สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความบริสุทธิ์จะชนะทุกสิ่งในที่สุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ความบริสุทธิ์จะชนะทุกสิ่งในที่สุด พ่อครูว่า...ความเป็นประชาธิปไตยต้องทำงานได้กับผู้ที่สูงและต่ำ คนที่หยาบต่ำเราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงว่ายังช่วยเขาไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขาไปตามวิบาก เพราะทุกคนมีวิบากของตนเอง สัตว์ทุกตัวมีวิบากของเขาเองทั้งสิ้น เขาก็จะเป็นเช่นนั้น ช่วยยังไม่ได้ก็ต้องวางไปก่อน พยายามที่จะต้องมีความรู้ความสามารถ ในการไม่ให้คนที่ยังหยาบ ยังร้ายอยู่เข้ามาถึงตัวเรา เข้ามาทำร้ายเรา แม้เราจะข่มเขานะ จะว่าเขาอยู่นะ ก็จะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้ศิลปะวิทยา ใช้ศาสตร์ความรู้ ทำให้เขาไม่เข้ามาทำร้ายเราได้ ซึ่งอันนี้มีอจินไตยอีกเยอะ ทำไมผู้ที่ทำร้ายมาทำร้ายผู้ที่มีบารมีสูงไม่ได้ คำว่าบารมีคือมีอะไรเป็นสิ่งที่ป้องกันเป็นรังสี ราศี ที่เหมือนกัมมันตภาพรังสีป้องกัน สิ่งที่เข้ามาไม่ถึงจริงๆ อันนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คนที่ร้ายจะเข้ามาไม่ถึง ผู้ที่คนร้ายยังเข้าถึงอยู่ก็ต้องเป็นไป อย่างคานธีก็ต้องอย่างนั้น บารมีของคานธี พระเยซูก็ตั้งถูกตรึงกางเขนเป็นต้น อย่างพระพุทธเจ้าเรานี่ แม้แต่ผู้ร้ายเก่งกาจอย่างพระเทวทัตก็ทำร้ายได้แค่กลิ้งหินถูกพระบาทห้อเลือด อย่างนี้เป็นต้น ขออภัยพูดตรงๆไม่ได้ยกตนข่มท่านหรือเบ่งใหญ่ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสัจธรรมของมนุษยชาติในมหาเอกภพซึ่งมีอีกมากมาย อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เรียนรู้มาถึงวันนี้พูดไปยังไม่หมดยังมีความลึกซึ้งซับซ้อนยังมีอีก แบบพูดออกไปเรื่อยๆพวกเราก็ค่อยๆเข้าใจ พวกเราหลายคนแต่ก่อนไม่เข้าใจที่พ่อท่านพูด จนกระทั่งทุกวันนี้เข้าใจมาตามลำดับจนใกล้ชิดเข้ามาจนกระทั่งทิ้งทางโลกเข้ามาจนกระทั่งมาบวช จนกระทั่งเป็นได้แบบนี้ นี่ก็เป็นเรื่องที่สุดยืนยันความจริง ถ้าเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริงเป็นคนที่เลิศยอดที

อ่านต่อ

่สุดแล้วในโลกในสภาวะของความเป็นศาสดาในความเป็นมนุษยชาติที่มีตัวตนจริง เทวนิยมยกให้พระเจ้าเป็นใหญ่สุด สูงสุดก็ตามตำราตามคำสอนของศาสนาที่เอามาประกาศ เป็นปกาศก เป็นผู้เอาคำสอนของพระเป็นเจ้ามาประกาศ พอประกาศก็ได้ตามที่ตัวเองรู้ จริงๆแล้วศาสดาทุกพระองค์คือความรู้ของท่านเอง แต่ท่านไม่รู้ว่าของท่าน สั่งสมมาทุกชาติท่านไม่ได้รู้เหมือนศาสนาพุทธ ส่วนมากตายชาติเดียวเทวนิยม ตายชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้า แต่วนเวียนเกิดตายก็ช่างกรรมวิบาก เป็นร้อยชาติพันชาติมันไม่มีความรู้อันนี้ มันก็ไม่รู้กรรมที่สั่งสม ภาวะซับซ้อนอีกเยอะ ไม่รู้ ไม่รู้ก็พูดไม่ได้ ไปยกให้พระเจ้า จริงๆแล้วความรู้ของศาสดาก็เป็นของท่านเองไม่ได้เป็นของพระเจ้าที่ไหน แต่ท่านระลึกไม่ได้ ท่านไม่มีบุพเพนิวาสานุสติญาณ ตอนนั้นเกิดเป็นสัตว์เป็นคนชื่ออะไรทำอะไรมา ท่านไม่รู้ ไม่รู้ว่าข้อมูลต่างๆคือกรรม คือการกระทำของตนเองสั่งสมดีชั่วชั่วดี จนกระทั่งมาล้างดีชั่วชั่วดีที่เป็นตัวเองจนกระทั่งสูงสุดเป็นสุขเป็นทุกข์ ยินดีในชั่ว ยินดีในดี คนที่ชอบชั่วเป็นสุขในชั่ว คนทำดีก็เป็นสุขในดี ติดยึดดีชั่ว สลับซับซ้อนไปมากก็เลยสับสนตีไม่แตกแยกไม่ออก แต่พอค่อยคลี่คลายเอาดีชั่วมาพิจารณาค่อยๆเปลี่ยนล้างออกไป จนกระทั่งดีชั่วก็เข้าใจ เราต้องอยู่ในกรรมกิริยาที่ดี แต่ไม่ต้องไปมีความสุขในความดี แต่ความสุขในความชั่วนั้นไม่ต้องมีมันยากแก้ไข แต่แม้แต่ความสุขในความดีก็ไม่ต้องไปติดยึด จนไม่ติดยึดชั่วดี แล้วจะดีก็ไม่ยึดแล้วก็ไม่ยึดว่าเป็นเราเป็นของเราอีก ซับซ้อนไม่รู้กี่ชั้น ตอนนี้ย้ำที่ทุกข์สุข ความสุขความทุกข์เป็นความรู้ที่เขาคิดว่าเขาก็ติดยึด แต่เขาไม่รู้ แต่โลกุตระนั้นรู้จักสุขรู้จักทุกข์จนกระทั่งลดละความสุขความทุกข์จนกระทั่งบางเบาไปเรื่อยๆเป็นเหตุปัจจัย 2 อย่างที่น่ายินดีก็สุขไม่น่ายินดีก็ทุกข์ จนกระทั่งเราเรียนรู้ล้างออกไปจนกระทั่งไม่ดีเราไม่มี ดีมากๆเราก็ทำได้ แต่เราก็ไม่ติดในความดี จะดีเท่าไหร่ เราก็ไม่ติดยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา จนกระทั่งกลายเป็นคนไม่สุขไม่ทุกข์ได้ ซึ่งเป็นฐานนิพพาน กลางๆไม่สุขไม่ทุกข์ อทุกขมสุข หรือไวยพจน์ของมัน synonym คือ อุเบกขา แล้วก็มีอุเบกขาละเอียดลออ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา ความบริสุทธิ์สะอาดปราศจากกิเลส แม้จะมีความลวร้ายแรงอย่างไรมากระทบเราก็ยังบริสุทธิ์ได้ จะด่างพร้อยอยู่บ้างเราก็ต้องทำให้บริสุทธิ์อยู่ จนกระทั่งสูงเท่าไหร่ก็ไม่ด่างพร้อยไม่ติดไม่ยึด จิตกลางมุทุ ไวเร็วทำได้เป็นอัตโนมัติ เป็นนเอง ตถตา เป็นความจริงเองไม่ต้องจัดการ ความดีความชั่วเราจะทำแต่ดีอยู่เสมออย่างเป็นอัตโนมัติไวและเร็วและไม่ทำชั่ว รู้ความชั่วได้เร็วได้แล้วก็ไม่ทำได้เร็ว ทำดีรู้ดีได้เร็วทำดีได้เร็วเหมาะสมกับทุกสิ่งทุกอย่างจึงเรียกว่าเหมาะสมควรเหมาะสม กัมมัญญา กระทำกรรมทุกกิริยา เหมาะสมเหมาะควรตลอดไป สรุปแล้วทั้งหมดทั้ง ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา เจริญๆขึ้น จิตก็ปภัสสรา ผ่องใส ยังยืนยันความบริสุทธิ์สะอาดขาวผ่องตลอดกาลนาน เป็นภาษาที่ยืนยันสภาวะที่เป็นจริงที่ไม่ใช่แค่ตรรกะเหตุผลให้ดูเท่ แต่เป็นจริงได้ตามบารมี แต่ละบุคคล อาตมาเอามาพูดก็เอาความจริงมาขยายมาอธิบาย ดีนะที่มีพยัญชนะของพระพุทธเจ้าอยู่ในธาตุวิภังคสูตรพระไตรปิฎกเล่ม 14 ถ้าไม่เช่นนั้นอาตมาเอามายืนยันไม่ได้ ถึงแม้ว่าอาตมาจะเอาพยัญชนะมายืนยันได้ ถ้าไม่มีรับรองในพระไตรปิฎกเขาก็ไม่ ก็ยืนยันในอรรถกถาจารย์ แต่ในพระไตรปิฎกของเถรวาทไม่มีธรรมนิยาม 5 นี้ แต่อยู่ในอรรถกถาจารย์ของพระวิสุทธิมรรค อาตมาเจอนิยาม 5 นี้แล้วก็รู้ว่าถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าแล้วไม่มีใครมานิยามได้ ไม่มีใครจะมาแยกแยะได้ละเอียดละออเป็นขั้นตอนอย่างนี้ หรืออย่างมีเครื่องรองรับป้องกันตัวเองเป็นปาฏิหาริย์อันสูงส่ง เป็นเรื่องที่กลับกันได้อย่างที่เขาไม่เชื่อว่าจะทำได้เป็นได้ เอาง่ายๆนะ แม้อาตมายังไม่เชื่อตัวเอง ว่าให้เราเป็นคนมีดีมาแต่เก่าแต่ก่อนอย่างนี้เชียวหรือ เราก็เป็นเด็กกะโปโลคนหนึ่ง จนกระทั่งออกมาทำงานทางนี้ก็รู้ตัว ทำงานทางโลกก็ไม่ได้ไปพิสูจน์ตัวเองว่าต้องรวยมหาศาลมีอำนาจยศชั้นก็ไม่ได้พิสูจน์อะไรมากมายเลย แต่มันรู้ตัวก่อนมีบารมีก็รีบออกมา ขนาดรีบออกมาก็ยังเสียดายหรือว่าไปเสียเวลาอีกตั้ง 36 ปี ก็ต้องกระเสือกกระสนให้อยู่ยาวไปอีกร้อยกว่าปี เหนื่อยชะมัด หากเกิดมาได้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบมาทางนี้เลยก็แจ๋ว แต่พูดไปอย่างนั้นแหละมันก็ไม่ได้ ขนาดพระพุทธเจ้าก็ยังไม่ได้เลย ท่านก็ยังต้องระดับของท่าน ก็สรุปแล้ว ก็สามารถที่จะช่วยโลกช่วยสังคมมนุษยชาติได้ เอาสิ่งที่ประหลาดสิ่งที่ลึกลับ ที่อาตมาพยายามอธิบายอยู่นี่ว่าความสงบ มันไปสู้ความรุนแรงได้อย่างไร เอาความสงบไปเป็นอาวุธฆ่าความรุนแรง พูดก็พอเข้าใจ แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร(วะ) เอาความสงบไปสยบปืน หรือลูกระเบิดมันเป็นไปได้อย่างไร ยากจะเชื่อแต่เป็นไปได้ เป็นอจินไตยซับซ้อนทางบารมี ทั้งที่เป็นพลังงาน ตัวตนบุคคล ต่างเป็นเหตุปัจจัยทำให้เกิดสิ่งนี้ 620501_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความเป็นประชาธิปไตยไทยต้องอย่างนี้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน