561008_รายการสงครามสังคมฯ ณ เวทีข้างทำเนียบ โดยพ่อครู เรื่อง อำนาจสองอย่าง.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
561008_รายการสงครามสังคมฯ ณ เวทีข้างทำเนียบ เรื่อง อำนาจสองอย่าง โดยพ่อครูโพธิรักษ์ พ่อครูมาเทศน์ที่ข้างทำเนียบเป็นกัณฑ์ที่สอง ในวันนี้ จากที่เทศน์ไปแล้วในภาคเช้า 1 กัณฑ์เป็นการเบิกฤกษ์การยกระดับการชุมนุมของกองทัพธรรมร่วมกับกองทัพประชาชนจากสวนลุมฯมาที่ข้างทำเนียบรัฐบาลประตู 3 พ่อครูว่า...เรื่องของสังคมตอนนี้ต้องครบทั้งสงคราม ธรรมะ และการเมือง ชื่อรายการนี้ตั้งไว้ครบ วันนี้คงต้องอย่างนี้ เห็นมีคลิปออกอากาศ คนเอาหัวไปไว้ในปากไอ้เข้ มันจะงับหรือไม่ก็ไม่รู้ เราก็คล้ายๆกันเอาหัวเข้าปากไอ้เข้ ตอนเช้าได้เทศน์ปูพื้นเรื่องการเมืองไป ตอนนี้ก็เลยพยายามกระชับเท่าที่จะเป็นไปได้ ตอนเช้านี้ได้พูดเรื่องอธิปไตย เขาก็พูดกันว่าการเมืองคือการแสวงหาอำนาจ ในวิชารัฐศาสตร์ว่าไว้เลยว่าผู้ใดได้อำนาจก็มีหน้าที่จัดการประชาชน เขาก็ต้องสร้างอำนาจ ระบอบประชาธิปไตยคือระบอบการเมืองของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชน เขาก็ทำอย่างไรก็เพื่อ่ให้ได้ ส.ส.เสียงส่วนมาก เพื่อได้อำนาจเผด็จการรัฐสภา เขาก็หาวิธีทำทุกวิถีทางให้ได้ ส.ส.จำนวนมากที่สุดในสภา มันมีเหตุปัจจัยมากมาย เมื่อเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้ตัวแทนมากที่สุดในสภาฯ ขณะนี้ก็มีหลงจู๊ที่ทำสำเร็จมาตั้งแต่ปี 44 จนเขามั่นใจว่าทำได้อย่างที่เขาคิดเลย จึงเป็นอำนาจที่ไม่ชอบด้วยธรรมะที่มันเป็นอำนาจฉ้อฉล คำว่าอำนาจนี้สำคัญมาก ถ้าไม่สามารถจะสร้างอำนาจให้เป็นอำนาจที่ดี ที่ให้เป็นอำนาจเขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเราไม่สามารถสร้างอำนาจให้ดีเป็นอำนาจที่เป็นธรรม อำนาจ มีภาษาอังกฤษหลายคำที่บอกลักษณะ เช่น Power energy force Sovereign Power คืออำนาจสูงสุด คือ S upreme เป็นอำนาจสุดยอด D ependent ลอยตัวสูงสุด ใน Authority จะมีอำนาจแตกต่างจาก F orce F orce เป็นลักษณะพลังอำ
อ่านต่อ
นาจเผด็จการ ข่มขี่ บังคับ ยัดเยียด ครอบงำให้จำนน ในไทยเป็นอำนาจแบบนี้ในตอนนี้ ทีเขาเรียกว่าประชาธิปไตย ผู้ที่ได้อำนาจขณะนี้เจ้าของอำนาจใช้แบบ Force ให้จำนน ตามความมากหรือน้อย เขาก็อ้างความมาก แต่อ้างแล้วกดขี่บังคับ ไม่ได้เป็นอำนาจที่เขายกให้ แต่เป็นสั่งการเอง ชี้ สั่ง ที่เขาทำนี้จึงเข้าข่ายเผด็จการ ถ้าอำนาจที่กดขี่บังคับ ครอบงำ มากหรือน้อย ถ้ามีน้อยเท่าใดลงมาๆ อำนาจเป็นนามธรรมชนิดหนึ่ง เป็นตัวสำคัญมากเลย พระพุทธเจ้านี่มีอำนาจ เต็มรูปเลย มี Authority ไม่มี Force เลย แต่ Force สามารถพัฒนาได้โดยลดอำนาจกดขี่ลง จะเป็นอำนาจที่ดีขึ้นจนเป็นอำนาจโดยธรรม เป็นเจ้าของอำนาจแต่คนยกให้เอง เช่น ชัดๆคือ อำนาจในประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามสากลเลย พระประมุขของประเทศประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กษัตริย์ทรงมีอำนาจเป็นรัฐาธิปัตย์เลย มีอำนาจสูงสุด ไม่ว่าประเทศที่ปกครองระบอบไหนจะมีกษัตริย์หรือไม่ก็ตาม จะมีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจใหญ่ แม ้ ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็ตาม ประชาชนจะเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ในมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ ส่วนมาตราที่ 2 ของรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประมุข แปลว่าหัวหน้า ประชาธิปไตยคืออำนาจเป็นของประชาชน แล้วมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขคือหัวหน้า เช่น โดยความเข้าใจทั่วไปแล้ว ประเทศจะต้องปฏิบัติตามหลักของประเทศคือกฏหมายรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจสูงสุด ในรัฐธรรมนูญระบุเช่นนี้ก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้นผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล อำนาจนี้อยู่ในกรอบ คนเข้าใจว่ามันมีอำนาจจริงแล้วคนนั้นใช้อำนาจอย่างเผด็จการ เผด็จการคือใช้อำนาจโดยตนเป็นเจ้าของอำนาจ ยกตัวอย่างเช่น อำนาจของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นประชาธิปไตยแล้วใช้อำนาจ ได้อำนาจแล้วไปแก้รัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจเผด็จการเต็มรูปแบบเลย จนกระทั่งกลายเป็นพรรคเดียวของประเทศเรียกว่าพรรคนาซี มีคนไทยลอกเลียน กำลังลอกเลียนไปเรื่อยๆ ที่เราออกมาทุกวันนี้ก็มาต้านไม่ให้อำนาจอย่างนี้เกิดในไทยใช่ไหม คนที่ไม่เชื่อโดยปัญญา เขาก็มีอยู่จริง หมู่หนึ่งคือเชื่อว่าผู้ที่สร้างอำนาจนี้เลียนแบบฮิตเลอร์อยู่ ไม่เชื่อ เขาเชื่อว่าบริสุทธิ์ เขาเชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่ดีทำเพื่อประชาชนจริง ก็มีในไทยอยู่และกำลังครองอำนาจในประเทศไทยอยู่ อำนาจนั้นใช้ผ่าน สภาฯ ก็เป็นของเขาแล้ว เขาผ่านครม.อำนาจบริหารด้วย คุมไว้หมด แล้วกำลังจะใช้วิธีคุมตุลาการอีก เขากำลังสร้างอำนาจนี้ขึ้นไป แต่ในโลกที่ประชาธิปไตยฯ พระมหากษัตริย์ใช้อำนาจนั้นได้ ทุกประเทศยอมรับว่าพระประมุขเป็นผู้ถือว่ามีอำนาจสูงสุด เป็นรัฐาธิปัต ย์ สูงกว่าอำนาจใดๆด้วย เรียกว่า Supreme Law เลย แต่ในหลวงไม่พยายามใช้เผด็จการ ไม่ใช้ Force เลย ท่านใช้อำนาจได้หลายอย่างแต่ท่านไม่ใช้ ท่านเคารพประชาชนจริง แต่ผู้ที่ครองอำนาจอยู่ขณะนี้กำลังพยายามควบคุมอำนาจในประเทศให้หมด เช่นข้าราชการ ที่ควรเป็นผู้รับใช้ประชาชนแต่กลับมาเป็นนายประชาชน และเขาก็ควบคุมแทบจะไม่เหลือแล้วตอนนี้ ความเป็นอำนาจแบบ Force ในคนสร้างมาด้วยโลกธรรม มีวิธีการซับซ้อนเลห์กลทุจริต ประกอบด้วยกิเลส จนคนอื่นตกอยู่ใต้อำนาจเงิน ลาภ ยศ สรรเสริญ หรือความสุขที่เขาประเคนให้เพื่อหลอกล่อเอาใจ ใช้ประชานิยม มีกลเม็ดเด็ดพรายในการหาเสียงเผยแพร่ให้ประชาชนหลงผิดว่าเขานี่แหละคือผู้มาช่วยโลกช่วยสังคม จนพ่อครูต้องออกโศลกว่า เลวที่สุดในแผ่นดิน คือหากินบนคำว่า ช่วยเขา ประชาชนก็หลงว่าเขาคือผู้มาช่วยประชาชน เขาทำสำเร็จ คนหลงเชื่อเขาส่วนหนึ่ง ในไทยตอนนี้มีสองขั้วใหญ่ ขั้วที่กำลังชิงอำนาจบริหาร ตุลาการ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวท่านมีอำนาจนี้อยู่แล้วแต่ท่านไม่พยายามใช้ เขาใช้ประชานิยม โดยการหลอกว่าช่วยประชาชน จนคนหลงเชื่อสนิท แต่อาตมาก็ยังเชื่อว่าเขาเป็นที่รักของคนในประเทศเท่าพระเจ้าอยู่หัว ก็รออยู่ว่าผู้ที่ไม่เชื่อออกมาแสดงตัวหน่อยได้ไหม คือมาเลือกข้าง คือข้างที่เขาก็ยกย่องเขา บางทียกย่องสูงส่งกว่าในหลวงเลย มีการลบหลู่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่เสียดายผู้มีหน้าที่ไม่จัดการ เช่นในเว็บไซด์ ผิดกฎหมายด้วยนะ ส่วนคนกลางๆก็ไม่เอาทั้งฝ่ายอำนาจนี้และอีกด้าน เขาว่าเขาเป็นกลางแต่วิเคราะห์แล้ว พวกนี้มีสองอย่างคือ ไม่รู้หรือโง่ ไม่รู้ว่าควรต้องไปอยู่ช่วยอำนาจด้านไหนซึ่งในประเทศกำลังชิงอำนาจนี้จริง ถ้าไม่รู้ตัวแล้วประเดี๋ยวก็รู้ ถ้าอำนาจในหลวงพ่ายแพ้ ประเทศไทยเสร็จแล้ว เสร็จเขาเลย ตอนนี้ล่อแหลมมาก ถ้าเราไม่พยายามรู้สึกตัว ไม่เท่าทัน แล้วก็มาทำอำนาจประชาชน ทำอำนาจประชาธิปไตย อาตมาก็บอกบ่อยๆว่า ประชาธิปไตยคือประชาชนออกมาแสดงตัว 1 คน 1 เสียง ล้านคนล้านเสียง เป็นอำนาจที่ 1 เลย แต่การเลือกผู้แทนเป็นอำนาจระดับที่ 4 แต่อำนาจที่ออกมาตัวเป็นๆมานั่งนี่คือมาแสดงอำนาจอธิปไตยลำดับที่ 1 แล้วถ้าเราจะบอกว่าอำนาจที่ 2 คือในหลวง เพราะในหลวงก็จะยกให้อำนาจใหญ่สุดเป็นของประชาชนเหมือนสากล ยกตัวอย่างในหลวงจะเสด็จอเมริกาที่เขาไม่มีในหลวง เขาก็ต้องต้อนรับท่านในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศ ไม่ทำไม่ได้ แม้เขาไม่มีพระมหากษัตริย์ก็ตาม เขาก็ต้องรับไปตามบท นี่คืออำนาจสูงสุดของสากล ขณะนี้อำนาจของในหลวงกำลังถูกสั่นคลอนอย่างมาก ทั้งที่พ่อครูไม่เชื่อว่าคนไทยจะมอบอำนาจแก่บุคคลที่มาชิงอยู่นี่ เขารวมพวกที่เชื่อและนับถือเขา แม้พวกที่นับถือเขาก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่าเขาเทิดทูนในหลวง แต่ลึกๆในหมู่ที่เขายกอำนาจให้คนผู้นี้ ถามจริงๆ เขาก็ยกอำนาจให้ในหลวงเหมือนกัน แต่พฤติกรรมมันชัดเจนทุกอย่างเลย อมภูเขาเอเวอเรสต์มาพูดก็ไม่เชื่อ เพราะพฤติกรรมมันส่อเจตนาชัด ก็ขอให้พวกเราใช้วิจารณญาณ เหตุการณ์ตอนนี้เขากำลังล้มรัฐธรรมนูญ สร้างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นแบบฮิตเลอร์ แล้วจะริดรอนพระราชอำนาจอย่างไรก็ได้ ถ้าเขาผ่านอันนี้จะออกกฎหมายมาริดรอนอย่างไรก็ได้เลย สุดท้ายประเทศไทยก็จะไม่มีหรือมีในหลวงเป็นเพียงสัญลักษณ์จนกว่าราชวง ศ์ จะโรยรา ดังหลายประเทศที่เป็นเช่นนั้น มันลอกเลียนแบบกันมา จะทำอย่างไร เราจะพยายามสร้างอำนาจอย่าง Authority มาจากรากศัพท์คำว่า Author ซึ่งแปลว่าผู้แต่งหรือเจ้าของ เป็นผู้สร้างสรรเหมือนพระเจ้า แต่ในความหมายลึกๆนั้นต่างจาก Force ที่เป็นการบังคับกดขี่ เป็น Commander ถ้าเป็น Forced คือถูกบังคับถูกบีบเลย เป็นการใช้กำลังโดยพละการ คือ Forcible เป็นการใช้พยัญชนะมาอธิบายลักษณะอำนาจ ส่วน Authority มีความหมายเชิงอีกอย่าง ไม่บังคับ คำว่า Authorize คือยินยอมมอบอำนาจให้ เป็นลักษณะตามธรรมชาติของการยินดีถ้าใครมีอำนาจนี้ คนเห็นว่าผู้มีอำนาจนี้คนก็ยอมยกให้ เหมือนพระพุทธเจ้าคนก็ยอมยกให้เลยท่านจะบัญญัติศีลหรือวินัย คนก็ยกให้ท่านบัญญัติเลย แล้วสั่งห้ามแก้ห้ามเปลี่ยนแปลงด้วย คนก็รับได้เลย นี่คือ Authority คนก็ให้สามารถรับได้ เพราะเชื่อมั่นในพระองค์ ไม่ใช่ท่านจะมาใช้อำนาจบังคับหรือมีอคติ ผู้ใช้อำนาจนี้ก็เรียก Authoritative มีลักษณะ มีหลักฐานพิสูจน์ยืนยันได้ อย่างในหลวงหรือพระพุทธเจ้า เขาจะเอาไปพูดได้ว่าพระพุทธเจ้านี่จอมเผด็จการ แต่ในหลวงเราก็มีลักษณะอำนาจวาสนาบารมีเลย ในวันออกมหาสมาคมก็ออกมาเต็มลานพระรูปฯเลย ถ้าเอากันจริงๆไหมว่า จะเอาฝ่ายในหลวงหรืออีกฝ่าย ตอนนี้เราก็เป่านกหวีด กองทัพธรรมร่วมกับกองทัพประชาชน เพื่อยืนยันให้เกิดปรากฏการณ์นี้ให้เกิดขึ้นมา เป็น Phenomemology คนไทยที่จะยืนยันอธิปไตยก็ออกมารวมกันให้ปรากฎเลย พรุ่งนี้มาให้เต็มนี่เลย เป็นระยะเคี่ยวข้น ทางโน้นจะกระชับพื้นที่เราก็ขยับออกไปได้เลย ก็ไม่รู้ว่าสื่อที่ออกไปนี่จะออกเต็มตามที่พูดนี้หรือไม่ อาจโดนรบกวนได้ เขาทำได้ ถ้าแน่จริงไม่ต้องรบกวนเราสิ คุณได้เปรียบเราอยู่แล้ว เรามีสื่อน้อยอยู่แล้ว เอาเปรียบกันหลายต่อ แม้เอาเปรียบหลายต่อเราก็ไม่ว่า เราไม่มีอำนาจ เราไม่เคยใช้ Force เลย เราใช้แต่ Authority ตามสัจธรรม อย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัสเลยว่าจะไม่ใช้อำนาจใดๆเลย ท่านมาเปิดเผยศาสนาโดยมาบอกความจริง ภิกษุทั้งหลาย ! พรหมจรรย์เราประพฤติ มิใช่เพื่อ...หลอกลวงคนให้มาเคารพนับถือ (น ชนกุหนัตถัง) มิใช่เพื่อเรียกคนมาเป็นบริวาร (น อิติ มังชโน) มิใช่เพื่ออานิสงส์เป็นลาภสักการะและเพื่อเสียงสรรเสริญ มิใช่เพื่อจะได้เป็นเจ้าลัทธิ หรือค้านลัทธิอื่นใดให้ล้มไป #มิใช่เพื่อให้มหาชนเข้าใจว่า.. เราได้เป็นผู้วิเศษอย่างนั้น ก็หามิได้ ภิกษุทั้งหลาย ! ที่แท้ พรหมจรรย์นี้เราประพฤติเพื่อสำรวม เพื่อละ, เพื่อคลายกำหนัด, เพื่อดับทุกข์สนิท ฯ เห็นลักษณะอย่างนี้ในในหลวงจริงๆ เห็นแล้วสงสารพระองค์ (พูดแล้วเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม) เห็นว่าท่านบำเพ็ญสองลักษณะใหญ่ของพระโพธิสัตว์คือ เตมีย์ใบ้ กับพระมหาชนก จนพระชนมายุก็มากอย่างนี้ ทรงมีอะไรที่ไม่เป็นตามวัยนัก แล้วก็ท่านก็ยังทำงานอยู่ ยังว่ายไปตามที่ท่านสามารถเหมือนพระมหาชนก ว่ายอย่างไม่เห็นฝั่ง ทรงช่วยประชาชนตลอดเวลา แล้วท่านก็เป็นนักเตมีย์ใบ้ จะตรัสแต่ละทีก็อย่างเกรงใจบท เกรงใจผู้นั้นผู้นี้ เกรงใจผู้จะสร้างอำนาจ ตรัสออกมาให้เกียรติแก่คนทุกคน ก็ชื่นชมบูชาในพระจริยาวัตรนี้ ถ้าใครเชิดชูในหลวงอยู่ก็ออกมา ไม่ได้โหนในหลวงนะ แต่อธิบายสัจธรรม ทุกคนนั่งอยู่ที่นี่ใครก็อยากได้ในหลวง ในหลวงอยู่ในธนบัตร แต่ธนบัตรไม่มีเป็นของอาตมาสักใบ มีมาก็ผ่านไปให้ทำประโยชน์ และจะไม่ใช้ธนบัตรที่เขามาทำบุญกับอาตมา ตั้งใจเป็นปณิธานเลยว่า แม้ไม่มีข้าวกิน หิวข้าว เจ็บป่วยจะตาย และมีธนบัต ร ค้างอยู่ที่อาตมา ก็ไม่ใช้เพื่อตัวเอง ให้ป่วยตายเลย แล้วจะมาโหนในหลวงอย่างไร แม้ธนบัตรก็สละ และลาภ ยศ สรรเสริญ อาตมาสละออกหมดแล้ว อยากให้เข้าใจแล้วปฏิบัติ ถ้าผู้ใดเชิดชูในหลวงและอยากรักษาอำนาจให้ในหลวงก็ออกมาแสดงอำนาจอธิปไตย อำนาจพระเดชไม่ยั่งยืนเท่าพระคุณ Authority by force is not enduring than force by kindness คืออำนาจโดยพระเดช ไม่ยั่งยืนเท่าอำนาจพระคุณ ในหลวงไม่ใช้พระเดช แต่หลายคนใช้อำนาจพระเดชจนคนกลัวลนลาน เขาเก่งจนคนกลัว คนที่กลัวคือคนที่ตกภายใต้อำนาจลาภยศสรรเสริญสุข จึงสยบให้อำนาจนี้มากดหัว มา Forcible โดยพละการและ เสียท่า จะว่าคนที่สามารถใช้อำนาจนี้จนคนเกรงกลัวก็เก่งนะ แต่อาตมาไม่นิยมชมชื่น ถ้าใครจะไปสร้างอำนาจแบบนี้ อย่าทำเลย ไม่น่าทำเลยสำหรับรสนิยมอย่างอาตมา ส่วนใครจะสร้างอำนาจ Made a forcible ก็เชิญ สรุป อำนาจที่มีอยู่ในสังคมโลก มีอำนาจที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่ามีอำนาจของ โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย และธรรมาธิปไตย โลกาธิปไตยคืออำนาจโลกธรรม ถ้าใครสร้างอำนาจด้วยส ิ่ งนี้ ก็เป็นโลกาธิปไตย แล้วถ้าสร้างตัวเองให้มีอำนาจซ้อน โดยใช้โลกธรรมคือฉลาดแกมโกง เก่งฉิบหายเลย ก็เป็นอัตตาธิปไตยซ้อนในคนๆนี้อีก ส่วนธรรมาธิปไตยต้องไม่เป็นทาสโลกธรรมและไม่เป็นทาสอัตตาตัวตนของตนด้วย อย่างในหลวงและพระพุทธเจ้านี่่ท่านมีอำนาจแต่ท่านไม่ใช้ คนอื่นยกอำนาจมอบให้ท่านอย่างเชิดชูบูชา โดยไม่ต้องใช้อำนาจกดขี่ใดๆเลย ท่านได้ Authority เองเลย คนลำบากลำบนทุกวันนี้เพราะเป็นทาสโลกธรรม แต่ไม่รู้ตัวเองด้วย ไม่รู้เรื่องอัตตาเลย ดีไม่ดีสอนเรื่องอัตตากันไม่รู้เรื่อง ล้างอัตตากันไม่เป็นเลย เต็มไปด้วยอัตตาและโลกธรรมซ้อนกัน อธิปไตยในโลกนี้เลยเป็นอธิปไตยบ้าๆบวมๆผีบ้าอะไรไม่รู้ เราจำเป็นต้องสถาปนาการเมืองลงไปในการเมืองและการศึกษา ต้องสร้างการศึกษาให้คนมีธรรมะในตนให้ได้ ความรู้ทางโลกเราไม่ดูถูก ก็ให้รู้เลี ้ ยงตน แต่ความรู้ทางธรรมนี้ประเสริฐกว่า ทุกวันนี้อาตมาไม่ได้ทำงานเลี้ยงตนเลย แต่ธรรมะเลี้ยงอาตมาไว้ได้ด้วย อาตมาไม่ทำอาชีพ แล้วก็สอนคนให้มาช่วยตนเองจนไม่มีตัวตน ทำงานช่วยคนอื่น ทำงานฟรี แล้วทำได้สำเร็จ ในหมู่ชนชาวอโศกด้วย ในประเทศไทยมีแล้ว ชุมชนอโศกทำงานฟรีทุกคน ไม่ต้องรับรายได้ นี่คือส ิ่ งสุดยอดของธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ตกอยู่ใต้โลกธรรม และตังเองก็ต้องไม่มีอัตตาเรียกร้องเพื่อตนอีก ในหลวงตรัสว่า ให้เอาแบบคนจน เอาเศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนคือกำไร แต่ผู้มีหน้าที่ทำไม่กระดิกหู น่าเสียดายที่ไทยเรามีทั้งพุทธและในหลวง แต่ก็ใกล้เกลือกินอึกัน ไม่อยากเรียกว่าใกล้เกลือกินด่าง แต่ไม่ใช่ มีเกลือไม่กินเกลือแต่ไปกินอึ กินอึนี่ไม่ใช่คนนะ ไม่ได้ด่าใครนะว่าเป็นอะไร หมูก็กินอึมันชอบนะ จบ