170207 ศีล10-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะนะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะถ้าเราได้มอบกายมอบสิทธิ์ของเราแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือแบบนามธรรมที่เราเรียกว่าพุทธะเป็นคนงามความดีสิ่งหนึ่งไม่มีตัวไม่มีตน แต่เป็นสิ่งที่ยังโลกไว้ใจให้มันเจริญงอกงามให้มันเป็นไปจะตั้งอยู่ด้วยดีเรากล่าวถึง 3 ครั้งการที่เราจะเป็นผู้ที่ขึ้นไปสู่พุทธะหรือจะเป็นผู้ที่มีคุณงามความดีอันจะยังโลกไม่ได้นั้นเราก็จะต้องมีการปฏิบัติการที่จะปฏิบัติไปสู่คุณงามความดีเราก็ยึดถือสิ่งที่เรายังรู้บ้างยังไม่ชัดก็ดีหรือรู้บ้างแล้วชัดมากแล้วก็ดีที่เรียกว่าพุทธนั้นถือสิ่งนั้นเป็นที่พึ่งเป็นที่นำเป็นที่ยึดถือ แล้วเราจะถือพระธรรมคำสอนจึงรู้มาโดยตรงด้วยการถ่ายทอดทิ้งไว้ในทางใดๆก็ตามจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองจากผู้ที่เป็นพระสงฆ์สาวกได้นำมาขยายความหรือว่านำมาบอกกล่าวแก่เราก็ดีเราก็จะเอาพระธรรมนั้นมาปฏิบัติตนเพื่อที่จะเดินทางไปสู่ความดีเป็นผู้ถึงจะเป็นผู้มีความดีนั้นและเราก็จะเคารพผู้ที่ดีแล้วซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติมาก่อนเราที่เรียกว่าสาวกหรือสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ยึดถือ นำทางเป็นผู้จะช่วยเกื้อกูลเราให้ไปสู่ความดีดังกล่าวแล้วนั้นทั้งหมดกล่าวเป็นวาจาเป็นภาษาบาลีให้ครบ 3 ครั้งณบัดนี้พุทธังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิกล่าวสำลีทุติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิทุติยัมปิธัมมังสะระณังคัจฉามิ ทุติยัมปิสังฆังสะระณังคัจฉามิสาวอื่นเป็นคำรบที่ 3 ตะติยัมปิพุทธังสะระณังคัจฉามิพุทธังสะระณังคัจฉามิธัมมังสัตยาธิสังฆังสะระณังคัจฉามิเราได้ยืนยันที่จะรับนับถือสิ่งที่เรียกว่า ใจรักหรือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งที่แน่นอนแล้วต่อไปนี้ก็รับเอาศีลที่ได้ขอไว้แล้
อ่านต่อ
วอาตมาเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเป็นผู้ที่ถ่ายทอดปีนั้นจึงอาตมาเองก็ได้เป็นปฏิบัติมาแล้วด้วยดีเข้าใจเห็นแจ้งได้รับทราบและรับความสำเร็จจากสิ่งที่จะปฏิบัตินั้นมาแล้วก็ขอให้เอาไปปฏิบัติตามลำดับนี้พิจารณาเวรมณีมันเป็น ข้อที่ 1 ซึ่งเราจะต้องพึ่งไปรับก็เอาไปปฏิบัติปาณาติปาตาหมายความว่าเราจะต้องเป็นผู้ที่รู้คำว่าชีวิตเราจะไม่พยายามที่จะไปทำให้ชีวิตของผู้ใดเขาได้รับทุกข์ทรมานเราจะพึงรู้ทุกข์นั้นด้วยตนเองจากชีวิตของเราด้วยว่าเราเองก็รักชีวิตของเราแม้แต่ชีวิตเราคนเดียวชีวิตเราก็ไม่ชอบยิ่งมาทำให้เราตายถึงตายเป็นอันเราก็ยิ่งจะไม่ชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อชีวิตของเราเองเรายังรักออกปานนั้นชีวิตของสัตว์อื่นใดก็รักชีวิตของเขาเช่นเดียวกันกับเราเพราะฉะนั้นเราจะต้องรู้ในคำว่าชีวิตของแท้แล้วอย่าไปทำให้ชีวิตของสัตว์ใดแม้เล็กแม้น้อยแม่ใหญ่แม่โตก็อย่าทำชีวิตของเขาให้ตกตายไปถ้าทำได้ถึงกันใหม่ก็เจ็บปวดในข้อใดรับทรมานได้โดยก็ยิ่งเป็นการดีอย่างยิ่งถือว่าเราได้ทำเมตตาให้เจริญเมตตาสัญญาขึ้นในใจของเราเป็นผู้มีเมตตาในชีวิตถ้วนทั่วในโลกเป็นอย่างดีจงหัดจงประพฤติ ส่งสำรวมตัวสำรวมกายตำรวจใจรู้ในอริยบททั้งหมดอย่าไปทำให้ชีวิตสัตว์ใดตกตายแต่เป็นอันขาดหนังสือจีนศีลข้อที่สองทินนาทานาเวรมณีศีลข้อนี้เราจะปฏิบัติเพื่อที่จะให้เจริญทางจิตขึ้นไปสูงยิ่งเมื่อเราเองเราไม่ทำให้ชีวิตร่างกายของผู้ใดเขาตกตายไปซึ่งเป็นการตายคันใหญ่เป็นการตกตายไปถึงขั้นรู้อย่างโตใหญ่เห็นชัด เจ็บปวดอย่างใหญ่โตแล้วเราก็จะไม่ทำให้ใจของเขานั้นต้องเจ็บปวดหรือเรียกว่าตายลงอีกใจนั้นละเอียดยิ่งกว่ากายตายได้เร็วตายไปบ่อยตายด้วยความทุกข์ได้มากกว่ากายกายตายได้นานๆครั้งหนึ่งแต่ใจนั้นจะตายได้อย่างมากมายตายแล้วตายแล้วเจ็บแล้วเจ็บเหล้าทุกแล้วทุกข์เล่าเราจะไม่ทำให้จิตใจของผู้ใดก็ตามให้เขาได้รับทุกข์ทรมานเช่นเดียวกันกับเราเองเมื่อเรายังมีความรักเรายังมีความชอบความหวงแหนในสิ่งใดๆที่เป็นวัตถุก็ดีเป็นนามธรรมก็ดีที่เรายังยึดเอา ผู้ใดจะมารักไม่ฉกมาขโมยมาหยิบมาพรากไปจากเรานั้นเรายอมหวงแหนเจ็บปวดหัวใจไม่ชอบใจนั่นแหละเราถือว่าใจของเราทุกข์ใจของเราถึงตายเราจะไม่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดเหมือนเราเองถ้ารักของได้หวงแหนของใดใครมาเอาใครมาแย่งพรากไปเราก็เจ็บก็ปวดทั้งนั้นเราจะไม่ทำให้เขาเจ็บปวดด้วยทางใจด้วยประตูคล้ายๆกันแต่ละเอียดลึกยิ่งขึ้นผู้โดยสารธรรมดาว่าอยากเป็นรักไปจบไปขโมยของเขาอย่าไปชอบไปโกงไปเอาของคนอื่นที่เขายังไม่อนุญาตเขายังไม่ให้เราด้วยศรัทธาหรือด้วยความเต็มใจอย่าไปเอามามันทำให้คนอื่นเขาทุกข์ก็เจ็บปวดและเขาถึงตายในทางใจซึ่งเป็นเรื่อง เราจะต้องเป็นผู้ไม่ทำทุจริตกรรมในด้านที่จะเป็นโรคเป็นโรคกระเพาะของผู้อื่นมาเป็นอันขาดไม่เป็นขืนข้อที่ 2 ซื้อข้อที่ 3 อัมรินทร์จริยาเวรมณีศีลข้อนี้เป็นศีลที่ให้เราพึงประพฤติให้บริสุทธิ์หมดจะช่วยทั่วทุกประตูมีการประพฤติทุกอย่างที่จะถึงที่สูงที่สุดที่บริสุทธิ์ที่สุดจะเป็นไปด้วยตายเพราะชีวิตมโนเต็มไปด้วยประตูทวารทั้ง 5 หรือแม้ประตูใจหัวประตูตาหูจมูกลิ้นกายและประตูใจของเรานั้นทั้ง 6 ทวารเราจะพึงปฏิบัติให้บริสุทธิ์ให้หมดจดโดยไม่เป็นทาสกายไม่เป็นทาสด้านตาด้านหูด้านจมูกด้านลิ้นหรือสัมผัสทางกายโดยตรงและจะไม่เป็นท่าทางใจให้ได้ด้วยแต่โดยเฉพาะศีลข้อนี้เป็นคันที่ยังไม่ละเอียดถึงนักก็ตามเราก็หมายเอาทวารทั้ง 5 ที่เรียกว่าความใคร่ทั้งประตูทั้ง 5 เราจะไม่ให้มารบกวนทำความกำหนัดยึดถืออยากได้ใคร มันขาดเราจะไม่เป็นทาสตัวเราเองด้วยทวารทั้ง 5 นั้นเป็นตัวบงการสั่งให้เราอยากได้อยากมีอยากเป็นอยากเอาปฏิบัติให้บริสุทธิ์หมดจดลงไปให้ได้อยู่ในนามเราก็จะหมดภพชาติของกามภพเป็นบริสุทธิ์ส่วนหยาบซะก่อนทำให้ได้นี่คือข้อ 3 ดังนี้ศีลข้อที่ 4 มุสาวาทาเวรมณีศีลข้อนี้ให้พึงระวังทางกายเพิ่มเติมคือเหตุการณ์โดยกำหนดลงไปจำเพาะที่ด่านวิธีกรรมหรือด้านปากคอที่เราจะพูดจะจาออกมานั้นจะต้องเป็นไปโดยสุจริตทั้ง มวลอย่าไปพูดให้เป็นทุจริตแม้ทุจริตอย่างหยาบคายคันโกหกมดเท็จอย่างที่รู้ชัดเห็นชัดเราก็ไม่ทำยางหยาบคายเช่นพูดหยาบพูดคำที่ไม่เป็นทศนิยมของคนของสังคมโดยลำดับผู้ที่มีความรู้ผู้ที่มีสังคมอันสูงเท่านับว่าเป็นคำที่มันไม่กระด้างมันหยาบมันคายมันเป็นคำสั่งคำที่ไม่น่าจะเพิ่งพูดถึงปล่อยออกมาเราก็จะต้องระมัดระวังด้วยหรือแม้อย่างภาษาที่จะละเอียดเข้าไปโดยการพูดเป็นการส่อเสียดเธอให้เกิดการแตกแยกมีการทำให้กระทบผู้นั้นผู้นี้มีการอยู่กันอย่างไม่ดีด้วยเราเองเป็นผู้ป่วยแต่เช้าไปทำให้เกิดการ แจ้งเกิดการทะเลาะวิวาทกันโดยผู้อื่นหรือโดยเราเองก็ตามทีเดียวโดยเฉพาะส่อเสียดเราก็จะไม่พูดนำความข้างโน้นมาพูดข้างนี้นำความข้างนี้จะพูดข้างโน้นให้เกิดการไม่ชอบใจและเกิดการทะเลาะวิวาทนั้นเราไม่เหมือนคนจะพูดจะต้องพยายามระมัดระวังปากขอแม้ผู้ที่สุดให้เป็นการพูดดีไม่พูดเพ้อเจ้อจะต้องพูดให้เป็นสีชมพูให้เป็นธรรมพูดให้เป็นประโยชน์พูดให้ได้อ่านภาษาที่เป็นไปเพื่อความดีงามตลอดเวลาได้ต้องพึ่งเรียนรู้ระมัดระวังประมาณในคำพูดที่เราจะปล่อยออกมาจากปากให้ดียิ่งถึงข้อนี้เป็นการรับรอบลงไปให้ระวัง กี่กรัมถึงที่สุดศีลข้อที่ 5 ตุลาคมมีระยะมัชชะปะมาทัฏฐานาเวรมณีศีลข้อนี้เป็นศีลข้อที่ 5 ซึ่งเป็นศีลรวมในระหว่างศีล 5 ข้อใหญ่ๆนั้นมีรายละเอียดลึกซึ้งทวนทัวร์เป็นสิ่งที่จะให้ปฏิบัติถึงขั้นจิตใจจิตบริบูรณ์หมดจดหมดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าใจในเรื่องที่เราไปติดจะยึดอันเดียวว่าอุปทานเป็นกิเลสตัณหาส่วนลึกไปทั้งหมดที่เราจะเข้าใจต่อวัตถุต่อน้ำมาทำทั้งหลาย ที่เราได้ลงเรียกว่าโมหะที่เราไม่รู้เรียกว่าวิชาแล้วเราก็ไปหลงใครหลงติดหลงยึดเป็นทาสสิ่งเหล่านั้นอยู่ทั้งรูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายโดยที่สุดแม้อย่างหยาบหยาบเราไปติดไปยึดในสิ่งที่เป็นภัยเห็นได้ชัดตั้งแต่ของเสพติดที่ทำให้เรามัวเมาเป็นไปอย่างเป็นภัยเป็นพิษอย่างยาเสพติดร้ายกาจน้ำเมาต่างๆที่ทำให้เสพติดของเราไม่มีสักตัวสติของเราควบคุมไม่ได้ถ้าไปเสพยาเสพติดแล้วจิตของเราก็จะเสร็จพบเศษชาติจิตของเราก็จะไม่มีอันเป็นเพื่อที่จะนึกคิด หรือรู้ตัวรู้ตนว่าเราควรจะได้พิจารณาธรรมะอะไรรู้โลกอื่นก็ไม่รู้เพราะจิตไปเสพติดอยู่แล้วด้วยยาเสพติดนั้นมันทำปฏิกิริยากับประสาทของเราเราก็จะไปติดภพชาติแม้น้ำเมาและทำให้ประสาทของเรากินเข้าไปแล้วก็บังคับมันไม่ได้ก็ชั้นเดียวกันเราไปติดตั้งพบและมันแสดงผลจนกระทั่งออกสิ่งที่เราควบคุมแม้ร่างกายของเราต้องควบคุมมันได้เราก็ไม่ทิ้งมันควรที่จะเซฟจะเซฟละเลิกออกมาเป็นสัญญาถึงแม้สิ่งที่เสพติดขั้นละเอียดเข้าไปอีกจะเป็นยาเสพติดของเสพติดที่ไม่เป็นประโยชน์อันเป็นมงคลจะปฏิเสธ ติดมันหมายถึงว่าสูบบุหรี่ยานัดอะไรต่างๆเราก็ไม่ควรจะเป็นแบบยกเลิกละไม่ได้เป็นขั้นต่อไปท่านละเอียดเข้าไปอีกเราจะไม่ติดอะไรทั้งหมดทั้งมวลแม้ลาภยศสรรเสริญเราก็จะไม่ติดและแม่กามคุณทั้งตาหูจมูกลิ้นกายก็รวมอยู่ในนี้ด้วยเราจะมีสิทธิ์ทั้งหมดทั้งกามคุณทั้ง 5 ที่สุดและที่สุดที่เรายังติดจึงยึดอยู่เป็นส่วนละเอียดสุขุมคัมภีรภาพมากที่สุดในด้านจิตใจเราก็ยังเสพติดในสุขต่างๆสุขในโลกียก็ตามถึงแม้สุขที่ได้มาโดยทำเป็นสุขทางโลกุตระ สุพรรณสงบเบาหวานสันติซึ่งเป็นสุขอันดีอยู่นั้นเราก็จะไม่หลงติดมัวเมาเป็นที่สุดคนเดียวกันเราจะรู้ว่าสุขก็คือสุขทุกข์ก็คือทุกข์แล้วเราก็ไม่ติดสุขไม่ติดคุกหรือไม่โกรธทุกข์ไม่รักสุขให้ได้จริงๆศีลข้อนี้โดยรายละเอียดเป็นศีลที่ลึกซึ้งไปถึงขั้นคิดอันบริสุทธิ์ทั้งหมดถ้าพึงปฏิบัติได้เป็นขั้นๆหยาบก็จะได้กุศลให้ความสูงของเด็กตามลำดับแต่คันกลางก็จะได้กุศลในขั้นกลางเราสูงขึ้นจึงกล่าวพลางถ้าได้ละเอียดสุดเป็นที่สุดในขั้นปลายถึงจุดที่ดังกล่าวแล้วบริสุทธิ์หมดจดไม่มีจบไม่มีทุกข์ไม่ยึดมั่นใน ทุกข์รู้จิตอันเป็นทาสที่เกิดด้วยหินกับปัจจัยประกอบกันปรุงแต่งอยู่เท่านั้นเองรู้วิญญาณว่ามันเกิดได้ถึงปัจจัยเท่านั้นเองแล้วเราก็ระวังปล่อยไปตามกาลอันควรไม่เสพติดแม้แต่วิญญาณปฏิเสธทุกทวีสุขพระเวทนาอย่างไรคือเป็นทุกข์ทรมานด้วยที่มันเป็นทุกขเวทนาแต่รักไม่ชอบวัยรุ่นเพลิดเพลินจิตยึดอยู่กับสุขทุกข์เวทนาเราก็ไม่สำเร็จแม้ที่สุดจิตที่เป็นอุเบกขาเวทนาเป็นสิทธิที่สุดที่สุดในทางโลกอิสระทางเมืองมีปัญญาเข้าร่วมด้วยถ้าอุเบกขาโดยไม่มีปัญญาก็ร่วมด้วยนั้นเป็นโลกิยะเป็น การวางเฉยโดยที่เราไม่มีความรู้ตัวไม่มีสติไม่เป็นไปโดยอัตโนมัติอย่างนั้นไม่ถือว่าโลกุตระอุเบกขาใดที่เรามีสติครองตนมีปัญญารู้อยู่ว่าเรารู้ว่าเราเฉยอยู่ก็การได้รับความปลอดภัยคิดไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้จิตซื้อวิญญาณธาตุซื้อนามธรรมและไม่ติดทั้งรูปธรรมข้างนอกทั้งใหญ่ทั้งเล็กทั้งละเอียดอย่างไรเราไม่ติดเราก็เป็นผู้หมดสิ้นได้ส่วนตัวซื้อละเอียดในข้อที่ 5 นี้ก็คือใส่ใจเพื่อปฏิบัติให้ได้ตามลำดับให้เป็นที่สุดได้ศีลข้อต่อไปเป็นศีลขยายเป็นปฏิวัติรอบที่จะทำความทรัพย์กรรมหรือเป็น ศีลที่จะกำชับกัญชาขยายความละเอียดให้มันเป็นบทเป็นบาทกระจายความเพิ่มขึ้นโดยแท้ก็เป็นศีลที่ช้ำอยู่ในศีล 5 ดังที่ได้อธิบายมาแล้วก็จะอธิบายโดยสังเขปซ้ำไปให้ฟังด้วยรับเอาพรรษาไปซะก่อนประวัติศาสตร์มีศีลข้อนี้ท่านให้ระมัดระวังไม่ให้เราไปติดจะยึดกันเองให้รู้ความจริงในสิ่งที่เราจะต้องร่วมสัมพันธ์สัมผัสอยู่หรือเรียกว่าร่วมใช้เป็นโมฆะเป็นเครื่องบริโภคอุปโภคจะเป็นการกินเข้าไปในร่าง ตายจะเป็นการเอามาร่วมใช้ในการสังเคราะห์นอกกายรับนอกหรือรับเข้าไปข้างในเรียกว่าอุปโภคก็บริโภคเราก็จะต้องประมาณและรู้ตามควรพึงใช้เพียงเพื่อจะสังเคราะห์ร่างกายตัวตนมีตังค์อยู่เท่านั้นการกินเราก็ต้องระมัดระวังในเรื่องการกินไม่ได้กินโดยลงกินเพราะติดรถติดรูปติดกลิ่นติดสัมผัสต่างๆเราก็ไม่กินด้วยสิ่งเหล่านั้นเรากินเพราะรู้ความจริงตามความแท้จริงว่าเราจะเอาธาตุต่างๆเข้าไปสังเคราะห์ในร่างกายของเราให้มันตั้งอยู่ไม่กินเล่นไม่กินเพื่อมัวเมาไม่กินเพื่อติดตัวติดทานไม่กินเพื่อ ให้มันใหญ่มันโตให้มันเป็นไปเพื่อความมาตรฐานอะไรเราก็จะไม่กินด้วยวิธีเหล่านั้นเราจะรู้ว่าอาหารที่เราบริโภคเข้าไปข้างในนั้นก็เป็นเพียงชาติทั้งนั้นมันย่อมมีรถมันย่อมมีลูกมันย่อมมีกลิ่นเหมือนย่อมมีสัมผัสโดยธรรมแต่เราจะไม่ติดในชีวิตลูกก็จริงๆสัมผัสนั้นโดยธรรมต้องรู้เป็นผู้รู้และเป็นผู้ประมาณอยากเป็นผู้ให้มากต้องให้แต่เพียงพอดีซื้อน้อยบ้างเล็กน้อยพอดีกว่าที่เราจะเป็นโรคมากเครื่องอุปโภคต่างๆเป็นเครื่องใช้ไม้สอยเป็นเสื้อผ้าเป็นเครื่องนุ่งห่มโดยปัจจัยกำหนดที่อยู่ด้วยเป็นที่อยู่ก็ดีหรือเป็นบริหารต่างๆที่เราเคยใช้ร่วมด้วย เราเป็นนักบวชแล้วเรามีบริการต่างๆอันมีบาทเป็นต้นหากมีเครื่องใช้ที่ประกอบยังชีวิตจะพอสมควรนั้นเหล่านั้นเราก็จะไม่โลภมากเราจะไม่หลงในรูปในรถมีกลิ่นมีเสียงมีสัมผัสมันเช่นเดียวกันเราจะปฏิบัติหรือจะใช้แต่เพียงให้มันน้อยเราจะเดินเบาไม่แบกไปหาไม่ยึดไม่ถือไว้มากถ้าจะใช้แต่เพียงพอดีและไปหาน้อยถ้ามีน้อยเราก็ทนได้รู้จักกันโดยรู้จักฉันสักทีรู้สึกรู้จักพอและรู้จักต่อวิเวกสงบระงับอยู่แม้มันจะไม่มีเราก็จะเป็นผู้ระงับไว้วายแผ่นดินแต่อย่างนี้เป็นต้นเราจะต้องรู้ในเครื่องอุปโภคและบริโภคไม่เข้าใจแท้แล้วพึงปฏิบัติลดลงมา ให้น้อยให้เป็นผู้รู้จักเริ่มต้นตั้งแต่ถ้าเราจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่อภิชาเป็นผู้มักน้อยอย่ามักมากเป็นผู้พยายามใช้แต่น้อยบริโภคแต่น้อยเป็นผู้รู้จักสันติคือสันโดษอันแท้จริงไม่รู้จะพอดีและพอแล้วเป็นผู้มีพระวิษณุกรรมเป็นผู้ที่สงบสุขมากที่สุดไม่มีก็มีดินแต่ดังกล่าวแล้วและเป็นผู้ที่รู้จักอัสสัมชัญไม่พึงหลงเอามาประกอบด้วยหลงว่าจะเอามาเสพเป็นสุขหรือเป็นสวรรค์เราจะไม่คลุกคลีเกี่ยวข้องด้วยประตูนั้นเป็นอันขาดรู้ธาตุแท้ถ้าจะรับมาก็เพียงเพื่อทำในร่างกายและตั้งอยู่ได้ในโลกและจะต้องเคาะต้น ละกิเลสตัณหาอุปทานหรือเพื่อที่จะยังชีวิตอยู่เพื่อประกอบประโยชน์เป็นเหตุผลประโยชน์ทั้งหลายแหล่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นในโลกของเขาช่วยเขาไปอย่างนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีประโยชน์อันแท้จริงน่าจงกระทำให้ได้มีวิริยะอย่างเต็มที่เรียกว่าวิริยารำพัดคือมีความพากเพียรอย่างถูกตรงเป็นสมาธิอย่าไปพากเพียรในศัตรูอื่นต้องพากเพียรในประตูนี้สู้ให้จริงพากเพียรให้ตรงอย่างเป็นภาคเพียงในทางที่กลับกันเสียไปเป็นโลกิยะอย่างนั้นไม่ควรถ้าซื้อข้อต่อไปนัดจะคีตะวาทิตะวิสู เวรมณีทัศนาศีลข้อนี้ท่านก็ให้ระวังเรื่องกามอีกโดยการที่จำเป็นลงรูปรูปเหล่านี้จะเป็นรูปของการแสดงท่าทางของผู้คนหรือของอะไรก็ตามแต่จะเป็นการแสดงเด็ดขาดทำอย่างหยาบที่เรียกว่าละมึงละครหากระโดดโลดเต้นอย่างที่เขาแสดงกันและก็หลอกๆกันเพื่อที่จะให้ไปหลงเพลิดเพลินเป็นนันทิยะเป็นกิเลสตัณหาที่ปฏิบัติอยู่พอดีเสาร์ก็มาเป็นลมหรือแม่ท่าทางที่ละเอียดอื่นๆที่เขาแสดงเพื่อที่จะแสดงบทบาทด้วยความมุ่งหมายเพื่อแสดงอำนาจเพื่อแสดงความเพลิดเพลินเพื่อแสดงสิ่งใดๆโดย ลึกซึ้งกับไฟซับซ้อนเราก็ต้องพึ่งรู้ให้ได้ทันว่าเขาไม่ได้มีเจตนาเพื่อที่จะทำให้เรานั้นรู้ในท่าทางอันเป็นความสงบเป็นความระคายเป็นความสุภาพแต่เป็นท่าทางที่สั้นให้มีรถมีชาติเพื่อที่จะให้เราไปติดไปยึดในความใหญ่ก็ตามในความเพลินก็ตามเราจะต้องละแม่ที่สุดในด้านเสียงเป็นภาษาที่เป็นกล่าวเป็นคำพูดคำจาออกมาเป็นคีตะและคีตะนั้นก็เป็นไปเพื่อให้ความเพื่อให้เราหลงในความคล้องจองความไพเราะความผิดมีรถมีชาติเราก็จะต้องรู้ในเนื้อหาสาระในความคิดในรถในฉากของภาษาด้วยมันเป็น ยังเป็นไปเพื่อความใคร่อยากมีเนื้อหาอัตราเท่านั้นเองเป็นตัวตนของเก่งภาษาเราจะต้องเข้าใจว่าภาษานั้นพึงเพียงแต่เปล่งออกมาเพื่อที่จะให้เรารู้เนื้อความให้เป็นสื่อความหมายที่เราจะพึงยังความหมายของมันเข้าไปสู่สภาวะธรรมที่แท้แล้วเราจะพึงปฏิบัติให้ถึงสภาวะธรรมนั้นไม่ได้เท่านั้นภาษาก็เป็นสมมติไม่ใช่ของจริงที่เราจะไปติดไปยึดถือไปเพลินมากที่สุดในรสชาตินั้นเป็นสิ่งที่ดีเข้าใจให้ได้ในที่ต่างๆจะพึ่งพึ่งกล่าวอยู่ก็เพิ่งกล่าวได้ในภาษาที่ดีจึงเรียกว่าพระธรรมคำสอนเป็นภาษาอังกฤษ ราชินีที่จะพึ่งเอามานำปฏิบัติเพื่อไปสู่สภาวะธรรมดังกล่าวแล้วเราก็เพิ่งเข้าใจให้ได้จงรู้เนื้อหากิเลสจะประกอบไปอยู่ในสถานะใดๆอย่าหยุดยิ่งเปล่งเสียงออกมาเป็นวาทิตเป็นเสียงดนตรีการซึ่งมีแต่สำเนียงลีลาสูงต่ำแถวน้อยหรือกระแทกกระทั้นที่ทำเป็นเชิงของดนตรีการเป็นของคำที่เราเรียกกันว่าเพลงก็ดีซึ่งเป็นกิเลสอันชัดเจนที่ทำให้เราติดในรถในชาติของเสียงเหล่านั้นจะทำด้วยปากหรือทำด้วยเครื่องมือเป็นเครื่องไม้เครื่องทองเครื่องหนังเครื่องอะไรก็ตามแต่เราก็จะต้องรู้เท่ารู้ทันว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะพึงควรยึดติดเลย ให้ประโยชน์อันใดแก่เราเลยต้องละต้องเล่นต้องเลิกขาดยาเสพติดหรือยึดในเรื่องดนตรีในเรื่องเสียงสำเนียงลีลาที่ร้อยกรองก็เอามาประดิดประดอยตกแต่งแล้วก็หลอกล่อกันในโลกเพื่อให้เราติดเสียงติดสำเนียงเรานั้นจะต้องละลายสิ่งเหล่านี้เราจะต้องปฏิบัติเพื่อให้เข้าใจให้รู้ให้เห็นแจ้งว่าแม้แต่การเสพติดในรูปติดในภาษาติดในเสียงก็เป็นข้าศึกแห่งใจของเราเรียกว่าวิศวกรรมพัฒนาอย่าไปรับรู้รับเห็นยาเสพติดที่เป็นกิเลสเหล่านั้นไว้ได้ศีลข้อต่อไปข้อที่ 8 มาลาคันธะ เลบานธนวิบูลย์ชนะเวรมณีพระศีลข้อนี้โดยเนื้อหาสาระก็ไม่ให้เราถูกยึดสิ่งที่เป็นกามอีกเช่นเดียวกันมาลาก็เกี่ยวกับรูปเกี่ยวกับรูปสวยจะเป็นสวยอย่างสิ่งที่มาร้อยขึ้นมาเป็นพวงเป็นรูปเป็นหมู่เป็นหมวดหรือแม้ดอกไม้ที่มันร้อยตัวมันเองมาโดยธรรมชาติมีกลีบมีใบมีเกสรมีกลิ่นที่รวมอยู่ในนั้นเสร็จเรียกว่ามันหลอกเราด้วยสีด้วยลูกได้ทรงนั้นเรียกว่ารูปคันธะนั้นหมายถึงกลิ่นเรา รู้เท่าทันรูปรู้เท่าทันกลิ่นวิเลปะนะเครื่องที่เป็นวัตถุใดๆที่เราเอามาประกอบร่างกายมาพอกมาท้ามาฉาบมาชอบอะไรที่ร่างกายของเราเป็นการสัมผัสทางกายเราก็ต้องสู้ให้ได้มันชนะสิ่งที่จะนำมาตกแต่งกับตัวเราหรือเอามาใช้ในตัวเรามาโผล่คะเรียกว่ามาอุปโภคในตัวเรานั้นเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่จะเอามาประกอบกับร่างกายเรานั้นไม่ใช่เอามาเพื่อความตกแต่งไม่ใช่เอามาเพื่อความประดับประดาให้มันเป็นสิ่งที่ก่อเหตุเป็นรูปก่อได้กลิ่นก่อได้รถก่อได้สิ่งก่อสร้างอะไรขึ้นมาเป็นเรื่องของกาม หาเราจะไม่พึงกระทำเพราะฉะนั้นเราจะต้องเป็นผู้ที่ทรงไว้ด้วยความพิจารณาจะส่งอะไรไว้ในตัวของเราที่เรียกว่าฐานะเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งใดเราก็จะทรงไว้แต่เพียงพอประมาณเพื่อยังชีพไว้โดยควรไม่ใช่ประกอบไว้ด้วยกิเลสตัณหาหรือเครื่องเฟ้อเครื่องที่มากเกินขอบเขตเดินขอบเขตของความเป็นชีวิตที่มีตังค์อยู่ได้โดยประหยัดโดยมัธยัสถ์โดยไม่เปลืองต่อยอดจัดส่งไว้แต่สิ่งที่ดีเพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นฐานะเรียกว่าภิกษุสำนักฐานาซึ่งเป็นฐานะแห่งการที่จะมายกมาทำให้ เธอมาทำให้สวยมาทำให้งามมาทำให้ฟุ้งไปได้กลิ่นมาทำให้เป็นไปโดยฐานะที่เป็นกามคุณกามตัญหาประกอบอยู่ในร่างกายของเรานั้นเราจะไม่ทำฐานะนั้นให้แก่ตนเราจะเป็นผู้มีฐานะอันบริสุทธิ์ที่มีจิตตั้งมั่นประกอบไปด้วยปัญญาเข้าใจสิ่งที่เรียกว่ากิเลสแท้ตามคนที่พบคนดีกิเลสต่างๆจึงบอกแล้วทั้งศัตรูทั้ง 5 และกิเลสไม่พบที่เป็นศัตรูทางใจที่เราไปขอยึดอยู่พอดีเราจะเป็นผู้ที่เข้าใจฐานะนั้นและทำจิตของเราให้เป็นอดีตฐานะคือจิตที่ยิ่งเป็นอันที่จิตเป็นจิตตั้งมั่นลงเป็นฐานอันยิ่งไม่ใช่ฐานอันที่ไม่ได้ถึงรอบเป็น เป็นฐานที่โตเป็นฐานที่ใหญ่ประกอบไปด้วยความฟุ่มเฟือยฟุ่มเฟือยเหล่านั้นเราจะพึงไม่ทำจะต้องลาออกคลายออกนายออกเทียนออกให้ได้สิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดก็รวมเป็น 3 ทั้งสิ้นแม้ที่สุดในข้อที่ 8 อุจจาเสียนะมหาเสนาเวรมณีพระอุตตราเวระมะณีสิ่งนี้ก็ให้เว้นขาดคำว่าเวรมณีคำนี้หมายความว่าให้เว้นออกมาให้ลาออกมาให้ขาดออกมาสิ่งที่ใหญ่ที่จะรองรับเราโดยการเป็นแผ่น สั่งเป็นเตียงเป็นที่นั่งเป็นที่ปูซื้อแม้ที่สุดมันจะรองรับสถานะใดก็ตามที่เป็นสิ่งที่รองรับร่างกายเราหรือใจเรานั้นจะต้องไม่หลงในความใหญ่ของมันเราอย่าไปหลงว่าความใหญ่นั้นจะทำให้เราเองใหญ่นั้นไม่ถูกเราต้องประมาทในความพอเหมาะพอดีเป็นเพียงเป็นฝั่งเป็นที่รองที่รับเป็นที่นงที่นอนเป็นที่ปูที่ราบหรือแม้แต่ที่รับเราไว้ข้างล่างอย่างเป็นบาทเป็นช่องอะไรก็ตามเราจะต้องดูให้ผมบอกว่าเจาะพอสมควรไม่ใช่หลงในความใหญ่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเหล่านั้นเราจะต้องรู้ให้ความพอดีทำความดีให้ได้มันหรือแม้ตัวเราเองก็จะไม่หลงในตัวเราเองทำตัวเราเอง ให้ใหญ่แล้วจะเอาตัวเราไปวางไว้ที่ใดก็จะต้องเป็นที่ที่จะต้องให้มันใหญ่ไปตามตัวเราในฐานะกลับกันเราจะต้องดูตัวเราให้เล็กลงเสมอให้น้อยลงสเมิร์ฟเป็นผู้ที่มีนิวาโตเป็นผู้ที่มีการถ่อมตนทำตนให้เล็กลงเรื่อยไม่ยกตัวยกตนไม่จองของของคนไม่ทำตนให้ใหญ่กว่านี้ว่าโตแล้วจะต้องเป็นผู้ทำอย่างนั้นหรือมาหาแต่งานแม้แต่เราเองเราไม่ให้สิ่งที่มารองรับเราใหญ่และเราเองเราก็ไม่ทำตัวใหญ่เพื่อที่จะให้ไปรองรับเป็นเธอให้คนอื่นมารองรับเราเป็นผู้ใหญ่ด้วยประการทั้งปวงที่สุดแม้แต่จิตของผู้อื่นที่เขาจะกระทบรับจาก โดยเราขยายความใหญ่ของเราออกไปด้วยอาการก็ตามปฏิกิริยาก็ตามด้วยคำพูดก็ตามยกความใหญ่นั้นไปทับถมให้คนอื่นเป็นผู้ไปรับรองรับความใหญ่ของเราด้วยการแสดงกิริยาอาการอิทธิพลดังกล่าวนั้นแล้วทั้งเป็นรูปธรรมนามธรรมอะไรกันดีเราไม่พึงมันควรแสดงออกไปให้คนอื่นเขารับความใหญ่อันนั้นก็จะขาดเพราะมันหนักการรับความใหญ่นั้นมันหนักใครก็ไม่อยากรับเราเองก็ต้องรู้ความจริงไม่ได้ว่าเราเองจะไปแบกความใหญ่ทั้งหลายแหล่ไว้นั้นก็ไม่ควรแต่มันเป็นภาระและเป็นภาระอันหนักด้วยไม่ต้องเป็นผู้รู้ถึงความใหญ่ที่โลกหลงเราเองไม่ นมใหญ่ทำให้ได้อย่างแท้จริงศีลข้อนี้กำชับกัญชาทั้งเรื่องความใหญ่ทั้งหมดทั้งมวลให้เข้าใจทั้งรูปธรรมและนามธรรมมีความอยากให้ได้ศีลข้อสุดท้ายชาตะรูปรชตะนาเวลมณีศีลข้อนี้ก่อให้เป็นผู้ที่รู้โลกีย์รู้โลกบอลโลกนี้นั้นเขายึดถือสิ่งที่เป็นรูปวาดรูปได้มันเกิดขึ้นมาแล้วมีตัวมีตนมีค่าในทางโลกอีกสักปี ขึ้นเรียกว่าชาแต่รูปเป็นรูปตั้งแต่เกิดแล้วเป็นตัวเป็นตนอย่างใหญ่ในราคาค่าที่เขาหลงเย็ดกันเราก็ต้องสู้ให้เท่าทันเพราะจะเป็นสิ่งที่ได้เกิดเช่นเดียวกันใช่ป่ะแบบตัวที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นรองเท้าแต่รูปลงมาอีกก็ไม่รู้ความเกิดที่ใหญ่แล้วหรือที่รองลงมาเหล่านั้นมีค่ามากหรือมีค่ารองลงมาเช่นทองเราเรียกว่าถ้าจะรู้สิ่งที่รองลงมามีค่ารองกว่าทองถูกลงมาเป็นหน้าเป็นเงินก็เรียกว่าสิ่งที่มีค่ารองลงมาในโลกลงธาตุเพชรเป็นชาแต่รูปพลอยก็เป็นรัชกาล เป็นสิ่งที่มีค่าสูงมีค่ารองกันลงมาดังนี้หน้าบ้านหินอ่อนราคาสูงเป็นชาติศัตรูบ้านที่สร้างด้วยอิฐปูนที่มีราคารองลงมาใหญ่โตปันปันอะไรพวกนี้ก็เรียกว่าเป็นสิ่งที่มีค่าที่โลกเขาตีราคาไม่สูงไม่ต่ำเป็นลำดับลำดับอยู่ซึ่งเป็นรูปวัตถุในโลกเราจะต้องรู้เท่าทันนี้ได้สิ่งใดที่เป็นรูปแล้วที่มีค่าทางโลกแล้วเราจึงสละออกจากตัวอย่าไปรองรับไว้อย่าไปเอามายึดมาถือไว้ปฏิฆะอันนาหมายความว่าเป็นที่รองรับตัวเราเองจะไม่เป็นที่รองรับไม่เป็นที่ที่จะพึง เพิ่งออกแบบพื้นฐานสิ่งเหล่านั้นเอาไว้เราจะไม่เป็นผู้ที่รับของไปทั่วไปหมดก็ไม่ธรรมดาแปลว่ากระโทนก็ได้เธอเป็นที่รองรับเสียทุกสิ่งทุกอย่างของดีของร้ายของเลวร้ายแทงมารับหมดก็ไม่ได้เราจะต้องทำตนให้เป็นที่รองรับแต่สิ่งที่ดีที่สุดซึ่งเป็นนามธรรมที่ดีนั้นเป็นที่ยิ่งส่วนรูปก็ทำใดๆนั้นเป็นสิ่งนั้นจึงเกิดขึ้นมาแล้วก็รับมาพอยังตายยังที่เป็นเครื่องอุปโภคบริโภคไปเท่านั้นเราจะไม่รับมาแบบมหาหรือมาใส่เอาไว้เนี่ยมันจะเป็นปฏิกะขนาดเป็นผู้ที่รองรับก็จะรองรับสิ่งที่รู้อันใดมีค่า โรงแรมยุโรปตีราคาสูงแล้วต้องซื้อสลากออกเวรออกขาดออกนายออกคลายออกคืนไปให้แก่โลกปลดปล่อยไปให้แก่โลกโดยที่สุดแม้แต่ตัวเราเองที่เป็นค่าสูงสุดเราก็รู้ถึงตัวเราเองได้วาดรูปของเรานั้นอันมีกายเป็นรูปอย่างมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเป็นรูปที่ละเอียดหรือเรียกว่านามก็ตามหรืออารมณ์ต่างๆเราก็จะต้องรู้ในฐานะที่มันเกิดอยู่เป็นเพียงปัจจัยปรุงแต่งกำเนิดเท่านั้นเราจะไม่ยึดไม่ถือไม่แบกไม่หาไม่ร้องไม่รับมันไว้ให้มากมายเกินควรมันมีชีวิตอยู่ตั้งอยู่ได้ก็คง เพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่านทั้งหมดเท่านั้นเราจะไม่ยึดมั่นถือมั่นแม้ในตู้ก็ขันและนามธรรมของเราทั้งหมดให้ได้จึงตีให้ออกว่ามันเป็นเพลงชาติน้ำธาตุดินธาตุลมธาตุไฟที่สังเคราะห์พันธุ์ข้าวเกิดมีเรียกว่าอากาศธาตุและมันมีภาพวิญญาณธาตุประกอบกันอยู่เท่านั้นถ้ามันแตกออกหมดแล้ววิญญาณธาตุก็ออกไปการเกาะกลุ่มกันไม่อยู่อากาศสภาพก็ไม่มีไม่มีช่องว่างไม่มีประสิทธิภาพอยู่และก็ไม่มีความเป็นกลุ่มเป็นก้อนดินก็แตกไปหาดินน้ำแตกไปหาน้ำหน้าธาตุไฟก่อนลดอุณหภูมิลงไป ลุงไม่แต่งกันอยู่เป็นอุณหภูมิในตัวเราหรือเป็นเตโชธาตุก็ไม่มีธาตุลมก็เพิ่งกระจายไปรวมอยู่ในลมในอากาศในโลกเราจะต้องพึ่งตีให้ออกเข้าใจให้ได้ว่าร่างกายเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive