สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน เมืองไทยมีแก่นรากลึกซึ้งของประชาธิปไตยโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน เมืองไทยมีแก่นรากลึกซึ้งของประชาธิปไตยโลกุตระ พ่อครูว่า..ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสไว้ชัดเจน หากไปเสียท่ากับคนโง่ เข้าพวกคนโง่อยู่ก็ไม่ดี ตัวเองต้องฉลาดตื่นให้เต็ม ตัดความลำเอียงผูกพันธ์ความรักความชอบ ตรวจสอบหลักฐานข้อมูลให้ครบสมบูรณ์ แล้วเราก็ประมวลมาให้มันได้สัดส่วนที่ดี ทุกคนก็อยากฉลาดอยากจะทำได้อย่างที่อาตมาพูดต้องมีหลักฐานเหตุผลศึกษา ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ พูดแล้วน่าหมั่นไส้ อาตมาบอกว่าตนเองรู้ เขาก็หาว่าอวดตัวอีก ที่จริงไม่ได้อวดแต่บอกความจริง อาตมาพยายามบอกความจริง อาตมาเกิดมาในยุคนี้อาตมาไม่เล็กนะ นี่พูดอย่างถ่อมตน พูดจริงๆก็คือใหญ่ ที่จริงอาตมาเกิดมาในชาตินี้อาตมาใหญ่ แต่เขาไม่เข้าใจว่าอาตมาใหญ่ ไม่เข้าใจเพราะเขาโง่เขาไม่รู้ เขาเข้าใจไม่ได้ว่านี่ใหญ่จริงหรือ เขาเข้าใจผิดไปยึดถือผิดไปนับถือเป็นอื่น ไปเข้าใจอย่างเลอะเทอะด้วย มันก็ซวย อาตมาก็ต้องบอกว่า ที่ไปหลงสิ่งเลอะเทอะมันผิดมันโง่ เขาก็บอกว่ามันผิดที่ไหนมันถูก เหมือนกับเราไปบอกหนอนว่าขี้มันไม่ดีนะมันเหม็น หนอนมันก็บอกว่าขี้นี้อร่อย แต่เราบอกไปอย่างนี้รู้ทั้งรู้ว่าบอกไปยังไม่สุภาพมันเหนื่อย แต่มันก็จำเป็นต้องทำ อันนี้พูดแล้วก็เหมือนแก้ตัวให้ตัวเอง แต่ด้วยความจำนน เหตุปัจจัย ยุคนี้ต้องให้พอเหมาะพอดีไม่อย่างนั้นไม่ได้ผล อาตมาก็คงจะเบาลงไปได้ตามลำดับ เมื่อพวกเรานี้คนทั้งหลายในสังคมฉลาดขึ้นรู้ได้ดีขึ้นง่ายขึ้นอาตมาก็เบาลงได้ไม่ต้องไปพูดแรง อาตมาไม่จำเป็นจะต้องไปแรง เพราะเขารู้แล้วไม่ต้องไปพูดอย่างแรงก็รู้ได้ ไม่ต้องไปเสียเวลาแรงงานไปหามาเพิ่ม เอาเวลาแรงงานมาเพิ่มเติมอีก มันเสียเวลาเสียแรงงานตามเศรษฐศาสตร์ที่ซับซ้อน
เมืองไทยเป็นเมืองที่มีแกนมีรากมี root ที่ลึกซึ้งเป็นแก่นของประ
อ่านต่อ
ชาธิปไตย อาตมาไม่มีที่อ้างอิงต้องอ้างอิงของพระพุทธเจ้า อ้างอิงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จริงก็อันเดียวกัน อยู่ในระดับที่เหมาะสมควร ในหลวงท่านก็ทรงทำ อาตมาก็ทำของอาตมา อาตมาทำด้านนามธรรมนั้นรู้ยากกว่าต้องทำนานกว่า ในหลวงท่านทรงงานมา 70 ปี จนถึงอายุ 89 ปี ท่านทรงงานมาตั้งแต่อายุ 19 จน 70 ปี ก็เป็น 89 อาตมาจึงต้องทำมากกว่า 70 ปี ถ้าหากอาตมาทำ 7 เท่าเก่าก็ไม่เจริญ อาตมาต้องทำให้เจริญ ต้องเป็นทศนิยมมากขึ้น เป็น 8 ได้มันถึงจะเร็ว แต่ยังไม่มีใครสามารถให้คะแนนตรวจสอบสถิติพวกนี้ให้อาตมาได้ ถ้าเป็นนามธรรมจริงๆ ก็มีแต่ความพยายาม พยายามอธิบายด้วยภาษาพยัญชนะให้รู้ บอกปริเฉทต่างๆก็ยังไม่ง่ายไม่เก่ง แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันได้ว่า ของไทยเป็นประชาธิปไตย โลกยังรู้จักประชาธิปไตยง่ายๆ ยิ่งแหกคอกไปเป็นประชาธิปไตยขาเดียว ยิ่งยากมากเลย เขาไปยึดมั่นถือมั่นแล้ว ฟังดูเผินๆเหมือนกับอิสระหนึ่งเดียว เป็นเอกด้วยนะขาเดียวอิสระ แต่เขาไม่รู้สัจจะว่าในมหาจักรวาลนี้มันจะต้องมี 1ใน 2 มี 2 ใน 1 ก็คุณต้อง 1. รูป 2. นาม ต้องมีกายกับจิต สองทุกอย่าง จับคู่ได้มากเท่าไหร่คนนั้นแหละรู้จักรอบและมีภาวะ 2 ทุกมุมเหลี่ยม ทุกนัยยะ ทุกมิติ ทุกปริเฉท ทุกบริบท ทุกอะไรต่างๆนานาครบเลย แต่ละคนก็รู้รวมเป็นของแต่ละคน ถ้าคุณก็รู้ชัดเจนทุกคู่ๆๆ คุณก็เป็นผู้รู้ภูมิธรรมที่มากที่สุด ว่าอะไรสูงกว่าอะไรคู่กับอะไร เข้าใจว่าเทวะคือสองคือคู่ ทุกอย่างเปรียบเทียบกัน มี 2 คู่ มี 3 คู่ มี 5 คู่ มีร้อยคู่พันคู่ ก็มีมวลของความถูกต้องประกอบเป็นกายเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งเป็นนามธรรมแล้วไม่มีภาษา นามธรรมหลายอย่างมีภาษาเรียก แต่ก็มีนามธรรมที่ไม่มีภาษาตั้งไว้ เป็นปฏิฆสัมผัสโสมี Action Reaction สัมผัสกันแล้วก็มี ฆ เป็นมวลรวมสามเส้า ก็จะตั้งชื่อเป็น หากมีคนตั้งชื่อไว้ เรียกว่า อธิวจนสัมผัสโส เป็นวจีสังขาร ยังไม่ใช่วจีวิญญัติออกมาภายนอก อันนี้มีขึ้น คือ ว คือพลังงานมีแล้ว มี จ คือธาตุรู้ ย ร ล ว ตัว ว. เป็นตัวที่ครบสามเส้าและออกมาอีกตัวนึง ก็ออกมา จะเป็นวจะ หรือ วจี หรือวจู ก็คือการเพิ่มเติมความครบครัน ของสิ่งนี้ให้มันบริบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยความหมายของพยัญชนะและสระ พยัญชนะหรือสระ ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อสารสภาวะทั้งนั้น ใครที่มีความสามารถสื่อสารรู้พยัญชนะและสระว่าแทนสภาวะอะไร อย่างอาตมาพอรู้ก็เอามาพูด ไม่ได้รู้หมดรู้เก่งรู้ครบหรอก ไม่ได้อวดดีว่าตนรู้หมด เก่ง ครบ รู้ขนาดนี้ก็ยังไม่เห็นผู้พี่ที่รู้มากกว่าอาตมา หากว่ามีก็มาช่วยน้องหน่อยสิในการอธิบาย ก็ยังไม่มีใครปรากฏตัว ไม่ใช่ว่าอาตมาอวดเก่งอวดดีท้าทายก็ไม่ใช่ ถ้ามีตัวตน มีตัวจริงก็มาช่วยกันแล้วมาช่วยกันทำประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ ไปกบดานอยู่ทำไม แต่ถ้ามีจริงผู้นั้นก็จะออกมา เพราะผู้นั้นจะมีปฏิภาณรู้ว่าชีวิตคืออะไร ชีวิตต้องเนื่องเกี่ยวกับผู้อื่นและตัวเองไปหมกอยู่อย่างนั้นก็โง่ ต้องออกมาทำดีนี่สิ รู้จักพักรู้จักเพียร ใช้พลังงานควรพักก็ควรพัก ได้พลังงานมาพอแล้วก็ออกไปเพียร ยิ่งเพียร พลังงานก็จะยิ่งมีสัมประสิทธิ์ Coefficient เพิ่มขึ้นอีก เป็นสัจจะที่อาตมาอธิบายได้ แล้วก็พิสูจน์ตัวเองเป็นพยัญชนะ ด้วยเอาขันธ์ 5 เอาสรีระเอาจิตวิญญาณทุกอย่างมายืนยันพิสูจน์ จนกระทั่งเอาตัวตั้งคืออายุขัยมาเป็นเครื่องให้ตัวเราพิสูจน์ อาตมาบอก ว่าอาตมาอายุขัยแค่ 72 ปีในปางนี้ แต่อาตมาใช้สัมประสิทธิ์ของพระพุทธเจ้าสร้างสัมประสิทธิ์ขึ้นมาให้สามารถที่จะอยู่ได้ นี่ก็ผ่านมาอีกนักษัตรหนึ่ง เดี๋ยวก็จะไปอีก 1 นักษัตร เป็น 96 ปี จาก 96 ไปอีก 12 ปีเป็น 108 ถ้า 108 จะเกิดสามเส้าซ้อนขึ้นไปอีก ก็จะเป็นการพิสูจน์ ถ้า 108 แสดงว่ามีสัจจะที่เป็นสัมประสิทธิ์จริงอายุถึง 108 เขาจะต้องเอารางวัล Nobel prize มาประเคนอาตมา ไม่ได้อยากได้หรอกแต่เขาจะพอเห็นแล้ว แต่ถ้าเขาจะตามืดตาบอดมองไม่เห็นก็ได้ แต่ถ้าเห็นจะบอกว่าคนอะไรคิดได้ขนาดนี้ ของดีสภาวะดีขนาดนี้ ถ้ามีกรรมการผู้รู้ที่ชัดเจนเขาต้องให้จะไปปิดบังไว้ทำไม อันนี้แหละทางยุโรปเขาจะถือดี ว่าจะต้องให้รางวัลส่งเสริมช่วยกันกระจายความ แต่คนไทยนี้คนดีเขาจะไม่ส่งเสริม เป็นจิตริษยาของคนไทย อันนี้เป็นจุดด้อยของคนไทย ไม่ส่งเสริมคนดีแล้วไปส่งเสริมคนชั่วอีก คนดีจะถูกข่มกันริษยากัน ปิดบังคนดี ไม่ช่วยส่งเสริม ทางยุโรปเขาส่งเสริมคนดีกัน แต่ทางตะวันออกโดยเฉพาะประเทศไทยมีจุดด้อยตรงนี้ ที่พูดนี่ไม่ได้ให้เขามาส่งเสริมยกย่องเราแต่มันเป็นสัจจะ
เรื่องการเมืองก็ขอสรุปว่าอย่างไรอย่างไร อาตมาก็มั่นใจ ว่า ประชาธิปไตยของไทยนี่แหละ เป็นประชาธิปไตยที่มีราก รากมาจากพระพุทธเจ้า เป็นปราชญ์เอกของโลก ในเมืองไทยนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และยังตั้งวันสำคัญต่างๆในพระพุทธศาสนา เราควรช่วยกันเอาอะไรดีๆของท่านมากระจายเผยแพร่ อันนั้นเขาก็ทำอย่างจริงใจ มันก็เป็นประโยชน์ต่อโลก เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นเรามีตัวแทนพระพุทธศาสนาในเมืองไทยมีมาตั้งแต่เมืองไทยเกิดเป็นประเทศ และเป็นประเทศที่มีโลกุตระด้วย เป็นพระพุทธศาสนาที่มีโลกุตระ ซับซ้อนไปอีก ใครยืนยันว่ามีโลกุตระต้องเป็นสัตบุรุษ อาตมาก็มาบอกว่าอาตมาเป็นสัตบุรุษ มีหลักฐานยืนยันผู้ที่ไม่เชื่อก็หมั่นไส้ (มีเสียงเด็กเล่นน้ำสไลเดอร์แล้วส่งเสียงดังไปหน่อย พ่อครูก็ว่าเป็นเสียงที่บอกถึงความแข็งแรงไม่หงอยเหงาและความไม่โศกเป็นการเพิ่มสัมประสิทธิ์ )620602_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ หมูปุถุชนทำการกู แต่หมู่อาริยชนทำการเมือง