สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะให้ถึงอนาสวะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะให้ถึงอนาสวะ [267] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สัมมาวาจาที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญให้ผลแก่ขันธ์เป็นไฉน คือ เจตนางดเว้นจากการพูดเท็จ งด(อารติ คำว่าอา นี่กึ่งๆ) เว้น (วีรติ) จากการพูดส่อเสียด เว้นขาด(ปฏิวีรติ สามารถอนุโลมได้เก่งกว่าวีรติ) จากการพูดคำหยาบงดเว้น(เวรมณี)จากการเจรจาเพ้อเจ้อ นี้ สัมมาวาจา ที่ยังเป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์ ฯ อารติที่แปลว่าความงด คือทำได้ วีรติ ทำได้เด็ดขาดยิ่งขึ้น ไม่ก็ไม่ยิ่งขึ้น ยิ่งก็ยิ่งขึ้น ปฏิวีรติ เริ่มอนุโลมได้บ้างจนอนุโลมได้เร็วขึ้นมากขึ้น จนเด็ดขาด เป็นมุทุภูตธาตุที่เก่งเรียบร้อย จิตแววไว เจโตปัญญาดีขึ้น คล่องแคล่วว่องไวเป็นปาคุญญตา เป็นความคล่องแคล่ว ของเวทนาสัญญาสังขาร กำหนดรู้ให้เกิดประมาณนี้นะ จัดการเลย จัดการได้เหมาะสม ปรุงแต่ง เวทนา สัญญา สังขารเป็นอภิสังขาร ถ้าทำได้ครบหมดเกลี้ยงกับเป็น อนาสวะ ก็จบสุด โลกุตระมีทั้งสาสวะ เริ่มต้นมีกายในกาย ในโพธิปักขิยธรรม 37 เริ่มที่ธรรมะสอง กายนอกกาย ก็มีภายนอกเนื่องต่อมาๆ ก็เน้นเข้าหาใจ ใจก็ดูอารมณ์ ในอารมณ์มีเหตุคืออกุศลจิต สราคะ สโทสะ ก็จับตัวแกนจิตที่ทำให้เกิดอกุศล เกิดเวทนาก็จัดการสราคะสโทสะ ทำได้ก็สั่งสมไว้ ทรงไว้ กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นพลังงาน 4 ลักษณะ ทำงานผสมผสานสังเคราะห์สังขารกันตลอดเวลา มันเป็นตัวพลังงานที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาเลย ถ้ารู้ทัน จัดการมันได้ มันก็มีผลสำเร็จ แต่ถ้าไม่เรียนรู้จัดการ จัดการมันไม่เป็น ก็ถูกพลังงานที่คุณไม่รู้ทันมาตีกินไปหมด เราต้องมีจิตที่เป็นประธาน i เป็นตัวเราเข้าไปจัดการ she he ตัวอิตถีภาวะ ปุริสภาวะ ให้เป็นลำดับ จัดการ อิตถีภาวะ ให้เป็นปุริสภาวะ แล้วจากปุริสภาวะเป็นนปุงสกิลิงค์ ก็สามารถจัดการว่าอะไรเกิดหรืออะไรไม่เกิดนะ
อ่านต่อ
มีประสิทธิภาพของประธาน ที่ใช้อย่างอื่นด้วยความซื่อสัตย์ ไม่มีอคติ ด้วยความเมตตาปราณี มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นๆ มันเป็นสัจจะความจริงอย่างนั้น เป็นพลังงานที่สูงสุด เป็นพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)
อาตมาไม่ได้หวั่นไหวกลัวเกรงว่าทำงานแล้ว คนจะรู้จะเห็นไหม ถ้าเขามีดวงตา พลังงานอัญญะ หรือพลังงานที่ไม่เกิดอัญญะ อาตมาก็พยายามสอนจากฉลาดเฉโก โลกีย์มาเปลี่ยนตระกูลเป็นอัญญะ หลายคนก็ช่วยกัน รู้ตัวอย่างของตัวเอง ว่าอะไรที่ต้องมาเรียนรู้ โดยไม่ต้องเอามาก จะเอาแค่ไม่ฆ่าสัตว์อย่างเดียว ไม่เอาของเขา หนึ่งทำร้ายชีวะชีวิตอื่นสัตว์อื่น กับไปแย่งของๆเขา ชีวะคือตัวเรา ตัวเราคืออัตตา ของๆเรา คืออัตตนียา ของๆเราคืออีกสิ่งหนึ่ง ตัวเราคือเนื้อในรวมอยู่ในตัวเรา เราจะชัดเจนว่าของๆเรานี่ง่ายมากที่จะไม่ใช่ของๆเรา แต่เนื้อในนี้ต้องล้างออก วัตถุเอาออกง่าย แต่นามธรรม ตั้งแต่กายวิญญัติภายนอก ลีลาขององคาพยพ ของธาตุดินน้ำไฟลม หรือว่าเป็นแค่วาจา กัมมันตะ รวมหมดทั้งนัจจะ องค์ประกอบครบเครื่อง ขา เนื้อ ตัว กระดุกกระดิก ทั้งกรรมกริยา หน้าตา มือไม้ คือความเคลื่อนไหวขององค์ประชุม ร่างทั้งหมด หรือกระดุกกระดิกแต่เสียง เป็นภาษา ก็ใช้อวัยวะ องคาพยพ ข้างใน คุณเองก็ใช้ ตามที่มันละเอียดลออ เป็นภาษาจะใช้อวัยวะส่วนไหนมากกว่า คุณก็ทำเป็นทำได้แต่ละเชื้อชาติภาษา ก็ใช้ กายกรรมวจีกรรมที่มาจาก มโนกรรมเป็นประธาน มาจากใจเป็นประธาน เราจะต้องจัดการกับมโน แต่ก็ต้องมีองค์ประกอบข้างนอกเป็นเหตุปัจจัยเสมอ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่จริงมันไม่ครบ ต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยองค์ประชุมทั้งหมดคือกาย จึงต้องมีข้างนอกด้วย ถ้าภายนอก รูปกายคือ มีทั้ง 5 ทวาร ตา หู จมูก ลิ้น กาย ถ้าขยับเข้าไปข้างในมีแต่ นามรูป เฉพาะเรื่องของจิตนะ เรื่องนามนะ ก็ขยับเข้าไปอีก แล้วก็มีนามรูป แล้วหมดนามรูปก็มีอรูปของนามอีก ถ้าหมดแล้วก็ไม่ต้องมี เหนืออบายแล้วไม่ต้องหนีจากอบาย อบายทำอะไรเราไม่ได้ ไม่ต้องหนี ของศาสนาพระพุทธเจ้าถึงเรียกว่าโลกุตระ เหนือ มีพลังงานอุตระ ก็ต้องใช้ปัญญา ต้องรู้จักวิธี รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางชัดเจน แต่ถ้าสติ เป็นพลังงานที่แรงเป็นอธิปไตย ส่วนปัญญานั้นเป็นอุตตระ ถ้าเจโตก็ใช้สติกับแรง ปัญญาก็ใช้ความฉลาดที่รู้ช่อง ไม่ต้องใช้แรง จะรู้ทุกเหลี่ยมมุม อยู่เหนือแต่ไม่ต้องใช้แรง 600216_ทวช.พุทธาภิเษก#41 ปฐมอโศก สมาธิของศาสนาพุทธ ตอนที่ 5