170207 สัปปุริสธรรม-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์88 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้ก็จะอธิบายธรรมะที่เป็นธรรมะพ่อเอกคือสัปปุริสธรรมหรือธรรมะอันทำคนให้เป็นสัตบุรุษคำว่าสัตตะแปลว่า 7 ทำไมถึงสำคัญทำไมเราเรียกสัตบุรุษหรือยอดคนหรือเป็นผู้ที่สูงส่งสัตบุรุษนี่แปลเขาเอาความไปเอาความว่าผู้ที่สูงเป็นยอดคนเป็นยอดปราบเรียกว่าสัตบุรุษคำว่าสัตตะแต่ว่า 7 ตัวนี้สำคัญที่สุดคือตัวเกิดตัวเกิดเป็นตัวเกิดตัวที่ อยู่ในจังหวัดเกิดที่เป็นตัวตนที่ชัดที่สุดตัวตอนที่ชัดที่สุดและอยู่ในระหว่างที่จะดับได้อยู่ในระหว่างที่จะดับได้ด้วยเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าเป็นตัวที่สำคัญมากถ้าเป็นคนเขาเรียกว่ายังเป็นเกิดอยู่แต่คนคนนี้คนตายฟังให้ดีนะแต่คนคนนี้คนตายถ้าตำรวจจริงคือคนเป็นที่ตายหรือคนตายที่เป็นเรียกว่าตำรวจถึงเรียกว่ายอดคนเป็นคนแต่มันยอดคนและสุดยอดคนเรียกว่าสัตว์ตำรวจสำคัญในความเกิดจากความตาย เลยเจ็บไปแล้วถ้านับเป็นเกิดก็คือเกิดทั้งหมด 8 9 ก็ยิ่งเกิดขึ้นได้ 10 11 12 13 14 ไปก็ยิ่งเกิดขึ้นได้แต่ถ้าดับแล้วดับลงมาหาเจ็บเพราะเจ็บมากกลายเป็น 6 แล้วก็เริ่มนับได้แล้วจะดับดับเพลิงไปเป็น 6 เป็น 5/4 เป็น 3 เป็น 2 ประเภท 1 ที่จะเริ่มนับลำดับเพราะฉะนั้นพระโสดาบันจึง 7 ธาตุและขีดสุดสูงเกิน 7 ชาติไม่ได้เพราะ 7 ชาติแล้วก็ต้องรับ 6 5 4 3 ก็มีแต่ลบไม่มีทางที่จะเกิดต่อไปอีก 18 12 13 14 และเลข 7 นี้ไม่ใช่เลขที่จะพูดกันอย่างเดียว เป็นสูตรด้วยเป็นสูตรด้วยอะไรอะไรทุกอย่างก็เป็น 7 แม้แต่วิทยาศาสตร์ก็รู้ร่างกายนี้เปลี่ยน 7 ปีเศษทุกตัวไม่มีเหลือแล้วก็รู้พระพุทธเจ้ากล่าวแก่ทั้งนั้นแล้วเป็นหลักเกณฑ์ถ้าเธอประพฤติธรรมแต่ดีอย่าว่าปีหนึ่งหวังได้ 2 ปีก็หวังได้ 3 ปีก็ได้ 7 ปีไม่เกินนั้นพระพุทธเจ้าในตำนานเกิน 7 ปีขอให้เธอทำโดยจริงถูกสัมมาพิธีเดินทาง 7 ปีไม่มีใครเกิดมาดูอาหารทุกวันพระพุทธเจ้าพูดเล่นหรือเปล่าไม่ได้พูดเล่นเ

อ่านต่อ

ลยถูกต้องเลข 7 ที่สำคัญสำคัญมากเป็นตัวงานจัดเก็บนี่เป็นตัวงานเป็นตัวกลางเป็นตัวหนังสือเป็นตัวปั้น เป็นตัวกลางแต่ตัวการตรวจกึ่งตัวปั้นตัวงานตัวหนักใหญ่ก็ใหญ่ที่สุดและจะทำแล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเล็กลงไปหาศูนย์โทรศัพท์บริษัทธรรม 7 ประการก็มี 7 ประการอีกแหละที่จะทำให้คนเป็นสัตว์ตำรวจเขามี 7 ประการหนึ่งเรียกว่าธรรมดาทำมันก็คือธรรมะผสมกับคำว่าอันยะอัญญาตัวนี้แปลว่ารู้ๆๆไม่รู้จะเอาภาษาอะไรมาพูดนะอันนี้แปลว่าเกิดรู้ๆๆเพราะพุทธเจ้าเพลงวาจาเมื่อท่านเองท่านทำผู้รู้หรือทำ เกิดได้ไม่ใช่ตัวท่านจะทำให้เกิดที่ผู้อื่นโดยมาโปรดปัญจวัคคีย์เสร็จพอเสร็จปั๊บปัญญาศิวะตะโพโกณฑัญญะอัญญาอัญญะตัวนี้แหละเกิดแล้วหนอไอ้ตัวรู้ตัวนี้รู้จักกูนึกว่าเราเกิดอยู่ตัวเดียวคนอื่นก็เกิดได้เนาะรู้แล้วเนาะอันยาก็อยากรู้แล้ววัดตะโกวาตะแปลว่าหนอพองหรือว่าเจริญธรรมเราทำนึกว่าเราได้คนเดียวมีสิ่งเดียวหรือไม่ใช่พิสูจน์แล้วคนอื่นทำได้โดยบางอันยาที่วัดตะโกโกณฑัญญะโกนธัญญะจึงมีคำนำหน้าอันยาวอันคำนี้แปลว่ารู้แต่ว่าเกิดรู้เป็นตัวตรวจที่ดีที่สุดคือเกิดทุกข์ เพราะฉะนั้นเราจะเกิดธรรมะจึงเรียกว่าธรรมมัลลิกาเราจะเกิดธรรมะธรรมะมีอะไรธรรมะมีนิดเดียวมี 3 1 เรียกว่ากุศลธรรม 2 เรียกว่าอกุศลธรรม 3 เรียกว่าอภัยพี่เท่านั้นเองธรรมะนิดเดียวเพราะว่าคนที่จะรู้ธรรมะนั้นรู้เท่านี้คือรูปกุศลกับอกุศลกับรู้ไม่เป็นกุศลไม่เป็นอกุศลเท่านั้นเอง เท่านั้นเองเพราะงั้นเราจะรู้สิ่งนี้สัตบุรุษเท่านั้นที่จะรู้ได้เท่านี้แหละไม่ใช่สัตบุรุษไม่รู้สัตบุรุษท่องภาษาได้ทั้งนั้นโอ๊ยคนที่ไม่ใช่สัตว์ตำบลท่องภาษาได้เท่านั้นสัตบุรุษรู้รู้ได้ถ้าผู้ใดรู้ทำตารู้ธรรมะได้อย่างแท้จริงไม่ใช่รูปป๊อปปากเปล่าๆไม่ใช่รู้เล่นๆรู้อย่างอันยะเปิดดูๆๆอย่างนี้แล้วก็คนนั้นก็เป็นตำรวจแท้ผู้ที่จะรู้ธรรมะอย่างนี้เป็นผู้ถึงธรรมเป็นผู้แทนทะลุธรรมก็เป็นอันเดียวที่จริงก็คือทะลุอันนี้อันเดียวธรรมะ โทรศัพท์ตำรวจผู้รายได้ธรรมะอันนี้แล้วสุดท้ายของการธรรมะยอดธรรมะแล้วก็ไปจบทีนี้สิ่งที่จะประกอบจากในธรรมะนี้สัปบุรุษจะต้องมีสิ่งที่เอามาเทียบเคียงเอามาใช้เอามาร่วมประกอบกุศลอกุศลทั้งหมดก็จะต้องมีสิ่งเป็นเหตุเป็นปัจจัยสิ่งที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยคืออะไรหนึ่งก็คือเนื้อของสิ่งนั้นแท้ๆเรื่องว่าอัตถะเพราะฉะนั้นสัตบุรุษจะต้องเข้าใจจะต้องเกิดรู้จะต้องรู้ทันหรือเปล่าจะต้องมีที่ตัวผู้นี้มีหลักฐานอยู่ตาลูกเกิดรู้ๆๆไม่ใช่รู้ ปากเปล่ามันรู้จริงๆรู้แก่นแท้ของมันรู้เนื้อหาสาระอัตถะคือเนื้อหาสาระแก่นแท้ก็เหมือนกันของสิ่งนี้กุศลก็กุศลสิ่งนี้อย่างนี้เรียกว่ากุศลอย่างนี้รู้เนื้อแท้ๆของกุศลอันนี้ไม่ใช่ว่ากุศลแค่บอกว่ากินข้าวกินอาหารเพื่อกินอาหารทุกวันทุกวันนี้คนกินอาหารกินข้าวแก่นแท้ของการกินข้าวคืออะไรก็กินข้าวไม่ได้กินรสข้าวไม่ได้กินรูปข้าวไม่ได้กินกินข้าวไม่ได้กินเลี้ยงข้าวไม่ได้กินสัมผัสข้าวกินข้าวก็กินตัวนึงก็ฆ่าเอาท่านั้นมาใช้งานไม่ได้มาดูเนื้อซุปกันถ้าใครไปลงกินรถข้าวกินรูปข้าวยิ่งกินข้าวนี่ถูกดีอร่อยดีโดยถูกรถชนคนนั้นไม่มี ไม่รู้จักไม่รู้เนื้อหาขอดูเนื้อหาจึงทำอันนี้ตรงสิ่งนี้ไม่หลงสัตว์สายเอาที่อื่นมาประกอบแล้วทุกวันนี้คนกินข้าวอะไรกินกับกินแกงกินอะไรจะได้ไม่มีแกงกินไม่ลงก็ตายเสียก็กินไม่ลงคุณกินอะไรคุณกินลูกมันกินรสมันกินไม่ได้กินความไม่อร่อยหรือกราฟก็มีบางทีดีๆด้วยข้าวก็มีไม่กินก็นั่นแหละคือคนหลงเพราะไม่รู้จักนี่คือไม่รู้อ่ะ 2 คนที่รู้อรรถอย่างนี้แหละสัตว์ตำรวจนายของทุกๆสิ่งในสมมุติในโลกนี้ทุกสิ่งและแม้ที่สุดรู้อัดพระของสุญญตาด้วยว่าเป็นรูปร่างอย่างไรกันของฉันจะตายคืออะไรเมื่อโสดาบันละอบายมุขทั้งหมด จิตว่างจากอบายมุขสูงศูนย์เลยอบายมุขจะเป็นการพนันจะเป็นเครื่องดองของเมาเครื่องเสพติดสุราอะไรต่างๆที่เป็นของหนักๆหยาบๆก่อนในระยะต้นเป็นเรื่องหลงในเรื่องผู้หญิงผู้ชายมากเรื่องมากราวหลงในเรื่องการละเล่นกลางหัวเป็นทาสมหรสพอะไรเป็นต้นถ้าผู้ใดไม่หลงไม่ติดไม่ยึดล้างได้จากจิตไม่มีแล้วสูญจากสิ่งเหล่านี้จ่ายไม่ติดไม่รักไม่ชอบไม่ชังไม่เกลียดกันของอันนี้ก็คือหมดแล้วเราก็เข้าใจเป็นจังหวะเพราะเราจะสูญจากสิ่งอื่นๆอีกก็เป็นจังหวะโรคระบ รายได้ระดับโลกกับใบดับโลกกรัมดับโลกทัศน์ดับได้อย่างละเอียดทั่วโลกก็ทำก็มีอยากมีละเอียดแม้ที่สุดในสุขสุขก็ยังเป็นโลกธรรมเพราะฉะนั้นเราตัดดับได้แม้กระทั่งสุกสูงที่สุดที่เป็นมติขันติปะรังสุขังได้สันติเป็นสุขแล้วก็ยังทิ้งสุขที่เป็นสันติน่ะมันก็ยอดรู้กันว่าเป็นศูนย์ศึกษาทางราชการเพราะอย่างหยาบๆก็ว่ากันไปวันนี้จะไม่อธิบายละเอียดเกินไปนะอย่างนี้ต้องรู้อัตถะรู้กันแท้ๆของสิ่งนั้นสิ่งนั้นทำไมคนต้องกินข้าวกันแพ้ของสิ่งที่จะยังตายไม่ให้ตั้งอยู่ไม่ทำลายมันเกินไปแล้วก็ไม่โอ๋มันเกินไปคุณก็ต้องกินข้าวก็ มีได้ที่ไหนล่ะคนอยู่ได้ก็มีกินข้าวก็กินมื้อนึงนี่ก็ยอดสูงสุดแล้วเป็นความพอดีเป็นอรหังเหมาะสมแล้วกินมื้อนึงเนี่ยเป็นความพอดีเขาพูดอีกทำได้สูงสุดแล้วก็ประมาณถ้าจะกินน้อยกว่านั้นก็ได้ถ้ามีน้อยเพราะพี่เวกัสสงบอยู่ไม่นิ่งในรถจริงๆเราขอมื้อเดียวฉันสุดขีดพอดีพอดีพอแล้วแต่จะน้อยกว่านั้น 2 วันกินมื้อก็ได้นะไม่เห็นเป็นไรเราก็ไม่ทุกข์เมื่อเราวางกินได้แล้วก็ร่างกายนี้ก็ยังไม่ยังมีเครื่องยังมีอะไรจะได้พอที่จะเดินทางไปอีกไม่ทุกข์ร้อนอะไรก็ทำได้แต่จำเป็นก็ทำหรือไม่จำเป็นอยากจะทำเฉยๆก็ธรรมดา ยากนักก็ไม่เห็นเป็นไรเธอบอกว่าเราทำแล้วเพื่อรู้ประโยชน์แต่มาอดข้าวเล่นแข่งกันเฉยๆว่าจะไปทำจะทำทำไมอดข้าวด้วยกันแต่ถ้าทำเรารู้เหตุรู้ผลว่าเราจะทำเพื่อที่แก่นแท้สาระของสิ่งนี้เราก็ทำคนเข้าใจแก่นแท้จึงเป็นสัดส่วนบุญแก่นแท้อันนี้แหละคือธรรมะสวนะต้องเป็นผู้แทนถึงเป็นเนื้อทองคำแล้วก็ทำทุกชิ้นกุศลอย่างนี้เขาเรียกว่าแก่นของกุศลอย่างนี้อกุศลหรือว่าแก่ของกุศลอย่างนี้เรียกว่าอภัยผิดสัญญาก็รู้ชัดจึงเรียกว่าต้องมีหลักฐานที่เป็นการฝึกสอนอันที่ 3 รู้อัตตัญญุตาตัวเราเมื่อรู้สิ่งที่เป็นธรรมแล้วก็รู้ตัวเรารู้แก่นแท้ต้องทำแล้วก็รู้ตัวเราตัวเราคือรู้อะไรยาวที่สุดก็รู้รูปใครละเอียดลงไปก็คือรู้นามใครบ่รู้ตัวเรารู้อัตราตัวตนของลูกขันน้ำขันของเราเราไม่รักนานลูกหลานเราไม่รักน้ำขันเราไม่โอ๋รูปขันเราไม่โอ๋นำมาขันมันสูงขึ้นเป็นลำดับไม่โอเคกายได้นี่แหละไม่โอนถึง 7 ด้วยแม้ที่สุดมันจะเสพสุขก็ไม่ออกเหตุผลในการ เพลงปลุกด้วยโลกธรรมไม่โอ๋เสพสุขด้วยตัววิญญาณเองปรมาตมันเองก็ไม่โอไม่ให้มันไม่ต้องโดยธรรมได้โดยธรรมถ้ามีพักบ้างทุกข์บ้างสุขบ้างทุกข์บ้างสุขบ้างก็เป็นโดยธรรมแต่จะไปนั่งสร้างสุขเสพก็ไปโอ๋มันอัตตาก็เกิดอยู่อัตตะตนก็อยู่เพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ตั้งแต่รูปก็ทำไปจนกระทั่งถึงนามธรรมที่ตนและที่ตนพึงไปเกี่ยวข้องข้างนอกตนเองจึงเรียกว่าสัตว์ตายะที่กินกายะมีเท่านี้เนื้อตัวรูปพรรณมีกายะกายอันใหญ่นั้นมันไปรับเอาเพชรมันรักเอาพลอยมันเป็นรัฐเอาอารมณ์ที่เป็นรส หน่อเป็นกามมาพบน้องๆอีกไปรักกับแม่อบายมุขยิ่งเป็นสัตว์กายะจะต้องหามาไว้เหมือนอย่างที่อาตมาเคยหามาไว้ที่บ้านต้องมีไพ่ประจำต้องมีบิงโกกระดาษบิงโกต้องมีโต๊ะบิลเลียดเอามาไว้ที่บ้านเราอยากเล่นเมื่อไหร่จะได้หยิบทันทีเล่นได้ทันทีสักตายางมันก็รวบรวมอย่างนั้นอยู่ในของเราหมดเลยแล้วเขาก็เดี๋ยวนี้จัดการยาเขาก็ยังไม่เข้าใจกันเขาจึงรักสักกายะกันไม่ได้เพราะมันเป็นโสดาบันก็ไม่ได้เพราะว่าสกายยาที่เป็นแค่อบายมุขไปลงรูปของไผ่เป็นการพนันไปลงมาเป็นการพนันหลงผู้หญิงผู้ชายแล้วก็จะต้องไปผูก กันอยู่แล้วจะหอบเธอมาไว้ที่บ้านฉันเป็นของเราก็สักกายะทั้งนั้นถ้ามากเกินไปจะต้องออกมาให้ได้หลายๆอันไม่มีความจบผู้หญิงก็จะต้องเอามาหลายๆคนผู้ชายก็ต้องชนะเอาผู้หญิงผู้หญิงจะเอาผู้ชายมาเป็นเรื่องมากผัวมากเมียมากคู่หรือการพนันหรือการเสพสิ่งเสพติดเราก็ต้องกินเหล้าทุกวันก็ต้องเสพไม่ได้ผลทุกวันอะไรพรุ่งนี้สักกายะทั้งนั้นโทรศัพท์ตายแล้วก็คือสิ่งที่เราเองนี่ยิ่งกว่ากายแล้วมาเอาไปเป็นกายให้กายใหญ่ๆหรือให้เป็นตัวตัวแค่นี้ก็โอ๋มันนักหนาแล้วแต่ก็ยังอุตส่าห์ไปใหญ่กว่านี้มันก็ทุกข์มากถ้าเราเข้าใจอรรถหรือตนคำว่าตนนี้เป็นภาษาที่พูดแล้วก็เซ็งเหลือเกินในนักธรรมะแล้วเขาก็เครียดกันไม่ออก เราเข้าใจตนได้จนกระทั่งถึงรูปลักษณะของมันอย่างแท้จริงเป็นผู้ที่มีอัตตัญญุตารู้ก็รู้แล้วมันรู้รู้จริงๆไม่ใช่รู้แต่ปากรู้แต่ท่องภาษารู้แต่ก็ต้องภาษาเท่านั้นไม่ได้เป็นสัตบุรุษสัตบุรุษต้องรู้จริงๆเข้าใจแล้วรู้ของตัวเองรู้ชัดๆเลยถึงเรียกว่าตนชัดๆแล้วก็รู้ละรู้คลายรู้หน่ายทำกับมันได้เลิกวางละได้มีจำนวนหนึ่งออกมาเป็นสิ่งที่เรารู้ว่าหยาบที่สุดต่ำที่สุดคือสิ่งที่ไม่เจริญเรียกว่าอบายต่างๆพวกนี้บอลโลกรับดับอบายทำเป็นอภิสิทธิ์เป็นธรรมะที่ไม่มีเป็นธรรมะที่ใหม่เป็นกุศลไม่เป็นอกุศลแล้วแล้วเรารู้ดีด้วยว่าตัดขาดจากมันไม่ยินดีและไม่ เราก็เป็นผู้ที่รู้อัจฉริยะในสิ่งนั้นรู้ทั้งตนด้วยจิตของเราก็รู้สิ่งที่เราไปสัมผัสเป็นกายก็รู้กายกับจิตนี่แหละคือรูปกับนามแล้วเราก็ขาดกันได้พอถึงเราก็จะ 10:00 น ได้ขึ้นมาเป็นลำดับลำดับถ้าไม่รู้ตนอย่างนี้ก็ไม่ถึงธรรมะก็เป็นสัตว์แต่บุรุษไม่ได้ด้วยเมื่อรู้แล้วนายอัดคือตัวตนของเราด้วยลูกแก่นแท้สาระของมันเป็นอัตถะอัตถะก็รู้เพราะฉะนั้นคนที่เป็นศัตรูจึงจะต้องทำมัดปากคือการประมาณทำไมต้องประมาณต้องประมาณเพราะเหตุใดในโลกนี้ถ้าเผื่อว่ายังอยู่ มันก็ต้องมีการประกอบกันมีเหตุมีปัจจัยตนที่จริงเรารู้ตนแล้วแต่ตนเรายังไม่หมดหรอกตนก็ยังมีโดยสมมติอยู่เราก็ต้องประมาณสอนเราจะประมาณอะไรประมาณแก่นแท้ของทำมาให้มันสูงอยู่เราจะช่วยสงเคราะห์เราจะยังปรุงแต่งเป็นวิสังขารโดยรู้เราก็รู้เรารู้ตนแล้วว่าเราแต่เราเอาเรารักเราชอบเรายังกระทำอยู่หรือเปล่าเราทำแค่ไหนก็ต้องมีการประมาณเกินไปก็ต้องรู้ทุกอย่างมากไปแล้วนะน้อยไปอย่าอันนี้ก็น้อยไปพอดีทั้งนั้นทำมากินมาสัมมาอะระหังให้ได้สูงขึ้นไปเรื่อยๆโดยสารรักของมันให้พอดีพอดีอยู่เรื่อยๆสมควรบอกถ้าตนก็เหมาะแล้วขณะนี้เรายังเป็น ก็ทำแค่เขาดูครับเราจะเป็นผู้ที่เป็นผู้อนาคาริกออกมาจากบ้านช่องเดือนชานไม่เอาแล้วคฤหาสน์คฤหาสน์อะไรไม่เอาก็หาบ้านเช่าในเช้านี้ก็รู้ตนแล้วก็ทำแก่นสารให้มันสูงขึ้นมาตามลำดับอัตราขึ้นมาตามลำดับประมาณให้ได้เมื่อพูดใดมีสิ่งทั้งอาการประมาณโดยปัญญาประมาณต้องใช้ปัญญามาตราไม่ใช่ปัญญามะตะจึงมาจากมมอาจารย์ก็คือตนนั่นแหละแต่ตนอะไรตนที่เป็นปัญญาคือจิตคือเอาปัญญาตัวตนนี้มาใช้มันก็ต้องปลงไม่ได้มาตัดต้องปรุงคือประมาณคำนวนทำงานจะจัดหมุนอยู่ทำงานอยู่เดินเครื่องอยู่มีทั้งฐานอยู่ ข้อกำหนดให้ได้เรียกว่ามีมัดจำยุบตาผู้ใดมีสิ่งนี้อีกก็เป็นสัตบุรุษที่ดีขึ้นไปอีกก็จะทำให้เป็นธรรมะเรื่อยไปเรื่อยไปสูงอยู่เรื่อยสูงสุดก็เป็นสัญลักษณ์ที่สังขารเป็นอภิญญาที่สังขารส่วนจิตเรานั้นให้เป็นอันเย็นชาเย็นชาที่สังขารอยู่ก็ได้นั่นคือความไม่หวั่นไหวแต่จะปรุงเป็นบุญก็ต้องทำต้องรู้ถ้าไม่ปรุงให้แก่คนอื่นตัวเองก็เป็นอันเย็นชาก็ดีถ้าเราทำคนอื่นเขาจะทำบุญคุณยาที่สังขารปรุงให้เป็นผลบุญเสมอจากกลุ่มเป็นยาคือไม่ใช่ผลเป็นบาปนั่นเองไม่เอาเมื่อรู้สาระ 3 อย่างนี้คือ 1 แก่นของสิ่งนั้นที่เรียกว่าธรรม 2 ต้น 3 งบประมาณในการที่จะให้มีเกี่ยวข้องกันก็ต้องรู้อีกสิ่งหนึ่งอยู่ในโลกด้วยคือการเดินเขาเรียกว่ากาละมันเดินอยู่เรื่อยๆเป็นเวลาเพราะเวลาไม่มีตัวตนไม่มีรูปร่างเอ๊ะแต่มีฤทธิ์เดชทำงานเพราะบางทีเราต้องอาศัยเวลาช่วงเวลาเราจะประมาณประมาณโดยแก่นยังไม่พอยังไม่ได้เพราะงั้นแก่นนี้ไม่ได้โทรไม่ได้ทีละนิดทีนี้แค่นี้ๆๆถ้าเราอยู่ได้กองเท่าเนี้ยก็ต้องมีการละประมาณอาจต้องอาศัยการละอย่าเพิ่งรีบร้อนด่วนได้เพราะมันเป็นไปไม่ได้จะได้ทีละเท่านี้เท่านี้เท่านี้มันได้มันให้ผลทางนี้ทางนี้ทางนี้ทางนี้เท่านั้นน่ะแล้วเราก็บอกว่าเห็นแต่ผลเสียเราจะเอาไหมล่ะอันนี้ถ้าจะเอา โทรหาสาระต้องรู้สาระใช้สาระจึงต้องมีเป็นผู้รู้เป็นผู้เข้าใจการันต์ยุทธตาความรู้อันนี้ต้องกว้างขึ้นอีกแล้วสัตบุรุษผู้รู้กาลีกว้างขึ้นอีกแล้วกว้างขึ้นอีกแล้วต้องประมาณแล้วก็ต้องใช้ด้วยว่าอำนาจของการประมาณโดยใช้เวลาเนี่ยมันจะได้แล้วมันจะเสียแค่ไหนเพราะว่าต้องดูรอบของเวลาด้วยจะมาบางทีก็ใช้ไม่ได้บางทีใช้ได้ก็ต้องพยายามคำนวณว่าจะใช้ได้มากเกินไปก็เสียน้อยเกินไปก็เสียด้วยจึงต้องวัดประมาณเวลาอีกนอกจากประมาณตนประมาณแก่นแท้แล้วยังต้องประมาณเวลาเกี่ยวข้องกันไปหมดอันนี้ก็เป็นอันที่ 5 ใช่ไหมท่านที่ 5 การัญศึกษา 1 ทำมันยึดตาสองอัตถัญญุตา 3 อัตตัญญุตา 4 หมดปัญญา 5 การัญศึกษาเมื่อเรารูปประมาณทั้งหมดแล้วเราก็ต้องรู้หมู่ชนชุมชนตอนที่กว้างขึ้นอีกนอกจากกาละคือเวลาที่ไม่มีตัวตนที่มันต้องใช้ประมาณนี้มีอำนาจที่จะเดินทางมีจำนวนซึ่งไม่มีตัวตนให้เรารู้ว่ามันไม่มีตัวตนเวลาแต่ว่ามันก็มีอันหนึ่งที่มันจะต้องเกิดผลนี้ได้อยู่แล้วทีนี้เราก็ต้องรู้ในจำนวนอณูก็คือหมู่ที่เกี่ยวข้องอยู่คือ คนนั่นแหละเป็นเรื่องใหญ่ก็ประมาณในหมู่ชนด้วยถ้าอำนาจของเราไม่สามารถที่จะกระทำกับหมู่ชนที่ใหญ่ขนาดนี้แล้วก็ทำไม่ได้ต้องทำประมาณหมูน้อยก่อนแล้วก็ทำหมู่ใหญ่สามารถทำคำนวณได้ว่าเราเองจะทำได้ถึงขนาดหมู่ใหญ่นี้ก็ต้องทำกับหมู่ใหญ่นี้ไม่เป็นลักษณะนั้นเราเรียกเราปริสัญญุตาปริศนาปริแปลว่ารอบบริษัทแปลว่าโมแปลว่าชนแปลว่าหมู่ชนคือเป็นสิ่งที่เรากำลังเกี่ยวข้องอยู่เพราะเราจะทำกับสิ่งที่เกี่ยวข้องอยู่อีกประเด็นหนึ่งเมื่อกี้ประเด็นนี้เราว่าเราจะต้องคำนวณแล้ว เราจะต้องรู้เพราะหมู่ชนที่กำลังเกี่ยวข้องอยู่ด้วยว่ามีอรรถอย่างไรเขามีอัตตะอย่างไรเขามีเชิงรู้ประมาณเท่าไหร่ในปรัชญาของเขาเขารู้กาละหรือยังเกี่ยวข้องกันหมดสิ่งเหล่านี้คือธรรมะทั้งนั้นพอพูดได้สะสมธรรมดาก็คือสะสมสิ่งเหล่านี้รู้หมู่ชนชุมชนหรือรู้อันนู้นรู้มวลรวมที่เพิ่มขึ้นกลุ่มหรือแม้แต่ซื้อมวลรู้เนื้อหาหรือเนื้อตัวที่จะต้องเกี่ยวข้องกันอีกเป็นเอกภาพที่โตขึ้นเป็นอนันตภาพนั่นเองรู้ต่อต่อไปเองไม่ใช่อยู่กับใครจะจัดตัวเองแล้วตอนนี้ ประมาณสิ่งที่ประกอบเป็นสมมติอื่นที่เราจะหาอรรถสารของมันมีแล้วจะให้เขาไปอย่างไรเราจะช่วยเขาได้แค่ไหนอย่างไรและหมู่นี้เราจะทำแค่ไหนเราก็ทำหมูเพราะเราจะพูดกับหมู่นี้เราจะพูดขนาดไหนมวลชนนี้ประดิษฐานอยู่ตานี้น่าจะพูดเชิงนี้อย่างนี้แค่นี้เป็นแบบนี้ก็พูดได้แค่นี้ก็พูดถ้ามูลนี้แต่เอาเรื่องนิยายป๋ออินทผาลัมที่มาพูดพวกคุณกลับไปนอนตั้งนานแล้วเมื่อไม่รู้หมู่ฉันไม่รู้แก่นสารไม่รู้ตัวของบุคคลอัตราของเขาอัตราของผู้อื่นไม่รู้ว่าเขาจะไม่ประมาทอะไรก็ได้ถึงแม้พูดธรรมะก็ตามบางทีประมาณไม่ได้เกินไปถ้าไม่ใช่พวกคุณคุณมานั่งฟังธรรมะวันละ 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมงนี้คุณมานั่งฟังโดยตรงนี้มันได้หรอกเพราะว่าหมู่นี้พวกเขาได้กี่ชั่วโมง ก็ต้องรู้ประมาณลูกสาระด้วยเพราะฉะนั้นการละหรือประมาณพรุ่งนี้ก็คือประมาณบูธนี้อีกจึงเรียกว่ารู้ปริสัญญุตารูปปริศนาธรรมกับหมูทำกับหมูตอนที่นอกตัวเราเพิ่มขึ้นยังไม่พอยังไม่พอเนี่ยรู้คำว่าเรารู้หมู่เนี่ยแต่ละหมู่ในเนื้อหาของหมู่คนนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 10 20 30 คนไม่เท่ากันทุกคนอัตราของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอัตถะของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันธรรมะคือธรรมะของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันนั่นเองส่วนเกินไม่เท่ากันอัตก็ไม่เท่ากัน รับปากก็ไม่เท่ากันจะรู้กาละก็ไม่เท่ากันแม้แต่เขาเองรู้ปริสัญญุตาก็ไม่เท่ากันไม่เท่ากันหมดเราก็ต้องมาแทรกแยกแยะให้รู้แต่ละบุคคลแต่ละบุคคลเป็นบุคาให้ได้รู้แต่ละบุคคลอีกให้ได้ลูกหมูไม่รู้ดิมีแต่ยอมเขาย้อนออกย้อนเข้านี่เลยธรรมะและขยายใหญ่ก็เล็กๆก็ใหญ่ขยายออกใหญ่อันเล็กเก้าอี้ก็ใหญ่เขาอีกแล้วยิ่งใหญ่ก็ยิ่งเล็กยิ่งเล็กก็ยิ่งใหญ่ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งเยอะยิ่งเยอะยิ่งใหญ่ทุกอย่างรู้ดีๆๆผู้ใดรู้เกิดรู้จริงๆไม่ใช่รู้แต่ภาษาไม่ใช่รู้นี่เฉยๆแต่สอนรู้ เกิดอุบัติเหตุวิญญาณที่วิญญาณที่ปัญญาอันยอดรู้อย่างแท้จริงเป็นอัญญะผู้ใดมีสิ่งนี้ที่ตนผู้นั่นแหละเป็นสัตบุรุษซึ่งมีความรู้มีตัวรู้อยู่ในตนแล้วถึง 7 ประการใครมี 7 ประการนี้บ้างแต่ว่าแต่ละอย่างน้อยอย่างน้อยๆก็เป็นสัตย์น้อยๆเป็นอนุถ้าใครมีมากๆก็เป็นผู้ที่มีมากขึ้นเป็นมัชฌิมะบุรุษเป็นมัชฌิมาสัตบุรุษสัตบุรุษอย่างร้างหากเป็นสัตบุรุษอย่างเต็มรูปเลยเป็นบรมก็ได้ก็แล้วแต่สั่งสมเอาสะสมเอาพวกนั้นก็จะเป็นผู้ที่ มีเนื้อหาสาระมีธรรมะมีทุกอย่างเกี่ยวข้องกันเพราะงั้นธรรมะของพระพุทธเจ้าในทุกอันเลยนะไม่ได้แบ่งตัวทุกอย่างเป็นสมังคีต้องทำงานร่วมกันหมดเลยทุกตัวเลยทุกครั้งเลยธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เห็นมีอันไหนที่ทำงานเดียวทำงานช่วยกันเกื้อกูลกันถ้าใครรู้อย่างนี้มาทำงานเกื้อกูลกันแล้วก็จำได้ว่ามันร้อยเรียงกันยังไงมันจะต้องอันนี้มาขยายอันนี้มันจะทำอันนี้เป็นขั้นๆเขาก็รู้อยู่ไปกี่ตัวถ้าตัว 3 ตัว 3 ตัว 5 ตัว 7 ตัวก็ทำงานของมันเกี่ยวข้องกันเป็นลูกโซ่ปฏิกิริยาลูกโซ่ออกมาเลยเพราะความจำก็จำในงานเพราะเรารู้พอพูดถึงเลข 1 ก็ต่อเลข 2 เลข 2 ก็ต่อเลข 3 เลข 3 ก็ต่อเลข 4 เลข 4 ก็ต่อเลยครับเราก็จำได้ง่ายเพราะคนที่จำไม่ได้ง่ายก็ปรับกันด้วยถ้าใครเขาจะเอา 1 คืนนี้นะ 2 คืนนี้แล้วมันจะถือว่าเป็น 3 เป็น 3 ประตูนี้นะก็เรียนกันหมดพวกอีก เมื่อไหร่จะต้องมีความรู้อย่างนี้แหละคือผู้อื่นก็คือผู้มีความรู้ในธรรมะเนื้อของธรรมะก็ประกอบไปด้วยอัฏฐะประกอบไปด้วยอัตตะประกอบไปด้วยมัทนะประกอบไปด้วยกาละและประกอบไปด้วยปริศนาและประกอบไปด้วยองครักษ์นี่เป็นสัตบุรุษเป็นผู้มีสิ่งนี้ไม่ละเอียดนักวันนี้แต่บอกให้ฟังว่าเราเองเรามาทำสิ่งนี้แล้วไว้ค่อยพูดกันให้เป็นพิสดารกันในวันหลังๆเอามาทำความเป็นสัตบุรุษแห่งตนพระสารีบุตรเองเนี่ยเขาเขียนไว้ที่ลุงฝังศพเขาไม่ได้เขียนสัปปุรุษเขาไม่ได้เขียนว่าพระอรหันต์ไม่ได้เขียน หลวงพ่อสดบอกว่าเนี่ยสัปบุรุษสารีบุตรเทพเจ้าฉันไม่ได้เขียนว่าพระอรหันต์สารีบุตรเขียนนี่คือธรรมะอันหนึ่งเราจะมีสิ่งนี้ได้อย่างไรเราจะมีสิ่งนี้ได้ก็จะต้องกระทำตนด้วยบารมี 10 บารมี 10 ทัศก็เป็นหน่วยงานที่จริงมาจากคำว่าทักษะแต่ว่ารอทักษะภาษาอังกฤษด้วยก็คือให้มีให้มีบารมี 10 ถ้า 20 ก็เป็น 20 30 ก็เป็น 3 30 บารมี 30 ทัศก็คือมี 10 3 รอบมี 13 รอบนั่นเองไม่มีอะไรเอาทีนี้เราก็พูดอธิบายถึงตัวบารมีด้วยและบารมี 10 นี่ก็คล้องจองกันเกี่ยวกับสัปบุรุษมีอะไรสอบตำรวจสร้างอะไรให้แก่ตนสัตบุรุษสร้างอุเบกขาและสร้างเมตตาผู้โดยสารสร้างให้ใครก็สร้างไฮโลเมตตาสร้างให้ใครให้คนอื่นเมตตาของตัวเองไม่ธรรมดา ตาตัวเองชักว่าวมันตัวเองไม่มีถ้าใครเมตตาตัวเองอยู่คนนั้นคนนั้นก็ยังหลงตัวเองอยู่ยังโอ๋ตัวเองคนนี้ไม่หลงตัวเองแล้วไม่เมตตาตัวเองแล้วก็เมตตาคนอื่นเท่านั้นตัวเองมีแต่อุเบกขาเฉยเพราะๆที่เป็นสัตบุรุษสร้างอะไรสร้าง 2 อย่างถ้าอุเบกขากับเมตตาเมตตาเพื่อผู้อื่นอุเบกขาเพื่อตนพักตรงไหนก็พักที่ภูเก็ตขาหยุดตรงไหนสบายตรงไหนได้อะไรได้อุเบกขาเฉยๆเอาเฉยๆตัวเองแต่ส่วนที่จะอยู่กับโลกเมตตาเท่านั้นคำสุดโลกถ้าตัวเองมีอุเบกขาแล้วไม่มีเมตตาไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่ใช่สายพุทธที่มีบารมี 10 พระพุทธเจ้าเป็นพุทธะสร้างธัมมะนี้จะต้องสร้างอุเบกขาและเมตตาให้เป็นเนื้อแท้อยากได้เมตตากับอุเบกขาทำอย่างไรทำอย่างไรก็ทำตนเองนี่แหละต้องพยายามทำอย่างไรหนึ่งพยายามขยันวิริยะขยันอย่างเดียวไม่พอเพราะไม่ใช่ 1 ต้องตั้งจิตขึ้นก่อนอธิษฐานต้องตั้งจิตขึ้นก่อนตั้งอย่างไรก็พยายามศึกษาและก็มาฟังเราจะเดินทางเราจะทำตัวเราเองเป็นตัวนี้คือก่อฐานให้ยิ่งอธิบายมาจากคำว่าอธิบายบอกฐานะ เราจะทำฐานะของเรานี่ให้ยิ่งขึ้นไปฐานะของอะไรทั้งกายทั้งจิตของเรานี่แหละจะเป็นประโยชน์ที่สุดแล้วเราจะทำอย่างไรได้เราก็ต้องพยายามดูปริยัติดูเขาว่าคุณงามความดีด้วยสิ่งที่ดีอันนี้จะทำอย่างไรก็ตั้งจิตขึ้นพอเราจะตั้งใจปฏิบัติเขาบอกว่าปฏิบัติธรรมดีปฏิบัติธรรมคืออะไรก็ปฏิบัติเขาสร้างจิตเขาปฏิบัติธรรมคืออย่างนี้ปฏิบัติธรรมก็คือ 1 ต้องมีฐาน 2 ต้องมีศีล 3 ต้องหักออกจากการเรียกคำว่าต้องออกจากโลกต้องลดโลกและโลกทิ้งโลกคล้ายโลกในโลก ต้องมีปัญญาเข้าใจว่าทานคืออะไรศีลคืออะไรออกจากโลกหรือออกจากกามคืออะไรต้องมีปัญญาให้รู้ให้ได้ปัญญาต้องก่อต้องสร้างปัญญาอะไรไปเองอยู่ๆเกิดเองไม่ได้เพราะฉะนั้นคนที่จะตั้งจิตแล้วก็จะทำธรรมะธรรมะก็คือการนึงต้องทานต้องมีศีลและก็ต้องมีเมฆคำว่าและต้องให้เกิดปัญญารู้แจ้งในสิ่งเหล่านี้ให้ได้แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะได้สิ่งเหล่านี้ต้องมีสัจจะต้องมีสัจจะเอาจริงนะเขาเอาจริงถ้าไม่จริงไม่ได้ ไม่ได้เป็นพระไม่ได้พระอยู่ที่จริงพระอยู่ที่จริงไม่จริงไม่ได้ตั้งจิตขึ้นแล้วก็ต้องเอาจริงมึงเอาจริงแล้วก็ต้องทนนะจะได้ธรรมะต้องมีขันติไม่มีขันติไม่มีทางปฏิบัติธรรมะสำเร็จในโลกต้องอดทนอดทนอดทนเพราะเราเกิดมาเป็นผู้ที่ยังไม่ได้ของดียังไม่ได้เป็นธรรมะนั้นมีแต่โลกิยะมีแต่โลกิยะนะมันก็ไปเสกอยู่แต่ทางโน้นเมื่อเราจะเลิกเสพติดและต้องทนเอาด้วยไม่พอมันไม่หยุดหรอกมันหยุดหยุดไม่ได้ต้องอดแล้วก็ต้องทนวิริยะให้มาก ต้องทำวิริยะให้มากพากเพียรพากเพียรข่าวจิตถอยอธิษฐานถอยตั้งจิตถอยเพิ่มเข้าอยู่ให้ได้พากเพียรอธิษฐานขอให้อยู่สัจจะก็ให้มันขันติก็ให้อดทนเข้าอดทนทำอย่างไรมันไม่อยากทานสักทีก็หัดทานข้าวศีลพระพุทธเจ้าสอนไว้เป็นหลักปฏิบัติเป็นข้อที่ให้มาทำอย่างโน้นทำอย่างนี้นะมันไม่ทำมันมีแต่ละเมิดศีลอยู่นั่นด่างอยู่นั่นพลอยอยู่นั่นขาดอยู่นั่นเกินอยู่นั่นน่ะเอามาพยายามพากเพียรกระทํา ต้องมีปัญญารู้ฉันว่าควรทิ้งไปเป็นชั้นเป็นระดับทำมากเกินไปแรงเกินไปไม่ได้ต้องมีมัชฌิมาจะทิ้งจะทำทานก็ต้องทานตามมาที่มาที่เราทำได้ไหมถ้าไม่ไหวมันก็ไม่ไหวจริงๆเดี๋ยวเกินไปเราก็เดี๋ยวจะแย่นะถ้าเราจะอยู่กับโลกทานหมดตัวเลยแล้วเราเองก็ยังมาอยู่กับทำไม่ได้ก็ตายมันก็ต้องทานตามคนก่อนเมื่อจะทำได้แน่ใจคนนั้นมีความแน่ใจทำได้หมดแล้วมาอยู่กับนี่เลยก็เอ้ามีอย่างนี้ก็เกิดมัดจำยึดตาเกิดอาจจะอัตตารู้อาจจะได้ตลอดเวลาก็ทำตนอย่างนี้ตลอดเวลาก็คือสร้างตนให้มีสิ่งนี้ซะก่อนเรารู้ตนอัตราโดยมัจฉะทำให้แก่ตนด้วยไป คือรหัสผ่านหัดพยายามเขียนตัวเองด้วยศีลรู้โลกให้ได้ทิ้งโลกให้ได้ทำปัญญาให้เกิดในสิ่งเหล่านี้แหละที่เกี่ยวกันอยู่ตลอดเวลาเลยแล้วก็เพิ่มก็เพิ่มตัวเองก็จะเฉยต่อสิ่งที่เราเองไปติดประยุทธ์เสมอจึงประสานอุเบกขาแต่ก่อนนี้ติดยึดอบายมุขตอนนี้เฉยกับอบายมุขได้ก็สบายสบายไม่เฉยก็อบายมุขได้ก็สบายเหมือนกันเมื่อยเฉยได้แล้วก็มีเมตตาช่วยเขาด้วยไม่รู้แล้วก็ช่วยเขาได้ช่วยเขาก็ช่วยเขาถ้ายังไม่ช่วยเขาอยากจะบำเพ็ญตนให้สูงขึ้นกว่านี้ก่อนอีกเพื่อที่จะช่วยเขาได้มากกว่านี้ก็อ้าวก็ไม่ว่าก็ได้ก็ทำแต่ถ้าช่วยก็ได้ก็ช่วยอย่าดูได้นะเพราะเวลามันผ่านไปเราก็ใกล้วันตายแต่ถ้าใกล้วันตายเรา ประโยชน์ตนได้มากก็เอามากอยู่ก็เอาไม่ว่าใช้ประโยชน์ท่านมากถ้าเรามีประโยชน์

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน