สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน สวรรค์นรกคือความติดยึดในสุขทุกข์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน สวรรค์นรกคือความติดยึดในสุขทุกข์ พ่อครูว่า...ตอนคุณยังไม่ตายคุณก็ยังมีสวรรค์และนรกอยู่แล้ว สัญญาของคุณมีอุปาทานอย่างไร มันก็แปลไปอย่างนั้น อย่างเช่น คุณนอนหลับคุณก็ฝัน มีสวรรค์และนรก คุณมีความสุขความทุกข์ในเรื่องราวฝัน ก็เป็นสุขเป็นทุกข์ จริงจังอย่างไร คุณนอนหลับฝันไปก็เหมือนจริง แต่คุณไม่รู้ตัวหรอก ตายคุณก็เหมือนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคนที่เขาไม่เข้าใจ เขาบอกว่าเขาตายแล้วก็ฟื้นขึ้นมา ก็เหมือนคนนอนหลับตื่นขึ้นมาเหมือนกันแหละ ตายก็หมายความว่า สรีระร่างกายมัน drop ลงไปมาก ชีพจรมันก็เหมือนไม่มีแล้วแต่มันยังไม่ขาดไปมันก็ฟื้นขึ้นมาได้ แม้แต่ชีพจรขาดไปแล้วเขาก็ยังปั๊มหัวใจให้ฟื้นคืนมาได้เลย เขาก็พยายามให้สรีระมันขับเคลื่อนได้ นอกจากจะขาดจริงเท่านั้นก็ต่อไม่ติดก็ไม่ฟื้น ถ้าหากฟื้นขึ้นมาก็แบบเดียวกัน มีสวรรค์และนรกเพราะเขาไม่รู้ความเป็นสวรรค์และนรกที่แท้จริง สวรรค์และนรกคือจิตใจที่คุณไปยึดติด สรุปที่ยอดของสวรรค์และนรกคือติดยึดในความสุขความทุกข์ ถ้าหากความทุกข์ก็คือนรก ถ้าหากเป็นความสุขก็คือสวรรค์ มันไม่สุขไม่ทุกข์ก็เป็นความกลางๆ มันก็มีอยู่ 3 อารมณ์ตามความรู้สึกนี้เท่านั้นแหละ ใหญ่ๆ สวรรค์มากน้อย นรกน้อยใหญ่ ผู้ที่บรรลุธรรมเป็นอรหันต์แล้วเรื่องราวก็จะหมดความสุขความทุกข์ จะมีภาพเป็นนิมิตต่างๆมันก็มี แต่ภาพนิมิตต่างๆนั้น ผู้ที่เป็นอรหันต์ขึ้นไป ก็จะมีเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งถ้ามีปฏิภาณปัญญาก็จะอ่านได้เป็นธรรมะ แต่เรื่องราวก็เหมือนสามัญ จะไม่มีการตื่นเต้นตกใจ 1. จะไม่มีนิมิตอะไรไม่มีฝันร้าย 2. จะไม่มีนิมิตที่ไม่ดี นิมิตหมายแทนเรื่องราวสัจธรรมก็จะมีเรื่องราวตัวตนรูปร่าง มีกิริยามีกรรมต่างๆ นามสมมุตินามตามเรื่องลิเกละคร แต่มันหมายถึงสัจธรรม ผู
อ่านต่อ
้ที่เป็นอรหันต์มีปฏิภาณปัญญามากก็จะอ่านนิมิตเหล่านี้ออกมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง อรหันต์ทุกองค์ เขามีการเข้าใจผิดว่าพระอรหันต์แล้วจะนอนไม่ฝัน ในจริตที่เป็นนักสะกดจิตให้จิตใจหยุดไม่คิดนึกไม่ปรุงแต่งอะไรเลย จนเกิดพลังอำนาจ ในการไม่ปรุงแต่ง แม้แต่สัมผัสอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปรุง นอนหลับก็ยิ่งไม่ปรุงแต่งเลยสะกดจิตได้เก่งแล้ว จนไม่ฝัน หลงว่าเป็นสิ่งตัดสินว่าเป็นอรหันต์นั้นผิดเลย แล้วจะผิดไปไกลด้วย เอาอำนาจสมถะเป็นใหญ่ ไม่มีอำนาจที่จะรู้ความจริงตามความเป็นจริงที่เมื่อสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายแม้แต่ใจ ตอนหลับแล้วมีการปรุงแต่งก็จะมีสติรู้ไม่ให้เกิดไปเอาเรื่องไร้สาระเรื่องไม่เข้าท่ามาเกิด มันจะมีมา แต่พลังงานสติสัมปชัญญะที่มีในจิตมันจะไม่รับมันมาก็ไม่รับ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีในห้วงจะเรียกว่านิมิตหรือฝันก็แล้วแต่ พระอรหันต์ที่เป็นสายศรัทธา เจโต ไปนั่งสะกดจิตนอนหลับนิ่ง มันก็ได้ แต่มันยิ่งเป็นการปิดประตูที่คุณจะรู้จักธรรมะไปอีกเยอะเลย เพราะมันไม่มีสังขารให้คุณศึกษา มันเป็นอวิชชา คุณไม่เรียนรู้สังขาร คือการปรุงแต่งของจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นสังขารคุณก็ไม่ได้เรียนรู้วิญญาณก็ไม่มีอายตนะ คุณก็ไม่เป็นเลย จะมีผัสสะจริงๆ นอนหลับนั้นไม่มีผัสสะ 5 ก็ไม่ดีเท่ากับตื่นมีผัสสะ 5 ภายนอกแล้วสัมผัสด้วยใจที่ 6 แล้วคุณก็จะเรียนรู้เวทนา ศาสนาพุทธนั้นตรัสรู้ที่เวทนา ถ้าคุณไม่รู้ที่เวทนาแล้วแตกออกเป็น 108 จนกระทั่งทำให้เป็น เนกขัมมสิตเวทนา เป็นอุเบกขาได้ คุณไม่มีฐานที่จะไปนิพพาน ฐานจิตที่ทำอุเบกขาได้ ท่านเรียกว่าฌานที่ 4 เป็นฐานของอุเบกขา แล้วทำให้กิเลสออกจากจิตเป็นเนกขัมมะกำจัดกิเลสออกจากจิต เติมฐานจิตบริสุทธิ์ เรียกว่า ปริสุทธา แม้จะมีชีวิตเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอะไรอยู่อีกก็ทำให้บริสุทธิ์ได้ เรียกว่าปริโยทาตา ตัวจิตมุทุภูตธาตุ ดูอาการจิตได้เร็ว จัดการให้บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา คุณจะมีกรรมอะไรหลังจาก มุทุธาตุ จัดการไม่ให้มีกิเลสเป็นจิตว่างจากกิเลสแล้ว กรรมกิริยาต่างๆก็เป็นกรรมที่ดี เป็นกรรมที่เหมาะควร ไม่มีอกุศลมาปนเลยสักตัว แล้วก็จะรู้เราก็รู้ตัวเราปรุงแต่งอย่างเหมาะสมควร ปโหติ ถึงจะอยู่อย่างไรอีกก็ ปภัสสร นี่คือคุณสมบัติ 5 ของธาตุจิต ของอรหันต์พระอาริยะที่เริ่มเป็นพระอรหันต์
สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน…
พ่อครูว่า...ศาสนาพุทธสูงสุดที่ความจริงที่ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก มีความสูญ ซึ่งเป็นความสุดยอดของจิตวิญญาณที่ทำให้แก่ตัวเองได้ มันเป็นอุเบกขา เห็นในโลกก็มีของเขาไปคนนั้นคนนี้ แต่ตัวเราเองนั้นเราก็ไม่ได้ทุกข์ได้สุขอะไรกับเขา ไม่ใช่ไม่เข้าใจแต่เข้าใจความเป็นทุกข์นั้น ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ความทุกข์ความสุขเป็นอันเดียวกัน เราไปหลงความสุขเป็นของแท้แต่ที่จริงแล้วต้องแก้ไข ไม่ให้เกิดมีความทุกข์แล้วมันก็ไม่มีความสุข เข้าใจด้วยปัญญา พูดอย่างสรุป ผู้ที่ฟังดูก็จะไม่ง่าย อาตมาพูดเรื่องที่ขยายความและสรุปจบให้ฟังบ่อยในฐานะที่อาตมารู้ที่จบ รู้ตัวอย่างสมบูรณ์ตามฐานะของอรหันต์ของพระโพธิสัตว์ แต่เขาก็ฟังไม่เข้าใจ มีผู้ที่ตั้งความเห็นผิดว่า อาตมาโม้ มาพูดสัจธรรมระดับโลกุตระนิพพาน ปรมัตถ์. เขาก็ว่าโม้ก็หมั่นไส้620529_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาให้สุดจนหยุดเดรัจฉานกถา