สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนอย่างสุขสำราญได้เสร็จเป็นความสำเร็จของชีวิต.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน จนอย่างสุขสำราญได้เสร็จเป็นความสำเร็จของชีวิต เศรษฐกิจ ชาวอโศก ขอยืนยันว่า ประพฤติปฏิบัติตนเป็นนักเศรษฐกิจนักเศรษฐศาสตร์เบอร์ 1 ในโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น คุยมันให้เต็มที่เลย อย่างนี้มันต้องใหญ่แน่ เพราะว่าชาวอโศกทำเศรษฐกิจได้ถึงสาธารณโภคี สาธารณโภคีคืออะไร ชาวอโศกก็เป็นชาวไทยกลุ่มหนึ่งที่อยู่เป็นหมู่บ้าน จะมีกี่หมู่บ้านชุมชนก็เท่ากับ อาตมาเอง บริหารคนไทย นี่ไม่ใช่เล่านิทาน แต่เป็นเรื่องจริงทำมากับมือ ชุมชนชาวอโศกทำมากับมือก็ตามก็อยู่ในระบบสาธารณโภคีหมดทุกชุมชน ขณะนี้ในประเทศไทย ชุมชนชาวอโศกทุกชุมชน เดี๋ยวนี้ก้าวหน้า เป็นบวร มีระบบสาธารณโภคีทั้งสิ้น สาธารณโภคีหมายความว่าเป็นนักเศรษฐกิจนักเศรษฐศาสตร์ เป็นคนอยู่ในสังคมนั้นๆ ทำงานให้แก่ส่วนกลาง ทั้งหมด ฟรี ซึ่งระบบประชาธิปไตยก็ทำไม่ได้ คอมมิวนิสต์ก็ทำไม่ได้ ยิ่งเผด็จการก็ทำไม่ได้ใหญ่ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจที่ชาวอโศกทำได้จึงเหนือกว่าทุกระบบ ระบอบเผด็จการ ระบอบคอมมิวนิสต์ ระบอบประชาธิปไตย ขออภัยหากคนรู้สึกหมั่นไส้ เพราะอาตมามั่นใจภูมิใจ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เอามาให้คนศึกษาปฏิบัติตามจนก่อสังคมกลุ่มชุมชนชาวอโศกขึ้นมา อยู่รวมกันแล้วปฏิบัติเศรษฐศาสตร์ระบบของพระพุทธเจ้าที่สูงสุดสำเร็จ เป็นเศรษฐศาสตร์อันนี้ที่สำเร็จแล้ว ตอนแรก นี่อาตมาไม่รู้จักว่าเป็น มันอะไร นี่หัวมันมือเสือหรือ? ทำไปทำมาเขาบอกว่าเป็นหัวบุก เนื้อนี่อย่างกับเนื้อวัวโกเบ เศรษฐกิจที่เราทำนั้น อาตมานั้นทำอยู่ทำกินเป็นปัจจัย 4 เน้น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พัก ยารักษาโรค เดี๋ยวนี้สังคมเป็นสังคมวัวลืมตีน ไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นรากเหง้าของชีวิตของสังคม ไปหลงงาน สร้างทำอะไรเห็นแก่เงินเห็นแก่ความโด่งดัง เห็นแก่อะไรต่ออะไรเ
อ่านต่อ
ป็นวัวลืมตีน เป็นวัวที่ทิ้งตีนตัวเอง เป็นอย่างนี้จะไปไหนรอด อาตมาเห็นแล้วก็น่าสงสาร จึงพาพวกเรามาสู่ความเป็นคน คนสร้างสิ่งที่อยู่ที่กินเรียกว่าหากิน คุณกินเพชรพลอยทองคำไม่ได้ ไปกินเสื้อแบรนด์เนม กินลิปสติก กินขี้หมูราขี้หมาแห้ง ขี้หมาทาสีมาขาย คือมันงมงายกัน มันไปไกลมาก ไกลจนถึง กลายเป็นเครื่องมือหากิน แจ็คหม่าใช้เป็นเครื่องมือหากินก็รวยมาก แล้วไปหลงว่าดีที่ได้เงิน อาตมาก็ว่าอย่าไปหลงพวกนี้เลยปล่อยให้เขารวยไป เราก็มาสร้างสิ่งที่ให้ตัวเองอุดมสมบูรณ์มีอยู่มีกิน แล้วก็ขายให้ถูกๆ ไล่แจกเลย คุณจะมีชีวิตอยู่ได้จนตายไหม ...ได้ คนเราเป็นวัวลืมตีนกันไปไกลมาก ไปหลงอาชีพจนไกลไป อาตมานับอาชีพเหล่านั้น คือมิจฉาชีพ หลงผิดเป็นอาชีพวัวลืมตีน ไปไกล แล้วหันกลับมาดูถูกพวกวัวควาย หรือพวกที่ทำอยู่ทำกินทำอะไรอย่างนี้ เป็นพวกที่สร้างอาหาร ปัจจัย 4 หรือไม่ก็แปรรูปปรุงแต่งเล็กๆน้อยๆ อาตมานึกถึงตัวเอง ที่พาพวกเราทำ สร้างสังคมหมู่กลุ่มเป็นชุมชนหมู่บ้าน จนเดี๋ยวนี้รัฐบาลเห็นว่าควรเป็นหมู่บ้านก็ยกให้เป็นหมู่บ้านนิตินัย อย่างราชธานีอโศก ก็เป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลในอำเภอ เราก็อยู่กันไป เป็นหมู่บ้านบริหารกันไปตามประสาอย่างเรา อาตมาว่าเป็นผลสำเร็จ สังคมหมู่บ้านเราเป็นสาธารณโภคีสุดยอดทางเศรษฐกิจ แม้รัฐกิจ อย่าว่าแต่เศรษฐกิจ รัฐกิจเราก็บริหารกันได้อย่างสบาย สบายคือ ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ทำงานอะไร ทำงานเอกสารเป็นหลัก นอกนั้นไม่ต้องจู้จี้ ว่าชาวบ้านเขาจะอยู่เป็นอย่างไร ก็ทำหน้าที่บริการลูกบ้านไปติดต่อราชการ ไม่ต้องมาจ้ำจี้จ้ำไชเพราะว่าที่นี่มีคนบริหารให้เสร็จสรรพ ผู้ใหญ่บ้านไม่ต้องมาบริหารเลย นักรัฐศาสตร์เข้าใจไหมนี่ เราสำเร็จแม้กระทั่งการบริหารจนไม่ต้องบริหาร เพราะทุกอย่างลงตัวรู้หน้าที่ของประชากรสมาชิกของสังคม อยู่กันอย่างทำงานมีความรับผิดชอบ โดยรับผิดชอบถึงขั้นทุกคนรู้หน้าที่และทำงานอย่างไม่มีรายได้เลย นอกจากไม่มีรายได้แล้วคนก็ได้สมบัติที่คนทำ เปล่า? ทำแล้วก็เอาเข้ากองกลาง มันอะไรกันนักกันหนาเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน นักรัฐศาสตร์ทำไหวไหม คอมมิวนิสต์ก็ทำไม่ได้ สังคมนี้ สมมุติว่าอโศกนี่ หมู่บ้านราชธานีอโศกเป็นประเทศหนึ่งมีประชากรคือสมาชิกสังคมนี้ แล้ว สมาชิกในประเทศนี้ทำงานและเสียภาษี 100% เข้ากองกลาง กองกลางก็มีคณะบริหาร คอมมิวนิสต์เขาก็ทำไม่ได้ประชาธิปไตยก็ทำไม่ได้เผด็จการก็ทำไม่ได้ เราก็ช่วยบริหารกันอย่างให้อุดมสมบูรณ์ นี่พวกนี้ใครจะเอาไปกินก็กินได้ ของกองกลางทั้งนั้น นักรัฐศาสตร์น่าจะสนใจว่าประเทศไทยมีคนกลุ่มไหนเอาทฤษฎีอะไรมาสอน เอาทฤษฎีอะไรมาศึกษา เอาทฤษฎีอะไรมาปฏิบัติจนกลายเป็นสังคมแบบนี้ มีวัฒนธรรมแบบนี้มีพฤติกรรมแบบนี้เป็นอยู่กันอย่างนี้ นักรัฐศาสตร์ฟัง เศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์ก็อยู่ในนี้เสร็จ พอจะฟัง พอจะ get ไหม อาตมาภูมิใจทฤษฎีพระพุทธเจ้า แม้ว่าในยุคนี้จะเป็นยุคที่คนเห็นแก่ตัวจัดจริงๆตัวใครตัวมัน หมู่ใครหมู่มัน แต่ก็มีคนเห็นว่าอย่าไปยึดถือตัวตน ยึดถือกลุ่มเลย มาทำเพื่อส่วนรวม (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะเดินดินว่า...สาธารณโภคีนั้น บารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ทำให้เกิดท้องสนามหลวงกลายเป็นสาธารณโภคีได้เป็นปี มีแต่คนมาให้กัน พ่อครูว่า...สนามหลวงคือสาธารณโภคี พฤติกรรมอย่างนั้น ที่ความเข้าใจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ตรัสไว้ นั่นแหละ ต้องการให้เป็นเช่นนั้น ของพระพุทธเจ้าก็ต้องการให้เป็นเช่นนั้นตรงกันหมด อาตมาจึงเห็นว่าในหลวงเป็นพระโพธิสัตว์จริงๆ เพราะว่าแนวคิด ตรงกันกับของพระพุทธเจ้าทุกอย่าง แล้วท่านก็ทรงพระจริยวัตรแบบนั้นมาตลอดแต่คนอ่านไม่ออก ข้าราชการผู้บริหารปกครองอ่านไม่ออก เข้าใจไม่ได้ ท่านอุตส่าห์ตรัสว่า แบบคนจน เศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา แต่ตีความหมายความจริงไม่ออก ว่า แบบคนจนคืออะไร แบบคนจนก็คือ ชื่อว่าเศรษฐศาสตร์อย่าไปรวย เศรษฐศาสตร์อย่าไปตั้งเป้าว่าจะต้องรวย ต้องเป็นเศรษฐศาสตร์ตั้งเป้าว่าจะไปจน แล้วต้องเข้าใจว่าคนจนจะอยู่อย่างไรทำอย่างไรคนจนจะอยู่รวมกันเป็นสังคมที่สงบเรียบร้อย จนไม่กัดกัน ให้เหมือนไก่ในสุ่มที่จิกกันตาย ไม่แย่งกัน แล้วจนแต่เอื้อเฟื้อแบ่งปันกันอะลุ่มอล่วย อย่างที่ในหลวงตรัสทุกอย่าง เตรียมคลิปแบบคนจนที่ในหลวงตรัส...ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้สัญญาณเลย ตอนนี้แบบคนจนขึ้นสมอง "แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก แล้วไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคตยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสนี้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534
ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้".. พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔
พ่อครูว่า...พระราชดำรัสของในหลวงที่ได้ตรัสไว้อาตมาก็นำมาออกซ้ำซากอยู่ในโทรทัศน์ช่องบุญนิยมนี้ ตลอดเวลา จนหลายคนก็คงจะเบื่อ คงจะเห็นว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอก เอามาพูดซ้ำซาก อาตมาขอยืนยันว่ามันเป็นไปได้ ก็ชาวอโศกเป็นไปได้แล้วไง จริง จะทำให้คนทั้งประเทศจนทั้งหมดไม่ได้หรอก มันก็ต้องมีคนรวยอยู่บ้าง แต่ต้องมีทฤษฎี หรือมีอุดมการณ์ มีความตั้งใจหรือมีความสำนึก ว่าอย่าไปรวยเลย มันจะอยากรวยสนองกิเลสบ้าง แต่ก็มีสำนึกอยู่ ถ้าคนเรามีความเข้าใจความจนไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวน่าเกลียด ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ความจนเป็นสิ่งที่น่าเผชิญ ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว น่าร้าย แต่น่าเผชิญ น่าเป็นให้ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มาเป็นคนจนสำเร็จ และก็อยู่ในระบบใดระบบหนึ่ง อาจจะไม่ต้องถึงเป็นชุมชนชาวอโศกร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นสาธารณโภคีมาเป็นคนจนรายได้เป็น 0 ชาวอโศกที่เป็นผู้ไม่อยู่ในชุมชนก็ประพฤติ มีสำนึกสำเหนียก ไม่ไปกอบโกยเอารัดเอาเปรียบและมีอยู่จำนวนหนึ่ง ที่เขาได้ศึกษาได้เรียนธรรมะของพระพุทธเจ้าที่อาตมาเอามาประกาศอธิบายให้ฟัง เป็นคนที่มีกุศล อย่าเห็นแก่ได้อย่าเห็นแก่ตัว อย่าไปมีกิเลสขี้โลภสะสมกอบโกย เอาธรรมะเอาหลักฐานพระพุทธเจ้า มายืนยัน กถาวัตถุ10 วรรณะ 9 โคตมีสูตร 8 เครื่องตรวจสอบธรรมวินัย ก็ยืนยัน อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ อปจยะ ก็ยืนยันหลักการมีทั้งนั้นเลย ซึ่งเป็นหัวใจของศาสนา เราจะอยู่อย่างไร ศาสนาพุทธนั้นไม่ใช่คนปลีกเดี่ยว คนจะเป็นคนจนนั้นอยู่คนเดียวได้ยากเป็นได้ยากและไม่ถาวร ไม่มีหมู่พวก แต่ถ้าเผื่อว่าอยู่เป็นหมู่เป็นสังคมเป็นหมู่บ้านเป็นชุมชน แน่นอน เราก็อยู่อย่างชุมชนหมู่บ้านเป็นหน่วยเล็ก หลายหมู่บ้าน เป็นตำบลและเป็นอำเภอเป็นจังหวัด จากจังหวัดเป็นประเทศ ก็เป็นลักษณะธรรมดาของสังคมกลุ่มก็ย่อมจะเป็นอย่างนี้ไป สืบสานอยู่เป็นเครือแห ไม่เป็นเครือข่าย เพราะมีเนื้อในที่สานกันอยู่ จะมีระบบระเบียบที่ดี โยงใยถึงกัน อย่างเช่นชุมชนชาวอโศกก็อยู่ร่วมกันช่วยเหลือกัน ลงแข กกัน มาสนุกสนานบันเทิงเริงรมย์เป็นครั้งคราว เป็นคนที่มีเอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ
One For All All for one จากอาตมาคนเดียวมาเป็นหมู่กลุ่มที่เหมือนกันเอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ นี่คือ ความหมาย ท่านแปลอันนี้ ไม่มีคำว่า คน แต่ท่านไปใส่คนเอง เอโกแปลว่าหนึ่ง หนึ่งให้เป็นพหุทาคือหลาย แล้วทำหลายให้เป็นหนึ่ง นี่คือ สิ่งที่เป็นทฤษฎีหลักของพระพุทธเจ้า เป็นอิทธิวิธี เป็นความเก่ง เป็นวิธีการที่เก่ง ถ้าทำให้เกิดอิทธิฤทธิ์อย่างนี้ได้ คือคนมาอยู่รวมกัน เป็นเอกีภาวะ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ อันนี้เป็นสุดยอดของเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ อาตมาว่า ชาตินี้ทำสำเร็จผล เอาของพระพุทธเจ้ามาให้ศึกษาและทำได้แม้จะได้เท่านี้ สังคมชาวอโศกที่ประพฤติดำเนินชีวิตกันจริงแบบนี้ อยู่ในชุมชนแต่ละที่ไม่อยากรวย อยู่กันอย่างพออยู่พอกินตลอดมา ช่วยกันสร้างช่วยกันกินช่วยกันใช้อยู่ไป ไม่ต้องรวยดังที่ในหลวงท่านตรัส อยู่อย่างอะลุ่มอล่วย จะไปได้ตลอดไม่มีจบ ไม่มีการทะเลาะวิวาทอย่างที่เราเป็น ไม่มีการทะเลาะวิวาทไม่เป็นเรื่องเป็นราว อยู่กันอย่างเป็นสุข มีอะไรก็เอามาแบ่งกันกิน ส่วนกลาง รวย ส่วนกลางก็มีวัตถุดิบ มา เดี๋ยวมันเน่าเสียก็รีบมาช่วยกันถนอมอาหาร ช่วยกันทำช่วยกันเด็ด พูดไปก็อยากให้คนอื่นอิจฉาจังเลย อิจฉาบ้างไหมเล่า ท่านทั้งหลายที่เดือดร้อนดิ้นรนกัน เรานี่สบาย เป็นคนจน ยืนยันว่าพวกเราเป็นคนจนไม่เป็นคนสะสมไม่มีเงินทอง อยู่กันอย่างนี้สำเร็จแล้วตามที่ในหลวงตรัส เราทำสำเร็จ ผู้บริหารมาตรวจสอบได้ มาทำความเข้าใจได้ว่าพวกเราได้สนองพระราชดำรัสในหลวง สำเร็จตรง เป็นจริง อยู่อย่างคนจนอยู่อย่างสามัคคี อะลุ่มอล่วย พออยู่พอกิน ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่สังคมอื่นด้วย เกื้อกูลผู้อื่น สังคหะ แก่หมู่บ้านอื่นด้วย อย่างอาตมาสร้างอาคารตลาด คุณจะเอาประชารัฐมาเรียกก็นี่แหละคือตลาดประชารัฐ เป็นสถานที่ที่คนที่ไม่มีที่จะขาย ก็ให้มาค้าขายได้ ไม่เก็บเงินเก็บทอง ช่วยกันดูแลรักษาปัดกวาดให้ดีๆ เลี้ยงชีพไป จะเอาอะไรมาขายก็มา แต่อย่าเห็นแก่ตัวกันเกินไป ถ้าจัดเกินก็ควรให้ออกไป เพราะว่าเรามีสิทธิ์ดูแล ถ้าไม่เชื่อเข้ามาโดยไม่อนุญาต เราก็บอกว่าบุกรุกได้ เพราะเราเป็นเจ้าของก็เอาตำรวจมาจัดการได้ แต่ถ้าอยู่กันให้ดี รับรองว่าอาศัยพึ่งพากันไปจนตาย ทำให้อาศัย ไม่ได้ทำมาเพื่อค้าขาย หรือเพื่อเก็บไว้ได้จากผู้ใดก็แล้วแต่ ไม่ ถ้าจะว่าจริงๆแล้ว เราคิดและเราทำมาก่อนรัฐบาล ขออภัยที่พูดเกินหน้ารัฐบาลก็เกรงใจอยู่ รู้สึกเขินๆอยู่หรอก เราทำเพราะว่าเราเห็นว่าคงต้องทำ อย่างนี้ก็ต้องช่วยกัน ในสังคมประเทศชาติ แต่มันจะเป็นตลาดที่คนนิยมมาหรือไม่ เราก็พยายามทำไป ทำให้แล้ว เราก็พยายาม อาจจะไม่อยู่กลางชุมชนข้างใน มาอยู่ตรงนี้ เราก็พยายามจะสร้างคมนาคมไปมาให้สะดวกขึ้น เราไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเราไม่มีที่จะอยู่ในเมือง เราไม่มีบารมีถึงขนาดนั้น บารมีของเราก็อย่างนี้ บารมีชายเฟือย พวกคนชายขอบ เราทำได้แค่นี้ อื่นๆใดๆเหมือนกัน อาตมาว่าอาตมาเข้าใจว่าเร็จความสำของชีวิตคืออะไร ความสำเร็จของชีวิตก็คือทำอย่างไรจึงจะเป็นคนที่ช่วยผู้อื่น ให้คนอื่นเพื่อผู้อื่นได้ นั่นคือความสำเร็จของชีวิต คนไม่ต้องเอาอะไรมาให้แก่ตัวเอง คุณปล่อยชีวิตคุณให้ช่วยคนอื่นอย่างเดียวแล้วคนอื่นเขาจะเลี้ยงเราไว้ จริง พวกเรานี้ก็อยู่อย่างนี้แหละ ให้คนอื่นเขาเลี้ยงไว้ เรามีหน้าที่การงานก็ทำไป หน้าที่คนจะทำครัวก็ทำมาให้กิน คนมีหน้าที่เก็บผักก็เก็บ เรามีหน้าที่ก็ทำไปให้ดี เป็นสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะทั้งนั้น เราก็ช่วยกันทำช่วยกันรังสรรค์อยู่ไป ใครเบื่อบ้างอยู่ในสังคมนี้ยกมือ ถ้าเขาเบื่อเขาก็ออกไปดีกว่า ไม่มีเงื่อนไขว่าออกไปจะต้องชดใช้อะไร มาอยู่ก็มา มาอยู่ก็อย่าเอาพฤติกรรมเกเรไม่มีศีล ทำอะไรมาอยู่ในนี้ก็แล้วกัน ถ้ามีศีลธรรมตามกฎเกณฑ์ พื้นฐานแค่ศีล 5 ไม่มีอบายมุข แค่นั้นจบ เป็นพื้นฐาน สูงกว่านั้นก็ยิ่งดี ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ก็อยู่ด้วยกันไปอย่างนี้ อาตมาก็ขยายชุมชนชาวอโศกไปให้มากๆ เราก็ช่างกันเองมีที่ดินก็เอามา อยากจะให้เกิดชุมชน หลายแห่งไม่รู้จะทำยังไงมันก็ไม่ขึ้น คนไม่มีพอจะไปบริหาร คนที่จะไปสมัครใจมา มีผู้คนมีสถานที่ พฤติกรรมพวกเราได้แล้ว ประชาชนชาวอโศก รู้แล้วว่าดำเนินชีวิตแบบนี้ สาธารณโภคีแบบนี้ แล้วคุณก็เข้าไปในสถานที่นั้น ก็มีอยู่สถานที่ ร้อยไร่ 50 ไร่ 30 ไร่ 20 ไร่ก็ทำเป็นชุมชนได้ หลายร้อยไร่ก็มีเอามาให้แก่ส่วนกลาง อยากจะไปเกิดชุมชนไหนก็ทำช่วยกัน ไปหาคนมาสิ แล้วก็มาอยู่กันแบบนี้ ชุมชนชาวอโศกไม่ได้ก่อเรื่องราวให้ได้ลำบากใจแก่ผู้บริหารประเทศ ไม่หนักใจจนกระทั่งน้ำท่วมก็ไม่ต้องเอาอะไรมาให้หรอก ที่นี่เขาสบาย เขารู้จักวิธีเอาตัวรอด มีนายอำเภอคนหนึ่งเอาของยังชีพตอนน้ำท่วมมาแจก มาถึงพวกเราก็บอกว่าเอาไปแจกคนอื่นเถอะ จริง ถุงยังชีพของรัฐบาลที่เอามาแจกหมู่บ้านน้ำท่วม พวกเราก็น้ำท่วมทุกปี ท่วมมากหรือน้อยแค่นั้น พอมาหมู่บ้านนี้ เขาก็เอามากองทิ้งไว้เราก็ต้องเอาไปแจกหมู่บ้านอื่นๆ เพราะพวกเรามีเหลือเฟือไม่ได้เดือดร้อนอะไร จริงๆ จนกระทั่งเป็นที่รู้ นายอำเภอของวารินฯก็จะเข้าใจ ที่นี่น้ำท่วมเขาไม่ต้องการอะไร ต้องการน้ำมันอย่างเดียวเอามาให้ที่นี่เขารับเลย อย่างอื่นไม่มีปัญหา จะต้องเอาน้ำมันมาใส่เครื่องเรือ นั่นตรงเป้า เราปลงภาระให้ผู้บริหารประเทศไม่ให้เดือดร้อนยุ่งยาก เป็นคนช่วยเหลือตัวเองได้หรอก ไม่โวยวายไปแย่งชิงเรียกร้องให้รัฐจะเอาอะไรมาให้ แม้ที่สุด รัฐบาลบอกว่าใครที่เป็นคนจนมาลงทะเบียนและจัดให้ พวกเราชาวอโศกก็ยังอุตส่าห์ ไปลงทะเบียนบางคน เราก็ต้องบอกว่าจะไปลงทำไมเราเดือดร้อนอะไร ไปแย่งเขาทำไม? เห็นแก่ได้ไม่เข้าเรื่อง แต่เอาล่ะ พวกเราก็เถอะก็มีนี่ก็พูดปรามไป ให้รู้ให้เข้าใจ เราทำกันจนกระทั่งคนไม่ค่อยเข้าใจหมั่นไส้ว่า เราทำโชว์ทำเด่นเสียสละ การเสียสละนี่ตอนนี้คนลึกซึ้งในการเสียสละ ในพฤติกรรมสังคมขณะนี้ก็คือ พฤติกรรมของนายตูน Bodyslam เป็นคนเสียสละคือเอาตัวเองเข้ามาแสดงออกถึงการ อดทน เหน็ดเหนื่อย แล้วได้อะไร คนมาบริจาค บริจาคแล้วนายตูนไม่เอามาเป็นของตน เอาไปทำประโยชน์ อย่างเป็นรูปธรรม เอาไปบริจาคช่วยโรงพยาบาลต่างๆ ก็เลยเกิดเป็นพฤติกรรมสังคมคือการให้ แจกผู้อื่น เป็นการที่ไม่ทำเพื่อตัวเอง พฤติกรรมนี้กำลังเด่นดังมากในสังคมขณะนี้ จนมีการกล่าวกันว่า ตูน Bodyslam อาจจะได้เหรียญตรา ถึงขั้นนั้นเลย ยกขึ้นเป็นโมเดลของสังคม มันเข้ากับยุคพอดี คนกำลังรับได้ มันดีมันทำให้สังคมดีขึ้น เป็นเครื่องชี้บ่งว่าสังคมเห็นคุณค่าพฤติกรรมมนุษย์ ให้มีใจทำไปตลอดไม่ใช่ชั่วคราว ถ้าคนมีน้ำใจอย่างนี้จบเลย สบาย อยู่กันอย่างเป็นสุข อาจจะยิ่งกว่าสวิตเซอร์แลนด์ สงบสุข เย็น สวิตเซอร์แลนด์นี้ก็แปลก เขาไม่เคยมีเรื่องวุ่นวาย เป็นประเทศที่สงบ เป็นไปได้จนกระทั่งไม่น่าเชื่อเลยว่า เป็นประเทศที่มีระบบพฤติกรรมสังคมมีวัฒนธรรม อะไรต่ออะไรที่สงบเย็น เป็นที่พึ่งของแต่ละชาติ แม้ที่สุด เงินไม่มีที่ฝากเงิน ก็เลยเอาไปฝากที่สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นที่ฟอกเงิน ตอนหลังเขาว่า เขาบริหารธนาคารที่สวิตเซอร์แลนด์อย่างไร ก็ไม่น่าจะบริหารแบบทุนนิยมทีเดียว ถ้าบริหารแบบทุนนิยม คนก็คงไม่นิยมไปฝาก เลยกลายเป็นแหล่งที่มีเงินทองอาศัยใช้สอย เป็นเรื่องเศรษฐศาสตร์ที่ลึกซึ้ง เป็นแหล่งที่ไว้ใจได้ เป็นประเทศสงบไม่มีความเดือดร้อนไว้ใจได้ มีคุณค่าประหลาดในโลก มีสนามแม่เหล็กแบบนั้น เป็นวัฒนธรรมพฤติกรรมสังคมแบบนั้น เมืองไทยเป็นอย่างนั้นให้ได้ก็สุดยอด ประเทศอื่นไว้ใจ ไม่เหมือน ที่เขาเอาเงินไปฝาก
601204_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตลาดประชารัฐแบบคนจนตลาดแห่งการให้