฮโดรเจน 2 ขากับออกซิเจนอย่างเงี้ยที่มันเกาะกันเป็นอันดูของมันเนี่ยนี่มันก็ลอยหมุนเวียนแล้วแล้วเราก็เดี๋ยวก็ลงมาที่พื้นดินอยู่กับน้ำแทรกซ้อนอยู่กับอะไรไปคนเดียวก็ถูกความร้อนพัดเผาลอยตัวฟ้องขึ้นไปจับเกราะกันบนท้องฟ้าเกาะกันมากๆหนักเข้ามาถูกความร้อนที่พอจะละลายไม่เกาะกลุ่มกันได้ก็ไหลลงมา โลกอีกหมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้แล้วมันก็ไม่รู้จักแตกจากดับเหมือนกันแม้แต่อณูของนางแค่นี้ก็แตกดับยากเหลือเกินไอ้เจ้าคนนี้เก่งแฮะไม่รู้ว่าหนูของน้ำก็ได้เล็กแล้วนะก็ไปทำลายแม้กระทั่งอนุมัติของน้ำนี่ยังอุตส่าห์ไปทำลายเขาออกมาแยกออกมาเป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจนนี่เออแยกออกได้ทำลายแตกแล้วให้เขาเป็นแต่จากอานูของน้ำให้เป็นธนูของผักกาดเป็นไทยโดยเช่นกระดูกของลมเป็นไฮโดรเจนเป็นออกซิเจนไปอะไรอย่างนี้คนเราก็ไปอุตส่าห์ไปทำอันนั้นแตกได้เพราะมันไม่อยากดูของเราของลมออกซิเจนไฮโดรเจนหรืออำนาจบางอย่างแยกธาตุดังนั้นต่อไปอีกได้อีกก็มีเยอะแยะไปนะฮะพวกนี้เป็นความสามารถของคนทั้งนั้นและคนนี่แหละสามารถยิ่งกว่านั้นอีก สามารถแยกอณูที่เป็นศูนย์ยานูไม่รู้จะใช้ภาษาเรียกว่าอะไรคือวิญญาณนี่แหละจะเรียกชื่อว่าวิญญาณก็ตามใจคือของคนเนี่ยจิตวิญญาณหรือธาตุรู้ของคนนี้เรียกว่าสัญญาณหนูก็ได้แต่ผมไม่อยากจะเอามาพูดสำหรับคนส่วนๆทั่วๆไปที่ยังไม่ศรัทธาเพียงพอเดี๋ยวจะหาวันนี้มาบัญญัติอะไรใหม่แต่เป็นภาษาสมัยใหม่เป็นภาษาที่เราเขาเรียกกันได้เป็นอลูของที่มันประกอบไปด้วยศูนย์ที่จริงแต่เราไม่รู้ศูนย์เพราะมันเล็กเหลือเกินแต่มันมีอำนาจมากยิ่งเล็กยิ่งมีอำนาจเพราะฉะนั้นยาดูนี่แหละคือตัววิญญาณของคนเป็นอันดูชิ้นเล็กเหลือเกินแยกยากถึงกันนั้นก็ตามพระพุทธเจ้าก็แยกออกใช่ไหมแยก ลูกกระสุนชะตาออกจนกระทั่งเหลือแต่สุญญตาไม่ให้อนูกระสุนจะตามมาทำงานติดต่อลุงสร้างมีพลังงานมีการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่หมุนให้เร็วหมุนให้แรงสีแล้วก็ตายก็รีบอยากเกิดอย่างเร็วอย่างนี้ไม่เอาพระพุทธเจ้าไม่เอาดับทำลายสัญญาณหนูลงเป็นสูญญตาอย่างแท้จริงได้นะอันนี้ก็เป็นความเก่งของคนคนนี่แหละรู้เกิดและคนนี่แหละรู้ดับและคนนี่แหละจะทำลายความเกิดให้จนกระทั่งศูนย์เป็นความดับสนิทสิ้นได้พระพุทธเจ้าของเราเป็นองค์บรมครูเป็นองค์บรมศาสดาผู้ที่ค้นพบและก็รู้อำนาจนี้รู้ความเป็นจริงอันนี้ได้แท้จริงและธนบัตรนี้เรื่องราวของท่านก็มา จนกระทั่งท่านทำอนุปาทิเสสนิพพานธาตุปรินิพพานไปขณะนี้ท่านเห็นก็มีเรื่องราวที่อธิบายไล่เรียงไปจนกระทั่งรูปจิตหรือเรียกว่ารูปฌานก็ตามไล่เรียงรู้อ่ะรูปที่เล็กเข้าไปอีกแล้วเป็นธนูเป็นสิ่งที่เล็กเข้าไปจนกระทั่งมันดับระหว่างกลางไม่หลงอ่ะรูปที่มันเล็กเกินไปไม่ลงรูปที่มันยังใหญ่เกินไปอยู่ระหว่างปล่อยวางให้เป็นปกติธรรมดาเป็นจุดกลางนั่นแหละเป็นจุดที่ทำลายอย่างที่ว่าไม่หลงไปค้างอยู่ในรูปเกินไปเพราะในโลกนี้ในรูปเกินไปก็ยังมีฤทธิ์มีแรงในรูปเกินไปก็ยังมีพิษมีแรงความปานกลางจึงสำคัญมากที่สุดไม่หลงเลยเถิดไปจนกระทั่งไปยึดอาลูกแล้วก็ไม่หลงเลยเถิดมาเหลือรูป ต้องเข้าใจสิ่งเหล่านั้นในโลกมันมีของที่ละเอียดละอออยู่ปานนั้นแล้วเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วพระอนุรุทธพระอานนท์ก็จัดการทำงานกันใหญ่ตอนนี้สมัยนั้นพระเจ้าพวกเจ้ามาระเมืองกุสินาราประชุมกันอยู่ที่สัณฐานด้วยเรื่องปรินิพพานนั้นอย่างเดียวลำดับนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปยังสัณฐานของพวกเจ้ามาแล้วเมืองกุสินาราแล้วได้บอกกับพวกเจ้ามารักเมืองกุสินาราว่าดูกัลวาสิทธัตถะทั้งหลายพระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานแล้วขอท่านทั้งหลายจงทราบการอันควรในบัดนี้เถิดพวกเจ้ามันรักกับโอรสสุนิสาและประชาบดี ได้ทรงสดับคำนี้ของท่านพระอานนท์แล้วเป็นทุกข์เสียพระทัยเปี่ยมไปด้วยความทุกข์บางพวกสยายพระเกศาประคองหัดทั้งสองคร่ำครวญอยู่ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมาหลุดมีบาปอันขาดแล้วทรงรำคาญว่าพระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานซะเร็วนักพระสุคตเสด็จปรินิพพานเสร็จเร็วนักพระองค์มีผู้มีพระจักษุในโลกอันตรธานเฉลิมนับดังนี้ก็แบบเดียวกันกับผู้อื่นที่ยังมีกิเลสยังไม่หมดราคะก็เหมือนกันก็รำพันไม่รู้ความเกิดความดับเป็นธรรมดาลำดับนั้นพวกเจ้ามาละเมืองกุสินาราตรัสสั่งพวกบุรุษนายถ้าอย่างนั้นพวกเธอจงเตรียมหอมของหอมอ่าจงเตรียมของหอมมาลัย เครื่องดนตรีทั้งปวงบรรดามีในกรุงกุสินาราไว้ให้พร้อมเถิดพวกเจ้ามาละเมืองกุสินาราทรงถือเอาของหอมมาลัยและเครื่องดนตรีทั้งปวงกับพา 500 คู่เสด็จเข้าไปยังสาละวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามะระและเสด็จเข้าไปถึงพระสรีระพระผู้มีพระภาคครั้นแล้วสักการะเคารพนับถือบูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมมาลัยและของหอมดาบเพดานผ้าตกแต่งโรงมณฑลอย่างวันนั้นให้ล่วงไปด้วยประการฉะนี้แล้วเขาก็ทำเรื่องเหล่านั้นในวันนั้นลำดับนั้นพวกเจ้ามันละเมืองกุสินาราได้มีความดำริว่าการถวายพระเพลิงพระศพสรีระพระผู้มีพระภาคในวันนี้เพราะคำเสียแล้ว พรุ่งนี้เราจะถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาควัดเตรียมเกษตรในวันนั้นแล้วกับคำก็เลยบอกว่าวันนี้ก็จะถวายพระเพลิงก็คงค่ำเสร็จแล้วเอาไว้พรุ่งนี้เถอะพวกเจ้ามารับเมืองกุสินาราสักการะเคารพนับถือบูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมมาลัยและของหอมดาษเพดานผ้าตกแต่งโรงมณฑลยังวันที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 พระร่วงไปท่านถึงวันที่ 7 นะพวกเจ้าวันละเมืองกุสินาราได้มีความดำริว่าเราสักการะเคารพนับถือบูชาพระสรีระพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมมาลัยและของหอมเจริญไปทางทิศทักษิณแห่งพระนครแล้วเชิญไปภายนอกพระนครถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาค ทิศทักษิณแห่งพระนครเทิดคือพวกนี้อาลัยอาวรณ์ก็พยายามบูชาคนนั้นก็อยากบูชาคนนี้ก็อยากบูชารู้จักแสดงความสักการะเคารพนับถือคนใดมีอะไรที่จะพอทำให้เป็นไปได้กระทำของหอมเอามาลัยเอาที่บูชาทั้งหลายแหล่แม้ที่สุดแสดงอาการขับร้องแสดงอาการประโคมด้วยอะไรก็ตามแต่ฟ้อนรำบ้างเพื่อที่จะเป็นการถวายบูชาซึ่งเป็นอามิสบูชาบางคนไม่มีสมบัติพัสถานอะไรไม่มีเครื่องหมายของหอมอะไรมาบูชาก็ถวายด้วยกายกรรมขับร้องบ้างฟ้อนรำบางประโคมจากเคาะนั่นเคาะหนี้ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นของที่เขาเลิศ เขาเห็นเป็นของเลิศตามประสาของคนเพื่อที่จะแสดงออกถวายพุทธบูชาเช่นว่ากระทะที่นี่ที่ผู้ที่มีพระคุณของใครก็ตามที่เขาเคารพนับถือเช่นว่าเคยเป็นเจ้านายของไวพจน์เพชรสุพรรณอย่างนี้เป็นเจ้านายเก่าเขาเป็นคนที่ไวพจน์เพชรสุพรรณเขานับถือเหลือเกินเพราะฉะนั้นพอไวพจน์เพชรสุพรรณพอเจ้านายคนนี้จะมีกิจการงานหรือว่าถึงขั้นตายนี่ก็ตามตายลงไปสุพรรณก็นึกถึงบุญคุณเหลือเกินแหมเราจะต้องถวายบูชาเคารพสิ่งที่ดีที่สุดที่เรามี ให้แก่เจ้านายที่เราเคารพนับถือผู้นี้ไวพจน์เพชรสุพรรณมีอะไรล่ะก็มีเขาเลี้ยงชีวิตของเขาด้วยการมีวงดนตรีอันใหญ่ยิ่งประโคมขับร้องได้เต็มเหนี่ยวนี่แหละเป็นสิ่งที่เป็นชีวิตของเขายังมีชีวิตของเขาสูงที่สุดในชีวิตของเขาเพราะเขามีสิ่งนี้เขาจะถวายบูชาแก่เจ้านายที่เขาเคารพนับถือเขาจะเอาสิ่งใดมาอีกก็ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้วเขาก็มาเลยเต็มคณะเต็มที่เลยมีการประคองได้การขับร้องการอะไรที่เขาถือว่าอันนี้ก็สูงที่สุดในชีวิตของเขาเขาก็จะเอาอันนี้มาแสดงมาทำออกไปเป็นอามิสทำถวายโดยเสียสละให้เต็มที่เลยถ้าเขาทำให้แก่คนอื่นนะเขาได้เงินได้ทองเป็นของ แต่นี่เขาทำให้แก่เจ้านายไม่คิดเสียดงเสียดายเลยตั้งอกตั้งใจทำให้เต็มที่เพื่อถวายบูชาหรือเพื่อแสดงความเคารพเป็นความเสียสละทดแทนบุญคุณฉันใดก็ฉันนั้นเหมือนกันนี่แหละใครมีอะไรดีใครมีอะไรถือว่ายอดที่สุดที่ของตัวเองมีถือว่ามีเป็นสิ่งที่บูชาหลงใหลคนหลงน้ำหอมก็เอาน้ำหอมมาคนหลงมาลัยเอามาลัยมาคนหลงการประโคมเอาประโคนมาถวายคนหลงการขับร้องเอาขับร้องมาถวายคนหลงฟ้อนรำมาฟ้อนรำมาถวายคนหลงเงินเอาเงินมาถวายคนหลงทองเอาทองมาถวายคนหลงอะไรเอาอันนั้นมาถวายเป็นที่สุดเท่าที่เขาสามารถจะให้ได้ให้ทานหรือบูชาหรือเป็นพระกินเนื้อยาทานหรือแสดงออกให้แก่ผู้ที่เขาเคารพนับถือสูงสุดได้ เท่าที่เขาสามารถจะตัดใจตัดรูปภาพได้แล้วก็ทำอย่างนี้เป็นต้นนี่แหละก็พวกมันรักกษัตริย์ทั้งหลายนี่มีสิ่งเหล่านี้วันแล้ววันเล่าวันแล้ววันเล่าวันนี้คนทั้งหลายพวกมันรักกษัตริย์มาก็ต่างก็เอามาถวายพวกนี้คนนั้นก็ถวายพวกนี้ก็ถวายของตัวมั่งของตัวมั่งจะถวายพระเพลิงก็ยังไม่ได้ขอร้องกันต่อวันหลังมาก็ทำอีกทำอีกทำอีกอ้าวจบวันอีกแล้วจะถวายพระเพลิงก็ไม่ได้อีกทำอยู่อย่างนี้ไปจนกระทั่งถึง 7 วันถ้าไม่หยุดมีมาเรื่อยทำต่อกันอยู่ 7 วันวันแล้วก็บอกว่าวันนี้ทำเสร็จแล้วหนอวันพรุ่งนี้ค่อยไปถวายพระเพลิงพรุ่งนี้มีอย่างนี้อีกมีอีกจนข้ามอีกแล้วห้ามกันก็ไม่ได้เพราะว่าต่างคนต่างจะเสียสละสิ่งที่ดีอย่างนี้ห้ามกันไม่หยุด ห้ามกันไม่หยุดก็คล้ายๆกันทุกวันนี้ผู้ใดมีคุณงามความดีที่ตายลุงก็มีคนอยากจะสวดศพอยากจะสวดศพขอต่อวันแล้วเดือนแล้วปีแล้วต่อสวดต่อสวดต่ออยู่นะเจ้าภาพนี้ผอมแหงๆต้องมาคอยดูแลมาคอยรับรองแย่เลยเจ้าภาพคนนั้นมาขอสวดต่อคนนี้มาขอส่วนตัวเค้าเสียสละเหมือนกันนะเพราะเรานึกถึงบุญคุณก็จะทำแม้จะไม่เต็มใจทำไม่รู้สัจจะตามแท้จริงก็ตามนะไม่ได้ออกมาจากจิตเต็มจริงก็ตามแต่เพียงจะหลงโดยจารีตประเพณีอวบมั่งสิทำกลัวมั่งสิที่จริงทำเอาหน้าอะไรก็ตามแต่หรือแสดงเพื่อเป็นครั้งสุดท้ายอะไรหรือจะด้วยจิตจริงมอบหมายเคารพนับถือจริงก็ตามก็ออกมาทำเอาขอต่อหน่อยสิหมายความว่างานเราเป็นเจ้าภาพสวดเองเจ้าภาพจริงคือ คอยดูแลเท่านั้นพวกนี้เข้ามาขอเป็นเจ้าภาพขอสวดต่อหน่อยสิขอต่อเหมือนกันน่ะเดี๋ยวนี้ก็เอาลักษณะอย่างนี้มาใช้ลักษณะอย่างนี้มาใช้มันก็จะห้ามกันก็ยากก็เลยเจ้าภาพก็แห้งโทรมเลยถ้ายิ่งคนไหนที่ดังๆมีคุณงามความดีมากๆหรือว่าดังๆรู้มีพวกคนรู้จักมักจี่หรือว่ามีอะไรต่ออะไรมากๆโอ้โสดกันวันแล้ววันเล่าเดือนแล้วเดือนเหล้าหนักเจ้าภาพโหลเลยหนักงานนู่นจะอยู่ก็ตกลงไม่ต้องทำมาหากินกันอะไรล่ะถ้ามันเกินขอบเขตไปในอะไรก็ตามเราก็ควรจะต้องไม่รู้วันจบเพราะฉะนั้นถ้าเราเอง เขาบอกว่าเอาเถอะน่าเราดีไม่เกินพระพุทธเจ้าเขายังห้ามกันได้ก็แค่ 7 วันเขาหยุดก็จะมาสวดอะไรกันเกิน 7 วันกันนักหนาเล่าส่วนกันเป็นเดือนเป็นปีมันจะไม่ใหญ่กับพระพุทธเจ้าเหรอให้คนมาทำบันเทิงประโคมกันอยู่ทั้งเดือนทั้งปีก็เก่งกับพระพุทธเจ้าสินี่พระพุทธเจ้าเองแท้ๆยังแค่ 7 วันแล้วเขาก็ตัดสินใจแล้วก็เอาออกไปเผากันที่นอกพระนครได้อันนี้เล่าสู่ฟังประกอบว่าเดี๋ยวนี้มันมีบทบาทตรงนี้มันเป็นอย่างนี้อย่างนี้แหละซึ่งมันก็ไม่ประหลาดอะไรหรอกถ้ารู้ซะแล้วแต่ว่าเราต้องรู้ความพอดีเราต้องรู้ความจำเป็นแต่ละที่จริงมันก็ไม่เหมือนกันซะด้วยผู้ที่ได้รับประคองถึง 7 วันนั้นคนขนาดพระพุทธเจ้านะขนาดนั้นก็ยังตั้งใจว่าจะเผาให้เร็วที่สุดเพราะพระพุทธเจ้าสั่งเอาไว้ที่ จำเป็นจะต้องยืดเยื้อมาถึง 7 วันก็เพราะว่ามันจำเป็นจริงๆมันห้ามไม่ได้พระพุทธเจ้าใหญ่จริงๆแล้วคนที่จะมาขอทำนี่มันจะต้องจำยอมอนุโลมจริงๆถึงยืดเยื้อไปได้ถึง 7 วันแต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ต้องเผาพระพุทธเจ้าสั่งไว้สอนไว้ตายแล้วต้องเผาถ้าคนมีคุณงามความดีก็อย่าไปเกินพระพุทธเจ้าอย่างเก่งถ้ารู้ตัวว่าเราไม่ใหญ่เท่าพระพุทธเจ้าจะไปปกครองทั้ง 7 วันทำไมเราไม่ใหญ่ถึงพระพุทธเจ้าเพราะการทำศพผมจะไปทำถึง 7 วันนะอย่าไปๆๆอุตส่าห์อุตส่าห์กันอยู่ถึง 7 วันนะผมไม่ได้จ่ายเท่าพระพุทธเจ้านะเออผมไม่ได้ใหญ่เท่าพระพุทธเจ้าจะทำอึดอัดจนเกิน 7 วันนะอธิบายสิเอาสูตรนี้ไปอ้าง ญาติโยมก็จะทำกันก็พวกนี้เป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกว่าญาติโยมมีสิทธิ์ของพระพุทธเจ้าคดีแรกของพระพุทธเจ้ามากพบมากเท่าหรือเราก็ว่าไปแล้วแต่จะหาทางถ้ามันขัดไม่ได้ก็อย่างว่าแหละคุณเอ้ยอย่างนี้ก็เหมือนกันเขาขัดไม่ได้กันจริงๆแล้วก็จำยอมทีนี้ในระเบียบประเพณีแบบนี้ของเขาสมัยพระพุทธเจ้าถึงบอกว่ายังยาวที่สุด 7 วันพระพุทธเจ้าห้ามเร่งเผาก็ตั้งใจจะเผาแต่วันที่แล้ววันแรกแล้วเนี่ยอ่านดูให้ดีๆเดี๋ยวเข้าใจเป็นอย่างนี้จะเผาแต่วันแรกแล้วแต่มันก็ไม่ได้เผาเพราะความจำเป็นอย่างนี้ยืดเยื้อไม่ได้ถึง 7 วันสูงสุดแล้วเขาก็เผากันได้ สมัยนั้นมันรับป่าโมก 8 องค์สะสม 9 แล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ด้วยตั้งพระทัยว่าเราจะยกพระสรีระพระผู้มีพระภาคก็มิอาจจะยกขึ้นได้ลำดับนั้นพวกเจ้ามะระเมืองกุสินาราได้ถามพระอนุรุทธะว่าข้าแต่ท่านพระอนุรุทธะอะไรหนอเป็นเหตุอะไรหนอเป็นปัจจัยให้มะระปลาโมก 8 องค์นี้ผู้สะสมเกล้าแล้วทรงนุ่งผ้าใหม่ด้วยตั้งใจว่าเราจะยกพระสรีระพระผู้มีพระภาคก็มิอาจจะยกขึ้นได้นะก็เกิดการประหลาดขึ้นสรีระพระพุทธเจ้าเนี่ยคนตั้ง 8 คนยกไม่ขึ้นเป็นผู้ที่เตรียมพร้อมคือเขาจะยกนี่เขาจะแตะต้องร่าง เขาทำบุญบูชาอย่างเต็มที่ล้างตัวล้างกายสงกรานต์อย่างสะอาดนุ่งผ้าใหม่เพียบพร้อมเลยจะไปยกขนาดพระพุทธเจ้านี่เป็นกายเน่าแล้วนะกายตายแล้วนิเขาจะทำกายเน่าของพระเจ้าและกายตายแล้วเขาคงเป็นเขายังต้องล้างสะอาดนุ่งผ้าใหม่แล้วจะได้ให้เกียรติอย่างสูงสุดก็ยกพระพุทธเจ้ายกไม่ขึ้นเลยถามพระอนุรุทธะว่าอะไรเป็นเหตุให้มายกยกขึ้นไม่ขึ้นพระอนุรุทธพระก็ตอบมาดูกันว่าสิทธัตถะทั้งหลายความประสงค์ของพวกท่านอย่างหนึ่งของพวกเทวดานั้นอย่างหนึ่งเพราะเรารู้ก็เลยบอกว่ามันไม่ตรงกันมันมีความคิดไม่ตรงกันพวกท่านจะทำอย่างนึงแล้วพวกที่เจตนาดีอยู่พวกเทวดาพวกที่มีจิตเจตนาดีนั่นแหละอย่างนึง อธิบายเป็นธรรมอธิษฐานก็คือว่าพวกมึงอยากให้เอาไปเผาจะรีบทำอีกพวกหนึ่งก็บอกอย่าเพิ่งอย่าเพิ่งเข้าไปเจตนาดีเหมือนกันแต่มันก็ไม่จริงไม่จริงตรงที่เรียกว่าถึงเอาไว้มันก็มันก็มันก็อย่างนั้นแหละแต่ก็ยังเรียกว่าเป็นเจตนาที่มีส่วนดีเจตนาบริสุทธิ์นะว่ายังห่วงแม้สรีระพระพุทธเจ้าก็ยังหวงเอาไว้ทำอะไรกันประโคนอะไรกันอยู่นี่เป็นสมาชิกฐานแต่ถ้าเป็นบุคลากรที่ฐานก็พูดอย่างนี้แค่นี้ความประสงค์ของท่านพวกนึงของพวกเทวดาก็อย่างนึงแต่เทวดาคิดอะไรก็ไม่รู้แล้วเทวดาก็คือจิตคือวิญญาณคือปัญญาเพราะฉะนั้นพระอนุรุทธนี่ก็อธิบายเป็นอย่างนี้เอามารักษาก็ว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญก็ความประสงค์ของพวกเทวดาเป็นอย่างไร ดูประวัติสิทธัตถะความประสงค์ของพวกท่านว่าเราสักการะเคารพนับถือบูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมมาลัยและของหอมจากเชิญไปทางทิศทักษิณแห่งพระนครและเชิญไปภายนอกพระนครถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาคทางทิศทักษิณแห่งพระนครความประสงค์ของพวกเทวดาก็ว่าเราสักการะเคารพนับถือพระบูชาพระสรีระของพระผู้มีพระภาคด้วยการฟ้อนรำขับร้องประโคมมาลัยและของหอมอันเป็นทิพย์จะเชิญไปทางทิศอุดรแห่งพระนครแล้วเข้าสู่พระนครโดยทวารทิศอุดรเชิญไปท่ามกลางพระนครแล้วออกโดยทิศรัฐบาลทิศบูรพาและถวายพระเพลิงพระสรีระพระผู้มีพระภาคที่ มะกรูดตะพันธุ์ธนะเจดีย์ของพวกเจ้ามาละกษัตริย์ทางที่บูรพาพระนครศรีอยุธยาถึงความขัดแย้งเทวดาก็คือความขัดแย้งความหวังดีของทุกๆคนนั่นแหละคนนึงก็หวังดีอย่างหนึ่งคนหนึ่งก็หวังดีอย่างหนึ่งอย่างยกตัวอย่างเมื่อกี้เป็นต้นเป็นธรรมอธิษฐานอย่างนี้ก็เป็นอย่างหนึ่งที่พระอนุบาลเขาบอกว่าขัดแย้งกันคนนึงก็อยากให้ไปทิศเหนือคนหนึ่งอยากให้ไปทิศทักษิณต่างแย่งกันอยู่นะออกคนนึงจะให้ออกไปทางถวายพระเพลิงออกไปทางทิศทักษิณแห่งพระนครอีกคนนึงก็บอกจะเอาออกไปทางทิศอุดรพระนครแล้วก็หมุนเวียนกลับเข้าไปกลับมาย้อนทางเก่าเข้ามาเข้าทางทิศอุดรทักษิณก็จะเวียนกลับมาหาทางที่ทักษิณเหมือนกันมีจิตคือ แย่งแม่เพียงนิดหน่อยเท่านั้นเองก็เกิดการหนักซะแล้วในโลกโดยธรรมชาติโดยธรรมชาติแม้จิตเกิดการขัดแย้งขึ้นมาโดยจิตจิตของผู้อื่นต่อผู้อื่นก็ขัดแย้งกันมากพุทธะยังไม่เกิดความดีที่สุดย่อมไม่ปรากฏได้อย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นแม้แต่จิตของเราเองถ้ามีการขัดแย้งในจิตของเราเองโดยการกระทบสัมผัสรับที่อื่นมาแล้วเราก็ขัดแย้งไม่ยอมอนุโลมไม่ยอมลงตัวไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวางให้มันขัดแย้งให้มันมีปฏิกิริยาความทุกข์ย่อมเกิดความเร่าร้อนย่อมมีพุทธะแทรกเกิดในความทุกข์นี้ไม่ได้พุทธจะเป็นสิ่งที่เบาที่ ข่าวที่ง่ายไม่ได้จะต้องหนักอึ้งอยู่ 8 คนหามสัมมารามทั้ง 8 องค์ไม่เดินไม่เดินวันรับปากหม้อที่บริสุทธิ์เรียกว่าสัมมาสัมมาอยู่แค่ใดถึงขั้น 8 คน 8 องค์ก็ไม่เดินตลอดรอบสายเพราะสัมมาทิฏฐิไม่เกิดความเห็นไม่เกิดว่าไปขัดไปแย่งเอาไว้ทำไมถ้าขัดแย้งเอาไว้มันก็ยังเป็นทุกข์อยู่เพราะฉะนั้นการที่จะพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริงนะจ้องวางความขัดแย้งแม้จิตจะเจตนาดีเป็นเทวดาออกปานใดปานใดก็ตามอยากฟังธรรมอธิษฐานให้ดีรับเป็นประโยชน์เอาไปทีเดียวเพราะฉะนั้นแม้บุคลากรอธิษฐานพระพุทธเจ้าจะเป็นจริงอย่าง ก็เป็นปาฏิหาริย์หรือก็เป็นสิ่งที่แสดงออกให้เห็นชัดถึงรูปลอยความเป็นจริงให้เรารู้แจ้งถึงธรรมอธิษฐานหรือทำในธรรมถ้าคนดูแต่รูปก็ได้แต่ฉงนอัศจรรย์และสงวนอัศจรรย์ถ้าคนถอดรูปถอดบุคลิกฐานออกพระพุทธะคืออะไรพุทธะคือความพ้นทุกข์พุทธคือผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานสดใสไม่เศร้าหมองไม่เดือดร้อนพุทธนั้นก็เป็นสมาชิกฐานแบบนี้เพราะฉะนั้นแม้แต่ผู้ใดเกิดจิตจะจิตนอกจิตในมาเกิดการขัดแย้งขึ้นแล้วหนอเกิดการไม่เห็นตรงกันเกิดการไม่พอใจที่จะเป็นไปในทางเดียวกัน ภารกิจพูดได้ยังจะขัดอยู่ยังจะคิดขัดคิดแย้งอยู่ถึงแม้จะเป็นจิตเทวดาเป็นจิตชั้นที่เรียกว่าใฝ่สูงปรารถนาความสูงปรารถนาความดีอย่างไรก็ตามถ้าไม่ปล่อยไม่ว่างไม่ให้เกิดการขัดไม่ให้เกิดการแย้งด้วยวิธีใดๆเพราะฐานะย่อมเป็นฐานะฐานะผู้มีโมหะผู้มีอวิชชาเขาย่อมดึงดันที่จะเอาตามใจเขาเขาก็ย่อมจะต้องทำไม่ได้ถ้าเราไม่อนุโลมโดยวิธีที่มีอุบายถึงแม้จะอนุโลมก็หาความฉลาดที่จะผลักเบนเข้าไปสักนิดนึงให้เขาทำอะไรดีขึ้นนิดหน่อยหรือไม่ก็ตัดปล่อยเลยช่วยเขาไม่ได้หรอกต้องปล่อยเขาเพราะว่าเขาเป็นอย่างนี้เขาเป็นโมหะเขาเป็นผู้ที่จะมีอวิชชาเขายังเป็นผู้หลงอยู่เขายังจะดึงดันเขายังจะยึดถือเขา เอาชนะแม้เราเองจะไปเอาชนะคนที่เขาไม่ยอมเคลื่อนที่เขาไม่ยอมมีสัมมาทิฏฐิเอาเลยนั้นไม่ยอมเปิดจิตออกรับเป็นผู้ที่จะยอมยึดถือเป็นผู้ที่จะไม่ไม่พยายามมโนรมย์เลยเป็นผู้ที่จะเอาชนะอย่างเด็ดเดี่ยวอย่างนั้นผู้ที่เป็นผู้มีปัญญาแท้จะถึงซึ่งพุทธแท้ต้องมีญาณสัจจานนท์รมยานมีความเข้าใจอนุโลมอย่างแท้จริงและเรานั่นแหละจะเป็นผู้ปล่อยผู้วางไม่เกิดการขัดไม่เกิดการแย่งเราวางจิตให้เป็นธรรมดาเพราะรู้ฐานะแห่งฐานะรู้ฐานะจริงๆของเขาเป็นอย่างนี้จริงๆเราวางเสียการขัดแย้งก็เกิดความทุกข์ก็พ้นความหนักก็คลายจะเกิดความเบาความ เกิดความเบาความว่างพุทธะไม่มีหนักเลยทุกอย่างก็เดินได้คล่องสัมมาทิฏฐิเดินจนกระทั่งถึงสัมมาสมาธิวันละป่าโมกทั้ง 8 ยกพุทธะขึ้นเบาหวิวเลยนี่เป็นธรรมาธิการอย่างแท้จริงก็จะเป็นอย่างนั้นบุษราที่ฐานอันนี้ก็ต้องพยายามถึงให้ได้ข้าแต่ท่านผู้เจริญขอให้เป็นไปตามประสงค์ของพวกเทวดาเถิดก็มีผู้ขอร้องขอให้เป็นไปตามพวกเทวดาให้ยินยอมตามเทวดาสมัยนั้นเมืองกุสินาราเดดาไปด้วยดอกมณฑารพโดยท่องเที่ยวประมาณแค่เข่าอันที่ขออธิบายยอดที่บอกว่าขอข้าแต่ท่านผู้เจริญขอให้เป็นไปตามความ ของพวกเทวดาเถิดพระอนุรุทธเนี่ยยกเทวดาขึ้นมาเท่านั้นเขาเข้าใจคำว่าเทวดาคือจิตที่ดีคือภูมิที่ดีเพราะฉะนั้นถ้าเทวดาก็คิดว่าไปทางเหนือมันจะดีกว่าเขาก็ไม่เถียงที่นี่ส่วนอื่นที่ไม่ใช่เทวดาก็ประสงค์พวกท่านจะเอาไปทิศทักษิณแต่เทวดาน่ะคิดเรียกว่าเป็นทิศอุดรดีกว่าเทวดาต้องการทิ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน