Chapter 1.pdf

โฟลเดอร์67 นางจิรนันท์ ทับเนียม รูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์322 KB
วันที่แก้ไข1 มกราคม 2523

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา โลกในศตวรรษที่ 21 ประเด็นความมั่นคงทางด้านอาหาร (Food Security) ซึ่งประกอบด้วย ความพอเพียงทางอาหาร (Food Availability) การเข้าถึงอาหาร (Food Access) การใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) และการมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) โดยเฉพาะ ความพอเพียงทางอาหาร หมายถึง การมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพที่เหมาะสม ทั้งจากการผลิตภายในประเทศ และ/หรือการน าเข้า (รวมถึงความช่วยเหลือด้านอาหาร) บุคคลต้องเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอตลอดเวลา ไม่มีความเสี่ยงในการเข้าถึงอาหารเมื่อเกิด ความขาดแคลนขึ้นมาอย่างกะทันหัน (นนทกานต์ จันทร์อ่อน, 2557 อ้างถึงใน Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO), 2006) เช่น การเกิดภาวะวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการระบาดในปลายปี พ.ศ. 2562 กระทั่งถึงปี พ.ศ. 2565 ท าให้เกิดผลกระทบเป็น วงกว้างทั่วโลก แม้กระทั่งเสถียรภาพด้านอาหารที่หลายฝ่ายต่างมีข้อวิตกกังวล ทั้งนี้ประเด็น ความมั่นคงทางอาหารเป็นสิ่งที่ประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกต่างมีข้อกังวล และได้พยายามหาแนวทางในการป้องกันรวมถึงการแก้ปัญหาที่ก าลังประสบอยู่ในหลายประเทศ เพราะนัยของ ความมั่นคงทางอาหารคือ ความพอเพียงของการมีอาหารส าหรับการบริโภคได้ตลอดปี จากรายงานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture of the United Nation: FAO) พบว่า ในปี พ.ศ. 2562 จ านวนผู้หิวโหยในโลกก าลังเพิ่มขึ้น โดยมีจ านวนถึงมากกว่า 820 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2561 (หนึ่งในทุก ๆ 9 คน) เพิ่มขึ้นจาก 812 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2560 (Boliko, 2019) ขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติ (United Nation, UN) ระบุว่า ประชากรโลกราว 720 - 811 ล้านคน ก าลังประสบปัญหา

อ่านต่อ

ภาวะอดอยาก เผชิญหน้ากับความหิวโหย ซึ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมาราว 161 ล้านคน ขณะที่ประชากรโลกกว่า 2.3 พันล้านคน หรือคิดเป็นราว ร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดทั่วโลกประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารที่เพียงพอตลอดทั้งปี เป็นภาวะความขาดแคลนอาหารที่เกิดขึ้นอย่างน่าวิตกกังวล (ณรงค์กร มโนจันทร์เพ็ญ, 2563) 2 ขณะเดียวกันในรายงานผลกระทบจากภาวะวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งในด้านการขนส่ง ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหาร และรายได้ของประชากร องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) คาดการณ์ว่า จะท าให้จ านวนประชากรโลกที่ขาดสารอาหารเพิ่มขึ้นที่ราว 83-132 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ทางธนาคารโลกคาดว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะท าให้ประชากรโลกประมาณ 88-115 ล้านคน เข้าสู่ความยากจนขั้นรุนแรง (Extreme Poverty) ในปี พ.ศ. 2563 และเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านคน ภายในปี พ.ศ. 2564 ส่งผลให้ความยากจนขั้นรุนแรงทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี (ปางอุบล อ านวยสิทธิ์, 2564) ทั้งนี้รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่วนรายงานข้อมูลจากส านักเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในปี พ.ศ. 2563 ผลกระทบจากโควิด-19 ต่อความพอเพียงทางอาหารและการเข้าถึงทางอาหารต่อประเทศไทยยังมีผลกระทบไม่มาก ก าลังการผลิตอาหารสินค้าเกษตรของประเทศมีเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ แต่ประสบปัญหาทางการขนส่งและการผ่านแดน ต้องใช้เวลาในการขนส่งนานขึ้น ท าให้สินค้าตกค้างหรืออาหารเน่าเสีย (ศุจีรัตน์ สิทธิโรจน์ และชญามาส วิชัยดิษฐ, 2563) ซึ่งเป็นประเด็นการมีเสถียรภาพด้านอาหารและเกิดความเสี่ยงจากวิกฤตที่เกิดขึ้น ความพอเพียงทางอาหารของเศรษฐกิจทุนนิยมอยู่บนฐานของค าว่า “เพียงพอ” คือ ความมั่นคงทางอาหารที่สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอได้ ใช้ประโชน์จากอาหารที่เพียงพอได้ และมีเสถียรภาพจาการมีอาหารเพียงพอ แต่ในความหมายบางประเด็น ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคหรือเกษตรกรในประเทศ ความเพียงพอของอาหาร คือ การส่งเสริมให้มีการปลูกให้ได้จ านวนมาก ๆ ปลูกหลาย ๆ รอบ เน้นการเปิดการค้าเสรี มีองค์กรระดับโลก เช่น ธนาคารโลก องค์การการค้าโลก เป็นผู้ส่งเสริมการค้าเสรี ส่งเสริมการผลิตเพื่อส่งออก และสนับสนุนกลุ่มเงินทุน เพื่อผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มเงินทุน ท าให้มีการน าเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และสารเคมีทางการเกษตรมาใช้ และการตัดต่อพันธุกรรม (GMO) โดยห้ามภาครัฐแทรกแซง ท าให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เป็นสถานการณ์ยุคที่อาหารไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกร แต่อยู่ในมือนายทุน ทั้งทุนทางเคมี ทุนเมล็ดพันธุ์ ทุนเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงเจ้าของที่ดิน (วีระ หวังสัจจะโชค, 2559) ทั้งนี้ เนื่องด้วยปัญหาทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้เกิดจากคนที่ไม่รู้จักค าว่า “พอ” หรือ “ไม่พอ” หรือ พอเพียงระดับไหนที่พอดีและไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น พระราชด ารัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2541 “ค าว่า พอ ก็พอเพียง คนเราถ้าพอในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด ท าอะไรก็ต้องพอเพียง พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข...” 3 ขณะเดียวกันมหาตมะ คานธี รัฐบุรุษของโลก กล่าวถึง การไม่รู้จักประมาณ การได้ไม่รู้จักพอเพียงไว้ว่า “ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกทั้งหมด เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งโลก แต่ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงคนที่มีความโลภเพียงคนเดียว” (ธนวัฒน์ ศรีลา, 2561) สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและปรัชญาของส านักประโยชน์นิยมในเรื่อง “การลดความต้องการส่วนเกินความพอเพียงในชีวิตให้น้อยลง เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่มากที่สุด” อาจไม่ใช่ในรูปแบบทรัพย์สินเงินทอง แต่แบ่งปันเวลา แรงงาน และสติปัญญา เพื่อท างานจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น (สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง, 2567) เช่นเดียวกับผู้น าชุมชนมังสวิรัติวิถีธรรมที่ภูผาฟ้าน ้า ได้พูดถึงความพอเพียงในหนังสือ คนพอเพียง ไว้ว่า “คนพอเพียงเลี้ยงชีพด้วยการให้ แบ่งปัน เสียสละ ชีวิตที่มั่นคง มีคุณค่า และผาสุกที่สุดในโลก” (ใจเพชร กล้าจน, 2555) ซึ่งเป็นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชด าริ “เป็นทางสายกลาง ไม่สุดโต่ง ไม่ย่อหย่อน หรือไม่ตึงเกินไป ให้พออยู่พอกินในการด ารงชีพ” ในความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจ าเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่ง (มูลนิธิชัยพัฒนา, 2567) และการลดสิ่งที่เกินจ าเป็นในชีวิตโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ผลสุดท้ายคือ ความสบายกายและใจ (ภูสิทธ์ ภูค าชะโนด, 2563) จะเห็นได้ว่า ความพอเพียง คือ ความเป็นผู้ไม่มีความโลภ พอมีพอกิน สันโดษ ยินดีมักน้อยอย่างพอประมาณ มีเหตุผล เกิดภูมิคุ้มกันพร้อมปรับเปลี่ยนกับทุกสถานการณ์ ด้วยสิ่งที่จ าเป็นในการยังชีพที่น้อย หาได้ง่าย และไม่มีโทษ ไม่เบียดเบียนตนเอง เป็นการปฏิบัติเพื่อ การพ้นทุกข์นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มที่เลือกรับประทานอาหารมังสวิรัติโดยมีเหตุผลของการเลือกที่ค่อนข้างชัดเจนและมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ โดยมีความเชื่อว่า ชีวิตที่พอเพียงมั่นคงที่สุด คือชีวิตที่สามารถผลิตอาหารได้เองและใช้อาหารผักพืชสมุนไพรให้เป็นอาหารที่สามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพ (ใจเพชร กล้าจน และจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม, 2562) กระทั่งเรียกชื่อกลุ่มของตนเองว่า กลุ่มแพทย์วิถีธรรม เป็นกลุ่มอโศกทางด้านการแพทย์ทางเลือก ที่ขับเคลื่อนกับสังคมใน ภาคประชาชน โดยใช้หลักธรรมในการด าเนินชีวิต เรียบง่าย พึ่งตน ปรับสมดุลร่างกายด้วยอาหารมังสวิรัติที่มีการปรุงน้อย ออกก าลังกาย สร้างแหล่งอาหารท ากสิกรรมไร้สารพิษ มีการเผยแพร่ให้ความรู้ท ากิจกรรมอบรมการดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรมให้กับประชาชนทั่วไป ที่สนใจ (ใจเพชร กล้าจน และคณะจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม, 2564) ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก ทั้งสถานการณ์ความเสี่ยงต่อความไม่พอเพียงทางอาหารและทางสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปรากฏการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 4 ที่เริ่มสร้างปัญหาให้กับประชากรโลกตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2562 กระทั่งถึงปี พ.ศ. 2565 ในหลายพื้นที่ประสบปัญหาความไม่พอเพียงทางอาหารด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการหยุดชะงักของระบบขนส่งท าให้การกระจายอาหารไปถึงผู้บริโภคไม่ทั่วถึง (Xames et al., 2022) ในขณะที่กิจกรรมของกลุ่มแพทย์วิถีธรรมเป็นตัวอย่างแนวทางการพึ่งตน เรียบง่าย ประหยัด พึ่งตนได้ ใช้ทรัพยากรในพื้นที่ พึ่งปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด ทั้งด้านการดูแลสุขภาพและกระบวนการสร้างความพอเพียงด้านอาหาร ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการพึ่งตนเอง ทางชุมชนยังสามารถด าเนินกิจกรรมภายในได้ตามปกติ มีอาหารที่เพียงพอต่อการบริโภคได้ตลอดปี และสมาชิกทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างพอเพียง สรุปได้ว่า ความพอเพียงจึงมีความหมายใน 2 มิติ คือความพอเพียงแบบสากล คือ ผลิตให้พอกับความต้องการ (Supply Meet Demand) ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความไม่พอเพียงกับทางเกษตรกรรายย่อยของผู้บริโภคในประเทศก าลังพัฒนา ในอีกมิติหนึ่งโดยผู้บริโภคลดความต้องการ ความอยากอย่างมีเหตุผล (Demand Meet Supply) ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาชุมชนภูผาฟ้าน ้า ซึ่งเป็นชุมที่เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในวิถีการด าเนินชีวิตกับการน้อมน าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ด้วยแนวคิดในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความพอเพียงทางอาหารในมิติด้านการมีอาหารเพียงพอ รวมถึงลักษณะของการผลิตอาหารให้มีปริมาณที่พอเพียงต่อการบริโภคตลอดทั้งปีอย่างไร มีปัจจัยทางด้านสังคมของการอยู่ร่วมกันอย่างไร ที่เอื้อต่อความพอเพียงทางอาหาร รวมทั้ง มีแนวทางอย่างไร ส าหรับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อความพอเพียงทางอาหารของชุมชน เพื่อพัฒนาความพอเพียงทางอาหารและเกิดความยั่งยืนได้อย่างไร ให้สามารถรองรับต่อ การเกิดภาวะวิกฤตต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ปัญหา การระบาดของโรค ปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดการณ์ เช่น สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติ ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในการควบคุมความพอเพียงด้านอุปทาน (Sufficiency Supply Control) การผลิตอาหาร และการควบคุมความพอเพียงด้านอุปสงค์ (Sufficiency Demand Control) การบริโภคอาหาร 2. เพื่อพัฒนารูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 5 3. เพื่อประเมินรูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิจัย 1. ท าให้ทราบถึงความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติ ภายใต้สถานการณ์ระบาดของ โควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในการควบคุมความพอเพียง ด้านอุปทานการผลิตอาหาร และการควบคุมความพอเพียงด้านอุปสงค์การบริโภคอาหาร 2. ท าให้ทราบถึงรูปแบบและแนวทางการพัฒนารูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติที่มีการน้อมน าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ 3. ชุมชนต่าง ๆ องค์กร หรือหน่วยงานต่าง ๆ สามารถน าเอารูปแบบความพอเพียง ทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแนวทางในการศึกษาและพัฒนา ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษา พัฒนา และประเมิน รูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยก าหนดขอบเขตด้านประชากร ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านระยะเวลา และขอบเขตด้านพื้นที่ ดังนี้ ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ประชากรทั้งหมดของกลุ่มมังสวิรัติวิถีธรรมในชุมชน ภูผาฟ้าน ้า จ านวน 70 คน ส่วนกลุ่มมังสวิรัติวิถีธรรมที่อาศัยอยู่นอกชุมชนภูผาฟ้าน ้า จ านวน 397 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจ านวน 70 คน เพื่อใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบรูปแบบความพอเพียงทางอาหารในบริบทที่แตกต่างกัน รวมเป็นกลุ่มตัวอย่าง 140 คน และคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม คัดเลือกแบบเจาะจง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุปทานการผลิตอาหาร จ านวน 15 คน จากชุมชนในภูผาฟ้าน ้า 10 คน ชุมชนนอกภูผาฟ้าน ้า 5 คน ขอบเขตด้านเนื้อหา งานวิจัยนี้มุ่งศึกษารูปแบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติ 2 ประเด็น คือ 1) ในการควบคุมความพอเพียงด้านอุปทานการผลิตอาหาร ประกอบด้วย การควบคุมปัจจัยการผลิต (Input) การควบคุมกระบวนการผลิต (Process Control) การควบคุมกระบวนเก็บเกี่ยวผลผลิต (Postharvest) การควบคุมกระบวนการแปรรูปอาหาร และกระบวนการเก็บรักษา (Food Processing 6 Control) 2) ในการควบคุมความพอเพียงด้านอุปสงค์การบริโภคอาหาร ประกอบด้วย การควบคุมและการลดการบริโภคตามความต้องการของจิตใจ (ลดความอยาก) และการบริโภคเท่าที่จ าเป็น ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์เป็นแนวคิดในรูปแบบและการพัฒนาความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติ ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า ขอบเขตด้านเวลา ท าการศึกษา รูปแบบบความพอเพียงทางอาหารมังสวิรัติตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - 2565 ขอบเขตด้านสถานที่ พื้นที่ศึกษา คือ ชุมชนภูผาฟ้าน ้า บ้านแม่เลา ต าบลป่าแป๋ อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากอ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มาทางด้านอ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 40 กิโลเมตร อาณาเขตของชุมชนทิศเหนือติดต่อกับบ้านแม่เลา ทิศใต้ติดต่อกับบ้านแม่เลา ทิศตะวันออกติดต่อกับบ้านทุ่งจ๊อ และทิศตะวันตกเป็นเขาสูงที่ทอดยาวไปถึงอ าเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังแสดงในภาพที่ 1.1 ภาพที่ 1.1 ที่ตั้งชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มา : แผนที่ไทย.คอม, ม.ป.ป. 7 นิยามศัพท์เฉพาะ ความพอเพียงทางอาหาร (Food Availability) หมายถึง มีอาหารเพียงพอได้ตลอดปี ตามความจ าเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการด ารงชีวิตของบุคคล ของชุมชน โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น มีเหลือแบ่งปัน ความพอเพียงด้านอุปทานการผลิตอาหาร หมายถึง การพึ่งตนในการผลิตอาหารพืชผักไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้อง ด้วยการท ากสิกรรมไร้สารพิษ การหาอาหาพืชป่า พืชท้องถิ่นจาก ป่าธรรมชาติ มีความหลากหลาย เพียงพอส าหรับการบริโภคทั้งชุมชน โดยพึ่งพาปัจจัยจากภายนอกน้อยที่สุด หรือเท่าที่จ าเป็น ความพอเพียงด้านอุปสงค์การบริโภคอาหาร หมายถึง การบริโภคอาหารในปริมาณ ที่เหมาะสมเท่าที่จ าเป็นต่อร่างกาย ลดการบริโภคอาหารตามความอยากของจิตใจ (ลดความอยาก) และบริโภคในสิ่งที่เป็นประโยชน์ รูปแบบความพอเพียงทางอาหาร หมายถึง รูปแบบในความพอประมาณ มีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน ความรู้ และคุณธรรม ในอุปทานการผลิตอาหารและอุปสงค์การบริโภคอาหารมังสวิรัติ อาหารไร้สารพิษ การควบคุมและการลดการบริโภคตามความต้องการของจิตใจ (ลดความอยาก) และการบริโภคเท่าที่จ าเป็น ท าให้อุปทานการผลิตอาหารมีความพอเพียงด้วยการท ากสิกรรม ไร้สารพิษ การใช้ผักพื้นบ้านหรือผักป่า การมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนและแบ่งปัน รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง แนวทางการปฏิบัติตนทั้งกายและใจ สู่ความพอเพียง เรียบง่าย พึ่งตน รู้จักการประมาณต่อการกระท า มีเหตุมีผล ท าให้เกิดภูมิคุ้มกัน มีความเข้มแข็งทั้งกายและใจพร้อมต่อการปรับเปลี่ยน ภายใต้เงื่อนไขความรู้ในความพอเพียง ทางอาหาร และเงื่อนไขในหลักพุทธธรรม การท ากสิกรรมไร้สารพิษ ลดการพึ่งพาจากปัจจัยภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่สามารถท าได้ น าส่วนที่เหลือจากความพอเพียงทางอาหารกายและอาหารใจแบ่งปันให้กับผู้อื่น ชุมชนภูผาฟ้าน ้า หมายถึง กลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมหรือกลุ่มมังสวิรัติวิถีธรรม ล็อกดาวน์ (Lockdown) ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ปี พ.ศ. 2563-2565 อาศัยอยู่ในพื้นที่ใหม่ในชุมชนภูผาฟ้าน ้า บ้านแม่เลา ต าบลป่าแป๋ อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีอุปสงค์ การบริโภคอาหารมังสวิรัติพืชผักล้วน ปรุงรสด้วยเกลือ ใช้หลักพุทธธรรมในการด าเนินชีวิต มีหลักการดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม ร่วมกันจัดการอุปทานการผลิตอาหาร ด้วยการท ากสิกรรมไร้สารพิษ มีการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ภูมิปัญญาผ่านสื่อออนไลน์ ระหว่างชุมชนในกับชุมชนนอกภูผาฟ้าน ้า เพื่อการจัดการความพอเพียงทางอาหารของชุมชน 8 ชุมชนนอกภูผาฟ้าน ้า หมายถึง กลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมหรือกลุ่มมังสวิรัติวิถีธรรม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิม (พักอาศัยที่บ้าน) นอกชุมชนภูผาฟ้าน ้า มีอุปสงค์การบริโภคอาหารมังสวิรัติไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้อง ปรุงรสด้วยเกลือ ใช้หลักพุทธธรรมในการด าเนินชีวิต มีหลักการดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม ร่วมกันจัดการอุปทานการผลิตอาหารด้วยการท ากสิกรรมไร้สารพิษ เรียนรู้ และแลกเปลี่ยน ผ่านสื่อออนไลน์กับชุมชนในภูผาฟ้าน ้า เพื่อการจัดการความพอเพียงทางอาหารของชุมชนนอก กลุ่มจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมหรือกลุ่มมังสวิรัติวิถีธรรม หมายถึง ผู้มีประสบการณ์ เข้าอบรมการเรียนรู้หลักสูตร การดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม และอบรม หลักพุทธธรรมในการด าเนินชีวิตในค่ายพัฒนาจิตใจ คือ ค่ายพระไตรปิฎกตามรอยบาทพระศาสดาการปฏิบัติที่ตนอย่างเข้าใจ สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มและร่วมกิจกรรมการอบรมค่ายสุขภาพและพระไตรปิฎกค่ายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง จนเกิดความคุ้นเคย คบคุ้นกัน เข้ากระบวนการ หมู่กลุ่ม สามารถช่วยเหลือและให้ค าแนะน าการดูแลสุขภาพพึ่งตนด้วยหลักการแพทย์วิถีธรรม กับผู้อื่นได้ สามารถสมัครเข้าเป็นจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม มีองค์ประกอบ 7 ข้อ คือ 1) ท างานฟรี 2) พึ่งตนและช่วยคนให้พ้นทุกข์ 3) ถือศีล 5 ละอบายมุขเป็นอย่างน้อย 4) เคารพมติหมู่ 5) คนเกื้อกูลเผื่อแผ่ แบ่งปัน 6) เรียบง่าย ประหยัด 7) คนอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ เคยบริโภคอาหารเนื้อสัตว์ ปรับมาเป็นบริโภคอาหารจานผักไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้อง หลักการแพทย์วิถีธรรม หมายถึง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการพึ่งตนทั้งด้านกายและใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยเทคนิค 9 ข้อ โดยแบ่งระดับความส าคัญของการปฏิบัติเป็น 3 ระดับคือ 1) ปฏิบัติเป็นหลักของชีวิต ข้อที่ 8 ใช้ธรรมะ ละบาป บ าเพ็ญบุญกุศล ท าจิตใจให้ผ่องใส คบมิตรดี สหายดี สร้างสังคมสิ่งแวดล้อมที่ดี คือ สานพลังกับหมู่มิตรดี ลดกิเลส เครื่องกังวล เครื่องเบียดเบียน และช่วยเหลือผู้อื่น และข้อที่ 9 รู้เพียร รู้พัก 2) ปฏิบัติเป็นประจ า ข้อที่ 6 การออกก าลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหารที่ถูกต้อง และข้อที่ 7 การรับประทานอาหารปรับสมดุล ตามภาวะสภาพร่างกายที่มีอาการร้อนหรือเย็นของร่างกาย ที่ต้องท าให้เป็นประจ าสม ่าเสมอทุกวันควบคู่กับข้อที่ 8 และข้อที่ 9 3) ปฏิบัติเพื่อดูแลร่างกาย ลดความไม่สบายกาย ปฏิบัติตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ข้อที่ 1 การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร้อนเย็น ข้อที่ 2 การกัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม (การขูดระบายความร้อนทางผิวหนัง) ข้อที่ 3 การสวนล้างล าไส้ใหญ่ด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน (ดีท็อกซ์) ข้อที่ 4 การแช่มือแช่เท้าหรือส่วนที่ไม่สบายใน น ้าสมุนไพร ตามภาวะสภาพร่างกายที่มีอาการร้อนหรือเย็นของร่างกาย ข้อที่ 5 การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ เช็ดด้วยสมุนไพร ตามภาวะร้อนเย็นของร่างกาย (ใจเพชร กล้าจน, 2558) 9 โควิด-19 หมายถึง โรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสโคโรนาที่มีการระบาดทั่วโลก ท าให้ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย ประกาศข้อจ ากัดการเคลื่อนย้ายเข้าออกนอกพื้นที่พัก และ เข้าออกนอกประเทศ (Lockdown) เพื่อระงับการแพร่เชื้อรวมทั้งประเทศไทย ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2562- 2565 ก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ทั้งในด้านบุคคลและชุมชน ส่งผลต่อ ความไม่พอเพียงทางอาหารทั้งด้านการผลิตและการบริโภค กรอบแนวคิดการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัยรูปแบบความพอเพียงทางอาหารของชุมชนมังสวิรัติวิถีธรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กรณีชุมชนภูผาฟ้าน ้า อ าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 1. การทบทวนวรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.1 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการด าเนินชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งหมายถึง การรู้จักประมาณในการท ากิจกรรมต่าง ๆ ตามบริบทของตนเอง การมีเหตุผลรองรับส าหรับ การตัดสินใจในการท าแต่ละกิจกรรม เพื่อให้สามารถมีภูมิคุ้มกันส าหรับกลุ่มของตนเองในการรองรับต่อสถานการณ์ภาวะวิกฤตต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ภายใต้เงื่อนไขความรู้ และเงื่อนไขคุณธรรม ทั้งนี้ การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงกับความพอเพียงทางอาหาร ในบริบทที่สัมพันธ์กับทางด้านสังคมของการผลิตเพื่อให้สามารถพึ่งตนเองด้วยสิ่งที่เรียบง่าย มีการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าต่อสิ่งแวดล้อม และเน้นการพึ่งตน ลดค่าใช้จ่ายตามสิ่งที่จ าเป็น 1.2 วิถีอโศก แนวคิดบุญนิยม หลักที่น ามาประยุกต์ใช้ในชุมชน ประกอบด้วย หลักการใช้ อปริหานิยธรรม สาธารณโภคี และบททบทวนธรรม (บัณฑิต ศิริรักษ์โสภณ, 2559) 1.2.1 การใช้อปริหานิยธรรม คือ การประชุมหารือกันในการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและการแก้ปัญหาของการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง 1.2.2 สาธารณโภคี คือ การมีทรัพย์สินส่วนกลาง ที่มีการบริโภคการใช้ร่วมกัน เกิดการเฉลี่ยสามารถเข้าถึงในทรัพยากรต่าง ๆ อย่างทั่วถึง 1.2.3 บททบทวนธรรม คือ ปัญญาพาพ้นทุกข์ที่สร้างจิตวิญญาณให้ผาสุก ที่สุดในโลก เป็นคัมภีร์ชีวิตที่จะท าให้ชีวิตพ้นทุกข์ เป็นองค์ความรู้แห่งพลังผาสุก บริสุทธิ์ ผ่องใส ไร้ทุกข์ไร้กังวลของมวลมนุษยชาติ 10 1.3 กสิกรรมไร้สารพิษ เป็นแนวคิดที่กระบวนการการผลิตอาหารในทุกขั้นตอนของการผลิตจะไม่มี การใช้สารเคมีใด ๆ และใช้ปุ๋ยจากพืชล้วน ไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มี ความปลอดภัยต่อสุขภาพและเพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน (แก่นศีล กล้าจน ,2565) 1.4 อาหารมังสวิรัติวิถีธรรม เป็นรูปแบบของการบริโภคอาหารมังสวิรัติที่ลดความต้องการในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ และบริโภคอาหารตามความจ าเป็นของร่างกาย โดยการบริโภคอาหารจากพืชผักไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้องตามล าดับ 8 ล าดับ กล่าวคือ 1) น าพืชผักมาท าเป็นน ้าผักหรือน ้าสมุนไพร ดื่มก่อนรับประทานอาหารหรือท้องว่าง 2) รับประทานผลไม้ 3) รับประทานผักสด กับส้มต า หรือย า หรือท าเป็นสลัดผักรวมโรยด้วยเกลือเล็กน้อย 4) ผักลวกรับประทานกับย า หรือเป็นกับข้าว 5) รับประทานข้าวพร้อมกับข้าว 6) รับประทานถั่วหลากหลายชนิดซึ่งเป็นโปรตีนและธัญพืชซึ่งเป็นไขมัน 7) ดื่มน ้าซุปผักลวกหรือน ้าแกงจืด หลังรับประทานอาหารเสร็จ 8) เกลือ เป็นตัวปรับความพอประมาณในรสชาติของแต่ละคน อาหารมังสวิรัติวิถีธรรม 8 ล าดับ เป็นชุดการรับประทานอาหาร 1 มื้อหลักต่อคน (ใจเพชร กล้าจน, 2558) 1.5 การพัฒนารูปแบบ เป็นการพัฒนาจากการศึกษาแนวคิดทฤษฎี ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องและผลจากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความพอเพียงทางอาหาร การควบคุมปริมาณและการผลิตอาหารที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้ สามารถท าปัจจัยการผลิตได้ เช่น การท าเมล็ดพันธุ์ การผลิตปุ๋ยใช้เอง การมีแรงงานในหมู่กลุ่ม การขาย แจกจ่าย และแบ่งปัน การควบคุมการผลิตและควบคุมปริมาณความต้องการอาหารพืชที่ไม่มีส่วนของสัตว์มาเกี่ยวข้อง ในความพอเพียงที่มีเหลือและแบ่งปัน สามารถเก็บไว้พอประมาณไม่ขาดแคลน ไม่อดอยาก ไม่ยากจน คือ มีทรัพย์สินเป็นส่วนกลางที่มีการบริโภคการใช้ร่วมกัน มีสุขภาพพึ่งตนได้พอเพียง ใช้หลักแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดอาหารมังสวิรัติแบบแพทย์วิถีธรรม หลักการแพทย์วิถีธรรม แนวคิดพุทธธรรม ซึ่งเป็นหลักของการด าเนินวิถีชีวิตของชุมชน (วิถีอโศก) คือ หลักการใช้ อปริหานิยธรรม เป็นการประชุมหารือร่วมกันในการท ากิจกรรมต่าง ๆ หลักสาธารณโภคี และ การใช้บท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน