สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนคือลักษณะของอรหันต์ทุกองค์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข19 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนคือลักษณะของอรหันต์ทุกองค์ พ่อครูว่า...วันนี้อาตมาตั้งใจจะเทศน์ ที่จริงก็ทำกันเรื่องนี้นานแล้วจะเป็นปี วันนี้พยายามจะเทศน์เรื่องนี้ให้ลึก ให้เข้าใจกันชัดๆ เรื่องที่ว่านี้คืออะไรคือเรื่องความจน ความจนมันเป็นลักษณะของคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า เป็นคุณลักษณะของพระอรหันต์ทุกพระองค์ ความจนเป็นลักษณะของพระอาริยะ คนที่ไปหลงใหลในความรวยตรงกันข้ามกัน เป็นลักษณะของมาร ผู้ที่หลงใหลมุ่งหมายที่จะรวยๆๆ แล้วก็ใช้พลังงานสร้างพลังงานให้โลภ แล้วก็ใช้ความเฉลียวฉลาด เฉโก คนที่ใช้ความเฉลียวฉลาด ถ้าใช้ความเฉลียวฉลาดไปในทางที่จะ ได้เปรียบ ทางที่จะได้มาก มหัปปิจฉะ มักมาก ต้องการได้มามากๆ ความเฉลียวฉลาดแบบนั้นเรียกว่า เฉโก ถ้าความเฉลียวฉลาดที่ควรจะเห็นว่าควรจะมีชีวิตอย่าให้พลังงานจิต เราอย่าไปมีอาการของความอยากให้ได้มามาก ให้มันมีทิศทางไปในความอยากได้มาน้อย อัปปิจฉะ แปลว่ามักน้อย หรือแปลว่ากล้าจน ต้องการน้อยๆ ยินดีในความมีน้อยๆ ยินดีในความเป็นคนจน ไม่ต้องมีมากๆ อย่างนั้นเรียกว่าคนมีปัญญา เป็นความฉลาดที่เป็นปัญญา เพราะความจนมันไม่ได้เป็นพิษภัยกับใคร มีแต่ความประเสริฐ คนที่ตะกละตะกราม ที่ต้องการจะมีมากๆ แล้วก็ดิ้นรนสะสมหามาให้แก่ตัวเองมากๆ ได้แล้วก็ดีใจว่าตัวเองเป็นคนรวยเป็นคนมีมาก คนอย่างนั้นเป็นพิษภัยต่อสังคม เป็นพิษภัยต่อตัวเอง รักตัวเองมีแต่จิตที่ขี้โลภ คนที่ต้องการมามากๆแล้วสะสมไว้เยอะ จนได้ฉายาว่าคนรวย คนนั้นน่ะ ชีวิตที่เขาดำเนินไปทำงาน ชีวิตมีแต่พลังงานบาป มีแต่พลังงานอกุศล มีแต่พลังงานของมาร แล้วก็ยินดีสมใจที่ได้สมใจในความโลภ สมใจในความมีมากมายยิ่งขึ้น ลักษณะอย่างนั้นเป็นลักษณะของความไม่เจริญ จะเรียกว่าลักษณะชั่ว ไม่ใช่คุณลักษณะแต่เป็นโทษลักษณะ

อ่านต่อ

พูดตามสัจธรรม ไม่ได้ว่าใครด่าใครไม่ได้หาเรื่องอะไร พูดตามสัจธรรมแท้ คนที่ยินดีกับความจนมีชีวิตเป็นคนจนคนนั้นแหละเจริญได้ถึงที่สุด อรหันต์นี่มีสัจธรรมยืนยันความจริงว่าเป็นคนจน ท่านเป็นคนจนทั้งนั้น ตั้งแต่พระพุทธเจ้ามาเลยนะเป็นสาวกเป็นอรหันต์ด้วยก็เป็นคนจน มีความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ สุดประเสริฐ คนจนไม่มีคุณค่า ต้องเป็นคนจนที่มีคุณค่า ถ้าเป็นคนจนที่ขี้เกียจมันก็เป็นคนจนที่สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย คนจนที่ใช้แรง จนไม่พอ เป็นหนี้มาจนอีก ก็ยิ่งซวยใหญ่ หนักหน้าใหญ่ ถ้าอย่างนั้นชีวิตแน่นอน ก็ต้องเดือดร้อน คนที่เป็นคนจนมีความขยันหมั่นเพียร แล้วก็มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนขยันหมั่นเพียร สร้างสรรค์ทำงาน เมื่อสร้างสรรค์ทำงานก็มีผลผลิตที่เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาจากที่เราทำงานมันก็เกิดขึ้น มีปัญญาด้วย ถ้าเผื่อว่าขยันแต่โง่ ก็มีแต่ขยันทำงานแต่เป็นงานการผลาญพร่า เป็นการงานไม่เกิดประโยชน์ ขยันแต่โง่ก็ยุ่งแล้วช่วยไม่ได้ ต้องเป็นคนขยันที่มีปัญญา สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าประโยชน์ขึ้นมาอาศัยใช้สอยแจกจ่ายกัน ให้ผลผลิตมาแจกจ่ายเจือจาน ยิ่งทำแล้วไม่ขายแจกกัน เกื้อกูลกัน คนนั้นบรรลุสูงสุด เป็นสัมมาอาชีพ ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา มีคนพ้นมิจฉาชีพขั้นสูงสุดของพระพุทธเจ้า เป็นคุณสมบัติแท้ เป็นคนมีคุณสมบัติถึงขั้นทำงานเลี้ยงชีพเป็นสัมมาอาชีพ สูงสุด พ้นมิจฉาชีพขั้นที่ 5 ลาเภนลาภังนิชิคิงสนตา ทำงานแล้วไม่รับรายได้แลกเปลี่ยนผลงาน สุจริต ไม่รับแลกเปลี่ยนค่าแรงงานความคิดความรู้ ทำงานฟรี คนที่ทำงานฟรีให้แก่ประชาชน ไม่ตาย แม้จะไม่เฉลียวฉลาดสร้างสรรค์ผลผลิตต่างๆ ก็ใช้ผลผลิตเหล่านั้นมาเลี้ยงดูใช้กันเกื้อกูลกัน คนก็ได้ใช้สอยผลผลิตนั้น คนที่ขยันหมั่นเพียร เป็นคนพึ่งพาตัวเองพึ่งพาความสามารถตัวเองก็อยู่รอด เดรัจฉานมันไม่เคยมีรายได้ เดรัจฉานไม่เคยมีรายได้แต่มันก็อยู่รอด มันทำงานไม่เคยมีใครให้ค่าแรงงานกับมัน มันก็เลี้ยงตัวมันรอดทั้งนั้นเลย ถ้ามันเลี้ยงตัวไม่รอดก็ตาย ตั้งแต่เดรัจฉานสัตว์เซลล์เดียวจนถึงเป็นไดโนเสาร์ เป็นช้างเป็นปลาวาฬก็เลี้ยงตัวมันเองอาศัยธรรมชาติเลี้ยงตัวเอง เป็นคนมีความรู้ความสามารถ ทำงานสร้างสรรค์สร้างสิ่งที่เราจะกินจะใช้ได้เป็นพืชพันธุ์ธัญญาหาร อาศัยพื้นดินแผ่นดินนี่แหละสร้างขึ้นมาได้ คนที่ขยันสร้างสรรค์พึ่งพาตัวเองรอดแล้วเกื้อกูลผู้อื่นได้ คนนี้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นยอดของโลก คนจนที่ขยันสร้างสรรค์ทำงานได้สิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต แล้วแจกจ่ายผู้อื่นเป็นคนที่มีคุณค่ายิ่ง เป็นสังคมของคนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ลักษณะแบบนี้ สังคมอย่างนั้นเป็นสังคมตัวอย่างของโลก เป็นสังคมเศรษฐกิจชั้น 1 แต่ละคน มีความเข้าใจอย่างนั้นทำอย่างนั้นด้วยตัวเอง เรียกว่า สันทิฏฐิโก คนอย่างนี้มีได้ในทุกยุคสมัยอกาลิโก ไม่จำกัดกาละ มีมากมีน้อยก็แล้วแต่ ถ้ามีมาก รวมตัวกันอยู่ก็จะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชาวอโศก ชัดเจน สังคมโลกไม่ค่อยจะรู้จัก มองว่าเป็นคนแปลกๆ ตลกๆ พวกนี้มันไม่เหมือนเรา คือพวกชาวโลกีย์ทุนนิยม ก็ดูว่าเราเป็นคนแปลกๆแตกต่าง เป็นคนต่างดาว เป็นคนไม่เหมือนเขา คนอย่างนี้มีในทุกยุคสมัย เชิญให้มาพิสูจน์ได้สัมผัสได้พูดไปนี้เป็นความจริงมีสังคมจริงอยู่ในนี้ โอปนยิโก การประพฤติอย่างนี้เป็นการประพฤติของคนชั้นสูง โอปนยิโก คนที่มีความประพฤติอย่างนี้มีชีวิตอย่างนี้เป็นคนชั้นสูง ที่คนควรจะริษยา ควรน่าจะเอาอย่าง ริษยามันไม่ดีหรอก แต่ควรจะเชิดชูบูชา ควรจะนับถือน่าจะเอาอย่าง เพราะว่ามันดี ไม่ใช่สิ่งที่ชั่ว ริษยานี่เขาเป็นคนที่ เห็นคนดีแล้วไม่อยากเห็นเขาดีเรียกว่าริษยา เรียกว่าริษยาไม่น่าเป็นแต่เขาก็เป็นกัน เขาริษยา มันควรจะเป็นอย่างที่อาตมาพูด เมื่อเขาดีก็ควรจะเอาอย่างให้คนแต่ไปริษยา คือไม่อยากเห็นเขาดีกว่าเรา เป็นความคิดที่ชั่วร้ายอกุศลไม่ควรจะมีความคิดเช่นนั้น ห้ามไม่ได้หรอก คนโง่เขาจะต้องมีจิตริษยา โง่ ให้รู้ว่าจิตเขาเป็นอย่างนั้นมันไม่ดี เขาไม่รู้ตัวก็ทำอย่างนั้น ผู้ที่สามารถเห็นจิตที่แล้วก็มีพฤติกรรมตามจิตของเรา จิตที่เป็นสันทิฏฐิโก อกาลิโก โอปะนะยิโก เอหิปัสสิโก ก็จะรู้เองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิติ เป็นคำสอนพระพุทธเจ้าที่เป็นสวากขาตธรรม เป็นธรรมดาที่จะต้องมาพิสูจน์ ถ้าเป็นได้ คนที่เป็นลักษณะอย่างนี้เป็นได้ถาวร เป็นได้อย่างยั่งยืน ทุวัง เที่ยงแท้ยั่งยืนตลอดกาล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นได้อีก อวิปรณามธัมมมัง อสังหิรัง เป็นอย่างนี้ไม่มีใครมาหักล้างได้ ชาวอโศกเป็นอย่างนี้มาหลายสิบปีแล้ว คิดว่าใครจะมาเป็นแปลงให้เราเป็นอย่างอื่นได้ไหม มันมั่นคง ไม่มีอะไรล้มล้างได้ อสังกุปปัง ไม่กลับกำเริบ ไม่ใช่เป็นได้แค่ชั่วครั้งคราวแล้วกลับไปกลับมาอย่างนั้น ไม่ใช่ ของแท้คนที่เป็นคนจนมีความจนแล้วก็เป็นลักษณะที่ว่าเป็นของแท้ของจริงตลอดยืนยัน สัสสตัง ไม่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่ชั่วกันเปล่าก็เป็นคนจนที่มีความสุขสำราญเบิกบานใจ สมณะเดินดินว่า...ลุงจำลองน่าจะเป็นตัวอย่างของคนที่มั่นคง พ่อครูว่า...คุณจำลองเป็นคนจริงตั้งแต่รู้จักมา แต่ก่อนนี้ไม่รู้เรื่องธรรมะ อยู่กับโลกก็ถูกหลอก เขาหลอกให้สะสม ได้เป็นนายทหารสะสมเงินทองบ้านเรือน แต่พอมาเจอะชาวอโศก ปลุกให้ตื่นจากที่ตนเองหลงใหลโลก มีพื้นฐานของความจริง มีความเป็นจริง พอมาได้อันนี้ก็ตื่นจากหลงโลก ลิงลมอมข้าวพอง เมื่อมีคนเตือนความจริงก็ อ๋อ เห็นว่าความจริงต้องเป็นเช่นนี้ ก็เปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่บัดนั้น ไม่สะสมเงินทองทำงานรับใช้ประชาชนตั้งแต่พ.ศ 2522 ก็เปลี่ยนแปลงมาเลยตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ เป็นคนไม่สะสมเงินทอง ทุกวันนี้ก็เป็นไอดอลของประชาชน เป็นคนเด่นในสังคม อย่างอาตมาคนมองไม่ออกว่าเป็นภิกษุแล้วไม่มีเงินทองก็ไม่แปลก จะเป็นฆราวาสแล้วไม่มีเงินทองมันแปลก แล้วอยู่อย่างมีประโยชน์สร้างสรรค์มีคุณค่าช่วยเหลือคนอื่นตลอดเวลา แทบจะถือว่า ตัวเองไม่ต้องคำนึงถึงตัวเองเลย นัยเดียวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่คนไทยกำลังระลึกถึงคุณค่าคุณงามความดีพฤติกรรมที่เป็นอย่างนี้ ในพระจริยวัตรของพระองค์ 70 กว่าปี ตอนนี้ประชาชนก็รู้สึกว่าสิ่งประเสริฐอันนี้จะหายไปแล้วก็หวงแหน ตอนนี้ก็ต้องปฏิบัติตามพูดให้จริงนะ พูดไม่จริงก็บาป จะเดินตามรอยเท้าพ่อ จะเดินตามคำพ่อสอน จะทำตามที่พ่อประพฤติปฏิบัติมาทำตามให้ได้นะ พวกสำเริงมีทรัพย์ก็ไม่เห็นแล้ว เห็นแต่มีใจเพชร กล้าจน ไม่เห็นมีสำเริงมีทรัพย์อะไร มีทรัพย์ที่ไหนล่ะกล้าจน ในลักษณะที่พูดนี้ไม่ใช่พูดให้สนุก พูดขัดแย้งเล่นให้โก้ๆ แต่เป็นสัจจะที่พิเศษ ถ้าเป็นคนจริงทำได้เข้าใจจริง ปฏิบัติประพฤติจริงๆแล้วเป็นผลสำเร็จคือปฏิบัติได้ เป็นผลสำเร็จขึ้นมาจริงๆ นี่แหละเป็นสิ่งที่โลกที่มนุษย์ต้องการ เป็นสิ่งที่สังคมควรเกิดควรเป็นควรมี อาตมาก็สามารถจะทำสิ่งที่เป็นความจริงนี้เกิดให้กับสังคมมนุษยชาติในชาตินี้มาทั้งนั้นอันนี้ ให้สังคมมนุษย์เป็นแบบนี้ได้เท่าที่ทำได้ จนถึงทุกวันนี้ 601112_วิถีอาริยธรรม ดอยรายปลายฟ้า คนจนแบบถาวรยั่งยืนตลอดกาล

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน