สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน เวทนาเป็นกรรมฐานให้เกิดนิโรธพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.49 KB
วันที่แก้ไข28 กุมภาพันธ์ 2560

เนื้อหาในไฟล์

เวทนาเป็นกรรมฐานให้เกิดนิโรธพุทธ ทีนี้เรื่องของวิมุติ หรือ นิโรธนิพพาน ก็ลงได้แต่มิจฉาวิมุติ มิจฉานิโรธ เป็นอรหันต์เก๊กัน อาตมาพูดโดยไม่เกรงใจ แต่พูดอย่างหลักวิชาการ เป็นการศึกษา ก็น่าเวทนา น่าสงสาร ไปเคารพบูชาอรหันต์เก๊กัน ยกย่องยกยอ ประจบประแจงกัน ก็พาซื่อ นึกว่าอรหันต์จริง แต่เป็นอรหันต์เก๊ อาตมาไม่ไปริษยา จ้างให้อาตมาก็ไม่ไปทำสิ่งผิดพลาด ไม่ได้อยากได้อย่างท่านเลย ท่านได้แล้ว คนก็มาเคารพนับถือ ก็ไม่ได้ไปแย่งชิงคนที่มาเคารพนับถือ ของท่านด้วย ก็คนเข้าไปเคารพนับถืออรหันต์เก๊ ค.คน ที่พ่อขุนรามคำแหงตั้ง ค.คน ขึ้นมานั้น พอรู้ว่า คอคนนี้ มันไม่ใช่คอควาย ก็เลยตั้งค.คนอีกอัน แต่คนเข้าใจไม่ได้ ก็กลับไปเป็นคอควายอย่างเก่า สัจจะมันยืนยัน ยังไม่ได้ลบออกไปจากภาษาไทยนะ สำหรับค.คน แต่เขาไม่ใช้กัน ไอ้เขียนคอคน แต่ก็ดันไปใช้คอควายอย่างเก่า ยังมีบางคน พยายามใช้คอคนให้รู้สึกว่า นี่คือคนไม่ใช่ควาย มันยากเพราะมันฝืน เป็นเรื่องลึกซึ้ง คนที่ยังเข้าใจยาก เข้าใจนิโรธคือนิพพานไม่ได้ ท่านก็ไม่รู้ น่าสงสาร น่าเวทนา ท่านไม่รู้จักเวทนากัน ท่านไม่รู้จักสงสาร หรือสังสาระ ท่านก็วนจมในเวทนา กับสงสาร ก็ไม่พ้นจากเวทนา จากสงสาร ไม่ประสีประสากับเวทนากับ สงสาร เวทนาทุกข์ก็ไม่อยากได้อยากมี แต่ไม่รู้จักทฤษฎีวิชาการ ที่จะออกจากทุกข์ แม้จะมีวิธี ก็เป็นวิธีที่มิจฉาทิฏฐิที่ผิด ดีไม่ดี ไม่เอาเวทนาเป็นกรรมฐาน ในการปฏิบัติด้วย ดันไปเอา กสิณ 40 แปลวัตถุอะไรไม่รู้ มาเป็นกรรมฐาน ทั้งที่เวทนาของพุทธเจ้าเป็นนามธรรม ทุกข์สุขไม่ได้อยู่ที่ ดินน้ำไฟลม กสิณ 40 และไปเพ่งกสิณ 40 ดินน้ำไฟลมยังไม่ไปวิจัยวิจารณ์ด้วยนะ จะไปเกาะติดสะกดจิต อยู่กับดินน้ำไฟลมดี ไม่รู้ว่าผิดไปอีกกี่ตลบ นั่งหลับตาสะกดจิตเข้าไป หรือตอนตื่น ก็สะกดจิ

อ่านต่อ

ตให้ใส หรือให้หลับตานิ่มๆหลับให้ลึก แล้วไปสร้างภพใสๆในจิต ไม่รู้จักเรื่องภพชาติ ตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้จัก หลับตาก็ไม่รู้จัก หนักเข้าก็ไปสร้าง ภพชาติหลอกคน ให้คนหวังภพชาติ ดีไม่ดีจัดสรรวิมาน ภพชาติ วิมานเทวดา เพชรทองใหญ่ แสนสุข คนก็งมงายกันไปหมด งมงาย แปลเป็นไทยว่า โง่จัด โง่หนัก ขออภัยที่ปากชัด แล้วเขาหาว่า อาตมาปากจัด คนที่ใส่ความคนเก่ง โพธิรักษ์ไม่เคยปากจัดเลย มีแต่ปากชัด แต่ถูกว่าว่าปากจัด ไปว่าคนนั้นคนนี้ ไม่ว่าเขาก็เป็นอย่างนั้น อาตมามาว่าบ้าง ก็มาว่าอาตมา ควรจะปล่อยไปไม่ได้เรื่องทำไม อาตาก็เอามาบอก บอกว่าสิ่งที่ผิดสิ่งนี้ไม่ดี แทนที่จะขอบคุณอาตมา หาว่าอาตมาไปว่าเขาทำไม แล้วคุณจะเอาไว้เป็นบิดาคุณทำไม ควรจะปราบเสียให้หมด อย่าให้เหลือเชื้อ ไม่ควรจะเอาไว้เป็นบิดา อาตมาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ให้ได้ประโยชน์นะ จะเอาไว้แพร่เชื้อชั่วหนัก ให้ปิดเชื้อบิดาที่ไม่ดีนี้เสีย คนไม่เข้าใจอาตมา อาจคิดว่าอาตมาพูดหยาบนะ แต่อาตมาพูดอย่างวิชาการ ว่าทำให้เป็นบิดาทำไม ถ้าจะบอกว่า เอาไว้ทำพ่อทำไม นี่มันหยาบ แต่นี่พูดบิดาคือต่อเชื้อได้นะ แล้วหลงเวทนา หลงสงสารกัน ต้องการเวทนาสุข แต่ไม่รู้จักการทำ สุขกับทุกข์มันแยกไม่ออก คนอยากได้สวรรค์ 6 ชั้น สวรรค์ คนก็ตั้งมาตั้งแต่พระพุทธเจ้า ก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติ เป็นมาของโลก อยากได้สวรรค์ ถ้าใครอยากได้สวรรค์ คำว่าอยากคือนรกทุกตัว ...พ่อครู 19 กพ.2560 อยากได้สวรรค์ชั้นที่ 1 ก็คือนรก อยากได้สวรรค์ชั้นที่สองก็คือนรก อยากได้สวรรค์ชั้นที่ 4 ก็ยิ่งเป็นนรก อยากได้สวรรค์ชั้นที่ 5 ชั้นที่ 6 ยิ่งนรกซับซ้อนเข้าไปใหญ่ ใครฟังคำชมของธัมมชโย บอกว่านี่ไปสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี พวกสาวก ก็สาธุกันใหญ่ แต่นั่นคือได้นรกชั้นนที่มืดที่ทับซ้อนที่สุดเลยเทวดาปรนิมมิตวสวัตตี ใครลบล้างความเป็นสวรรค์นี้ได้ ใครได้ปรนิมมิตวสวัตตี ก็ลดลงมาเป็นนิมมานรดีได้ก็ดี นรกที่ใหญ่ที่สุด ปรนิมมิตวสวัตตีก็เป็นนรกที่แย่สุด ถ้าลดลงมาเป็นดุสิต เป็นยามา เป็นดาวดึงส์ จนเป็นจตุมหาราช ก็ไม่เอาแล้ว จบอย่างไม่มีสวรรค์เลย ก็เป็นนิพพาน หมดภพหมดชาติ หมดสวรรค์ ก็หมดนรก คือไม่เข้าใจภพชาติ จึงไปติดสวรรค์และบำเรอสวรรค์ ศาสนาของพระพุทธเจ้า จึงไม่ใช่ง่าย ยาก ยากที่จะเข้าใจว่า ความตรัสรู้ นิพพาน นิโรธของพระพุทธเจ้านั้นคือ ไม่มีทั้งสวรรค์ ไม่มีทั้งนรก ไม่มีทั้งสุขไม่มีทั้งทุกข์ อทุกขมสุข อุเบกขา จิตเป็นกลางๆ เข้าใจเวทนาที่เป็นสุข หยาบ กลาง ละเอียด เหลือนิดเหลือน้อยก็หมดในจิต ไม่มีสุข นั่นคือไปหลงมัน สัจจะมันเป็นทุกข์ แต่ตัวเก๊ตัวปลอมมันเป็นสุข พระพุทธเจ้าสอนสัจจะ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ให้ฆ่าเหตุแห่งทุกข์ ถ้าฆ่าได้สนิท สวรรค์ก็ไม่มี ไม่ต้องไปเกี่ยวกับสวรรค์ มาเรียนรู้ให้จริงว่าเรื่องทุกข์ มันเป็นของคู่กัน เหตุแห่งทุกข์ หรือทุกข์ก็คือนรกนั่นเอง ศึกษาตัวนี้ให้ชัดเจน โรงเรียนของพระพุทธเจ้า เป็นโรงเรียนโลกุตรธรรม ที่สามารถพาคนให้ทวนกระแสโลก ที่จะไปสวรรค์ ปฏิโสตัง ทวนกระแสได้จริงๆ ทวนได้อย่างมีบุคคลจริง บรรลุผลจริง เกิดเป็นหมู่ชนสังคมคนที่ทวนกระแส ให้เห็นและเป็นอยู่จริงๆ ตราบใด ที่มีผู้ที่สัมมาทิฏฐิ มีผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตราบนั้น โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ มีพระอาริยะพิสูจน์ได้ เป็นเอหิปัสสิโก อกาลิโก จริงๆ

600219_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก โรงเรียนสัมมาสิกขาของพระพุทธเจ้า

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน