590102_ธรรมะรับอรุณ ว.บบบ.ครั้งที่ ๔ มาสู่แสงอรุณบนแผ่นดินพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590102 ธรรมะรับอรุณ ว.บบบ.ครั้งที่ 4 มาสู่แสงอรุณบนแผ่นดินพุทธ วันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2559 ที่ บวรราชธานีอโศก
พ่อครูว่า...เจริญธรรมสำนึกดีปีใหม่ … ปีใหม่ขอฝากฟ้า ฝากฝัน บ้านราชฯเร่งโรมรัน รับใช้ เรียกลูกอโศกกระสัน สู้ศึกสร้างสรรค์ กลัวกลับแกล้งบ่ใกล้ สดับแล้วรีบมา
กวีบทนี้ยาก แต่ลึก สำหรับพวกเราต้องชัดเจน ปีใหม่ของฝากฟ้าฝากฝัน อ.เป็นต้น รำพึงมา อ.เป็นต้นสุดท้ายมานี่ ไปบอดที่ไหนมานานตอนนี้สว่างแล้วก็มา ก็เลยนึกถึงผู้ที่บอดอยู่ข้างนอก ตอนนี้ได้แสงอรุณแล้วก็เลยระลึกถึงเพื่อน ตอนนี้บ้านราชฯ ใครมาเห็นแล้วก็คงจะเห็นว่าเร้าเรื่องโรมรันแต่เราสู้ศึกด้วยสร้างสรรค์ เราผ่านขั้นปรองดองมาแล้ว โลกทั้งโลกยังปรองดองไม่สำเร็จ เมืองไทยคงทำปรองดองสำเร็จ แต่เมืองไทยก็มีแกนปรองดองสำเร็จ คือเรา รูปเราก็เลยกำลังสร้างสรร เรียกลูกอโศกกระสัน กระสันมานิพพาน มีวิภวตัณหาอย่างแรงกล้า กลัวกลับแกล้งบ่ใกล้ สดับแล้วรีบมา เป็นอิตถีภาวะบอกว่าจะมาแต่ไม่มา ที่นี่อยากจะให้มีคนทำเองสร้างเองสำหรับแผ่นโซล่าเซลล์ มันหนักที่ซื้อแผ่นนี่แหละ อาตมาทำแน่เซ็นสัญญากับพระอาทิตย์แล้ว อาตมาเอาแน่ ได้ ok กับพระอาทิตย์แล้ว เพื่อที่จะให้เป็นพลังงานธรรมชาติจริงๆ หมุนเวียนธรมชาติ อาตมาต้องมาสร้างทุกอย่าง ตั้งแต่อยู่บ้าน อาตมาเป็นคนจน สร้างบ้านจากการผ่อนเงินจากรัฐที่ 62 ตารางวา เกิดจากทิฐิ 62 แล้วค่อยค่อยต่อเติมขึ้นมา เป็นบ้านธรรมดา 2 ชั้น ก็ต่อเติมเป็น 4 ห้องข้างบน และข้างล่าง หาต้นไม้มาปลูก ปลูกต้นใหญ่ได้ต้นเดียวนอกนั้นก็ปลูกต้นคูณอยู่หน้าบ้านแล้วก็ตกแต่ง ก็มีคนมา ขายหิน มารถกระบะ คนเห็นมาขาย 10 กว่าก้อน ขายพันห้าร้อยบาท ไม่มีใครซื้อมันแพง อาตมาเงินเดือน 750 บาท หมดเงินเดือนสองเดือนเลย แต่ก็ซื้อตั้งใจซื้อ ตัดใจ
อ่านต่อ
ซื้อ เสร็จแล้วก็ใช้หินนั่นแหละสร้างเป็นป่าเขาตามภูมิอาตมา แม้ที่สุดทำน้ำตกรูปหัวใจก็ทำ เอาแผ่นปูนทำด้วยตีนวางไปตามพื้น ลุงมาเห็นก็ว่าทำไมทำเป็นรูปตีนเพื่อให้คนเดินมาสู่บ้าน อาตมาก็บอกว่าบ้านหลังนี้ตีนหมายถึงลำแข้ง ก้าวเดินด้วยลำแข้ง บ้านนี้ชื่อว่าบ้านร่ม ก็คิดว่าจะสร้างบ้านอีกหนึ่งหลังชื่อว่าเรือนรัก เป็นบ้านร่มรื่นรัก มีโมเดลที่สร้างขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ทันลงมือสร้างหลังใหม่เรือนรัก แต่ก็ไม่ได้ทำมานี่เสียก่อน มาถึงหมู่บ้านปฐมอโศกก็สร้างน้ำตก ภูเขา แม่น้ำ ขยายมาจากบ้าน ก็มีไม้ร่มมาช่วย ดีง่ายก็ช่วยขับแบคโฮลตลอด ดีง่ายก็ตื่นมาช่วยกันยกก้อนหินเรียงเป็นน้ำตก เป็นภูเขา จนหินทุกก้อนเรียงเสร็จ มีในลำธารด้วย มาที่สันติอโศก สร้างน้ำตกอีก ไม้ร่มเป็นคนวางหินกับดีง่าย มีแบค โฮลคันแรก เจ้าแจคเพื่อนยาก ใช้งานตั้งแต่ปฐมฯ สันติฯ มาบ้านราชฯ ตอนนี้อยู่ปฐมอโศก เลยไปทะเลธรรมด้วย ตอนนี้เรามีแบคโฮลตั้งหลายคัน มี 800 มี 400 มี 200 ก็ใช้ ตอนนี้เราก็จะทำหาดทราย ที่คลองถอยหลังเข้า มี แก้งสระโพธิ์ แก้งตำอิด แก้งติดราม แก้งสามใส แก้งไผใหญ่ แก้งไทฌาง มีสะพานข้ามตรงแก่งติดราม สิ่งเหล่านี้เป็น system analysis มีการสังเคราะห์เป็นรูปร่างเรื่องราว จนได้ผลมาเป็น output มีเหตุ สมุทัย ปัจจัย เกิดเหตุซ้อนกันไป เป็น input process out put มี เกิดสังเคราะห์เป็น outcome เป็น impact เป็นปลายผลสุดยอด ไม่ใช่กายไปแบบ นิวเคลียร์ฟิชชั่น เพราะเรามีสันโดษ เหมือนปฐมอโศก สันติอโศกก็มีที่จบ มีการพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง ที่สันติฯตอนนี้ทาวเฮ้าส์ก็ทุกเจ้าออกไปแล้วก็จะรื้อ แล้วออกแบบขึ้นใหม่ที่เป็น อาวาส อารามมากกว่านั้น ที่เป็นด้านหน้าเป็นอาคารพาณิชย์ ตอนนี้ยังไม่ตกผลึก ก็จะพัฒนากันไป เราจะสร้างบ้านแปลงเมืองด้วยทฤษฎีบุญนิยม ที่จะพยายามพัฒนาตั้งแต่พาณิชย์ กสิกรรม การศึกษา สื่อสาร การเมือง นอกนั้นก็มีบุญนิยม 12 ด้านอีก คำว่าบุญนิยม ก็คือทำอย่างที่คนมีบุญ คนมีบุญเป็นคนที่มีสิ่งที่ไม่มี ได้สำเร็จ มันเป็นภาษาของการย้อนแย้งในตัว dialactic เหมือนกับโฮมีโอพา ธีย์ ที่ใช้พลังงานเล็กละเอียด เป็นย้อนสภาพที่เกิดพลังงานสูงสุดในความละเอียดสุด เช่นพลังงานทางสงบไปสยบความรุนแรงได้
นิโรธสุภกิณหะ(ดับแบบฤาษี) นิโรธสุภกิณหา พอเกิดวิญญาณฐีติ หรือสัตตาวาส 4 มันจะเกิดลักษณะสภาพที่ กายอย่างเดียวกันสัญญาอย่างเดียวกัน มันก็นิโรธด้วยกันทั้งคู่ แต่อันหนึ่งฉลาดปราดเปรียว ว่องไว แต่อีกอันหนึ่ง ดับนิ่ง ต่างคนก็ต่างว่าได้นิโรธ ดับ แต่คนละภาค ภาคหนึ่งสว่างคล่องแคล่วปราดเปรียว ในเวทนาสัญญาสังขารเป็นมุทุธาตุ ทั้งปัญญาและเจโต แต่อีกอัน ดับนิ่งแข็งทื่อ เปรียบเทียบอย่างลาวกับอินเดีย อินเดียต้องการเกลือ แต่ลาวต้องการปลาแดก เขาได้นิโรธด้วยกันทั้งคู่นะ แต่อินเดียต้องการเกลือ แต่ลาวต้องการปลาแดก ลาวก็แคว้นเล็ก อินเดียแคว้นใหญ่เกลือสะอาดกว่า ลาวไม่ติดทะเล ได้สมใจเหมือนกันได้ เค็ม เหมือนกัน ที่ขยายความนี้เป็นทุกอย่างที่ผสมผสานสังเคราะห์ในมหาจักรวาล เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป ลักษณะที่จะครองโลกคือลักษณะที่ไม่มีชีวิต แต่ชีวิตก็เกิดแต่ตายเร็วกว่าสิ่งที่เป็นอุตุ อุตุจะอยู่นานกว่า แม้แต่พีชะก็อยู่นานกว่า ซ้อนๆ กันอยู่เช่นนี้เราจะเข้าใจธรรมะสอง รูปกับนามทำงานในโลก ทางฟิสิกส์รู้สสาร พลังงาน แต่ใน ชีวะระดับจิตนิยาม ชีววิทยาเข้าไปไม่ถึง จิตวิทยาทางโลกก็ได้แค่ระดับตื้นๆ emotional quotient เขาก็เรียนได้ระดับหนึ่ง ส่วนจิตวิทยาทางธรรมะของพระพุทธเจ้านี่ครบทุกอย่างจนถึงมหาจักรวาล อาตมามีภูมิพอรู้ได้ว่าเอกภพอยู่อย่างไร เราก็ทำตามประมาณของเราน้อยไว้ เผื่อพอไว้ อย่าให้เสียผล อย่าไปคิดโง่ อาตมามีตัวอย่าง มีเศรษฐีคนหนึ่งไปเล่นหุ้นรวยหุ้น เป็นหลายร้อยล้าน ครั้งสุดท้ายหมดไปหลายร้อยล้านเสียใจฆ่าตัวตาย เมียก็ร้องไห้เรามีเหลือตั้งสองร้อยล้านจากมือเปล่า เราคนจนมาได้ พวกเราอย่าท้อแท้ คนผิดพลาดแล้วเราได้สำนึกจริงก็หยุดอย่าผิดซ้ำสอง ลืมเสียแล้วเข้ามา ถ้าทุกคนให้อภัยแล้วไม่ติดใจอะไรแล้วก็มาเต็มที่ เข้ามาร่วมไม้ร่วมมือ ในโลกนี้ก็มีจุดๆหนึ่งที่เราเลือก เมื่อเราเลือกแล้วก็มาจะไปไหนเสีย ไปเราก็ทำเต็มที่ มันก็มีจุดหนึ่งที่เป็นเรา มีหนึ่งเดียวในแต่ละยุค มีสิ่งที่สุดในอะไรอันใดอันหนึ่งเท่านั้น โลกของโลกุตระก็มีอันหนึ่ง ถ้าอาตมาเจอโพธิสัตว์ที่ใหญ่กว่าอาตมาอาตมาก็จะไป เขาสร้างรูปธรรมชัดเจนใหญ่กว่าอาตมาก็จะไป ติชนัทฮันห์อาตมาก็รู้ ฉือจี้อาตมาก็รู้ แต่อาตมาว่าอาตมาครบครันกว่านะ
_ชุมชนชาวอโศกเจริญที่สุดหรือยัง หรือจะยังเจริญเพิ่มขึ้นได้อีกครับ และ การสวดมนต์ข้ามปีจะทำดีหรือไม่ครับ ตอบ...จะนานหรือเร็วก็ตาม อโศกเกิดแล้ว ไม่รู้ที่จะไปก็โง่ก็เชิญ คุณจะรอทำไมเรารู้นะว่าเราเจริญยังไม่เต็มที่ เรามาสร้างสิ เราควรมาต่อยอด ก็มา ถ้าเห็นที่ใดดีกว่าก็ไปช่วย แต่เรายังดีไม่สุดก็มาช่วยทำ จะรอให้ดีสุดแล้วก็ชุบมือเปิบหรืออย่างไร การสวดมนต์ข้ามปี เป็นแค่จับกังแบกลังทอง มีแต่สีลลัพพตุปาทาน ผิดก็ยึดผิด เป็นอาบัติด้วย ไม่รู้สัมมาทิฏฐิ อัตตา 3 ขออภัยที่ยกตัวอย่างเช่นทิเบตก็ได้แต่ เจโต เก่งมีพลังงานที่จะใช้ได้ แต่อโศกจะมีหลากหลายศาสตร์แต่เป็นศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ การสวดมนต์เป็นความจำนนของเขาก็เหมือนวนิพก นี่คือความเสื่อมของศาสนา มันคือมีตลอดไม่มีภูมิจะช่วยเหลือเขาได้มากกว่านั้นก็ไปร้องคร่ำครวญโหยหวนให้เขาฟังให้เขาติด ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น จะนำพาอะไรไม่เป็น อาตมาไม่ได้ไปข่มนะ ไม่ได้ซ้ำเติมย่ำยีแต่พูดสัจธรรม ให้รู้ทางออกและจัดการอารมณ์ของตนเอง อาตมาจะสร้างโมเดลของโลก มีมนุษย์ชมพูทวีปเป็นแกน จะต้องทำงานให้แก่โลก ช่วยคนได้ในยุคสุดท้าย เราอยู่ในเกณฑ์สงบไม่ไปทำร้ายด้านไหน ใครมีวิบากก็ถูกฆ่าไป คนไหนรอดก็ มีวิบากดีแท้อย่าห่ามก็แล้วกัน
_คนข้างวัดและคนนอกวัด คนนอกวัดมีเวลาอยู่สบาย นิ่งนิ่ง มีเวลาอ่านหนังสือ สอบได้ตั้ง 2 เข็ม 3 เข็ม คนวัดทำงานมาก ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ สอบไม่ได้สักเข็ม คนนอกวัด สอบได้แล้วก็ยังมาว่าคนวัดอีกว่าทำไมสอบไม่ได้สักเข็มอีก คนวัดบางคนก็บอกว่า กิจวัตรเขาก็ไม่ได้ทำ แต่เขากลับสอบได้ ให้พ่อท่านช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อย ตอบ...ก็หมดปัญญาวิเคราะห์ ที่สุดก็คือ เป็นผู้ที่ทำด้วยมือ ชนะด้วยเรี่ยวแรง ไม่ใช่ไปนอนกินแล้วบอกว่าฉันเก่งฉันเก่ง เราก็ลงทุนลงแรงช่วยอาตมาสร้าง หาเงินไปซื้อทองคำให้เขา เลือกเอาจะนอนกิน หรือช่วยอาตมาหาเงินไปซื้อทองคำให้เขา จบ
อ่านอาการกิเลสได้อย่างไร?
_รู้โทสะ วีตโทสะ อย่างไร?ให้สัมมา ตอบ … ต้องมาดู อาการมันเคลื่อนไหวขึ้นมา เกิดอาการเป็นชีวิตอินทรีย์ของโทสะเป็นอาการอย่างไร? คุณก็ต้องทำให้หมดอาการ หมดชีวิต 1 ศพหมดสูญหาย อากาสาฯก็ว่างนิ่งเงียบ ใสสว่างว่างสด วิญญานัญจาฯ มีสัจจะชีวิตเรารับรู้ว่า ว่างสุดยัง มีอีกไหมเหลือเศษอีกไหม? อากิญจัญฯ เล็กละเอียด ว่างสุดๆ ยังมีอีกไหม? ตรวจอีก ก็ตรวจเข้าไปอีกจนแน่ใจว่า อากิญจัญญายตนะ ไม่เหลือแม้เศษเล็กน้อย จนรู้แจ้งว่ามันหมดจริง พ้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ พ้นอวิชชาสวะ พ้นอวิชชานุสัย ไม่เหลือความไม่รู้ จึงเรียกว่าสัญญาเวทยิตตังนิโร ธังโหติ จบเหลือแต่อาลัย อาศัย หมดเยื่อใยส่วนต่อ ถ้าจะตายจบไม่มีอะไรอาศัยไม่ตั้งอยู่นี่แหละ จะรู้อาการแยกตระกูลราคะต่างจากโทสะ ในโทสะมีต่างกันมากหรือน้อย เหลือกับไม่เหลือ สิ้นอย่าง นิจจัง ธุวัง สัสตัง อวิปรินามธัมมัง อสังหิรัง อสังกุปปัง
_ผู้ใหญ่วางใจจิตไม่มีโทสะ(วีตโทสะ) ปล่อยให้เด็กคุยกัน เพราะตนเองผัสสะแล้วไม่คุ้ม กับผู้ใหญ่เกิดสโทสะว่า ทำไมเป็นนักเรียนสัมมาสิกขาแล้วไม่รู้กาละเทศะ ผู้ใหญ่ก็มาบอกก็รู้ แต่คุรุวางใจเหมือนกับผู้ใหญ่คนที่ 1 สรุปก็คือ เด็กก็ยังไม่ทราบว่าอะไรควรหรือไม่ควร ตอบ… ก็คุณนั้นแหละไปบอกเอง ก็แล้วกันก็จบบอกไม่ได้ คุณก็กลับดึกก็แล้วกัน ก็จบคนก็ต้องยอมเด็ก ก็มันสุดแล้ว คนไม่มีฤทธิ์อะไรอีกแล้ว มันย้อนแย้งซ้อนที่สุดด้วย ผู้ที่ทำความสงบสยบความเคลื่อนไหวได้ ผู้ใช้ความสงบสยบความรุนแรงได้ ก็เก่งระดับหนึ่ง ผู้ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวได้ก็เก่งระดับ 1 ถามว่าความเคลื่อนไหวกับความรุนแรงอะไรมันจบอะไรมันสูงอะไรมันต่ำกว่ากัน ภาพเคลื่อนไหว มากกว่าที่มันเคลื่อนไหวรุนแรง จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเคลื่อนไหวรุนแรง กลับรุนแรงล่ะ อันไหนมากกว่า และรุนแรงกับรุนแรง จะไปเคลื่อนไหวรุนแรง มันก็ยังวนซ้อนไม่รู้จักจบ เพราะฉะนั้นใครหยุดก่อนคนนั้นชนะก็จบแล้ว ไม่เช่นนั้นคุณก็จะรุนแรงกันต่อไม่จบใครหยุดก่อนคนนั้นก็ชนะ
_Sms 010159 _ 0893592xxx อัลลอฮ์คือผู้เป็นเจ้าแห่งจักรวาล อิสลามเป็นศาสนาแห่งมนุษย์โลก ต้องปรองดองเราพี่น้องกัน _0868911xxx สิ้นปีได้ฟังธรรมต้นปีได้ฟังธรรม(จากพ่อครูฯ)...ปีติใจ _0893867xxx นมก.พ่อครูฯวันปีใหม่ขอถวายพรแด่พ่อครู สมณะ. สิกขมาตุ ญาติธรรม มวลชนคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกพุทธสถานเจริญสุขสงบสันติด้วยพระพรในพ่อหลวงฯ ด้วยใจรักภักดีฯ พสกนิกร ขอน้อมนำพระพรในพ่อหลวงฯ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรงมีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่นและมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอฯ มาประพฤติตนเป็นสุจริตชนปฏิบัติทุกหน้าที่โดยสุจริตใจสุจริตธรรม!สกก.มวลช นคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ _0893867xxx เอ!ไฉนปีใหม่ฟังธรรมสุขสงบกว่าปีเก่าเยอะแยะเลย!skk _0893867xxx วันหยุดนี้ถามประเด็นธรรมเกี่ยวกับสติได้ไหม?สติมี หลายระดับสติปุถุชน,สติ กัลยาชน,สติอาริยชน!สติร ะดับใดจะรู้เท่าทันทุกสถานการณ์ได้ดี?skk
สติปุถุชน สติโลกุตรชน ต่างกันอย่างไร
ตอบ… สติปุถุชน ยังไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี หรือรู้ดีก็ทำดีไม่ได้ ส่วนผู้ที่รู้ดีแล้วทำดีได้ก็คือกัลยาณชน คุณมีสติรู้ทุกอย่างแล้วทำได้ สติโลกุตระ คือ คนรู้โลกียะโลกุตระ รู้อาการจิตถูกต้องว่า คือราคะ โทสะ โมหะ แล้วทำการลดได้จริง คนที่ทำจิตให้ลดกิเลส ได้จริง ผู้รู้ว่านี่เป็นสติขั้นโลกุตระแต่ยังทำไม่ได้ก็เป็น กัลยาณชน แต่ขั้นจิตที่จะทำให้จิตดับจิตจางคลาย อย่างนิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) ไม่ได้สมบูรณ์ก็เป็น กัลยาณชน
_0893867xxx พ่อครูกล่าวในเรื่องยอดนิยายของโลกว่าสติเป็นอธิปไตย-ปัญญาเป็นอุตระหมาย ถึงจิตยิ่งใหญ่คือจิตมีพลัง เหนืออัตตาธิปไตยโลกาธิปไตย! โปรดอธิบายเพิ่มเติมได้ไหม?skk ตอบ… สติเป็นอธิปไตย เป็นพลังงานอำนาจ ในอำนาจคือแรง ต้นกลกับต้นหนใครใหญ่กว่ากัน ต้นหนใหญ่กว่า ต้นกลอยู่ในก้นบึ้ง ต้นหนจะพาไปชนภูเขาน้ำแข็งเมื่อไหร่ก็ได้ ต้นกลมีหน้าที่บอกทาง เร่งถอยช้าเร็ว ปัญญาจึงนำเจโต ในคำสอนพพจ.นั้น ปัญญานำเจโตศรัทธาต้องตามปัญญา สติก็เป็นตัวยังไม่สูง เป็นอธิปไตย แล้วจะรู้ถึงอำนาจ รู้ถึงสาระ เป็นผู้อมตะคือจบสาระ ชี้เกิดชี้ตายของตนเองได้
_0850951xxx แบกกลดเดินเหยียบย่ำ ดอกไม้ อุตริสงฆ์น่าเวทนา? _0893867xxx ยุ่งกับพิธีกรรมธรีมกายไปใย?ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะมหาเถรสมาคม.เป็นเช่นนั้นเอง!
อ่านใจตนได้ด้วยสติปัฏฐาน
_การทำใจในใจอย่างไร? การทำธัมวิจัยทำอย่างไร? การแยกกายแยกจิตทำอย่างไร? ตอบ… อ่านใจตนได้ด้วยสติปัฏฐาน การตั้งสติ สติคือระลึกได้ สัมปชัญญะคือรู้ตัว สัมปชานะคือรู้ยิ่งขึ้นไป ก็ทำต่อไป ทำใจตนเป็นด้วยโยนิโสมสนิการ อ่านใจตนได้ด้วยสติปัฏฐาน การตั้งสติ สติ (คือ ระลึกได้ สัมปชัญญะ(รู้ตัว) สัมปชานะ (รู้สึกตัวยิ่ง) ทำใจตนเป็นด้วยโยนิโสมนสิการ . สัมปัชชติ (เกิดขึ้น กลายเป็น) สัมปัชชลติ(ลุกไหม้) สัมปัตตะ (เข้าถึง) ใจแสนสงบด้วยสัมมาวิมุติเป็นสัมปันนะ (สำเร็จดี) ใจแสนรู้ด้วยสัมมาญาณะเป็นโลกวิทู ใจแสนสบายด้วยสัมมาสมาธิ อันมีคุณสมบัติ สะอาด สว่าง สงบ สร้างสรร สมรรถนะ สามัคคี ได้อานิสงส์พ้นทุกข์ ชีวิตมีสุข มีชีวิตที่เป็นประโยชน์. กายคือองค์ประชุม จิตคือหนึ่ง เมื่อสองอันนี้กายกับใจรวมกันแล้วแยกเป็นจิต รวมหัวสองนี้ให้เป็นเอกสโมสรณา ถ้าจะชรตาเป็นสอง เราก็ไปหาหนึ่งใหม่ซ้อนอย่างนี้ เราต้องรู้ฐานะที่พอดีพอเหมาะกับตน ปโหติ ตามที่เราตัดสินแล้วหยุดเสียที ลังเลก็ไม่ได้ทำอะไรเสียที ถ้าหยุดตรงนี้ได้ก็จบ
_หนูเป็นเด็กถูกผู้ใหญ่ว่ายึดถือ แต่หนูก็ต้องทำตามผู้ใหญ่อีกที ทีแรกรู้สึกว่าเขาด่าหนู แต่หนูก็นึกอีกทีว่า หนูไปยึดหลักเกณฑ์นั่นเองก็เลยเข้าใจผู้ใหญ่ ว่าเราไปยึดทำให้ผู้ใหญ่ลำบาก ตอบ… ปฏิฆสัมผัสโส คือเมื่อสัมผัสเกิดปฏิฆ คือสองอัน ฆ คือเจโต ปฏิคือ สอง เราก็ ปฏิ ขึ้นไปเป็นสอง เมื่อกระทบกันเราก็ทำให้เป็น หนึ่ง ถ้าคุณจะไปสองกับเขาก็ไปทุกสอง คุณจะอยู่สองหรืออยู่หนึ่ง แสงอรุณข้อที่ 4 คืออัตตสัมปทา อธิบายซ้อนถึงแสงอรุณ7 ขยายถึงทิฏฐิ 10 แล้วขยายถึงโลกนี้โลกหน้า กำลังจะอธิบาย มาตา ปิตา โลกนี้คือโลกโลกีย์ ส่วนโลกหน้าที่คุณยังทำไม่ได้ในอนาคตแต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นโลกุตระ ทุกปัจจุบันที่ทำได้ ก็จะเกิดโลกหน้า ที่เคลื่อนเป็นโลกุตระขึ้นไปเรื่อย แม่มีหน้าที่ทำให้เกิดลูก เกิดผลสำเร็จเมื่อเกิดแล้ว แม่กับพ่อคุณก็ต้องเลือกเอา 1 แล้วก็ปล่อย 2 ออกไป หลุดไป พ่อก็จะไปก่อน แม่ก็จะปล่อยตามแม่ก็จะกลายเป็นพ่อ ได้ 2 แล้ว 1 ก็จะปล่อยไป ปล่อยสองแล้วเอา 1 ตลอดกาล เป็นปุงลิงค์ แล้วมาเป็น นปุงสกลิงค์ แล้วก็กลับไปกลับม าได้ ถ้าช่วยเขาก็เป็นปุงลิงค์ ช่วยเสร็จเป็นนปุงสกลิงค์ พ่อกับแม่ก็เช่นเดียวกัน พ่อคือ 0 แม่คือ 1 อาตมาจึงพักที่ตัวเองคือพ่อ ทำงานก็ทำอย่างแม่ แต่คุณว่างานเยอะ ให้อาตมาทำงานเยอะหรือพักเยอะ คุณอยากให้อาตมาพักเยอะแต่อาตมาต้องทำงานเยอะ เห็นไหมไม่มีภาษาพูดต่อแล้วนะ คุณเสร็จจบหรือยัง ก็ยังจะให้อาตมาหยุดได้อย่างไร คุณทำให้เสร็จเป็นอรหันต์อาตมาจะได้พัก นี่คือสภาพที่มันเนื่องกันอยู่มีหยุดมีพักได้ พพจ.จึงจบที่เราไม่พักเราไม่เพียร จบ พักคือหยุดเพียรคือทำ เราไม่พักเราไม่เพียรนั่นแหละเราข้ามโอฆสงสารสำเร็จแล้ว เราไม่พักอยู่ (อัปปติฏฐัง) เท่ากับยังเพียรต่อไป เราไม่เพียรอยู่ (อนายูหัง) เท่ากับพักหรือไม่ต่ออายุอิทธิบาท เราเป็นผู้ข้ามโอฆสงสารได้แล้ว (โอฆมตรินติ) เมื่อใดเรายังพักอยู่ (สันติฏฺฐามิ) เมื่อนั้นเรายังจมอยู่โดยแท้ เมื่อใดเรายังเพียรอยู่ (อายูหามิ) เมื่อนั้นเรายังลอยอยู่โดยแท้ เราไม่พัก เราไม่เพียร ข้ามโอฆะได้แล้วอย่างนี้แล (พตปฎ. เล่ม 15 ข้อ 2) เราหยุดแล้วแต่เธอสิยังไม่หยุด องคุลิมาลเลยเป็นอรหันต์ มาบวช ...จบ