561203_เรียนอิสระฯหลังสงครามสงบ โดยพ่อครู ส.เดินดิน เรื่อง ชนะทั้งคู่ Win Win.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข8 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

561203_ เรียนอิสระฯหลังสงครามสงบ โดยพ่อครู ส.เดินดิน เรื่อง ชนะทั้งคู่ Win Win ส.เดินดินว่า … วันที่ 3 ธันวาคม พศ. 2556 ปีนี้มีชัยชนะที่เหมือนกับชัยชนะแบบองค์ลง ตั้งแต่ศาลโลกตัดสินมา ไทยก็ว่าไทยชนะ เขมรก็ว่าเขมรชนะ กรณีศาลรัฐธรรมนูญตัดสินก็มีเฮกันทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายปชช. เป็นชัยชนะที่งงงง วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เรียกว่าประชาชนได้เฮเหมือนกันว่า ประชาชนเราชนะนะ พอตำรวจยอม เดินแจกดอกไม้ให้กับประชาชนเลย เขาก็น่าเห็นใจที่เหมือนถูกจับขังไว้ในที่ ใส่เครื่องแบบ ร้อนก็ร้อน มีภาวะเครียดพอสมควร แต่คนไทยพอถึงจุดๆหนึ่งก็กลับมาสวมกอดกัน จับมือกัน หลายคนก็กลับบ้านไป แต่พอนายกฯแถลงก็ไม่รู้ว่าชนะหรือไม่ นายกฯมีแต่แถลงความต้องการของนายกฯ ไม่ได้พูดถึงความต้องการของประชาชน พ่อครูว่า … ประชาชนชนะ หรือยัง? ...การชนะการแพ้นั้น เป็นสิ่งสมมุติ ผู้ใดถูกต้องก็เป็นผู้ชนะ ผู้ใดผิดก็เป็นผู้แพ้โดยสัจธรรม แม้ว่าตนผิดสมควรแพ้ แต่ว่าก็ยังยืนยันว่าตนชนะ ก็สงสารเขานะ ที่ได้ฉายาว่า หนูไม่รู้ ก็มีเวลา 49 วัน พี่ชายสร้างแทน ปั้นให้นั่งแทนเป็นนายกฯ ก็ยังมีหวงอำนาจอยู่นะ เป็นนายกฯของไทย ก็ว่าหนูไม่รู้ ก็นั่งไปๆๆ ทำไมเป็นนายกฯทำไม่ถูก เลอะเทอะ ทำฉิบหายบ้านเมืองด้วย ประชาชนก็เห็นว่าใช้ไม่ได้ ตอนแรกก็บอกว่าขอทำไปก่อน ให้โอกาสทำก่อน ก็ทำมา ๒ปี คนเขาก็ประท้วงหนัก เขาก็งงงงว่า หนูไม่รู้ที่เขาไล่หนูนี่ เหรอ?? กาลครั้งหนึ่ง มีคนอยู่เผ่าหนึ่ง ประชาชนเป็นเจ้าของแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ มีประชาชนที่เป็นหัวหน้าเผ่า สมัยโบราณเป็นสมบูรณายาสิทธิราช ก็ให้สิทธิ์เต็มที่ สมัยโบราณหัวหน้าเผ่าก็พาไปหาที่อยู่นั่นแหละ หัวหน้าเป็นผู้มีความสามารถมีสมรรถภาพ แต่สมัยนี้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริ

อ่านต่อ

ย์ทรงเป็นประมุข ก็ยังมีวิธีการที่แตกออกมาอีก ประชาชนกับพระเจ้าอยู่หัว ในแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็มีประชาชนกับในหลวงช่วยกันทำ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าของอำนาจ แล้วก็ต้องตรากฏหมายขึ้นมาประกาศบังคับ อยู่ในจารีตขนบอันดีงาม ในเมื่อรัฐบาลนี้ทำผิดล้มเหลวแล้วตามมาตรา 3 ทำผิดเละหมดแล้ว สรุป ประชาชนจะร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องเลือกผู้แทนไปทำแทน จะให้ประชาชนไปทำทั้งหมดไม่ได้ ในศาสนาพุทธถือว่า หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานให้ถือว่า ธรรมวินัย เป็นส ิ่ งสูงสุด เหมือน รัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฏหมายสูงสุด แล้วจะมีกฏหมายลูกต่อออกมา มีกฏหมายเลือกตั้งต่อมา เป็นลำดับอำนาจดังนี้ อำนาจในระบอบประชาธิปไตยอันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 8 ลำดับขั้น อำนาจลำดับที่ 1 คือ อำนาจของประชาชน ออกมาประท้วงยืนยันคะแนนเสียง 1 คน 1 เสียง อำนาจลำดับที่ 2 คือ พระมหากษัตริย์ ผู้เป็นรัฐาธิปัตย์ตาม Supreme law (อำนาจลำดับที่ 1 ร่วมกับอำนาจลำดับที่ 2 เป็น ราชประชาสมาสัย) อำนาจลำดับที่ 3 คือ พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจนั้นผ่าน 3 สถาบัน อำนาจลำดับที่ 4 คือ ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามกฎหมาย อำนาจลำดับที่ 5 คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) อำนาจลำดับที่ 6 คือ นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการเลือกจาก สส. อำนาจลำดับที่ 7 คือ คณะรัฐมนตรี ที่นายกฯเป็นผู้เลือกมาทำงาน อำนาจลำดับที่ 8 คื อ ข้าราชการ วันนี้เป็นวันสุกดิบของวันที่ 5 ธันวาฯ เราจะมาทำความสะอาดใหญ่ เพื่อจัดฉลองวันที่ 5 ธันวาฯ แล้วเดี๋ยวคงมีการแถลงการณ์กัน กำนันสุเทพเขาเคยว่า ยังๆ ก็ไม่อยากให้นายกฯคนนี้เป็นคนถวายพระพรในหลวงในปีนี้อีก ก็ต้องดูกันต่อไป เราไม่ทำด้วยอำนาจ Force แต่เราใช้อำนาจโดยธรรม ใช้ธรรมะเป็นอำนาจ ใช้ Authority มันต้องให้ประชาชนยกอำนาจให้เรา เพราะเขาเห็นว่าดี เราทำดี ตอนนี้ผู้บริหารประเทศมีวาระ 4 ปี จึงเปลี่ยนผู้บริหาร แต่ว่าตอนนี้รัฐบาลนี้มีดีเอ็นเอที่แพ้ไม่เป็น เป็นดีเอ็นเอ ชื่อว่าหน้าด้านน่ะ ในมาตรา 7 (การอุดช่องว่างในรัฐธรรมนูญ) ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณี การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราก็เป็นประเพณีที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญ ก็เข้าใจดีว่าอะไรผิดอะไรถูก โง่ก็โง่สุดแล้ว ด้านก็ด้านที่สุดแล้ว ไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้ ด้านก็ยังไม่รู้ว่าด้านอีก ไม่รู้ตัวเลย แล้วจะไม่รู้อะไรอีกนี่ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแต่ก็มีจารีตประเพณี มาตรา 1 (รูปแบบรัฐ) ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ มาตรา 2 (รูปแบบการปกครอง) ประเทศไทยมีการปกครองระบอ บ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 3 (อำนาจอธิปไตย) อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ถ้ามันดื้อสุดท้ายตัดสินแล้วมันไม่เอาเลย สุดท้ายก็จับเลย ถ้าปล่อยให้ทำก็ต้องจับไปประหาร อาตมาเห็น ความสามัคคี คือ ความขัดแย้งอันพอเหมาะ ส ิ่ งสองสิ่งไม่มีอะไรเท่าเทียมกัน หมด มันจะมีส ิ่ งที่ไม่เท่ากันเสมอ นอกจากนิพพานเท่านั้น ที่ไม่มีอะไรเปรียบ เกิดสองสิ่งขึ้นมาแล้วก็ไม่เท่ากัน พระเจ้าสร้างอดัมมา เป็นมนุษย์คนแรก แล้วพระเจ้าก็ให้มนุษย์สร้างมนุษย์เอง สร้างอีฟขึ้นมาก็ใช้ซี่โครงของอดัม สรีระก็ไม่เท่าเทียมกัน กระดูกของผู้หญิงก็มีส่วนที่โตกว่าผู้ชายก็คือกระดูก Pelvis เป็นการชุมนุมที่สวยสดงดงามแล้ว แม้มีสูญเสียบ้างก็น้อย เป็นความชนะของทั้งสองฝ่าย เป็นเลข 11 วันนี้เป็นวันแห่งชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ วันนี้เป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ตัวเลขลงตัวหมดเลย

ระหว่างนี้มีการแถลงการณ์ของ กปปส. โดยกำนันสุเทพ 19:30 น. กำนันสุเทพ เลขาธิการ กปปส. แถลง 1 . ย้อนปรากฎการณ์ 24 พย.มายืนยันว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรม มวลมหาประชาชนต้องพิทักษ์ร ัฐธรรมนูญ ได้นายกฯตาม ม าตรา 7 แล้วจะบริหารโดยระยะเวลาสั้นที่สุด เมื่อปฏิรูปการเมืองให้ปราศจากการโกงเสร็จสิ้น จะคืนอำนาจให้ประชาชน 2 . ชื่นชมบทบาททหารที่วางตัวอย่างถูกต้อง ประชาชนฉลองชัยระดับหนึ่ง 3 . จะดำเนินการจัดตั้งสภาประชาชน ดำเนินการโดยเร็วที่สุด สภาประชาชน ตั้งขึ้นตามม าตรา 3 ของรัฐธรร มนูญ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย สภานิติบัญญัติ ตราก ฎหมาย ปฎิรูป ตรา กฎหมาย ป้องกันทุจริต กฎหมาย การเลือกตั้ง 4 . คนดี !!!สภาประชาชน จะคัดเลือก "คนดี" ที่ไม่ใช่นักการเมือง เป็นนายก และตั้งคณ ะ ผู้บริหารประเทศ ในเวลาสั้นที่สุด แล้วจัดการเลือกตั้ง 5 .รายละเอียดของสภาป ระชาชน และบทบาทที่สำคัญ และให้ตั้ง กปปส.จังหวัดขึ้นมา โมเดล'สภาประชาชน'...เลือกตั้งผู้ว่าจังหวัด จะมีการกระจายอำนาจให้กับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด /ปฎิรูปโครงสร้างตำรวจ จะดำเนินให้มีการเลือกตั้งทั่วไป 6 . พี่น้องต้องหยุดงานจนกว่าราชการจะบริหารไม่ได้อีกต่อไป และต้องหยุดรับคำสั่งจากรัฐบาลที่หมดความชอบธรรม 7 . "กปปส.จะจัดงานวันพ่อที่ราชดำเนิน-ก.คลัง-ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ จะจัดให้ยิ่งใหญ่" ชวน ป ระชาชน ออกมาร่วมเฉลิมฉลอง+ถวายพระพร ในวันที่ 5 ธันวาคม สรุป กปปส. 1.ตั้งสภาประชาชนตามม าตรา 3 และ 7 ร ัฐธรรมนูญ 2.สภาป ระชาชน ทำหน้าที่นิติบัญญัติ 3.ตั้งคณะผู้บริหารประเทศหา "คนดี"เป็นนายกฯ 4.จัดเลือกตั้งเมื่อเหมาะสม หลังการแถลงของกำนันสุเทพ พ่อครูได้เทศน์ต่อ … เรื่องที่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า การกระทำของพวกเรานี้เป็นความสงบสยบความเคลื่อนไหว เขาว่ามานั่งสงบประนมมือ แล้วจะปฏิวัติได้หรือ? แต่มันเป็นเรื่องสัจธรรม นี่คือ สยามเทวาธิราช อิทธิเดชของสยามเทวาธิราช อำนาจอย่างในหลวงเรานี่เป็นผู้ที่เป็น อภิราช แล้วพระองค์ก็ทำได้อย่างดีเลย ลักษณะของผู้ที่จะเป็นมหาราชฯที่เป็นนามธรรม มันมีมหาราชอย่าง เจ็งกิสข่าน อเล็กซานเดอร์ นั้นเป็นอำนาจแบบ Force เป็นอำนาจที่รู้ง่ายชัดเจน สัตว์เดรัจฉานก็ใช้ แต่มนุษย์สูงกว่าสัตว์ ก็ไม่ใช้อำนาจอย่างแรงๆ แต่ใช้อำนาจโลกุตระแท้ ที่ทำได้ที่ต้้นตอของจิตที่เป็นประธานของส ิ่ งทั้งปวง ปัญญานั้นจะมีทั้งพลังเจโตอยู่ด้วย สายศรัทธาจะมีจิตแรง แต่ความรู้แจ้งน้อย สายปัญญาจะมีความรู้แจ้งแต่พลังน้อย ถ้าสะสมทั้งสองอย่างก็จะมีพลังนี้ ขอยกตัวอย่าง เช่น คุณปรีชา เป็นสายโจโตหรือศรัทธา ความรู้ไม่ชัด แต่เดินสัจจะจริง ทำไมคุณปรีชาเป็นตัวจริง คือเขาชื่อ ปรีชา คือปัญญา คือความฉลาด ชื่อเป็นปัญญา แต่ตัวเป็นเจโต จึงเป็นคนที่มีทั้งปัญญาและเจโตในตนเอง สายศรัทธา นั้นต้องพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย พระพุทธเจ้าแบ่งคุณธรรมของคน เป็น 7 ลักษณะ ลักษณะที่ 7 เป็น อุภโตภาควิมุติ สายปัญญา จะเป็นไปอย่างลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล จะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าใช้เวลา 20 แสนอสงไขย์มหากัปป์ สายศรัทธาจะใช้เวลา 40 แสนองไขย์มหากัปป์ ส่วนสายวิตักกจริต จะใช้เวลาถึง 80 แสนอสงไขย์มหากัปป์ สายปัญญา จะใช้เวลาสั้น จะเป็น ทิฏฐิปัฏฏะ แล้วจะเป็น ปัญญาวิมุติ ที่สำเร็จอรหันต์ได้เลย สายเจโต จะเป็น กายสักขี แล้วจะเป็น สัทธาวิมุติ จะต้องปฏิบัติสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย(ทั้งนอกและใน) ศาสนาฤาษีนั้น จะไม่ได้นิโรธจริง มีแต่ในภพในภวังค์ แต่ของพระพุทธเจ้านั้นมีนิพพานอย่างแจ้งลืมตา เป็น จักขุมาปรินิพพุโพติ เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธ อาตมาประกาศอรหันต์องค์แรกคือ สิกขมาตุผุสดี มีคนบอกมาว่า ตอนมีชีวิต สิกขมาตุผุสดี ได้เคยถามสิกขมาตุด้วยกันว่า คุณว่าฉันเป็นอรหันต์ไหม? ...อย่างนี้คือสายศรัทธาจะไม่ค่อยรู้ตัวง่าย ต้องทำให้มั่นใจแน่จริงก็จะรู้ ในตอนที่ไม่สมบูรณ์แบบด้วยทฤษฏี แต่ว่าเห็นนานแล้วว่าสิกขมาตุผุสดีเป็นอรหันต์ แต่ก็ยังไม่อยากบอกให้รู้กันศึกษากันไป ดังนั้นอรหันต์มีได้แน่นอน และในพวกเรามีทั้งโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ ให้ศึกษากันดู อาตมาพอรู้ แต่ไม่ใช่นักพยากรณ์ อาตมาเคยบอกว่าสมณะพุทธชาโตเป็นอนาคามี เป็นเรื่องรู้ได้ยาก อย่างอาตมามาอนุโลมปฏิโลมไม่ได้มีสมณสารูปที่บริบูรณ์ เพราะต้องแสดงออกปรุงให้คนกิเลสด้านหนารู้ ต้องใช้ความแรงขนาดนี้ แต่อาตมาไม่ได้ติดใจว่าคนจะว่าไม่เป็นอรหันต์ แต่อาตมาไม่เคยติดใจ อาตมาไม่ได้แสดงธรรมเพื่อให้คนมานับถือ หาบริวาร หรือไปสร้างลัทธิ หรือแสดงตนว่าเก่งวิเศษ อาตมาเหนียม เกรงใจ อะไรที่จะบอกว่าเรารู้เราใหญ่ อาตมาเหนียมที่ว่าอวดตัว ต้องระวังมาก แต่ก็บางทีต้องยืนยันบอกว่าตนเองเป็น อย่างเป็นโพธิสัตว์ มาสืบสานศาสนา ไม่ได้มาประกาศศาสนา อาตมามีสิทธิ์พูดความจริงที่อาตมาคิดว่าถูกต้อง...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน