สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พลังจิตคืออะไรทำอย่างไรจึงจะมีพลังจิต.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.96 KB
วันที่แก้ไข19 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พลังจิตคืออะไรทำอย่างไรจึงจะมีพลังจิต _พลังจิตคืออะไรและทำอย่างไรจึงจะมีพลังจิต ตอบ...พลังจิตคือคนคนหนึ่งที่มีชื่อเล่นว่านายเปีย … มีน้องชื่อพลังธรรม หลานของอุปัชฌาย์ เดินดิน ก็แวะๆๆไปสนุกหน่อย พลังจิตก็คือ จิตเรานี่ สามารถที่จะ ถ้าจะแปลตรงๆคือจิตแข็งแรง จิตมีพลัง ทีนี้จิตใจแข็งแกร่ง มันต้องขยายความ หมายความว่าจิตใจกระด้าง? จิตโง่ทื่อก็เลยแข็ง ไม่ค่อยมีไหวพริบ หรือว่าจิตกระด้างดื้อร้น เป็นจิตแข็งกระด้างก็ไม่ใช่ จุดแข็งแรงก็คือจิตมีอินทรีย์พละ พลังจิตคือจิตหนึ่งมี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา มีลักษณะ 5 อย่างนี้ เรียกว่าจิตมีพลัง ความหมายที่ชัดเจนเป็นเช่นนี้ ความหมายจิตมีพลัง ควบคุมให้จิตแข็ง แต่พูดเลยภาษาโลก โลกมันเป็นอย่างไร มันเหมือนกับขนมปัง ทำไว้นาน มันก็เลยแข็งโป๊กกินไม่ลงอย่างนั้นหรือ จิตแข็งเป็นอย่างไรหรือข้าวหุงไว้นาน ตักออกมาทิ้งไว้นานก็เลยแห้งแข็งเคี้ยวไม่ลง มันไม่นุ่มไม่นิ่ม ก็ไม่ใช่ พลังจิตคือพลังจิตมีอินทรีย์ 5 พละ 5 พลังจิตคืออินทรีย์ 5 พละ 5 อันนี้เป็นของพระพุทธเจ้าตรัส ท่านบอกไว้เลย แล้วทำอย่างไรจึงจะมีพลังจิต ถ้ารู้อย่างนี้ก็ตอบได้ง่าย ทำอย่างไร?...มีสูตรอยู่แล้ว…. ทำอย่างไรจะมีอินทรีย์ 5 พละ 5 1 มีสติปัฏฐาน 4 2 มีสัมมัปปธาน 4 3 อิทธิบาท 4 แล้วจะเกิดอินทรีย์ 5 พละ 5 และต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของโพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8 นี่คือการจะเกิดพลัง ทำอย่างไรจะเกิด ต้องปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม 37 นี่คือคำตอบ ถ้าตอบอย่างนี้ได้เต็มเลย ถ้าตอบผิดไปจากนี้ ตก ทำอย่างไรจะมีพลังจิตก็ต้องปฏิบัติเรียนรู้ สติปัฏฐาน 4 ปฏิบัติอย่างไร สัมมัปปธาน 4 ปฏิบัติอย่างไร อิทธิบาท 4 ปฏิบัติอย่างไร จึงจะเกิดพลังไปตามลำดับเรียกว่าอินทรีย์

อ่านต่อ

เรียกว่าพละคือพลัง และมีเงื่อนไข ว่าต้องอยู่ในกรอบของโพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ไม่ใช่เลอะเทอะอย่างไรก็ได้ สติปัฏฐาน 4 ก็คือโพชฌงค์ 7 เริ่มต้นมีสติ ถ้าปฏิบัติสติได้ดี เข้าใจว่ากายในกายพิจารณาเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม ปฏิบัติอย่างไร ทำถูกต้อง ก็เป็นโพชฌงค์ มีความตรัสรู้ โพชฌงค์คือองค์แห่งความตรัสรู้ ต้องปฏิบัติสติ รู้จักว่าสติคือความระลึกรู้ เพื่อพิจารณา กายเวทนาจิตธรรม แล้วต้องพิจารณาเป็น พิจารณาใช้เหตุผล ว่ากายคือธรรมะสอง กายคือรูปกับนาม กายคือ ปสาทรูป5 โคจรรูป 5 แล้วสัมผัสอะไรขึ้นก็เกิดวิญญาณ ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสอะไรขึ้นมา ก็เรียกว่า ประสาทตาหูจมูกลิ้นกาย แล้วก็ โคจร ทำงานให้เกิดให้สัมผัส เมื่อสัมผัสก็มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสภายนอก หรือเกิดภายใน นั่นคือสภาพของการปฏิบัติสติปัฏฐาน การจะเกิดสติปัฏฐาน ขยายความให้ชัดเจน ผู้ที่ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 นั้น ถ้าปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 โดยมีภาษาคำว่ากายในกายเวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรมเท่านั้น ไม่มีธรรมวิจัย มีแต่สติปัฏฐาน 4 ไม่มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ ไม่ได้พยายามพากเพียรมีอิทธิบาท ก็ไม่สามารถที่จะเกิดสภาพของผลสำเร็จของการพิจารณากายเวทนาจิตธรรม การพิจารณากายเวทนาจิตธรรมต้องมีธรรมวิจัย วิจัยว่ารูปกับนามคืออะไร เป็นต้นเรียกว่ากาย รูปกับนามเป็นธรรมะ 2 มันจะเชื่อมต่อเป็นเวทนา เชื่อมต่อเป็นจิต เชื่อมต่อเป็นธรรมะ เป็นอิทัปปัจจยตา ไม่ใช่อยู่โดดเดี่ยว กายเวทนาจิตธรรม การเรียนรู้ศึกษาฝึกฝน ไม่ได้แยกกัน ก็จะต่อเนื่องเป็นธรรม คือกุศลไม่ใช่อกุศลธรรม ผู้จะปฏิบัติธรรมในธรรมให้เป็นผล ก็ต้องมีสัมมัปปธาน 4 สัมมัปปธาน 4 มีอะไร 1. สังวรปธาน 2. ปหานประธาน 3. ภาวนาปธาน 4. อนุรักขนาปธาน สังวรปธานต้องสำรวมสังวรณ์อินทรีย์ 6 ก็เลยเป็นข้อบังคับว่า การพิจารณากายเวทนาจิตธรรม ไม่ใช่นั่งหลับตา ต้องลืมตาปฏิบัติ พิจารณากายเวทนาจิตธรรมไม่ใช่นั่งหลับตา ต้องลืมตาปฏิบัติ ก็ต้องลืมตาเป็นปกติสามัญของมนุษย์ ได้พยายามปฏิบัติตัวอิทธิบาท 4 คำว่ายินดีฉันทะ มันเป็นคำสำคัญ การปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าหากไม่มีฉันทะมาทำเลย ไม่เกิดผลอะไร ไม่มีความยินดีพอใจจะทำแล้ว ก็จะทำอย่างซังกะตายไปทำชั่วเถอะยังจะมีผล ปฏิบัติธรรมที่ดีมากๆ ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า แล้วก็ดียกกำลังด้วย ไม่ใช่ดีธรรมดา ปฏิบัติแบบโลกุตระจึงเป็นศาสนาพุทธ คือ หากไม่มี เราก็จะไม่เข้ากระแสศาสนาพุทธ หากปฏิบัติอย่างไม่มีความรู้ ปฏิบัติไปตามโลก ศาสนาอื่นก็รู้ว่าปฏิบัติดีไม่ไปปฏิบัติชั่ว แม้ไม่มีศาสนาก็รู้ ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องมีผู้รู้มาสอน ใครก็รู้เป็นสามัญปกติ แต่ทฤษฎีของศาสนา ที่มีพระศาสดา ก็จะต้องมีหลักเกณฑ์ มีระบบระเบียบ ศาสนาในไหนเขาก็มีของเขา ศาสนาพุทธก็มี มีหลักเกณฑ์ของพุทธ ผู้ประพฤติปฏิบัติ ทำให้เกิดพลังของจิต เกิดอินทรีย์ 5 พละ 5 ก็ตอบประมาณนี้ 601112_เอื้อไออุ่น ชาวดอยรายปลายฟ้า และแพทย์วิถีธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน