230711 นักศึกษาตัวการสร้างปัญหาสังคม(โจรบัณฑิต)-พ่อท่าน-ม.ธรรมศาสตร์-น012.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปขอเชิญท่านรับฟังปาฐกถาธรรมซึ่งจัดขึ้นที่คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยท่านพระโพธิรักษ์ได้แสดงเกี่ยวกับเรื่องนักศึกษาตัวการสร้างปัญหาสังคมหรือโจรบัณฑิตผมคิดว่าการที่ไปครั้งนี้ถ้าเผื่อเราได้วางใจให้เป็นกลางแล้วก็ย้อนกลับมาพิจารณาตัวของเราเองว่าประเด็นที่เป็นโจรหรือว่าเป็นประเด็นที่สร้างสรรค์สังคมถึงเวลาแล้วที่เราจะได้รับฟังการพัฒนาทำจากประจำทั้งหลาย อ่านเรื่องที่ตั้งชื่อเอาไว้ที่จะให้อาตมาพูดในวันนี้ตั้งชื่อว่านักศึกษาตัวการสร้างปัญหาสังคมแล้วยังวงเล็บลงท้ายว่าโจรบัณฑิตก็ลองตั้งใจฟังดูดีๆถ้าคำว่านักศึกษาแล้วก็ปู่ลงไปว่าเป็นตัวการสร้างปัญหาสังคมนั้นมันมีแน่แต่จะเป็นใครไอ้โจรไม่ค่อยบอกตัวเอาเป็นเรื่องธรรมดา ไอ้คำว่าโจรคำนี้มีทั้งที่รู้ตัวเองว่าเป็นโจรและมีทั้งที่ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโจรแต่ถ้าเป็นโจรหน้าตาถึงเหมือนดาราหนังตัวโกงพอเห็นหน้าปั๊บเรารู้เลยว่าเป็นไอ้โจรเพราะแกจะแบ่งแบบปากแล้วแกก็จะแอ๊ดท่าอย่างที่เราก็เห็นตัวรู้เลยว่าไอ้โจรนายยังดูหนังไทยไปดูกันดีๆเจอแต่แต่งเครื่องแต่งตัวหรือว่าเห็นแต่มือแต่ขาแต่แขนไม่เห็นแต่ข้างหลังแค่นั้นรู้แล้วไอ้โจรไอ้ถ้าอย่างนี้เราไม่กลัวไอ้โจรอย่างเงี้ยเราเดินชนก็ได้ไอ้โจรอย่างนี้เราไม่กลัวแต่โจรที่ซ่อนแฝงอยู่ในร่างของคน ดูไม่ออกเราหลงว่าเป็นบัณฑิตแล้วหลงว่าเป็นคนเก่งเราหลงก็เป็นความเก่งเราหลงก็เป็นคนที่มีบุญคุณหรือมีความสูงประเสริฐซะด้วยแต่เสร็จแล้วคนผู้ที่เราหลงว่าเขาเป็นผู้สูงประเสริฐหรือว่าเป็นคนเก่งเป็นความเก่งอะไรเนี่ยกลับกินลึกซ่อนในแอบแฝงดังที่เมื่อกี้ก็ได้ฟังเพลงทั้งเพลงทั้งกะโหลกทั้งอะไรที่ออกไปในเทปเมื่อกี้นี้ กลายเป็น The Great Nintendo ซึ่งเขาก็ให้ภาษาไทยว่าจอมโจรบัณฑิตอันนี้น่ากลัวน่ากลัวและโลกทุกวันนี้กำลังมีโจรชนิดนี้
อ่านต่อ
เกิดไม่ใช่แต่ในประเทศไทยทั่วโลกทั่วโลกทั่วโลกมีอยู่ทั่วโลกเราไม่รู้ตัวเลยเราไม่รู้ตัวจริงๆแต่จุดที่กำลังบอกคุณนี้ในสลบก็ดีเพลงฟรีเบิร์ดอะไรที่เปิดกันออกไปเมื่อ เพลง The Great me tender เขาไม่ได้ไปแปลเป็นเพลงเชิงรักเชิงไพร่เชิงโรแมนติกแบบที่ตึงๆอะไรนะเพราะว่าอย่างนั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรมันไร้ค่าแต่ก็เนื้อหาความหมายมันก็ไม่ได้ผิดแปลกไปจากที่เขาแปลมานั้นถูกต้องเอาผู้ที่เป็นจอมโจรบัณฑิตอย่างนี้เขาชี้ลงไปว่าที่จริงไม่ใช่ใครมันคือตัวเรามันคือตัวเราถ้าผมว่าเราเองไม่ใช่นักศึกษาที่เป็นนักศึกษาอย่างจริงๆที่จะศึกษา ความจริงที่เรียกว่าสัจธรรมผู้ที่เป็นนักศึกษาอย่างออกนอกลู่นอกเรื่องศึกษาแล้วก็ยิ่งหลงตัวหลงตนศึกษาและยิ่งเจอยิ่งเพ้อยิ่งเข้าใจตนเองผิดและยิ่งเป็นตัวก่อปัญหาให้แก่สังคมโดยตัวเองยิ่งเรียนก็อยากจะบอกตรงๆว่ายิ่งเรียนยิ่งโง่ใช้ศัพท์นี้อาจจะแรงแต่จริงเพราะว่าเป็นนักศึกษาที่ไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริงมีความรู้ด้านสัจธรรมประกอบด้วยได้แต่ความรู้สึกเปลือก เป็นความรู้ทางเทคโนโลยีหรือว่าความรู้ทางที่โลกเขาสรรเสริญเมื่อเราได้ความรู้อย่างนี้ไปแล้วเราก็จะเอาไปตั้งหน้าตั้งตาสร้างรากสร้างยศสร้างสรรเสริญเอาไปหาเงินหาทองหาอำนาจไว้สำหรับเสพโลกียสุขเรายิ่งจะเรียนให้ได้มากๆเรียนให้ได้สูงสูงอย่างที่ทางโลกเขาว่าโลกเขาตราเขาตั้งขึ้นจากเรียนธรรมดาวิทยาลัยธรรมดาไม่พอก็จะเป็นปริญญาตรีปริญญาโทสูงขึ้นไปจนถึงปริญญาเอกยังไม่พอยังท่านโพสต์ดอก ไปอีกต่อไปก็คงจะตั้งขึ้นไปอีกไอ้โปสเตอร์ก็ยังน้อยไปแล้วมันก็จะตั้งสูงขึ้นสูงขึ้นโรงเรียนชั้นเรียนหรือว่าภาษาบัญญัติเขาก็จะแปรเปลี่ยนตั้งขึ้นในเมืองไทยเดี๋ยวนี้โรงเรียนธรรมดาเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นวิทยาลัยเยอะจากวิทยาลัยธรรมดาเรื่องจะไปเป็นมหาวิทยาลัยเยอะต่อจากมหาวิทยาลัยต่อไปถ้าจะต้องตั้งขึ้นมาอีกเป็นอภิมหาวิทยาลัยในอนาคตแล้วเราก็จะหลงทางหลงความหลงบัญญัติล้มสิ่งที่แต่งและสิ่งที่ตั้งอย่างนี้กันด้วยไปแล้วเราก็จะพยายามเรียนเอาอำนาจเรียนเรียนด้วยวิธีเอา พอเรียนจบปริญญาตรีหรือปริญญาโทมาก็ไปสตาร์ททำงานทำงานเงินเดือนจะต้องมากกว่าคนจบอาชีวะหรือว่าจบชั้นที่เขาไม่ได้เรียนมามากแม้เขาจะได้มีฝีมือหรือไม่ได้ฝึกหัดมาเก่งมานานแล้วก็ตามก็จะสู้คนที่จบปริญญาตรีโทเอกไม่ได้จะต้องได้เปรียบในด้านเชิงตีราคาอะไรอย่างนี้เป็นต้นทั้งๆที่ผู้ที่จบปริญญาเอกมานั้นอาจจะทำงานสู้คนที่ยังไม่ได้แม้ชั้นปีชั้นโทก็ได้ในภาวะที่เข้าไปทำงานร่วมกันนั้นผลงานที่สำเร็จออกมาไม่ได้สำเร็จออกมาจากมือ ด็อกเตอร์เลยแต่ผลงานสำเร็จออกมาจากคนที่ไม่ใช่ชั้นตรีด้วยซ้ำประกอบการออกมาอย่างจริงๆแล้วมันก็เลี้ยงลูกอยู่อย่างนี้เป็นสัจธรรมที่มีอยู่ในโลกร้อนการเรียนทุกวันนี้เป็นการพลาดหรือเป็นกลวิธีที่จะให้มือยาวแล้วก็สาวได้สาวเอาจะได้เปรียบได้เปรียบในเชิงที่จะได้ลาภมากกว่าได้ยศมากกว่าและได้สรรเสริญมากกว่าแล้วตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าเราจะเอาเงินเหล่านั้นไปทำอะไรไม่รู้นะคำว่าไม่รู้คำนี้คืออวิชชาเมื่อไม่รู้ก็เอาเงินที่ได้มากๆได้ เขาเหล่านี้หรือได้อำนาจที่มีอำนาจมากๆเหล่านี้เอาไปเป็นสิ่งที่แรกเปลี่ยนเอาโลกีย์เมื่อผู้ที่ได้เปรียบในทางวัตถุเงินทองที่มีอำนาจในโลกมีเปรียบในทางอำนาจทางยศฐาบรรดาศักดิ์หรือทางอำนาจของโลกมันมีอีกเหมือนกันเมื่อได้แล้วก็จะไปประดิษฐ์โลกียสุขสร้างโรงเรียนสุขขึ้นมาเมาสังคมมนุษย์ผู้ที่เขาไม่รู้ที่เขาอยู่เป็นชาวบ้านชาวเมืองเขาก็จะหลงสิ่งเหล่านี้หรือแม้แต่พูดจบด็อกเตอร์ออกมาจบปริญญาโทปริญญาเอกออกมาก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาปรุงเพื่อสร้าง เบาๆเมาโลกนั้นโดยสมมติมันว่าเป็นโลกียสุขแล้วเราก็จะเสพไปจ่ายเงินเสร็จเอาไปแลกเศษและก็หลงเลิกลอยหลงเพ้อกันว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นความสูงเช่นประดิษฐ์ไม้หึ่งมาเป็นก๊อกแล้วก็รู้ว่าใครได้เล่นกอล์ฟเป็นกีฬาของพวกไฮโซไซตี้ไปกีฬาของพวกชั้นสูงถึงจะได้เล่นพวกคนต้องมีเงินต้องมีเกียรติทำไมมีเงินไม่มีเกียรติก็มีแค่ไปแบกถุงไม้กอล์ฟอะไรอย่างนี้เป็นต้นหรือแม้แต่จะไปทำหาความสุขอย่าว่าแต่ในเชิงเล่นกีฬาในเชิงกินก็จะต้องไปกินใน สถานที่ตกแต่งประดับประดามีอะไรต่ออะไรฟุ่มเฟือยประกอบเข้าและทั้งหมดตั้งราคารีดเอาไว้ในความโง่ก็เดินดูหน้าอกแอ่นเข้าไปในร้านเหล่านั้นกาแฟถ้วยละบาทเดียวก็ไปจ่ายถ้วยละ 10 บาทหรือ 20 บาทก็จ่ายอาตมาคุณอ่านข่าวไม่ใช่ข่าวหรอกเขาลำนี้เขาเขียนในหนังสือพิมพ์เขาว่าอะไรอาตมาจำชื่อไม่ได้คนนั้นเขาเข้าไปในโรงแรมมณเฑียรเข้าไปถึงแล้วก็ไปนั่งสั่งโค้กมากินมันหิวก็สั่งเข้ามากินสั่งมากินประเดี๋ยวก็มีคน เข้ามาคนข้างๆก็เลยสั่งเผื่อว่าเดี๋ยวนักข่าวเข้ามาประกบก็เลยสั่งเผื่อนักข่าวอีกปรากฏว่าสั่งครบ 9 ถ้วยพอสังเขป 9 ถ้วยแล้วก็เลยควักสตางค์ให้พอเวลาเสร็จเรื่องก็จะจ่ายสตางค์ให้เพราะแบงค์ร้อยให้เอาคนที่เก็บสตางค์เค้าก็บอกว่ายังไม่พอไอ้คนนี้จริงๆเป็นแต่เป็นนายทหารยศพอสมควรจะมาจำชื่อไม่ได้แบงค์ร้อยยังไม่พอค่าโค้กคาบแก้วนี้นะก็เลยทำยังไงตัวเองก็นึกว่ามันพอแล้วนะจะยังไงก็ไม่ได้จะบอกว่าเอ๊ะทำไมมันแพงไปก็พูดไม่ออกก็ต้องหาสตางค์ตัวเองอีกแหมเกือบขายขี้หน้าคนนั้นคนนี้ จนได้ 200 กว่าบาทจ่ายค่าโค้ก 9 แก้วนั่นไปอาตมาก็ฟังแล้วไม่ฟังอ่านอาตมาอ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าเหลือเกินตอบพฤติกรรมที่เขาเกิดกันอยู่ในสังคมอย่างนี้จะว่าคนนั้นฉลาดเป็นบัณฑิตเขาก็เป็นคนช้ำปัญญาชนจะว่าการขูดกันอย่างดื้อๆด้านๆอย่างนั้นก็เป็นการก้มหน้าไปให้ขูดหรือว่าโดนจับกันอย่างที่ว่านี่เข้าไปให้คุณเพื่ออะไรนี่เป็นเรื่องในสังคมที่เขาทำกันลักษณะอย่างนี้กระทำกันอย่างยอมศิโรราบแล้วก็ปล่อยให้เกิดอยู่ในสังคมและเราก็มาพูดกันว่าเราจะปรับเศรษฐกิจเราจะปรุงเศรษฐกิจ เราจะทำค่านิยมของโลกนี้ให้ดีทุกอย่างเหล่านี้เกิดเป็นเหตุเป็นปัจจัยอยู่ในสังคมทั้งสิ้นตัวชาวไร่ชาวนาตัวคนธรรมดาอยู่ในสังคมทั่วๆไปเป็นคนพื้นๆเป็นชาวเมืองเป็นประชาชนเต็มขั้นธรรมดาเนี่ยเขาไม่ได้ทำอย่างนี้กันนะแต่คนเหล่านั้นก็ไม่รู้ทันตัวคนที่นึกว่าเป็นปัญญาชนเป็นบัณฑิตหรือว่าเป็นผู้ที่นำแฟชั่นหรือเป็นผู้ที่ปรุงสร้างสังขารอะไรขึ้นในสังคมเนี่ยอย่างที่กล่าวยกตัวอย่างเมื่อกี้มันมีมากกว่านี้นะอัตราว่าอาตมายกตัวอย่างบางอย่างบางเรื่องมาให้ฟังเท่านั้นเองเขาก็สร้างขึ้น เสริมกันชมเชยกันแล้วก็ยินยอมกันคนที่ไม่รู้คนที่มันปัญญาน้อยเขาก็มองสังคมอย่างนี้ว่าอันนี้เป็นของเลิศเป็นของสูงเป็นของน่าเอาอย่างอย่างชาวไร่ชาวนากรรมกรหรือคนหาเช้ากินค่ำหรือคนที่ไม่ได้เรียนสูงไม่ได้ฝึกสมองอย่างมากๆเนี่ยเขาก็ไม่รู้เท่าทันเขาก็นึกว่าค่านิยมอย่างนี้เป็นค่านิยมที่ควรควรจะรับและอยากเป็นอยากมีอยากได้แต่เสือกจะสนตามแล้วก็ตามกันจริงๆโยงกันขึ้นมาเป็นกระเทยกระเทยจะมาเป็นคนอย่างนี้แหละในสังคมตัวอย่างอันนี้ดังออกไปจากกรุงเทพฯหรือเมืองหลวงกระทำกันอยู่ในวง ของเมืองหลวงตัวอย่างเหล่านี้มาทำกันแล้วเขาก็เอาไปออกข่าวหนังสือพิมพ์ออกข่าววิทยุออกข่าวโทรทัศน์กระจายไปทั่วประเทศคนอ่านหนังสือก็อ่านตามข่าวคนฟังวิทยุก็ฟังตามที่เสียงถ่ายทอดออกไปชมเชยยกย่องกันในสังคมสิ่งเหล่านี้เกิดอยู่ตลอดเวลาอาตมาไม่ต้องชี้มากกว่านี้ยกตัวอย่างขึ้นมาเท่านี้กล่าวใช้เวลากล่าวเท่านี้อาตมาคิดว่าพวกคุณจะเข้าใจแล้วว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดอยู่ในสังคมที่เรียกว่าล้วนแต่เป็นสังคมของบัณฑิตหรือสังคมของปัญญาชนซึ่งได้ผ่านการศึกษา ปานกลางเป็นนักศึกษามาแล้วทั้งสิ้นนักศึกษาอย่างนี้อาตมาถือว่ายังเป็นนักศึกษาที่ล้มเหลวแม้จะมีตำแหน่งไปทำงานแล้วมียศศักดิ์เป็นถึง 41 หรือ 42 ก็ตามอาตมาก็ยังถือว่าถ้ามีพฤติกรรมอย่างนี้อยู่คนเหล่านี้ยังเป็นนักศึกษาที่ยังตอบไม่ได้เลยยังจำทันยังล้มเหลวยังสอบตกยังไม่ได้แก้เศรษฐกิจให้สังคมยังไม่ได้ช่วยตนเองเลยมีแต่ทำให้ตัวเองเน่าและเน่าและเน่าฟังดีๆนะคำว่า นักศึกษาของอาตมานี้อาตมาได้นิยามลงไปโดยการพูดเมื่อกี้นี้จงเข้าใจรูปของนักศึกษาที่อาตมากำลังหมายอาตมาไม่ได้หมายความว่านักศึกษาคือผู้ที่มานั่งเรียนอยู่ในโรงเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้นที่กำลังเรียนอยู่อาตมาให้ความหมายของนักศึกษากว้างกว่านั้นเพราะฉะนั้นการศึกษาทางโลกที่กำลังเรียนกันอยู่เหล่านี้ในความเป็นความเกิดเกิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้อยู่นั้นอาตมาถือว่าเป็นนักศึกษาที่สร้างปัญหาให้ สังคมเป็นโจรบัณฑิตตัวจริงเป็นนักศึกษาที่สร้างปัญหาให้แก่สังคมคนที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้เรียนโรงเรียนชั้นสูงสูงอะไรแต่เขาสามารถที่จะศึกษาด้วยสามัญปัญญาสามัญที่จะฝึกหัดทั้งความสามารถสมรรถภาพสมรรถนะอะไรก็ตามใจที่เขาสามารถสร้างสรรค์ในสังคมและโดยเฉพาะเขาศึกษาทางจิตวิญญาณอาตมากำลังเคลื่อน คำอธิบายเข้าไปหาคำว่าศึกษาทางด้านจิตวิญญาณคนที่ไม่ได้ศึกษาทางเทคโนโลยีแบบโลโก้ที่เป็นสถาบันที่กำหนดกันแต่ว่าเขาสามารถจะศึกษาด้วยความกระเสือกกระสนดิ้นรนของเขาเองตามที่เขาจะพยายามศึกษาโดยธรรมชาติได้ในสังคมมนุษย์ไม่ได้ผ่านสภาบันวิทยาลัยมหาวิทยาลัยอะไรออกมาก็ตามแต่ก็มีฝีมือเหมือนกันขนาดนี้ที่พูดนี่ไม่ได้ดูถูกว่าผู้ศึกษาในมหาวิทยาลัยจะไม่มีฝีมือจะไม่มีความสามารถในทางเทคนิคไม่ใช่ผู้ที่ศึกษามาในทางมหาวิทยาลัยและในทางวิทยาลัยในทางโรงเรียนสถาบันต่างๆ ก็อาจสามารถจะมีฝีมือทางเทคนิคจริงหรือผู้ที่เรียนมาตามธรรมชาติที่อาตมาบอกแล้วเมื่อกี้ยกตัวอย่างแล้วก็อาจจะสามารถมีฝีมือได้จริงเหมือนกันสามารถสร้างสรรค์ได้จริงเหมือนกันส่วนใครจะเก่งยิ่งกว่าใครในทางเทคนิคนั้นอาตมาไม่ขอกล่าวไม่ขอตัดสินเพราะว่าคนที่เรียนมาทางทฤษฎีมากฝึกหัดไปมากพร้อมกันมันก็อาจจะเก่งคนที่เรียนทางฝึกหัดมามากทางทฤษฎีไม่ได้เรียนมากแต่ก็สามารถรู้ได้สร้างสรรค์ได้และทำได้จริงก็จะเก่งได้เหมือนกันสร้างสรรค์อยู่ในโลกได้เหมือนกันเพราะการศึกษาในประเด็นนี้ในประเด็นที่เขาสามารถเรียน พูดในทางเทคนิคอย่างนี้แล้วก็จะสร้างสรรค์อะไรที่เป็นของสำคัญในโลกในสังคมอาตมาไม่มีปัญหาอาตมาว่าทั้งผู้ที่เรียนรู้มาโดยธรรมชาติทั้งผู้ที่เรียนรู้มาจากสถาบันวิทยาลัยมหาวิทยาลัยก็ตามถ้าได้เรียนรู้มาเก่งทางด้านเทคโนโลยีสร้างเด็กเก่งก็สร้างไปทีนี้อาตมาก็จะจับประเด็นออกมาว่าถ้านักศึกษานั้นขอซ้ำอีกวันนักศึกษาทางธรรมชาติก็ตามหรือจะศึกษาทางสถาบันมาก็ตามได้แต่ ศึกษาทางเทคนิคเท่านั้นไม่ได้ศึกษาทางจิตวิญญาณเลยพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่นักศึกษาที่อาตมากำลังจะหมายกำลังจะหมายถึงคือเป็นนักศึกษาที่ได้แต่สามารถสร้างเก่งจิตวิญญาณหลงใหลเป็นทาสโลกียเป็นธาตุโลกกระทำ 8 เป็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของลาภยศสรรเสริญโลกียสุขโดยไม่มีปัญญารู้เลยได้เงินมามากๆก็จะกอบโกยเงินมาไว้เป็นอำนาจได้ยศมากๆก็จะพยายามแสวงหายศที่มีอำนาจแล้วก็จะไม่พยายามทำตนให้เป็นผู้ที่ได้รับคำยกย่องสรรเสริญ และตัวเองก็ยังในโลกียสุขโดยไม่เข้าใจว่าโลกียสุขคืออะไรเช่นมีเรี่ยวแรงไปเสพอบายมุขต่างๆว่าเป็นความสุขมีเงินไปจ่ายมีเงินไปแลกเปลี่ยนเอาความสุขแบบอบายมุขต่างๆเขาก็จะทำเขาก็จะพยายามเป็นตั้งแต่ยาตามมาจนกระทั่งถึงสิ่งที่เป็นอบายมุขอะไรต่างๆนานาที่อาตมาคิดว่าไม่ต้องขยายความมากนักเพราะคุณก็คงจะเข้าใจและเขาก็ทำกันอย่างเปิดเผยอย่างซ่อนเร้นอย่างใช้อภิสิทธิ์เช่นเป็นรัฐมนตรีเปิดบ่อนโดยไม่มีใครต้องจับ เปิดบ่อนการพนันเปิดที่บ้านตัวบ้านญาติหรือบ้านเพื่อนใครก็ตามแต่ใช้อภิสิทธิ์ไม่จับกันอย่างนี้เขาก็ทำแล้วเขาก็ถือว่าอย่างนี้เป็นความสุขโลกียสุขที่เขาจะเสพหรือว่าเขาพยายามที่จะกระทำการมอมเมาโลกบ่มีเงินเป็นผู้หญิงก็ตามผู้ชายก็ตามก็พยายามที่จะแต่งเนื้อแต่งตัวสั่งเครื่องสั่งของมาจากต่างประเทศซื้ออะไรที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกสร้างขึ้นมาล่อสร้างขึ้นมาเมาสั่งซื้อมาหมดสั่งซื้อมาเพราะมีอำนาจเงินแล้วเขาก็เอามาแต่งเฉิดฉายโอ่อวดแล้วก็พยายามที่จะ ย่องกันมีทั้งคนลำสังคมคอลัมน์อะไรช่วยกันชูกันยกย่องกันคนไม่รู้คนมีปัญญาด้อยก็หลงตามเห็นไหมนี่เป็นค่านิยมมันเลิดลอยหน้าได้หน้ามีหน้าเป็นพวกเรานี้สั่งและทำคนอื่นก็ตามๆๆโดยความไม่รู้มันเป็นเครื่องปรุงนำเป็นเครื่องนำพากันสร้างให้เกิดปัญหาดึงการค้าก็เสียดุลการค้าก็บอกว่าสู้บอกว่าเสียดุลการค้ากับต่างประเทศนั้นๆๆก็เพราะเหตุว่าคนพวกนี้เป็นคนตัวเหตุแพ้ที่กระทำอย่าว่าแต่การแต่งตัว อบายมุขเลยอื่นๆเป็นอบายมุขอีกสร้างขึ้นมาอีกก่อขึ้นมาอีกจะทำตามกันหมดอาตมาพูดที่พูดอยู่ในหลักของสัจธรรมหรือหลักของศาสนาหลักของทฤษฎีที่พัฒนาพระพุทธเจ้าได้วางไว้แล้วและได้อธิบายกันมาสอนกันมาแล้วอาตมากำลังมาขยายความภาษาธรรมดาและอ้างอิงถึงสิ่งที่สิ่งที่เกิดอยู่ในสังคมและผู้ที่ไม่รู้เหล่านี้เมื่อได้ศึกษาทางเทคนิคมามากมีมือยาวๆสาวได้โรคได้ลาภมามากได้ยศมามากได้อำนาจทางอื่นๆอะไรมาต่างๆแล้วก็มาเสพโลกียสุขดังกล่าวนี้ อบายมุขจะไม่ว่าละจะสรุปว่าเป็นการพนันก็ดีสิ่งเสพติดทั้งหลายแหล่ก็ดีโดยเฉพาะคำว่าสิ่งเสพติดนี้มากกว่ามากนักเครื่องสำอางเครื่องแต่งตัวที่หลอกกันอยู่ในสังคมที่เป็นเศษสิ่งเสพติดเป็นอบายมุขอย่างยิ่งเป็นของที่ฟ้าเป็นของที่เกินเป็นของที่ทำให้สังคมเดือดร้อนอย่างยิ่งจนคนที่ไม่รู้ก็เอาอย่างตามน้องนางบ้านนาแต่ไม่จำเป็นที่จะเอาลิปสติกไปทาปากเลยแต่แกก็ต้องหลงค่านิยมของสังคมที่จะทาปากให้เป็นบริวารแดร็กคูล่าเหมือนอย่างคนในกรุงเทพฯที่จะต้องทาไม่รู้จะ ไปทำไมท้ายปากเปื้อนๆเปิดๆให้ธาตุเคมีมันทำให้ผิวหนังของเราเสียขณะนี้โรคของการแพ้เครื่องสำอางยังไม่มากเพราะแอนตี้เซฟติกของเรายังพอสู้ได้ในอนาคตไม่นานนักการแพ้เครื่องสำอางเซลล์ประสาทของเรากำลังจะทนไม่ได้เช่นเดียวกับชีวิตมนุษย์ขณะนี้ทนต่อมะเร็งไม่ได้แล้วเป็นมะเร็งกันง่ายที่สุดแต่ก่อนนี้ไม่นานนักคนจะเป็นมะเร็งที่จะต้องอายุ 40 ปีขึ้นไปถึงจะเป็นแต่เดี๋ยวนี้ยีนต่างๆของคนที่ยังไม่นานเลยไม่กี่สิบปีเลยอาตมาเองอาตมาโตมาขนาดนี้คนเดียวนี้เป็นมะเร็งกันได้ อายุ 10 ขวบ 20 ขวบเป็นแล้วที่แสดงว่าแอนตี้เซฟติกของมนุษย์เซลล์ต่างๆถูกทำลายไปจนอดทนไม่ได้แล้วต้องเป็นมะเร็งชั้นเดียวกันซึ่งสำราญนี่มันเพิ่งจะมากันไม่นานนักแล้วก็เอามาพยายามบังคับให้ตัวเองใช้มันทนได้ในการต่อสู้แต่เดี๋ยวนี้เริ่มแล้วเริ่มมีการแพ้ต่อเครื่องสำอางและที่ไม่ช้าไม่นานจะเห็นผลเหมือนมะเร็งเดี๋ยวนี้เด็กเกือบจะเรียกว่าอายุน้อยอายุเกิดมาใหม่ๆก็จะเป็นมะเร็งกันได้แล้วเพราะอะไรเพราะมันคือกรรมพันธุ์มันสืบทอดต่อเซลล์ต่อจีนต่ออะไรกันมาจนกระทั่งนี้อาตมาก็ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องสรีระอะไรเนี่ยยุ่งยากมากนักแต่จะมาที่เห็นโทษเห็นความสำคัญแห่งความสืบต่อซึ่งเป็น อันสำคัญเป็นสัมผัสธรรมชาติที่มันเกิดอยู่ในโลกนี้อยู่ในสังคมมนุษย์ต่อกันไปหมดแม้แต่อย่างนี้แม้แต่บทบาทพฤติกรรมของมนุษย์สร้างขึ้นสร้างค่านิยมสร้างแบบอย่างสร้างเอาไว้แล้วพวกนักศึกษาเองถ้าเข้ามานั่งเรียนทางเทคนิคเนี่ยเอาแต่เรียนเรียนเรียนเรียนเรียนเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมจนมาทางมหาวิทยาลัยอุดมศึกษาปริญญาตรีและศึกษาแต่ทางเทคนิคความรู้ทางด้านศีลธรรมจริยธรรมความรู้ที่จะไปช่วยเรื่องจิตวิญญาณไม่มีเลยอาตมาก็แน่ใจว่าแล้วคงจะมีแต่โจรบัณฑิตยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นแน่นอนที่สุดเพราะเหตุใดที่อาตมาได้กล่าวได้อธิบายมาบ้างแล้ว ได้เขาเหล่านั้นไม่เข้าใจโลกและไม่พยายามที่จะทำตนให้อยู่เหนือโลกียสุขหลุดพ้นจากโลกียสุขโลกทุกวันนี้ไม่ได้เดือดร้อนเพราะอะไรเพราะไม่มีสัจธรรมเพราะไม่มีจริยธรรมเพราะหลงใหลโลกียสุขทุกคนเกิดมามีแต่คิดคิดประดิษฐ์สร้างเรียกว่าสังขารปรุงโลกีย์สุขมามองโลกมองๆๆๆเข้าไปทุกอย่างเลยการละเล่นมหรสพเพลงการดีดดิ้นเต้นนนเต้นมีอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวจังหวะรับมาจากจังหวะรับมาชีวิตจากชีวิตมาอะไรอ่ะมาปั๊มจากปั๊มอ่ะอะไรอีกต่อไปมันก็ต่างกันขึ้นมาอีกมากมายการละเล่นต่างๆก็มีทั้งการละเล่นที่เพิ่ม เพิ่มทั้งทางด้านออกกำลังกายเป็นเรียกว่ากีฬาก็ตามเรียกว่ามหรสพก็ตามเสร็จแล้วก็มามองเมากันนึกว่ามันเป็นของมีค่ามากมายแล้วก็ยกย่องเชิดชูกันรับก็ไปรับต่อไปในสถาบันกีฬาขณะนี้ก็จะรับโบริ่งเข้าไปเป็นกีฬาขณะนี้อีกต่อไปก็จะรับรับอะไรหมดแล้วไอ้ไพ่ก็จะรับเป็นกีฬาอะไรก็แล้วแต่สร้างขึ้นมารับกันไปหมดแล้วก็เป็นการพนันเป็นการอาฆาตมาดร้ายทำให้สังคมแตกร้าวกีฬาไม่ใช่ยาวิเศษแก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคนเลยไม่ใช่กีฬานั้นน่ะขอให้พิสูจน์ขอให้พิจารณาให้ดีๆเถอะทุกคนกีฬานั้นน่ะเป็นยาผีเปรตสั่งสมกิเลสทำ เป็นควายไม่ใช่กีฬานี่เป็นยาวิเศษแก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคนไม่ใช่เดี๋ยวนี้ตีกันแม้แต่คนไทยไปแข่งอยู่แล้วเนี่ยทันทีเนี่ยที่อะไรมาเลเซียหรืออะไรก็จะไปตีกันจะไปชกกันอยู่ที่สนามเลยซ้อมกติกาสนามพาไปแข่งกันที่ต่างประเทศก็ไปตีกันต่างประเทศแข่งกันอยู่ในประเทศนี่ก็ตีกันอยู่ในประเทศมันไม่ใช่การเชื่อมสามัคคีแล้วมันมันหนักที่สุดก็ตรงมันเป็นการพนันการพนันที่ไม่มีใครห้ามเลยพนันกันระดับประเทศระดับโลกเลยสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเพ้อเป็นเรื่องเกินที่เราไม่คิดและเราก็ไม่รู้แล้วเราก็ปล่อยให้มัน บานปลายอยู่ในโลกอยู่ในสังคมนี้ตลอดเวลาอาตมากล่าวยังไม่หมดในเรื่องอบายมุขต่างๆซึ่งจะมีลึกซึ้งซ้อนเข้าไปอีกมากมายอันเกี่ยวจากที่เราไม่รู้โลกียสุขทั้งสิ้นเรานึกว่ามันเป็นความสุขที่เราจะต้องคุมเสพใส่ตัวเองเพราะฉะนั้นถ้าไม่รู้แม่จะถามต่ำที่สุดว่าโลกีย์เหล่านี้เราจะต้องหลุดพ้นเราจะต้องตัดกิเลสเราจะต้องทำจิตใจให้เหนือมาโดยไม่จำเป็นจะต้องไปทุกปีเกี่ยวข้องเนื้อมันจริงๆโดยเราไม่ติดไม่ยึดเลยอยู่กับสังคมที่มีอบายมุขนี่แหละคนที่มีโรคจิตหรือคนที่มีจิตอยู่เหนือสิ่งที่ปรุงแต่งของสังคมและอยู่เหนือสังขารของสังคมนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่มีปัญญาและมีจิต เรียกว่ามีเจโตวิมุติและมีปัญญารู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้อย่างชัดแจ้งด้วยแล้วเราก็อยู่กับมันเหมือนที่สำนวนพระพุทธบอกว่าเป็นก้อนน้ำแข็งอยู่กลางเตาหลอมเหล็กเราจะเป็นอย่างนั้นอยู่กับมันได้โดยที่เราไม่ละลายไม่อ่อนสิ่งเหล่านี้กำหนดจิตเราไม่ได้เราอยู่เหนือมันจิตของเราแข็งจิตของเราเหนือเราจะภารกิจไม่หวานคำว่าจิตอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้เนื้ออะไรแต่ในโลกอย่าว่าแต่วัตถุเลยเหนือจิตวิญญาณของโลกอีกติดตามพวกเหล่านี้มันเป็นวิญญาณหรือมันเหมือนค่านิยมมันไม่เป็นตัวตนแต่มันเป็นรูปที่สร้างเป็นรูปเป็นรูปอยู่ในสังคมด้วยแล้วมันก็มีฤทธิ์มีแรงต่อคนที่เอาวิชา ไม่มีปัญญาไม่รู้เท่าทันไม่ได้เรียนทางจิตวิญญาณไม่ได้เรียนทางสัจธรรมก็จะตกเป็นทาสสอนให้ติดสิ่งเสพติดกินเหล้าสูบบุหรี่การจะพัฒนาประเทศโดยที่ไม่เรียนรู้หรือไม่สอนกันในเรื่องเหล่านี้กรรมกรเสร็จจากงานก็กินเหล้าชนชั้นปกครองชั้นบริหารเสร็จจากงานก็กินเหล้ามีงานจะฉลองเฉลิมจะสนุกสนานก็กินเหล้าไม่มีงานก็กินเหล้าสุขก็กินเหล้าก็กินเหล้าแต่พอมีจะพัฒนายังไงพัฒนายังไงพัฒนาไม่ได้สูบบุหรี่กรรมกรก็สูบบุหรี่ คนชั้นกลางก็สูบบุหรี่คนชั้นสูงสูงมันมัวละ 100 บาท 19 + 100 สั่งมาจากต่างประเทศแม้จะบอกว่าห้ามไม่ให้ตังค์มาจากต่างประเทศกันแล้วบุหรี่ต่างประเทศก็ใช้อภิสิทธิ์สั่งเข้ามาจบไอ้เรื่องราวนี้ยิ่งพูดก็ยิ่งจริงแล้วไปส่งไปทำไมไม่รู้จักสัจธรรมไม่รู้จะชวนไปทำไมเขาไม่รู้นะแต่อาตมารู้ว่าส่งไปให้มันทรมานตัวเองส่งให้มันโง่ลงไปยิ่งขึ้นเพราะว่ามันเผามันจะเอาแบงค์นี่มาเผายิ่งที่กล้าม้วนละ 100 บาทเนี่ยเท่ากับแบงค์ร้อยมาเผาแล้วก็นึกว่าได้อารมณ์ที่สูงก็ไปน่ะมีสัมผัสอะไรนึกว่าแม่มันอร่อยมันสุกมันโลกีย์จะสุกมันอะไรต่ออะไรต่างๆนานามีความรู้อย่างนี้เขาไม่ วันนี้เขาก็ติดๆๆมีแต่ติดเสพติดอาตมาพูดซ้ำๆอยู่แต่แค่นี้มันไม่มีความรู้แม่แค่นี้เขาจะเป็นนักศึกษาอะไรกันยิ่งไปมีความสามารถในทางเทคนิคกล้าหาอำนาจหาอะไรแม้จะไม่ทุจริตโกงปลอมอยู่ในนั้นก็ตามที่อาตมายังไม่ได้พูดถึงโกงเลยพูดแต่เชิงว่ายังไม่มีความรู้เป็นนักศึกษาที่ล้มเหลวรู้แต่ทางเทคนิคยังไม่รู้ทางด้านจิตวิญญาณยังไม่รู้ว่าอะไรที่เราจะควรเลิกหรือไม่สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุเป็นสมุทัยอยู่ในสังคมถ้าเราไม่ปราบถ้าเราไม่พยายามเรียนรู้แล้วช่วยกันให้เลิกเลิกทั้งช่วยกันป่าทางด้านวัตถุไม่ให้มันงอกเงยไม่บานปลายไม่ส่งเสริมกันออกมาทั้งทางด้านจิตวิญญาณทั้ง ทุกคนทั้งตัวมนุษย์สัญชาติด้วยจะต้องช่วยกันเลิกตัวผู้ที่เป็นใหญ่ผู้ที่มีความเด่นในสังคมยิ่งมีฤทธิ์แรงในสังคมหรือมีฤทธิ์แรงในหมู่ประชาชาติถ้าพูดที่เด่นๆในสังคมเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้สูงเป็นผู้ที่แม้แต่ดาราหนังในประเด็นในสังคมบ้างแกจะทำอะไรคนก็จะเอ่อตามเป็นค่านิยมเพราะฉะนั้นคนยิ่งสูงยิ่งเลิศยิ่งลักษณ์ยิ่งไม่ไปแตะต้องสิ่งที่ไม่ควรแตะต้องไม่เป็นอย่างที่ไม่น่าเป็นนำสังคมนำคนอื่นไปให้ได้มากๆมันก็จะนำได้มันก็จะสามารถจะโจงดึงกันมาได้แต่ แล้วก็ไม่ทำคนที่ทำได้มีจำนวนน้อยถูกแรงหรือถูกอำนาจของผีคือความที่ไม่ถูกต้องตรงนี้อย่างที่อาตมากล่าวนี้อบายมุขนี่คือผีนรกนี่ไม่ใช่ภาษาที่มันแกล้งเทียบเคียงนะตรงๆคำว่าอบายมุขนี่แปลว่านรกหัวหน้านรกผมขับแต่ว่าหัวหน้าผู้นำอบายแปลว่านรกมันเป็นเรื่องของนรกที่แท้จริงแล้วทุกวันนี้ผู้นำก็ดีผู้เด่นในสังคมก็ดีล้วนแล้วแต่ยังเจ็บถูกดื่มกินเอามันมาใส่เป็นความสุขทั้งหมดโดยไม่เลิกไม่ลาไม่เป็นตัวอย่างให้ได้ก่อนถ้าไม่มีความรู้อย่างนี้จริงๆแล้วไม่มีไม่มีวันไม่มีวัน จะปรับปรุงหรือว่าสร้างเศรษฐกิจหรือว่าทำให้สังคมที่ดีขึ้นได้ถ้านายกก็ดีถ้ารัฐมนตรีก็ดีถ้าข้าราชการก็ดีถ้าคนที่มีฐานะเป็นเศรษฐีเป็นคนเด่นในสังคมก็ดีช่วยกันหยุดเลิกไม่ส่งเสริมในสิ่งที่เป็นอบายมุขกันแล้วอาตมาว่าฐานต้นแค่นี้แหละถ้าได้พิสูจน์กันดูแล้วจะเห็นว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนั้นจะเสร็จทันทีเห็นชัดๆเลยถ้าเข้าใจจุดนี้กันและก็ช่วยกันรณรงค์เพราะการศึกษาทุกวันนี้มันซ้อนแสงมันไม่รู้ที่บอกว่าเมื่อกี้มันบอกว่าโจรบัณฑิตไงไม่ใช่ใครหรอกตัวเราเองและท่านที่อยู่เด่นอยู่ในสังคมเป็นนักปกครองเป็นนักสร้างแต่สร้างด้วยทำลายด้วย เป็นนักสร้างไม่ว่าน่าจะมากำลังพูดอยู่ว่าประเด็นการสร้างสรรค์อาตมายังไม่พูดไม่ว่าอะไรแล้วก็ยังไม่พูดไปถึงฉันโกงท่านทุจริตยังไม่ได้พูดถึงนะเนี่ยอาตมายังไม่ได้พูดถึงฉันโกงฉันทุจริตเป็นแต่เพียงสัจธรรมพื้นฐานธรรมดาธรรมดาที่กำลังพูดอยู่เนี่ยคือความไม่รู้คืออวิชชาเพราะไม่ใช่นักศึกษาที่จริงอีกอันหนึ่งนักศึกษาอันนี้ในทางบาลีท่านเรียกว่าสินค้าในทางภาษาธรรมะท่านเรียกว่าสินค้าไม่มีศีลสิกขาไม่มีสิทธิ์ขาไม่มีปัญญาสิกขาเพราะว่าสินค้าในภาษาบาลีถ้าคำสันสกฤตเขาเรียกว่าศึกษาไม่มีการไม่มีศีลศึกษาไม่มีสิทธิ์ศึกษาไม่มีปัญญา 13 ไม่ได้ ตามหลักของทฤษฎีทางศาสนาหรือทางธรรมะเพราะฉะนั้นจึงไม่รู้ความสุขที่ควรเลิกสุขที่มันมันๆๆมอมเมาสุขที่ไร้ค่าสุขที่ไม่ประเสริฐสุขที่ไม่เกษมไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็ไม่เลิกเมื่อไม่เลิกก็ทำกันอยู่ตลอดกาลการแก้ปัญหาสังคมจึงไม่แก้ไม่ได้แก้ไม่ได้เพราะฉะนั้นตัวนักศึกษาที่จะศึกษาจบ poster มาแล้วไปเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองก็ตามแต่ยังไม่ได้เป็นนักศึกษาที่จริงที่มีศีลศึกษาจิตศึกษาปัญญาศึกษาดังอาตมากล่าวนี้แล้วก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive