170000 วิโมกข์8สัตตาวาส9-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ซึ่งพ่อท่านได้นำเอาพระสุตตันตปิฎกทีฆนิกายมหาวรรคจากพระไตรปิฎกมาบรรยายให้หมู่เราฟังการแสดงธรรมครั้งนี้เป็นธรรมะที่ลึกซึ้งและพิสดารอันยากที่บุคคลทั่วไปจะฟังเข้าใจได้โดยได้พูดถึงบุคลิกฐานทำอธิษฐานของพระพุทธเจ้าในครั้งที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมณภูเขาส่วนใหญ่รู้ซึ่งการแสดงธรรมในครั้งนี้พระสารีบุตรได้ อยู่ข้างภูเขาและเข้าใจในธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแต่เพียงผู้เดียวการแสดงธรรมในครั้งนี้ของพ่อท่านได้แสดงไว้เมื่อปีพุทธศักราช 2517 ณธรรมสถานแดนอโศกระบบเสียงไม่สมบูรณ์นักแต่ทางคณะผู้จัดทำหวังในประโยชน์ของหมู่เราว่าน่าจะได้ฟังการแสดงธรรมในอดีตขั้นสูงสูงที่พ่อท่านได้แสดงไว้กันบ้างจึงจัดทำออกมาขอเชิญท่านเลือกเฟ้นเอาสาระธรรมโดยแยบคายได้ณบัดนี้ หาวัดกันมา 2 สูตรแล้วคือสูตรมหาปัฏฐานสูตรกับสูตรมหานิทานสูตรซึ่งเป็นสูตรใหญ่ทั้ง 2 สูตรสูตรแรกมหาประธานสูตรนั้นถ้าจะเรียกโดยอัดโดยความแล้วก็เรียกว่าเป็นสูตรซึ่งเรียกว่ารูปมหานิทานสูตรนั้นเราเรียกว่าน้ำเราแยกไว้ได้มหานิทานสูตรเป็นนามมหาประธานสูตรเป็นรูป เราจะสังเกตเห็นได้ว่าหาประธานศูนย์นั้นต้องพูดเป็นเหมือนคู่กันถ้าเกิดว่าคนที่ไม่รู้กันดูชัดๆก็เป็นเหมือนปลุกเวลาที่ฐานแท้ๆส่วนมหานิทานสูตรนั้นทำอธิษฐานแท้ๆทำอธิษฐานชัดๆเพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าบุคลิกฐานหรือว่าไปหามหาประธานสูตรเป็นสมมติมหานิทานสูตรก็เป็นปรมัตถ์โดยตรงแต่แท้จริงนั้นถ้าเราเข้าใจผู้มีจิตเข้าขั้นมหานิทานโสดเข้าขั้นปฏิจจสมุปบาทรู้ชัดแท้ถึงรูปละเอียดไปถึงขั้น Fast 9 ดูชัดไปจนกระทั่งแจ้งในวิโมกข์ 8 ละเอียดลออผู้นั้นก็จะสามารถมีปัญญาหยั่งรู้เข้าไปในมหาปัฏฐานสูตรว่าทำไมอธิษฐานที่ซ้อนอยู่ในมหาประธานสูตรหรือปรมัตถที่ซ้อนอยู่ในสมุดนั้นหมายเอาอะไรอย่างไรก็จะเป็น
อ่านต่อ
การรู้ซ้อนเข้าไปตามภูมิอันเป็นอนันตังเป็นสิ่งที่ลึกละเอียดไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นภาษาได้แต่ก็เอาบัญญัติเหล่านั้นมาใช้เทียบเคียงเอาบัญญัติเหล่านั้นมาพยายามที่จะแทรกซ้อนเข้าไปเป็นสูตรที่จะทำความเข้าใจ ในบุคลาธิษฐานนั้นๆได้และจะอธิบายเป็นตัวตนในพระพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระพุทธเจ้าวิบัติศรีสิทธิเวสสุสันทามานะหรือกัสสปะโคตมะทั้งหมด 7 แล้วก็จะรู้ดังที่พระยาอธิบายให้ฟังเป็นไตรลักษณ์มาเสมอๆจนกระทั่งถึงขั้นเกิน 91 กับไปแล้วท่านเรียกว่าพระวิปัสสีนั้นทำไมตัวเลข 91 กลับเอาไม้เอาอย่างไร 31 กับไม้เอาอย่างไรและอธิบายให้ฟังเสมอถึงแม้แต่เลข 90 เลข 30 หรือแม้กระทั่งเลข 7 ทำไมต้องเป็นพระพุทธเจ้าช่วงนั้น 3 องค์ ช่วงหลังอีก 3 องค์พระพุทธเจ้าโคตมะอีกองค์หนึ่งรวมเป็น 7 องค์ลักษณะเหลี่ยมครูทำไมถึงเป็นอย่างนั้นเกี่ยวกับลักษณะตัวเลขหรือแม้แต่ภาษาต่างๆที่แทรกซ้อนอยู่ในนั้นถ้าเรียกโกนธัญญะข้อทำไมเรียกกัสสปะโคตรทำไมเรียกโค้ดแต่มาโคตรจากนี้เป็นต้นก็ได้พยายามที่จะอธิบายให้ละเอียดเท่าที่จะสามารถอธิบายให้ฟังได้เราก็จะเข้าใจถึงทำมาที่ฐานของแม้แต่คำว่าพระพุทธเจ้าจะเอาเป็นปรมัตถ์คือพุทธะนั้นก็โดยนายเดียวกันลงตัวกันตรงกันเมื่อ 91 กับหรือแม้เดี๋ยวนี้ปัจจุบันณบัดนี้ก็เป็น Ago เป็นธรรมะอันเดียวกันได้เหมือนกันนั่นเรียกว่าผู้เข้าใจถึงกระนั้นก็ตามมหานิทานสุดก็อธิบายส่วนลึกซึ้งเข้าไปจนถึงเนื้อของตัวภาษาธรรมาธิษฐานโดยตรงเลยอธิบายถึงจิตเจตสิกรูปนิพพานอย่างแท้จริงซึ่งสูตรเหล่านี้ท่านธนาคารมีคนเรียนผู้ที่อ่านจิตในจิตอ่านเวทนาในเวทนาชัดเจนอย่าว่าแต่รู้กายในกายเลยซึ่งเข้าใจแล้วว่าการก็คือพวกอย่างหยาบซึ่งจะซ้อนซ้อนซ้อนกันไปหยาบแล้วก็เป็นกายทั้งนั้นตัวไหนที่เป็นละเอียดแม้แต่จิตหยาบก็เป็นกายกายในกายเป็นอัตตะ แม้จะลึกซึ้งไปถึงอรูปสัญญีก็เรียกว่ากายได้เป็นรูปแต่รูปที่เรียกว่ารูปท่านอรูปสัญญีซึ่งเป็นอัจคือเป็นพวกในภายในถ้าเป็นเพราะเหตุใดเป็นรูปภายนอกอย่างนี้เป็นรูปเป็นต้นแต่เราก็จะเข้าใจได้ชัดเจนสัตวาว่าก้าวนั้นเป็นรูปวิโมกข์ 8 เป็นนามหรือจะเอาชัดๆก็ศตวรรษ 9 เป็นรูปรีโมท 8 เป็นนิพพานหาวิมล 8 เป็นนิพพานหรือจะเอาคู่ของปรมัตถ มาเรียกก็ได้วะสัตวแพทย์ 9 นั้นเป็นจิตวิโมกข์ 8 เป็นเจตสิกเมื่อเราเข้าใจชัดในศตวรรษ 9 จิตเห็นอนัตตสัญญาชัดเข้าใจในความเป็นตัวตนของสิ่งที่เป็นตัวตนเรียกว่าอัตสัญญาเกิดผู้นั้นทำลายอัฐสัญญาเป็นอนัตตาหลวงพ่อซึ่งความอึดอัดตาเห็นชัดว่าอัตราสิ่งนั้นมีที่เราสิ่งนั้นเป็นที่เราอยู่แม้กระทั่งถึงอสัญญีสัจธรรมเป็นอายตนะอันสุดท้ายที่ละเอียดละออแม้กระทั่ง ไม่มีเรียกว่าอสัญญีกับลมก็หลงความมีอยู่บ้างที่มันไม่ให้มันมีสะเต็มๆให้มันมีเป็นนานาเนวสัญญานาสัญญายตนะสะลือก็ไม่เอาให้มันเป็นทาสรู้ที่รู้ชัดรู้แจ้งเลยอย่างพรั่งพร้อมเห็นความจริงตามความเป็นจริงรู้สิ่งที่ไปประกอบรู้สิ่งที่ไปปรุงแต่งจิตนั้นให้ได้แล้วละล้างจิตนั้นให้ได้ก็ไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างนี้เรียกว่าเรายังหลงอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าเอียงเข้าไปหาฝ่ายหยุดเหมือนกันแกเองเข้า หาไฟล์อสัญญีเป็นที่สุดคือดับจิตเล่นซึ่งเป็นคนไม่เข้าใจธาตุแท้ว่าตัวเรามีขันธ์ 5 มีรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณและโดยตัววิญญาณก็วิญญาณพลังงานในลักษณะพังเป็นวิญญาณที่มันรู้สิ่งที่รู้อย่างชัดเจนสัพพะโสปะทังสว่างโลกอยู่แท้ๆยังจะเป็นลำเรื่องลำเรื่องอะไรมันอยู่อย่างนั้นก็ไม่เห็นจะจำเป็นอะไรเพราะคนที่ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ซึ่งยังมีความเป็นสัตว์เรียกว่าสัตว์ป่าว่ายังมีความเป็นสัตว์โลกอยู่ก็เรายังเป็นสัตว์โลกอยู่โดยสมมติเรารู้สมมุติว่าสมมุติเสียแล้วมันก็ไม่มีปัญหาอะไรถ้าผู้ไม่เข้าใจอันนี้จึงมีความหยั่งอยู่เรียกว่าทิติจึงมีความเป็นวิญญาณอยู่ในตนวิญญาณนี้ไม่ใช่วิญญาณที่เรียกว่า รู้เท่าทันวิญญาณแต่เป็นวิญญาณที่ยังมีโมหะหรือมีอวิชชาครอบงำอยู่เพราะผู้ใดรู้ชัดรู้เจนจนกระทั่งรายละเอียดลูลู่รู้นามรู้ความลึกความตื้นก็คือเป็นผู้ที่รู้ดีมาก 8 อธิบายให้ฟังแล้วทำไมเชิงของสัตวา 9 ทำไมวิโมกข์จึงเหลือ 8 ทำไมถึงเหลือเชิงนั้นก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าแท้จริงนั้นจิตไม่รู้ไม่มีอะไรเลยไม่รับรู้อะไรเลยมันก็เป็นสิ่งหนึ่งเป็นสภาพธรรมอันเดียวกันจะเรียกอากิญจัญญายตนะเรียกอภิสยานิโรธหรือจะเรียกอสัญญีมันก็อันเดียวกันเพราะเรามาถึงตกถึงพี่โมก 8 ถึงไม่มีอสัญญีสัตว์มีแต่เอากินจรรยาเย็ดกันนะแล้วก็มีเนวิสัญญาเจตนาก็เป็นอันเลิกกัน แต่สำหรับจิตสำหรับวิญญาณเข้าใจได้ว่าเมื่อถึงขั้นอัดรูปละเอียดละออไปจนกระทั่งถึงอัดรูปแล้วล่ะก็มันก็ไอ้แถวนั้นแหละไม่มีอะไรพูดไม่รู้เท่านั้นถึงไปยึดผู้รู้แล้วก็ไม่หยุดอันนั้น 1 ซองพวกที่มีวิโมกข์ไม่มีวิญญาณอย่างมนุษย์โลกหรือปุถุชนที่เป็นพวกที่มีสัตว์ที่มีกายต่างกันมีสัญญาต่างกันตามความยึดของตัวเองยึดรูปก็ไม่เหมือนกันรูปอย่างนี้ว่าสวยอ่าสีเหลืองนี่ก็เป็นรูปชัดๆบางคนก็ยึดว่าสวยบางคนก็บอกว่าไม่สวยบางคนก็ชอบแดงอะไรอย่างนี้เรียกว่ายึดเอาแต่คนและยึดไม่ตรงกันถึงแม้จะตรงกันก็ไม่ตรงกันทีเดียวเพราะว่าคนที่มีสัญญา มีความกำหนดหยาบนั้นจะไม่ไม่ตรงกันทีเดียวจะกำหนดสมมุติว่ารูปเลขง่ายๆว่าเหลืองเขียวเย็นร้อนอะไรก็ไม่เท่ากันสัญญาณไม่ตรงกันหรอกเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าพวกที่มีรูปไม่ตรงกันรูปต่างกันหรือกายต่างกันและสัญญาต่างกันจริงๆพวกนี้ก็พวกสัตว์เดรัจฉานทั้งหมดรวมทั้งมนุษย์ก็เรียกเดรัจฉานเพราะว่าเป็นมนุษย์ที่ยังมีโมหะหรือมีความโง่เดรัจฉานแปลเอาความโง่หรือเป็นผู้หลงอยู่ในภูมิ 3 แต่ละวิชาเดรัจฉานนั้นที่เคยแปลให้ฟังตลอดเวลานะอธิบายควบคู่กันตลอดเวลาเพราะพวกเพราะเป็นเพราะพี่โม่ 8 หรือเป็นโมฆะเป็นความหลุด แต่ความรู้ที่หลุดพ้น Vivo 8 จึงเป็นจิตหรือเป็นปัญญาที่แท้ที่ไม่ได้ยึดยึดอยู่แค่หยาบๆแค่ศตวรรษหนึ่งที่เป็นความหยาบคือการไม่รู้แม้กระทั่งเดรัจฉานจึงไม่มีก็มารู้ท่านก็มาอธิบายรวมไว้เลยว่าข้อที่ 1 รูปีรูปานังปกติเห็นรูปรู้รูปชัดแยกรูปออกชัดเจนกับนามนามคือตัวที่ไปรู้ตัวรู้นั้นจึงเป็นนีโม่ข้อที่ 1 รู้รูปชัดเจน สิ่งที่ถูกรู้รูปทั้งนั้นแม้ที่สุดจิตของเราเองเราไปยึดจิตของเราเองยึดจิตที่มันสงบสบายของเราเองก็เป็นรูปถึงขั้นสุดท้ายถึงขนาดนั้น 2 เป็นผู้ที่แยกชัดเจนไม่หลงไหลนอกจากรู้รูปรู้ชัดแล้วก็รู้นามของเราเองด้วยชัดเจนจึงเรียกว่าอรรถอรูปสัญญารูปปานสติเทวดาอรูปสัญญีแม้แต่จะเป็นความกำหนดในความเป็นลูกสัญญีแปลว่าความกำหนดความตั้งสภาพความที่เข้าไปรู้สภาวะอย่างนั้นอย่างนั้นเป็นอาการเป็นนิดๆเป็นอาการเป็นนิมิตอย่างนั้นอย่างนั้นชัดๆ รัชตะข้างในอัดชัดนี่แปลว่าเกิดที่จริงเริ่มเกิดบวกอัตตะเข้าอัดจัดตั้งสัญญาเข้าอัชชะก็เป็นตัวตนของสิ่งนั้นแม้ท่านอาจรู้แม้ขั้นที่เราไปกำหนดหมายลงไปเรียกว่าอัจฉริยะหรือพระหัตถ์รูปนี้หรือจะเป็นรูปหยาบๆเราก็แยกออกชัดรูปในๆก็แยกออกจากนู้นรูปในภายในรู้รูปนอกภายนอกแยกน้ำแยกลูกยางๆอย่างละเอียดเห็นอยู่รู้อยู่ปกติแต่ว่าเห็นชัดเข้าใจชัดเคยไปให้ฟังแล้วปกติเปิด Store ฌานณัฐธิชานั้น เห็นชัดแยกออกชัดนี่เป็นวิโมกข์ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 พี่โมทย์ข้อที่ 3 สุพรรณเทวาธิราชโหติสุพรรณเตวาก็แปลให้ฟังแล้วแยกสรรพาวุธฟังแล้วว่ามีศพบอกเอวะก็คืออย่างนั้นอย่างนั้นอ่าอย่างนั้นอย่างนั้นแหละการตัดแล้วว่าปลายสุดอันไหนก็ตายแต่ตามแต่ที่เราไปกำหนดลงไปว่าอันนั้นอย่างนั้นเป็นขั้นปลายขั้นสูงสุดพระและเป็นความดีเป็นสิ่งดีดีจริงๆอาจจะหมดโตก็ยังเป็นหนุ่มๆอย่างเรายังไปหลงรู้ยังไปรู้มุดโต แปลว่ารู้เรายังไปรู้ในความยิ่งนี้อยู่เรายังไปยึดยังไปยึดในความรู้ความดีนี้อยู่น้อมใจยังเป็นเชื่อว่ามีตัวมีตนยังมีเศษเหลืออยู่อย่างนี้ก็รู้ทันอธิบายนั้นไม่หยุดรู้ในความดีชัดถ้ายังไม่รู้ความดีชัดมันก็จะยังเป็นสัตว์โลกถ้ารู้ความดีชัดถึงเรียกว่าพี่โมกหรือเป็นผู้ที่รู้แท้ละเอียดเข้าไปแม้แต่ความดีอะไรต่างๆนานาจะดีถึงขั้นเป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่หลงความดีในความเป็นพระพุทธเจ้าดีแม้ท่านเป็นพระอรหันต์เราก็ไม่หลงยึดในความดีอันเป็นอรหันต์เพราะฉะนั้นแม้ใครจะมากล่าวถึงเราว่าเรายึดก็เราก็รู้ ประยุทธ์ด้วยเหตุสมมติพ่อเพื่อผู้อื่นไม่ได้เผื่อตัวเราใครจะว่าเรายึดเราก็ไม่กลัวที่เขาจะมาทวงสิ่งไม่กลัวเขาจะมาว่ากลายเป็นการติดชิ้นตะกาวร้ายก็ไม่กลัวเพราะงั้นคนที่ยังกลัวการติฉินการกล่าวร้ายแม้เราเองเรารู้อยู่เข้าใจอยู่ว่าสิ่งนี้เป็นกุศลธรรมเป็นความยังกุศลให้ถึงพร้อมทำเพื่อผู้อื่นไม่ได้มีตัวตนถ้าไม่เข้าใจอย่างนี้ชัดแล้วเขาจะมีเศษเสี้ยวหลงอยู่ว่าเขามากล่าวได้เรานี่เสียหายตามเราไม่สูงจริงก็มีเศษตัวตนอย่างนั้นอยู่แม้กระทั่งเขาจะมากล่าวว่าเรามีตนเรามียึดก็ยึดก็ยึดเราก็รู้ว่าต้องเป็นต้องยึดเพราะในโลกนี้ต้องยึดและวางแต่เราไม่ได้มีความยึดมั่นถือมั่นจนกระทั่งใคร กล่าวแล้วก็กลัวเขาว่าเขากล่าวความกลัวนั้นยังเป็นพญาคติจึงไม่กล้าทำในสิ่งที่ตรงสิ่งที่ถูกสิ่งที่ดียังกลัวกลัวแม้กระทั่งจะเสียเหลี่ยมคนมาว่าเราต่ำเราจะต่ำก็ได้เราจะสูงก็ได้ถ้าเราทำในสิ่งที่ดีที่ไม่เป็นไปเพื่อตัวตนของเราเพื่อความหยั่งลงไปเป็นอัตตาเป็นตัวตนที่แท้จริงแม้เศษเสี้ยวอย่างละเอียดอ่อนอย่างนี้เราก็จะต้องรู้ให้ชัดเจนผู้ได้รู้ชัดเจนจึงจะเป็นวิโมกข์อีกอย่างนี้ก็เรียกว่าเป็นทาสรู้ที่แท้ 3 อันนี้รูปีรูปปลานี่ปกติ ปาณิศาสติและสุพรรณีเป็นไตรลักษณ์หมู่ 1 ที่จะต้องเกิดที่จิตไม่ใช่เกิดโดยที่เรียกว่าเอาภาษามาท่องแต่จิตที่จะต้องรู้สภาพธรรมวันนี้ทั้งหมดที่ตัวเราและเรารู้เท่ารู้ทันเป็นปัญญาซ้อนจิตที่มันเกิดจากรูยึดรูหรือยึดรูปในภายในรูปในรูปนอกภายนอกอะไรก็รู้ชัดหรือไม่ยึดความดีสิ่งที่ดีดีจริงๆไม่ใช่ดีปากไม่ใช่ดีพูดไม่ใช่ดีสมมุติเป็นสภาพดีจริงๆแต่เราไปยึดดีนั้นสอนเข้าไปอีก ตอนกลับไม่ใช่ไม่ใช่ศุภะแล้วแต่ซ้อนเข้าไปเป็นกินอาหารทันทีดังที่ได้อธิบายสภาพลมไม่ฟังแล้วเพราะฉะนั้นศพพระเราต้องรู้ว่าศุภะแท้ดีจริงๆสุพรรณเทวดาดีสูงสุดไปถึงขนาดสุพรรณเทวะก็รู้ชัดแต่ไม่ติดไม่ลงเข้าใจอย่างแท้จริงไม่ติดไม่หลงไม่ดีนั้นเข้าใจโดยกุศลแล้วก็มีกรรมมันมีเจตนาอันดีมีมโนสัญเจตนาที่จะช่วยโลกช่วยผู้อื่นไม่เยอะจริงๆถ้าจิตยึดเข้าไปนิดนึงใครเขาว่าเราไม่ดีแล้วก็กลัวเป็นกินอาหารทันทีเป็นดำจุดดำพลอยเหมือนจุดด่างในดวงอาทิตย์เหมือนจุดด่างดำที่จะเกิดเป็นสปอร์ตเป็นรอยขึ้นไปทันทีอ่าดำมากก็เป็นการ มาด้วยกันน่ะมากจึงเรียกว่าเป็นกรมสรรพกรกินเนื้อหาพรหมถ้าไม่รู้สิ่งนี้เลยมันก็จะกลายเป็นว่าหำเวหาพรหมได้ดังที่อธิบายฟังแล้วมันจะใหญ่ยิ่งฟ้าใหญ่ครับฟ้าเลยนั่นถ้าไม่รู้ถ้ารู้ทันไม่มีไหวพริบในพวกนี้แล้วล่ะก็เราจะหลงแม้กระทั่งความดีเราก็จะต้องเข้าใจได้ผู้ใดเกิดวิโมกข์อย่างนี้แล้วนี่เป็นเรื่องที่จะใช้กับโลกทั้งหมดและผ่อนด้วยละเอียดซ้อนเข้าไปในนั้นตอนนี้ก็เป็นตนเลยทีเดียวถึงเรียกว่าอาการจริยธรรมเป็นอรูปพระพรหมเป็นตัวยึดที่แท้ที่ละเอียดที่ยึดในความลึกซึ้งเป็นรูปแต่รู้ยากจึงเรียกว่ารูปเป็นอาการสามัญเป็น วิญญาณัญจายตนะอย่างนี้ก็เป็นตัวที่เรายึดเอาอากาศเป็นรูปอย่างหยาบแล้วต่ำกว่าอากาศลงไปเราไม่เดือดร้อนเราไม่กระทบกระเทือนเลยเราไม่กระทบกระเทือนเลยต่ำกว่าอากาศลงไปเราไม่เอาแต่เราจะเอาความว่างเอาอากาศจะยึดอากาศเพราะถ้าใครมากวนในขณะนั้นที่กำลังเสพอากาศอยู่กำลังเสพความว่างอยู่ใครมากวนใครมากระทบกระเทือนใครมาแย่งเอาการเสพวันนี้ไปฉันจะต้องมีโกรธจะต้องมีคืนจะต้องเกิดโลภะโมจิโทสะโมจิที่เกิดก็เพราะว่าโลกพระนั่นเองโลภในสิ่งที่เป็นความสงบเป็นความว่างจึงเกิดโทสะเกิดความ ชอบใจขึ้นได้เพราะความโลภเป็นเหตุจึงเกิดโทสะโทสะได้จะเกิดโดยไม่มีโลภะเป็นมูลฐานเป็นสมุทัยไม่มีในโลกจงรู้ให้ชัดว่าโลภะเป็นมูลเหตุให้เกิดโทสะดังแท้จริงโทรศัพท์เป็นตัวโตกว่าโลกพระเพราะฉะนั้นผู้ใดยึดอากาศยึดความว่างแล้วก็เสพความว่างแล้วก็จะเห็นได้ชัดว่าใครมากวนนิดกวนหน่อยแล้วก็จะเคืองจะเกิดความไม่ชอบใจจับจิตตัวนี้ให้ทันไม่ยึดแม้กระทั่งเราจะเหนื่อยแม้กระทั่งเราอยากจะพักบ้างแล้วเราก็เลยไปเสพความว่างยุทธว่าปล่อยโล่งเป็นทาสเฉยไม่สำคัญมั่นหมายในอะไรเพราะจิตให้วางลงเป็นอากาศไม่ ที่สุดใช้ไปไม่สำคัญไม่กำหนดอะไรถึงแม้อย่างนี้เสพอากาศอยู่อย่างนี้เราก็จะเหนื่อยก็ตามที่จริงเราก็ควรจะได้สิทธิในการที่จะต้องพักผ่อนบ้างมันเหนื่อยอยากเสียโอกาสว่างๆเพื่อที่จะพักผ่อนใครมากวนก็ให้รู้เท่าทันว่ามีการกระทบสัมผัสขึ้นมาแล้วไม่หลงจนเกินไปว่าเราเสพเราติดเราเป็นตัวเราเข้าไปยึดให้รู้ทันถึงขนาดนั้นเพราะเขาจะกวนก็กวนเขาจะมากระทบกระเทือนมันมาตัดการเสพของเราหรือว่ามายุ่งหรือว่ามาตัดรอนเป็นอุปฆาตกรรมมาตัดรอนในขณะที่เรากำลังเสพก็ตามเราก็ต้องรู้ทันและเราก็ไม่โกรธไม่ยึด ให้ได้นี่อย่างนี้เรียกว่าอากาสานัญจายตนะผู้ยังมีอายตนะมียังเห็นว่าแม่อากาศก็ยังเป็นกำไรนิดน้อยนึงก็ยังถือเป็นประโยชน์เป็นกำไรถ้าเป็นยึดเอาเป็นประโยชน์เอาเป็นกำไรของตนของเรามันก็จะเหลือตนหรือตัวเราเรียกว่าอายะนะแปลว่าน้อยไปวันนี้แปลว่าเกิดอยู่ตัวนิดๆบางๆเบาๆถ้าไม่รู้ถ้าไม่เข้าใจมันก็จะหลงเป็นฐานะหรือเป็นตนเองเอามาเป็นภาษาไทยเราชัดๆนี่แหละเป็นต้นแล้ววันนี้นิดนึงหรือว่าเกิดความเป็นลูกขึ้นมาแล้วน้อยมีความเกิดและมีสังขารและทำอันน้อยนึงแล้วมีสังฆธรรมนิดนึง สิ่งนั้นว่าเป็นดาวประยุทธ์เสพมายึดอะไรมนุษย์กำไรยึดเป็นประโยชน์ถึงแม้จะเป็นประโยชน์อันควรก็ตามเราก็ต้องรู้เท่าทันให้ได้ว่าถ้าเรายึดเขาแล้วอารมณ์ที่จะเป็นสมุนไพรความโกรธโทสะก็จะขึ้นเพราะเรายึดมันเสพเป็นโลภะเป็นสิ่งที่จะต้องได้เราต้องสำเร็จก็ต้องบรรลุสิ่งนี้เราต้องได้สิ่งนี้เราต้องสมใจในสิ่งนี้เราต้องได้รับสิ่งนี้เรียกว่ารับพระหรือลาพระหรือตัวโลภนั่นเองโลกก็มาจากรากศัพท์คำว่ารับพระลาพระแล้วก็มาจากรากศัพท์คำว่ารับพระรับพลาสติกและพลาสติกตัวนี้คือความสนใจความได้รับ เราจะเป็นผู้รู้เท่าทันถ้าไม่รู้เท่าทันเราก็จะเสพติดเพราะฉะนั้นแม้วิโมกข์ข้อสูงขึ้นจากอาการสารอันตรายขั้นวิญญาณัญจายตนะคือขั้นจิตรู้ธาตุรู้เมื่อมีธาตุรู้อย่างนี้แล้วเราก็หลงในธาตุรู้ไม่เสพอากาศและเสพยาธาตุรู้ต่อพืชเป็นวิญญาณนางอนันตังไม่รู้จักพักจักผ่อนเลยจนกระทั่งผ่อนก็ไม่ลงพรรคก็ไม่ลงนอนหลับไม่เคยหยุดฝันฝันว่าจุดไม่ได้ฝันปรุงเป็นแต่เรื่องเม็ดจริงเป็นการฝันในไม่ได้หยุดยึดเสพ อร่อยไม่อร่อยอะไรหรอกแต่ก็สร้างเรื่องเป็นความรู้กันมากเกินไปไม่มีขอบเขตเราจะสามารถหยุดดับให้ตัวเองจริงๆก็ดับไม่ได้จะปล่อยให้มันเกิดจะทำให้มันเกิดก็กำหนดขึ้นไม่ได้ยังไม่เป็นว่าสวัสดียังไม่มีอำนาจพรั่งพร้อมอย่างแรงกล้าจะทำให้มันเป็นไปโดยอำนาจหมายความว่าจะหยุดมันให้ได้ดั่งใจก็มาทำไม่ได้จะทำให้เกิดเองโดยเราเจตนามันก็ทำไม่ได้อย่างจริงผู้นั้นเขาเรียกว่ายังหลงวิญญาณอยู่แม้วิญญาณนี้จะไม่เป็นวิญญาณโลกไม่เป็นสัตว์สภาวะกล้าหรือไม่มีเชื้อแม้กระทั่งหลงความดีขั้นไม่หมดข้อที่ 2 ที่ 3 แล้วเราก็ไม่หลงเข้าใจ ชัดเจนแล้วก็ตามแต่ถ้าเราหลงไอ้วิญญาณอันนี้ถึงเป็นวิญญาณนางนันทนาอนันตังสะโตปะทังมันสว่างโล่แจ้งจนกระทั่งจะให้มันมืดมันก็ไม่มืดอยากดาบให้มันมืดมากก็มือไม่เป็นมีแต่สว่างรู้แจ้งอยู่ตลอดโลกตลอดกาลเราทำไม่ได้ถึงแม้อย่างนั้นมันก็ไม่จริงเพราะฉะนั้นต้องหัดทำบ้างหัดทำเป็นอากิญจัญญายตนะบ้างไม่มีอะไรนิดน้อยนึงก็ไม่มีเพราะงั้นถ้าใครยังหลงวิญญาณอะไรในศาสนาหรือยังมีอายตนะในวิญญาณยังเห็นว่าเป็นกำไรในการรู้การแจ้งสว่างโล่งแจ้งอยู่ยังหลงความแจ้งความโลภความโปร่งความรู้สว่าง ดูแม่ไม่ยึดไม่ยึดในดีในชั่วแล้วก็ตามแต่ยังหลงอยู่อย่างนี้เป็นกำไรเป็นอายะยังเห็นเป็นประโยชน์แม้นิดนึงน้อยนึงก็ยังเห็นว่าเป็นก็ยังเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาเกิดขึ้นมาในจิตของเราได้ตั้งลงอยู่เราก็ต้องรู้เท่าทันในสิ่งเหล่านี้ถ้ารู้ไม่เท่ารู้ไม่ทันมันก็ยังจะเป็นวิญญาณัญจายตนะอยู่วันนี้อธิบายซ้อนลงไปอีกนะฟังให้ดีนะสอนลงไปจากวันที่แล้วด้วยมันแม้แต่ยึดอย่างนี้ไอ้นี่มันเป็นกำลังขี่แล้วนะตอนนี้แย่อากาศจะนะแยกวิญญาณัญจายตนะออกมาเป็นตัวตัวชัดๆคราวที่แล้วอธิบายเป็นสมาชิกวิญ ซ่อนอยู่ในอากาศตอนนี้แยกวิญญาณออกมาแล้วนะอธิบายวิญญาณแยกออกมาจากอากาศอากาศก็อย่างนึงวิญญาณก็อย่างนึงเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดไม่รู้ในวิญญาณอย่างนี้แล้วหลงในวิญญาณอย่างนี้จึงต้องหัดทำอากินจันทร์มั่งหากินโจ๊กกินจะหัดทำความไม่มีอะไรเลยดับมืดว่างดับไม่ใช่โล่งอยู่เป็นวิญญาณสว่างโพลงรับรู้ให้ไม่มีอะไรนิดหน่อยนึงก็ไม่มีเป็นสัญญานิโรธคือดับสนิทในจิตของเรายึดไม่มีแม้แต่แสงสว่างไม่มีแม้แต่ถาดรู้ลองดูบ้างจึงเรียกว่ากินจรรยาเย็ดกันนะทีนี้ถ้าไปทำมากินจรรยา นะแล้วไปหลงเขาอีกเป็นหลงว่าอากินจันทร์นั้นเป็นอายะเป็นกำไรเป็นประโยชน์มันก็จะเจอเรายังเหลือแต่นะหรือเหลือตนก็เหลือตัวลูกน้อยเหลือเศษน้อยนั้นอยู่ที่เราจึงเรียกว่าตนหรือเรียกวาสนาจึงจะเกิดตัวอยู่หรือเกิดตนอยู่ยังมีตนเหลืออยู่พยายามเข้าใจให้ได้ภาษาไทยกับภาษาบาลีนี่มันใกล้เคียงกันแล้วมันก็มาจากอันเดียวกันจริงๆด้วยมาจริงๆเรามาเรียกตัวมาเรียกตนให้กับภาษาคำว่าตนเองก็มาจากภาษาบาลีภาษารากเหง้ามาจากภาษาเดิมรากเหง้าของมนุษย์โลกเนี่ยติดต่อกันมาแล้วเราก็เอามาเข้าใจจนกระทั่งมันเพี้ยนมาเพี้ยนมาจนกระทั่งมันโต ที่จริงมันละเอียดมากตอนนี้คือตัวน้อยที่สุดที่เรายึดเข้าไปเป็นลูกน้อยเห็นว่าเป็นประโยชน์หลงว่าเป็นประโยชน์หลงก็เป็นกำไรก็กลายเป็นตนทันทีกลายเป็นอัตตาทันทีหรืออัตตะทันทีนะเพราะว่าแม้แต่เราจะทำความไม่มีอะไรก็ไม่มีนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีแล้วมันก็จะรู้สึกว่ายิ่งเบายิ่งสบายยิ่งเบายิ่งสบายเบาสบายไม่มีอะไรในโลกเลยก็รู้ให้ชัดเข้าใจยิ่งว่าไม่มีอะไรเลยแม้นิดแม้น้อยเลยยิ่งดีแต่ในฐานะที่เรายังไม่ตายเรายังมีอุปธิเรายังมีชีวิตยังมีตัวที่มันต่างๆอยู่ที่เรายังไม่หมดรูปขันน้ำขันที่แท้ มันยังมีสมมุติอยู่ยังมีรูปขันธ์ 5 ขันธ์เป็นสมุดอยู่ในโลกแล้วก็รู้ฐานที่แท้จริงของเราอย่าให้มันเลยเถิดมัชฌิมาหรือเลยเถิดฐานอันความเป็นจริงตามความแท้จริงถ้าเราไม่มีเลยในขณะที่เรามีมันก็เลยเถิดเพราะฉะนั้นจะมีก็มีตามสมมติเราจะไม่มีก็เป็นประโยชน์ของเราเราจะทำความไม่มีอะไรเลยก็เป็นเรื่องของเราเราก็ดับดับไม่ได้ตัดให้ได้ในความไม่มีเพราะฉะนั้นเรารับรู้อะไรแล้วเราจะไม่มีก็อันนั้นแหละอันเดียวกันกับกินกันอ่ะกินจากไม่มีหรือว่าอาจจะมีหรือว่าวิมุติรถไปจากเราแล้วเราไม่ยึดไม่ถือไม่เอามาใส่ใจไม่ไม่เข้ามาอยู่ในใจเราแล้วตัดออกไปได้แล้วเราจะไปรู้อื่นมันก็ไม่ประหลาดอะไรรู้แจ้งถึงกินจันทร์อย่างนี้ไม่มีอายตนะ ไม่มีความหลงไม่มีความยึดเข้าใจว่าเป็นได้มีได้เราทำได้ก็เราก็สำเร็จลงเป็นเจโตชัดๆเป็นตัวเจโตวิมุตติด้วยฟังไปก็ไปเป็นยาเป็นสัมมาทิฏฐิก่อนไปปฏิบัติให้ได้ที่เราเองก็เป็นปัญญาแท้เรียกว่าเป็นอภิอภิปัญญาหรืออธิปัญญาเป็นปัญญาที่เกิดจริงไปทำได้จริงลงตัวกับเจโตจนกระทั่งเจโตกับปัญญาเป็นตัวเดียวกันทำได้รู้จริงเห็นแจ้งชัดในการทำได้ของจิตไม่ใช่เห็นแจ้งที่อื่นเห็นแจ้งจิตเราทำได้ก็เป็นอุปสรรคที่หมดแม้จิตจะหลงนิดๆหน่อยๆเป็นเนวสัญญานาสัญญานะ เศษเสี้ยวของสัญญาใดกับความกำหนดหมายอะไรเราก็รู้ชัดจะกำหนดดีก็รู้ดีกำหนดสิ่งนั้นไปรู้ตามเขาว่าชั่วก็รู้ชั่วที่ตัวเราเองมีเศษชั่วเศษดีอะไรต้องรู้ให้ชัดในสัญญาต่างๆในความกำหนดหมายต่างๆเอากาละมาประกอบด้วยเอาบุคคลมาประกอบด้วยเอาหมู่ชนมาประกอบด้วยรู้ดีรู้ชั่วเป็นกุสลาธัมมาอกุสลาธัมมาเป็นธัมมัญญุตาอันชัดเจนและก็มีประมาณมีมติตารู้อัตรารู้เรารู้สาระเนื้อแท้ที่ควรจะเป็นรู้ว่าทันหรือเปล่าจึงจะเรียกว่าสัตบุรุษหรือบุรุษที่สูงสุดในความเป็นสัตว์เรียกว่าสัตบุตรมนุษย์ สูงสุดในความเป็นสัตว์สูงกษัตริย์โลกใดๆที่เรียกว่ามนุษย์สูงกว่ามนุษย์เพราะมนุษย์ก็มาเรียกคนซะแล้วเดี๋ยวนี้ก็พิมพ์ผู้มีใจสูงแต่ใจก็ไม่เท่ากับสัตว์เดรัจฉานอย่างเดิมอีกมันก็เลยไม่รู้จะว่ายังไงก็ต้องแยกกันออกมาให้เราเป็นสัตบุรุษผู้สูงกว่าสัตว์โลกทั้งหมดทั้งมวลจริงๆเรามารู้ได้ไหมนี่ว่าสัญญาณอ่ะสัญญาไปกำหนดลงไปแม้นิดแม้น้อยกำหนดลงไปตีราคาลงไปหรือว่าสร้างค่าลงไปทำความมั่นหมายลงไปนะรู้สภาวะที่ละเอียดอ่อนแม้กระทั่งคันตะรูปเป็นกำหนดสัญญาลงไปขั้นอัดรูปแล้วก็รู้ชัดรู้เจนนิดนึงก็รู้น้อยนึงก็รู้ว่าอย่างนี้กำหนดลง กำหนดลงไปเป็นสภาวะอย่างนั้นอย่างนั้นเป็นอาการรู้ชัดรู้ใจเป็นนิมิตตะได้ก็ดีถึงเข้าใจเพศเข้าใจความแตกต่างเข้าใจลิงค่าของมันได้ชัดว่ามันแตกต่างกันมันดีอย่างไรช่วยอย่างไรอย่างไรเน้นไปว่าเอาดีในมุมไหนเอาชั่วในมุมไหนคำว่าดีนะดีตรงที่ว่าได้เปรียบเทียบกับสิ่งหนึ่งมันชั่วมันดีตรงที่ได้เปรียบเทียบให้เห็นว่ามันไม่ดีดีก็ต้องเปรียบเทียบให้เห็นว่ามันแตกต่างกับชั่วเพราะฉะนั้นผู้นี้เข้าใจอย่างนี้ชั่วได้ดีไม่มีที่ตน แค่รู้ว่าโลกในสมุดนี้ต้องมีขั้นตอนต้องมีระดับดีมีระดับชั่วตามเขาที่สมมุติแล้วก็เท่ากับว่าเราจะประกอบกรรมใดกับโลกแล้วก็ต้องประกอบออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมที่ดีตามโลกเราจะประกอบการออกมาที่เร็วดังที่โลกของสมุดไม่ได้ไม่ทำพระอรหันต์ที่รู้ที่สุดแห่งที่สุดไม่ทำจะต้องทำประกอบกรรมใดออกมาก็ต้องประกอบกรรมนั้นที่เป็นดีจึงเรียกว่าอย่างกุศลให้ถึงพร้อมผู้รู้อย่างนี้จึงจะเป็นผู้ถึงซึ่งบรรลุวิโมกข์ข้อที่ 8 ที่เรียกว่าบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธรู้ไตรลักษณ์อันสุดท้ายคือสัญญาก็เป็นความเกิดเหตุการณ์เป็นความตั้งอยู่นิโรธเป็นความดับ อาจเป็นรอยรักกันสุดท้ายอันสุดท้ายจริงๆเรียกว่าอุปสรรคฐิติและพันธะอย่างแท้จริงรู้สัญญาเป็นตัวอุบาทว์เป็นตัวเกิดคือตัวรู้รู้แล้วก็ให้มันตั้งอยู่เท่าใดก็ให้รู้เรียกว่าเวทีตะเวชรู้จริงๆรู้ให้มันยังอยู่อย่างนั้นสภาพอย่างนั้นเวลาอิสระแปลว่าอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นเวทะรู้มันอยู่รู้มันอยู่มันยังไม่สมควรที่จะดับก็อย่าเพิ่งดับมันถ้าสมควรจะดับเมื่อไหร่ก็ดับลงไปเป็นนิโรธไม่ให้ผุดไม่ให้โผล่ไม่ให้เกิดไม่มีเชื้ออะไรเกิดอีกเราเป็นผู้กำหนดการเกิดเราเป็นผู้กำหนด ตั้งอยู่เราเป็นผู้กำหนดการดับไปเองจึงเรียกว่าผู้สูงสุดยอดสัญญาเวทยิตนิโรธหมายเอาถึงขนาดนั้นเราเป็นผู้กำหนดจะให้มีสัญญาประกอบไปด้วยรู้สัญญาก็แปลว่ารู้ดั่งที่อธิบายฟังแล้วเมื่อสักบวกอัญญะเป็นตัวเกิดตัวแรกอัญญะเป็นตัวเกิดตัวแรกโกนธัญญะจึงเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าองค์แรกอัญญาโกณฑัญญะอาจเจริญขึ้นมากวนฉันอยู่คนธัญญะเหมือนกันเกิดแล้วหนอสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วหนอโลกนี้มีตัวเกิดและหนออาญาโทรแปลว่าเจริญแปลว่าก้าวหน้าแปลว่าเกิดไปทางดีโผล่ไปว่าเจริญหรือก้าวหน้า เกิดไปในทางดีเกิดแล้วหนอสิ่งนี้อะไรเกิดคนคนอื่นเกิดนอกจากตัวพระพุทธองค์เองคนเดียวพระพุทธองค์เกิดสิ่งนี้ในตนเป็นคนที่มีความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริงเป็นพุทธะองค์ที่ 1 เพราะแผ่มาได้เป็นองค์ที่ 2 ท่านก็บอกว่าเกิดมาอีกคนนึงแล้วเกิดมาอีกตัวนึงแล้วเกิดมาอีกสิ่งหนึ่งแล้วแต่ของดีอัญญาซึ่งประกอบไปด้วยการเกิดที
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive