สื่อธรรมะพ่อครู(สัปปายะ 4) ตอน ใครบ้างจะมาเป็น 1ใน 777 ที่บ้านราชฯ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สัปปายะ 4) ตอน ใครบ้างจะมาเป็น 1ใน 777 ที่บ้านราชฯ ทุกวันนี้อาตมาทำงานมาจะ 50 ปีแล้วได้มวลเท่านี้ได้ในพลโลก 7 พันล้าน พยายามให้ได้ 777 ใน 7000 ล้านคน ถ้าไม่แน่จริงมันไม่เอาหรอกมันเหนื่อยมันท้อ แต่อาตมาไม่ยอม เอาให้ได้ ตายแล้วถ้าไม่ได้ 777 ก็เกิดมาอีก แต่อย่าชะล่าใจว่าอาตมาจะเกิดมาอีก ชอบแก้ตัวเอง ผลัดไป ต้องพยายามไม่ท้อ ก้าวหน้าต้องรีบก้าวหน้าช่วยกัน เป็นสิ่งที่ดีให้มนุษย์โลกได้เกิดสิ่งที่ดีนี้ รู้แล้วทำให้ได้จริง เป็นเครื่องยืนยันพิสูจน์ ขณะนี้อาตมาก็ทำไป อาตมาไม่ร่ำรวยไม่มีอะไรแจกเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ทำให้มนุษย์ได้อาศัยตั้งแต่เด็กๆมาก่อน ผู้ใหญ่ก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ จะเข้ามารับบริการที่นี่ ไม่ได้ค้าขายอย่างแพงค้าขายอย่างถูกต่ำกว่าทุน ดีไม่ดี สิ่งนั้นสิ่งนี้จะแจกฟรีเขาก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ หรือผู้ที่มีเงินทองเขาก็มาเอาของแจกมันกระจอก ของเขาต้องไฮคลาสไฮโซของขึ้นห้างปรุงแต่ง เช่น ตะกร้าต้อง ตะกร้า versace อาตมาว่าเอาตะกร้าจากที่นี่ไปให้ versace เขาประกาศขายก็ราคาแพงเราทำไม่ได้เท่าเราด้วย อย่างนี้เป็นต้น เขาก็อุปโลกหลอกล่อ สิ่งที่พูดมาตรงนี้อาตมาก็อยากจะลองหยั่งขาไปย่ำแดนศิลปะสักหน่อย ในฐานะที่อาตมาเห็นใจโลก ในฐานะของการทำศิลปะและการเล่นกีฬา ทุกวันนี้เป็นศิลปะที่ยอดของอบายมุข ศิลปะที่เขาเรียกว่าศิลปะในโลกมันไม่เป็นมงคลอันอุดมอะไรเลย มันเป็นเรื่องที่มอมเมาเป็นเรื่องหลอกล่อ รูปทั้งแผ่น มีเก้าอี้ตั้งอยู่ตัวเดียวขายตั้ง 50 60 ล้าน มันจะเอาเก้าอี้ตัวเดียวนี้ไปตีความหมายไปทำให้เกิดภูมิปัญญาอะไรขนาดไหนได้บ้างนะราคาขนาดนี้ เป็นรูปของแวนโก๊ะเขาเขียนรูปดอกทานตะวัน หรืออะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ ดอกทานตะวันของแวนโก๊ะก็เหมือนกัน จะเอาไปตีความหมายเรื่องการเกิดแก่เจ็บตาย แล้วก็ซื้อไป
อ่านต่อ
50 60 ล้านแล้วก็ไปปลง ก็ได้คนมีสตางค์ก็ซื้อไปเถอะ อย่างนี้มันก็เป็นความหลอกล่อ แต่แม้แต่คนเขียนก็ยังไม่รู้เลย อันนี้มุ่งหมายให้ใช้ปฏิภาณปัญญาอะไร จุดสำคัญ Interest Point แก่นสารสาระของคุณที่จะให้เขาเข้าใจ แก่นอันนั้นจากงานของคุณได้อย่างไร อาตมาเคยได้ดู ศิลปินแห่งชาติที่ได้รางวัลเหรียญทองมีคนไปสัมภาษณ์ว่างานของคุณมีเนื้อหาสาระอย่างไร เขาก็บอกว่าไม่รู้หรอกเขียนไป อาตมาก็ว่า เวร คนเขียนก็ยังไม่รู้ว่าเขาต้องการสื่อสารอะไรให้คนได้รับ แล้วคนที่มารับบริการ มาสัมผัสบริโภคงานของคุณแล้วเขาจะได้อะไรคนเขียนก็ยังไม่รู้เลยว่าจะให้อะไร กรรมการก็เลยพลอยโง่ไปด้วยกันให้รางวัลเหรียญทอง อาตมาก็น่าสงสารไม่ใช่แค่ในเมืองไทยในต่างประเทศก็งมงายในเรื่องศิลปะบ้าบอ เป็นเรื่องความใหญ่พิลึกพิลั่นบอกว่าเป็นศิลปะ เอาช้างมาเขียนพู่กันก็ขายได้เป็นล้านไม่รู้กี่ล้าน เอาลิงมาขี่จักรยานจุ่มสีแล้ววิ่งในกระดาษ แล้วเอากระดาษมาขายประมูลกัน มันจะบ้าหรือ ต่างๆนานาสารพัด การครอบงำให้คนมีอุปาทานร่วม แล้วก็อาศัยนั้นทำให้เกิดราคาที่สูงขึ้น มันเอาไปใส่แทนเกลือในแกงก็ไม่ได้ หิวแล้วเอาไปกินให้อิ่มก็ไม่ได้ในงานศิลปะเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ไร้ความรู้ไร้สาระ สัจจะที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็น สิปปัง หรือสิปปะ เป็นมงคลอันอุดมจึงไม่ใช่เรื่องตื้นเขินไม่ใช่เรื่องเล่น ศิลปะโลกุตระต้องเป็นขั้นนามธรรม แล้วจิตวิญญาณนี้เป็นโลกุตรธรรมที่เข้าใจโลกียธรรม แล้วตัวเองก็อยู่เหนือโลกียธรรม เป็นพระโสดาบัน สกิทาคามีอนาคามี อรหันต์ ศิลปะที่วนเวียนอยู่ในโลกยังไม่ใช่ศิลปะ แม้มันจะดูดีเหมือนกันนะมันชวนให้คนหนีจากความต่ำ ความไม่ดีไม่งามมันก็ยังอยู่ในโลกีย์ แยกแยะโลกีย์ที่ดีกับโลกุตระแท้ๆไม่ออก แม้แต่ในคนไทยเป็นพุทธศาสนิกชน ดีไม่ดีจะสนใจในธรรมะพุทธศาสนาด้วย ศึกษาเอา ได้ปริญญาโท เอก เปรียญ 9 นักธรรมตรี โท เอก คนยอมรับเยอะแยะเลย แต่มันแยกไม่ออกว่าโลกุตระกับโลกียะนั้นมันต่างกันอย่างไร แยกเวทนาในเวทนา มโปวิจาร 18 เนกขัมสิตเวทนากับเคหสิตเวทนา อาการโลกีย์ แยกกิเลสได้เอากิเลสมากำจัดให้ลดลงไปเป็นลำดับ มันไม่คงที่ไม่โตขึ้น ทำให้มันอ่อนแรง มันไม่เที่ยงเป็นอนิจจานุปัสสี มันไม่เที่ยงเพราะเรามีกำลังเป็นโลกุตรธรรมทำให้กิเลสลดได้ มันไม่เที่ยงเพราะเรามีพลังปัญญา กิเลสมันก็ลดลง ก็ได้เห็นความจางคลายอนิจจานุปัสสี-วิราคานุปัสสี เห็นสภาวะของวิราคานุปัสสี มันไม่เที่ยงเองไม่แน่จริง ดีไม่ดี เอ็งไม่เที่ยงแต่เพิ่มกิเลสหนาขึ้นเป็นปุถุ เราก็รู้ทิศทางว่ามันหนาขึ้น และทิศทางมันจางคลายลง วิราคะ ก็รู้ทิศทาง อาการกิเลสในจิตเราเราอ่านออก แล้วรู้ความจริงตามความจริงที่เราทำได้ตามความสามารถ ตามวิราคานุปัสสี เห็นสัมผัส มันเกิดในปัจจุบันนี้ก็เห็นชัดเจนว่ามันจางคลายลงไป ถึงขั้นมันดับลงเป็น นิโรธานุปัสสี อะไรดับ ก็กิเลสดับ มันไม่มีอาการเลยนิ่งสนิทถาวรเลย คุณก็ต้องรักษามันไว้เป็น เอเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมังให้เกิด อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา แน่วแน่ แนบแน่นปักมั่น เป็นลำดับด้วยกิริยากรรมที่คุณต้องทำจริงไม่ใช่คิดฝันเอาไปซื้อตามห้างขายยาเอาก็ไม่ได้ ก็ต้องทำเอาเอง ปฏิบัติเองได้เองและเห็นของจริงนี้ คุณจึงจะเจริญจริง
เพราะฉะนั้นเราเข้าใจแล้วที่มานั่งอยู่นี่ อาตมาตีขลุมว่าพวกเราฟังเข้าใจ อาตมาเทศน์มาตั้งแต่ 9:00 น จนถึงตอนนี้ นี่มันเลย 10.30 น.แล้ว ใกล้เลยเวลาแล้ว อาตมาเทศน์มาถึงตอนนี้ อาตมาจะถามว่า ที่อาตมาเทศน์มานี่ ถามจริงๆ พูดจริงๆใจเลยนะ ใครไม่เข้าใจเลยยกมือขึ้น ..ไม่มี...ใครเข้าใจบ้าง ยกมือกันมาก แต่เข้าใจ หลายบ้าง… ใช้ได้ อาตมาไม่สูญเปล่า ธรรมะโลกุตรธรรมนี้ไม่ใช่มาพูดเล่นใครๆก็พูดได้ พูดได้บางทีไปจำเอาภาษามาพูดได้ แต่ถ้าถูกผู้รู้จริงๆซักเข้าก็จะสะดุด ผู้มีปฏิภาณปัญญาซักถาม เขาจะไปไม่ออก ตาย เหงื่อจักแร้ออกแน่นอน พระพุทธเจ้าให้ตัดสินที่เหงื่อรักแร้ ไปไม่ออก แพ้ เพราะฉะนั้นเวลาหมด ก็ขอสรุป ยังมีเวลาอีก วันนี้เป็นวันแรก เอาไว้แค่นี้วันนี้ สาธุ620605_พ่อครูเทศน์เปิดงานอโศกรำลึก ปี 2562 ณ บวร ราชธานีอโศก