230524 มิจฉาอาชีวะ5-พ่อท่าน-สันติอโศก-R122.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์113 KB
วันที่แก้ไข10 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แสดงธรรมก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกอาจเจริญธรรมญาติโยมอะไรจังหวัดนี้ประมาณ 9:00 น ประมาณนี้ถ้าเราก็จะแสดงทำการวันเสาร์วันอาทิตย์การ ทหารก็นับไปช่วงนึงอาธรรมะก็พูดแล้วก็พูดอีกซ้ำแล้วซ้ำอีกก็พยายามที่จะชี้โดยที่จะเกลี่ยออกไปให้มันเห็นความเป็นจริงเท่าที่มันมีอยู่ในสภาพที่เป็นจริงประจำวันประจำคืนที่เราเองเราได้ผ่านพบประสบอยู่กาลสมัยเปลี่ยนไปในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็มีสิ่งแวดล้อมจำนวนคนก่อนน้อยบานช่องเดินทางหมู่บ้านป่าเขาลำเนาไพรมันก็เยอะคนน้อยแต่ฝากเขาต้องเอาไปเยอะวัสดุวัตถุดิบอะไรต่างๆที่ ใช้อะไรมันก็ยังเยอะสมัยนี้ป่าเขาลำเนาไพรมันน้อยลงผู้คนเยอะขึ้นวัตถุดิบถูกผลาญพล่ายิ่งน้อยลงยังเหลือน้อยเข้าน้อยเข้าในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้ามา 2,500 กว่าปีนั้นน่ะแล้วลองคิดดูสิว่าคนน้อยแย่งกันก็น้อยข้าวของต่างๆก็ยังมีมากสังขารธรรมก็รูปเรื่องเดียวกันพระพุทธเจ้าก็สอนแบบเดียวกันทำให้เตรียมตัวทำให้ประเมินของพระพุทธเจ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรคำสอนหลักการอะไรทุกอย่างเหมือนกันหมดคนจะโหดร้ายเหมือนทุก ก็ยังไม่ถึงแม้สมัยโน้นมันจะเป็นการโหดร้ายช่วยจิตใจคนเขาบอกว่าเป็นคนที่มันยังป่าเถื่อนหรือว่ามันยังเป็นคนสมัยโบราณที่ยังขยันกระหือรือเขาก็ว่ากันนะอาตมากลับเห็นว่าคนสมัยนี้สิมันมันดูดเลือดยิ่งกว่ารักแดร็กคูล่าคือมันดูดเลือดเย็นไม่ให้คนรู้ตัวกันมากยิ่งกว่าคนสมัยนู้นยังโกรธอะไรก็จริงใจมีอะไรรุนแรงขึ้นมาก็ว่าไปแรงๆทำอะไรก็ทำกันอย่างไม่ปกปิดเปิดเผยรู้ว่าโกรธก็โกรธหนีกันไปถ้าเกิดใครก็ห่างกันไปอะไรเนี่ยห่างกันไปแล้วก็ไม่ค่อยจะต้องเดือดร้อนนี้ก็ไปพอได้เพราะว่าทางเดิน พวงมาลัยมันก็ไกลก็ยากอะไรอย่างนี้เป็นต้นซึ่งมันเป็นเรื่องที่อยู่ได้ง่ายเป็นไปได้ง่ายใ

อ่านต่อ

นบุคคลสมัยโบราณสมัยนี้ไม่เหมือนกันตอนที่มันมันอยู่กันยากแม้แต่ไกลๆก็ตามไปฆ่ากันได้ง่ายๆแต่อยู่นอกโลกกันถ้าเผื่อว่าจะโกรธกันแล้วก็ตามไปฆ่ากันได้อย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นแม้แต่สมัยที่พระพุทธเจ้าท่านง่ายอย่างนั้นสบายอย่างนั้นไม่ต้องยุ่งยากหนักหนาเหมือนสมัยนี้ออกมาอย่างนี้ที่เทียบให้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นนัยยะเดียวกันคือจะต้องให้ลดความโกรธให้ลดความโลภให้รู้จักว่าชีวิตนี้มันกินมันอยู่หรือว่ามันใช้สอยมันเอาสาระมาใช้กับชีวิตนี่มันน้อย เหมือนกันเลยเหมือนกันกับสมัยนี้แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจะมีอะไรต่ออะไรร่ำรวยทรัพย์สมบัติสมัยโบราณนี่นะของมันเยอะน่ะเพชรพลอยมันก็ถูกแบ่งไปในครอบครัวที่ไม่กี่ครอบครัววัสดุในประเทศมันก็มีมากมายที่เป็นคนไปหามาแล้วก็เอามาผสมกันมันก็ไม่ได้เป็นแบ่งออกไปให้คนอื่นอะไรมากมายนักเพราะว่าครอบครัวหรือว่าหมู่คนประชาชนมันยังมีจำนวนน้อยคนใดที่จะเป็นเศรษฐีมีกำลังดูดมากๆมันก็มีจำนวนไม่มากมายเกินไปไม่ถูกแบ่งเกินไปเหมือนสมัยนี้เพราะฉะนั้นการที่จะมารวมรวมเพชรพลอยเข้าของวัสดุที่มีค่ามีราคาที่มันจะต้องรักษาไว้ในโลกนี้แหละถ้าไม่ว่าจะเป็นเพชรเป็น มองอะไรขุดขึ้นมาได้แล้วก็ไม่ได้ให้มันหายไปไหนง่ายๆหรอกไม่ตกไม่หล่นไปไหนหรอกเขาก็พยายามจะแบ่งจะกรอบจะโกยเหมือนกันมันก็ได้เยอะสิเพราะว่าคนมันน้อยสมัยก่อนของในโลกนี่วัสดุในโลกนี้มันมันก็มีอยู่อย่างนี้แหละมีจำนวนประมาณก็คนขึ้นมาใหม่อีกมันก็ไม่เท่าไหร่เพราะสมัยโน้นมันก็รู้อยู่แล้วว่าเพชรพลอยเป็นของที่จะต้องรีบแสวงหามามันก็กอบโกยหามาเหมือนกันเสร็จแล้วก็เอามาสะสมไว้คนรวยสมัยก่อนจึงรวยมากรวยกันเหลือกำลังวังชาก็แบ่งแจกไปในหมู่กลุ่มของตัวเองขนาดคนใช้ของปู่นางวิสาขานี่ก็เป็นเศรษฐีติดอันดับในอินเดียสมัยนั้นเป็นเศรษฐี 6 อย่างนี้เป็นต้นคิดดูซิในประเทศอินเดียสมัยนั้นคนใช้นะคนใช้ของปู่ของนางวิสาขาเนี่ยเป็นเศรษฐีอันดับ 6 แล้วคิดดูซิว่าปูนางวิสาขานี้จะเป็นเศรษฐีขนาดไหนนางวิสาขาเองนี่พอแต่งงานก็ขอทรัพย์สมบัติจากปู่จากพ่อไปสร้างเมืองใหม่เลยไม่ใช่สร้างบ้านนะไม่ใช่สร้างบ้านนะสร้างเมืองสาเกตุอ่านักศึกษาขาเนี่ยขอทรัพย์สมบัติไปสร้างเมืองสร้างเมืองสาเกตุแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะไปปกครองบ้านครองเมืองทำอะไรๆแต่ว่าสร้างบ้านสร้างบ้านตัวเองอยู่นะมันชื่อว่าแฟนสาเกตเลยสังเกตที่นางวิสาขาอยู่เนี่ยที่เมืองนั้นน่ะอยู่กันอย่างที่เรียกว่าเศรษฐี หนักหนักถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตามเขาก็สอนเรื่องเดียวกันพระพุทธเจ้าท่านก็ทรงสอนเรื่องเดียวกันเรื่องที่จะต้องเกื้อกูลเศรษฐีก็จะต้องลดลงมาจ่ายแจกเอื้อเฟื้อเกื้อกูลให้สมัยก่อนมันให้เชื่อพระพุทธเจ้านั้นๆวิสาขานี้เชื่อแล้วก็แจกจ่ายจริงๆนะแต่ก็นั่นแหละการแจกจ่ายมันก็จะต้องมีตามจิตใจมันก็มีการหวงแหนอยู่พอสมควรตามฐานะนางวิสาขาก็แค่โสดาบันหวงแหนอยู่แม้สมัยนี้ผู้ที่เป็นเศรษฐีก็มีอยู่มากก็เหมือนกันมีคนมีมากมีคนมีน้อยมีคนมีปานกลางศาสนาพระเจ้าก็สอนให้ทุกคนมีธรรมะมีศาสนาเป็นเศรษฐีก็แจกจ่ายเจือจางออกมาให้มากๆ สมัยนี้ยิ่งคนจนมันมีมากเพราะจำนวนคนมันล้นมันมากมันเยอะเราก็จะต้องพยายามที่จะแจกจ่ายออกให้ได้มากๆพระพุทธเจ้าท่านเป็นตัวอย่างในสมัยโน้นคือพระองค์มีทรัพย์สมบัติก็แน่นอนล่ะเป็นพระเจ้าแผ่นดินนี้ก็จะต้องอยู่ในฐานะเศรษฐีแน่นอนมีทรัพย์สมบัติพระองค์ก็เสียสละหมดเลยให้ยกย่องเป็นสิทธิของคนอื่นและท่านก็ไม่ไปละลาบล้วงจนกระทั่งที่จะทำเพราะท่านเคยทำแล้วท่านจะบอกว่าประวัติเราเข้าใจถ้าเราได้ศึกษามาว่าประวัติพระพุทธเจ้าเนี่ยเป็นพระเวสสันดรเนี่ยประเวศศักดิ์ก็แปลว่าพ่อค้าแปลว่าคนร่ำรวยในระหว่างที่ร่ำรวยที่สุดในสมัยหนึ่งยุคพระ เจ้านี้ได้แสดงการทานที่เรียกว่ายุคสมัยที่เป็นพระเวสสันดรทานจนกระทั่งทานหมดทานบ้านทานเมืองทานช้างทานมาทานข้าวทานของทานอะไรทานอะไรออกหมดเป็นผู้ทำทานจนสิ้นเปลืองผ่านไปลึกซึ้งจนกระทั่งถึงด้านหน้ามาทำแม้แต่เชือดเฉือนหัวใจตัวเองทานเช่นประทานลูกทานเมียซึ่งเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นยอดดวงใจเพราะเชิดเฉือนออกทานไม่เป็นลักษณะที่แสดงถึงสภาพการทานอย่างแรงสุดสูงสุดทำไม่ได้เพราะพระพุทธเจ้าเสด็จทำแล้วอย่างนั้นท่านก็ยืนยันว่าท่านได้ทำเพราะฉะนั้นในสมัยปางที่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ท่านจึงไม่ได้ทำอย่างที่ท่านไม่เคยทำถ้าจะทำอย่างที่เคยทำ แล้วเป็นแต่เพียงว่าอย่างนึงซึ่งมันก็เป็นสภาพที่มันไม่ลงตัวลงร่องลงช่องอะไรหรอกเพราะท่านเองท่านจะทำให้มันเป็นสัมมาอย่างหนึ่งที่เคยประสบผ่านมาแล้วในคนหลายคนเนี่ยมันจะเป็นรูปรอยของสภาพที่สุดตรงสุดโต่งอยู่บ้างหรอกถ้ามันยังไม่ใช่สัมมาที่แท้จริงหรือมักที่มาปฏิปทาจนลงตัวเพราะไอ้สิ่งที่เป็นตัวอย่างทั้งหลายแหล่ที่ผ่านมาจึงเป็นของดีแต่ดีจนแข็งกร้าวดีจังเลยไปมันจะค่อนข้างจะมีลักษณะอย่างนี้อยู่จนกว่าจะถึงลักษณะที่พอดีที่สุดสัมมาที่สุดเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านก็จะต้องทำสภาพที่ดีกลางที่สุดเพราะแม่ท่านออกมาบวชแล้วท่านก็ปล่อยเรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องกลางๆเป็นเรื่อง ใจยากแก่ยอมเป็นไปตามธรรมพ่อแม่พี่น้องจะเอาจะแจกจะจ่ายอะไรกันไปบ้างถ้าสิทธิอันใดที่ท่านได้รับมอบหมายท่านอยากจะทำตามควรตามอะไรเธอก็ทำไปให้เหลืออะไรต่ออะไรก็เป็นไปตามธรรมไม่ได้ไปบังคับกูเขียนทำอะไรให้ใครเสียน้ำใจจนเกินการก็จะไม่เน้นเรื่องประวัติของพระพุทธเจ้านั้นมากมายนักทีนี้จะเทียบเคียงเข้ามาหาเรื่องของปัจจุบันทำของพวกเราที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เราเองก็ดำเนินรอยตามพระยุคลบาทคือเราก็จะเป็นผู้ที่เสียสละให้ได้ผู้ที่เสียสละได้อย่างพระพุทธเจ้าก็คือพระเป็นต้นพระสาวกในสมัยพระพุทธเจ้าก็เหมือนกันพระสาวกสมัยนี้ก็เหมือนกันที่เป็นสัจธรรมจริงๆเป็นปรมัตถ์หรือเป็นโลกุตระแล้วก็จะเป็นคนที่ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติธรรมไปตามธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านสอนฆราวาสก็ปฏิบัติธรรมไปมีศีลเป็นศีลโสดาบันศีล 5 นี่ก็เป็นผู้ที่จะต้องเรียนรู้ศีลและก็ลึกซึ้งเข้าไปหาศีลเป็นอธิศีลคือจะมีปัญญารู้รายละเอียดความหมายของศีลให้ลึกขึ้นไปลึกขึ้นไปลึกขึ้นไปเรื่อยๆลุกขึ้นไปจนกระทั่งเราสามารถที่จะทนได้หรือว่าทำได้ตามที่ภูมิปัญญาของเราจะแทงเข้าไปในความหมายของศีลได้ถ้าไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านก็มีศีลขยายเป็นศีล 8 ศีล 10 จุลินทรีย์มาหาศีลอะไรหรือว่าสีอื่นๆที่สอนประปรายอีกเยอะแยะถ้าได้ปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาลักษณะของศีลนั้นปฏิบัติแล้วมันจะขัดเกลาจิต ขัดเกลาจิตออกกิเลสหลุดออกหลุดออกแล้วเรียกว่าสมาธินี่เป็นหลักของ Smart สมาธิของพุทธมีการปฏิบัติแบบสัมมารีมาเราเข้าใจแล้วว่าอันนี้แหละเป็นฐานที่เราจะมีศีลมีพรตภาษีกลางๆเหมือนยากลางบ้านก็ศีล 5 ศีล 8 เนี่ยเรามาปฏิบัติเพื่อที่จะให้ลงตัวพิจารณามีการสังวรตามศีลขั้นที่เราพอทำได้ในขอบเขตความหมายที่มันหยาบหน่อยและต่อมาก็ลึกขึ้นและเราปฏิบัติปฏิบัติให้เป็นสติปัฏฐานเราไม่ใช่ว่าไปรับสีก็รับแต่ที่อยู่ในวัดเสร็จแล้วก็วันหนึ่งคืนหนึ่งเท่านั้นไอ้นั่นมันเรื่องอนุโลมเป็นเรื่องที่ผู้ที่ หย่อนยานเสร็จแล้วมันก็ไม่ให้ผลมันเป็นศิลปะปรามาสมันไม่มากเพียงพอมันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอมันก็ไม่ขัดเกลาผู้จะปฏิบัติธรรมะได้ผลนั้นจะต้องถือศีลไปจริงๆอ่ะถือไปตลอดเวลาถ้าได้แค่ศีล 5 ก็เอาแค่ศีล 5 แม้ว่ามันไม่ได้ศีล 5 ได้แค่ศีล 3 เอาศีล 3 มันไม่ได้จริงๆสินหนึ่งก็เอาแค่สีหนึ่งเอาให้จริงทีเดียวเอาให้จริงศึกษาให้แท้ๆแล้วก็ปฏิบัติไประลึกรู้เสมอเรียกว่ามีสติแล้วก็สั่งสมฐานะของเราคือให้ไปเกิดหลักฐานให้มันยังลงให้มันเกิดผลลงขัดเกลาจิตออกจิตออกแล้วเราก็รู้ได้สัมผัสต่างๆที่ ได้เป็นฆราวาสกับปฏิบัติได้อยู่ที่ไหนอยู่ที่ไหนก็ปฏิบัติได้ปฏิบัติศีล 1 ศีล 2 ศีล 3 ศีล 4 ศีล 5 หรือปฏิบัติศีล 5 ศีล 8 มาได้เรื่อยๆขัดเกลาจิตเข้าขัดเกลาจิตเข้าเราจะต้องพยายามให้รู้อธิษฐานศีลมีความหมายซ้อนลึกขึ้นไปลึกขึ้นไปในความหมายหลักใหญ่ว่าไม่ฆ่าสัตว์หรือว่าปาณาติปาตาที่เป็นความหมายของบาลีเนี่ยท่านแปลว่าอย่าฆ่าสัตว์นี่ท่านแปลว่าแรงๆปลาตามไม่ได้แปลว่าข้าหรอกภาษาบาลีข้าเนี่ยมันคือฆาตะคอระฆังสระอาตเต่านี่มันแปลว่าอย่าทำให้มันบกพร่องอย่าทำให้มันตกหล่นตกร่วงล้นๆๆลุยๆออกเป็นแต่เพียงความสึกหรอ ความกล้าตกหล่นหรือว่าความบกพร่องคำว่าปาตะนี่ความหมายเครื่องลงโดยที่เรียกว่าเราไม่สามารถยึดไว้ได้เท่านั้นน่ะเป็นสิ่งที่มันเกินตาจะไม่ได้หมายความว่าคาถาที่รุนแรงถึงขั้นฆ่าปานะนั้นน่ะจะแปลกันหยาบๆว่าสัตว์ชีวิตก็ได้ก็เหมือนกันอีกแหละป๊านะโดยความหมายของบาลีที่ลึกซึ้งมันไม่ได้หมายความว่าสัตว์สัตว์มันก็บอกอยู่ตรงอยู่แล้วที่เราเอามาใช้กับภาษาไทยเนี่ยสัตตะก็คือสัตว์ป่าจนกระทั่งถึงคนมนุษย์หมายถึงสัตว์ที่สูงขึ้นอีกถ้าคิดแค่สัตว์ต่างๆก็คือสัปปะคือสัปปะแปลว่าสัตว์ส่วนปานนั้นแปลกๆกันหยาบๆ สัตว์เพื่อชีวิตก็ได้ก็เหมือนกันกับปลาตับไปๆกันอย่างหยาบๆว่าข้าหรือทำลายทำร้ายหรือให้ตกหล่นให้ร่วงหล่นลงไปจนกระทั่งถึงขั้นหยาบคายทรมานรุนแรงมันก็ได้ไม่แปลกอะไรแต่ถ้าจะเอากันจริงๆให้ละเอียดละออแล้วก็ต้องพิจารณาให้ซับซ้อนลึกเข้าไปอ่านเข้าไปอาตมาได้เขียนแม้แต่ศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาตานี้แย่ๆละเอียดลงไปที่ยิ่งละเอียดกว่านั้นก็ได้อีกอาตมาก็ขยันเขียนแค่นั้นก่อนยังไม่มีเวลาจะเขียนละเอียดกว่านั้นปาณาติปาตาเขียนก็เล่นหนาขนาดหมดปัจจุบันอะไรต่อไปตั้งเยอะตั้งแยะๆออกไปถึงความหมายของคำว่าชีวิตหรือสัตว์หรือสิ่งที่เป็นวิญญาณถือเอาสิ่งที่เป็นวิญญาณ ในขณะฐานะที่ตัดมาเรียกว่าสัตตะหรือมาเรียกว่าสัตว์โลกก็ได้พยายามอธิบายวันสัตว์ใดก็ตามหรือวิญญาณใดก็ตามเมื่อเป็นปรมัตถ์ไล่เข้าไปถึงอาการของจิตอาการของวิญญาณเราจะไม่ทำให้ตกร่วมตกหล่นเนี่ยมีความหมายลึกซึ้งไปถึงขนาดนั้นใครเข้าใจความหมายของบาลีว่าปาณาติปาตาแล้วก็ต้องรู้รอบเราจะต้องรู้ไตรลักษณ์รุ่นสังสารวัฏของวัฏฏะอย่างหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดไปจนกระทั่งถึงวัดปากของการเกิดดับของป่านะหรือเชื้อเยื่อใยแห่งวิญญาณท่านอ่อนท่านละเอียดสุดเราจะพยายามช่วยทุกระดับเราจะไม่เป็นคนที่ทำร้ายทำลายตั้งแต่เชื้อชีวิต อยากให้ตกหล่นตกร่วงหรือตกต่ำให้เขาได้ตกต่ำไปเราจะไม่พยายามกระทำเป็นอันขาดเราจะทำให้เขาเป็นผู้ที่ได้เจริญสูงขึ้นรักษาเยื่อใยชีวิตของเขาไว้อย่างดีจะไม่ให้ตายง่ายๆและจะไม่ให้ตกต่ำไปเท่าที่เราจะเป็นไปได้อันใดเกินกว่าแรงของเราเกินกว่าหน้าที่เกินกว่าเรื่องของเราจะไปรับผิดชอบแล้วท่านก็พรหมธรรมปล่อยวางซึ่งชีวิตนั้นชีวิตนั้นตามบุญตามกรรมของเขาส่วนเรานั้นแม้จะเกี่ยวข้องกับชีวิตของสัตว์ใดในโลกมีแต่จะให้เขาเจริญขึ้นไม่ให้เขาตกหล่นไม่เขาบกพร่องไม่เขาตกต่ำจะให้เขาสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นเสมอนี่เป็นความหมายละเอียดของศีลข้อที่ 1 นะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราเองไม่มี ความรู้ในเรื่องของอธิศีลแล้วก็ปฏิบัติศีลต่างๆนั้นไม่ได้ผลแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามถ้าจะให้ความหมายละเอียดเพิ่มความหมายหยาบๆมาเราก็พยายามปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้สึกเกิดความเห็นจริงเกิดความสัมพันธ์เกิดความเกี่ยวข้องถึงระบบของชีวิตว่าเราเองเราไม่ละเมิดศีลข้อที่ 1 นี้ไม่ฆ่าสัตว์ท่านก็ตรัสว่ามันจะเกิดเมตตาธรรมมันจะเกิดจริงไหมเกิดเมตตาธรรมแล้วเราจะเกิดปัญญาที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างไรเกิดเมตตาธรรมก็คือรู้มิตรรู้ไมตรีรู้การเอื้อเฟื้อรู้การเกื้อกูลสืบโยงมาหาฐานของฐานสองหรืออยู่ในฐาน 1 ตรงก็คือตรงข้ามกันกับความอำมหิตโหดร้าย พันโทสะกำลังจะลดความโทรศัพท์อำมหิตโหดร้ายแทนที่จะอำมหิตโหดร้ายกลายเป็นคนเอื้อเอ็นดูกลายเป็นคนเกื้อกูลกลายเป็นคนช่วยเหลือโปรไฟล์อย่างนี้เป็นต้นเหตุก็ 2 นี้อทินนาทานท่านได้เรียนรู้ถึงสภาพที่จะต้องเสียสละออกมันตัดเขาเงื่อนของโลภะหรือราคะเป็นผู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสุจริตแปลง่ายๆหรือเป็นผู้ที่จะต้องถึงทำแห่งสัมมาอาชีวะหรือจะต้องเป็นผู้ที่หมดโรคลงนั่นเองชัดๆนอกจากหมดโรคแล้วเรายังจะต้องเป็นคนที่อยู่ในยะเดียวกันกับข้อที่ 1 คือเอื้อเฟื้อเผื่อกูเมตตาช่วย ให้สีคนนี้มันยิ่งเด่นชัดขึ้นยิ่งว่าแม้แต่วัตถุแม้แต่ข้าวของเราก็จะไม่สะสมไม่โลภไว้แล้วเราจะกล้าให้กล้าแจกจ่ายกล้าที่จะเสียสละให้กับผู้อื่นอย่างเห็นเด่นชัดไม่หวงแหนไม่สะสมไว้ผู้ที่มีสัมมาอาชีวะถ้าจะอธิบายถึงสัมมาอาชีวะ 5 ที่ตรงกันข้ามกับมิจฉาอาชีวะ 5 แล้วล่ะก็ละเอียดไปถึงที่สุดไม่สะสมแม้กระทั่งสิ่งที่เราได้มาเรียกว่าลาเป็นนะลาครั้งนี้ที่จริงก็ตาไม่ทำอะไรต่ออะไรไม่ทำงานทำกิจอะไรเพื่อที่จะทำแล้วก็ต้องการอะไรมาแลกเปลี่ยน พระธรรมโดยแม้แต่การกระทำสูงสุดเรียกว่าให้การกระทำสูงสุดคือให้เนี่ยเราก็จะให้อย่างไม่ต้องการอะไรแลกเปลี่ยนมาเลยนี่มันสูงสุดถึงประมาณก็พูดลับๆที่จริงวิชาอาชีวะ 5 ที่ท่านจะอธิบายให้เคลียร์ให้ละเอียดในศีลข้อที่ 2 นี้ให้เป็นสัมมาอาชีวะเป็นธรรมะขั้นสัมมาอาชีวะเนี่ยมันสัมมาอาชีวะกันสูงส่งนะสูงละเอียดไปจนถึงขั้นเราไม่ทุจริตทั้งปวงใหญ่กว่าทุจริตอย่างยาวกลายเป็นมิจฉาชีพแล้วก็ไม่ทุจริตแบบรับประทานแม้แต่ปากแต่คอภาษาพูดอะไรเนี่ยเราก็จะไม่มีนัยยะที่ หลอกลวงโกหกจะต้องไม่เล่นเลขเล่นเลขอะไรหยาบๆคล้ายๆอยู่เป็นอันขาดแม้ไม่ทำให้กายกายไม่กระทำด้วยการกระทำแล้วอย่ารองลงมาเป็นขั้นปากท่านพูดลักษณะนี้แปลว่าคำพูดเราก็ไม่ทำไม่เลี้ยงชีวิตด้วยการใช้เลขใช้เลขหลอกลวงเล่นคนอะไรอยู่อย่างที่คนอื่นเขาก็รู้เขาก็เข้าใจเขาก็จับได้เหมือนอย่างพ่อค้าเงี้ยขายก็ขายของพูดหล่อๆเลยถามสัก 5 คน 10 คนจะพูดไม่เหมือนกันหรอกก็เดี๋ยวก็บอกต้นทุนโอ้ยไม่ได้ทุนขาดทุนให้ขาดทุนไปจับดูดีๆตลกอยู่ตลอดเวลาโกหกเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้เป็นอาชีพที่ยังแม้แต่ศีลข้อนี้ก็ยังไม่ละเอียดสมาชิกยังอยากอยู่นะก็ยังไม่ได้เรื่องเลยที่สูงขึ้นไปเป็น Anime ตุ๊กตาภาษาบาลีว่างั้นไปสัมมาอาชีวะหรือว่าไม่ใช่จะมาเป็นมิจฉาอาชีวะขั้น 3 ขั้นสูงขึ้นไปอีกท่านแปลเอาความง่ายๆแต่ว่าไม่ตลกแต่แรงไม่ตลกก็แรงนี่ถ้าจะเอาสัจจะเอาความหมายที่เข้าใจง่ายๆก็หมายความว่าเรารู้แล้วไอ้เรื่องถึงความถูกต้องสัจจะสุจริตแล้วก็ใจแล้วและเราก็ทำให้ตรงเจตนาให้ตรงอยู่ตลอดเวลาอะไรที่จับได้อะไรที่มีปัญญารู้ลึกรู้ละเอียดเข้าไปเข้าไปอีกว่ามันเป็นเรื่องของการที่อย่างนี้มันยังไม่ซื่อนี่ยังไม่มันยังมีแฟนๆสั้นๆอะไรต่ออะไรตลกๆอยู่ยังมีเรื่องที่ไม่ซื่อไม่ตรงอยู่ ผู้ที่มีจิตใจที่ละอายต่อบาปละอายต่อสิ่งที่มันทุจริตผู้นั้นจะเลิกละจริงๆแม้จะไปกระทำงานที่มันได้รายได้น้อยขึ้นก็จะพึงกระทำด้วยซ้ำนี่เป็นอาชีพที่สูงขึ้นแม้จะได้รายน้อยรายได้น้อยขึ้นยศต่ำลงก็จะเอาด้วยซ้ำนี่มันสูงขึ้นไปอย่างนั้นในที่สุดสัมมาอาชีวะหรือมิจฉาชีพที่จะเรียกว่ามิจฉามิจฉาอาชีวะท่านที่สี่คือการแปลเป็นภาษาไทยๆง่ายๆว่า มิจฉาชีพอยู่คือยอมมอบตัวอยู่ในทางผิดคำแปลเอาภาษาเอาความง่ายๆว่ายอมมอบตัวอยู่ในทางผิดอันนี้ยิ่งสูงละเอียดขึ้นไปอีกเป็นอาชีพที่จะต้องรู้ต้องเห็นผู้ที่อยู่ในอาชีพนั้นเข้าใจแล้วว่าเราอยู่ในงานอาชีพใดได้อยู่กับกลุ่มคนที่ทำงานทำอาชีพอย่างนั้นอย่างนั้นอยู่เนี่ยอาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ทุจริตอย่างละเอียดซับซ้อนอย่างไรเป็นคนที่ยังมีความผิดอยู่อย่างไรยังมีข้อผิดความผิดอยู่พวกนี้จะรังเกียจแม้กระทั่งว่าโอ้นี่เรายังมอบตัวอยู่กับกลุ่มคนผิดแล้วนี่ยังอยู่กับเรื่องที่ผิดๆกันเหรอพวกนี้ก็จะไม่เอาแล้วจะมีความหิริจะมีอุปการะจะมีการละอายต่อบาปที่สูงขึ้นยิ่งเพราะฉะนั้นเราจะอยู่กับกลุ่มของคนหรือว่า การงานที่ยังมีการทุจริตขี้โกงที่อะไรต่ออะไรได้ว่ามันผิดแม้น้อยลงน้อยลงเท่าไรเท่าไรก็ตามภูมิของผู้นั้นยังมีความผิดพลาดยังมีความยังมีการคอรัปชั่นยังมีการกระทำอะไรต่ออะไรพวกนี้จะอยู่สู้ทนไม่ได้คุณมองดูดีๆโลกนี้แทบจะไม่มีอาชีพอะไรให้ทำแล้วพอมาถึงขั้นที่ 4 นี่แหละผู้ใดที่มีภูมิมาทำอย่างขั้นนี้แล้วโอ้อยู่กับโลกเขาทำอาชีพต่างๆเนี่ยยากและจะทำราชการเหรอหมู่คอรัปชั่นกันแทบทั้งนั้นเลยราชการที่ไหนตรงไหนกองไหนเอ่ยที่ไม่มีคอรัปชั่นกันอยู่ในเป็นสายสายงานคุณจะอยู่กับหมู่คอร์รัปชั่นอย่างนั้นอย่างยากเย็นที่สุดเพราะฉะนั้นถ้ามันอยู่ยากนักไม่เอาแล้วอาชีพนี้เราจะทำงานนี่ยังเป็นส่วนประสานงานส่วนที่จะ ข้องเกี่ยวกับการทุจริตของเขาเรียกว่าเรายังมอบตัวอยู่ในทางผิดให้กลายเป็นพรุ่งนี้เหมาแข่งได้วันนี้มันทุจริตกันน่ะมันไม่ได้สะอาดสะอ้านอะไรหรอกเป็นอาชีพที่ยังไม่สะอาดอะไรแม้แต่อาชีพราชการเดี๋ยวนี้ยังถึงขนาดนี้มันยิ่งอาชีพต้องค้าขายแบบที่เป็นกันอยู่อย่างซ่อนเร้นอำพรางอะไรอยู่นี่นะยังมีเร่มีเลขอะไรนี่นะถ้าไม่ทำหรอกจะทำก็ทำอย่างตรงๆเลยตั้งค่าบริการลงมาอย่างที่อาตมาเคยพูดว่าค้าขายบอกเขาตรงๆได้ไหมเรารับหน้าที่บริการค้าขายนี่เป็นการขนย้ายเป็นคนที่ทำไอ้โน่นไอ้นี่มาจัดหาให้อะไรไปต่างๆแล้วเราก็เอาค่าบริการเพื่อเลี้ยงชีวิตเราทำอย่างซื่อตรงทำให้มากตามความขยันหมั่นเพียรเราจะได้มากอย่า โอกาสอยากคดโกงอย่าใช้เศรษฐศาสตร์ขี้โกงอย่าใช้เศรษฐศาสตร์แบบสมัยนี้ที่เธอเศรษฐศาสตร์มองแต่วัตถุเอากำไรเอาแต่ประโยชน์เอาแต่ขอบโกยอย่าใช้เศรษฐศาสตร์แบบนั้นต้องรู้จักเศรษฐศาสตร์แห่งความสร้างสรรค์ถ้าเป็นการสร้างสรรค์เกื้อกูลเป็นธรรมเศรษฐศาสตร์ทางธรรมได้แล้วล่ะก็อย่างนี้เราก็ค่อยทำมันจะเป็นอาชีพใดๆอื่นๆที่อยู่ทุกวันนี้เนี่ยมันแทบจะอยู่กับเขาลำบากถ้าเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นเพราะฉะนั้นมันก็จะออกมาทำงานส่วนตัวที่ทำพอเป็นไปได้และคนที่ทำจะสามารถที่จะทำแม้จะเป็นผู้ที่สร้างสรรค์ให้มันใหญ่มันโตขึ้นมาบ้างมันก็จะทำได้แต่ก็ยากยากในสังคมที่ทุกวันนี้มันตื่นไปด้วยความ คดโกงเร่ลิ้นอะไรๆต่างๆจะอยู่กับเขายากทีนี้ผู้ที่ปฏิบัติธรรมขึ้นมาถึงภูมิธรรมขั้นสัมมาอาชีพขั้น 4 นี่ก็จะรู้สึกหิริโอตัปปะอย่างนี้แล้วถ้ามิจฉาชีพขั้น 4 จะรู้สึกมีโอต่อปากขนาดนี้เนี่ยผู้นั้นจะไม่จะไม่ค่อยกระตือรือร้นหรือจะไม่ค่อยที่จะอยากมาสู้กับไอ้พวกนักขี้โกงอะไรกันนักหนาหรอกนอกจากพวกนั้นจะมีเลือดคนที่สักอย่างแรงมีเลือดบริจาคที่จะทำให้เป็นตัวอย่างแก่ชาวโลกเพราะคนที่ยังอยู่ในฐานะของฆราวาสนี้ในสายมหายานก็ว่าถ้าเป็นบริษัทแล้วต้องอยู่อย่างฆราวาสจริงของเขาเหมือนกันในประเด็นความหมายนี้คือจะเป็นประวัติศาสตร์ที่จะสู้จะแข็งแรงจะต่อต้านและก็พยายามยืดยึดถือพุทธธรรมหรือคุณธรรมเป็นเอกจะอยู่อย่างคนไม่ เป็นตัวอย่างให้ได้เหมือนพระเหมือนกันไม่สะสมไม่เอาเปรียบเอารัสเสียสละอย่างจริงๆซึ่งมีอยู่ในโลกคนทุกวันนี้มีเลือดโพธิสัตว์จะเรียกอย่างนั้นก็ได้แต่โพธิสัตว์จริงๆของพุทธและโดยตรงและไม่รุนแรงไม่รุนแรงมีปัญญาเพราะนิสัยดีเป็นผู้ที่ศึกษาปัญญามากใช้ปัญญาเยอะใช้ปัญญามากท่านผู้ที่ยังอยู่สู้ทนในฐานะเป็นฆราวาสได้นี่จึงมีเลือดโพธิสัตว์ที่แกร่งกล้าแล้วก็พยายามที่จะไม่คดโกงจะต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อสัจธรรมจริงใจเป็นผู้ที่จริงใจอาจหาญแก้วกล้าแข็งแรงทำประโยชน์ต่อสังคมมาเรื่อยๆยิ่งขั้นสุดท้ายแล้วมิจฉาอาชีวะท่านที่ 5 เนี่ยท่านเรียกว่าลาเพลาพังมิชิคิงสุทัตตา แปลความหมายเป็นภาษาไทยๆง่ายๆว่ายังใช้ลาภต่อลาภหรือใช้ราบแรกลาบกันอยู่อย่างนี้เรียกว่าท่านถือว่ายังเป็นมิจฉาอาชีวะคิดดูซิทำออกไปแล้วก็หมูไปไก่มายังแรกลาภหรือว่ายังใช้ลาบต่อราบอะไรกันอยู่ทำงานอะไรก็แล้วแต่แล้วก็จะต้องมีอะไรฆ่าตอบแทนประเทศฟังให้ดีนะแม้แต่ประเทศก็มีกัณฑ์เทศน์นี้ไม่เอาแล้วขายขี้หน้าอาตมาไม่ใช่คนรับจ้างนะอย่างนี้มันไม่จริงๆมันจะรู้สึกว่าเราทำไมจะต้องเอาอะไรแลกเปลี่ยนกับเขาใครจะทำให้เขาก็ศรัทธามันไม่ใช่เรื่องเดียวเราจะต้องไปทำไอ้นี่ให้เขาแล้วเขาก็จะต้องมาแลกเปลี่ยนกันไปอยู่นะเนี่ยจะต้องอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่จริงใจทำไมกล้าให้คนโดยที่ไม่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้เป็นยังไงเราจะต้อง ยามที่จะกระทำมุมนี้ให้มันเด่นชัดว่าให้เมื่อไหร่เมื่อไหร่เราทุกคนมองด้วยปัญญาอันนี้สมควรจะให้ไม่ใช่ว่าเราจะไปทำแล้วต้องการสิ่งอื่นแลกมาไม่ใช่จะให้อันนี้แก้ไขก็ให้ไม่ใช่ว่าเราต้องการจะได้อะไรแลกมาถ้าเห็นสมควรให้เอาเลยตามหมอตามสมให้ไปด้วยความจริงใจแม้แต่จะให้วัตถุแม้แต่จะให้แรงกายแรงงานแม้แต่จะให้แรงงานของมันสมองก็ทำคิดให้ด้วยมันสมองโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องหาอะไรมาแลกเปลี่ยนตอบแทนจึงจะอยู่ได้หรือว่าจึงจะรู้สึกว่ามันเป็นของดีไม่ๆเลยกล้าให้กล้าสละอย่างสุดที่สุดเพราะจะอยู่ในสภาพนี้ได้ไม่มีอาชีพอะไรแล้วนอกจากมาเป็นพระ ไม่มีแล้วคุณจะอยู่อย่างที่เรียกว่าไม่ต้องรับแม้แต่ไปบิณฑบาตนี่นะคนที่ใส่บาตรไม่ใช่ว่าจะต้องต้องการถ้าเกิดว่าคนนั้นมีภูมิธรรมสูงแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องการอะไรแลกเปลี่ยนอีกเนี่ยเราต้องสอนเขาให้รู้แม้แต่เราไปบิณฑบาตเขาจะใส่ก็เห็นสมควรพระที่จะต้องให้ข้าวให้น้ำสำหรับท่านจะเลี้ยงชีพเลี้ยงชีวิตเลี้ยงท่านไว้ท่านจะได้ทำงานให้แก่สังคมเพราะพระเป็นผู้ที่ทำงานให้แก่สังคมอย่างแกยังดีนี่หมายถึงพระแท้ๆนะพระความหมายของพุทธเป็นพหูชนะหินตายักษ์พหูชนะสุขายักษ์หรือเป็นผู้ที่เรียกว่าพระพุทธศาสนาปิดตาเป็นผู้ที่จะประดิษฐานชนทั้งหลายพระพุทธศาสนาประชาชนทั้งหมดทั้งมวลให้เป็นอริยชาติให้เป็นคนที่มียายะทำให้เป็นคนเจริญให้ รุ่งเรืองมียายทำมีธรรมะมีสัจธรรมเป็นคนที่อารยธรรมก็คืออารยชนเป็นคนที่พัฒนาไม่ใช่คนด้อยพัฒนาจะรู้จักใช้วัตถุจะรู้จักใช้จิตใจจะอยู่กันอย่างสงบสันติจะพัฒนาอย่างนั้นพระจะเป็นผู้ที่พัฒนาสังคมพัฒนามนุษย์ชาติอย่างนี้นี่เป็นเป้าหมายนี้เป็นอุดมการณ์ของศาสนาพุทธและเป็นจริงได้สมัยพระพุทธเจ้าท่านก็ทำจนเป็นหลักฐานเป็นสิ่งที่จริงอยู่สงบสุขเย็นเป็นไปแต่มันก็ยังจะมีสิ่งที่มันเกินกว่าศาสนาจะเกี่ยวข้องถึงยกตัวอย่างง่ายๆเช่นเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านสร้างศาสนาขึ้นแล้วคนมานับถือศาสนาพุทธก็ไม่ใช่ว่าทั้งหมดทั้งประเทศเมื่อไหร่เพราะนอกเหนือจากศาสนาพุทธก็จะมีคำสอนที่เพี้ยนๆเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ไปเจริญที่จะมีไอ้นี่ เรื่องของเขาสวนศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านก็ทำเสริมเข้าไปอีกมันจะมีแนวที่เข้มงวดกวดขันแกร่งกล้าบริสุทธิ์บริบูรณ์หมดกิเลสสะอาดสูงขึ้นไปอีกท่านก็ทำอยู่เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างเป็นแกนเป็นแก่นศาสนาอย่างนี้จะมีได้ก็เมื่อมีผู้ที่เป็นผู้ที่เป็นพุทธสัมมาสัมพุทธะหรือเป็นผู้ที่มีพุทธคุณอันที่รู้จักสัมมารู้จักสัมมาแล้วก็รู้จักมัชฌิมาที่จริงใจสะอาดจริงแล้วก็จะมานำทำกันโดยเฉพาะพระพุทธเจ้าขึ้นมานำทำก่อนและปลูกฝังพระสาวกเอาไว้แล้วก็ถ่ายทอดกรรมวิธีคำสอนทฤษฎีพระโอวาทปาฏิโมกข์ต่างๆไว้ให้เอามาทำให้เอามาพิสูจน์ยืนยันว่าแม้แต่ที่สุดเราทำอะไรก็สะอาด กระทั่งอาชีพคาราโอเกะนราพังไม่ใช่คิงชนะตาเราก็ไม่เป็นเราไม่ทำอะไรเพื่อที่จะแลกใช้วัตถุและวัตถุเนี่ยในวินัยห้ามไว้ตรงๆอยู่แล้วสำหรับพระท่านก็ไม่ได้เอาวัตถุและวัตถุเอาพระเครื่องไปแล้วก็ติดตามว่าเช่าที่ต่างก็สัมมนาคุณที่ต่างก็บูชาอะไรก็ใช้เพราะภาษาเรื่องไปแล้วก็เอาแบงค์มาให้กับพระและคนก็เอาพระเครื่องไปไอ้อย่างนี้จะเลี้ยงด้วยภาษายังไงคนดินดีมันรู้คนฉลาดฉลาดมึงก็รู้มึงก็ดูออกมันเป็นการแลกวัต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน