221108-340 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปราการอโศก-อ002.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2522 อภิณหปัจจเวกขณ์ (77 ตอน) MP3  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอพิสูจน์อักษร 
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านได้แสดงธรรมปฏิเวธก่อนฉันนะพุทธสถานปราการอโศกบริหารจัดทำซึ่งเป็นข้อต้นต้นแล้วก็มีข้ออื่นๆอีกหลายข้อก็จะขอกล่าวเป็นข้อสุดท้ายอีกสำหรับวันนี้ข้อสุดท้ายของกับบริหารมีอยู่ว่าถ้าผู้ใดยังไม่ได้มาก็จงมาพูดที่มา แล้วก็จงเป็นอยู่สุขเถิดไปหรือเป็นสุขอยู่เถิดอันนี้ถ้าเผื่อว่าเราทำไม่ค่อยจะเกิดถึงข้อสุดท้ายมันจะเกิดอย่างนี้จริงๆคือเมื่อเราทำให้ตนเองมีเกาะมีกลุ่มมีความรวมกันพร้อมพลังกันแน่นเหนียวผนึกเป็นกลุ่มกำลังนับเป็นพวกที่มีของดีมีของที่เหมือนกับมีเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นมีสีมันก็จะดึงดูดแมลงและดึงดูดอะไรก็ได้อื่นๆเข้ามาหาหรือแม้แต่ว่าเป็นพลังงานถ้ามันมีแรงมีฤทธิ์ขึ้นมามันก็จะเป็นอำนาจ มันก็ยังแม่นเล็กจะดึงดูดอื่นๆเข้ามาติดเข้ามาใกล้เข้ามาหาได้เองฉันได้นะถ้าเราเองได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีสิ่งที่น่าหน้าได้นะมีหน้าเป็นอยู่จริงคนพูดตาดีหรือคนพูดที่ปรารถนาแสวงหาอยู่ก็จะพึงเข้ามามันจะดึงดูดมันจะมีฤทธิ์มันจะมีเหมือนกลิ่นเหมือนสีมันจะกระฉ่อนไกลออกไปจนให้คนเขารู้เขาได้ยินแล้วก็คนก็จะตามเสียงตามกลิ่นตามลมตามกระแสเรียกว่าจิรังกระแสที่ระลึกกีรติกระแสที่มันเฟื่องฟูกระแสที่มันขจรกระจายไปเขาก็จะตามเข้ามา จึงจะเป็นข้ออภินิหาริย์ธรรมข้อปลายว่าผู้ที่ไม่มาก็จะมาหรือจงมาเถิดผู้ที่ไม่มาไม่ได้มายังไม่ได้เข้ามาก็จะมาหรือจงมาจงมาเราก็จะปฏิสันถารแล้วก็จะยินดีต้อนรับเราก็จะพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลนอกจากคนที่มาแล้วมาไม่ดีมาหวังร้ายมาทำร้ายเจตนาร้ายเราก็ไม่ช่วยละแม้แต่คนที่เจตนาดีมาพยายามดีไม่ดีแต่เข้ามาแล้วตัวเขาเองเป็นคนที่มีมีส่วนที่มันแย่มีส่วนที่เขาเองเขาก็ไม่ได้สร้างด้วยซ้ำบุญทำกรรมแต่งมาก็ตามก็จำเป็นที่จะต้องแยกออกก็บอกกันว่าอยากไปก่อนเรามีกฎมีระเบียบมีอะไรต่ออะไ

อ่านต่อ

รบอกว่า เราทำแล้วมันเกิดขัดเกิดคว้างมันก็จำเป็นอยู่จำเป็นหรือจำใจในส่วนบางคนบางคนนั้นไม่ใช่จำเป็นจำใจและเห็นเลยบอกว่ามาไม่ดีก็ต้องออกไปกันก่อนละถึงแม้ผู้มาดีแต่มีสัดส่วนที่บอกว่ามันเข้าไม่ได้ขัดไม่ได้ก็ขอกันบอกกันนะเพราะว่าเอาพระออกไปก่อนหรือว่าทางนี้มันเกิดการสูญเสียผู้นั้นเขาก็จะรู้พวกนั้นเขาก็จะเข้าใจเขาก็จะเข้าใจในวิบากกรรมหรืออะไรต่ออะไรต่างๆก็ช่วยไม่ให้การได้ช่วยผู้อื่นในการที่เราเองมีส่วนไม่ดีแล้วเราก็ไม่ไปทำให้คนอื่นเขาเสียเขาหายเราปลีกตนออกมันก็เป็นบุญเป็นอานิสงส์เป็นความความดีอันหนึ่งเหมือนกันถ้ามันเป็นจริงเราก็ต้องพยายามรู้เมื่อเรารู้ตัวรู้ตนว่าของเราเองเรามีเราเป็น อยู่ในส่วนที่มันไม่ดีนี้เราเข้าไปแล้วหมู่กลุ่มใหญ่เขาก็บอกว่าเอออันนี้มันขัดมันขวางอันนี้มันเป็นไปไม่รอดอันนี้มันไม่เจริญมันกลายเป็นอุปสรรคเราก็อย่าไปคัดค้านเขาเพราะทำให้เขาเสื่อมเขาต่ำอยู่ไปคัดค้านก็อยู่อย่างนี้ก็เกิดเป็นความเสื่อมเพราะฉะนั้นมันก็ไม่เกิดสิ่งดีมันก็ไม่เกิดปัญหานี้จะทำคือธรรมะอันไม่เสื่อมเพราะมันเกิดเสื่อมขึ้นมันก็ไม่ดีอย่างนี้เพราะงั้นเราก็จะต้องพยายามรู้ตัวรู้ตนหรือแม้ที่สุดอันใดที่เห็นได้ช้าเขียนได้ไปต่างคนต่างไปก็ต้องคอยอนุโลมกันมันยากมันยังอ่าถนอมกล่อมเกลี้ยงกันไปตามขั้นตอนแล้วแต่ว่าใครจะทำกุศโลบายอย่างไรอย่างไรบางคนเนี่ยก็ทำให้กุศโลบายแรง บางคนก็ทำได้กุศโลบายเบาและผู้ที่รู้ดีก็จะทำอยู่ทุกอย่างทำอย่างเบาอย่างแรงๆอยู่บ้างกาละบางเขนบางทีก็จะทำอย่างไรยังที่เรียกว่าทำแรงมีแนวโน้มในทางแรงมากกว่าเบาก็มีแต่ผู้ที่รู้ก็จะค่อยๆพลิกไปตามกาลเทศะฐานะพวกเราจะทำอย่างไรอะไรตามควรมันมีรายละเอียดอยู่อีกมากมายและผู้ที่เข้ามาอยู่ก็พยายามช่วยเหลือเกื้อกูลกันและจงเป็นอยู่สุขเถิดหรืออยู่จงเป็นสุขอยู่เถิดจงเป็นสุขอยู่ตั้งแต่ผู้ที่มาอัดใหม่ๆก็พยายามไม่รู้ว่าเราจะอยู่เป็นสุขได้ในฐานะขนาดในขนาดไหนเราก็จะพยายามดูตนรู้ตนไม่ใช่จะมาเอาเปรียบเอา เราพยายามมาขับมากล่าวแล้วเราก็รู้แล้วว่าสุขขนาดนี้ของเราเพราะว่าเราเองเรามีกิเลสมากก็สุขอย่างสุขสุขดิบๆเรียกว่าสุขอยากอดอดทนก็ต้องรู้ตัวรู้ตนถ้าเกิดว่าผู้ที่มีความปลดปล่อยได้วางได้มีกิเลสและลดจางคลายได้ก็จะรู้ว่ามันสุขยิ่งมันเบาไม่ใช่สุขผสมกิเลสไม่ใช่สุขเพราะบำบัดตัณหาสนองตัณหาหรือว่าได้แก่กิเลสได้ให้กิเลสมันสนใจเป็นสุขอย่างนั้นไม่ใช่แต่เป็นสุขอย่างลดละปล่อยสุขยังขาดจากกิเลสเบาว่าง่ายสุขอย่างสงบสุขอย่างระงับระงับไม่ใช่ระงับเพราะว่าเป็นนั่งอยู่เฉยๆหรือว่าอยู่นิ่งๆเฉยๆเป็นคนเบื่อคนใบ้เป็นคนไม่มีจิตมีการไม่มีพูดมีจา เสือกๆไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่สงบระงับที่ถูกต้องตามสัจธรรมสงบลงรักที่ถูกต้องตามสัจธรรมนั้นเป็นการฝึกอบรมครับเพราะไม่มีความร้ายไม่มีกิเลสไม่มีอกุศลสงบจากอกุศลสงบจากโลภะโทสะโมหะฤทธิ์แรงของโลภะโทสะโมหะไม่มีผลแม้จะมีคำกริยาอยู่อย่างเร็วอย่างไวอย่างแรงอย่างแคล่วคล่องมีบทบาทปฏิกิริยาอยู่อย่างมากพูดก็มากก็ทำงานอยู่ก็เยอะบางทีได้ยินเสียงอยู่ด้วยซ้ำไปมากมายโฉ่งฉ่างแต่ก็ไม่มีโลภะโทสะโมหะอะไรผสมมันจึงเป็นความสงบที่ซ้อนแฝงเป็นความสงบที่จะต้องมีปัญญารู้อย่าเป็นคนโง่เข้าใจความสงบอย่างแขนตรง จนกลายเป็นเสียคนศาสนาเดียวนะที่เขาไม่อธิบายกันลึกซึ้งอย่างนี้ศาสนาพุทธเจ้านั้นอธิบายอย่างละเอียดละออลึกซึ้งให้รู้ความสงบระงับที่มีประโยชน์ไม่ใช่ความสงบระงับที่ไร้ประโยชน์ทำทำคนให้กลายเป็นก้อนอิฐก้อนหินทำคนให้กลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไม่ใช่แต่ความของพระเจ้านั้นเป็นความสงบที่ทำคนให้ยิ่งมีค่าเพราะเรายิ่งไม่มีกิเลสราคะโทสะโมหะแล้วเรายิ่งรู้จักคำกริยารู้จักสมาธิรู้จักการนึกคิดรู้จักการริเริ่มขึ้นมาฉันก็รู้จักวาจาที่พูดให้มีประโยชน์ไม่เป็นมิจฉาวาจาไม่เป็นอรรถทุจริตวาจาไม่เป็นวาจาวจีทุจริตไม่กระทำอย่างกายทุจริตหรือไม่เป็นมิจฉา แต่เป็นสัมมากัมมันตะที่แท้จริงมีสัมมาอาชีวะที่แท้จริงไม่เป็นมิจฉาอาชีวะมีชีวิตดิ้นอยู่มีชีวิตดินด๊อกแด๊กมีชีวิตที่กระทำกิจกรรมการงานอันสุจริตอยู่ตลอดเวลาไม่เพ้อเจ้อฟุ่มเฟือยหรือว่าไม่ผ่านไม่ผ่านไปทางเสื่อมทางต่ำอย่างนี้เป็นสุจริตกรรมทำให้เกิดสุจริตกรรมอยู่ตลอดเวลามีเรี่ยวมีแรงขยันหมั่นเพียรขวนขวายอยู่ขยันหมั่นเพียรเป็นไปได้ดีอย่างนี้ทำให้คนประเสริฐทำให้คนมีค่าศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ศาสนาที่จะเป็นอย่างที่คนก็กล่าวตู่ฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาฝ่ายไม่มาดูตัวไม่ถูกเพราะว่าศาสนาพุทธนั้นมันบริสุทธิ์บริบูรณ์ ดีจริงได้ตามที่เราจะเป็นได้อยากพจมานพระพุทธเจ้าท่านบริบูรณ์หมดสูงสุดเป็นยอดเยี่ยมเป็นตัวอย่างอันสูงสุดเราก็รู้ให้ได้เราเองก็จะเพี้ยนเป็นตามปฏิปทาที่พระพุทธเจ้าท่านเป็นไล่ขึ้นไล่ขึ้นให้ไกลคิดขึ้นไปเราเป็นอยู่สุขอย่างนี้แม้เราจะเสียแม้เราจะสละแม้เราจะสร้างสรรค์ให้ๆๆเราก็เป็นสุขเพราะเรามีสันโดษเพราะเรามีความพอพอในการกินพอในการอยู่พอในการเป็นไปจะกินก็รู้จักกินรู้จักพอไม่ใช่ว่ากินผิดแม้แต่จะใช้แม้แต่จะมีเครื่องอุปโภคบริโภคแม้แต่จะสะสมเราก็ไม่สะสมกล้าหาญชาญชัยที่จะเป็นผู้ที่ไม่สะสมเป็นผู้ที่ปราศจากการสะสม อยู่ได้ทุกทิศทุกที่มีธรรมะเลี้ยงตนมีธรรมโมอวัยวะที่ธัมมะจารีไปไหนมีธรรมะนี่แหละประดับกายมีธรรมะนี่แหละอยู่กับเนื้อกับตัวเบาไม่เหมือนวัตถุไม่เหมือนทรัพย์สมบัติที่เป็นโลกียสมบัติไปไหนไม่ต้องห่วงโจรปล้นไม่ได้ยิ่งให้ยิ่งงอกให้ธรรมะแก้ไขยิ่งให้ยิ่งเจริญยิ่งให้ยิ่งมากยิ่งให้ยิ่งมียิ่งให้ยิ่งงามนี่ธรรมะมันเป็นสมบัติเป็นอริยทรัพย์ที่เป็นอย่างนี้ไม่ต้องแบกไม่ต้องห้ามเมาง่ายไปไม่ต้องกินเนื้อที่ไม่ต้องเปลืองไม่ต้องลำบากลำบนในการที่จะพบจะขอธรรมะมันมีความดีงามต่างกันก็โลกิยะสมบัติอย่างนี้อริยสัจนี้จึงประเสริฐ จริงผู้ที่รู้จริงมีจริงถึงจริงจะรู้เพราะความสุขที่เราได้เรามีสมบัติมีคุณสมบัติมีอริยมรรคที่เหนือยิ่งกว่าโลกิยะสมบัติมีความสุขที่เหนือกว่าสุขที่โลกที่จะสุขเรามีสิ่งที่มีจึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐในสิ่งที่มีจริงพิสูจน์ได้จริงเราก็จะเป็นผู้รู้เห็นอย่างแท้จริงได้เพราะสุดท้ายนี้จะทำที่บอกว่าผู้ที่ยังไม่ได้มาจงมาหรือผู้ที่ยังไม่ได้มาก็จะดูดเขาเข้ามาและผู้ที่มาแล้วก็จะอยู่อย่างเป็นสุขด้วยประการอย่างนี้แหละ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน