สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน มิติความรักของ Bomb of love.docx
เนื้อหาในไฟล์
มิติความรักของ Bomb of love. พ่อครูว่า...คำว่าระเบิดรักไอน์สไตน์เป็นผู้ที่บัญญัติขึ้นมาเป็นภาษา รวมคำความใช้เป็นภาษาอังกฤษว่า Bomb of love ซึ่งตรงกับภาษาไทยว่าระเบิดรัก ระเบิดของความรัก อาตมาเองก็ปางนี้ ก็มาบรรยายเรื่องความรัก 10 มิติ เกิดมาปางนี้ก็ชื่อรัก มาสาธยายมาทำให้คนเข้าใจและรู้เรื่องของความรัก โดยขยายอาการ ขยายพฤติการณ์ของอาการรัก ที่เกิดจากจิตมนุษย์ ขยายให้เข้าใจให้เห็นว่า อาการเป็นอย่างนี้นะ มีความรักความเห็นแก่ตัวในวงแคบๆ อาตมาไม่เอาที่รักตัวเองคนเดียว มันไม่รักใครเลยมันไม่เห็นแก่ใครเลยคนเดียว อาตมาไม่สาธยายเรื่องนี้ เป็นมิติที่ 1 อาตมาไม่นับเอาอันนี้ อาตมานับมิติที่ 1 เริ่มตั้งแต่คู่ตั้งแต่เมถุนหรือกามนิยม ติดใจแค่รสคู่สัมผัสเสียดสี เกิดเวทนาเกิดอารมณ์ที่ตนเองชอบใจชื่นชมในรสสัมผัสเสียดสี ต่อคู่ของเราเท่านั้น อย่างอื่นไม่สนใจ เห็นแก่อันนี้เท่านั้น นี่เป็นความรักที่ต่ำมาก เป็นความรักที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่รสชาติ เห็นแก่การสัมผัสเสียดสี ที่เป็นชีวิตเกิดมาของสัตว์โลกอยู่แค่นี้ ไม่เห็นแก่สัตว์อื่นที่กว้างไปกว่านั้น แม้แต่ลูก ก็ยังมีความลำเอียง เห็นแก่ตัวเองกับคู่สัมผัสเสียดสีเท่านั้น อย่างนี้เป็นต้น อาการจิตแบบนี้เป็นอาการจิตที่ต่ำ ที่ไม่มีประโยชน์กับใครเลย เป็นความคิดต่ำๆตื้นๆโง่ๆ ไม่กว้างไม่ลึก ไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร ไม่เผื่อแผ่เกื้อกูล ไม่ใช้พลังงานไปเพื่อจะเอื้อเฟื้อเจือจานช่วยเหลือเฟือฟายผู้อื่น พลังงานแบบนี้เป็นพลังงานที่เสพสุขอยู่แค่นั้น จึงเป็นอาการของพลังงานจิตที่ควรจะพัฒนา เป็นความตื้นความต่ำความไม่เจริญไม่เป็นประโยชน์ คือสิ่งที่เราต้องศึกษาและมนสิการธรรม จัดการใจของเรา พัฒนาใจของเรา ปรับปรุงให้เห็นแก่ผู้อื่นลดความเห็นแก่ตัว ลดความเสพติดแคบของตัวเอง ที่ไปเสพต
อ่านต่อ
ิดอาการลวง อาการอารมณ์เท็จ ต้องศึกษาว่ามันไม่มีจริง มันหลอกลวง มันเป็นอุปาทานยึดถือไปเอง ต้องศึกษาเป็นความรู้ ที่ตัวเองเข้าใจให้เห็นจริงเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ ต้องเห็นให้เข้าใจจริงๆว่ามันจริงนะ มันไร้สาระจริงๆ เห็นแก่ตัวจริงๆ เสียพลังงานไปเปล่าๆ เพื่อตัวเองบำเรอความเพ้อฝัน ไม่มีอะไรอย่างอื่นเป็นสาระเลย เป็นการทิ้งๆขว้างๆ เป็นอารมณ์ที่สมมุติขึ้นมาเอง ยึดถือไปเอง คนอื่นไม่ได้ถือด้วย ก็ไม่ได้ยึดถือตาม อาจจะเห็นเป็นตรงครามด้วย มันไม่จริง ถ้ามันจริงก็ต้องเห็นเหมือนกันหมด แต่นี่มันไม่จริง มันมีคนเห็นแย้ง เห็นต่าง ต่างคนต่างยึดถือไปตามสมมติเอาเอง บำเรอเอาเอง ไปเข้าใจเอาเอง ความลึกซึ้งพวกนี้ เมื่อมาศึกษาฝึกฝน ก็จะไม่ติดๆ ก็เอาพลังงานที่เรามีเหลือนี้ เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูล ช่วยเหลือผู้อื่นไป ได้เพิ่มขึ้น ก็เป็นพลังงานที่จะเกื้อกว้างเผื่อแผ่แก่มวลมนุษยชาติ ไปได้อย่างมากเข้าจนหาที่สุดมิได้เลย นี่คือการทำใจในใจของเราให้เป็นอย่างที่เข้าใจนี้ แล้วเป็นได้
กวี ปรากฏการณ์“ระเบิดรัก” ยุคนี้กาละนี้สังคมมนุษย์โลกนี้ ประเทศไทยมีปรากฏการณ์ของความรักที่ประเสริฐ ที่ยิ่งใหญ่อันนี้ โดยมีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระจริยวัตรหรือทรงประพฤติตามที่พระองค์มีความเป็นจริงของพระองค์ ก็เป็นพระโพธิสัตว์ อาตมาก็มีบังอาจที่จะไปกล่าวระบุว่าท่านอยู่ในระดับไหน เพราะมันไม่ควรที่จะไปกล่าว แต่ให้คนแต่ละคน ศึกษาตามหลักการหลักเกณฑ์ที่เคยอธิบายมาแล้ว เป็นสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้ และมนุษย์ก็ศึกษาตามให้ได้ แล้วจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อตนเองและมวลมนุษยชาติ แล้วก็จะสืบสานต่อ อย่างเช่นไอน์สไตน์รู้ว่าความรักชนิดนี้ไอน์สไตน์เองทำไม่ได้ ยังไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะทำได้ แต่ก็รู้ว่ามันจะต้องมี เขียนจดหมายบรรยายบอกและเรียกว่า Bomb of love ฝากลูกสาวไว้ว่ามันจะเกิดขึ้น ในชีวิตของลูกจะได้เห็นหรือไม่ก็ได้ แต่มันจะเกิดก็ฝากไว้ ลูกสาวก็ไม่แน่ใจก็เลยไปฝากไว้ที่มหาวิทยาลัยฮิบบลู เพื่อเก็บไว้ให้อยู่นานๆ ตัวเองอาจจะตายก่อนก็ได้ ทุกวันนี้คนพอมีภูมิที่จะรู้ได้ ไม่ได้อย่างที่เดา แต่ดูอย่างมีเหตุปัจจัย มีอนาคตังสญาณที่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ เป็นเรื่องที่ศึกษาได้ ไม่ใช่เรื่องประหลาด เป็นเรื่องที่มาแต่เหตุ ไม่ใช่เรื่องที่ลอยมาโดยไม่มีเหตุปัจจัย ไม่ใช่พูดอย่างผิดเพี้ยน อย่างเช่นธัมมชโย ที่ทำนายอย่างบ้าบอ เอาดีเข้าตัว ให้คนอื่นหลงนับถือศรัทธา คนอื่นเขาจับได้แล้วว่ามันไม่จริง ก็ทำหน้าเฉย หน้าด้านหน้าทน ตอนนี้ก็หลบ ยังจับไม่ได้เลย
อาตมาก็ขออ่านบทกวี ปรากฏการณ์“ระเบิดรัก”
(๑) ความรักยิ่งใหญ่นี้ ระเบิดพลัน ปรากฏชัดมหัศจรรย์ ยิ่งล้น ฤทธิ์รักชักนำกัน สามัค- คีแ๕ฮ ประหลาดไทยหลากท้น ท่วมน้ำใจเดียว (๒) กลมเกลียวกันทั่วทั้ง เมืองสยาม เป็นหนึ่งผนึกนาม เทิดไท้ รักเดียวหนึ่งชูความ พูนค่า พระเฮย รักเยี่ยงนี้คงไว้ ชาติไซร้สุขสันต์ (๓) เป็นรักอันเลิศล้น ความรัก เป็นรักสุดที่จัก เทิดเกล้า เป็นรักจากใจภักดิ์ ประสกทั่ว ไทยแล เป็นรักใต้ฝ่าเท้า พระผู้เหนือเศียร (๔) พระเธียรธิติเจ้า พิริยะ มานา เจ็ดสิบกาลวัสสะ ยิ่งผู้ ชัดจริงมิอาจจะ ปฏิเสธ เพื่อสุขประชารู้ ทั่วทั้งสากล (๕) เกินดลเกินเด่นด้าว แดนใด กว่าเทียบกว่าเทียมใคร ไป่ได้ เพราะเลิศประเสริฐไกล เกินเปรียบ ยกเชิดเทิดพระไว้ หนึ่งผู้พิเศษศรี (๖) มี“ระเบิดรัก”นี้ ที่ใด คือรักยิ่งใหญ่ใน ที่นั้น ไอน์สไตน์กล่าวคำไข ฉะนี้กับ ลูกรา สัจจะมิอาจกั้น เกิดแท้คือจริง (๗) และจริงยิ่งยอดนั้น คือไทย “ระเบิดรัก”ประจักษ์ใน ประเทศนี้ พระประพฤติพุทธไข โลกุตร์ แท้เทียว ปรากฏการณ์จึ่งชี้ สัจจะนั้นตามจริง
“สไมย์ จำปาแพง” ๑ ธ.ค. ๒๕๕๙ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๑๘ ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๐]
ความรักของพระโพธิสัตว์ พ่อครูว่า...ความรักนี้ไม่ใช่แค่ความรักแค่มิติที่ 1 คนคู่ ไม่ใช่แค่ความรักมิติสำหรับลูกหรือในครอบครัวหรือเพียงญาติเท่านั้น แค่รักประเทศไทยหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ แต่กว้างกว่านั้น แต่เป็นความรักสากล เป็นจักรวาล เป็นความรักทั่วจักรวาล เป็นแบบเทวนิยม เป็นแบบพระเจ้าทั่วหมดไม่ละเว้น ด้วยรู้จักด้วยกระทำได้ โดยมีเจตนาเพราะควบคุมจิตได้ ไม่ได้ทำส่งๆ อย่างตามยถากรรม จึงเป็นมิติที่ 8 เป็นทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามิติที่ 8 คือเรียนรู้หลุดพ้น ตั้งแต่มิติที่ต่ำๆ แค่มิติที่ 1 คนคู่ แค่มิติที่ 2 พ่อแม่ ก็ไม่ใช่ ให้หลุดพ้นมิติที่ 3 4 5 6 เกินมิติที่ 7 เพราะทั้งมีความรู้และจัดการได้ มีสัปปุริสธรรม 7 และมหาปเทส 4 เป็นไปตามความรู้ ความสามารถของศาสนาพุทธ คือมิติที่ 8 มีหลักสูตร มีหลักเกณฑ์ มีวิธีปฏิบัติให้เกิด ให้เป็นจริง เรียกว่าทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เป็นมิติที่ 9 คือมีความเจริญ มีความสามารถ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น ถ้าสูงไปกว่ามิติที่ 8 เป็นมิติที่ 9 นี้ ก็คือของศาสนาพุทธ เป็นพระโพธิสัตว์ของศาสนาพุทธ ฉะนั้นในหลวงเราก็ไม่พ้นไปจากมิติที่ 8 อาตมาบอกว่า อาตมามีความรู้ความสามารถในระดับที่ 7 แต่ก็พัฒนาความรู้ความสามารถระดับ 8 ระดับ 9 โดยไม่ต้องบอก ในหลวงเป็นผู้ที่ทรงพระจริยวัตรเต็มที่ แล้วก็เกิดปรากฏการณ์แล้ว ส่วนอาตมาก็เป็นธรรมะของอาตมา อาตมาไม่ได้อยู่ในปางของคนทำ แต่เป็นปางที่ต้องพูดและขยายความ มีนัยละเอียดลึกซึ้งไปอีกมากมาย มีลักษณะที่ถ้าใครสังเกตดีๆ ก็จะรู้ว่าเป็นอเทวนิยมที่ละเอียดไปมาก ในหลวงก็ทรงไปอย่างที่พระองค์มีความรู้ ไม่มีทำเกินกว่านั้น เราเองก็โง่เท่าที่ตนเองฉลาด และเราเองก็ฉลาดเท่าที่ตนเองโง่ นี่เป็นภาษาที่ใช้กำกับ อธิบายความจริง จึงเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นในคนไทย สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย แต่ในหลวงนั้น เชื้อชาติไทยแต่ท่านมีสัญชาติอเมริกัน แต่อาตมานั้น เชื้อชาติไทยสัญชาติไทย ไม่ได้ออกไปข้างนอกต่างประเทศเลย เมื่อเป็นพระโพธิสัตว์แล้ว จะลดตัวตนเห็นแก่ผู้อื่นไปตามลำดับ ตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามีอนาคามี อรหันต์ ลดตัวตนได้หมด พระอรหันต์ถือว่าหมดตัวตน มีแต่ทำเพื่อผู้อื่น จะทำเพื่อผู้อื่นได้มากหรือน้อย ก็แล้วแต่ว่ามีโลกวิทู มีโลกานุกัมปาได้มากขนาดไหน ส่วนโลกุตระนั้น เป็นอรหันต์หมดตัวตนของตนแล้ว ส่วนผู้อื่นก็เรียนรู้ว่ามีลักษณะอย่างไร มีพลังงานอย่างไร หลายอย่างเราไม่เคยเป็น เราก็ต้องศึกษา ดีไม่ดีต้องไปเกิดเป็นอย่างนี้บ้างสำหรับพระโพธิสัตว์ เพราะมันเข้าใจไม่ได้ ก็ต้องไปเกิดเป็นอย่างนี้จริงๆถึงจะชัดเจน พระโพธิสัตว์จึงมีที่จะต้องไปเกิดเป็นอันนั้นอันนี้ แม้แต่จะต้องไปเกิดเป็นเดรัจฉานบางประเภทก็ต้องไปเกิด ในเวลาชาติหนึ่งชาติหนึ่งของความเป็นสัตว์ ช้างมีอายุกี่ปี กวางมีอายุกี่ปีจะต้องไปเกิด โดยจะต้องไปเกิดเป็นคนชนิดนี้ มีพฤติกรรมชนิดนี้ ก็ต้องเป็นดูไป เดาเองไม่ได้ เมื่อไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ จะต้องไปเป็น โพธิสัตว์จะต้องศึกษา เรื่องเวลาแห่งการเกิดการตายนี้ จะเกิดจะตายอีกกี่ร้อยกี่หมื่นกี่พันกี่แสนกี่ล้านชาติ ก็โยนทิ้งไปเลย เรียกว่าไม่ยึดติดในเวลา กาละ ไม่นับ เอาเรื่องเนื้อแท้สาระอย่างเดียว ไม่กังวลเรื่องเวลา ไม่ถือ ไม่เอา เอาความจริงเนื้อแท้ แล้วจนกระทั่งรู้แจ้งเห็นจริง แล้วปฏิบัติได้ ก็ทำเพื่อมนุษยชาติ จนกว่าพระโพธิสัตว์พระองค์นั้นจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สูงสุดแล้วในบรรดาชีวิตของสัตว์โลก สูงสุดกว่านี้ไม่มี สูงกว่าคำว่าสัมมาสัมโพธิญาณหรือสัมมาสัมพุทธเจ้าอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ สูงกว่านี้ไม่มี ผู้ใดที่เข้าใจ แล้วมุ่งมาดปรารถนาจะเป็นคนชนิดนี้ ก็พิสูจน์ หลายคนก็ไม่ไหว เป็นพระโพธิสัตว์ก็รีไทร์กลางทาง ปาง 7 ปาง 8 ปาง 9 ก็ไม่เอาแล้ว ก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไป สำหรับอาตมานั้นมีปณิธานที่จะมุ่งมั่นพัฒนาตนเองไป ยังไม่ท้อใจ จะหนักหนาเหน็ดเหนื่อยในชาตินี้ ปางนี้ไม่ค่อยจะมีคนเห็นดีเห็นด้วยเท่าไหร่ คนเห็นด้วยก็มีแต่คนตัวเล็กตัวน้อย คนใหญ่ๆตัวโตๆก็ไม่ได้มา ที่พูดนี้ก็ไม่ได้ท้อถอย เพราะว่าเหตุปัจจัยไม่ครบ ให้ทำไปเถอะ ถึงเวลาก็เป็นเอง แต่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่นะมันก็ไปได้ ทุกวันนี้อาตมาสำเร็จ ที่ไม่ได้เรี่ยไรเงิน ก็พอเป็นไปได้ ใครจะมาช่วยก็มา ไม่มาก็ช่าง เราต้องอุตสาหะพากเพียรทนสู้แล้วก็หัดปล่อยวาง วางได้จริงก็เบา หนักเท่าไหร่ก็แล้วแต่ถ้าเราปล่อยวางมันก็เบา มันหนักแค่ไหนก็ตาม ถ้าเราวางได้มันก็เบา มันเป็นพลังงานที่พิสูจน์ไปเถอะ ใครทำแล้วก็ให้พิสูจน์ หนักอย่างไรมันก็เบา ธรรมะที่เป็นพลังงาน เราเป็นชีวะก็พิสูจน์ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในนิยามชีวิต 5 อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมะนิยาม อุตุนิยาม เป็นดินน้ำไฟลม ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยสังขารกันไป บางอย่างอาจจะมีสัญญา แต่ไม่มีเวทนา มันก็ทำงานตามเหตุปัจจัยที่มันมี ธรรมะคือสิ่งที่ทรงไว้ ก็มีธรรมะ 2 เสมอ มีสิ่งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ดินน้ำไฟลมไม่รู้ตัวเองของมัน มันมารวมตัวกันตามฐานะของมหาภูตรูป ไม่มีจิตวิญญาณไม่มีสัญญาไปกำหนด มันก็รวมกันไปตามเหตุปัจจัยเป็นแสง เสียง พลังงานแม่เหล็ก ไฟฟ้าที่จัดการ มันมีแม่เหล็กก็ดูดกัน มันมีไฟฟ้าก็ห้ำหั่นกันสลายกันไปดึงดูดกันไปตามธรรมชาติ ยิ่งเข้าไปมีธาตุรู้รวมตัวเป็น ish เป็นสามตัวอย่างหนึ่งเป็นประธาน อีกอย่างเป็นลบ(อิตถีภาวะ) อีกอย่างเป็นบวก(ปุริสภาวะ) แล้วถ้ามันพัฒนามาเป็นยิ่งกว่าพีชะ รู้กรรมกิริยา หรือว่ากรรมกิริยาอันไหนควรทำ อันไหนไม่ควรทำก็จะมีความรู้สูงขึ้นไปตามลำดับ เรียกว่ากรรม เสร็จแล้ว ทุกอย่างรวมลง ตั้งอยู่เรียกว่าธรรมะ ทั้งหมดนั้นรวมอยู่ที่ธรรมะ นี่คือ นิยามชีวิต 5 อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมะนิยาม ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้และสอนมา อาตมาก็เข้าใจ ก็เอามาขยายให้พวกคุณฟัง เป็นความรู้ของศาสนาพุทธ ที่ต้องมาเปิดเผยไม่ให้สูญหายไป
โอกาสทองของพลังงานระเบิดรัก ในโลกนี้มีพลังงานความรัก ที่อาตมาได้ขยายความตั้งแต่ความรักมิติที่ 1-7 ไม่ใช่ความรู้ของอาตมาเองหรอก แต่เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ อาตมาก็สืบสานมามี DNA ของพระพุทธเจ้าที่ท่านถ่ายทอดมา จนมาถึงวันนี้ตามนี้ก็พยายามจะปลูกฝังถ่าย DNA ให้แก่พวกเราต่อๆกันไป ก็ในมนุษย์โลกนี้ความรู้ที่ถือว่า เป็นคุณค่าต่อมนุษยชาติหรือสัตว์โลก คือความรู้สัมมาสัมโพธิญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ สูงสุดแล้วเป็นอเทวนิยม แล้วยุคนี้เป็นปลายภัทรกัป ยังไม่ถึงกลียุคแท้ ยังพอสบาย แต่ถ้าถึงกลียุคแท้แล้วมันร้อนแรง คนที่มีบารมีแล้วไม่ไปอยู่หรอก เพราะว่าท่านเลือกได้ แต่คนที่มีวิบากก็ต้องไปอยู่ เราจึงต้องสร้างบารมีให้แก่ตนเองจะได้ ไม่ถูกวิบากเรานี้ดูดไปอยู่ในยุคกาลที่มันร้ายแรงรุนแรง ถ้าคุณไม่มีกุศลวิบากที่จะหลุดพ้น ไม่มีใครช่วยคุณนะ ไม่มีใครช่วยคุณได้ พระเจ้าและพระพุทธเจ้าก็ช่วยคุณไม่ได้ กรรมเป็นของตนเอง ตนเองทำเอง ถ้าจะพ้นได้ตนเองก็ต้องทำ เหตุการณ์นี้ในยุคกาลของศาสนาพระพุทธเจ้า มีราศีรังสีที่ชวนกันทำดี พากันทำดี ก็ควรจะอุตสาหะวิริยะใส่ลงไปไหม? กำลังพากันดี ชวนกันทำดี กำลังมีปัญญา รู้ว่าดีคืออะไร ก็ช่วยกันเถอะ มันเป็นโอกาสที่ประเสริฐแล้ว อย่าทิ้งโอกาสอย่าเสียโอกาส เราทำได้เท่าที่เรามีแรง อัปปฏิฐัง อนายูหัง เราเพียรแล้วไม่ไหวแล้วก็พัก พักแล้วเราก็เพียรต่อ โอกาสนี้หาได้ยาก มันไม่มีอุปสรรคที่จะให้เราลำบากไปกว่านี้ มันมีแต่ความเพียรของเรา เอาตัวเราไปร่วมทำกุศล ตัวที่จะร้ายแรงต้องลำบาก ต้องเจ็บป่วย ต้องทรมาน มันน้อยใช่ไหม โอกาสอย่างนี้ถ้าไม่เข้าใจ ก็ขอแนะนำอย่าช้า ร่วมไม้ร่วมมือกันรังสรรค์ นี่เป็นสิ่งที่ไม่ใช่บังเอิญประเทศไทยมีสิ่งนี้ มีอย่างนี้ เพราะฉะนั้นอย่าช้า เกิดที่ในประเทศไทย อาตมาว่าผู้ที่มีปัญญา อยากให้เกิดในประเทศของตนเองทั้งนั้น มันจะเกิดได้ มันไม่ใช่ความบังเอิญ มันจะเกิดได้ก็เพราะว่าคนในประเทศนั้นเขาทำ ใช่ไหม แต่ประเทศไทยมีคนทำ จึงเกิดมีอันนี้ ผู้ที่มีจิตใจไม่ยึดติดในประเทศนั้นประเทศนี้ เห็นว่านี่กรรมกริยาอย่างนี้ จะชาติไหนประเทศไหน ประเทศไทยก็ไม่ได้ปิดกั้น ก็ welcome ๆ ยินดีต้อนรับทุกประเทศ มาแล้วอย่าประพฤติต่ำกว่าหลักเกณฑ์เขาก็ให้อยู่ มาสิมาอยู่ แล้วก็ประพฤติปฏิบัติ เชิญ จะถือว่าฉันนับถือศาสนานี้จะไม่เปลี่ยน ก็ไม่เป็นไร เราไม่ติดในบัญญัติ เราเอาเนื้อแท้ เราเอาวิมังสา เราเอาแก่น เอา Core ไม่ติดในเปลือกๆ ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีงาม ถึงบอกว่าในยุคนี้ เกิดมาพอดีมันสมพร้อม ความลำบาก ความต่อต้านที่ทำให้ทุกข์ยาก มันก็น้อย เหลือแต่ความอุตสาหะของเราเท่านั้น ทำไมถึงโชคดีขนาดนี้ สังคมประเทศไทย แล้วใครจะยังหนืดยังขี้เกียจอยู่ช่างหัวมัน ก็ Let it be ก็แล้วแต่ ปล่อยให้มันเป็นไป ตัวใครตัวมัน พวกเราก็เห็น ตอนนี้ที่สันติอโศกก็รวมตัวกันเป็นปึกแผ่น พลังงานองค์รวมมากขึ้น ตอนนี้เราก็ทำไป จุดใจกลางอยู่ที่สนามหลวง เราก็แสดงพฤติกรรมพฤตินัยทุกอย่าง ที่กำลังมีองค์รวม เป็นพลังงานที่เป็นราศีรังสี มันกำลังเกิดมันอบอุ่น มันชื่นใจ มันมีการให้ ไม่มีใครเห็นแก่ตัว ที่คนพยายามล้างความเห็นแก่ตัว มันไม่มีภาษาจะชมเชย เชิดชูแล้ว มันน่าชื่นใจจริงๆ โอกาสอย่างนี้ อย่าช้าอยู่ไหนรีบมา ไม่ต้องถึงขนาดเอามีดพร้ากระทะขวานมา เข้ามารวมตัวกัน มาแสดงออกถึงการให้
591204 วิถีอาริยธรรม สันติอโศก โอกาสทองของพลังงานระเบิดรัก