170417-A ค่านิยมของพระพุทธศาสนาต่อสังคมปัจจุบัน ตอน1-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์246 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ข่าววันนี้ตั้งใจจะเอาบทความที่ได้เขียนเอาไว้ซึ่งจะพยายามเป็นรวบรวมเป็นบทที่ย่อตามขนาดที่เขาได้บอกขนาดเอาไว้ว่าเขาจะใช้เป็นบทความคือ 5 หน้าในราว 5 นัดพิมพ์มันก็เป็นรวมยอดไว้ในนี้เหมือนกันใครอ่านก็ไปอ่านก็อ่านได้ทีนี้ก็จะอธิบายไว้ให้ฟังบางสิ่งบางอย่างในนี้ด้วยอาจจะขยายถ้าเรื่องค่านิยมของพระพุทธศาสนาต่อสังคมปัจจุบันมันก็เป็นความรู้รอบตัวเป็นเรื่องที่เราจะพึ่งรู้ไว้ด้วยอาศัยบทบาทแห่งสัมผัสสภาพที่เกิดจริงมีจริงตามสัจธรรมค่านิยมของพระพุทธศาสนาต่อสังคมปัจจุบันก็ยังมี แม่กาลเวลาจะผ่านพ้นร่วงมาแล้วถึง 2500 กว่าปีแล้วก็ดีก็หมายความว่าต้องอาศัยบทบาทของที่มันสมรรถภาพหมายถึงความเชื่อมโยงคือมันยังเชื่อมโยงเป็นบทบาทเชื่อมโยงกันอยู่แต่ว่าเรารู้เห็นได้ยากเราไม่เคยรู้เราพูดเป็นภาษาแปลอีกทีนึงก็แปลง่ายๆว่าปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เป็นปรมาณูต่อปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เป็นปรมาณูคือมันเล็กมันน้อยมันละเอียดสุขุมลึกซึ้งถ้าผู้ใดไม่รู้ค่าสัมผัสของมันหรือไม่รู้ไอ้บทบาทของไอ้อันนั้นน่ะรับไม่ได้รู้ไม่ได้เฉยๆมันไม่มีอำนาจอยู่มันก็อ่านไม่ออกมันก็ไม่รู้ได้ว่าเป็นอะไร เนี่ยมันได้ปัญญาเหมือนกันฆ่าสัมผัสอันนั้นก็เป็นปัญญาวันนั้นคำว่าสัมผัสสภาพที่พูดพูดอย่างนี้ต้องเข้าใจมันเป็นความสัมพันธ์ความเชื่อมโยงนั่นแหละแต่ว่าเป็นความสัมพันธ์ความเชื่อมโยงที่มีบทบาทอยู่อย่างรู้ได้ยากมันละเอียดสุขุมลึกซึ้งนะก่อนในนี้ก็ไม่มีอะไรบอกไว้แต่แค่ว่าก็อาศัยบทบาทของสมรรถภาพที่มันเกิดจริงมีจริงอยู่ตลอดเวลามันมีอยู่ตลอดเวลาเลยค่านิยมของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสังคมปัจจุบันก็ยังมีอยู่เรื่อยไปแม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วตั้ง 2,500 กว่าปีแต่ความเด่นชัดหรือปรากฏการณ์ของพระพุทธศาสนาในสังคมปัจจุบันนี้กับปรากฏการณ์ของพระพุทธศาสนาในสังคมยุคพุทธกาลนั้น ผิดกันแน่ๆหมา

อ่านต่อ

ยความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาที่มีผลเด่นชัดที่มีตัวสะกดอยู่ในสมัยพุทธกาลนั้นก็มีเด่นความเด่นไปในทางหนึ่งมาในปัจจุบันนี้ก็มีความเด่นเป็นคนละทางซึ่งไม่เหมือนกันเรื่องมาจากฐานะแห่งอุดมคติของพระพุทธศาสนาผิดเพี้ยนกระจัดกระจายออกไปจากจุดเดิมมากขึ้นเรื่อยๆนิยมคติของคนจึงต่างเห็นต่างเลือกชอบเลือกยึดกันไปตามภูมิตามจริตตามฐานะแห่งตนหมายความว่าความนิยมของคนเนี่ยมันก็เกิดโรคเอดส์ไปค่อยๆไหลไปตามฐานะการจริต ผู้ใดชอบอะไรก็เลือกผู้ใดมีฐานะอะไรก็เลือกตามภูมิพลผู้ใดมีปัญญาอย่างไรก็รับรับกระแสตอบรับกระแสสัมผัสนั่นแหละรับกระแสสัมผัสอันนั้นกระแสสัมผัสที่มันค่อยๆโน้มไปในทางไหนซึ่งมันมันซึมทราบนะที่จริงมันซึมซาบแต่ว่าคนไม่รู้สึกตัวมันเหมือนกับมันสภาพรังสีสัมผัสกับกัมมันตภาพรังสีนี่มันเข้าตัวเราเราไม่รู้มันเข้าไม่ค่อยเข้าตัวเราเราไม่รู้สึกแล้วมันค่อยๆจูงไปเพราะว่านิยมคติของคนที่มีภูมิยังไงใครมียังไงมันก็นมมันก็ถูกดูดซึมไปตามตัวเองที่สูงไปค่านิยมของพระพุทธศาสนาต่อสังคมปัจจุบันจึงอาจจะจัดแบ่งออกมาเป็นหัวข้อใหญ่ๆสัก 7 ข้อได้ดังนี้ในที่นี้จะอธิบายถึงค่า เป็นจริงในเมืองไทย 1 บางคนบางสังคมเห็นว่าอุดมคติของพระพุทธศาสนาสูงเกินไปจนคาดคะเนดาวเอาว่ามันเป็นไปไม่ได้แน่ๆถึงก็ลงมาติดกันเลยว่าคำสอนของพระพุทธศาสนานั้นเป็นเพียงปรัชญาโกโก้เท่านั้นและบางคนถึงกันแน่ใจเลยว่าพระพุทธเจ้านั้นก็ไม่มีตัวตนจริงๆหรอกคำสอนต่างๆของพระพุทธศาสนานั้นเกิดขึ้นมาเองเป็นปรัชญากลองโดยอัตโนมัติอันเกิดเองเป็นเองความนิยมของบางคนบางสังคมจึงมีค่าเพียงเท่านี้เท่ากับว่าต่างคนก็นิยมศาสนาหรือว่าให้ความเลื่อมใสในศาสนา ให้ความนับถือศาสนาได้เพียงแค่นี้ได้เพียงแค่เห็นว่าบางคนก็บอกว่าไม่จริงอ่ะมันเป็นปรัชญาโกโก้เฉยๆปฏิบัติไม่ได้บางคนก็บอกถึงขนาดบอกว่าไม่ใช่ไม่ใช่เรื่องเป็นศาสนาที่เกิดมาเองมีอย่างพระเยซูอะไรนี่ก็ว่าไม่ใช่อย่างนั้นไม่มีตัวคนมาสร้างหรอกมันเป็นสิ่งที่เกิดมาเองเป็นเองไปตามลำดับแล้วก็แม้แต่คำสอนแม้แต่พระธรรมคำพูดอะไรเป็นอะไรที่ตัดไว้ก็เป็นปรัชญากรองคือหมายความว่าเป็นปรัชญาของคนที่เขาจองแล้วก็กรองเอาไอ้ที่คำสำคัญมาเป็นหลักคำสอนค่อยๆรวมๆๆมาเจอเองโดยอัตโนมัติด้วยแล้วก็เชื่อเท่านั้นก็ไม่เชื่อว่าศาสนานี้จะเป็น ร้านอะไรดีจริงแน่นอนนี่เป็นค่านิยมของคนสังคมหนึ่งบางกลุ่ม 2 บางคนบางสังคมเห็นว่าอุดมคติของพระพุทธศาสนาสูงส่งเกินไปจนตนเองแน่ใจเอาเลยว่าไม่สามารถอาจเอื้อมเอาพระพุทธศาสนาหรือพุทธคุณนั้นมาให้แก่ตนได้แน่ๆทั้งๆที่ตนเป็นพุทธศาสนิกชนจึงไม่ใส่ใจศึกษาไม่นำพาพระพุทธศาสนาเลยหรือแม้จะต้องทำการใดเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาก็ทำอย่างเสียไม่ได้ไปแค่นั้นเองบางคนก็เข้าใจทั้งนั้นเลยค่านิยมของสังคมสังคมนี้ก็มีเท่านี้แต่เป็นสังคมที่ใหญ่ไม่ใช่เล่นเหมือนกันแม้ในปัจจุบันนี้ในประเทศไทย แบบนี้ในเมืองไทยก็ไม่ใช่เล่นหาค่านิยมแบบเห็นว่าโอ้พุทธศาสนามันไม่ไหวแล้วมันสูงมันไม่เอาไม่ไหวแล้วปล่อยฉันไปเดี๋ยวผู้จัดหาก็ปล่อยกันไปแต่เราก็อยู่ของเราก็แล้วกันนี่แบบนี้แยะค่านิยมแบบนี้แล้วก็เลยทำอะไรอะไรเกี่ยวกับการเกิดศาสนาก็ไปแค่นี้แหละไปตามควรเออวันเกิดทีนึงใส่บาตรหน่อยก็เท่านั้นเองศาสนาก็มีแค่นั้นแต่ว่ามากอีกแบบนี้เดี๋ยวนี้กำลังแย่ข้อ 2 เยอะแยะที่สุดเลยไม่ก็เอาใจใส่ไม่ก็นึกว่าศาสนานี้จะมีค่าอะไรกับตัวเองไม่นึกข้อที่ 3 บางคนบางสังคมประพฤติปฏิบัติตามแล้วก็ได้บรรลุผลจริงแก่ตนมีทานมีศีล สมาธิมีปัญญาแจ้งเป็นสัมมาทิฏฐิถูกตรงได้บ้างได้บ้างก็หยุดก็ถือก็วางก็หยุดไปตามขั้นตามระดับแห่งผู้นั้นผู้นั้นได้ช่วยตนช่วยผู้อื่นไปตามฐานะแห่งธรรมบางคนก็สูงเป็นที่สุดได้จึงยังพระพุทธศาสนาไปได้เป็นเนื้อเป็นแก่นอยู่แล้วก็ดึงจูงผู้ยังไม่เลื่อมใสให้เข้ามาเลื่อมใสถูกแท้ตรงเป้าได้อยู่ค่านิยมของพระพุทธศาสนาต่อสังคมปัจจุบันดังนี้ก็ยังมีแท้ๆหากมีจริงๆตามที่ผู้ที่รู้ผู้ที่เห็นผู้ที่ไม่รู้ไม่เห็นก็รู้ไม่ได้ว่าพระพุทธศาสนาที่มีเนื้อแก่นเป็นอย่างไรจนกระทั่งผู้ที่เกิดทานก็รู้ในทานเกิดศีลก็รู้ในศีลเกิดสมาธิก็รู้ในจิตของตัวที่เป็นสมาธิอย่าง นั้นอาจเป็นวิมุตเป็นปัญญาอย่างไรที่มีอยู่ในจิตก็รู้มีปัญญาแท้และก็หลุดร่อนอะไรไปก็รู้เรื่องนี้ก็มีไปตามฐานะผู้รู้ได้ถึงฐานะไหนก็จบแค่ฐานะนั้นไม่สามารถก้าวต่อเพราะไม่มีสิทธิ์พูดจูงผู้นำก็มีบางคนก็ได้แค่โสดาบางคนก็ได้แต่สติธรรมคนได้แก่ธนาคารบางคนได้ถึงอรหันต์อะไรก็มีแต่วันน้อยตามลำดับมันมีสูงเล็กน้อยตามลำดับก็มันไม่มีใครยืนยันเดี๋ยวนี้มันมันชักจะแย่ไม่มีใครยืนยันไม่มีใครประกาศไม่มีใครที่จะกล้าพูดกล้าทำมากนักก็เลยไม่ค่อยแน่นอนแต่ในข้อที่ 3 นี้เป็นไปโดยจริงตามข้อที่ 3 นี้ก็ยังมีอยู่แท้ๆนะเนื้อหายังมีแต่มันน้อยลงบ้างเท่านั้นแหละ ข้อที่ 4 บางคนประพฤติปฏิบัติตามและก็ได้บรรลุบ้างแล้วแต่ละระดับทว่ายังไม่ถึงจุดยอดไม่ถึงจุดยอดแท้จริงแล้วตนเองก็หลงนึกว่าตนถึงที่สุดแล้วก็ประกาศคุณภาพแห่งคุณวิเศษก็ประกาศคุณภาพของตัวเองออกมาตามที่ตัวเองเข้าใจตนเองได้มันก็เป็นภูมิของตนแต่ตนนึกว่าตนรู้รอบสิ้นแล้วคุณน่ะวิเศษอย่างอื่นไม่มีอีกแม้ผู้นั้นจะปฏิบัติจนเป็นประโยชน์ตนได้ไปมากมายถึงขั้นเกือบสุด นายให้บางคนเลยบางคนปฏิบัติไปถึงได้ขึ้นคันเกือบสุดก็มีอาจจะดับโรคอบายอันเป็นโรคคันต่ำคือความไม่เจริญที่คนปุถุชนยังพากันติดพากันหลงพากันไม่รู้อยู่อย่างเข้าใจไม่ได้เป็นต้นว่าอบายมุขทั้งหลายมีเรื่องการพนันทั้งปวงสิ่งเสพติดต่ำๆอยากๆเรื่องนักเลงผู้หญิงผู้ชายการละเล่นเกมต่างๆทั้งมหรสพนานๆอะไรพวกนี้เป็นต้นก็ดับได้วางเฉยสนิทได้สิ้นโลกสิ้นโลกและรู้แจ้งเข้าใจชัดเห็นว่ามันเป็นบาปเป็นชั่วไม่ยินดียินร้ายในมันทั้งหลายและนั่นแล้วจริงถึงอนุสัยจิตเขาทำได้จริงๆต้นก็ปิดอบายได้เป็นสมุดเขตแท้จริงแล้วด้วยและแม้โลกจะทำ 8 อันนี้ลาภยศสรรเสริญสุขเสริมลาภเสื่อมยศนินทาทุกคดีตลอดไปจนโรคกามอันเป็นเรื่องของความติดยศความใคร่อยากเนื่องมาแต่ทวารหูทวารตาจมูกลิ้นกายก็สามารถจะดับโลกนั้นๆได้ถึงจิตเป็นปัญญาเข้าใจแจ้งชัดรู้เท่าทันจนกระทั่งอนุสัยจิตเห็นความเบาความว่างแจ้งในสภาพพ้นภาระได้อย่างแท้จริงทั้งดับได้จริงเป็นพระอนาคามีออกปานนี้หรือแม้บางท่านจะดับได้แค่คุณธรรมพระสังฆทานมีหรือพระโสดาบันก็ตามนะนี่หมายความว่ามีอยู่จึงต้องผู้ที่สามารถปฏิบัติตนให้พ้นไปพระอนาคามีโดยระดับโลกต่างๆโลกชั้นต่ำขั้นต่ำ ถังดับเพลิงอนุสาวรีย์ของตัวเองไปโดยแท้จริงได้แต่ว่าเป็นหลงไปหลงเข้าใจว่าจบระหว่างโสดาบันก็นึกว่าตัวเองสูงหากสัตว์ที่ทากันนึกว่าตัวเองสูงราคากันนึกว่าตัวเองสูงระดับได้แค่นั้นแค่นั้นแล้วก็เลยเฉยเมยพอรู้ว่าตัวเองจบตัวเองได้รับรถในความสุขอันเป็นวิมุตที่รถคือมันหยุดยากยุ่งๆอย่างนั้นอย่างนั้นได้แล้วเห็นแล้วเห็นความเหนือกับเขาได้แล้วด้วยเห็นจริงแต่ก็ยังไม่เห็นควรทั่วไปหมดแล้วเพราะว่ายังหลงผิดคิดสงบยังเห็นแก่อัตราหรือโรคปรมาณูแล้วก็เลยพลอยหลวงว่าตนสิ้นสุดตนบรรลุ พ้นแล้วเป็นพระอรหันต์แล้วเข้าใจผิดว่าที่สุดแห่งคุณธรรมของพระพุทธศาสนามีเท่านี้ดังนี้แล้วตนก็หลบหน้ามนุษย์เข้าสู่ป่าสู่ถ้ำหรือที่ที่ไม่มีผู้ไม่มีคนเพราะว่ามันสงบดีการจิตตนสัมผัสกับโลกนั้นๆก็ยังทนไม่ได้ผิดจังหวะไหวอยู่ยังไม่พ้นสิ้นรอบถึงโรคปรมาจน้ำมันแท้จริงโลกประมาณเนี้ยเป็นเรื่องสำคัญเพราะแม่ที่เป็นพระโสดาบันเป็นพระสกทาคามีเป็นพระอนาคามีก็ตามถ้าเผื่อว่าไม่รู้ถึงจิตในจิตจนสามารถรู้จิตตัวเองเข้าไปว่าตัวเองเนี่ยอ่านออกด้วยปัญญาเรียกว่าญาณเพราะสิ่งที่ตัวเองหลุดพ้นมาได้เนี่ยคืออะไร แล้วเราหลุดพ้นจริงหรือเปล่าจะเวียนกลับไปเสพหรือเปล่าเรารู้จริงๆต้องเป็นผู้รู้ชัดๆเลยว่าเราไม่ได้เสพติดเราร่อนติดของเราขาดแน่แท้ไม่เวียนกลับรู้อย่างแท้อย่างจริงถึงความชั่วความไม่ดีความเลวความตามรู้เป็นเหตุเป็นผลเลยว่าจิตของเราเองนั้นน่ะไม่ไปติดประยุทธ์ไม่ไปเสพไม่ไปสุขกับมันด้วยและจนกระทั่งปล่อยวางคืนได้อีกปล่อยวางคืนได้ก็คือแม้เราจะไปคลุกคลีคนๆไปสัมผัสก็รู้แต่ว่าเราไม่ติดไม่รับรถไม่มีรถไม่มีรถจริงๆไม่ใช่ภาษาพูดนะ ดูหนังก็ไม่เป็นหนังดื่มเหล้าก็ได้ทำไมไม่ๆๆไม่มีความชอบความชังอะไรเฉยๆแล้วรู้รถมันแท้ๆเลยมันสาดๆแสบๆอะไรดูดบุหรี่ก็ได้ทำสิ่งนั้นหรือสัมผัสสิ่งนั้นได้อยู่แต่ตัวเองไม่มีชอบไม่มีตังค์ไม่มีจริงๆและก็ไม่มีเคืองไม่มีรักอนุโลมปฏิโลมพร้อมมีสัจจานนท์ยานสามารถที่จะรู้ได้ว่าคนที่เขาติดก็ตามฐานะของเขาเราเองเราไม่ติดแล้วเราพ้นมาแล้วและเราก็รู้ควรอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเกิดญาณทัศนะญาณทัศนวิสัยคือเกิดปัญญาที่รู้แจ้งเข้าใจจริงด้วยว่าสิ่งนี้มันชั่วมันต่ำสิ่งนี้ไม่ดี เกษตรได้จริงก็เราไม่เสพเราก็ 0 เราเสพเราก็ 0 เสียของนอกจากเสียของแล้วไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราจะเสพเข้าไปเราก็ไม่ควรจะเสียของนั้นแล้วก็ไม่ควรจะเสพติดและถ้าเราไม่เสพก็เป็นตัวอย่างอันดีงามด้วยเราไม่ต้องไปยุ่งกับสิ่งเหล่านั้นเพราะปัญญาไอ้ตรงนี้แหละคนพูดอย่างไรบรรยายกันอยู่อย่างคุณไสวก็ตามอย่างคุณฝนก็ตามแล้วบอกว่าเสพติดฟังมันไม่เสร็จถ้าเรารู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งต่ำชั่วแล้วเราไม่เจ็บไม่ดื่มเหล้าอยู่เนี่ยไม่ลืมหรอกมันจะไปดูมันเป็นตัวอย่างเขาทำไมเสียของเสียเงินแล้วเราก็ไม่ได้ดิบได้ดีอะไรจะเป็นเสียเลยเป็นโทษกับตัวเราเองบ้างด้วยแล้วเรื่องอะไรเราจะไปดื่มด้วยไม่ทำแล้วไม่ทำเพราะมันเกินเข้าเขต แนะนำภาษาปากพูดมันพิสูจน์ได้อย่างนี้มันต่ำเกินไปที่จะต้องละเว้นอย่างเด็ดขาดอย่างที่เคยพูดแล้วฐานฐานะสิ่งใดที่ควรจะตัดขาดโดยไม่ต้องข้องแวะให้เห็นชัดเจนเป็นตัวอย่างเลยในโลกเราก็ไม่ควรจะต้องสิ่งใดที่จะต้องอนุโลมอนุโลมไม่มากกว่าหมายความว่าบางทีเราอาจจะท่วมโดยบังเล็กน้อยบางทีเราอาจจะไม่ร่วมด้วยแต่ปล่อยเขาปล่อยเขาแล้วก็ทำทีเป็นเออออห่อหมกไปเฉยๆแต่เราเองเราไม่แตะต้องไม่ยุ่งอะไรด้วยและเรียกว่าบทบาทของการอนุโลมหรือปฏิโลมตามฐานะบางอันเพราะว่าเรารู้ฐานะของเขาไม่ได้ไม่ได้จริงๆแล้วเขาจะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปให้ค่อยๆอนุโลมให้เขาไม่ๆศรัทธาซะทีเดียวบ้างแม้ว่าฐานะ อีกฐานะหนึ่งก็คือฐานะอาศัยฐานะอาศัยนี่หมายความว่าเราจะต้องเกี่ยวข้องยุ่งอยู่ด้วยแต่เราก็ไม่มีสิทธิ์ติดลูกแล้วคิดถึงสัมผัสไม่ได้เสพสุขเสพทุกข์กับสิ่งนั้นเช่นเครื่องนุ่งห่มที่เป็นปัจจัยอาหารที่อยู่คือยารักษาโรคที่เป็นปัจจัยถึงแม้บริขารจำเป็นบางอย่างซึ่งเราจะกำหนดมีแต่น้อยที่สุดถ้าเรามีมากๆแล้วมันก็เป็นตัวอย่างเขาเลอะๆเลอะเทอะมากมายเพราะว่าถ้าผู้ใดที่รู้จริงเข้าใจจริงตามอย่างว่านี้แล้วเราก็จะต้องพยายามดึงจูงเขาเป็นค่าสัมพัทธ์หรือเป็นสัมพัทธภาพที่จะจูงดึงเข้ามาเขาไม่รู้สึกตัวหรอกว่าเรามีสภาพอย่างนี้แล้วเขาก็จะเริ่มใช้คนที่เข้าใจด้วยธรรมก็จะเห็นเอ่ออันนี้เป็นตัวอย่างนี้ไม่ใช่ต้องอันนี้เลยถ้าไม่ทำไอ้นี่เลยถ้า อย่างนี้มันจะดึงแล้วก็จะได้เห็นได้ตามรูปซะก่อนแล้วก็จะปฏิบัติตามจนกระทั่งเขาปฏิบัติตามแล้วเขาก็จะรู้ได้ว่ามันก็เฉยๆมีหรือไม่มีมันก็เฉยๆเท่ากันมีก็ได้ก็เฉยๆไม่มีก็ได้ก็เฉยๆเพราะฉะนั้นเรื่องอะไรเราจะไปมีล่ะไปแบกไปหามันไปออกไปหวงไว้เราก็ไม่ต้องมีซะก็ดีกว่าอย่างนี้เป็นต้นนอกจากรอบที่หมุนกลับที่เราจำเป็นที่จะสงเคราะห์ทานในบางโอกาสบางครั้งบางคราวซึ่งรับที่อยู่บ้างเล็กน้อยอะไรเนี่ยพออยู่อาศัยบ้างให้เป็นที่เป็นทางจะดูในสภาพสังคมจะเร่ร่อนตอนไปซะจนถึงขนาดว่าไม่มีที่จอดที่พักซะเลยมันก็ดูกระไรอยู่ปีที่ 6 ที่พัก คนเล็กน้อยก็พอได้หรือว่ามีผ้านุ่งผ้าห่มอะไรพอสมควรมีอาหารแม้เขาจะเอามาถวายมากเกินเล็กน้อยก็อนุโลมเค้าบ้างอะไรเงี้ยซึ่งเราอนุเคราะห์ทานเป็นการนี่มันยังไงอันนี้เป็นความโยงใยหาให้สืบสัมพันธ์ให้มีความสัมพันธ์ให้มีความเลื่อมใสศรัทธาชักจูงหมุนเวียนติดต่อกันอยู่ไม่ขาดกันเสียเราก็อนุเคราะห์เขาได้เราก็ทำเขาได้บ้างแต่ก็ต้องมีความระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่าเราเองเราขาดสิ่งใดได้แล้วสิ่งนั้นตามจริงๆเราก็จะไม่พึงปฏิเสธให้เขาเห็นหรือไม่ปฏิเสธด้วยโดยธรรมดาของเราก็ไม่ควรไปแตะต้องไปเกี่ยวข้องด้วย ถ้าสิ่งใดขออนุโลมมันจะอนุโลมถ้าสิ่งใดที่เป็นฐานะอาศัยเราควรจะรับอยู่เราก็สังฆทานมีโสดาบันละไอ้สิ่งตามมานี้ได้จริงผู้นั้นถ้ารู้จริงอย่างที่ว่านี้รู้ถ้วนทั่วไปประมาณรู้ในจิตที่เป็นญาณและมีบุตรมีญาณทัศนวิสัยพร้อมคือมีปัญญารู้ท่วมทั่วโลกด้วยเลยว่าเข้าใจแล้วก็หมดถึงขั้นเขมะถึงขั้นเขม่าคือเป็นจิตเกษมจากสิ่งเหล่านี้เรียกว่าโลกนี้เป็นโรคแห่งอบายมุขไม่มีที่ลาวเด็ดขาดโลกะธรรมมีแล้วก็โลกะธรรมมีเหตุคือโลกธรรมอันเป็นโรคระบาดอันนี้ไม่แม้แต่จะผันแม้แต่จะกระทบเราติดตามยถากรรม เราจิตของเราไม่หวั่นไหวไม่มีเอียงไปข้างโน้นทางนี้เป็นกลางจึงจะเรียกว่าจิตสมุดเฉดนะถึงจะเรียกว่าจิตสมุดเขตพยายามเข้าใจให้ดีนะถ้าอยากอธิบายให้ฟังถึงลักษณะของพระโสดาบันก็ดีแต่ศรัทธามีคดีอนาคามีก็ดีเหมือนกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหละคือเป็น 7 เข็มหมักทุกๆรอบหมดโศกเศร้าไม่มีอโศกอ่ะไม่มีโศกเศร้าวิรัชช้างไม่มีไม่มีกำหนดย้อมใจแม้แม้แต่เพียงธุลีไม่ว่าจะจำหน่ายย้อมใจไปในเรื่องชังเป็นโทสะขนาดย้อมใจมาในเรื่องรักเป็นโลภะก็ไม่มีและมีปัญญาผ่องใสเพราะไม่มีโมหะไม่มีอวิชชารู้รอบอย่างแท้จริงผู้เป็นดังนี้ได้แต่ละสิ่งแต่ละอย่างรู้ของเราแท้ก็พึงปฏิญาณตนได้ วราวุธเรารักเราคลายเราได้เป็นฉันอย่างไรก็จะกระจ่างชัดๆแท้ๆเลยเราเราไม่ไม่ปิดไม่บังใครของแต่ตัวเองตัวเองก็รู้ให้ได้ชัดๆแล้วก็กำหนดเอาได้อ่านเอาได้นี่ไม่ใช่ของลับอะไรนะสอบไม่จำเป็นจะต้องให้อาจารย์เป็นคนคอยสอบให้คะแนนเตะถ่ายหรือไม่ต้องสอบเองสอบเองได้ไม่ต้องใช้อาจารย์สอบไม่ต้องเตะถ้าให้อาจารย์สอบสอบเองได้นี่บอกเปิดเผยไม่ใช่บอกว่าไม่ได้อันนี้บอกไม่ได้แล้วบอกลูกศิษย์ไม่ได้ก็บอกลูกศิษย์เดี๋ยวมันโกหกเหมือนเดิมมาบอกเราเวลาเราไปสอบยานบอกลูกศิษย์มันรู้ยานมันรู้อะไรแสดงว่ามันก็เอามาตอบเราเราก็เช็คไม่ได้สอบไม่ได้อย่างนี้ต้องไม่บอกบางอย่างต้องปิดปิดลูกศิษย์เอาไว้เวลาจะสอบว่าคอยถามคอยอะไรที่จะเอาไปตามประสาเอ้ยมันนี่มันเล่นบัญญัติเฉยๆมันไม่ใช่ของจริง ของจริงนะมันตอบเอาเองได้รู้เองเห็นเองกับพระพุทธเจ้าท่านบอกปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิอ่ะมันรู้เองเห็นเองมันเข้าใจเองเป็นผู้ฉลาดเองอยู่ในนี้ก็จะตามแปลว่ารู้เองโดยตรงเวลาที่จะโทรก็หมายความว่าเป็นผู้ฉลาดเป็นบัณฑิตวิญญูหิรู้ในตนของตัวเองแท้จริงของเราเองฉลาดเองรู้เองเป็นเวทีแต่พอเป็นบัณฑิตเองไม่ใช่ไปให้คนอื่นเป็นบัณฑิตด้วยตัวเองก็ไปคอยให้เขาสอบไม่ใช่ไม่ใช่หรอกแต่ผู้ที่เป็นอาจารย์ก็สอบได้ด้วยก็รู้ได้ด้วยแล้วไม่ต้องสอบยากอะไรหรอกผู้เป็นอาจารย์ก็ไม่ต้องสอนอะไรยากมากมายอย่างนี้เป็นต้นแต่ข้อสำคัญนะไม่ใช่เรื่องผิดบ้างศาสนาพุทธไม่มีปิดเผยเปิดเผยมีแต่เรื่องกระจากกระจ่างไม่มีสิทธิ์ฟังปิดเผยมีเล่นๆๆเอาไว้ว่าจะตัวเล่นดึกๆอะไรๆกันแล้วยังไม่มีศาสนาพุทธมีแต่ บริสุทธิ์เราต้องรู้พยายามเข้าใจนิดๆกันมานานแล้วพวกเรานี่ได้หลายปีหน่อยจะเข้าใจกันถ้วนทั่วแล้วตอนนี้ก็พยายามเพิ่มเติมพยายามเน้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามุมเหลี่ยมไหนที่มันยังขาดตกบกพร่องก็พยายามเติมให้ฟังให้เข้าใจนะเราจะได้เข้าใจให้ทั่วๆในกรณีที่พูดอยู่ขณะนี้คือ minor เชิงจริงหน่อยเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้ศาสนาพุทธเข้าใจไม่รอบแล้วก็พยายามบางทีบางคนหลงแค่พอตัวเองหมดได้แค่ตามเพิ่มมูลค่ากามหมดแค่โลกธรรมบ้างแล้วก็ยังไม่แทงทะลุปราสาทน้ำมันที่ละเอียดลึกซ้อนเป็นชั้นๆกระจัดกระจายอย่างที่ว่านี้อยากรู้มันไม่ค่อยชัดอย่างนี้แต่ว่าเราหลุดมาจริงนี่นาจิต มีความวิมุตจริงมันมันเป็นสมถะคือมนุษย์สงบสงบได้ที่จิตจริงๆแต่ปัญญาที่จะรู้ซ้อนอย่างที่ว่านี้เข้าใจในจิตวิญญาณมีมนุษย์หรือมีญาณทัศนะวิสัยจริงๆไม่มียังไม่เกิดยังไม่เกิดญาณเท่านั้นมีสายชาร์จเพราะฉะนั้นจึงบอกตัวเองไม่ได้ก็แจ่มแจ่มกระจ่างแต่ตัวเองได้เสียความสงบแพ้ได้เสร็จมึงเรียกว่าติดจิตสงบยังเห็นแก่อัตตาของตัวเองอยู่แม้ที่สุดพระโสดาบันบางคนก็หลงได้มันเมามันสว่างมันสูงขึ้นกว่าพวกนั้นเฉยไปได้เยอะเฉยไปได้กว่าพวกที่เขายังเสพโรคจิตเต็มทุกประตูมันได้จริงๆมันสงบรองรับได้พอได้เลยมีความสงบพอสบายของตัวเองพระสังฆทานอีกละโลภะโทสะโมหะขึ้นไปได้อีกสูงคือค่า ต่างๆที่เป็นโรคพลาสติกเท้าก็คือค่าโรคกามคุณฆ่าโลกธรรม 8 นี่แหละบิดาเป็นพระโสดาบันภาษากรีฑานี่ก็ฆ่าโลกธรรม 8 กัน 3 คนลาภยศสรรเสริญสุขที่สุดพิเศษกามเสพสุขอะไรแบบพวกโรคกะลามาได้ไม่ใช่ว่าได้ยศได้ลาภอะไรก็ยังสุขใจชื่นใจดีใจไม่ได้ก็ยังมีโทสะยังอยากได้อยากเป็นอยากมีอะไรอยู่อย่างนี้ไม่มีและลดลงลดลงเรื่อยๆแล้วก็ให้ทายกันเพิ่มเติมอะไรพวกเนี้ยโลภะโทสะโมหะในเรื่องเหล่านี้โลกธรรม 8 กับโลกตามคนจนกระทั่งหมดกามราคะหมดปฏิฆะคือไม่ชอบไม่ชั่งแล้วนายเพียงเธอเพียงเคืองใครหมดก็หมดเป็นสังโยชน์ 5 เบื้องต้นก็เป็นพระอนาคามีได้ เก็บพระวัดสกิทาคามีก็เป็นแบบนี้อดได้ก็เป็นพระอนาคามีบทในจิตในใจก็รู้ตัวเองรอบเลยนะแต่ในกรณีนี้ที่พูดไว้เนี่ยไม่เอาไม่รอดยังไม่รอบปรมาตมันที่ซ้อนยังไม่รู้จิตอย่างลึกซ้อนละเอียดโดยไม่มีญาณทัศนวิสัยเป็นแบบฤาษีชีไพรเขาส่วนใหญ่ดูชิคกี้พายนี่ตัดลดได้เหมือนกันตัดรถได้แล้วไม่เสร็จเขาก็ไม่เสพนะเอายอดอะไรมาเขาก็เฉยเหมือนกันก็ไม่เกี่ยงงานทางต่างหูจมูกลิ้นกายใจอะไรเขาก็เฉยๆได้เก่งโพสต์ได้จริงๆแต่มันไม่มีญาณทัศนะวิสัยไม่มีไม่มีการที่จะรู้สลักคืนในตัวของอรหันต์จิตทุกตัวเพราะงั้นถ้าผมว่าติดตัวระงับดับเฉยๆเป็นเฉยๆเป็นสมถะเป็นเจโตสมถะดับไม่ใช่เฉย ระดับระบายปิดอบายระดับโลกตามคุณดับโลกกระทำ 8 มาได้เฉยๆเฉยๆแต่จิตตัวเองไม่รู้ในจิตของตัวเองมีปัญญารอบถ้วนไม่รู้เท่าทันจิตตัวสงบเพราะทำได้แล้วเราไม่ต้องคุยแล้วมันเบาแล้วนี่เบาสว่างสบายแล้วว่างแล้วพ่นแล้วสงบแล้วมันไม่ต้องไปปรุงเนี่ยมันไม่ต้องไปเดือดร้อนมีไม่มีก็ช่างเฉยๆเพราะมันไม่ต้องไปเดือดร้อนที่จะไปอยากเสพอย่างนั้นอีกแล้วเนี่ยมันเบาว่างแล้วแต่ไงสงบมันสบายมันเบามากไปแล้วมันก็เมาจริงๆฟังให้ดีนะนี่เป็นความจริงนะเป็นความจริงมันเบามันก็สบายธนาคาร อบายมุขอะไรเราก็ไม่ติดอะไรต่างๆนานาโลกพรุ่งนี้อย่าเอามาเกี่ยวเลยโลกนี้ไม่ต้องการแล้วเพลงโทษส่วนมากเพลงโทษเค้าด้วยโอ้พวกนี้ยังติดไอ้พวกนี้อยู่อะไรก็ได้ไม่เอาด้วยเพราะงั้นตัวเองจึงไปคลุกคลีกับเขาไม่ได้บอกพวกพี่ก็เข้าไม่ได้ก็เห็นในความอยู่ของเราสงบสงบดีกว่าหยุดไม่ต้องไปพูดอะไรกับเขาเพราะมันวางจิตตัวสลัดคืนตัวอรหัตผลไม่ได้ตัวจิตอาสาอรหันต์ไม่ใช่ธนาคารมีสิทธิ์นะที่เคยอธิบายธนาคารได้เกลี้ยงเลยแต่ไม่มีการสลัดคือคือปล่อยคืนนี้เป็นธรรมดาโลกไม่ได้มีปัญญารู้วันนี้เป็นธรรมดาโลกของเขากับของเขาของเราของเราของเรามีศูนย์เราไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับเขาก็ถูกแล้วนี่ของเขานั้นมีเขาติดกับ เขาว่าเราไม่ได้ติดกับเขาแล้วโลกนี้จะไปดับมันได้ที่ไหนในโลกนี้มันต้องมีทุกอย่างพรุ่งนี้ถ้าเรายังนอนอยู่ก็เร็วกว่าเราไม่มีตัวตนยังไม่หมดตัวตนได้ถืออัตราและอัตราส่วนที่เราว่านั่นคือเราอยู่เฉยๆดีกว่าไม่ต้องไปเสพไปอะไรไม่ต้องไปยุ่งไปฝนไม่ต้องไปให้มาคลุกคลีเรารังเกียจด้วยแล้วก็สงบสงบสบายดีก็ยังติดติดติดติดสงบด้วยแล้วก็นึกงอนคนอื่นมันยังมีการไม่ชอบใจมันยังมีการกระทบกระเทือนอยู่ยังมีการเพ่งโทษเพลงดีอย่างเดียวเพราะงั้นจึงลำบากจิตตัวนี้ลำบากลำบากคนลำบากเยอะเหมือนกันเพราะธนาคารมีแบบนี้หรือว่าฤาษีชีพถ่ายแบบนี้จึงไม่นิยมเข้ากรุงไม่นิยมเข้าไปสอนในเขตขามไม่นิยมไปสอนหมู่สอนเราเป็นประโยชน์แก่หมู่เหล่าน้อย ตัวเองจะปลีกตัวไปเที่ยวกินผลไม้มากมายอยู่ในป่าสบายของตัวเองหากไม่มีผลสูงสุดไม่มีมนุษยสัมพันธ์พรุ่งนี้ไม่มีมนุษยสัมพันธ์แต่ไปอยู่กับลิงข้างสัมพันธ์เลยเป็นลิงข้างสัมพันธ์อยู่ในป่าในเขาในที่เงียบไม่มีมนุษยสัมพันธ์เพราะงั้นประโยชน์มันจึงได้แต่ประโยชน์ตนเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวถ่ายเดียวเนี่ยพวกนี้เป็นอย่างนี้เพราะงั้นเมื่อติดจิตสงบของตัวเองแล้วก็อัตราของตัวเองแล้วก็แล้วก็เลยหลบเข้าป่าเข้าถ้ำไม่มีผู้ไม่มีคนเขาสงบดีท่านจิตของตนสัมผัสกับโลกนั้นๆก็ยังทนไม่ได้จิตยังหวั่นไหวอยู่ยังไม่พ้นสิ้นรอบถึงโรคปรมาณแท้จริงผู้บรรลุได้แค่ นี้แล้วก็หลงตนว่าตนจบนั่นเองแหละที่ก่อค่านิยมให้พุทธศาสนิกชนเองก็ดีผู้อยู่นอกพุทธศาสนาก็ดีพลอยหลงตามว่าพระพุทธศาสนายังเป็นศาสนาที่ยังเห็นแก่ตัวเอาเปรียบโลกพอบรรลุแล้วต้องหนีเข้าป่าหรือว่าหลบหามุมสงบอยู่ไม่ทำประโยชน์ให้แก่โลกเหมือนเดียเศรษฐีฤาษีชีไพรและที่อื่นๆเนี่ยฟังดูให้ชัดๆนะเข้าใจให้ชัดเราเข้าใจให้จริงก็เลยกลายเป็นแบบนี้ข้านิยมของพระพุทธศาสนาในเหลี่ยมนี้แหละมีมากมายก่ายกองจนสังคมปัจจุบันนี้แทบจะเชื่อสนิทเข้าใจว่าที่สุดแห่งที่สุดของพระพุทธศาสนาเป็นดั่งกล่าวนี้จริงๆซึ่งยังเพี้ยนยังผิดอยู่ซึ่งยังเพียงอยู่ ที่สุดแห่งที่สุดของพระพุทธศาสนานั้นจิตหมดสิ้นความเสพจิตหมดสิ้นความเสพตัวนี้สำคัญอย่างแท้จริงสัมผัสกับโลกนั้นๆได้จะอยู่กับโลกที่ตนดับมอดสิ้นสนิทแล้วนั้นๆก็ได้จะไม่รวมกันไม่คลุกคลีคนปรุงกันแต่อย่างใดเหมือนใบบอนกับที่สัมผัสกับน้ำฉันนั้นแปลภาษาบาลีที่ท่านว่าไว้เนี่ยพุทธสาโรจิตตังยะสะนักธรรมปฏิกิและจะช่วยโลกนั้นๆได้แท้ๆไม่มีความเศร้าซึมใดๆเรียกว่าอโศกหรืออโศกไม่มันมีเครื่องคุณหม่นหมองไม่อะไรเลยสัมผัสกับเขาได้สบายจะเป็นยังไงมายังไงยังไงมาก็รู้ขนาดบางคนนี่มาอย่างแอ่นหนักเลยมามาก เอาแบบโลกมาทั้ง 3 4 โรคเต็มในโลกอบายโลกกามคุณโลกประไพโลกธรรม 8 แบกมาเต็มเหนี่ยวเลยมาอาบเราเราก็ยังไม่มีไม่มีเศร้าซึมโศกเสียใจไม่มีหวั่นไหวไม่มีหมองไม่มีหมองคล้ำมาแล้วอโศกอะแม้แต่ธุลีละอองใดก็ไม่สามารถย้อมหรือกำหนดให้เอนไปข้างชอบหรือยินดีเรียกว่าโลภะถ้าชอบก็ยินดีแล้วก็รูปพระให้เอียงไปข้างทางหรือยินร้ายเรียกว่าโทรศัพท์ไม่เอียงไปข้างไหนได้อย่างแท้จริงหมดเลยไม่มีอะไรยอมอย่างแท้จริงทั้งจิตใจแจ้งรู้โลกอันเป็นสมมุติหรือส่วนใดคือวิมุตรู้หมดสมมุติก็รู้มีหมดก็รู้นะมีหมด มีที่จิตเราเป็นอัพยาขจัดธรรมอัพยากันตังวิมุตก็คือจิตของเราเองไม่ยุ่งไม่เกี่ยวอะไรและเฉยแล้วไม่เป็นกุศลไม่เป็นอกุศลจิตของเรานี่เป็นเฉยวิมุตติอยู่เห็นอยู่เห็นอยู่เห็นอยู่ชัดเจนเรียกว่าเป็นผู้ที่รู้เป็นมีทัศนวิสัยมีญาณทัศนะวิสัยเรียกว่าสิ้นโมหะแถมมีปัญญามีปัญญานี่แหละญาณทัศนะแจ้งในกุศลธรรมอกุศลธรรมที่มีอยู่ในโลกนั้นๆชัดเจนด้วยเช่นอวิชชาหมดเห็นชัดเจนรู้จริงมีความรู้อย่างชัดแจ้งได้ว่ามีวิชาและท่านก็เกือบคูณโลกนั้นๆได้ด้วยกรุณาที่คุณอันมีบริสุทธิ์ที่คุณกับปัญญาที่คุณและท่านก็เกื้อกูลโลกคือช่วยคนอื่นได้แต่กรุณาเทียบเท่าที่ตัวเองมี ระบบความบริสุทธิ์ที่คุณก็คือความหมดแล้วที่ตัวเราบริสุทธิ์แล้วเก่งพร้อมเก่งเก่งรอบของตัวเองแล้วบริสุทธิ์ที่แปลว่าเก่งรอบบริสุทธิ์แล้วหลุดแล้วมีมดกับปัญญาที่คุณปัญญาตัวเองมีเท่าใดที่จะสามารถช่วยผู้อื่นได้ประกอบกำกับอยู่เสมอพึงใช้สัจจานนท์รมย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน