170327 อรหันต์-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ถ้าวันนี้จะพูดถึงเรื่องที่กรอกยาเรียกว่าออกจะไม่มีใครพูดกันหรอกแต่ว่าจะพูดคือเรื่องของอรหันต์เรื่องของอาหารแต่ที่จริงอรหันต์นั้นมีอยู่เต็มโลกแม้ท่านก็เคยเป็นอรหันต์เชื่อหรือไม่เข้าใจแจ่มแจ้งเรื่องราวตามหัวข้อที่ได้พูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ที่จริงหัวข้อที่จะพูดทั้งหมดนี้ถ้าจะพูดกันเต็มก็จะพูดว่าอรหันต์นั้นมีอยู่เต็มโลกแม้ท่านก็เคยเป็นอรหันต์เชื่อหรือไม่ชื่อหัวข้อทั้งหมดแล้วกว่าจะพูดได้ ทั้งหมดนั้นก็จะต้องทำความเข้าใจความแท้จริงต่างๆตามไปตามลำดับกันซะก่อนมีไม่งั้นแล้วมันก็จะผู้อ่านจะต้องหาว่าไอ้ที่พูดนี้จะพูดเล่นแน่ๆแต่ก็ขอยืนยันอย่างแท้จริงว่าไม่ได้กล่าวเล่นๆเป็นดังนั้นจริงๆในคนทุกๆคนแต่คนทุกคนไม่รู้เองต่างหากคนทุกคนไม่รู้เองต่างหากคืออะไรรู้ให้ได้อย่างถูกอย่างแท้อย่างชัดเจนด้วยไม่งั้นแล้วเราก็จะไม่รู้ว่าในโลกนี้มีอรหันต์หรือว่าที่ควรรู้ยิ่งก็คือแม้เราเองก็มีวาระเป็นอรหันต์เหมือนกันในบางโอกาส อรหันต์นั้นคนเข้าใจผิดกันมามากมายก่ายกองเดี๋ยวนี้พิษจากความหมายอันบ่งบอกถึงลักษณะถึงความแท้จริงโดยโดยมันเพี้ยนไปเพี้ยนไปเป็นสิ่งสูงเกินขนาดไปและอย่างหนึ่งแล้วก็เพี้ยนไปเป็นสิ่งที่ผิดความเป็นจริงไปเลยนั่นอีกอย่างหนึ่งเพื่อเปลี่ยนไปเป็นสิ่งสูงเกินขนาดไปนั้นก็คือว่ามีผู้เข้าใจว่าอรหันต์แต่บุคคลหรือว่าพระอรหันต์จะต้องเป็นผู้ที่สูงส่งด้วยประการทั้งปวงคำว่าสูงคำนี้ที่เขาว่าเอาไว้ที่สูงจริงๆสูงก็พูดเอาไว้ ผมส่งเหลือเกินคือยกเอาไว้เลยเลยขอบเขตที่เรียกว่าเกินถ้าบอกว่าจะมาอยู่ในร่างคนนี่เห็นท่าจะไม่เข้ามาเข้ามาอยู่ไม่ได้เขายกให้สูงงั้นแหละสูงแต่สูงยังไงสูงที่เรียกว่าสูงคำนี้เป็นไปได้แค่ไหนเขาไม่รู้นะเขาไม่รู้ผู้เข้าใจเอาเองมันไม่รู้เลยเข้าใจเข้าใจเอาเองเข้าใจว่าสูงแต่สูงอย่างนั้นแหละไม่รู้ก็น่าจะเปรียบเ
อ่านต่อ
ทียบเอาอ่ะต้องไม่ใช่คนธรรมดาคิดเอามันคงไม่ใช่คนธรรมดาก็เลยเข้าใจผิดอยู่ในใจอยู่เช่นนั้นเองว่าถ้าตราบใดคนยังมี 2 แขน 2 ขามีตามีจมูกกินข้าวเดินดินอยู่ปนๆกับคนธรรมดาๆด้วยกันอยู่ ละกอคนผู้นั้นจะเป็นอรหันต์ต่อบุคคลหาได้ไหมไหนเขาคิดอย่างนั้นจริงๆอรหันต์แต่บุคคลจะต้องแปลกไปกว่าคนจะต้องพิสดารไปกับคนแน่ๆเขาคิดอย่างนั้นพอเห็นปุ๊บจะต้องสะดุดตาหรือว่ารู้ได้ปั๊บเลยว่านี่คืออรหันต์ตัวบุคคลเขาคิดอย่างนั้นจริงๆคนแถวนี้ก็คิดอย่างนั้นแหละอาหารเห็นปุ๊บต้องสะดุดตาปั๊บต้องบอกว่ามันจะต้องพิลึกคำว่ามันไม่ใช่คนน่ะอรหันต์นี่มันคืออันนึงไม่ใช่คนเขาก็จะเอาว่าอรหันต์เป็นอะไรอันนึงเป็นพิเศษพิสดารมากมายเหลือเกินไม่ได้อยู่ในคนน่ะเขาก็คิดเกินไปอย่างนั้นหรือแม่อยู่ในคนก็พอเห็นปุ๊บก็ต้องไม่ใช่คนมันจะเป็นยังไงไม่รู้ล่ะตามแต่เขา แล้วเดี๋ยวจะรู้ว่าเขาจะนึกว่าไงบ้างแล้วเขาก็วาดไม่ออกบอกไม่ได้เหมือนกันว่าจะให้อาหารแต่บุคคลนั้นแปลกไปหรือว่าพิสดารไปยังไงเพียงแต่ในจิตสำนึกนึกว่ามีอยู่ว่าต้องแปลกต้องพิสดารเท่านั้นแต่ตัวผู้รู้สึกอย่างนั้นเองก็บอกไม่มองไม่ออกเข้าใจไม่ได้ว่ะความแปลกความพิสดารของอรหันต์แต่บุคคลน่ะจะแปลกจะพิสดารอย่างไรก็อย่าเข้าใจผิดเลยนะอรหันต์แต่บุคคลหรือว่าพระอรหันต์นั้นน่ะไม่ได้แปลกเปลี่ยนพิสดารอะไรไปจากความเป็นคนหรือไม่ได้มีร่างกายหรือว่ามีบุคลิกปกติอะไรพิสดารไปจากความเป็นคนหรอกแต่อาหารแต่บุคคลก็คือผู้มีรูปร่างหน้าตาคงเดิมเป็นคนอย่างเดิมยังไม่มีกระบังที่หน้าผากยังไม่มีชฎา ไม่มีเผือกแก้วแล้วก็จะไม่ดัดท่อ and Handsome แต่ก็จะไม่หล่อไม่สวยนะประหลาดก็จะไม่หล่อไม่สวยไม่ผุดผาดอิ่มเอิบซาบซ่าเหมือนคนผู้ยังเต็มไปด้วยกิเลสแห่งความรักรูปสวยรักรูปงามและรักรูปหล่อทันสมัยเทศน์สมาร์ทน่าถึงเป็นอันขาดจะมาอย่างนั้นไม่อย่างนั้นเด็ดขาดนั่นแหละคือความจริงนั่นคือความตรงความถูกของลักษณะอรหันต์เป็นบุคคลที่ทำเผื่อว่าจะนับว่าแปลกแปลกก็คงจะผิดจากสำนึกที่ผูกขาดคิดได้คาดคิดเอาไว้ตรงนี้เองแล้วก็เป็นมุมกลับเอาซะด้วยเพราะว่าอรหันต์ คนไม่มีความหลงแล้วในใจของท่านท่านมีร่างกายก็ย่อมไม่เหมือนไม่มีดังนั้นถ้าจะไม่มีไม่อินังขังขอบกับร่างกายว่ะอ้วนท้วนสมบูรณ์หล่อเหลาได้รูปได้ร่างอย่างไรถ้าจะไม่ๆๆไม่เอาเรื่องเอาราวจนเกินขอบเขตและจะมาอีนางทั้งขอบกับเครื่องแต่งกายว่าจะสวยจะงามจะทันสมัยหรือเหมาะสมกับสังคมสถานที่จนเกินควรหรือไม่แต่ท่านจะมีร่างกายเพียงมันทรงอยู่ได้แต่นุ่งห่มเพียงควบคุมกายกันร้อนกันหนาวกันแมลงสัตว์กัดต่อยเท่านั้นสภาพร่างกายหรือว่าสภาพที่คล้ายๆจะเห็นได้จากตาจึงจะเห็นอรหันต์แต่บุคคลได้โดยไม่ได้ผิดแผกอะไรไปจากสภาพของคนธรรมดาที่ไร้ความหล่อไร้ความ ไร้ความสง่าโอกาสไร้ความเท่ห์ไร้ความถึงซึ่งคิดว่าพอเห็นปุ๊บก็จะสะดุดตาปั๊บผิดแน่ๆนะไม่เป็นอย่างนั้นแน่ๆด้วยเหตุนี้เองจึงจะเห็นทหารเป็นบุคคลไม่ได้ง่ายๆเพราะว่าสภาพที่เห็นได้ไม่ได้สูงดังวาดไว้เช่นต้องสมบูรณ์เพียบพร้อมสง่าแต่งกายดีมีราศีหรือรัศมีมีมัดมีรัศมีจนบางทีคนที่คิดเอาไว้หรือว่าปรุงแต่งหรือว่าวาดรูปไว้มักจะวาดอย่างสวยสุดสวยแล้วก็แถมมีรังสีมีความพิเศษไปในทางที่เด่นๆแต่ทางเราแบบทางโลกีย์หรือแบบทางโลกเค้านึกคิดเอาซะด้วยความตรงกันข้ามด้วยประการดังนี้ จึงทำให้คนไม่พบอรหันต์กับบุคคลลองคิดดูให้ดีนะนี่แหละความตรงกันข้ามแบบนี้เขาไม่นึกว่าอรหันต์นี่จะเหมือนโลกง่ายๆสบายๆนี่เขาไม่คิดอ่ะเขาคิดไปในทางที่ตรงกันข้ามมันไปอีกลูกเพื่อไปอีกอย่างนึงเลยซึ่งเลยเถิดไปอีกทางนึงเลยเพราะฉะนั้นจึงเป็นการเห็นที่เห็นกลับกันเป็นความคิดที่มันมันตรงกันข้ามกันไปตรงข้ามไปมันถึงไม่พบไม่พบอรหันต์ได้ง่ายๆและไม่มีโอกาสจะได้ผ่านพบกับทหารเป็นบุคคลเป็นอันขาดถ้าเขาคิดอยู่อย่างนี้แล้วก็ยังนึกหวังหรือว่านึกว่าอย่างนี้ทั้งๆที่อาจจะได้เห็นมาแล้วหลายครั้งอาจจะเห็นอรหันต์มาแล้วตั้งหลายครั้งเพราะความสูงที่วาดไว้อย่างคนคนที่เป็นผู้ ประวัติของตัวเองนะเขาที่เขาคิดเอาเองอ่ะกับความสูงที่อรหันต์เป็นบุคคลมีอยู่ในตัวท่านนั้นมันเป็นความสูงกันคนละเรื่องคนละลักษณะมีความเข้าใจไม่ถูกไม่ตรงตามเมื่อความเข้าใจไม่ถูกไม่ตรงกันได้อย่างที่ว่านี้แล้วคนจึงจะพบเห็นว่าจะได้รู้จักอรหันต์แต่บุคคลหรือพระอรหันต์กันได้ยากเหลือเกินเนี่ยเพราะความเป็นอย่างนี้ถึงไม่ได้ไม่ได้คิดว่าไม่ได้ไม่ได้มีทางที่จะได้เจอพระอรหันต์อีกอย่างหนึ่งก็คือคนเข้าใจความเป็นอรหันต์ผิดนอกรีตนอกรอยของอรหันต์แห่งพุทธศาสนาไปเลยหาที่ตรงนอกรีตนอกร้อยนี่เราฟังดูจะได้เข้าใจคำว่าอรหันต์เพิ่มขึ้นอีกแยะ คือเข้าใจว่าอรหันต์ตัวบุคคลจะต้องเป็นคนเก่งคนมีอภินิหารเป็นคนที่สามารถเล่นแร่แปรธาตุได้เป็นผู้ที่จะแสดงคนต่างๆได้เป็นนักสะกดจิตเป็นหมอดูเป็นนักบังคับฟ้ากำหนดดินได้เป็นนักอะไรต่างๆนานาอันผิดแผกไปจากคนธรรมดาธรรมดาให้เป็นการเข้าใจผิดนอกลู่นอกทางจากเรื่องของพุทธศาสนาโดยตรงเลยแล้วก็มีมากเหลือเกินที่เข้าใจผิดไปในทำนองนี้แม้แต่นักธรรมะและที่เป็นพระสงฆ์เองเข้าใจผิดกันแบบนี้มากนึกว่าอรหันต์จะต้องมีค่าอะไรต่อใดเพราะความเป็นอรหันต์นั้นเพราะว่าความเป็นอรหันต์นั้น แต่เดิมตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าโน้นน่ะมันมีคนที่เข้าไปเรียนวิชาต่างๆนานามาจากฤาษีชีไพรต่างๆมาจากการเรียนจากอาจารย์คันทารีประมาณนาฬิกาอะไรต่างๆพวกนี้เป็นฤาษีต่างๆสอนในเรื่องเกี่ยวกับจิตแล้วก็เอาพลังจิตมาเล่นพลังจิตมันมีกำลังจริงๆเพราะฉะนั้นก็เริ่มได้ต่างๆนานาไปอิทธิวิธีแบ่งเป็นมโนมยิทธิในรูปแบบต่างๆเป็นเจโตปฏิญาณบุพเพนิวาสานุสติญาณจุตูปปาตญาณเจโตปริยญาณมีโสดทิพย์มั่งเป็นไปได้นานาประการซึ่งวิชาเหล่านั้นเป็นวิชาความรู้ทางจิตเหมือนกันและจิตสามารถเป็นได้แต่ไม่ใช่จุดจบของศาสนาพุทธหรือไม่ใช่จุดหมายของศาสนา พระพุทธเจ้าท่านชี้คำว่าอรหันต์นั้นไม่ได้ชี้ที่การได้วิชาที่กล่าวมาแล้วนะทั้งหมดไม่ได้ชี้ที่นั่นท่านชี้ที่อาสวักขยญาณความเป็นพระอรหันต์ใครจะมีอิทธิพลเก่งปานใดจะมีมโนมยิทธิเก่งสักประการใดจะมีใหญ่โตปฏิญาณรอบรู้ในเรื่องจิตลึกซึ้งได้อย่างไรก็ตามแต่อยากรู้ดินฟ้ามหาสมุทรอะไรก็ได้ก็ตามแต่ถ้าไม่มีอัศวินยาแล้วไม่ได้เป็นไม่ได้เป็นพระอรหันต์ไม่ไม่ได้เป็นแม้จะมีบุพเพสันนิวาสจะเอามาใช้ในการเจริญจะพยายามที่จะกระทำสติของ ให้มันระลึกรู้แม้จะเป็นสติที่ไม่ต้องมากต้องมาเป็นแค่อนุสติเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณบวกกับอนุสติซึ่งเป็นสติน้อยๆไม่จำเป็นจะต้องเป็นสติใหญ่ๆสติมากๆอะไรรู้ป่ะระลึกรู้มากๆใหม่ๆอะไรหรอกรู้ความเก่าความหลังที่เราไปยึดถือสายะหรือนิวาสสะเนี่ยหมายความว่าเราประยุทธ์เข้าไปเป็นที่ยังอยู่ที่เราเคยอาศัยอยู่นิเวศน์แปลว่าสถานที่อาศัยอยู่หรือนี่ว่าสักเนี่ยนี่คือเมษายนเนี่ยที่ท่านบอกอะไรประเภทธรรมดาราคาที่นี่เวสายเพราะว่าธรรมะทุกอย่างนี้ไม่ควร อภินิเวสายะแปลว่าก็คือไม่ควรที่จะไปยึดอย่างยิ่งอภิปรายว่าอย่างยิ่งนี้โดยสายะก็คือยึดเป็นที่อยู่ที่อาศัยรถยนต์ไม่ยอมให้จิตถอดถอนออกมาจากที่นั่นมีเมษายนนี้ก็ได้เหมือนกันแต่เราไม่ยึดเอาที่นั่นเป็นที่อยู่ที่ยึดที่อาศัยที่จะครองที่จะครอบอยู่ตลอดกาลเราไม่เอาเพราะงั้นถ้าผู้ใดแม้ได้บุพเพนิวาสานุสติญาณจะตายได้จุดธูปปลาตะยาที่เป็นความเกิดความดับอะไรต่ออะไรของสิ่งที่เกิดที่ดับอยู่ในโลกนี้แต่เราเองเราไม่สามารถที่จะทำอาสวะขยะยานไม่สามารถเรียนรู้จิตของเราอย่างแท้จริงจนกระทั่งรู้แม้กระทั่งอาสวะคือความที่ยึดเอาเป็นต้นอาส อาสวะตัวนั้นมันแปลว่าตนอันเป็นของตนสวัสสวาทคะตะสวากขาโตที่เราเคยท่องกันอยู่เสมอๆก็มาจากคำว่าสวะบวกอัคคะโตหรืออัคคะแปลว่าแกนแปลว่าแก่นแปลว่าเพลาแปลว่าที่กลางอันกลางสว่างแปลว่าตนเองสวากกะตะหรือสวากขาตัดธรรมจึงแปลว่าธรรมะอันเป็นแก่นกลางของตนเองของพระพุทธเจ้าที่ท่านได้เรียนรู้มาแล้วต้องเรียนรู้อะไรนักเรียนรู้กันกลางของทุกๆสิ่งทุกอย่างที่เป็นหลงกับตนสวรรคต อาศัยก็อาจจะยึดเอาอาศัยไว้ไปอาศัย R ตัวนี้เป็นคำเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีกอาหารหรืออาหารละก็ไปยึดเป็นเครื่องอยู่ที่อยู่เหมือนกับนิเวศน์นี่อาวาสอย่างเงี้ยอาวาสเมื่อกี้ก็พูดแล้วก็ไปยึดเอาไอ้นั่นไปที่อยู่นี่วาดอาวาสอาวาสวัดสระที่เป็นที่อยู่ยึดเอาไอ้นั่นเป็นที่อยู่เป็นอาวาสอาจจะย้ายประยุทธ์นอนนิ่งอยู่ที่นั่นเลยระยะแปลว่านอนหรือว่าหลับไปอยู่ตรงนั้นน่ะไปยึดเอาตรงนั้นนอนเลยเป็นอาสวะได้เป็นอาร์สยามอายุอาศัยนี่แหละเราเคยพูดกันไปที่อาศัยเป็นที่ยึดอยู่เป็นที่เราไปนอนอยู่ในวันที่อาศัยเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดไม่เข้าใจแล้วก็ไปหลงกับว่าพระอรหันต์ ต้องเป็นผู้มีฤทธิ์มีเดชต่างๆนานานั้นก็เป็นความเข้าใจผิดทางพระพุทธเจ้าท่านเอาที่อาสวะเรารู้อาสวะเป็นใหญ่ก่อนจะรู้อาสวะหรือรู้อนุสัญญาอาสวะหรืออนุสัญญานี้เราหมายถึงอันที่เป็นตนเป็นแกนของมันเลยอนุสัญญาที่ก็เป็นนิ่งอาศัยอยู่เหมือนกันอันเป็นตนเอาเป็นที่อยู่เนี่ยเอาเป็นแกนนอกนั้นมันก็มีภาระกามาสวะหรือจะมีไอ้นิสัยอนุสัยต่างๆนานาที่เป็นตั้งแต่ละเอียดๆถึงละเอียดละเอียดก็ตามซึ่งมีเยอะแยะเลยนิสัยตามมานิสัยภาวนาสายไปจนกระทั่งถึงปฏิฆานุสัยหรืออภิชาอนุสัยไปเลยทีเดียวคืออัปวิชานิสัยและอนุ อนุสัยและถ้าผู้ใดไม่ได้อาสวักขยญาณคือญาณที่ได้ปลดปล่อยได้ดับอาสวะถอนอาสวะสิ้นแล้วอันนั้นไม่ถือว่าเป็นพระอรหันต์พระผู้ใดไม่มีฤทธิ์เดชอะไรเลยมีแต่อาสวะขยะก็นับเป็นพระอรหันต์ที่ท่านเรียกว่าสุกขวิปัสสโกอรหันต์คือเป็นอรหันต์ที่ทางเดี๋ยวนี้ไปเรียนเรียนกันแล้วหาว่าเป็นอรหันต์แห้งแล้งซะด้วยนะว่าเป็นทหารที่ไม่มีอะไรเลยไม่มีที่ไม่มีดีอะไรเลยอ้าวก็ไม่มีเลยไม่มีเด็กก็ไม่เป็นไรนี่นาพระพุทธเจ้าท่านไม่เน้นเน้นอาวุธอะไรนี่ตอนนี้เราคนเดียวแต่สิ้นอาสวะขยะเป็นอาสวะหมดสิ้นได้เป็นผู้ที่รู้จิตที่เป็นอาสวะอย่างแท้จริงแล้วก็รู้ตัวอาสวะเนี่ยไม่รู้อย่างไหนอย่างไหนมีอัศวะของมันทั้งนั้นเรารู้ ดังแท้จริงแล้วก็ดับได้เอาตัวนี้ได้ก็เป็นพระอรหันต์ทุกตัวถ้าคุณรู้จักว่าของตัวไหนไม่ต้องไปสนิทคิดว่าจะต้องเป็นผู้มีฤทธิ์มีเดชเพราะเหตุดังนี้ด้วยจึงทำให้คนเดี๋ยวนี้นึกเอาสมัยนี้ไม่มีฤาษีสอนเหาะเหินเดินอากาศอะไรต่ออะไรต่างๆนานาอีกทีเป็นบุพเพสันนิวาสเป็นพรายเหมือนกันสมัยพระพุทธเจ้าเพราะเรื่องเหล่านี้จึงเลิกพักไม่ต้องเอามายุ่งแล้วไม่ต้องไปมองหาว่าพระอาจารย์จะมีหอได้ไม่ใช่สมัยพระพุทธเจ้าไม่มีเราสมัยนี้หายากหาไม่ได้แต่ตราบใดที่มีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตราบนั้นยังมีอา อธิบายมีอรหันต์อยู่มีผู้ปฏิบัติเป็นอรหันต์ได้อยู่ตลอดกาลพระพุทธเจ้าก็ยืนยันเพื่อพระเจ้าจะยืนยันเอาไว้ในมหาปรินิพพานสูตรยืนยันแน่นอนตราบใดมีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอรหันต์มีอยู่ตลอดโลกเพราะงั้นเราก็จะต้องเข้าใจให้ได้อรหันต์เป็นอย่างไรแล้วก็ต้องเห็นให้รู้เห็นให้ได้ผู้ที่หมดอายุพยายามแม้แต่ระดับอาสาฬหบูชาญาณในเรื่องต่ำๆเล็กๆน้อยๆปิดโลกต่ำๆมาเรื่อยๆก็ไม่เหลือเชื้อแม้แต่สบายก็ปิดอบายได้เป็นพระโสดาบันไม่เหลือเชื้ออาสวะของอบายไม่เหลือเชื้ออาสวะของกามคุณไม่เหลือเชื้อของปฏิกิริยาเกิดกามคุณไม่เหลือเชื้ออาสวะของโลกที่เรียกว่าโรคกระทำ ไม่หลงลาบลุงยศหลงสรรเสริญโลงศพไม่เหลือเชื้ออาสวะของสิ่งเหล่านั้นสุดท้ายไม่เหลือเชื้อแห่งอาสวะแห่งภวตัณหาจนกระทั่งรู้ละเอียดไปถึงขั้นภวาสวะรู้ว่าเอียดประโยชน์ให้ถึงภาวะการหาต่างๆที่ยังมีรูปราคะอรูปราคะจนกระทั่งมานะอุทธัจจะซึ่งจนกระทั่งหมดรอบไม่มีความสงสัยเป็นผู้ที่หมดวิชาสวะได้ผู้นั้นก็เป็นพระอรหันต์ได้แล้วแต่พระอรหันต์มาเป็นระดับโซดากับอาหารอันดับ 1 ระดับนึงโซดาปั่นเศรษฐกิจเราก็เป็น ทหารอีกระดับหนึ่งแล้วยังมีสุตะอรหันต์ยังมีอนุอรหันต์หรือว่าสุตตะพุทธะอนุพุทธะปัจเจกพุทธะสัมมาสัมพุทธัสสะที่เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกเป็นระดับระดับเข้าไปอีกที่เราจะสามารถเรียนรู้ไปตามแต่ฐานะขณะนี้เราต้องไม่ต้องไปเพ้อถึงขนาดจะเรียนรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็เรียนไปแค่สุทธิหรือพระอรหันตสาวกแค่นั้นก็พอเราเอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะเออก็ขอยืนยันว่าอรหันต์นะไม่ใช่บุคคลที่ไปลงลิฟท์หลงเดชหรือว่าหลงอะไรต่ออะไรใหญ่ๆโตๆดังกล่าวแล้วนั้นไม่ใช่เลยไม่ใช่ผู้จะต้องเป็นนักอะไรดังกว่านั้นมาหมดบุคคลผู้มีอภินิหารพิสดารเหล่านั้นไม่ใช่คนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นทหารทีเดียวไม่ได้แสดง บอกว่าเป็นเครื่องหมายของอรหันต์แต่ว่าถ้าสิ่งเหล่านั้นคือเกี่ยวกับฤทธิ์เดชอะไรต่างๆที่มันเป็นฤทธิ์ดังกล่าวแล้วจะมีในพระอรหันต์ใดขึ้นมาบ้างก็ย่อมจะมีได้เป็นได้ในธรรมดาและท่านจะไม่ยินดีแสดงอวดอ้างออกมาให้ใครเห็นซะด้วยนอกจากว่ามันเกิดเองเป็นเองตามวาระตามสภาพซึ่งนานๆก็จะมีจะเกิดสักครั้งหรืออาจจะไม่มีไม่เกิดเลยสักครั้งตราบจนท่านปรินิพพานไปเลยก็เป็นได้ไม่ใช่ว่าจะต้องเกิดต้องมีต้องทำสิ่งเหล่านั้นทุกวันทุกชั่วโมงตามที่คนต้องการหรือแม้แต่คนไม่ต้องการก็ยังอวดอย่างนั้นไม่ใช่จึงต้องขอปรับความเข้าใจกันไปขั้นต้นซะก่อนวันนี้ ที่ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องอวดต้องแสดงแม้มีแล้วก็ไม่แสดงนอกจากไม่แสดงแล้วพระพุทธเจ้าห้ามไม่ให้แสดงอีกด้วยห้ามด้วยนะไม่ใช่ว่ามาให้แสดงด้วยนะเพราะว่าไม่ใช่มานั่งอวดแสดงฤทธิ์เดชอะไรต่ออะไรกันอยู่ทุกชั่วโมงนี่ไม่ใช่แต่อวดอาสวะขยะทุกชั่วโมงทุกวินาทีที่อวดเข้าไปถ้ามีอาแต่ว่าพยายามปวดทีเดียวหมดทีเดียวแต่ไอ้เรื่องนอกนั้นเป็นเรื่องประกอบเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องอวดต้องแสดงจริงๆนะนี่ก็ต้องกำจัดประชาเรื่องนี้ซะก่อนถ้าอย่างนั้นอรหันต์คืออะไรเอ่ยถ้าอย่างนั้นอรหันต์คืออะไรเอ่ยพระอรหันต์ถ้าพูดกันโดยสรรพกรก็คือผู้ทำนิพพานธรรมนิโรธหรือว่าทำความดับให้แก่ตนเองได้โดยตั้งใจอย่าลืมคำว่าได้โดยตั้ง เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีกรรมเป็นเจตนาหรือมีเจตนาเป็นกรรมเจตนาคำนี้แปลว่าตั้งใจมีจิตเจตนาวิจิตรมีเจตนาเข้าไปตั้งใจทำนั่นคือความหมายของอรหันต์แท้ๆตรงๆไม่ใช่ว่ามันเป็นนิพพานเป็นนิโรธหรือมีความดับมันไม่รู้มันอะไรต่ออะไรเป็นเองเกิดเองไม่ใช่อันนั้นยังไม่ใช่ทีเดียวนะเอ้าก็จะมียังมีความละเอียดอื่นๆอีกว่าลักษณะของคำว่าอรหันต์จะมีอะไรบ้างอันนี้ก็มุมนึงซะก่อนขณะใดคนผู้ใดทำตนเองให้อยู่ในสภาวะดับหรืออยู่ในสภาวะนิพพานหรือนิโรธ นั้นคนผู้นั้นก็เป็นพระอรหันต์หรือเป็นอรหันต์กับบุคคลเต็มที่ฟังให้ดีนะคณะใดคนผู้ใดทำตนเองให้อยู่ในสภาวะดับหรืออยู่ในสภาวะนิพพานหรือนิโรธขณะนั้นคนผู้นั้นก็เป็นพระอรหันต์หรือเป็นอรหันต์กับบุคคลได้เต็มที่คำว่านิพพานเดี๋ยวนิโรธหรือดับนี้ไม่ได้ดับที่เรียกว่าข้างนอกแต่ถ้าดับข้างในนิโรธหรือนิพพานหรือดับดับที่จิตจิตจิตจิตจิตมันไม่มีการกระเพื่อมไหวณกรรมปกติเคยพูดเสมอติดตั้งสติจิตไม่มีการไหวแล้วไม่หวั่นไหวแล้วไม่กระเทือนแล้วไม่เอียงไปข้างโลกไม่เอียงไปข้างข้างโทรศัพท์ อาการโลภะโทสะไม่มีนอกจากไม่มีโลภะโทสะแล้วยังไม่มีโมหะไม่มืดมัวหลงใหลไม่เห็นชัดดูชัดมีปัญญารู้แจ้งเรียกว่ามีญาณสัมปยุตมีปัญญาเข้าประกอบพร้อมอยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอด้วยถึงเรียกว่ารู้อยู่เห็นอยู่ดับอย่างรู้ไม่ใช่ดับอย่างไม่รู้เพราะฉะนั้นคำว่านิโรธคำนี้จึงไม่ใช่คำว่าดับเข้าไปทำนิโรธสมาบัติหลับตาปิ๊งเป็นอสัญญีสัตว์อย่างนี้อย่างนั้นไม่ใช่ลักษณะนิพพานของพระพุทธเจ้าไม่รู้อะไรเลยขาดญาณสัมประสิทธิ์ไม่ได้เจ็บตัวนั้นต้องมีญาณสัมประสิทธิ์การประกอบอยู่เสมอจิตดวงที่ว่าจิตดวงที่เป็นของพระอรหันต์เป็นกิริยาจิตเนี่ยจะต้องมีดวงที่รู้อยู่เสมอ จะเกิดดวงที่ว่าเอาขนาดมีอนุโมทนาน้อยๆมีปิติน้อยๆที่เรียกว่าสุขหรือโสมนัสน้อยๆเรียกว่าโสมนัสสหัสขันธ์มีปนๆอยู่ๆนิดๆอาจจะเป็นปนๆด้วยประเภทที่เรียกว่ายังยินดีอะไรน้อยๆยังมีการยิ้มแย้มเป็น 50 ตกปลาถ้าจิตตังคือจิตที่ยังมีอาการยิ้มแย้มตอบรับอยู่นิดหน่อยของพระอรหันต์พระพุทธเจ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หน้าตาเป็นบึ้งตึงเข่งใครพูดอะไรก็เป็นหุ่นหรือไม่ใช่ท่านมีท่านมีลักษณะอาการยิ้มรับยิ้มตอบมีการอาการต่างๆที่แสดงความอนุโมทนาคือแสดงความยินดีในน้อยๆปิติน้อยๆแต่ว่าท่านก็รู้อาการปิตินั้นคือโรคคือสมมติคืออุปกิเลสตัวนึง กันแต่ว่าท่านเองท่านมีนั่นท่านไม่ได้ติดอันนั้นแต่ถ้าทำวันนั้นเพื่อสมมุติจิตของท่านไม่มีหรอกที่จริงแต่ลักษณะนั้นท่านมีอยู่ที่ตัวของท่านเท่านั้นเองเพราะงั้นนิโรธจริงๆแล้วของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่านิโรธอริยสัจต้องมีคนกลับหางไว้ด้วยนะว่านิโรธอริยสัจไม่ใช่นิโรธสมาบัติหรือนิโรธจากโลกโลกเดี๋ยวนี้นิโรธเข้าใจกันฟุ่มเฟือยมากไปนะถ้าเป็นนิโรธอริยสัจของพระพุทธเจ้าแล้วจะต้องประกอบไปด้วยจิตที่มีญาณสัมปยุตมีปัญญารู้พร้อมจิตไม่ใช่ดับมืดไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยไม่ใช่แต่รู้ชัดเจนเป็นจิตผ่องใสเป็นจิตสัมผัสตรังจิตตังแล้วเรียกว่าประภัสรามิตรทาง เป็นจิตที่ประภัสสรส่องสว่างไสวรู้อยู่เห็นอยู่เข้าใจยังไม่คลุมเครือเป็นพุทธะหรือพุทโธเป็นจิตที่แจ่มใสเบิกบานโปร่งสว่างอยู่ไม่ใช่ติดดาบไม่ใช่จิตดับไป 70 ฟุตโทรพุทธสว่างแจ่มใสตื่นอยู่ไม่ใช่ดับด้วยไม่ใช่หลับด้วยพุทธะตัวนี้ไม่ได้เคยแปลว่าหลับแล้วไม่หลับไม่ใช่หลับไม่จะดับดับอะไรทีนี้ดับอะไรที่นี่บอกว่าไม่ใช่ดาวพระจิตที่ไม่ใช่ดวงดับรู้อยู่แต่ดับจากโลกที่เรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่จะเอามาคลุกคลีหรือว่าเอามาทำให้มีอำนาจเหนือเราไม่ได้เช่นอาการหรือว่าเรื่องราวของอบายมุขต่างๆ ข่าวของโลกธรรมลาภยศสรรเสริญต่างๆเรื่องราวของกามคุณต่างๆเนี่ยสัมผัสทางหูตาจมูกลิ้นกายก็ไม่มีฤทธิ์ไม่มีฤทธิ์สามารถที่จะมาทำให้แก่เราให้เราเองนี่แย่ลงไปไม่ใช่ดับสิ่งเหล่านี้ได้เพราะฉะนั้นจะพูดแล้วเมื่อกี้นี้ว่าพระโสดาบันก็เป็นอรหันต์ชั้น 1 ชั้นอรหันต์แค่โสดาคือมีอรหัตผลและจิตมีโลกุตตรจิตโลกุตตรจิตมันมีตั้ง 8 ดวงมีโรคจิตแล้วเป็นเนื้อคู่เหนือโลกแล้วมีอรหัตผลและจิตแล้วจิตที่ดับมาเป็นชั้นๆๆๆพอรู้ทางเป็นปัญญาก็เรียกว่าปัญญาวิมุติรู้ด้วยปัญญาแจ้งชัดเข้าใจไม่ผิดทางแน่อาจจะดับอันนี้และจิตของเราดูแล้วเจ็บตัวนี้มันเป็นอันนี้เองจิตที่มันจะไปติดอยู่เนี่ยเล่นไพ่สูบ สรุปไปกินกัญชาสูบอะไรกินเกี่ยวข้องกับลูกผู้หญิงผู้ชายอย่างหนักเกินไปหรือว่าติดในเรื่องแต่อบายมุขต่างๆนานาเนี่ยรู้จิตตัวนี้มันยังไปเนี่ยดูที่คนคนนี้เขายังติดอยู่ในอบายก็เป็นมิตรชั่วแต่เราก็ยังอุตส่าห์รักที่จะไปคบกับเขาจนเกินขอบเขตและก็จะให้เขาดูไปแล้วพรุ่งนี้ก็รู้นะจะต้องไปเที่ยวกลางคืนจะต้องอะไรพวกนี้แม้แต่เกลียดคร้านท่านก็รู้จิตใจเป็นอย่างไรรู้ชัดๆเลยไอ้พวกอบายต่างๆพวกนี้รู้สึกขี้เกียจคร้านของตัวเองชัดๆก็ไม่อยากทำไอ้โน่นไอ้นี่ไม่ได้ไอ้จิตตัวนี้มันขณะที่รู้จิตตัวเองว่าตัวเองนี่ขนาดนี้กำลัง 7 คันไม่ปฏิเสธตัวเองขณะนั้นเรียกว่ามักแล้วก็รู้แล้วเป็นทางแล้วแต่ยังไม่เป็นพระโสดาบันแท้ สุดาพันธุ์แท้ต้องมีทั้งมัดทั้งฝนพร้อมบรรลุฝนตกที่เรียกว่าดับตัวนี้ได้ดับจิตตัวที่รู้ว่ามันเลวมันชั่วมันชั่วชั่วโดยที่เราเอาสูตรของอบายมาเทียบง่ายๆแล้วเราจะได้ปิดสบายเรารู้อย่างนี้จะชัดตรงนั้นเราไม่เป็นคนขี้เกียจสันหลังยาวก็ไม่เป็นก็ไม่เชื่อก็ไม่เป็นท่องเที่ยวในเวลากลางคืนก็ไม่เป็นติดการละเล่นกะลาหัวการระเม็งละครการละเล่นอะไรก็ตามแต่เทคนิคการที่เราเล่นไม่ใช่การจริงอ่ะไม่ใช่การและจริงแต่เป็นการละเล่นอะไรเนี่ยไม่ติดไม่ยึดอะไรพวกนี้ได้ติดร่อนจริงๆเรื่องผู้หญิงผู้ชายก็ไม่มากไม่มายอะไรอย่างเก่งก็ผัวเดียวเมียเดียวแล้วก็ไม่ได้บาปถึงขนาดที่เราเรียกว่าบ้าผู้หญิงผู้ชายหรือก็ท่านเรียกว่านักเลงผู้หญิงผู้ชายไม่เลิกการพนันขันต่อเรื่องเกี่ยวกับของเสพติดอะไรก็ไม่ รู้จิตชัดๆเอาเข้าที่จิตนะฟังให้ดีนะอย่าไปพูดถึงว่าไปรู้แต่ภาษาแล้วก็ไม่รู้คนอื่นอยู่ไม่ใช่นะจิตของเราเองอ่ะจิตของเรานี่ยังติดไอ้นี่อยู่เครื่องเสียงติดอย่างนี้รู้แล้วก็ยังรู้อยู่ถ้าจิตจะไปวันไหนเรื่องผู้หญิงผู้ชายมากเกินไปอย่างนี้ก็รู้อยู่มากเกินไปต้องผู้หญิงผู้ชายที่จริงมันยังไม่หมดก็จะมีอารมณ์นิดๆก็ไม่เป็นไรนะโสดาบันก็ดิชั้นของตัวเองต้องรู้เอกภาพรู้ขนาดรู้รอบของโสดาบันก็เท่านั้นจะเอาโซดาเราไปตีเป๊ะเหมือนพระอรหันต์เลยแหมเรื่องผู้หญิงผู้ชายไม่มีอารมณ์เลยสักนิดนึงไม่ได้อย่าว่าอารมณ์เลยโสดาบันนี้มีเมียยังได้มีผัวยังได้เลยไม่ใช่ว่าโสดาบันมีผัวมีเมียไม่ได้เมื่อไหร่มีได้โสดาบันนางวิสาขายังมีผัวเลยลูกต้องเป็นของเลยมีลูกมากมายด้วยไม่เป็นไรอย่าเป็นนักเลงหรือเป็นคนที่เรียกว่ามากมายจน เดี๋ยวจะโกนหน้าจะเกินควรน่ะมันจนกระทั่งทำให้ตัวเองเดือดร้อนตัวเองทุกข์เพราะใจขนาดนะไม่งั้นเราไม่รู้เอกภาพไม่รู้เลยว่าเราจะเอาขนาดไหนตีราคาขนาดไหนว่าเลิกการก็ตามเรื่องเมถุนผู้หญิงผู้ชายก็ตามแต่เอาให้บริสุทธิ์ไหมเป็นพระโสดาบันจะต้องบริสุทธิ์หมดเลยไม่เหลือเชื้อเลยเพราะโสดาบันก็ไม่เหลือเชื้อโรคผู้หญิงผู้ชายก็ไม่เหลือเชื้อเลยไม่ได้ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกไม่ถึงสักทีก็ยังไม่หมดเลยทีเดียวก็ได้แต่ว่าอย่างอื่นเปอร์เซ็นต์นับแล้วว่าเป็นเป็นได้ก็ไม่เป็นไรอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นโซดาจะมีทางรู้ขนาดตามระดับไปอย่างแท้จริงเป็นกามราคะในรูปรถเสียสัมผัสถ้าเราไม่รู้เราตีราคาหรือว่าจัดเก็บกับภาพของแต่ละรอบไม่ได้เมื่อแต่ละรอบของเอกภาพของแต่ละรอบเราก็ไม่รู้ว่าโสดาบันจะแบ่งออกมาแค่ไหนแต่ที่พาออกมาแค่ไหนธนาคารออก แต่ในอรหันต์ออกมาแค่ไหนก็แบ่งไม่ได้เมื่อแบงค์ไม่ได้ก็เป็นผู้ไม่รู้จักสมณะ 4 เหล่าเต็มไปหมดเลยนึกว่าอรหันต์หมดเลยจริงพูดแล้วเมื่อกี้ว่าเป็นอรหันต์หมดเลยโซดาก็เป็นอรหันต์ศศิธาก็เป็นทหารธนาคารก็เป็นทหารพระสงฆ์จากพระอรหันต์เองก็เป็นอรหันต์แต่อรหันต์ต้องมีระดับอีกอย่างที่ว่านี่สอนพูดสอนกันไปให้เข้าใจภาษาอย่าไปติดภาษาอรหันต์แต่ละระดับจัดเอกภาพได้อาจจัดเอกภาพของแต่ละความจริงแต่ละระดับของขนาดที่จะเป็นพระที่สุดอรหันต์หมายความพอดีความเหมาะสมเป็นที่สุดเป็นที่สุดของความหมายที่แค่ว่าโสดาบันบุคคลโสดาบันบุคคลสกรีนราคามีบุคคล นาคามีบุคคลหรือเป็นที่สุดเลยเกินแล้วดับอนาคามีได้ด้วยก็เป็นที่สุดขึ้นไปเรื่อยๆอันนั้นเลิกพูดเราจะไม่พูดกันให้ผมฟูฟุ่มเฟือยไปจนกระทั่งถึงอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ขอร้องกันทีนะเราจะไม่พูดกันจะไม่กล่าวกันมากมายเกินไปเพราะว่าแค่นี้เราก็จะต้องรู้สภาวะคำว่าอะไรอันตรายที่มีความเหมาะสมความพอดีที่เข้าใจด้วยปัญญาญาณีสัจจานนท์ยานอนุโลมได้ตามที่เรารู้ด้วยปัญญาอย่างแท้จริงเพราะเรารู้โสดาบันของตัวเราเราก็รู้คนอื่นแล้วเราก็จะเข้าใจได้ว่าเออเราโสดาบันแล้วเราจะอนุโลมและปฏิโลมกับคนอื่นยังไม่เป็นปุถุชนอยู่เราก็จะอนุโลมกับเขาก็จะอนุโลมให้แก่โสดาบันธนาคารก็จะอรุณโลมให้แก่ สกิทาโสดาและปุถุชนอรหันต์ก็จะอนุโลมให้หมดทุกคนเพราะว่าพระพุทธเจ้าอนุโลมให้แม้แต่อรหันต์ที่ทะเลาะกันเองนะถ้าการอนุโลมให้แม้แต่อรหันต์ที่ทะเลาะกันเองไปหาท่านเสมอและปัญหากันไม่ลงกันแล้วไปหาท่านเสมอท่านก็อนุโลมให้เอาแค่ไหนก็อรหันต์ทั้งหลายเยอะแยะไปสากับฉากกันแล้วก็เดี๋ยวไม่ได้แล้วไปหาพระพุทธเจ้าข้าไม่ใช่ว่าเป็นใ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive