สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ้นมิจฉาอาชีวะ 5 ได้อย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข28 กุมภาพันธ์ 2560

เนื้อหาในไฟล์

พ้นมิจฉาอาชีวะ 5 ได้อย่างไร [275] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มิจฉาอาชีวะเป็นไฉน คือ การโกง การล่อลวง การตลบตะแลง การยอมมอบตนในทางผิด การเอาลาภต่อลาภนี้มิจฉาอาชีวะ ฯ กุหนา คือทุจริตพร้อมเลวร้าย ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อำหมิตโหด ชั่วเลวร้ายมาก ตะกละตะกราม โลภโมโทสัน พยาบาท อำมหิต แรงที่สุด ไม่แรงหยาบอย่างนั้น ก็เหลือแต่คำพูด คือลปนา แปลว่าภาษาพูด ไม่ทำกายกรรมที่ชั่วหยาบ แต่ยังมีปากหลอกลวง เหลี่ยมคูมากมาย ไม่หยาบใหญ่ ลักษณะนี้ คือลักษณะของธัมมชโย หลอกลวงเล่ห์ลิ้น รูปร่างพฤติกรรมทางกาย สุภาพเรียบร้อย เป็นระบบระเบียบ เป๊ะ แต่คารม ภาษา โอ้โห อาตมาสู้ไม่ได้ เก่งชิบหาย หลอกลวงเลียบเคียง และเล็ม หว่านล้อม อาตมานี่พูดหยาบ ธัมมชโยนี่ พูดสุภาพเรียบร้อย หลงคารมคำคม แต่คำคมอาตมานี้บาด ของเขาคำคมงามงอนอ่อนช้อย ไม่บาด เปรี้ยงๆๆ เนมิตกตา แปลว่าเสี่ยงโชค เราจะต้องทำงานอย่างที่จะได้หรือไม่ได้ จะดีหรือไม่ดี จะต้องทำให้ดีให้ได้นะ เนมิตกตา ท่านแปลว่าเสี่ยงโชค ถ้าทำไม่ได้ผล ก็เสี่ยงเสีย ถ้าทำได้ผลก็ดี จะต้องอุตสาหะวิริยะพากเพียรปฏิบัติให้สำเร็จ ไปตามลำดับ ถือศีล 5 ละอบายมุข ทำให้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จก็จม ถ้าสำเร็จก็เป็นโชค เป็นสิ่งที่เจริญพัฒนา ก็ทำให้เจริญเนมิตกตา ทำให้สำเร็จถาวรยั่งยืนก็ได้เรื่อยๆ ได้สำเร็จเป็นตัวเองแล้วก็อิสระ ทีนี้คุณได้แล้วเป็นอิสระแล้ว จะไปช่วยใคร หากสำเร็จแล้วไม่ช่วยอะไรใครเลย ตายไปเลยก็ได้ แต่แหม... ความรู้ก็ได้มาจากพระพุทธเจ้า ได้ดิบดีแล้วจะเป็นสมสีสี บรรลุปุ๊บตายปั๊บ เป็นอรหันต์สมสีสี อาตมาไม่เอา มันอกตัญญู เราได้แล้ว จบแล้วมี 100 ก็มาทำงานอย่างไม่ประมาท ทำไม่เก่งทำได้แค่ 50-60 คุณหมดตัวหมดตนแล้ว คุณไม่ตะกละไม่อยากดีอยากเด่นหรอก คุณจะประมาณเป็น คุณทำแล้วพลาดก็สมน้ำหน

อ่านต่อ

้าตัวเอง อย่าอวดดิบอวดดีอย่าประมาท คนไม่ประมาทไม่พลาดง่ายหรอก มันไม่เต็มที่ ไม่ได้ผลเต็มที่ก็ให้ได้ผลเต็มที่ จึงต้องใช้ ครน. หรม. จะให้เกิดผลมากที่สุด แต่เอาไว้น้อยๆ ครน. แต่จะให้เอาออกมากที่สุด ให้เหลือน้อยที่สุดก็ หรม.นะ จะเอาไปใช้กับสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ก็ทำได้ อยู่ในสัปปุริสธรรม 7 ประการ เอาเหตุปัจจัยต่างๆ มาประมวลมารวมกัน แล้วจับมาให้ได้ ทั้งหมดธัมมัญญุตา อัตถัญญุตาคือ เป้าหมายที่ต้องการ interest point มัตตัญญุตา คือการประมาณเหตุปัจจัย แล้วต้องดูตัวเราด้วย อัตตัญญุตา ตัวเราก็เท่านี้ อาตมาต้องเจียมตัวมากนะ ทั้งๆที่อาตมาว่า อาตมาเหนือกว่าอันนี้ แต่ต้องเจียมตัว อาตมาไม่อวดดี เจียมตัว เรามีดีมากกว่านี้ แต่ว่าเราใช้แค่นี้ใครจะว่าเราไม่เก่งไม่มีมาก ก็ไม่เป็นไร เราต้องรู้ตัวเราและประมาณให้พอเหมาะ แม้ในกาละ กาลัญญุตา หรือในหมู่ชนก็ประมาณต่างกันในหมู่เรา ระมัดระวังไม่มาก ออกไปข้างนอกก็ระมัดระวังมากขึ้นอีก หมู่กันเองหมู่ใน มวลชาวอโศก ข้างนอก ทั้งประเทศ ยิ่งไปนอกประเทศ อาตมาไม่อาจเอื้อมเอาข้างนอกประเทศ แค่ในประเทศยังจัดกรอบที่อาตมาจะทำแค่นี้ ทำให้มันดี ไม่อยากอวดดี เจตนาทำให้ดี ให้พอเหมาะ พอควร พอเพียง มันจึงเป็นขนาดที่ต้องจัดสรรให้ได้ แค่นี้พอนะ แค่นี้เพียงนี้ พอดีนะ การจัดขนาดให้พอเพียง พอดี พอเหมาะ มันจึงต้องระมัดระวัง ต้องให้พอดี ตัวเองน้อยไม่เป็นไร คนอื่นถือว่าเราไม่เก่ง ไม่ดี ไม่สามารถ ไม่เป็นไร แต่น้อยไว้ก่อน อย่าอวดใหญ่อวดโต ตอนนี้เราก็ดูคนที่มักน้อย มีน้อยแล้วก็พอจะเยอะ แต่ข้างนอก เห็นเลยว่าเขามักมาก มักใหญ่ อย่างอเมริกาหรือเกาหลีเหนือจะทำให้เห็นเลย พระพุทธเจ้าก็ว่า อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ วิริยารัมภะ แต่เขาจะไม่เข้าใจเลย จะไม่ได้เรียนรู้ทฤษฎีนี้ เขาก็ซื่อทำแบบเขา ตามกิเลสเขาบงการ ประเทศไทยจะเสนออะไรให้อเมริกาได้ไหม เดาใจ ถ้าเผื่อว่าเอาไทยกับรัสเซียไปเสนอ โดนัลด์ทรัมป์ เขาจะรับใคร เขาก็จะรับรัสเซีย แต่ถ้าไทยกับเกาหลีเหนือเขา(บางคนก็ว่าก็จะรับไทยมากกว่า บางคนว่ารับเกาหลีเหนือ) อย่านึกว่าเราดีกว่าเกาหลีเหนือ มันก้ำกึ่งชักยากแล้ว แต่ยังไม่หยุดปฏิกิริยา แต่เทียบ รัสเซียกับไทย เขาก็เลือกรัสเซีย เขาต้องเอาสิ่งที่หยาบก่อน ไทยยังทำนิวเคลียร์ไม่ได้ นี่กำลังพูดวิชาการ ไม่ได้พูดข่ม หรือดูแคลน คุณทรัมป์ ขอบคุณที่ได้เอามาใช้เป็นตัวอย่างอธิบายได้

นิปเปสิกตา ไม่มอบตนในทางผิด อย่าไปมอบตนอยู่กับกลุ่มพาลชน ต้องใช้แรงงาน ความรู้ความสามารถ รวมกับสุจริตชน เป็นบัณฑิต อย่าไปอยู่กับพาลชน เราก็เป็นหน่วยหนึ่งของสังคม เราต้องใช้อณูหนึ่งของสังคม อยู่กับสิ่งที่ควร ศาสนาพุทธเป็นศาสนาไม่โดดเดี่ยว จะต้องเป็นพลังงานรวมพลังงานที่เป็นประโยชน์ แบบรอวันเฉาตาย จะเกิดมาเป็นคนทำไมอย่างงั้น มันไม่มีคุณค่าประโยชน์อะไร ทั้งที่ต้องใช้ดินทรัพยากรของโลก แต่คนนี้เอาไปทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย เป็นอิฐหินดินปูนยังเอาไปถมคูคลองได้ แต่คนนี้ไปทำอะไรไม่ได้ นิปเปสิกตา โดยปัญญาของเราเป็นคนเลือก เป็นคนจัดการ ให้เกิดคุณค่าที่ควรจะเป็น อันสุดท้าย ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา เป็นสุดยอดแห่งเศรษฐศาสตร์ สุดยอดแห่งการ ไม่ใช้แรงงานความรู้ ทำงานเพื่อจะได้สิ่งแลกเปลี่ยน ทำฟรี ทำแล้วให้ไปหมด ไม่เหลือเป็นของตัวเองเลย ถ้าคุณอยู่คนเดียว สร้างแล้วก็ให้คนอื่นไปหมด ไม่เหลือไว้เลย คุณจะกินใช้อะไร ไม่ได้ ถ้าคุณอยู่กับหมู่ คุณสร้างแล้วให้ไปหมดเลย ไม่ต้องเหลือ แต่ในระบบสาธารณโภคีมีของกลาง คนเจริญ คนองค์รวมสร้างมากแต่เขากินใช้อาศัยน้อย เขาสร้างมาก จึงเป็นที่ๆ คนมีคณ บุญมีค้ำ กิจกรรมมีผลเจริญ คนๆนี้มีแรงงานความรู้สร้างสรรค์มีส่วนเหลือ นี่คือคนเจริญ ทำเกินที่ตนกินใช้อาศัย แล้วเอาเข้าส่วนกลาง ส่วนเกินที่รวมกันร้อยคนห้าร้อยคนก็เอาเข้าส่วนกลาง คนแต่ละคนมีส่วนเหลือส่วนเกินเอาเข้าส่วนกลาง แล้วมีผู้ที่แบ่งปัน เป็นเจ้าหน้าที่บริหารจัดการไม่อคติ เป็นคนจัดสรรบริหารให้ได้สมส่วน ผู้จำหน่ายจ่ายแจกก็มีได้อย่างทั่วถึง ก็เป็นเศรษฐศาสตร์ของสังคม ไม่แย่งชิงทะเลาะเบาะแว้ง ทุกคนก็พอเพียงพอดี เจริญไปด้วยกันพร้อมกันไล่เลี่ยกัน นี่เป็นสัจจะที่พิสูจน์ได้ยืนยันได้ สรุปแล้วคนมีสมรรถนะสูง มีประสิทธิภาพสูง สร้างสรรค์เหลือกินเหลือใช้แล้วก็เอามา เผื่อแผ่ ผู้อื่น ยิ่งมากคน ก็ยิ่งมีส่วนเหลือมาก แล้วเราสร้างแต่สิ่งที่ไม่เป็นพิษภัย เป็นสิ่งที่สะอาดหมดจด เป็นคุณประโยชน์ไม่เป็นโทษ จึงเกิดสิ่งที่ดีงาม ทั้งวัตถุ สมบัติ ทั้งเหตุปัจจัยที่จะเอาไปกินไปอาศัย อุปโภคบริโภค สิ่งที่จะเอาไปเล่น ไปเอาระเริง ประดับประดาตกแต่ง มันยังไม่อุดมสมบูรณ์ทั่วถึง เราก็ไม่ต้องไปทำ เครื่องประเทือง เครื่องประดับประดา ยังไม่จำเป็นอะไรมากมาย แค่นี้ก็พอแล้ว มีแรงงานมีเวลา มีสมบัติเหลืออีกหลากหลายก็ค่อยเอามา ตอนนี้แค่นี้ก็หลากหลายแล้ว สารพัดรูป สี ขนาด 600216_ทวช.พุทธาภิเษก#41 ปฐมอโศก สมาธิของศาสนาพุทธ ตอนที่ 5

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน