สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รู้และจัดสรรอุปาทยรูป 24.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน รู้และจัดสรรอุปาทยรูป 24 คนบางคนอาจหาว่าอาตมาอวดตัว แต่อาตมาบอกความจริง อาการอยากอวดอาตมาไม่มีอาการอยากอวดนั้น แม้เป็นรูป อรูปก็ไม่มีแล้ว ต้องรู้อาการนั้น ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด แล้วจะต่อหรือไม่ต่อ อรหันต์ต้องรู้ วิการรูป 5 ลักขณรูป 4 เป็นตัวจบของอรหันต์ เป็นตัวลึกที่สุดคงที่แล้ว ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนคือวิการรูป จะรู้ความเบา ทำความเบาได้เป็นกายลหุตา เป็นกายที่เบาที่สุดได้ คุณทำเบาที่สุดนี้ยาก คุณทำให้แรงนี้ไม่ยาก ทุกวันนี้เขาพยายามสร้างความแรงให้ถึงที่สุดกันแล้ว ความบ้าไม่สิ้นสุด จะทำระเบิดนิวเคลียร์ให้แรงที่สุด เต้นฮาร์ดร็อคแรงที่สุดทำจัดจ้านไม่หยุดหรอก พวกบ้า นี่ไม่ได้ด่าแต่พูดความจริง พลังงานจิตมีสามเจตสิก คือ เวทนา สัญญา สังขาร คุณทำสามอย่างนี้ให้คล่องที่สุด กายลหุตา กายมุทุตา กายกัมมัญญตา สร้างกัมมัญญะ เป็นการงานการกระทำที่ได้เหมาะสมที่สุด เหมาะดีเหมาะควรที่สุดด้วยภูมิปัญญาแต่ละคนตามบารมี คุณจะจัดสัดส่วนให้เหมาะ แรงนั้นไม่ยาก เบายาก ให้เร็ว คล่อง ในเวทนาสัญญา สังขาร กายปาคุญญตาคือความคล่องแคล่วของเวทนา สัญญา สังขาร คุณจัดการกับสามอาการจิตนี้ได้ คุณก็จัดการเอามาใช้งานได้ ควบคุมแรง เบา เร็ว ช้า แล้วเอามาทำงาน กัมมัญญตา เมื่อทำแล้วจัดสัดส่วนเป็นสังขาร เป็นวิญญัติออกไปนี่คือวิการรูป 5 นี่คือกาย ท่าทางลีลา นัจจะ นี่คือเสียง คีตะวาทิตะ คือประกอบนัจจะคีตะวาทิตะคือกายวิญญัติ ถ้าไม่ออกท่าทางไม่กระดิกเลย ก็มีแต่วจีวิญญัติ อุปาทยรูป 24 ต้องรู้ก่อน เพราะเป็นสิ่งที่คุณจะจัดสรร เป็นรูปที่ถูกรู้ แล้วค่อยไปรู้เจตสิก 52 จิต 89 หรือ 121 ในอภิธรรมว่าไว้ แต่เอาไว้ก่อน พูดแค่รูป 24 นี้แล้วเอาไปทำให้ดี รูป 28 อธิบายวิการรูปและลักขณรูป ปริเฉทรูปคือจัดสัดส่ว
อ่านต่อ
นในปริเฉทหนึ่ง บริบทหนึ่ง chapter หนึ่งก็ได้ paragraph หนึ่งก็ได้ ในปริเฉทนี้มีองค์ประกอบเท่านี้คุณก็จัดสรรเท่านี้ ก็ต้องรู้สิ่งที่ถูกรู้ในปริเฉทนี้ มีดอกไม้ มีโต๊ะ มีขวด ก็จัดสรร นี่คือปริเฉทหนึ่งของโต๊ะ หากเป็นตัวอักษรก็เอาย่อหน้าหนึ่ง หน้าหนึ่ง ก็ตาม จะขยายเป็นสามปริเฉทแล้วจะเรียกว่าบริบทหนึ่งก็ได้ หรือหลายๆบทรวมกันเลย ก็เรียกว่า chapter ก็ได้อีก มีเครื่องหมายให้รู้ว่าเท่าไหร่ จากนั้นก็เป็นอาหารรูป มีผัสสะ ในผัสสะต้องมีเจตนา ต้องรู้รูปนาม ต้องรู้ธรรมะสองคืออิตถีภาวะกับปุริสภาวะ ถ้าคุณเองคุณจัดสรรได้ว่าอิตถีภาวะคือสิ่งที่ปรุงแต่งคุณคุมได้ในสัดส่วนพอดี ก็เท่ากับคุมสภาวะพลังงานบวกและลบ หรือคุณคุมพลังงานผู้หญิงผู้ชาย หยินหยาง หรือคุมได้ทั้งนิวเคลียร์ฟิชชั่นและฟิวชั่น คุมได้ นั่นละคือคุณสามารถจัดสรรภาวะสอง ถือว่าคุมเสร็จถือว่าเป็นปุริสภาวะ ถ้ายังทะเลาะกันคืออิตถีภาวะ แม้คนละขั้วแต่จัดสรรสัดส่วนได้ดีมี harmony คุมได้หลายหลาย ต้องการเท่าไหร่ ให้แรงมากร้อนมากเย็นมาก เขียวหรือแดงมาก็คุม tonality ได้ คุณเป็นผู้ปรุงแต่ง composer ได้ โดยคุณมีเจตนากับรูปนามเป็นธรรมะสองแจกไปเป็นบวกกับลบคืออิตถีภาวะกับปุริสภาวะ ถ้าได้สมดุลก็พอดีเป็นปุงลิงค์ คนที่เก่งกว่านั้น อาศัยปุงลิงค์ก็ดีแล้วเป็นคนมีประโยชน์ แล้วคุณสามารถหยุดจบเป็น นปุงสกลิงค์เป็น 0 ก็มีตัวพัก จัดสัดส่วนได้ดีที่สุดได้ นี่คืองานศิลปะโลกุตระ ชีวิตรูปคือยังไม่ดับการเคลื่อนไหว มีพลังงานชีวิตอยู่ จะให้มันหยุดพลังงานเลยเป็นนปุงสกลิงค์ก็ทำได้ คือหมดชีวิต ทำชั่วคราวก็ดับชั่วคราว ทำได้ถาวรไม่เกิดอีกเลย คุณทำได้ จะทำอะไรล่ะ? อัตภาพของคุณเลย หรือจะอยู่ก็อยู่อย่างอุเบกขากับเมตตา อุเบกขาคือฐานพัก ขยายจากนปุงสกลิงค์ กับปุงลิงค์ เป็นเมตตากับอุเบกขา หทยรูปคือ อาการธาตุรู้มันเกิดในตัวคุณ คุณกำหนดที่มันไม่ได้หรอก อ่านมันเคลื่อนไหวอยู่ที่ใดในร่างกายเรา มันไม่อยู่นอกอาการ 32 นี้หรอก คุณจับได้ตรงไหนก็คือหทยรูป เป็นของแท้จริงเกิดอยู่ในปัจจุบัน คือหทยัง เป็นนามธรรมอย่างยิ่ง ต้องจับอ่านอาการได้ แล้วถึงรู้ว่ามีชีวิตหรือไม่? อยากให้ดับชีวิตดับชั่วคราวหรือดับถาวรเลยได้ เหมือนนักวิทยาศาสตร์แยกธาตุ h กับ o ออกจากกันได้ แยกธาตุน้ำนี้ออก เหลือ h กับ o เหมือนพวงมะม่วงที่หลุดจากขั้วแล้ว ตกแตกกระจาย พวงมะม่วงนั้นก็หายไป ไม่รวมเป็นพวงมะม่วงอีก
590322_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ศิลปะโลกุตระต้องมีสัปปุริสธรรม