170700-C ศึกษาธรรมจากพระไตรปิฏก(ในพรรษา) ตอน3-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
ที่เราได้มาเรียนกันทุกวันทุกวันทุกวันมันก็คิดดีๆนะว่าเรามาทำเพื่อใครผมทำอยู่ผมก็ไม่ได้ทำเพื่อใครผมก็ทำเพื่ออย่างที่ทำไปอย่างนั้นเองเพราะงั้นทุกคนที่มาเรียนมาพยายามศึกษาความคิดเอาให้ดีว่าเรามาทำเพื่อเธอของเราที่จะล้างตัวของเราเป็นโรงเรียนชนิดพิเศษคือเรียนกันโดยไม่เหมือนโลกเขาเอาชีวิตเข้ามาเรียนเงินเพื่อจะรู้ชีวิตรู้ชีวะรู้สรีระเป็นที่สุดของหลักหรือว่าด้วยกฎด้วยหลักของศีลสมาธิปัญญา แท้ๆของพระพุทธเจ้าโดยเราจะทำให้บริสุทธิ์ผุดผ่องไปเป็นอริยะเป็นอริยะหมายความว่ามันมีจะต้องรู้ให้เป็นอัจฉริยะเข้าใจจุดเป้าหมายที่เราได้เน้นคะแนนเข้าไปถึงจุดสมาธิรู้เรื่องของจิตโดยแท้จริงจนถึงขั้นจะทำนิโรธถึงขั้นไหนขั้นไหนขั้นไหนอย่างไรแบ่งความชัดเจนเป้าหมายที่สำคัญของนิพพานของพระพุทธเจ้าให้ออกแล้วก็เข้าใจจุดเทียนเป็นดับจะเกิดอะไรส่วนใดที่จะดับเพราะมันเข้าประดับที่แท้จริงมันก็ไม่ประกาศอะไรมันก็ดับแต่ความยึดถือระดับกิเลส คาถาอุปทานด้วยร้ายกาจที่ผสมอยู่ในจุดนี้จะไปนั่งตักดับจิตสัมผัสหรือสมาธิก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนรู้ทานแบบหลับตาจนเจอตัวสมถะไม่ใช่เคยทำเคยเจอสมถะมีความสงบระงับระงับจนหมดทั้งจิตในใจอย่างนั้นสมาธิจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องทำความเข้าใจให้ได้ให้ประชาชนใช้คำว่าศีลอันเป็นอริยะสมาชิก ผลเกิดแล้วจึงมีรักจริงหรือยังไม่เกิดยังไม่เป็นอย่างนี้จริงเห็นความเกิดอย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างนึงเห็นความเกิดอย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่งถ้ามันเกิดเป็นกิเลสจะร่วมเกิดเป็นกิเลสแล้วมันเกิดใหม่แล้วเป็นกิเลสตายนั่นแหละเกิดใหม่เจริญพรจากจิตเขาเรียกว่าเป็นผู้เกิดใหม่เหมือนกันเกิดใหม่จากโลกเป็นโลกุตระใหม่อย่างใหม่จุดนั้นปราศจากกิเลสอุปทานมีรสชาติใหม่มีสภาวะใหม่ต้องรู้เป็นอริยะรู้อย่างฉลาดเฉลียวเป็นปัญญาแท้จริงเห็นในความสงบสงั
อ่านต่อ
ดเห็นผล เป็นปัญญาปรุงรสชาติคงสังขารอย่างเดียวไม่ใช่ก็ต้องรื้อรสชาติของนิมิตอย่างแท้จริงจึงเรียกว่าปัญญาแท้จริงทุกคนมาเรียนทุกคนมานั่งทำความสะอาดพยายามเข้าผมมีหน้าที่ที่แกเรื่องราวแต่ยามเสริมพยายามเติมด้วยภาษาเรื่องคำพูดเป็นกิริยาอะไรก็ตามแต่ที่จะสามารถให้ได้ซึ่งเราเพิ่มเติมแล้วก็ขอบอกด้วยบริสุทธิ์ใจไม่ได้ต้องการอะไรจากพวกคุณแต่ต้องการรากไม่ได้ต้องการยกไม่ต้องการสรรเสริญอะไรโดยเฉพาะยิ่งสุขแล้วมันไม่ได้สุขอะไรเรามันทุกข์คือ ช่วยกันนี่ก็มีทุกข์ไม่ใช่ว่าตัวเองผมว่ามันมีสุขเมื่อไรไม่ได้ส่งเพราะงั้นไม่ได้หลงสุขเลยที่ทำอยู่นี่ไม่ได้เพ้อเจ้อไปก็ไม่ได้หลงละเมออะไรไปว่ามานั่งทำเนี่ยแหมสุขใจดีสบายดีอร่อยดีมันดีในเปล่าเลยไม่ได้มันไม่ได้อร่อยเลยทำได้ก็ทำก็อยู่กันเป็นทุกข์ที่ทำเป็นทุกข์โดยเฉพาะโดยที่เป็นทุกข์โดยสิ้นด้วยความเป็นจริงของมันมันเน็ตมันเหนื่อยมันเป็นไปเดินงานมันเป็นการเพียรพยายามจะทำอยู่ซึ่งเป็นสัมมาวายามะเป็นการพยายามที่ดีของสูงเป็นกุศลแท้จริงก็ไม่ได้ทุกข์ใจถึงขนาดยึดมั่นถือมั่นอะไรหรอก แต่ว่าเราคงเลิกไปแล้วแต่ไม่เลิกหรอกถึงยังไงก็ทำกันตายแล้วผมไม่เลิกไปไหนหรอกผมก็ทำทำวันนี้ดีที่สุดแต่ก็บอกความจริงให้ฟังว่ามันเป็นทุกข์ไม่มีแต่ความสุขก็ได้แล้วก็ไม่ได้หวังสรรเสริญไม่ได้หวังว่าฉันไม่ได้หวังว่าอะไรไม่ได้หวังจริงๆทำเพื่อความบริสุทธิ์ใจเพราะทุกคนก็คิดไม่ได้ให้ได้เรามาเรียนนี่ด้วยความบริสุทธิ์จะมาเรียนด้วยจิตใจที่เห็นแล้วว่าจะมาเอาจริงมาเอาสิ่งที่ดีแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีจริงๆผมก็ขอรับรองครับขอรับรองว่าสิ่งที่ดีจริงๆเพราะคุณมานี่ก็ดีที่สุดแล้วจริงๆขออนุโมทนาสาธุ ไปรษณีย์สัมมาวายามะอันนั้นจะพยายามเต็มที่อันนั้นตัวจริงจะเป็นทุกข์ขนาดไหนมันก็ทำตามที่ผมทำได้ทนได้นั่นแหละพยายามภาคเคียงช่วยกันเพราะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอันนี้ก็ต่างคนต่างช่วยกันเมื่อคุณได้ในธรรมะอันนั้นมันก็จะเห็นเองก็ใช้เองแล้วก็จะช่วยเหลือเกื้อกูลโลกต่อไปอีกซึ่งเป็นกุศลสืบต่อของดีแท้จริงไม่เชื่อคุณกันไปเพื่อใครเพื่อตัวเราด้วยตัวเราได้ในตัวเราได้เราก็จะไปช่วยคนอื่นได้อีกซึ่งจะไปช่วยคนอื่นโดยไม่หวังว่าจะสรรเสริญสุขโดยนายเดียวกันเป็นการสละสิ้นซึ่งโลกียะ การไม่ได้หลงโลกโลกโลกโลกโลกธรรม 8 เราก็เฉยๆเชื่อมลาภเสื่อมยศไม่มีเมื่อเราไม่หลงลาบลองหยดเสื่อมลาภเสื่อมยศก็มีแต่ไม่หวังสรรเสริญเพราะฉะนั้นแม้นินทาที่เป็นมุมกลับกันเขาจะมานินทาเราเราก็ไม่หวั่นไหวเพราะเราแม้แต่สรรเสริญเราก็ไม่หวั่นไหวก็เลยไม่ทาเราขโมยหวั่นไหวด้วยแต่เราก็รู้ความเป็นจริงในความเป็นจริงของมันมีโชคมันมีแต่ทุกข์มันมีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกชนิดกันอยู่ทุกชนิดรายได้โดยชีวิตของเรายังอยู่สรีระของเรายังอยู่ร่างกายและพลังงานที่มันสอดแทรกกันอยู่ในนี้เหมือนอยากลองก็ใส่ยาที่มันยังเหลืออยู่นี้มันจะทำงานไปได้แค่ได้การทำงานไปถึงที่สุดมีสัมมา มีความพยายามอันดีงามกระทำโดยตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยทิฏฐิสัมมาสัมพุทโธสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะเรื่องสัมมาสติของเราด้วยสัมมาวายามะของเราอย่างแท้จริงเพราะเรามีสัมมาสมาธิเรามีอธิษฐานและมีจิตอันพร้อมไปด้วยปัญญาจิตอันพร้อมไปด้วยความปกติของศีลศีลทุกข้อเรากำหนดขึ้นหรือว่าพระพุทธเจ้ากำหนดมาจะพร้อมแล้วอย่างนั้นเพื่อเป็นรั้วเป็นเขตขอบเราไม่ละเมิดแม้เราจะกระทำโดยปราศจากบาปปราศจากบุญอะไรก็ตามแต่เราก็ไม่ละเมิดมันจะทำรักษาศีล เป็นตัวอย่างให้แก่โลกคืออยู่เพราะว่าเราทำก็สูงถ้าทำแล้วก็ไม่เดือดร้อนอะไรเราก็ต้องรักษาไว้พยายามอย่าให้ละเมิดศีลนั้นเป็นอันขาดเพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นรั้วเป็นเกาะกันที่จะให้คนอื่นเข้ามากระทำตามผู้บริสุทธิ์แล้วย่อมบริสุทธิ์อยู่หมดบาปหมดบุญแล้วหมดบาปหมดบุญไปแล้วจะทำบาปก็ไม่เป็นบาปแต่ว่าผู้ที่รู้ว่าทำบาปไม่เป็นบาปนั่นแหละผู้นั้นไม่ธรรมดาผู้ที่ไม่รู้ว่ารู้ว่าผู้ที่ไม่มีความบริสุทธิ์แท้เลยจริงแล้วทำบาปยังเป็นบาปอยู่ผู้นั้นแหละยังไม่พ้นบาปแต่พวกที่ทำบาปไม่เป็นบาปและผู้นั้นไม่ธรรมดา แต่เวลาจริงๆแล้วมันมีสภาวะสิ่งตามความเป็นจริงอันใดตราขึ้นเป็นบาปในการขึ้นเป็นไทยมันก็ต้องเป็นสมมติในโลกดูแลโดยละเมิดสมมุติที่มันไม่ดีเบียดเบียนกันดีเป็นไปเพื่อความสบายก็ดีแต่ส่วนกลางก็ดีมันก็ยังจะต้องเป็นบาปแท้จริงแต่ตัวนี้มาต่อมาหาสีหนาทประเสริฐของเราต่อไปอีกซึ่งเป็นส่วนที่เป็นอากาศบริพัตร เธอพูดจริงเป็นนักบวชปริพาชกหมายความว่านักบวชในศาสนาอื่นเป็นนักบวชในศาสนาอื่นชื่อว่ากัสสปะเมื่อมาหาพระพุทธเจ้าแล้วก็มาพยายามที่จะแสดงทิฐิหรือว่าพยายามที่จะหาภูมิเพิ่มมหัศจรรย์นี้ก็ยังดีนะสูตรนี้สะดวกมาหาสีหนาทสู่ความหมายความว่าพระพุทธเจ้านั้นเป็นสีหนาทอย่างละเอียดละออลึกซึ้งอย่างละเมียดละมัยสุขุมถ้าไม่เป็นสีข้างหน้าสุขุมและจะเอากับสัตว์ลงไม่ได้เพราะเขาจะปรับเป็นผู้รู้ลึกซึ้งเป็นผู้เรียนมาอย่างมากเข้าใจอย่างดี ถ่ายแบบฝึกฝนตนมาอย่างดีด้วยและเมื่อมาสอบทานเอากับพระพุทธเจ้าแล้วจนกระทั่งถึงพระพุทธเจ้าย่ำถึงศีลสมาธิเป็นศีลสัมปทาจิตสัมปทาปัญญาสัมปทาซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้แล้วจะต้องถึงพร้อมด้วยศีลถึงพร้อมด้วยจิตถึงพร้อมด้วยสมาชิกท่านประธานและปัญญาสัมปทาดังกล่าวและนั้นไม่มีน่าจะที่สุดยืนยันชั้นลงไปอีกกว่าเดิมการกระทำไม่ถึงพร้อมโดยการสัมปทานหมายความว่าทำไม่ถึงครับโดยการกระทำไม่ถึงพร้อมเป็นที่สุดนั้นมีแต่แค่ศีลสมาธิและปัญญาและทำให้จิต ถึงที่สุดและก็เข้าใจแกล้งเด็กปัญญาอ่อนที่สุดนั้นมีอยู่ดูก็แล้วแต่จังหวะสมณะพราหมณ์บางพวกเมื่อกล่าวถึงศีลฟังดูดีๆตอนนี้พระพุทธเจ้าท่านนอกจากฉันทับลงไปแล้วว่าศีลสมาธิปัญญาสัมปทาจบแล้วไม่มีอีกแล้วแล้วก็ถ้ายังครับเพิ่งเสียหน้านี่หมายความว่าเพลงกล่าวไปแล้วคนฝั่งนี้ไม่โต้แย้งไม่ยอมๆเงี้ยหยุดหยุดชั่วคราวไม่ยอมรับไม่ได้เสียหน้าที่เพลงออกไปแล้วดังฟ้าแตก ออกไปแล้วมีอำนาจขุนเดชสามารถยันปัญญาและผู้อื่นให้สว่างโพลงออกมาสามารถกดข่มให้ผู้อื่นหยุดการโต้แย้งยอมรับเกี่ยวกับสีหนาทจะต้องเข้าใจธรรมชาติให้ได้ถ้าพูดเป็นเวลาที่สุดฟ้าผ่าเชื้อเพลิงดังก้องกระเทือนไปทั่วจบโลกหรือว่านับโรคไม่ได้อะไรเนี่ยนั่นอธิบายแบบบุคลาธิษฐานสำหรับคนที่ไม่รู้เป็นแสงสว่างคุณเนี่ยทำปัญญาให้สว่างโพรงกระดูกจะนำยาแสงสว่างที่มีอยู่เป็นอารมณ์กับสัญญาหรือว่าเป็นสิ่งที่สว่างได้ขนาดพระอาทิตย์ มันจะวางเพลิงหรือไม่รู้จะเอาอะไรมากำหนดแล้วเอาอะไรมาอ่านแต่แท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่เทียบเคียงโดยโลกก็เห็นอย่างนั้นได้เอาสภาพนั้นมาเปรียบเทียบโดยธรรมก็สว่างในตัวเองต้องบอกใครไม่ได้ไม่ต้องวางมากกว่าเคยรถรับจ้างสว่างมาหรือว่ามันลุกมาเป็นการรื้อเปิดไม่รู้เปิดไปถึงไหนถึงไหนอย่างงั้นเลยว่าปัญญาหรือแสงสว่างส่วนทางด้านเสียงข้างหน้านี่ก็เหมือนกันโดยการที่มันมีอำนาจมันไม่เป็นดำเหมือนกับเสียงดังอย่างถูกเวลาที่ทานโดยตรงแต่เป็นสมาชิกฐานมันสามารถที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดปัญญาได้เกิดแสงสว่างได้แล้ว เกิดการหยุดคมเสียงผู้อื่นลงไปได้ทันทีเลยว่าเขาหยุดพูดพระพุทธเจ้าท่านตรัสอันนี้แล้วแต่ท่านก็ลงซ้ำทับไปด้วยประโยคนี้เลยว่ะดูกรกฎาคมบางพวกเมื่อกล่าวถึงศีลลัทธิสมบัติปัญญาทั้งหมดแล้วและที่สำคัญก็คือการที่จะมานั่งทำสมาธิแบบฉบับแบบนั่งกดนั่งขมหรืออะไรก็ตามแต่เมื่อกล่าวถึงศีลและที่เป็นบาปปัญญาและวิมุตของตนของตนให้มีการศีลของตนก็ตามกล่าวรับที่จำหน่ายหรือกล่าวการทำสมาธิของตนก็ตามสัญญาของตนก็ตามและกล่าวมีบุตรของตนก็ตามก็พิจารณาถึงคุณของศีลและลัทธิ เป็นต้นนั้นมากมายแล้วก็จะกล่าวว่าของเขาศีลมากมายเหมือนกันลัทธิกระบะของเขาหรือว่าสมาชิกของเขาก็มากมายสูงส่งของเขาเหมือนกันทุกคนแหละสัญญาเขาก็จะกล่าวกันยามเขามากมายทุกคนเหมือนกันหรือพี่มดก็จะต้องชี้นิ้วคนเข้ามากมายเหมือนกันแต่เราจะหาคนยังมองไม่เห็นบุคคลพูดเสมอเราด้วยอริยสัจ 4 ที่เยี่ยมที่เรียกว่าวันอาทิตย์ศีลอริยบทที่เยี่ยมที่เรียกว่าอธิษฐานขออนุญาตจรรยาที่เยี่ยมที่เรียกว่าอาทิตย์ปัญญาและอริยสัจบอกเลยครับ คุยกันได้มากมายต่างๆแต่เราจะถามคนจนมองไม่เห็นบุคคลพูดเสมอเรายังไม่เห็นใครที่จะเสมอเทียบเท่าเราด้วยอริยสัจ 4 ที่เยี่ยมคือคนกฎข้อกำหนดต่างๆที่ท่านวางลงไปแล้วเนี่ยแล้วก็บริสุทธิ์ในอันนี้แหละอันนี้เป็นสิ่งที่เยี่ยมศูนย์ก็จะตามมาอีกร้อยพันหมื่นแสนยังไงก็ทำได้แต่ไม่เกินไปด้วยความหมายแต่พระพุทธเจ้าว่าเป็นไปเพื่อความหมายคล้ายของท่านนี่แหละบริสุทธิ์เป็นชั้นๆชั้นๆมีจุลินทรีย์ไม่ใช่ภาษีเป็นต้นรับรองว่าเป็นสีเขียวแม้ไม่ต้องไปหาความคิดอื่นเอาศีลที่พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าตั้งไว้แล้วในศีลสุรศักดิ์ เอามาเทียบเคียงและทำให้บริสุทธิ์ได้โดยเกิดปัญญาอันเป็นอริยะอันแท้จริงรู้ว่าบริสุทธิ์เป็นปกติแล้วในศีลทั้งหมดเนี่ยทำไม่ได้บริสุทธิ์จากพระพุทธเจ้ายังทาด้วยกันแต่ว่าใครจะบริสุทธิ์ในศีลจุลินทรีย์ไม่ใช่ไม่ศีลมัชฌิมศีลมหาศีลทั้ง 3 สีนี้ก็ไม่มีใครบริสุทธิ์ใจเท่าเทียมพระพุทธเจ้าแต่ไม่เท่าเทียมเราจะหาคนในกรมประชาชนเพื่อประชาชนไม่ใช่ของง่ายและทุกวันนี้ผมเองผมก็ยังในชีวิตมหาหิงค์อะไรในบางทีบางอย่างก็ยังรู้สึกบางทีก็ดูแล้วมันก็ยังไม่แพ้แต่เราก็ยังไม่กินอะไรอยู่บ้างเล็กๆน้อยๆที่บอกว่าเราไม่สะสมข้าวไม่สะสมน้ำบางทีก็บางทีก็ยัง อะไรพวกนี้ซึ่งจะบริสุทธิ์อย่างเรียบร้อยพูดได้อย่างดีเลยต้องยกของพระเจ้าและตัวของพระพุทธเจ้าเองก็ทำเพราะว่าศาสนาพระพุทธเจ้าแล้วพระองค์ท่านทรงมีจริงแม้แต่มุมมองบริวารที่ท่านอยู่ท่านก็ไม่สะสมสำหรับภิกษุพระภิกษุภิกษุณีของท่านก็ว่าไปแต่ของเราจะไปว่าถึงขนาดนั้นทำไม่ได้ผมทำไม่ได้ผมทำไม่ได้ผมทำได้ก็ไม่มีประโยชน์สูงเท่านี้ดังนั้นผมก็ประมาณเอาครับที่เป็นไปได้ที่มันจะเป็นคนสูงถึงขนาดนี้ก็ดีสุดสำหรับอย่างพวกเรามีทรัพยากรอย่างพวกเรามีอยู่ครึ่งโลเท่านั้นบริบูรณ์แต่ทีนี้มัน ยืนยันนักหนาและจะพูดว่าคุยกับคุยโม้ที่สุดแล้วอวดกล้าอวดยกตนข่มคนนู้นคนหมดแต่ยกตนข่มคนหมดรักกันดีอย่างหนึ่งยังไงจะกล่าวถึงศิลปะกันยายนเป็นต้นนั้นมากมายอย่างไรแต่เราจะถามเขาก็ยังมองไม่เห็นบุคคลเพื่อเสนอเราด้วยอริยสัจ 4 ที่เยี่ยมที่เรียกว่าอธิษฐานยิ่งอนุญาตลำบากที่เยี่ยมที่เรียกว่าอธิษฐานก็มองไม่เห็นว่าใครจะมีอริยบทหรือว่ามีสมาชิกที่เยี่ยมที่เรียกว่าวันอาทิตย์ถ้าเราไม่มีอริยะปัญญาที่เยี่ยมที่เรียกว่าอาทิตย์ปัญญา ถ้าคนที่เรียกว่าไม่ยอมรับนับถืออย่างสัจธรรมมานั่งว่ามานั่งต่ออยู่ข้างหน้านี้แล้วก็มั่นใจเข้าให้เท่านั้นเองจะมอบตัวเป็นลูกศิษย์เลยไม่มีแล้วก็ไปเลยแล้วเราจะกล้ายกยอตัวเองต่อหน้าก็ได้อย่างนี้เขาต้องศรัทธาเลื่อมใสอย่างจริงแล้วพร้อมกันไม่เข้มโทษเขาจึงจะยอมรับซึ่งผมบางทีผมคุยเองพวกคุณฟังคุณต้องศรัทธาเริ่มใสผมจะเกรงใจตัวเองขึ้นมาให้คุณฟังคุณก็ยังใหม่เป็นโทษหรือไม่มั่นใจมีเลยว่าเป็นไปโดยไม่ยอมรับภาษานี้เสียงนี้ จะเป็นการคุยโม่คุยโทรคุยโวไงก็ยอมรับเรื่องภาษีอำนาจสำหรับเปรียบเทียบสำหรับผู้ที่ยอมรับแล้วใครยอมรับได้มากคนที่เก่งขนาดไหนมายอมรับด้วยเขาเรียกว่าทิ้งขนาดนั้นยิ่งดังเพลงขนาดไหนก็ผู้ที่สูงขนาดไหนมารับก็ยิ่งเรียกว่ามันดังไม่ใช่มันดังเพราะอำนาจของเสียงมันดังสะท้อนความไม่ใช่อย่างนั้นน่ะอันหนึ่งมีเหล่าดูว่าผีกะหรี่เราตถาคตว่าถ้าเกิดมันน่ากลัวนมเมื่อบรรลุเมื่อบรรลือสีหนาทก็มันมีอยู่แต่ในป่าเท่านั้นไม่สามารถจะบรรลือในท่ามกลางบริษัทมีคนกล่าวถึงพระพุทธเจ้าอย่างไร เก่งได้ก็เก่งคนไม่ฉลาดอยู่ในป่านั่นแหละแต่ที่นิคมคนอยู่ในป่ามีแต่คนในป่ามาจากแม่จะมาบรรเลงในท่ามกลางบริษัทก็ไม่อาจหาญชาญชัยจะมาวันนึงเหมือนกันมันลืมในท่ามกลางบริษัทก็ไม่รู้เหมือนกันแต่มันลืมก็ไม่อาจหาญชาญชัยและเมื่อถูกถามปัญหาก็ไม่สามารถจะแก้ปัญหานั้นๆได้ถามมาดูถามปัญหาจริงๆก็ไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้มีคนกล่าวถึงพระองค์อย่างนั้นเพราะว่าบางทีพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านไม่ตอบถ้าไม่แต่พยากรณ์ท่านบอกว่าอันนี้ไม่เป็นเบื้องต้นในพรหมจรรย์อันนี้ไม่เป็นไปเพื่อความหน่ายพรายไม่เป็นไปเพื่อนิพพานไม่เป็นไปเพื่อความตรัสรู้ได้ไม่พยากรณ์คนเค้าก็ไม่เข้าใจเขาก็ตื่นแต่พยากรณ์ก็ถูกแล้วนี่ว่าท่านไม่พยากรณ์จริงๆแต่ว่าท่านไม่ใช่ว่าไม่รู้เพราะข้างในปัญญาที่รู้นั้นคนพวกนั้นก็ยังไม่ถึงเขาก็ดูเอาแล้วก็ว่าเอาแค่นี้พวกมีภาษีเหล่านั้นไม่ควรจะกล่าวเช่นนี้เลยแต่คนดูแลผิวเหล่านั้นไม่ควรจะกล่าวคนนี้เลยความจริงแล้ว เราสมณโคดมหาเป็นเช่นนั้นไม่เราย่อมมันมีสีหนาททั้งในป่าทั้งในท่ามกลางบริษัทบริจาคจะบอกว่าจ่ายเลยเราที่จริงเรามันลืมทั้งในป่าทั้งในบริษัทออกมาฝากแล้วมันดูในป่าไม่เงียบก็ไม่น่าจะยกมันจะคิดว่าผมยกตัวเท่าตัวพระพุทธเจ้าก็แล้วกันเพราะว่าผมก็ทำถ้าเข้ามาในป่าของพวกเราออกไปพวกเราต้องทำเพื่อไปในข้างนอกข้างนอกแต่อยู่ตามอะไรต่ออะไรเราก็ไปทำบุญที่หน้าของเราไปตามทางของเราก็ได้ตามควรแม้จะเข้าไปในกลุ่มที่บอกว่าเขากลัวปัญหาว่าใหม่มันจะกลายเป็นบริษัทที่มีปัญญากันจะเป็นบรรลืออำนาจรบปัญญาของคนในกลุ่มนี้ยากเรา ต่างจังหวัดในต่างจังหวัดซะอีกไม่ค่อยถนัดจริงๆก็ถนัดเจ้าก็พอได้ถ้าผมจะยอมทำตามนั้นหมายความว่าอยู่ในขณะนั้นถ้าขยันทำบ้างอย่างนั้นก็ได้แต่ผมเชื่อว่าพวกเรานี่แหละจะช่วยผมได้มากซึ่งไม่จำเป็นจะต้องผมจะต้องไปทำหรอกเพราะงั้นเรื่องพวกนี้ก็ว่ากันไปก่อนอยู่ทางความสงบระงับในถิ่นฐานที่เป็นเสนาสำนักอยู่ในป่าในถังทำให้เขาก็ทำกันไปตามควรแต่เราก็จะเข้าใจแต่จะตามลำดับแต่พระพุทธเจ้าเป็นทั้งหน้าทั้งในป่าในป่าและทั้งในท่ามกลางบริษัทไม่สะทกสะท้านเลยและได้แก้ปัญหา ถามนั้นๆให้กระจ่างกระจ่างแจ้งทุกคราวไปเพราะการแก้ปัญหาบางทีนี้เราแก้ปัญหาสูงไปเขาก็ไม่รู้มันสูงกว่าที่เขาแล้วอยู่อีกแล้วเขาก็รับไม่ได้มันก็เลยไม่กระจ่างมันวนแล้วเขาก็ไม่รู้เรื่องคือบางทีก็ไม่ชอบใจมันลึกไปเลยก็มีเหมือนกันอันนี้ผมบางทีผมก็ปกป้องไปหน่อยสำหรับคนเคยชินในทางแก้ปัญหาพวกปัญญาลึกแล้วก็เลยมาคำนวณพบปัญญาน้อยทุกคนในป่าในเขาในต่างจังหวัดอะไรก็เลยโดยเฉพาะแต่บางทีก็กลายเป็นยาขนานแรงหัวแรงไปไม่ค่อยได้ผลอันนี้ผมก็ได้รับประสบการณ์หรือไม่ได้เรียนรู้อยู่แล้วเดี๋ยวนี้ก็จะให้ทำจริงๆตามต่างจังหวัดก็ทำได้โดยขนาดอะไรไปก็ทำการอะไรแต่เรารู้ขนาดจะรู้ความจริง ขณะนี้ขณะนี้ไม่ได้ประมาณกำลังค่ายกำลังคนไข้ผิดไปหน่อยนึงตอนนี้เราก็สู้กำลังคนไข้บ้างแล้วคำนวณตามต่างจังหวัดตามอะไรต่ออะไรพวกนี้มีขนาดนี้มีประสบการณ์ขนาดนี้ก็พอรู้นะเพราะงั้นพวกเราก็ต้องพยายามรู้ด้วยทั้งชี้แจงในภูเขานั้นเข้าใจและสนใจในข้อปัญหาที่ถามอันหนึ่งผู้ที่ถามปัญหานั้นๆเมื่อได้ฟังข้อที่เราแก้อธิบายแล้วก็เกิดความเลื่อมใสและยอมปฏิบัติตามก็มีจำนวนไม่น้อยเลยบริจาคกันยืนยันจุดนี้นี่เป็นการแบ่งสีอำนาจและต้องเข้าใจเขาไม่มีอำนาจคืออะไรพยายามเข้าใจถูกต้องให้ถูกไม่ใช่เสียงดังฟ้าผ่าแต่เสียหน้าคือพูดแล้วพูดนั้นยอมรับยอมสยบยอมปฏิบัติตามยอมร่วมใจไม่โกรธ เป็นเสียงที่คมคนหยุดได้เสียงที่ทำให้คนเข้าใจเกิดแสงสว่างได้ด้วยและทำให้คนหยุดพูดเสียงมันดังกว่าเขาไม่ใช่ดำแบบเสียงมันดังเกินความตูมตามแต่ว่าเสียงมันดังก็คือเสียงที่มันมีอำนาจเหนือเขาลงไปได้ให้เขาหยุดตรวจสอบความจริงก็สงบมีเสียงก็หยุดเลยเสียงของเราดังกว่าอยู่เหนือกว่าอย่างนี้เรียกว่าเป็นสีข้างหน้าสูตรเป็นเรื่องที่แสดงถึงความเก่งความสามารถของพระพุทธเจ้าในอีกมุมนึงแต่เป็นสูตรที่ 9 โปรดสัตว์ป่าทั้งสูตรซึ่งเป็นความลึกซึ้งทำจุลภาคและละเอียดเข้าไปถึงนิโรธเข้าไปถึงสัญญาถึงอัตราส่วนเนื้อหาสาระลงไปอีก จ่ามหาสีหนาทสุวรรณภูมิแสดงถึงภูมิแสดงถึงการที่จะไปทำงานกับผู้อื่นทีนี้พอเปิดสาธารณสุขก็ย้อนกลับเข้ามาหาเนื้อของสภาวะธรรมอีกมาหานิโรธสัญญาสัตว์ป่าโดยทรงอธิบายถึงความหมายของคำว่าอภิปัญญานิโรธอย่างสัจจะขณะที่สัญญานิโรธนั่นคือการดับสิ่งที่ประกอบไปด้วยสภาพรู้ลงไปอย่างสนิทยิ่งเทวดากับสภาพคือรู้จักคุณภาพรู้หรือดับวิญญาณหรือดับสัญญาณลงไปอย่างสนิทยิ่งพอเราเพิ่มจุดทำสภาพรถความรู้ไปจนถึงปัญญายุทธนาแล้วก็ดับหรือไม่นึกไม่คิดหยุดรับอารมณ์ต่างๆเพื่อให้สนิทก็เป็นสภาพอากาศนิโรธเป็นนิโรธสมาบัติแบบหลับสนิทไม่รู้อะไร อันแตกต่างกับสภาพของสัญญาเวทยิตนิโรธที่เป็นเจ้าภาพหรือแจ้งไม่ใช่สภาพดับสัญญาโลกคือสภาพคือแจ้งแต่มีดับที่รู้แจ้งก็เพราะว่าดับจริงที่เป็นกิโลกินเมษาจวักคือเป็นสิ่งที่มันมาทำให้หมอเหมือนอย่างแก้วใสแต่มันไม่ใสมันไม่สะอาดมันไม่สว่างไม่เปล่งรังสีได้เต็มที่แจ้งสว่างได้เต็มที่ก็มีกิโลมีความเศร้ามีความขุ่นมัวมองมุมมองพ่ออยู่แท้จริงแล้วจิตนั้นคือธาตุรู้เหมือนแก้ว ผู้ใดทำสัญญาเวทยิตนิโรธได้คือดับสิ่งที่มันทำความเศร้าหมองดับสิ่งที่มาทำความเศร้าหมองมาทำความขุ่นมัวหรือร้านหรือลูกหรือฆ่าหรือทำไม่ให้เกิดไม่มีความขุ่นหมองไม่ให้มีความหมายไม่มีความมัวให้มีแต่ความสะอาดเต็มที่ความใสเต็มที่เก่งออกมาเต็มที่ฉันยาวเลยที่ 28 วิโรจน์หรือสภาพนิพพานจึงคือสภาพหรือแจ้งแสงสว่างโพลงพระเจ้ากระจ่างมันไม่ใช่สภาพดับ ใช้คำว่าดับใช้คำว่าไม่ให้เกิดนิโรธเรามาจากคำว่าบวกโอทับทิมหมายคำว่าไม่ขุดไม่พอไม่เกิดอีกไม่ให้สิ่งนั้นมันเกิดอีกแม้แต่ไอขุ่นธุลีขุ่นแค่วิรัชแค่อโศกกับก็มีไม่มีทุเรียนหมอทุเรียนอะไรที่จะมาทำให้ความรู้หรือธาตุรู้นี่มีความรู้โดยอิสระมีธาตุอิสระรู้แจ้งอย่างเดียวพระองค์ทรงตามเป้าหมายตามความเป็นจริงอย่างแท้จริงไม่มีอะไรมาผสมผสานในสภาพของนิพพานหรือแขนยาวไปถึงพิษณุโลกจึงคือสภาพรู้แจ้งอย่างแท้จริงไม่ใช่ดับจิตไปหมดทั้งคันเลยมีแก้วก้อนแก้วใสสว่างเอาผ้าดำ ตกลงไปไม่รู้อะไรเลยไม่มีอะไรเลยไม่ให้เห็นแม้แต่ธุลีหมองที่มันติดอยู่ที่แก้วนั้นเอาอะไรมาคลุมหมดเลยคุ้มแก้วนะจ๊ะไม่เห็นทุเรียนหมอนธุลีความสกปรกและโทษของแกก็ไม่เห็นไอ้นี่มันดับเหมือนกันดับไม่เห็นแก้วด้วยดับไม่เห็นที่สนิมพี่ก็เลยโทรอะไรด้วยดับไปหมดมันดับมันคันแต่มันติดไปหมดเลยปิดทับไปหมดเลยมันผิดกันตรงนี้ก็เห็นได้ชัดเลยมีการถ้าไม่เข้าใจอันนี้แยกไม่ออกลักษณะจิตเป็นอย่างนี้จริงๆก็แค่ดับจิตไปหมดเลยไม่รับรู้อะไรเลยสบายเหมือนกันแต่มันไม่ใช่สภาพที่เอามาใช้ประโยชน์ในโลกได้แต่สภาพอากาศซึ่งสนิทเก่งเหมือนกัน อธิบายวัตถุประสงค์บนแก้วก็ได้แค่นั้นทีนี้มันดับสนิทกันไปเหมือนกันแต่ไม่ใช่ถ้าเป็นนิโรธสมาบัติขอพระพุทธเจ้าลำดับสิ่งที่ควรดับเท่านั้นเลือดเย็นสิ่งที่ควรดับออกก็คือกิเลสตัณหาอุปทานของดีก็อุตส่าห์สั่งสมมาตรแต่เส้นเรื่องนี้รอดเราก็จะดีรายได้อธิบายทางการเงินแล้วก็อธิบายอย่างมากมายอยู่แล้วก็แยกแยะให้ฟังชัดเจนแม้กระทั่งสัญญาท่านก็พยายามแยกสัญญาให้ฟังว่าสัญญามันก็คือตัวรู้มันคือตัวรู้เหมือนกันตัวรู้สัญญากับตัวรู้ เพราะฉะนั้นไอ้ตัวรู้ดีว่ามันโดนเรียกแล้วสัญญาที่เกิดโดยภาษาเรียกว่าสัญญานั้นเกิดก่อนหรือว่าญาณเกิดก่อนเกิดจากความพยายามแทรกซ้อนและถามไปเหมือนกันนะพระพุทธเจ้าอธิบายสัญญาเป็นปัจจัยให้เกิดการคือตัวรู้มันรู้โดยธรรมดาก่อนแล้วรู้โดยฉลาดเกิดทีหลังรู้ได้รู้มัน เป็นอะไรมันถึงแยกไม่ออกมึงแยกแล้วมันจะเป็นเรื่องของปัญญาถ้ายังไม่แยกไม่ได้ปัญญาเพราะฉะนั้นสัญญากับปัญญาหรือว่าสัญญามันต่างกันโดยในนี้สัญญาย่อมเกิดก่อนญาณย่อมเกิดที่ร้านอันนี้ก็พระพุทธเจ้าท่านแยกแยะตัวสัญญาไว้ให้รู้ได้แค่นี้แต่ถ้าเกิดว่าเราจะรู้เพิ่มเติมเราก็รู้ไปให้ได้ว่ามันคือตัวจิตของเราที่มันเป็นสำคัญมั่นหมายไปกำหนดลงไปว่าอย่างนั้นอย่างนี้งั้นแหละถ้ามันกำหนดรู้ว่าไอ้นี่เป็นอย่างนี้นะสมมุติว่าดินสอกำหนดรู้จะไม่เคยเห็นมีแต่ตอนนี้ก็รู้นิสัยตอนนี้ก็รู้เท่านั้นเองรู้ว่าเป็นรูปร่างอย่างนี้มี อย่างนี้มีแท่งอย่างนี้แต่ก็ไม่รู้ว่ามันมีความสำคัญอย่างไรอีกมีผลประโยชน์ไม่มีโทษอย่างไรดีกว่าอันใดยังไม่เทียบเคียงเริ่มเทียบเคียงเข้าไปปั๊บเค้าเรียกว่าปัญญาหรือยายอ๋ออันนี้ถึงแม้มันจะแข็งๆนี้ก็เป็นแท่งที่มีราคากว่าไอ้แท่งไม้ธรรมดานี่มันมีความสูงกว่าและอีกอย่างมีสีมีสีที่เอาไปทำประโยชน์อื่นต่อได้อีกมีอะไรเทียบเคียงกันถึงมารู้ในโลกความรู้ในรู้ใช่ยายไอ้ที่รู้อันนี้เป็นรู้รู้ธรรมดาเทียบเคียงโดยการรู้ตามสมมติโลกกันยายน 2560 ดูจักรยานๆนี่คือยางคือตัวปัญญาที่รู้สัญญาสัญญานี่คือตัวรู้โดยสภาพอะไรก็ตามแต่ตามจริงในโลกสัญญาเนี่ยรู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงอย่านี่นะไม่รู้อะไรตามโลกจะรู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงส่วนยานี้มันรู้ว่าเรารู้ตามความเป็นจริงหรือเรารู้ว่าเราปรุงต่อถ้าเราปรุงก็ปรุงด้วยด้วยปัญญาที่เรียกว่าเราจะปรุงเป็นกุศลและปรับปรุงถ้าไม่ปรุงแล้วก็รู้ว่าขณะนี้ไม่ปรุงยังรู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงอยู่ยังมีแต่อันเดียวอันนั้นของมันเองเกิดขึ้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ของมันเองเราไม่ได้ร่วมเกี่ยวเนื่องของมันแม้แต่จิตของเราที่ไม่รู้สิ่งนี้เราก็รู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงเราไม่ได้เทียบเคียงอะไรนะไม่ได้ปรุงอะไรนะแต่ภาพนั้น ภาพนิพพานไม่มีปลงมันก็เป็นนิทานอะไรเลยเราก็เป็นนิพพานแต่สวยเห็นแล้วก็ด่าเสียงด่าก็รู้ความเป็นจริงตามความเป็นจริงไม่ได้เทียบเคียงว่าเพราะไม่เพราะด่าแรงไม่แรงหรือเปล่าอาจจะทำให้เรากับเธอไม่กระเทือนอะไรไม่เชื่อได้ยินแล้วก็วางอย่างนั้นเรียกว่าไม่ปรุงก็เป็นนิพพานปรับปรุงขึ้นมาเราจะเปรียบเทียบขึ้นมาบอกนี่ด่าพอสมควรนะไม่ใช่คนนี้ด่าแรงไปนี่มันก็เป็นกรรมความต่ำของเขาเกิดขึ้นหน่อยดีไหมนี่เรียกว่าลูกกรุงทั้งนั้นโดยไม่มีความโลภความโกรธอะไรลุงด้วยปัญญาจะรู้อยู่ว่าเราไม่ได้เจออะไรรู้อยู่เห็นอยู่เข้าใจอยู่แต่เพียงกุศลและเจตนามีมโนชั้นเจอกัน ไปทางกุศลแล้วเราก็จะช่วยเขาแล้วก็คำนวณต่อไปว่าจะช่วยได้ไหมช่วยได้ก็เอานี่เรียกว่าคำนวณสุขังพลังยุทธตาจำนวนบุคคลอื่นซะด้วยหรือว่าหมู่ชนอย่างนี้จะคำนวณขนาดไหนก็คำนวณเอาแล้วถึงจะทำจึงเลือกมาจากตำบลกษัตริย์ไม่คำนวณสำหรับคนนี้พูดด่ามาแรงๆใหม่คำนวนเลยใช้เหล็กต่ำจะสูงจะเป็นยังไงช่วยได้ไม่ได้การ์ดเข้าไปเลยช่วยเขาด้วยตอนนี้นะครับออกมารับไม่ได้ไม่รู้เขาจะออกมาแรงไม่แรงตีลังกาเลยม้วนไปเลยเก็บของตัวเองก็มีแล้วก็คำนวณผลด้วยหรือบางทีนี้เราทำไปเรารู้แล้วว่าก็ตอบมาก็เป็นกรรมของเขาเป็นบ่าวของเขาแล้วต่อเรามาแรงแล้วเราก็เก็บกดตรงกลางอย่างหนึ่งแล้วเขาเองเขาก็ไม่ได้รับอะไรเลยเป็นบาปเป็นไทยประกาศ เกิดการเปลี่ยนหน้าเราสักนิดนึงเขาจะได้อะไรสักนิดนึงไว้เป็นพลวปัจจัยในตัวเขาไหมล่ะมันต้องมีการได้ด้วยกันมันก็ต้องพยายามทำอย่างนั้นจำนวนอย่างนั้นถึงจะทำลงมือทำก่อนทำไมงั้นเราก็ไม่ได้เรื่องแต่สัญญากับอย่าแตกต่างกันโดยอย่างที่ว่านั่นแหละคือตัวสัญญาคือตัวกำหนดรู้ตามความเป็นจริงเมื่อรู้ตามความเป็นจริงตามความแท้จริงแล้วแล้วก็ไม่มีปรุงเรียกว่าสัญญาถ้าปรุงขึ้นมาก็เป็นปัญญาความรู้ที่รู้เพิ่มขึ้นทีนี้สัญญากับอัตรารถเพียงเข้าไปอีกสัญญากับอัตราล่ะต่างกันหรือว่าคนละอย่างหรือว่าอันเดียวกันหากรู้ก็จะไปยึด
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive