170000-C มหาสุทัศนสูตร ตอน3-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
เราก็เรียนนะฝากเรียนเรียนแล้วก็รู้ทำให้จริงรู้ให้จริงเห็นสภาพเย็นสบายเข้าใจจิตรู้จิตปรับไปปรับมาให้กินมันร้อนจิตมันทุกข์จิตมันขุ่นหมองจิตมันเศร้าโศกมันอึดอัดก็ปล่อยให้มันโปร่งทำให้สบายกลับไปกลับมาปรับให้ได้โดยแท้จริงเราเป็นผู้ที่สามารถปรับจิตเป็นผู้อยู่เหนือจิตแล้วก็เรารู้ฐานพักอะไรมึงก็ไม่มีเบาง่ายสบายไปกว่าปล่อยวางจะรับรู้ก็รู้แล้วก็วางทำมารับ ไม่ไหวเราจะปล่อยเลยไม่รับรู้เสียหยุดสนิทก็ทำได้จึงเรียกว่าเป็นผู้มีวสวัตตีมีอำนาจอย่างแท้จริงที่จะทำให้แก่จิตของเราได้สภาพจิตอย่างนี้เป็นสภาพที่ลึกซึ้งเป็นสภาพที่เก่งเก่งกล้ามีอำนาจมากจึงเป็นความเก่งที่ยอดสุดของมนุษย์ที่สามารถจะกระทำเอาภาพเขียนเล่าเรียนนี้เราก็เรียนภาษาอะไรต่ออะไรไปก็เพื่อย้ำยืนยันให้เห็นจริงเห็นจังให้เข้าใจไปถึงทะลุละเอียดละออทุกแง่ทุกมุมทางต่างๆชาดกต่างๆทั้งเรื่องราว เราแล้วเราอีกเอามาเทียบเคียงยืนยันแล้วยืนยันอีกบางคนอาจจะเข้าใจเป๊กเข้าใจไปอะไรไปก็ปรับเข้าให้มันถูกทางให้มันลงร่องลงช่องจนถึงจุดสุดไปถึงที่สุดแล้วก็ให้มันเป็นที่สุดเท่าที่สุดเริ่มเรียนตัวอื่นก็เริ่มเปลี่ยนเหมือนกันถ้าหยุดปลายสุดมันสั้นลงมันก็จะไม่ถึงยอดถ้าจุดสุดมันยาวไปอีกมันก็ถึงจะถึงจุดสุดๆหมู่ 2 ที่สงบหมู่ 2 ที่อยู่เย็นหมู่ 2 ที่เป็นไฟด้วยความเข้าใจเป็นอันดีมีสัญญาณ เดียวกันตรงกันเข้าใจเป้าหมายและพากเพียรอยู่แม้จะทำได้โดยที่เรียกว่าบางทียังจะต้องใช้สำรวมใช้สังวรใช้ระวังควบคุมยังไม่เป็นไปโดยปกติยังไม่เป็นสีหลังโดยแท้ก็ยังไม่เกิดเป็นความปกติธรรมดายังเป็นสภาพที่ยังจะต้องควบคุมมันจะต้องสังวรมันบางทีมันก็แรดไปนิดบางทีมันก็เลยไปหน่อยอย่างแม้ยังมีสภาพอย่างนั้นอยู่ก็ตามก็ยังมีเป้าหมายหรือมีสัญญาหรือมีความกำหนดหมายที่ตรงกันว่าเราจะไปสู่จุดเดียวนั้นที่เป็นไปโ
อ่านต่อ
ดยสงบงามมีสภาพเหมือนกันอย่างนั้นกายก็เหมือนกันสุจริตอย่างนั้นว่าจีก็เหมือนกันสุจริตอย่างเดียวกันมโนก็ สุจริตอย่างเดียวกันหากไม่แตกออกเป็น 2 เป็น ago ธรรมโมเราเข้าใจเป้าหมายตรงกันอย่างนี้ก็ทำอยู่พึงทำอยู่แม้มันจะยังไม่ลงร่องลงรอยกันเป็นที่สุดผู้ที่เข้าใจแล้วผู้ที่รู้โดยสภาพจิตจริงแล้วก็จะเป็นผู้ที่อนุโลมปฏิโลมแล้วก็หาอุบายเพื่อที่จะช่วยกันอุบายรอบรอบพร้อมๆอ้อมๆหรืออุบายใกล้ชิดเข้าไปจนกระทั่งตรงเป๋งกว่ากันซื่อๆก็ตามเราก็จะช่วยกันทุกวิถีทางที่จะกระทำกระทำได้แล้วก็งามขึ้นดีขึ้นเราจะสังเกตเห็นได้พวกเราเย็นขึ้นยิ่งขึ้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวขึ้นยิ่งนับวันยิ่งมีขึ้นแต่ในสภาพใดอิเล็คทริคในสภาพที่ขัดแย้งมันก็มีความละเอียดขึ้นไปมีบทบาทมากอยู่ตอนใดมีบทบาทจะเป็นบทบาทใหญ่ที่จริงมันไม่มากเลยเรื่องมันเล็กนิดเดียวแต่บทบาทมันใหญ่มันเป็นสภาพจริงมันเป็นความจริงที่จริงเรื่องเล็กนิดเดียวถ้าชาวบ้านชาวโลกเขามาเข้าใจสิ่งเล็กน้อยอันนี้แล้วก็จะบอกว่าพูดเรื่องอะไรกันแค่นี้ก็ทะเลาะกันมันกลับกันก็กลับกันชาวบ้านก็จะไม่เห็นว่าเรื่องอะไรทะเลาะกันเล็กๆน้อยที่สุดเลยแต่มันก็ยังเป็นเศษเสี้ยวที่เราจะให้กรงแม้กระทั่งให้กรุง กรุงวินัยกรุงระเบียบแม้กระทั่งว่าจะให้ลงตัวกันในสภาพที่เหมือนๆกันไปปล่อยว่างๆได้ด้วยกันยึดกับยึดกันไปเป็นหมู่พร้อมๆกันวางก็วางไปเป็นหมู่พร้อมๆกันโดยไม่มีตัวไม่มีตนถอดตัวถอดตนออกหมดเป็นอัปเดตหานิยธรรมแท้มีงูร่วมกันชุมนุมทำอย่างนี้ก็ทำกันอย่างนี้เมื่อเลิกก็พร้อมใจกันเลิกได้โดยไม่มีปฏิคเลยจะสวดมนต์ช้าๆก็ช้าเหมือนกันก็เฉยชาเหมือนกันได้จะสวดมนต์เร็วๆก็เร็วเหมือนกันไปหมดได้ใจไม่มีความขัดแย้งใจไม่มีความขุ่นเคืองใจไม่มีความอึดอัดใจเย็นใจเฉย ใจปล่อยเป็นไปตามปกติช้าก็ช้าเร็วก็เร็วอย่างนี้เรียกว่าเราถอดตนออกใส่มือเราเป็นไปด้วยหมู่แล้วเราหมดตัวหมดตนจริงแล้วเพราะเราได้ปล่อยวางแล้วว่าตอนนี้เราไม่มีตัวมีตนเรามีหมู่อันนี้คืออันหนึ่งอันเดียวกันส่วนใหญ่ของหมู่เป็นอย่างนี้เราก็เป็นอันหนึ่งกับส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่เราไปแหกเป็นส่วนหนึ่งแล้วเป็นอันน้อยนั้นอยู่อย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นไปโดยชุมนุมเป็นไปโดยการประชุมเป็นไปโดยการเรียกว่าสังคมเนื้อหมูกลุ่มหรือข้อมูลเป็นไปโดยขโมยเป็นไปโดยหมู่ที่ลงกันแล้วได้ตกลงตัดสินพิจารณาได้ตกลงเอาอย่างนี้ขนาดนี้แล้วแล้วก็ยืดหยุ่นตามกาละ สักการะใดจำเป็นมากกว่านี้เราเห็นเราเข้าใจกันแล้วทุกคนเข้าใจกันดีโดยไม่จำเป็นจะต้องใช้เวลาประชุมก็เห็นกันแล้วโดยจิตเข้าใจกันหมดจิตก็อนุโลมกันหมดแล้วก็ทำอย่างนี้มันก็ไม่มีอะไรขัดกันขึ้นมาจนกระทั่งมีใครขัดขึ้นมามีอะไรแตกออกมาหน่อยนึงเกิดการแย้งขึ้นมาเกิดการเป็นการวิวาทกันขึ้นมาก็เอาขึ้นมาประชุมหมู่บ่เสียงเห็นว่าเอาอย่างนี้ตามที่มีจิตตกลงกันแล้วก็เป็นการตัดสินเมื่อตัดสินแล้วผู้นั้นก็ต้องวางต้องปล่อยวางไอ้สิ่งที่เกิดในจิตนั้นที่เรียกว่าอาบัติหรืออุบัติสิ่งใดที่เกิดในจิตเรียกว่าอาบัติหรืออุบัตินั้นก็ต้องปลงต้องวางอาบัตินั้นหรือต้องปลงอุบัตินั้น ฟังเสียตอนที่ 7 เราปล่อยเสียแล้วเราก็ทำโดยหมู่ตัวตนเราก็ถอดถอนเราไม่มีตัวตนเราไม่ยึดเราไม่ถือเราปล่อยจริงๆเราทำอย่างหมู่เป็นไปอย่างหมู่แล้วก็ดูหมู่เหมือนกับเราดูตัวเราไม่มีตัวเราก็เหมือนกับหมู่ถ้าเรายังเห็นอยู่ว่าจะช่วยหมู่อันนี้รู้สึกว่าอันนี้ยังอ่อนไปอันนี้ยังแข็งไปเราก็จะพยายามจัดขึ้นมาสำหรับส่วนหนึ่งของพวกเราเพราะว่ายังมีหลายๆอันดูหลายๆชิ้นหลายๆอันนี้เราไม่ได้เป็นเราเพราะฉะนั้นเราจึงไม่มียึดถือเราจึงไม่มียึดเอาของเราเป็นชนะของเราเป็นถูกของเราเป็นผิด ไม่ใช่เมื่อเราตกลงแล้วลงวางแล้วปล่อยกันแล้วมันก็ต้องปล่อยกันไปปล่อยแล้วแล้วก็ยังจับมายึดอีกแล้วก็ขึงขังขึ้นมาใหม่มันก็ไม่ปล่อยจริงเมื่อเราได้อนุโลมเป็นที่สุดแล้วก็ต้องมีรอบจบต้องมีที่สุดแห่งความจบไม่จบแล้วปล่อยแล้วก็ต้องจบการเอาแค่นี้นะตัดสินอย่างนี้นะก็ตัดสินอย่างนี้ไปแล้วก็เอาอย่างนี้หมดเวลามีอีกหน่อยมีอะไรขึ้นมาใหม่บางทีมันก็ไม่ได้ถึงประชุมมีอะไรแฝงขึ้นมาเพราะทุกอย่างมันมีแต่เกิดอยู่เกิดนั่นเกิดหนี้สร้างขึ้นดับไฟมีไอ้นั่นเข้ามาแล้วแฟนเข้ามาแล้วเราก็รู้ด้วยปัญญาอันนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้จะทำยังไงจะอนุโลมยังไงจะเป็นไปอยู่จะช่วยได้หรือยังยังไม่ได้ก็ปล่อยก่อนถ้ายังจะช่วยได้ก็เอาหรือว่ามันมาทำให้ ตายแล้วนะเราจะต้องพยายามคัดค้านหรือขัดขวางแล้วก็เราก็ค่อยๆทำถ้าเราทำได้ก่อนก็ทำถ้าเราจะทำไม่ได้อ้าวช่วยกันหมู่ปรึกษาหมู่จะทำยังไงดีก็ลงมือช่วยกันประชุมแล้วก็ตกลงว่าจะทำไงดีหรือว่าจะฝากไว้ก่อนต่างคนต่างเห็นว่าเออยังไม่รักเราอาจจะคิดมากไปเราจะเห็นมากไปเองคนเดียวกลัวมันจะเสียหายยังไม่ทันเกิดความเสียหายกลัวไว้ก่อนแล้วก็เป็นพระยาสติเกิดมาก่อนอย่างนี้เป็นต้นเป็นความเกรงกลัวคือเกิดมาก่อนก็เป็นได้เราก็ปรึกษาหมอบำรุงก็ไม่เกรงกลัวหมู่จะช่วยกันในระบอบก็รู้ตัวรู้ตนพร้อมแล้วก็ไม่เป็นไรเราก็เป็นเรื่องของหมู่เป็นต้นถ้าธรรมะที่สลับซับ นอนแล้วก็เป็นไปอย่างนี้มันจะเป็นจริงค่อยๆเติมกันลงไปเติมไปทุกวันทุกวันทุกวันก็พยายามทำความเข้าใจให้จริงเห็นให้ได้วางให้ได้ปล่อยให้ได้ใจผู้ใดปล่อยเป็นปล่อยอยู่ผู้ใดเป็นปล่อยอยู่ปล่อยได้ไม่มีความยึดเป็นรีโมทจะยังจิตนั้นปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เป็นวิราคะไม่มีการยึดถือเป็นนิโรธมีความดับสนิทลงได้มีความหมดสิ้นลงได้เป็นปฏิสังขรณ์แม้แต่จะเปลี่ยนจะกลับคืนภาษีแม้แต่จะเปลี่ยนไปจะกลับคืนจากที่เคยยึดอย่างนั้นเคยเอาอย่างนั้นแล้วก็เปลี่ยนไปใหม่ก็ใหม่ทุกไม่ ไม่เกิดการลำบากอะไรจะเปลี่ยนไปซะใหม่ก็ได้นะหมูบอกว่าเอาอะไรเปลี่ยนใหม่แต่ก่อนที่เรายึดอย่างนี้เราจะเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ก็วางสิ่งที่จะยึดแล้วก็ปล่อยมายึดสิ่งที่จะยึดใหม่เป็นรูปปล่อยรูปเปลี่ยนจึงเรียกว่าถึงวิโรจน์จะยังถึงเวลาราคาถึงนิโรธถึงปฏิสังขรณ์เป็นที่สุดมีโหมดจะเยอะมีหมดจะยังไม่หมดจะหมดรีโมทจักรยานลูกปัดสีมิราคารถสีนิโรธภาณุศักดิ์ศรี ปฏินิสสัคโค ทำได้เป็นนิยตเที่ยงที่เราสามารถทำได้โดยที่ทำให้จิตของเราเป็นอุเบกขาเที่ยงอยู่เสมอจะทำเราก็ทำเรารู้ว่าเราทำไม่ทำแล้วใจของเราก็เอาทุกข์เข้ามาสุขหรืออุเบกขาเฉยว่างวางอยู่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขได้ที่จริงที่เราเพราะคำว่าเที่ยงหรือคำว่ามั่นคงคำว่าเป็นสัตว์จะงั้นก็คือสัจจะนี้ที่จริงมันแปลว่ารู้สัจจะนี้เป็นความรู้เป็นความรู้แท้ๆเรียกว่าสัจจะมันรู้จริงรู้ยอดรู้อะไรรู้ความเที่ยงเที่ยงอะไรเที่ยงโดยเราทำความไม่ทุกข์ไม่สุขในจิตของเราให้ได้เที่ยงทำอะไรก็ได้เด็ดขาดมั่นคงเที่ยงแท้จริงจังเมื่อไรก็ไม่มีทุกข์เมื่อไหร่ก็ไม่มี เมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เฉยๆว่างๆสบายๆไม่เดือดร้อนเลยไม่มีคนมองคุณเหมิงอะไรไม่มีการที่จะมีราคะมีรากเหง้าอย่างลงในการที่กำหนดกำหนดหรือใคร่หรือปรารถนารุนแรงอะไรไม่มีเบาชื่นสบายอยู่อย่างนี้เรียกว่าสัจจะแท้เลยวันนี้กะคือเที่ยงหรือสัจจะคือความรู้แท้สัจจะนี้จริงๆมันแปลว่าความรู้แจ้งศาลที่แปลว่าสว่างแปลว่าแสงสว่างมากจะแปลว่ามีมีแสงสว่างอย่างมากโดยสัตว์น้ำรากแท้ก็แปลว่าอย่างนั้นมันมีอย่างนั้นมันรู้ยิ่งเพราะฉะนั้นมันเที่ยงมันแน่นอนแล้วนี่ยะตะมันก็เที่ยงด้วย การกระทำของเราที่เด็ดขาดยืนยันเที่ยงแท้ไม่มีแววไม่มีเอียงเอนอะไรไปมีแต่เพียงรู้เปลี่ยนก็รู้เปลี่ยนซึ่งเป็นอนิจจังเป็นอนิจจตาอยู่ธรรมดาในโลกเป็นที่สุดสภาพอนิจจาในรูปมันก็เปลี่ยนไปประเดี๋ยวก็เปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนไปอย่างนี้ตามสภาพของความไม่เที่ยงในโลกซึ่งเป็นสัจธรรมเป็นกันหรือเป็นความจริงอีกเหมือนกันหรือเป็นความเที่ยงอีกเหมือนกันความเที่ยงคือในความไม่แน่นอนเพราะฉะนั้นความที่เที่ยงที่สุดความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนของโลกแต่ตัวเราเองนั้นเที่ยงเที่ยงตรงที่เราทำความพ้นทุกข์ความพ้นทุกข์ได้อย่างเที่ยงแน่นอนที่สุดที่เรามีตัวเดียวคือไม่มีทุกข์ไม่มีสุขอะไรจะเป็นไปยังไงก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข เที่ยงๆตัวนี้เป็นสำคัญตัวนี้เป็นยอดเยี่ยมเราจะต้องแบ่งให้ออกแยกให้ออกแล้วก็ทำให้ได้ที่ต้นไม่ใช่ไปเอาโลกมาเป็นไทยเป็นพิษมาทำให้ตัวเราเองยึดเข่าและตัวเราเองก็กดดันคุณหมอลำบากใจเอาโลกข้างนอกมาไม่ใช่โลกข้างนอกยังเป็นไปโดยสัจจะด้วยความจริงของคุณนั้นของสิ่งนั้นสิ่งนั้นของลูกนั้นเรื่องนั้นบทบาทอย่างนั้นอะไรต่ออะไรเป็นไปก็ย่อมเป็นไปอย่างที่ใครเขายึดถ้าคนเขายึดอย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้นแม้แต่ไม้แม้แต่รายแม้แต่ต้นหมากรากไม้หมูหมามันยึดอย่างมันก็เป็นอย่างมันมันจะก่อให้เกิดจากมันก็จะก่อเกิดของมันอย่างนั้นแหละ ถ้าเราแก้ไขได้ก็แก้ไขแก้ไขต้นไม้มันจะเลื้อยไปตรงนี้เราจะเปลี่ยนให้มันเหมือนตรงนี้แก้ไขได้ก็แก้ถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องไปแก้มันก็ไม่เห็นจะเป็นไรเราก็ไม่ต้องไปค้นเครื่องอะไรไม่ต้องไปเดือดร้อนอะไรหมูหมากาไก่มันก็ยึดของมันเหมือนกันคนก็ยึดของคนแต่ละคนเราต้องรู้ธาตุแท้ของของเขาของเรานั้นทำสบายตรงที่มีอรรถทุกคำว่าสุขตรงที่อุเบกขาจิตเฉยแล้วก็รับรู้รู้แล้วก็วางวางเฉยรู้ว่าวางเฉยรู้จริงรู้จังรู้ชัดเป็นสัจจะอย่างที่ว่านี่คือสระผมอาจจะเป็นสว่างโพรงรู้เป็นพระราชวังรู้แจ้งพระองค์สว่างอยู่เฉยรู้วางเฉยรู้วางเฉย รู้แล้วความรู้ที่จะรู้เหนือไปกว่านั้นมันจะเข้าใจสัจจะจริงก็ต่อเมื่อจิตของเราวางเฉยนี่แหละมันจะไม่เอนเอียงเข้าข้างตัวจะไม่เอนเอียงเข้าข้างใครมันถึงจะรู้อย่างปลงเป็นคนที่เอียงไปข้างไหนสิ่งนี้เอียงไปข้างไหนมันถึงจะไปตัดสินออกตอนที่มันว่างนี่แหละมันถึงจะไปอ่านออกว่าอ๋อคนนี้เอียงไปข้างนี้คนนี้ยึดอยู่อย่างนี้ไม่รู้จะอ่านออกถ้าเราเองเรายังมีเราอยู่เรายังเอียงเข้าข้างเราเรายังยึดว่าเราถูกเรายังนึกว่าอย่างนี้ถูกอยู่ไม่มีจิตที่ว่างกลางปล่อยแล้วจิตที่จะไปตัดสินไม่มีจิตที่จะไปตัดสินโดยเที่ยงที่สุดเที่ยงธรรมที่สุดตรงเป๋งที่สุดถูกแท้ที่สุดไม่มีมันจะเอาตัว ไปร่วมตัดสินเสมอแล้วก็ถือว่าถูกแล้วก็หยุดจะให้เป็นเราเพราะไอ้นี่เหลือตัวเราเพราะฉะนั้นแม้แต่คนอื่นจะยึดเป็นเขาเราก็รู้ว่าเป็นเขาก็ได้เขาถูกสักก็ได้เราผิดเธอก็ได้ก็ไม่เป็นไรเราก็เฉยเราก็ไม่ทุกข์ไม่สุขมีจิตแล้วก็ปล่อยวางอะไรที่จะร่วมกันได้ก็ร่วมกันไปทำด้วยกันก็ทำอันนี้ทำด้วยกันไม่ได้เราเองทำอย่างเขาก็ไม่ไหวแล้วก็ไม่ทำถ้าเราทำไหวก็ทำถ้าเราทำไม่ไว้ใจเราจะพยายามก็พยายามก็แล้วกันถ้าเราหมู่ก็ทำหมู่เขาเป็นก็แล้วตัดสินแล้วว่าเราเอาหมู่แล้วเราหมดตัวหมดตนแล้วเราก็เป็นหมู่ถ้าเราไม่ตัดสินเราไม่ปล่อยหมดตัวหมดตนแล้วยังมีตัวมีตนอยู่เราก็เอาเราเป็นใหญ่เป็นอัตราที่เป็น จึงเหลืออัตตาอยู่ในตัวเอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนเมื่อตัวเองไม่เป็นใหญ่หมู่เป็นยายก็ต้องเป็นหมู่เป็นใหญ่ไปไปตามควรหมู่เอาอย่างนี้อนุโลมอย่างนี้เอาขนาดนี้ก็ข่อยหลายเกรียนขึ้นมาอันไหนยังไม่งามก็บอกกันไปก่อนถ้าทำได้จะให้มันสูงขึ้นจะตัดออกปล่อยออกได้อีกก็ค่อยเย็นเป็นข้าวเกรียนกันเข้าสู่สภาวะที่เราเห็นดีกันอยู่รู้อยู่ว่าอย่างนี้ดีกว่าแต่เรายังทำไม่ได้มันยังเป็นไปไม่ได้มันยังจะต้องอนุโลมอยู่ก็ต้องอนุโลมกันไปก่อนอย่างนี้แหละเป็นได้ทำได้แล้วถึงขณะนี้เป็นได้แล้วจริงไม่เดือดร้อนไม่เกิดการรุนแรงคนยึดมั่นไม่แรงอยู่ในหมู่เรานี่ทุกคนถึงแม้จะบอกว่ารู้สึกยังไม่สบายใจอยู่นิดๆก็ยังพออยู่ได้จนทนได้ถ้าไม่สบายใจมากๆดูแล มันจำเป็นอย่างนั้นก็ต้องเอาก่อนถ้าเกิดว่ามันแรงมากไปคนนี้จะเอาอย่างนี้มากเกินไปจะทำอยู่เห็นอยู่เป็นอย่างนี้อยู่ในหมู่หมู่มันไม่งามเลยมันจะทำให้หมู่เสื่อมโทรมลงทรุดลงเพราะคนคนเดียวจะดึงหมูลงก็จำเป็นต้องตักคนนั้นทิ้งหรือตัดส่วนนั้นทิ้งก็ต้องตัดเป็นที่สุดอย่างนี้ก็ถึงบทบาทขั้นสุดท้ายตัดเป็นที่สุดก่อนก็ต้องจำเป็นเหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสเทวทัตอย่างนี้ก็จำเป็นจะต้องตัดต้องปล่อยไม่เอาภาระเลยจริงๆก่อนจะไม่เอาภาระก็ต้องลองดูซะก่อนว่าอะไรอยู่ในหมู่เสียก่อนทรงผมมาทันซะก่อนเฉยทุกคนวางเฉยถูกเพื่อนวางเปล่านี่มันจะไปย้อนไปแย่ง ทำให้เห็นชัดเจนว่าตนเองเนี่ยที่จริงรักหมู่เห็นดีกับหมู่จะอยู่กับหมู่แต่เมื่อหมู่ไม่ได้เห็นอะไรกับเราไม่ได้เอาเราบทบาทอันนี้จะแรงมันจะเข้าไปแทงจิตมันจะเป็นการลงโทษลงทัณฑ์อย่างสูงหนักที่สุดในทางธรรมไม่ได้ลงอะไรเลยคนที่มีความรู้สึกหยาบๆจะรู้สึกว่าไม่ได้ลงทันอะไรเลยคนที่มีความรู้สึกอยากๆจะรู้สึกว่าไม่ได้ลงทันอะไรเลยสบายเดินทางอย่างนั้นแหละแล้วก็ทนอยู่ได้ด้วยนะถ้าอยู่กับหมู่ไปเฉยๆใครไม่เอาเรื่องไม่เอาเราอะไรก็ช่างแล้วฉันจะทำอะไรสบายนี่แบบนี้ลักษณะนี้พี่ลักษณะอย่างไรพวกฮิปปี้โลกเค้าจะเป็นยังไงยังไงเฉยไม่รู้นี่ฉันอยากกินอยากอยู่หลายตัวกิเลสเป็นยังไงก็เป็นกิเลสอย่างนั้นอย่างนั้น แล้วเรียกว่าตัวเองปล่อยหมู่ด้วยเพราะหนักเท่ากับปล่อยมือไม่ได้ยึดหมู่หรอกแต่ขวางหมู่หรืออยู่ขัดกับหมู่ให้มันดูประหลาดประหลาดอยู่กับหมู่เท่านั้นเองอยู่ในสภาพจริงแล้วหนักขึ้นกรมธรรม์กันแล้วก็จะเกิดการพิจารณากันอีกเมื่อจำเป็นที่สุดก็หมู่ก็จะตัดปล่อยกันเลยหมายความว่าแยกกันจริงถ้าเขาไม่ไปเองหนูก็ต้องหนีจากเลยเพลงต้องทิ้งกันเป็นที่สุดนั่นเป็นลักษณะความที่สุดแห่งที่สุดในพระพุทธเจ้าพาทำเป็นไปโดยการกระทำโดยธรรมโดยการกระทำที่สูงสุดแล้วก็จะช่วยกันทำช่วยกันไปโดยในนี้มาทดสอบแล้วมันจะเกิดการรุนแรงเองถ้าผู้นั้นมีจิตจะรับอยู่ไม่ได้ก็จะจากไป เพลงอยู่ได้ก็จะปรับตัวเข้ากับหมู่ใหม่เพื่อปรับตัวเข้ากับงูมันก็ไอ้เรื่องเก่าก็คือเป็นชั่วโมงไม่มีอะไรกับหมู่ซะเดี๋ยวนี้ไม่มีทิฐิมานะอะไรเดี๋ยวนี้ก็วางซะเดี๋ยวนี้กูก็ตกลงอย่างนี้ก็เราจะเป็นอโศกแล้วก็จะเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างนี้มีธรรมะอย่างนี้อนุโลมขนาดนี้จะเอาเข้มๆแข็งๆเค็มๆขนาดนี้ก็เอาขนาดนี้กันตามที่เราตกลงกันโดยระเบียบและวินัยที่ได้สร้างเสร็จแล้วโดยการที่ได้ตกลงกันด้วยวาจาบ้างด้วยอะไรต่ออะไรบ้างก็เอากันขนาดนี้บางอย่างยังไม่ตราขึ้นเป็นข้อชัดเจนเป็นเพียงวาจาพอรู้หรือบางอันไม่วาจาพอรู้แต่ในจิตของเรารู้กันเองแล้วว่าอ่ออันนี้มีอะไรเพิ่มแสงมานิดนึงจะอนุโลมหรือไม่อนุโลมจะยกข้ออ้างขึ้นมาเป็นอ่าพูด เป็นวิวาทะเป็นอธิบดีขึ้นมาหรือไม่ถ้ายังไม่มีอธิการบดีขึ้นมาเราก็ไม่ต้องเอากลับไปก่อนก็แล้วแต่จะอนุโลมหรือไม่อนุโลมอย่างนี้เป็นต้นอันนี้เป็นรายละเอียดพูดซ้ำแล้วก็พยายามดึงขึ้นให้สูงขึ้นให้รู้ให้เข้าใจในสภาพธรรมที่เราจะเป็นไปแล้วก็จะเป็นไปแบบนี้พระพุทธเจ้าพาทำแบบนี้เราเองก็จะสงบสุขจะเนียนจะเป็น ago ธรรมโมเป็นธรรมะแท่งเดียวไม่ขัดไม่แย้งถึงขัดถึงแย้งกันก็น้อยจนกระทั่งชาวบ้านเขาไม่รู้ไม่เห็นไม่เข้าใจแม้กระทั่งกายกรรมก็ลงร่องลงรอยการกระทำการอยู่การกินการหลักการนอนการไปการมาการประพฤติตนมี จากกรดมีบัตร 2 ข้างหิ้วไปห้อยไปเป็นรูปอย่างนี้เดินสงบอย่างนี้อาจจะเอี้ยวแขนไฟขวาอย่างนี้จะพูดก็มีสำนวนเดียวกันมีสำเนียงคล้ายกันไปอันเดียวกันสำนวนสำเนียงเป็นวิวาทะไม่ใช่วิวาทะที่เป็นไปโดยให้แตกแยกแต่เป็นวิวาทที่เป็นวาทะอันยิ่งเป็นวาทะอันลงร่องลงรอยเดียวกันเป็นยอดแห่งวาทะคือลงร่องลงรอยมีความหมายกับหมายไปในทางเดียวกันนี่ละนายพรายให้หลุดให้เห็นแจ้งเห็นจริงเหมือนกันสำนวนสำเนียงเหมือนกันจิตก็เป็นเอโกธัมโมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจิตก็เหมือนกันอยู่เย็น สงบระงับไม่เปลืองไม่ฟูไม่กล้าโกรธไม่รักไม่ชอบไม่ช่างวางเฉยได้เป็นที่สุดอันเดียวกันมีอนุกรรมสุขหรือมีอุเบกขาเป็นตัวฐานตรงกันเป๊ะๆๆเพราะงั้นรูปกายก็ส่งมาทีก็ตรงมโนก็ตรงได้ที่สุดสูงที่สุดจนคนเห็นได้ว่าโอน้อช่างงามช่างพร้อมพรั่งช่างบริบูรณ์ช่างบริสุทธิ์รอบถ้วนอย่างนี้เป็นอย่างนี้บริสุทธิ์ที่บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วนะโอ้ได้ปรับปรุงกันได้ดีเหลือเกินเต็มพร้อมปรับปรุงกันให้มันลงร่องลงลอยช่างเหมือนกันคล้ายกันตรงกันลงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจริง หน้าคล้ายกันอาจจะไม่เหมือนกันทีเดียวอาจจะอยู่นิดนิดนึงคนนี้ยังเออกระดิกหน่อยนึงยังกระเด้งนิดนึงยังมีแหวกน้อยๆอยู่บ้างแต่ก็ยังพอดูออกจากสายตาคนหยาบๆแล้วดูว่าเหมือนกันเลยคนละเอียดเท่านั้นที่จะดูรู้ว่ามันยังมีการผิดกันอยู่ไหนๆแต่โดยสายตาละเอียดแล้วดูลงรอยเหมือนกันเหมือนกันจริงหนอเดินก็เหมือนกันไปก็เหมือนกันทำก็เหมือนกันอ่ะกินก็เหมือนกันอยู่ก็เหมือนกันนอนก็เหมือนกันพูดก็เหมือนกันใจก็สงบเหมือนกันใจก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นเหมือนกันไม่ขี้โกรธเหมือนกันไม่ขี้โรคเหมือนกันไม่ชอบไม่ชังเหมือนเหมือนกันลงร่องลงลอยไปเป็นที่สุดแปลกๆลงไปอย่างนี้ประมาณได้ คำนวณได้เรียกว่าประมาณหรือประเมินหรือเฉลี่ยแล้วเป็นอย่างนั้นลงร่องอย่างนั้นได้อย่างแท้จริงก็เรียกว่าเราก็ทำกันลงรอยลงร่องเป็นเอโกธัมโมที่จริงน่ะมันไม่ลงกันเป๊ะทีเดียวหรอกพระพุทธเจ้าเองก็ยังมีทิฐิต่างๆเยอะขัดสีติด 80 รวนแล้วจะมีคนละจริตคนนั้นเก่งไปทางนั้นคนนั้นชอบไปทางนี้อยู่คนนั้นถนัดไปในทางโน้นอยู่ยังมีเอียงเอียงๆอยู่แต่รูปรอยโดยกายกรรมมีสำรวมมีสังวรเหมือนกันมีความเหมือนกันและมีเป้าหมายเข้าใจอยู่ว่าจะให้เป็นไปอย่างนั้นและที่สุดในที่สุดคือที่จิตหมดเจตนาก็รู้ความหมดเจตนาที่จิตเป็นที่สุดเหมือนกันเข้าใจ ชัดเจนเรามีที่สุดแห่งที่สุดและมีที่ตัดสินแห่งที่ตัดสินเมื่อเราเป็นอย่างนั้นแล้วเราก็ทำเมื่อเราเป็นยังไม่ได้เราก็เพิ่มแล้วก็ทำให้มันดีขึ้นอย่างนี้ด้วยไปแล้วก็ขอให้เพิ่มภูมิแล้วก็พยายามเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติอันไหนดีแล้วจงให้ดีอยู่อันไหนยังไม่ดีพยายามเป็นเถิดเรานี่แหละจะสบายถ้าเราจะได้ช่วยโลกให้สบายด้วยเรานี่แหละสบายยะคือหมายความว่าเจริญหรือสบายแล้วเราจะได้ช่วยให้โลกสบายเยอะหรือเจริญขึ้นด้วยคำว่าเจริญนี้ก็คือการศึกษาความเป็นไปโดยสันติเป็นไปโดยหมู่โดยกลุ่มรวมกันแล้วดีจริงไม่มีอะไรขัดแย้งไม่มีอะไร ไปโดยลำบากลำบนเลยงั้นพวกเราฝ่ายไหนฉันจะต้องทำให้ได้จะต้องทำให้ได้ยังมีวิวาทะอยู่นี่ยังไม่งามโดยรูปต่างๆที่เราได้อนุโลมกันแล้วเราก็จะให้ลูกอนุโลมกันจริงตามกฎตามระเบียบกรมอะไรแล้วเสร็จแล้วทีนี้ก็เหลือวิวาทะก็ยังให้มันมีที่มันมีอยู่ก็เพราะจิตมันยังยึดมั่นถือดีมันยังมีอะไรต่ออะไรอยู่ในจิตก็พยายามเข้าใจให้ชัดแล้วก็ปล่อยเสียวางเสียเป็นไปโดยทุกคนก็รู้สบายเราเองก็สบายเราปล่อยแล้วเราสบายที่เราคนข้างนอกไม่เห็นเออเขาไม่รักกันดีน้ออยู่กันเป็นหมู่เป็นกลุ่มต่างคนต่างช่วยเหลือเออออห่อหมกไม่ได้ยินแม้แต่เสียงที่จะขัดแย้ง วิวาทกันต่อเถียงรุนแรงหรือว่าเป็นไปโดยกระโชกโฮกฮากเป็นไปโดยการรุนแรงนั้นเองแหละเป็นไปโดยการรุนแรงจนกระทั่งคนเข้าใจไม่ได้เขาก็บอกว่าเถียงกันเขาก็บอกว่าต่อว่ากันต้องรักต้องฆ่าอะไรอย่างหนึ่งซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆถ้าบอกมันมีแต่ถ้าแรงถ้าดังโดยที่เรียกว่าแรงดันโดยเสียงธรรมดาธรรมชาติโดยไม่มีบทบาทคำพูดติดต่อล้อต่อเถียงอันนั้นก็มันก็ดังเฉยๆมันก็ไม่มีอะไรไม่มีสำเนียงไม่มีสำนวนที่เป็นไปโดยต่อล้อต่อเถียงมันก็เป็นสำนวนสำเนียงที่ไม่มีวิวาทะเป็นเสียงดังเสียงกังวานเหมือนผู้จัดการพูดดัง มันใหญ่แต่ถ้าไม่มีสำเนียงสำนวนใดเป็นวิวาทะเลยไม่มีวิวาทะที่เป็นไปโดยการขัดกันแย้งหรือว่าการที่ทำให้รุนแรงการโฮกฮากอะไรต่ออะไรไม่มีแม้แต่บางทีสำนวนที่จริงในพระพุทธเจ้าท่านใช้สำนวนที่เป็นไปโดยการด่าการว่าการทำให้รุนแรงลงไปให้เข้าใจลึกๆลงไปด้วยซ้ำไปสำนวนบางสำนวนแต่ถึงกระนั้นคนที่ไม่รู้ก็ยังไม่รู้สึกว่าท่านใช้สำนวนรุนแรงแต่คนที่รู้รับรู้โดยทำแล้วที่น่าจะรู้ได้ก็จะรู้ทันทีซึ่งมีภูมิลักษณ์สำนวนสำเนียงนั้นได้จะรู้ทันทีคนที่หนาแน่นที่ยังตื้ออยู่ที่บรรยายยังไม่ทะลุใช้สำเนียงใช้สำนวนลึกสำนวนที่แรงสำนวนที่บาดเจ็บจำนวนที่ รุนแรงอย่างไรก็ไม่รู้สึกไม่รู้สึกไม่ฟื้นไม่ตื่นไม่สำนึกมันเป็นอย่างนั้นจริงๆเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงยากแก่การที่จะช่วยบางทีโหดเกินเขตแล้วก็ไม่เอาใช้วิวาทกับขนาดนี้แล้วใช้กายกรรมก็ขนาดนี้แล้วเข้าใจยังไม่ได้ก็ไม่เอาแล้วก็ปล่อยเท่าที่เราจะคำนวณแต่เท่าที่เราจะสามารถทำผมนี่ทำงานขนาดหนึ่งผมไม่ทำงานขนาดพระพุทธเจ้ายังไม่ได้ด้วยจริตของตนเองด้วยและด้วยสภาพการด้วยสภาพอากาศหมู่ด้วยมันทำไม่ได้เพราะฉะนั้นมันจึงไม่สงเคราะห์ลงมันถึงไม่ลงตัวเป็นอุปราชอธิษฐานทำอธิษฐานจริงๆมันยังอยู่อย่างนั้นแหละมันทำไม่ได้ ทำให้เกิดผลเพราะจึงต้องมีอยู่อะไรต่อใดอยู่ไปอย่างนั้นเองแล้วก็เกินนั้นไม่เอาแล้วตัวนั้นก็ไม่ทำมันจะต้องตัดปล่อยไปถึงคราวตัดปล่อยตัวนี้ไม่มีไม่เอาไม่ทำแล้วก็ต้องตัดปล่อยเมื่อใช้ภาษาก็รุนแรงแล้วก็ยังไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่รู้เรื่องได้ใช้อาการกิริยากายถึงขนาดรุนแรงแล้วก็ยังไม่สำนึกยังไม่กระเตื้องยังรู้ไม่ได้ก็ต้องตัดต่อกันไปก่อนหรือว่าผู้นั้นยังหนายังแน่นยังลึกถึงไม่ขึ้นศาลดึงไม่ขึ้นใช้อาการที่เป็นทุจริตแรงถึงขนาดนี้แล้วใช้วจีอาการเป็นไม่รู้ปักใหญ่ขนาดนี้ไม่ๆๆไม่ไหวก็ไม่ขึ้นวจีก็รุนแรงทุจริตตรงไปถึงขนาดเป็นบัญชีรุนแรงถึงขนาดวิวาทะแล้ว ก็ไม่เอาแล้วเอาเลยไปขนาดนั้นแล้วไม่ไหวแล้วมโนเราก็แย่เราทำนี่เราก็ร้อนแรงๆเราก็ร้อนก็เหนื่อยมากเป็นวิมานนะอันแรงเหมือนกันลำบากเหมือนกันตรงนั้นน่ะขืนเกินแล้วเราก็ไม่เอาก็ต้องตัดผมก่อนวางกันก่อนไม่ต้องเข้าใจถึงจุดนี้ได้แต่ที่นี่หันมาดูเพิ่มมาหาทัศนะสูตรเข้าไปอีกพยายามเรียนรู้เพิ่มอีกเมื่อวานนี้อธิบายถึงการสร้างเป็นแบบรูปประธรรมต่างไปแล้วแล้วก็พยายามแยกแยะให้เป็นนามธรรมหรือเป็นบุคลิกฐานทำอธิษฐานให้ลงกันมันต้องรวมกันทั้งหมดมันรวมกันพูดได้รู้ได้เข้าใจ สายไม่ขัดกันหรอกมันเป็นไปโดยภาษาก็บอกปริยัตินิรุตติมันก็ลงกันดูก็ได้อานนท์ลำดับนั้นเจ้าพระเจ้ามหาสุทธิชัยสัตย์ชื่อทำมาบอกกรณีไว้เบื้องหน้าธรรมศาสตร์ดูกะระอานนท์พระเจ้ามหาศาสดาได้ทรงสร้างสระชื่อบทธรรมโบกขรณีไว้เบื้องหน้าธรรมศาสตร์โดยธรรมโฆษณ์บูรพาและทิศประจิม 1 โยชน์โดยกว้างด้านธุรกิจอุดรและทิศทักษิณซึ่งยอดอาจไปแล้วนี่มันไม่ใช่ 1 ยอดโดยกว้างทิศอุดรและทิศทักษิณกึ่งโยชน์ทำเบิกกรณีก่อด้วยอิฐ 4 ชนิดจิตชนิด โอนแล้วได้ทองชนิดหนึ่งล้วนแล้วได้เงินชนิดหนึ่งแล้ว 1 แก้วไพฑูรย์ชนิดหนึ่งแล้วเนื่องจากผลึกนี่ก็เป็นบุคลิกฐานธรรมอธิษฐานก็คือธรรมแม้แต่สบู่ธรรมะโบกขรณีธรรมะบอกกรณีคือสระนี้ชื่อธรรมะโบกขรณีด้วยประสาทก็ชื่อทำมาตราทราบว่าชื่อธรรมะโบกขรณีอ้าวเพราะฉะนั้นจะเข้าใจได้อย่างทีเดียวว่าทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ยก็เป็นแต่เพียงบุคลิกฐานไว้แม้จะเป็นสถานที่ให้ความร่มเย็นแบบธาตุดินเป็นปราสาทหรือเป็นประสาทเป็นตัวรูปชัดๆที่เป็นธาตุดินแท้ River ปราสาทได้ที่อาศัยอยู่โดยกลุ่มโดยก้อนก็เป็นธรรมะธาตุดินเป็นธรรมะธาตุน้ำแม้จะเป็นสระเป็นสระเป็นสระหรือเป็นสิ่งที่ออกมาจากพยัญชนะพยัญชนะเป็นตัวแข็งสระเป็นตัวประกอบแม้จะเป็นมาเป็นสระหรือเป็นสระก็เป็นสัตว์ที่ประกอบไปด้วยเย็นความเย็นประกอบไปด้วยสิ่งที่เหลวที่ไหลเป็นธาตุน้ำแม้จะเป็นธาตุน้ำจะสร้างก็เป็นสร้างธาตุน้ำที่เป็นธรรมธาตุน้ำที่อยู่ยันอีกเป็นธรรมะอีกมีจุดเดียวกันอีกและสร้าง รูปก็สั่งให้เอิกเกริกครื้นเครงอย่าให้มีอิฐทองอิฐเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive