สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน พ่อครูกับพลังสัมประสิทธิ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.53 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมประสิทธิ์) ตอน พ่อครูกับพลังสัมประสิทธิ์ _มีผู้ส่งคำาถาม ข้อความสรุปมาว่า…..ผมเกิดความคิดขึ้นว่าพระอรหันต์ไม่มีทุกข์อริยสัจแล้วแต่ก็ยังมี อายูหะคือความเพียรทำสัมประสิทธิ์ สัมประสิทธิ์นี้ได้มาจากไหนบ้าง ผมเห็นว่าได้มาจากความประพฤติพลังงานความยินดีปรีดาปราโมทย์ ที่มีของจริงภายนอก มาร่วมประพฤติด้วย เปรียบเหมือนกับเด็กได้พบแหล่งน้ำได้เล่นสนุกด้วยกัน เปรียบเทียบกับการเมืองที่มีผลเจริญพ่อท่านก็ร่วมสร้างด้วย คนอื่นที่เข้าใจก็ร่วมทำให้เกิดความสนุกสนานน่าจะสนใจด้วย แบบนี้การเมืองจึงเจริญด้วยสัมประสิทธิ์ได้ไหมครับ

พ่อครูว่า...ก็เป็นเรื่องเอาพลังงานไปช่วยร่างกายให้เสื่อมช้าลงให้อายุยืนยาว สัมประสิทธิ์ที่ได้จากไหนบ้าง คนที่ติดอัตตามานะ อัตตาตัวเองก็ไม่รู้ว่าหลงอยู่กับความจมจมอยู่กับอัตตาตัวเอง จมอยู่กับความสุข เทศน์อะไรไปไม่รู้จะฟังไหม ฉันเดียวกันกับพวกที่จมอัตตา เราพูดอะไรไปเขาก็ไม่รู้ จมกับอัตตา การเจริญที่มีสัมประสิทธิ์มันมีภาวะที่ซับซ้อน วนซ้อนช่วยกันไปช่วยกันมา อาตมาถึงไม่อั้นตู้หมดทาง เหนื่อยก็รู้สึกว่าเหนื่อย แต่ก็พักแล้วก็หายเหนื่อยแล้วก็พากเพียรต่อ แล้วก็ยังฝืนสั่งอายุขัยยังไม่ตาย อาตมาไม่รู้ว่าตายไปในชาตินี้แล้ว วิบากจะดึงให้ห่างออกไปหรือเปล่าหรือไม่ห่างออกไปก็ต้องเสียเวลาพัฒนาร่างกายอีก ไม่อยากจะเสียเวลาอยากให้มันต่อเนื่องกันไปอีก ทุกวันนี้อาตมาว่ากำลังแรงงานพฤติกรรมพฤติการณ์อาตมาก็มีพอที่จะทำงานเต็มที่อยู่แล้วไม่เหยาะแหยะ ก็ไม่นะ มันก็ดู ได้สัดส่วนที่ดีอยู่ อาตมาก็ว่า ก็ต้องพากเพียรไป แล้วอาตมาก็ต้องพิสูจน์ด้วย หากอาตมาทำไม่เฉื่อยๆหลุดๆหล่นๆไปกว่านี้ไหม ถ้ามันยังดีขึ้นได้ก็ยิ่งพิสูจน์พลังงานสัมประสิทธิ์ มีพลังงานสด fresh up ขึ้นไปเรื่อยๆ มี prot

อ่านต่อ

oplasm เจริญขึ้นเรื่อยๆ protoplasm เป็นพลังงานที่เอามาสร้างเป็นพลังงานเป็นน้ำเป็นน้ำมันเอามาเสริมสร้างขึ้นไปอีก ทางวิทยาศาสตร์ก็มี protoplasm และ cytoplasm ที่อาตมาพูดทุกวันนี้เป็นความรู้ที่อาตมารู้ไม่ได้ไปลอกเลียนใครมา คนอื่นฟังแล้วก็พอรู้เรื่องเอาไปปฏิบัติได้ด้วยแล้วเจริญได้ด้วย เจริญทั้งทางภายนอกและภายในเป็นปรมัตถธรรม เจริญจิตวิญญาณก็ใช้ได้ ความรู้อันนี้จึงเป็นความรู้ที่มีหลักฐาน มีปรากฏการณ์จริงมีพฤติกรรมจริง ที่มันเป็นการสังขาร สังเคราะห์กันขึ้นมาแล้ว เรามีองค์รวม สังขารก็คือการสังเคราะห์ สังขาร สังขตะ คือสรุปรวมลง สังเคราะห์ก็แตกออกไปวิจัยวิจารณ์ สังเคราะห์ได้สัดส่วนเอามารวมตกผลึกเป็นสังขาร ก็มาเป็น สังขตะ นี่พยัญชนะสื่อสภาวะแต่ละคำ เท่าที่อาตมามีความรู้ ถ้าเห็นว่าอาตมาพูดตกหล่นก็แย้งมาได้ ที่จริงแล้วในภาษาบาลีมีความละเอียดกว่านี้

ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุติญาณทัสนะ ก็จบ แล้วเจริญเป็นอธิศีล ไม่ใช่ศีลตัวเก่า แต่เป็นศีลที่ขยายโจทย์ไปสู่ อธิศีล เลื่อนขึ้นไปเป็นอธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ อธิวิมุตญาณทัสสนะ จากพยัญชนะไปสู่สภาวะ แล้วจากสภาวะก็มาสู่สภาวะ วนไปซ้ายขวาแล้วก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าวนซ้ายขวาแล้วเสื่อมลงเรื่อยๆหรือเท่าเดิม อย่างนี้เป็นต้น อาตมาก็แสดงธรรมทำรูปธรรมทั้ง นัจจะ คีตะ วาทิตะ ท่าทีสุ้มเสียงสำเนียงภาษา จะให้แสดงธรรมอย่างขยับมือขยับเท้าไม่ได้มันก็ยิ่งรู้ได้ยากสิ ใครจะว่าอาตมาไม่สำรวมไม่สงบเหมือนกับลิง ลิงก็ลิงวะ แม้แต่สำเนียงก็มีวะโว้ย620602_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ หมูปุถุชนทำการกู แต่หมู่อาริยชนทำการเมือง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน