221116-344 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านปรากฏที่รักนำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเพื่อการเพียรปฏิบัติตนซึ่งรัฐบาลวินัยนั้นก็เป็นศาสนาทั้งหมดเป็นระบบระเบียบเป็นทั้งธรรมะขั้นสูงย่อซึ่งจะมีทั้งระเบียบ มีทั้งวินัยทฤษฎีความเป็นไปมีพิธีการมีรูปแบบมีอะไรต่ออะไรที่จะสอดคล้องส่งเสริมให้ความเป็นไปของศาสนานี้ยั่งยืนเป็นไปได้ชั่วกาลนานเท่าที่จะเป็นไปได้เพราะฉะนั้นศาสนาจึงจะต้องมีทุกอย่างมีทั้งระเบียบวินัยมีทั้งทฤษฎีส่วนตนที่จะเอามาขัดเกลากิเลสส่วนตนแม้แต่ระเบียบวินัยนั้นก็เป็นเครื่องเราส่วนคนด้วยเหมือนกันสำหรับคนที่เข้าใจดีเพื่อวินัยเป็นผู้ที่เข้าใจได้ว่าบางทีวินัยแต่ละอย่างที่เขา ต้องอยู่ในกรอบในแบบในรูปอย่างนั้นอย่างนั้นมันรู้สึกขัดใจเราเหลือเกินเราไม่คล่องแคล่วเราไม่ถนัดการที่เรารู้สึกขัดใจไม่คล่องแคล่วไม่ถนัดเราก็ต้องฝึกพูดไม่เข้าใจดีแล้วว่าโดยหมู่โดยกลุ่มเห็นความจำเป็นที่ต้องใช้บางสถานที่บางแห่งเขาจะต้องใช้กฎใช้ระเบียบใช้วินัยอย่างนั้นอย่างนั้นเพื่อความสอดคล้องที่เป็นอยู่ดีเป็นไปกับหมู่กลุ่มใหญ่ที่เขารู้ว่าคนมีหรือว่าผู้ที่อยู่ในกรอบขายนั้นจะต้องใช้กรรมวิธีนี้เพื่อความเป็นอยู่ผาสุขเขาก็จะต้องใช้เกิดความเจริญและเราก็ต้องเข้าใจเจตนาอารมณ์ ไปด้วยแล้วก็ต้องเสียน้ำตาเห็นเป็นความจริงของเขาว่าเออมันเป็นไปจริงมันได้ประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้ถึงจะเห็นได้แต่ถ้าผู้ใดอาจจะอัตราส่วนผู้นั้นก็จะไม่เข้าใจกูจะไม่เปิดศึกษาวิเคราะห์วิจัยวิจารณ์ก็ไม่รู้ก็ไม่รู้ก็ได้แต่ขัดเคืองก็อยู่ไม่ได้นานถ้าผู้ใดไม่มีอัตราไม่มีมานะที่ดังกล่าวแล้วคนนั้นก็จะอยู่ได้นานจะร่วมมือที่นั่นที่มันเป็นงานอย่างนี้เราจะไปที่ไหนก็ตามเราจึงขอให้เข้าใจด้วยว่าเราจะไปที่ใดเราก็จะต้องเข้าใจกฎระเบียบวินัยแบบอย่
อ่านต่อ
างอะไรของเขาที่เขาต้องการเจตนาเพื่อหวังดีใครไม่มีใครที่จะตั้งกฎระเบียบขึ้นเพื่อหวังทำลายตนหรอก แต่มันก็มีปัญญาของเขาเองว่าเขาจะตั้งกฎระเบียบกันไว้แล้วเขาทำลายตนหรือเปล่าเราก็จะอ่านดูถ้าเรารู้อย่างนี้ที่จริงมันไม่ใช่เป็นไปเพื่อความเจริญหรอกมันเป็นไปเพื่อความเสื่อมต่างหากเราจะรู้ถ้าเรามีปัญญาที่ชัดแจ้งจึงเราจะเห็นว่ากฎระเบียบนี้ที่จริงมันใช้ไม่ได้แต่เขาใช้แล้วก็เราก็จะรู้เองไงแล้วเราก็ไม่ต้องใช้ถ้าสมมุติว่าเรามีโอกาสเป็นไทยของเราเราก็จะเป็นสัญญาเป็นความรู้แต่ถ้าเผื่อว่าเขาดีเราก็จะได้ความดีอันนั้นเขาดีนะมีแนวดีมีทฤษฎีมีแบบอย่างที่ดีเราก็จะได้ปัญญาเอามาใช้ได้แน่นอนคนเราทำอะไรดีขึ้นมาถ้าไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวจึงจัดการเกินไปก็ไม่หวงแหนหรอกที่จะดีหรือระเบียบแบบแผนอะไรต่างๆที่จะเอาไปใช้ ยินดีที่จะให้คุณเงียบไปประพฤติเอาไปกระทำเพื่อการเจริญแน่นอนที่สุดเพราะเราเองต้องพยายามระลึกให้ดีอย่าไปยึดถือตัวตนอย่าไปยึดติดความเห็นของเราว่าแต่ของเราดีเราไปที่อื่นเราต้องเข้าใจของเขาทุกแห่งทุกหนเพราะแม้แต่ของเราเองนี่เราก็ยังมีของเราอย่างนี้อย่างนี้ถ้าเราพยายามส่งไว้แล้วก็ต้องเข้าใจคนอื่นด้วยบางคนมาในจิตใจของเค้าแรงแต่บางทีก็จะทำตามกฎตามระเบียบอะไรๆของเราไม่ได้ถ้ากฎระเบียบก็ได้ที่เขาเองเขาไม่สนใจมันขัดใจเขามากก็ทำไม่ได้ไม่ไหวก็ต้องดูอนุโลมเล็กน้อยพอเป็นไปได้พออนุโลมได้ก็อนุโลมไม่ได้เราก็มันก็อยู่กันเองมันก็ขัดกันไปเราบอกว่า ถ้าไม่ย่อหย่อนหรือว่าทำมาเละๆเกินๆที่มีมากเกินไปนักเราเองเสียหายเพราะฉะนั้นก็ต้องถึงวาระที่มันก็อยู่ร่วมกันยากเองปัจจัยด้วยกันไม่ได้ร่วมกันไม่ได้อันนี้ก็เป็นระเบียบเป็นวินัยซึ่งจะส่งผลโดยธรรมะเหมือนกันจิตใจก็จะรู้จักอนุโลมใช้ปัญญาจะรู้จักปฏิเสธอนุโลมอาจจะรู้จักการต้องเหมาะสมควรที่จะปรุงหรือว่าสังขารให้มันเป็นการสำรวจเป็นสัมมาหรือเป็นมาที่จะอนุเคราะห์ผู้อื่นและเราที่จะอยู่ร่วมกันได้ส่วนผู้ที่เข้าใจแล้วว่าอย่างนี้ดีกว่าระเบียบอย่างนี้ดีหรือว่าทฤษฎีแบบ แผนอย่างนี้ดีจะเป็นการขัดเกลาเป็นไปได้ดีอย่างโน้นอย่างนี้เราก็จะกระทำกันและแม้แต่ระเบียบวินัยก็เป็นเครื่องขัดเกลาตนด้วยแล้วก็เป็นไปเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นอยู่ผาสุกด้วยส่วนกฎระเบียบหรือว่าหลับคิดดีกรรมฐานส่วนตนก็มีอีกแทรกซ้อนอยู่ในนั้นกรรมฐานกรรมฐานส่วนตนของผู้ใดก็ตามหรือว่ากฎระเบียบของตนเองที่ตั้งเป็นศีลเป็นหลักเพื่อขัดเกลากิเลสส่วนตนนั้นเราก็ต้องพึงรู้ว่าเราอย่าให้มันเป็นที่ขัดหรือให้มันเป็นที่เดือดร้อนกับคนที่เราอยู่ด้วยกับกลุ่มหมู่ที่อยู่ด้วยก็เลยต้องตามอย่างดีดูอย่างดีเราจะทำของเราดูเคร่งเกินไปก็รู้จักเกินไปอะไรก็ปรึกษาหารือหมู่บ้าน ทำแล้วมันเกิดการทำให้หมู่นี่เสื่อมด้วยซ้ำไปเป็นสิ่งที่ต่อต้านขัดแย้งหรือว่าเป็นสิ่งที่ทำลายอะไรลงไปเราก็จะต้องพยายามพิจารณาอยากให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นดีและเราก็ทำได้ประโยชน์ของเราก็จงทำไปมันก็จะสอดคล้องอยู่ด้วยกันอย่างดีถ้าจะต้องรู้จักกรรมฐานรู้จักศีลรู้จักหลักปฏิบัติเพื่อจะมักถูกวิธีให้ดีถ้าผู้ใดปฏิบัติธรรมโดยเอาสำนึกคิดเอาแต่การแข่งขันเอาเป็นการรู้ๆๆๆไม่รู้ยอดไม่รู้ปฏิเวธรู้จะเอาจะปฏิเสธหรือเอาตัวผลมาพูดมาคิดมาสรุปพวกนั้นไม่ได้ปฏิบัติธรรมอะไรหรอกเป็นผู้ที่กำลังเรียนรู้เรียนรู้ไปบางคนเรียนรู้อีกหลายภาพเทวดาจะครบพันน่าจะคิดแล้วก็ลืมคิด ลืมคิดแล้วก็ลืมเพราะมันไม่ใส่ใจมันไม่ฝังใจมันไม่เป็นเนื้อใจไม่เป็นเนื้อใจมันก็หลุดง่ายร่อนง่ายลืมง่ายมันไม่อยู่หรอกมันไม่เป็นสัญญามั่นหมายมันไม่เป็นตัวเนื้อจิตของวิญญาณมันเป็นแต่เพียงรู้ผิวเผินเพราะงั้นพวกนั้นก็ปฏิบัติธรรมแบบนานก็หันไปเธอก็ล่องแก่งไปงั้นแหละไม่ได้มักได้ผลอะไรกันกับเขาเพราะเราจะต้องจับมรรคกับกรรมฐานหรือจับศีลกับปฏิบัติปริยัติที่จะเอามาปฏิบัติปริยัติปฏิบัตินั้นเป็นศีลเป็นมากกว่าวิธีเพื่อปฏิบัติแล้วจึงจะเกิดปฏิเวธไม่เกิดผลเป็นพันท้ายสืบเนื่องจากโยมไปเรื่อยๆเมื่อได้ต้นก็จะสูงขึ้นเป็นเราก็จะมีสีใหม่เป็นอาชีพเสริมอาชีพเสริมก็จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดอภิปัญญาเป็นปัญญาที่ยิ่งขึ้นไปอีกเมื่ออธิปัญญาเกิดก็จะหาศีลใหม่อีกที่เรียกว่าอธิษฐานที่ยิ่งขึ้นไปอีกเป็นพันรอบแล้วรอบเล่าสูงแล้วสูงเล่าทรัพย์ตอนไปทรัพย์ทวีจนถึงที่สุดเราก็จะรู้ว่าที่สุดจบอันนี้จบแล้วสิ้นแล้วผิดหมดแล้วภาระขึ้นแล้วไม่มีอะไรแล้วสำหรับพ่อสำหรับเรื่องสำหรับส่วนต่างเราจะรู้รายละเอียดซับซ้อนมากหลายที่เป็นผู้ที่มีผลจริงมีรู้จริงมีสภาพที่ปฏิบัติเป็นไปเพื่อความหลุดปัญหาก็หมดไปได้จึงขอให้พวกเราได้รู้จักความสำคัญคือสิ่งที่เกิดขึ้น โต้งขึ้นในรอบฟางเขาเรียกว่ารวมกันทั้งหมดทั้งโลกมีทั้งสิ่งที่ประกอบธรรมะที่ทรงอยู่ที่ตนเท่านั้นธรรมวินัยก็คือสิ่งที่ดวงไม่หมดทั้งวินัยทั้งระเบียบดังกล่าวแล้วธรรมะที่ทรงที่ตนก็เป็นวินัยหรือกฎซึ่งกันเป็นส่วนตนก็ต้องให้รู้ชัดเจนและเราจะได้ไม่สับสนเพื่อปฏิบัติธรรมแล้วก็มีธรรมวินัยอย่างนี้และธรรมวินัยนี่แหละเราเรียกว่าศาสนาเราไม่รู้คำว่าธรรมวินัยอย่างชัดแจ้งไม่รู้ทั้งวินัยว่าจะต้องมีเอาตามอำเภอใจเรานั่นมันไม่ได้ปฏิบัติธรรมเพราะฉะนั้นเราก็จะไม่ถึงที่ทำให้เป็นที่สุดได้อย่างแน่นอนคอยศึกษาทั้งภาษาและความจริงที่แท้จริงได้แล้วเราถึงจะทำปฏิบัติธรรมะมีผล [ไม่สามารถถอดข้อความได้]