590102_ธรรมะภาคค่ำ ว.บบบ.ครั้งที่ ๔ ปรากฏการณ์ของว.บบบ_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์341 KB
วันที่แก้ไข13 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

590102_ธรรมะภาคค่ำ ว.บบบ.ครั้งที่ 4 ปรากฏการณ์ของว.บบบ.

พ่อครูว่า… เจริญธรรมทุกคนวันนี้คาบเย็นของวันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2559 ที่ บวรราชธานีอโศกแล้ว วันนี้วันพระน้อย แรม 8 ค่ำเดือนอ้ายปีวอก เราก็มาสาธยายกันคาบสุดท้าย อาตมาก็เป็นคาบสุดท้าย ในงานที่จะมาร่วมกันสอบร่วมกันสามัคคีร่วมกันมาฝึกตน ร่วมกันมาทดลองตนเองจริงๆ เป็นภาพปรากฏการณ์จริงของความเป็นจริงไม่ใช่ตรรกะไม่ได้เรียนแต่ใช้สมองก็คิดอยู่ในห้องเรียน อยู่ที่อื่นใดใดแต่ทั้งมาประพฤติอยู่ได้กระทบสัมผัส ทั้งได้มีและการระวังสังวร จะไม่เหมือนเวลาเราปล่อยชีวิตอยู่กับโลกๆ ถ้าเรามาเราก็จะรู้ว่าเราต้องมาเข้าสนามรบหรือสนามสอบ แม้จะได้ไปในสนามรบประจันหน้ากับศัตรูทีเดียว ก็มีการตั้งสติรู้ตัวทั่วพร้อมมากกว่าอยู่ข้างนอก เราจะมีสติสัมปชัญญะมีความสังวรระวังมากกว่าปกติ ยิ่งมีการฟังธรรม มีการปฏิบัติต่อเหตุปัจจัยต่างๆ ที่เราจะได้เห็นอาการต่างๆ ที่จะมากระทบเรา เราได้เรียนรู้ธรรมะมาว่า วิธีปฏิบัติตนปฏิบัติธรรมคืออย่าง ไร? การมาใช้เวลา 7 วันนี้ที่ได้ทดสอบตนเอง ชื่อว่าเป็น การทดสอบความจริงอย่างเป็น phenomenology ที่ถูกต้องและดีที่สุด ก็ช่วยกันเอาใจใส่มีน้ำใจกันถ้วนทั่วเลย ดูแลกันเองช่วยเหลือเกินไป มันเกิดเหตุการณ์ เกิดบทบาทที่สำคัญมากเลย คนที่มีปัญญา ผ่านพบเข้ามาในจังหวะนี้ จังหวะที่พวกเรามีพฤติกรรมสังคมในหมู่บ้าน แล้วก็มาสังเกตการณ์มาดูมาเห็น อย่างครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ได้ผ่านเข้ามา ชื่อว่าเป็นปราชญ์คนหนึ่ง เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีปฏิภาณปัญญา มีบทบาทต่อสังคม จนได้ชื่อว่าครูบาทั้งๆ ที่เป็นฆราวาสแท้ ก็เรียกกันเป็นครูบาติดปาก มาสัมภาษณ์แล้วก็ไป comment ไปในทาง facebook เขาได้มา ก็จะได้เปิดเผยความเห็นของผู้อื่นที่มาพร้อมสัมภาษณ์เข้า แล้วกล้า

อ่านต่อ

แสดงออกต่อสาธารณะ ต่อสังคมใน social media อาตมาว่ามันเป็นฤกษ์ดี เป็นเวลาที่มีคนยอมรับชาวอโศกขึ้นมายังสำคัญแต่ก่อนจะได้อ่านของครูบาสุทธินันท์ก็มีอันหนึ่งมาว่า

งานศพคนตายขายคนเป็น สดสดร้อนร้อนที่ฉันเพิ่งไปงานศพของลูกคนเล็กที่พึ่งเสีย อายุเพียง 39 ปีเอง น่าอเนจอนาถใจ กับพระข้างนอก อะไรอะไร ก็ต้องเป็นเงินใส่ซองไปหมด ร้อยขึ้นไปตามลำดับ ตามระบอบของทางวัดเก็บกระดูกก็ต้องใส่ซอง สวดส่งกระดูกวิญญาณ ก็ต้องใส่ซองบ้าบอคอแตกก็ใส่ซอง มีแต่เรื่องแนะนำเป็นเงินทั้งนั้นแล้วก็จะให้ทำบุญ 7 วัน เลี้ยงพระ 50 วัน 100 วัน บวชหน้าศพก็ซอง ดิฉันจะเป็นลมหลายตลบกับพระข้างนอก หากินอย่างรีดเลือดกันจริงๆ ต้องกู้เงินจัดงานศพแสนกว่าเกือบ 2 แสน ก่อตั้งหน้าเป็นหนี้กันต่อไป คือลูกชายคนโตของดิฉันไม่ต้องพูดเรื่องซองที่ได้รับลูกชายคนโตก็ได้รับการเรียนรู้ด้วยตนเองว่า พระ หรือแพะ ที่เขาหากินกัน กราบแทบเท้านมัสการค่ะ ผขร. อาตมาสงสารคนในศาสนาพุทธมากคนไม่กล้าตายเพราะเป็นกันอย่างนี้นี่เป็นเหตุการณ์จริง ตายแล้วต้องเป็นหนี้ตั้งแสนสองแสนสำหรับคนเป็น เป็นเรื่องที่น่าอดสูใจจริงๆ เป็นเรื่องทารุณของสังคมจริงๆ มันจะนอนด้วยนะ ห้ามผีตกป่าช้าแล้วไม่ฟังเขาเขาจะเอาเท่าไหร่ ก็ต้องให้ต้องจ่าย จะอะไรก็ไม่ได้มันอะไรกันนักกันหนาชีวิตในสังคมมนุษยชาติ วัดใดที่รุ่มรวยก็เพราะเป็นไปแต่วัดใดที่เป็นอย่างที่ว่าไปเจอวัดไหนก็ไม่รู้นี่ สุดทรมานทรกรรม ที่ต้องมาพูดนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้สติ แต่เขาคงไม่ฟังกันหรอกที่เราพูด เราจะแสดงออกอย่างไร ผ่านหูเขาก็ไม่สนใจไม่รับรู้ดีไม่ดีรับฟังเข้าใจแต่จะด่าเราตอบเลย เป็นอย่างนั้น ซึ่งมันสุดแล้วสังคมทุกวันนี้ อาตมาจึงจำเป็นจะต้องแรงต้องชัดต้องอุตสาหะวิริยะต้องสู้ทน ที่จะต้องพยายามเปิดเผยความจริงแล้วก็ชี้แจงความชั่วความผิด เป็นเรื่องจำนวนที่จะต้องทำ ขณะที่พูดกันอย่างนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจไม่รู้สึกยังเห็นว่าอาตมามาหาเรื่องมาส่อเสียด มาเที่ยวด่าว่าคนนั้นคนนี้เขามันไม่ใช่ เรานี่ก็ลำบากใจอยู่อย่างนี้เพราะเราจะพูดถึงความผิดความไม่ดีมันก็ไปเจอคนที่เขาผิดเขาไม่ดีจำนวนมากในสังคม แต่พอเราจะพูดถึงความถูกต้องความดีงาม มันก็เป็นคนน้อยนิดในสังคม และสิ่งสำคัญคือดันมาเป็นพวกเราที่ถูกที่ดีอีกพูดแล้วก็เลย เหมือนกับข่มคนอื่น มันเป็นอย่างนี้แหละท่านผู้ฟัง มันเรื่องจริงใช่ไหม ก็เลยไม่รู้จะเรียกอย่างไร เรามีพฤติกรรมแสดงในสังคมมา 30 40 ปีก็มีคนเห็นไม่น้อย นี่เป็นบทความที่เอามาจาก facebook ของครูบาสุทธินันท์ปรัชญพฤทธิ์ https://www.facebook.com/sutthinun.pratchayapruet?pnref=story สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

ฮอมบุญตักบาตรที่ราชธานีอโศก นับเป็นเรื่องพิเศษปลายปีของชีวิต ที่ได้มีโอกาสมานอนแหล่งนักบุญถึง 2 คืน คนนอกส่วนมากก็มาแบบผ่านมาแล้วผ่านไป ชมไปทึ่งไปแล้วก็กลับ ..สถานที่นี้ แทบจะเรียกว่า เป็นอาณานิคมชาวสะเทินบกแห่งเดียวของประเทศไทย ที่ก่อร่างสร้างตัวจากที่ลุ่มอันรกเรื้อของแม่น้ำมูล เป็นพื้นที่ๆ ไม่มีใครสนใจ .. หน้าน้ำหลาก น้ำท่วมไหนท่วมหนึ่ง ท่วมจนถึงเพดานบ้านทุกปีๆ แต่ด้วยปรีชาชาญหาญกล้า ที่จะฟันฝ่าอุปสรรคให้ลุล่วง จ า ก ก า ร ล อ ย ค อ เ รี ย น อ ยู่ เ รี ย น ทำ ชาวราชธานีอโศกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ..อยู่ได้ อยู่ดี สบายมาก ! นึกดูสิเธอ พื้นที่ราบเรียบธรรมดา ก็สาหัสแล้ว แต่นี่น้ำท่วม และท่วมประจำ มาที่นี่เราจึงเห็นเรือบรรทุกข้าวในลำน้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่ ชาวอโศกขนมาดัดแปลงเป็น โรงเรียน> ลอยน้ำ ร้านค้าลอยน้ำ ที่พำนักอาศัยลอยน้ำ จ น ก ล า ย เ ป็ น ห มู่ บ้ า น ส ะ เ ทิ น น้ำ ส ะ เ ทิ น บ ก เคยได้ยินใช่ไหม ..น้ำมาปลากินมด..น้ำลดมดกินปลา ที่นี่ > > < น้ำมาขึ้นเรือใหญ่< น้ำลดไปลงพื้นเพาะปลูก คนบ้านราช เล่นเอาเถิดเอาล่อกับน้ำจนคุ้นชิน ทุกสิ่งที่เป็นปัญหา ชาวบ้านราชเอามาเป็นโจทย์การเรียนรู้ทั้งสิ้น ไม่ต้องไปรอให้ใครอนุมัติหลักสูตร หรือมาประเมินหลักสูตร พวกก๋าๆ ทางการศึกษามาที่นี่อาจจะโดนถีบ มันเป็นการบริหารการศึกษามือคนละชั้น .. > น้ำท่วม ใช้เรือ ลอยเรือ ก็ตั้งโครงการสร้างอู่ซ่อมเรือของตนเอง จนมีนักศึกษาทางด้านนี้มาศึกษาอยู่เนืองๆ > ดินเสื่อมดินเลวก็สร้างโรงปุ๋ยยักษ์เหลือใช้ ออกจำหน่ายราคาเยา > พืชผลต้องการน้ำ ก็วางระบบน้ำหยด ประหยัดน้ำให้พอดีแก่พืชผักนั้นๆ > อาหารปลอดสารพิษ ผลิตเอง 100 % > พันธุ์ผักพันธุ์พืชเก็บรักษาไว้ตลอด GMO กระจอกทันที > จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ค้นคว้าผลิตของตนเอง ส่งไปประกวดระดับนานาชาติ ได้อันดับ 2 > วิธีปลูกผัก พืชผลต่างๆ ใครอย่ามาคุย ที่นี่ทำจนเป็นเรื่องจิ๊บจ้อย > ด้านการรักษา ยาสมุนไพร ครบเครื่องสมบูรณ์แบบ > ทุกครัวเรือน กำลังสร้างสวนครัวเล็กๆดูดีมาก ทั้งๆ ที่อาหารโรงรวมก็เหลือล้น > ความรักความสามัคคี ที่เป็นปัญหาของสถาบันหรือองค์กรภายนอก ที่นี่บ่มีเด้อ ขอบอก ชาวอโศกหัวใจเดียวกัน ! ก็เห็นแล้วมิใช่รึ จะให้ปักหลักอยู่ราชดำเดิน 10 ปี สบาย > ระบบการเรียนรู้ มีทุกระดับ ประถม มัธยม กำลังจะผลิตบุคลากรอุดมศึกษา ป.ตรี - ถึงเอก ในไม่ช้า > ศักยภาพของบุคลากร เธอจะเอาระดับไหนล่ะ ดร. เดินชนกันจนตีนบวม ! ปีนี้ที่ไหนๆ ก็แล้ง แต่ชาวราชธานีอโศกบอกกำลังดี น้ำลดลงไปแค่ไหน แปลงผักตามไปถึงนั่น ใช้วิชาความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้อย่างยอดเยี่ยม จอมยุทธด้านดิน-ด้านน้ำ-ด้านพืชผัก -ด้านปุ๋ย -ด้านวิศวะกรรม -ด้านพลังงาน มีครบจิปาถะที่โลกภายนอกเขามี โรงพยาบาลมีแล้ว โรงปุ๋ยมีแล้ว โรงผลิตยาสมุนไพรมีแล้ว กำลังตอกเสาเข็ม ส ร้ า ง ม ห า วิ ท ย า ลั ย .. มันคักอีหลีเด้อนางเด้อ ตี 3 ได้ยินเสียง เตือนให้สวดมนต์ ซึ่งก็หมายถึงได้เวลาและลงมือเรียน ภาควิชาจิตใจ พอฟ้าเรื่อเรืองตั้งแถวรอใส่บาตร ตลอดเส้นทางประมาณ 1 กม. ชาวอโศกจะรอใส่บาตรกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ..พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ เดินหน้าพาขบวนมารับบาตร ท่านยิ้มแย้มทักทาย เป็นภาพการใส่บาตรที่อิ่มเอิบอิ่มบุญจนยากจะอธิบาย ความรักความศรัทธากันและกันอย่างเปี่ยมล้น เป็นอุปนิสัยของชาวอโศก ใครจะนึกบ้างไหมว่า พื้นที่ๆ มีอุปสรรคสุดโหดจะกลายเป็นพื้นที่สร้างบุญให้ปรากฏเชิงประจักษ์ บรรยากาศที่อบอวลความผาสุก ความสดชื่นโดยธรรมชาติ ผู้คนอยู่ภายใต้ชุดสีครามเดียวกัน กริยาสงบเรียบร้อย แต่ขยันขันแข็งเหลือเกิน ! มองหาคนลงพุงไม่เจอ มองหาคนหน้าบูดก็ไม่เจอ มองหาคนวิกลจริตอวดเบ่งคับโลกก็ไม่เจอ มองหาคนเมาเหล้าเมายาบ้าก็ไม่เจอ มองหาคนขี้เกียจก็ไม่เจอ มองหาคนบ้าอำนาจก็ไม่เจอ มองหาคนเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ก็ไม่เจอ มองหาคนเจ้ายศเจ้าอย่างก็ไม่เจอ มองหาคนฟุ่มเฟือย มักง่ายก็ไม่เจอ มองหาลิงหลอกเจ้าก็ไม่เจอ อย่างนี้ใช่ไหมเล่า คือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง นำพากันเองไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริง ! เศรษฐกิจพอเพียง ชาวอโศกทำเป็นรูปธรรม สนองพระราชดำริของในหลวงจนจบเจนใจ ที่นี่มีแต่ของจริง ของปลอม อยู่ที่ไหน ใครๆ ก็รู้ จะพูดไปให้ถูกถีบ ต อ น ปี ใ ห ม่ ทำ ไ ม ล่ ะ

ตอนท้ายการเทศนา

วิธีทำใจเมื่อได้มาสอบว.บบบ. พวกเราบำเพ็ญคนบำเพ็ญธรรมกันมาตั้ง 6 วันไม่รู้ว่าเข็ดหรือว่าหนีกันไปบ้างหรือไม่ก็เอาเถอะแต่ว่าอาตมาจัดว.บบบ.มาวันนี้ เห็นพัฒนาการเห็นความได้ประโยชน์ได้ผลคุ้มต่อกันเหน็ดเหนื่อยลงทุนใช้เวลาทุนรอนแรงงานไปทำ ก็ขอขอบคุณที่ทำให้สิ่งนี้มันเกิดสำเร็จเป็นพฤติกรรมสังคมขึ้นมาในสังคมมนุษย์มันเป็นสุดยอดแห่งการบำเพ็ญประพฤติ อาตมาก็ใช้วันเวลาช่วงนี้ที่จะวัดใจกัน เป็นวัน holiday เป็นวัน long weekend หยุดให้ตั้งหลายวัน เป็นวันนักขัตฤกษ์ที่ต้องหยุดกันแต่คนก็ไม่ใช้วันเหล่านั้นไปสำมะเลเทเมาไปไร้สาระหรือเป็นโทษเป็นภัย แต่กลับเกิดปัญญารู้จักสิ่งควรประพฤติควรกระทำ ใครยังมีอาการโหยหาว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ไม่ได้ไป countdown ที่นั่นที่นี่ตามที่แต่ที่เขาจะหลอกกันสารพัด ว่าน่าสนุกน่าอร่อยเพลิดเพลินก็ว่ากันไป เขาก็หลอกกันไปสารพัด ใครยังโหยหาอยากจะไประริกระรี้กันอยู่บ้าง…..ไม่ต้องยกมือ ก็มากันได้ขนาดนี้คุณมาฝืนกันได้ 6 วันพรุ่งนี้ก็เข้าห้องสอบ คุณก็อยู่จนได้อนุโมทนาสาธุด้วยจริงๆ เป็นสิ่งที่ดีงามเป็นสิ่งประเสริฐรู้คิดมีภูมิปัญญาใช้วันเวลาแรงงานทุนรอนมาทางนี้ มันก็เป็นเรื่องประเสริฐ อาตมาก็สบายใจที่มันมีลักษณะที่ดีมีสิ่งประเสริฐมีสิ่งที่อ่านได้วัดได้ยืนยันได้ว่ามันดีอย่างไรเท่าที่อาตมาจะมีภูมิรู้ยิ่งเห็นพวกคนประพฤติกระทำกันอาตมาก็พอใช้ภูมิปัญญาปฏิภาณของอาตมาว่าคุณมีคำกริยาพฤติกรรมความประพฤติการปฏิบัติมีอาการให้เห็น มีกายวิญญัติ วจีวิญญัติ อะไรแค่ไหน ประมวลเหตุปัจจัยต่างๆ อาตมาเข้าวัดว่ามันมีการก้าวหน้ามีการเจริญกว่าเก่า หลายคนมีลักษณะดีอย่างนี้ซ้อนว่าคือมาสอบครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 แล้วหลายคนก็ไม่ได้เข็มมาถึงครั้งนี้ก็วางใจไม่ได้เข็มก็ไม่เป็นไรอันนี้เป็นความเจริญครั้งแรกอาการแรงกว่านี้เยอะทั้งที่ 2 บางคนอาจจะอยากได้มากกว่าเก่าเอาให้ได้แต่มันไม่ได้ข้อสอบอีกครั้งที่ 3 อยากได้อีกมากก็ได้หรือว่าวางใจบ้างก็ได้แต่ครั้งที่ 4 นี่วางใจไปเยอะยิ่งเป็นการก้าวหน้าเลย มัน 3 ครั้งแล้วครั้งที่ 4 จะได้ไหมนี่นี่คือวิวัฒนาการของจิตวิญญาณด้วย ยกตัวอย่างมาให้คุณอ่านใจตัวเอง ดูแม่แต่บางคนก็มีความชินชาบางคนได้ตั้ง 3 เข็มแล้วกำลังจะเอาเข็มที่ 4 ก็เกิดชินชาไม่ได้หมายความว่าเฉยเมย คำว่า “ชิน” แปลว่าชนะ คำว่า “ชา” แปลว่ารู้ ในภาษาบาลีแท้ๆ ชินะแปลว่าชนะ ส่วนคำว่า ชา หรือชานาติ ปรีชาแปลว่ารู้รอบ มันรู้แล้วก็ชนะแล้วก็เลยชิน ก็เลยภาษาอีสานว่ามันลึ่ง ก็คือชินชา คือวางเฉยแล้ว มันไม่มีอาการที่กระดี๊กระด๊าเพิ่มแต่ดีใจลดลงจนชินไป เป็นอาการที่เจริญก้าวหน้า ทั้งทั้งที่เราก็มาขยันจะสอบ ขวนขวายเรียนรู้แต่อาการชินชามันเกิด ลดลง ใครมีอาการนี้เกิดก็ดูของเราเอง เราต้องสอบต้องมีความรู้ต้องเอาใจใส่แต่อาการ ปีติ ที่มันดีใจชื่นใจนั้นลดลง จากแรงๆ จากอุพเพงคาปีติก็ลดลง ถ้าใครเฉยๆ แล้วก็ยิ่งดีเป็นความเบาบางแผ่ซ่านไปในจิตเฉยๆ เนียนๆ ลึกๆ ไม่มีอะไรมาก หากอุพเพงคาปีติก็แรงเป็นภัยต่ออารมณ์เป็นภัยต่อจิตต่อตนเอง อาตมามีหน้าที่ที่จะต้องมาช่วยคนทำให้คนเจริญ ไม่เบื่อไม่หน่ายอาตมาเป็นโพธิสัตว์มาหลายชาติ มาทำหน้าที่นี้ ตั้งใจอยู่ต่อไปอีก เพราะว่ามันไม่เสียหลายมันมีผล มีประโยชน์เกิดได้เป็นได้ มันเป็นไปได้ไม่ใช่ว่ามาทำแล้วก็เป็นไปไม่ได้เลยหรือมีน้อยจนน่าเหี่ยวใจ อาตมาได้มากขนาดนี้ ได้คนมาขนาดนี้ก็ชื่นใจแล้วอาตมาก็รู้ตัวว่าอาตมาไม่ใช่คนมีบารมีคนเก่งกาจเกินไป ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว แต่ได้มากกว่านี้มันก็ดี แต่ได้มากก็ไม่ใช่คนมากวนมารวน แต่ได้มาแบบตั้งใจอย่างนี้ดีแล้วเพราะวิธีการที่อาตมาพาทำนี้มีลักษณะอาการคัดเลือกอยู่ในตัว ก็เลยได้ผู้ที่ต้องมีใจจริง ยินดีพากเพียรอุตสาหะพากเพียรก็ได้อันนี้ไป

พ่อแม่ทางจิตวิญญาณ ความเจริญของที่อาตมาทำงานมาถึงวันนี้วินาทีนี้ยังทำให้อาตมามีพลัง ยังไม่ได้ลดพลังที่จะพากเพียรทำงาน รู้สึกว่าธรรมะพพจ.นี้มาถึงยุคนี้แล้ว เห็นกระแสหลักองค์รวมนั้นมิจฉาทิฏฐิเป๋ไป๋ไปจนกระทั่งกู้ไม่ขึ้นหรอกบอกได้เลย รู้อาตมาเป็น พ่อ รู้มวลสมณะสิกขมาตุ พี่ป้าน้าอาผู้ใหญ่ที่มีภูมิธรรมช่วยกันเป็นแม่เลี้ยงแม่นม ช่วยกันทำให้จิตวิญญาณเราเกิด สัตว์โอปปาติกะเกิด มาตาคืออย่างนี้ ปิตาคืออย่างนี้ ปุริสภาวะ คือปิตา อิตถีภาวะ ก็เป็นมาตา เป็นเรื่องปรมัตถธรรมที่แท้ จริง ช่วยกันทำให้เกิดเป็นองค์ประกอบที่พร้อมพรักเป็นแดนเกิดของ มนสิการ เป็นสัมภวะ แต่ที่ไม่มาอยู่ที่นี่เป็นสัมภเวสีทั้งนั้น พวกที่อยู่นอกที่นี่เป็นสัมภเวสีล่องลอยไป พาวิญญาณไปหานรกสวรรค์เก๊อยู่อย่างนั้นแต่ผู้เข้ามาที่นี่จิตวิญญาณจะได้รับการขัดเกลาหล่อหลอมทำให้เกิดพัฒนาขึ้นมา แม่ คือองค์ประกอบที่เป็นอิตถีภาวะ เป็นอาการก็ได้ ทั้งแม่และพ่อ อาการทางจิต ทางกายกรรม วจีกรรม ก็ช่วยกันร่วมกัน สิ่งที่ดีกันต่อไปเถิดเทอญ...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน