590210_เทศนางานฌาปนกิจศพ คุณยายกอง นาพงษ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
590210_ เทศนางานฌาปนกิจศพ คุณยายกอง นาพงษ์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พศ. 2559 ที่ บวร ราชธานีอโศก เคลื่อนศพจากเฮือนศูนย์สูญ ตอนเวลาประมาณ 14.00 น. มีท่านสมณะ สิกขมาตุ เดินนำหน้าขบวนแถวส่งศพ มีญาติๆ มาเป็นจำนวนมาก มีเด็กนักเรียนสัมมาสิกขาจากสันติอโศกยกกันมาทั้งโรงเรียน เพื่อร่วมพิธีฌาปนกิจศพ คุณแม่กอง นาพงษ์ ซึ่งเป็น แม่ของคุรุพลอยไพร นั่นเอง เมื่อรวมกับญาติๆ ญาติธรรม และนักเรียนสัมมาสิกขาราชธานีอโศก ผู้มาร่วมงานจึงมีจำนวนมากมาย ลูกๆของคุณยายกอง ซึ่งมีจำนวนถึง 8 คน ก็ได้มารวมกันทั้งหมดพร้อมลูกหลาน พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้มาให้โอวาทก่อนฌาปนกิจศพ
พ่อครู ว่า.. .ณ บัดนี้ก็จะได้ฌาปนกิจศพคุณยายกอง ที่ได้หมดอายุขัยไป ทุกคนต้องถึงจุดนี้เร็วบ้าง นานช้าบ้าง แล้วแต่บารมีของใครของมัน คนเราเกิดแล้วก็ตาย เกิดแล้วก็ตาย จะตายไปแล้วก็ได้แต่เดา เดากันว่า ตายไปแล้วจะไปไหน ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้ว่าหลังตายไปแล้วจะเป็นอย่างไร ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าตรัสว่า กายสเภทา ปรัมมรณา ร่างกายแตกดับไป จะไปไหน? พระพุทธเจ้าท่านพยากรณ์ไว้เยอะ หลังจากตายแล้วไปนรก พระพุทธเจ้าตรัสความจริง คนเราไม่มีใครรู้ได้ว่าตายแล้วไปไหน ศาสนาหลายศาสนาก็ไม่รู้ บางทีก็บอกว่าไปอยู่กับพระเจ้าหรือไปนรก แต่ พระพุทธเจ้าพยากรณ์ว่าไปนรกเยอะ หรือ ไปสวรรค์บ้าง แต่ส่วนมากเท่าที่เห็นคำพยากรณ์แล้วว่าไปนรกเยอะ เพราะเป็นความจริง ตายแล้วส่วนมากจะไปนรก พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันคนส่วนมากหลังจากตายแล้วไปนรกเป็นส่วนมาก ไปสวรรค์นั้นน้อยกว่าน้อย เท่ากับเอามือจิ้มไปในดิน ดินติดในเล็บเท่านั้นแหละที่ได้ไปสวรรค์ นอกนั้นในแผ่นดินทั้งหมดไปตกนรก ที่ไปสวรรค์เท่าขี้เล็บ คำว่าสวรรค์ คำนี้ไปได้ยากมาก คนไม่เข้าใจว่า สวรรค์นรกคืออะไร นรก คือ ทุกข์ทรม
อ่านต่อ
าน แล้วนรกที่ตายไปแล้วนี่ นานมากด้วย กว่าจะไปเกิดอีกก็นานแสนนานมากเลย คนเราไม่รู้ก็ไม่กลัวนรก เท่าไหร่ แต่นรกนี่น่ากลัวมาก อาตมาก็ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า ก็พอรู้พอเข้าใจไม่น้อย บอกพวกเราก็อย่างนั้น คนอื่นที่ได้ยินก็ไม่รู้สึกว่าน่ากลัวอะไร จริงๆ มันน่ากลัวมาก เราพยายามพากเพียรปฏิบัติธรรมกันเถิด ตายแล้วไปรับวิบากเท่านั้น ใครช่วยไม่ได้ แก้ไขไม่ได้แล้ว กรรมใครกรรมมัน กัมมัสโกมหิ กัมมัสกตา กรรมเป็นของตน ส่วนมากก็ทำกรรมบำเรอกิเลส การ ไม่ได้สมกิเลสคือ ตกนรก ตายไปแล้วไม่มีทวารทั้ง 6 ไปรับสัมผัสแล้ว แต่ใจก็ อยากได้อยู่ ก็ตกนรก พลังการอยากได้นี่ทำให้แก่งแย่งทำร้ายทำลายกันหนักหนาสาหัส อย่างใดก็อย่างนั้น แต่ตายไปแล้วแย่งใครไม่ได้ ก็ได้แต่ดิ้นๆๆๆ อยากได้ไป แล้วไม่รู้เรื่องว่าตนเองตาย ดิ้นทรมานอยู่เช่นนั้น คนติดสิ่งเสพติด มันต้องการอยากได้มากจนชักดิ้นชักงอ ไม่รู้เรื่องทำร้ายทำลายได้หมด นี่คือภาวะอาการดิ้นของสัตว์นรก แล้วถ้าไปเป็นเช่นนั้นโดยไม่มีใครปลุกมา ดิ้นข้ามวันข้ามปี ไม่มีตื่นมาได้ ไม่มีดินน้ำไฟลมอะไร ดิ้นรนทรมานมากมาย ตายไปแล้วตกนรกนี่ทรมานมากกว่าเป็นๆ อีก ไม่มีใครช่วยได้ ต้องไปตามวิบากหนักหนาสาหัสนานเท่านาน แล้วไม่รู้จะตายไปจากสัตว์นรกได้อย่างไรอีก เพราะเป็นสัตว์นรกแล้ว ก็รอแต่หมดวิบาก ดิ้นยิ่งกว่าคนติดสิ่งเสพติด คนที่มีมือไม้ก็ดิ้นรนทำร้ายทำลายแสวงหาทางออก คนก็เอามาบำบัดได้ แต่ถ้าตายไปนี่ทรมานไม่มีมือไม้ไปหาอะไรมาบำบัด และก็ไม่มีใครช่วยได้อีก อย่าไปสร้างบาปเวรสิ่งไม่ดี สะสมเป็นผลวิบากเลย พวกเราไม่รู้ไม่เข้าใจ อาตมากว่าจะรู้ ก็ได้ศึกษาผ่านมา ระลึกรู้ได้เกินกว่าสามัญที่คนรู้ได้ ก็เอามาอธิบายสู่ฟัง ผู้มีปัญญาฟังก็คงพอเข้าใจ คนทุกวันนี้ในศาสนาพุทธเข้าใจเพี้ยนไปไกลว่า ตายแล้วไปไหน จะทำบุญส่งไปให้ได้ก็เป็นการประโลมใจ ที่จริง บุญนี่แบ่งกันไม่ได้ แต่ กุศลนี่ถ้ายังเป็นๆ ก็พอช่วยกันได้ แต่ตายไปแล้วไม่มีใครช่วยใคร กรรมเป็นของๆ ตน ตนต้องรับมรดกกรรมของตน กรรมพาเกิดพาเป็นตามจริง กรรมเป็นเชื้อเป็นเผ่าพันธุ์ กว่าจะหมดเชื้อสัตว์นรก มาเป็นสัตว์สวรรค์ การเป็นสัตว์นรกก็จะมีสวรรค์เก๊อยู่ พวกเราก็พากเพียรให้เข้ากระแสโสดาบัน แล้วสูงขึ้นตามลำดับ ฟังแล้วพากเพียรเอา จะได้เป็นประโยชน์กับตนเอง พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วมาบอกมาสอน ควรเป็นสิ่งที่ควรได้ควรเอาให้ได้อย่างยิ่ง เด็กๆ ที่มาได้รู้แล้ว ถ้าไม่เข้าใจไม่มีบารมีก็จะต้องออกไปรับวิบากอีก แต่เมื่อมาอยู่แล้วตั้งใจเอาให้ได้จริงๆ เป็นสิ่งสุดยอดแล้ว ทุกคนคงเข้าใจรับสัจจะนี้ไปพัฒนาตนเอง จะได้ทำฌาปนกิจต่อไป...เจริญธรรมทุกคน