สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สังกัปปะให้เป็นบุญ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.41 KB
วันที่แก้ไข6 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สังกัปปะให้เป็นบุญ อาตมาทำงานมา จนถึงป่านนี้ แล้วมีพวกเรา รวมตัว มานั่งฟังธรรมกันเป็นกิจจะลักษณะ บางคนก็มาได้หนึ่งวัน สองวัน สามวัน บางคนมาได้ 5 6 วัน บางคนมาครบ 7 วันได้ วันนี้ก็เป็นวันที่ 5 แล้ว ยังเหลืออีก 2 วัน คนที่รู้สาระ ก็มาตั้งใจศึกษา การศึกษาของพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรเลยก็มีคือการศึกษา 3 มีสิ่งที่จะตั้งกรอบขอบเขตอะไร ให้แก่ตัวเองปฏิบัติเป็นศีล จะตั้งใจปฏิบัติจริงๆ ให้เกิด อธิจิตขึ้นเป็นสมาธิ แล้วจะเกิดอธิปัญญา เป็นธาตุรู้ว่า ทำได้ไม่เป็นวิมุติ หรือเป็นวิมุติหมดแล้ว เป็นการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเข้าใจศาสนาพระพุทธเจ้าแล้ว เข้าใจการศึกษาสามนี้แล้ว จะไปเรียนทางโลก คณะไหนก็แล้วแต่ การศึกษาไหนก็แล้วแต่ หากเอาการศึกษา 3 นี้ไปร่วมด้วย จะเรียนได้ดีได้เจริญ เพราะการศึกษาของพระพุทธเจ้า อยู่กับการศึกษา อยู่กับชีวิตทั้งหมด เจริญไปด้วยอธิศีล จิตยิ่งคิดดี เจริญไปด้วยปัญญา ด้วยความรอบรู้ อาตมาพยายามอธิบาย ให้ละเอียดกับพวกเรา ในยุคนี้ ก่อนอาตมาจะมาทำงานศาสนาพุทธ ท่านมีความรู้ของศาสนาพุทธเละเทะเพี้ยน เสื่อมไปจากความถูกต้องเยอะ อาตมาก็มาพูดความถูกต้อง โดยปรามตำหนิสิ่งที่ผิด เพราะมันได้ผิดมามาก จนเกือบจะไม่เหลือสิ่งที่ถูก ยังมีเหลือแต่ภาษาบัญญัติ แต่ความเข้าใจของท่าน ได้เข้าใจผิดเพี้ยน ไปหมดแล้ว คนที่เข้าใจความหมาย แม้จะแปลได้ถูก แต่ก็ยังเข้าใจผิดอีก มันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก พยัญชนะแปลออกมาก็ถูก แต่เวลามีชีวิตอยู่ ตั้งแต่คิดเลยก็คิดผิด พูดก็พูดไปอีกอย่าง ทำก็ทำไปอีกอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกับที่รู้ อันนี้ก็น่าสงสาร เช่น คำว่า บุญ ที่อาตมาย้ำคำว่าบุญ ก็เพราะว่า คำว่าบุญ ได้ทำลายศาสนาพุทธหนักมาก คำว่าบุญเป็นคำของ ศาสนาพุทธเท่านั้น เพราะมันเป็นอัตลักษณ์

อ่านต่อ

ของศาสนาพุทธศาสนาเดียว ศาสนาไหนๆ ก็ทำบุญไม่เป็น แม้ในยุคนี้ศาสนาพุทธ ก็ทำบุญไม่เป็นแล้ว เอาบุญไปปู้ยี่ปู้ยำหมด บุญเป็นเครื่องมือ ในการตัดกิเลส ทำหน้าที่เดียว เมื่อทำหน้าที่เสร็จจบ จบแล้วตาย บุญนี่ เหมือนผึ้งตัวผู้ มันผสมพันธุ์เสร็จ มันก็ตาย นั่นแหละคือบุญ มีหน้าที่จะปราบกิเลส หรือทำจิตให้สะอาด สันตานังปุนาติวิโสเทติ มีหน้าที่ทำจิตสันดาน ให้สะอาดหมดจด ทำหน้าที่เสร็จแล้วก็ตาย ไม่มีเศษอะไรเหลืออีกเลย บุญไม่ใช่สมบัติโดยยิ่งทำจะได้สะสม ไม่ใช่ ยิ่งทำยิ่งหมด เป็นพระอรหันต์แล้วบุญหมด เพราะทำบาปหมดแล้ว ปุญญปาปปริกขีโณ สิ้นบุญสิ้นบาป อรหันต์เป็นคน สัพพปาปัสส อกรณังแล้ว แต่ยังมีกรรมกิริยา ก็มีแต่กุศล กุสลัสสูปปสัมปทา ในโอวาทปาติโมกข์ จึงใช้คำว่าสัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง เพราะท่าน สจิตตปริโยทปนัง ได้ทำกิเลสหมดแล้ว จึงมีชีวิตอย่าง กุสลัสสูปสัมปทา ทุกกรรมกิริยา ก็แต่กุศลเกิด อาตมาจึงพยายามย้ำ ให้เข้าใจบุญ อย่าเข้าใจบุญผิด กลายเป็นเอาบุญมาเป็นบาป เอาไปค้าขาย คำว่าบุญคำเดียว ทำลายศาสนาได้อย่างมหาวินาศ การปฏิบัติธรรม จะต้องทำจิตให้เป็นบุญ เป็นหนึ่งเดียว จะมีประสิทธิภาพสูง ทำหน้าที่ประหารกิเลสได้ เพราะว่าบุญ ทำหน้าที่ประหารกิเลส เมื่อประกอบบุญได้ จะมีประสิทธิภาพยิ่งกว่ากิโยติน คืออาวุธร้ายแรงอะไรก็ตาม ที่เป็นอาวุธนิวเคลียร์ ที่จริงไม่น่าจะสร้างขึ้นมาทำร้ายคน แต่คุณสร้างบุญ สร้างอาวุธทำลายกิเลส มันเป็นนามธรรม มันยิ่งกว่าลมๆแล้งๆ มันไม่มีตัวตน คุณต้องศึกษาดีๆ ศึกษาพลังงาน ไฟฌานที่เป็นพลังงานไฟ ที่เหนือกว่าไฟราคะ ไฟโทสะไฟโมหะ ไปสลายกำจัดทำลายพลังงาน ไฟราคะไฟโทสะไฟโมหะ มีประสิทธิภาพได้อย่างนั้น ที่สำคัญคือ เมื่อทำหน้าที่แล้ว มันก็หายไปด้วย บุญไม่มี ใครมีบุญอยู่ ก็คือคนที่ยังไม่เป็นอรหันต์ ใครหมดบุญ คนนั้นเป็นอรหันต์ บุญจึงเป็นสิ่งที่ ไม่น่าเป็นน่ามี แต่เขาไปสะสมบุญกัน บุญสะสมไม่ได้ คุณต้องประกอบในปัจจุบันธรรม คุณต้องเรียนรู้วิธีประกอบบุญ ในกรรมกิริยาต่างๆโดยเฉพาะ ในกระบวนการสังกัปปะ 7 ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา วจีสังขารา ต้องรู้ว่าจิตใจเริ่มดำริ หรือเรียกว่าตักกะ ต้องอ่านให้ทัน เมื่อกระทบสัมผัสกับอะไรก็แล้วแต่ กระทบกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ตานี่มันเห็น รู้กันง่ายเป็นรูป เมื่อกระทบสัมผัสเสร็จ มันจะเกิดความรับรู้ข้างใน ความรับรู้มันก็เป็นสภาพ รูป ปรากฏขึ้น แล้วอ่านอาการที่ปรากฏ มีอาการซ้อนอยู่ในจิต อ่านแล้วทำธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ ถ้าจับอาการแฝง เป็นอาการที่ กาม พยาบาทก็ดี แล้วคุณรับรู้ จัดการทำให้อาการนั้น หายไปจากจิต นั้นคือกระบวนการ 7 ตักกะ เริ่มดำริ แล้วคุณจะต้องทำ วิ ความหมายคำว่า วิ คือ หนึ่ง ทำให้ยิ่ง สอง ทำให้ไม่มี ยิ่งคือทำให้จิตที่มีกามแฝงมานั้น ทำให้กามไม่มี คือทำจิตให้ยิ่ง ทำจิตให้ปราศจากกิเลสกาม นั่นคือวิตักกะ ในวิตักกะ จึงมีกระบวนการสังกัปปะ 7 ทำให้กิเลสดับได้ สั่งสมเป็นอัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ทำให้ธรรมะกลุ่มบวก กลุ่มลบคือ ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ทำงานร่วมกัน ทำให้กิเลสออกไปได้ แล้วออกมาเป็น วจีสังขาร อัปปนา คือตกผลึกควบแน่นเข้า พยัปปนาก็แน่นยิ่งขึ้น เจตโสอภินิโรปนา คือยิ่งแน่น เป็นแก่นแกนมากขึ้น ส่วนตักกะ สังกัปปะ คือพลังงานที่เกิด ต้องอ่านพลังงาน dynamic เอาเศษที่เป็นกาม พยาบาทออกไปเรื่อยๆ จิตใจพระอรหันต์มี ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ ก็สะอาดอย่างเดียว มี อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา ที่แข็งแรงขึ้นแข็งแรงขึ้น

600409_ทำวัตรเช้าปลุกเสก #41 บ้านราช ศีล สมาธิ ปัญญา (แบบพุทธ)ตอน4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน