Chapter7.pdf

โฟลเดอร์วิถีอโศกกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กรณีศึกษาชุมชนราชธานีอโศก
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์517 KB
วันที่แก้ไข7 ธันวาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

120 บทที่ 7 สัมมาอาชีวะ : การด ารงชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืน ปฏิบัติการสร้างเศรษฐกิจสังคมเพื่อความมั่นคงของชุมชน การผลิต การบริโภค การจัดสรร ภายใต้เศรษฐศาสตร์ชุมชนบุญนิยม กิจกรรมในเรื่องของการผลิต การบริโภค และ การจัดสรร ของภายใต้พื้นฐานความคิดแบบบุญนิยม จะเน้นในเรื่องของการท าบุญ คือ การท าเศรษฐกิจที่ท าให้ก่อบุญต่อตนเองและต่อผู้อื่น คือ 1. การผลิตภายใต้เศรษฐศาสตร์แบบบุญนิยม มีหลักการอยู่บนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียน กล่าวคือ จะต้องเป็นการผลิตที่มีลักษณะสร้างสรรค์ มีประโยชน์ มีคุณค่า การผลิตประกอบไปด้วย อาชีพกสิกรรมธรรมชาติเป็นการผลิตที่ส าคัญที่สุด เพราะเป็นการผลิตอาหารเพื่อ ยังชีพ จนเกิดเป็นการรวมตัวของกลุ่มกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย อาชีพขยะวิทยาเป็น การสะท้อนถึงความรับผิดชอบของคนต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดการให้มีผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก การกระท าของมนุษย์ให้น้อยที่สุด และอาชีพปุ๋ยสะอาดซึ่งเป็นตัวช่วยให้อาชีพทั้งสองเชื่อมกันอย่างครบวงจร (ขัตติยา ขัตติยวรา 2547 : 100-15) 2. การบริโภคแบบบุญนิยม คือ การบริโภคอย่างรู้จักสาระ อย่างประณีตและประหยัด โดยเฉพาะการบริโภคอย่างที่สุดก็คือ การบริโภคอย่างไม่ติดในรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส หรือเป็น การบริโภคอย่างไม่มีกาม ทั้งนี้เพราะชีวิตอยู่ด้วยปัจจัยที่ส าคัญจ าเป็นเท่านั้น ดังนั้นชาวอโศกจึงมองว่าการบริโภคที่แท้จริงนั้นจะต้องลดละทุกอย่างที่เกินความจ าเป็นในการด ารงชีวิตไม่เว้นแม้กระทั่งปัจจัย 4 โดยถือว่าการบริโภคที่ประเสริฐที่สุดก็คือรูปแบบการด าเนินชีวิตของพระสง์์นั่นเอง 3. ในด้านการอุปโภค อันได้แก่ที่อยู่อาศัย การแต่งกาย รวมทั้งเรื่องทางเพศนั้นชาวอโศกพยายามลดละความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ ชาวอโศกได้พยายามเอาแนวทางของพระพุทธเจ้า ในเรื่องของที่อยู

อ่านต่อ

่อาศัยมาสู่การประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจัง นักบวชชาวอโศกจะไม่มีการครอบครองที่อยู่อาศัยเป็นส่วนตัว ที่พักของนักบวชและ์ราวาสจึงสร้างอย่างเรียบง่าย 4. การจัดสรร ส าหรับเศรษฐศาสตร์บุญนิยม การจัดสรรตั้งอยู่บนพื้นฐานของาธารณโภคี พ่อครูกล่าวไว้ว่า 121 “เมื่ออาตมาปฏิบัติธรรมตามพุทธเจ้า อาตมาได้น าพามาท าแล้วจึงได้ไปเห็นในพระไตรปิฎก เห็นตรงตามจึงออกมาขยายผล เอามาอธิบาย มันสอดคล้องกับสิ่งที่อาตมาได้น ามาใช้ ภาษาว่า บุญนิยม คือ ทุกคนมีบุญ ทุกคนใช้บุญ ไม่เหมือน ทุนนิยม” ค าสัมภาษณ์ในงานวิจัยของ : ขัตติยา ขัตติยวรา (2547 : 102) กล่าวโดยสรุปแล้ว การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบบุญนิยมนั้นมีพื้นฐานจากการไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม เป็นสังคมแห่งความเรียบง่ายในการกินอยู่ ไม่สะสมสิ่งของเกินความจ าเป็น โดยการตั้งอยู่บนพื้นฐานพุทธปรัชญาแห่งความพอเพียงและเน้นแนวคิดชุมชนเข้มแข็ง 14 ประการของพ่อครู การด ารงชีพอย่างยั่งยืนและถูกต้อง (ชุมชนเข้มแข็ง 14 ประการ) บุญนิยม สาธารณโภคี แผนภูมิที่ 7.1 วิถีอโศกและพุทธปรัชญาแห่งความพอเพียงของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ (สังเคราะห์จากข้อมูลในบทที่ 6-7) พุทธปรัชญาแห่งความพอเพียง 122 ความพอเพียง การพึ่งตนเอง และการสร้างความมั่นคงในการด ารงชีพ ชุมชนราชธานีอโศก เป็นชุมชนคนพอเพียงที่สามารถพึ่งตนเองได้ โดยมีระบบการบริหารอย่างครบวงจร อีกทั้งคนในชุมชนก็รับรู้ได้ว่า ชุมชนที่ตนเองอยู่นั้นสามารถที่จะอยู่บนฐานของ การพึ่งตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ การด ารงชีพก็เป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังจะสะท้อนออกมาเป็นค าพูดของชาวชุมชนราชธานีอโศกดังต่อไปนี้ ในการสนทนาและการสัมภาษณ์สมาชิกชุมชนราชธานีอโศกในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ผู้วิจัยได้ถามถึงความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และพยายามค้นหาว่า วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้มากน้อยแค่ไหนและมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอะไรบ้างที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนราชธานีอโศกมากที่สุด ข้างล่างนี้คือค าตอบในรายละเอียด 1. นางประตรงเตือน นาวาบุญนิยม อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี วิถีอโศกสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจชุมชนได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับว่าแต่ละคนซึ่งมีภาวะของเป็นผู้วรรณะ 9 มากน้อยเพียงไรอาจจะสังเกตว่าตอนอาประเป็นชาวชุมชนอาประก็จะกินสามมื้อแล้วก็จะมีเวลาในการท างานส่วนกลางได้ปริมาณหนึ่งแต่พอเราเริ่มลดละยิ่งขึ้นกินมื้อเดียวถ้าของน้อยลงซึ่งมันเป็นการลดภาระส่วนตัวเราเราก็สามารถมีเวลาท างานให้กับส่วนกลางท างานให้ส่วนรวมมากขึ้นถ้าในชุมชนอโศกสามมารถปฏิบัติฐานศีลแต่ละคนขัดเกลาตนเองไปยิ่งๆขึ้นสมรรถนะตรงนี้มันจะมากขึ้นและนี้แหละมันจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจยิ่งคนลดกิเลสได้มากก็ยิ่งจะเสียสละได้มาก ความมั่นคงของเศรษฐกิจในชุมชนก็จะมากมันเป็นไปตามคือมันเหมือนกับว่าค าตอบอยู่ที่คน คนยิ่งลดกิเลสได้เยอะความมั่นคงของชุมชนก็จะมีเยอะมากขึ้นนะคะทีนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่พวกเราเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนมากที่สุดนั่นก็คือกิจกรรมการฟังธรรมเพราะว่าคนแต่ละคนเมื่อได้ฟังธรรมะก็จะเกิดภาวะของการมีสัมมาทิฐิที่ถูกอบรม การมีใจยินดีที่จะขัดเกลาตนเองมากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นตามที่พระพุทธเจ้าสอนด้วยว่าชาวพุทธการพบสัตบุรุษฟังสัจธรรมจึงเป็นเหตุปัจจัยส าคัญเพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าชุมชนชาวอโศกเราจะมีการพบสมณะไม่ว่าจะเป็นการแบบท าวัตรเช้า สนทนากลุ่ม ประชุมกลุ่มย่อย หรือแม้กระทั่งท าวัตรเย็นฟังธรรมะของพ่อครูจะสังเกตว่าพระครูท่านสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนโดยที่ท่านเทศในช่วง 18 นาฬิกา ขณะนี้ท่าน 80 กว่า แต่ท าไมท่านมีความวิริยะพากเพียรในการที่จะแสดงธรรม นี้คือการสร้างภาวะความมั่นคงให้กับชุมชน ถ้าลูกชาวอโศกทุกคนฟังธรรมแล้วก็มีการปรับฐานจิตตนเองนี้แหละมันจะเกิดผลของการการพัฒนาองค์รวมของชุมชนของเรา (สัมภาษณ์ 6 พ.ย. 2558) 123 2. นางสาวดินดินเย็น ชาวหินฟ้า อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 14 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี วิถีชีวิตของชาวอโศกที่สร้างความมั่นคงได้เรายึดเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงในการที่กินน้อยใช้น้อยที่เหลือจุนเจือสังคมคือการประหยัดแต่ถ้าจะหาว่าให้ชาวชุมชนหาเงินได้มากๆนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะว่าในการที่ยึดเศรษฐกิจพอเพียงนั้นก็คือคนที่มักน้อยสันโดษความพอเพียงของแต่ละคนการที่สังคมอยู่ร่วมกันได้เป็นครอบครัวชุมก็เหมือนครอบครัวใหญ่ในการใช้อะไรร่วมกันเขาเรียกว่า สาธารณะโภคี ก็คือการใช้อะไรร่วมกันก็จะท าให้สังคมนั้นอยู่รอดได้เพราะว่าในชุมชนก็คือเวลาทานข้าวเราก็ไปทานด้วยกัน เราก็จะไม่แบ่งแยกก็จะเสมอกันในการที่การกินอยู่ แล้วก็เราจะสังเกตได้ในชุมชนรอบๆนี้ การที่เรามีสาธารณะโภคีในศาสนาที่สร้างสาธารณะโภคีได้นี้ในการาอยู่ร่วมกันได้นี้เราก็ถึงอยู่รอดทั้งๆที่เราก็ในชาวชุมชนที่แต่ละคนนี้จะไม่มีเงินเดือนแต่ก็สามารถอยู่ได้ที่ชุมชนราชธานีนี้สร้างมาอยู่ได้ 10 กว่าปีแต่ก็ดูงานและผลงานนี้ก็จะเจริญขึ้นทั้งๆที่เรื่องการค้าขายหรืออะไรเราก็ไม่เด่นชาวโลก เรื่องงานเราก็จะไม่เด่นเท่ากับชาวโลกแต่ว่าก็สามารถอยู่ได้ด้วยการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง คิดว่าถ้าสังคมการหาหรืออะไรเราไม่ไปหานายทุนเราใช้บุญนิยมแม้แต่จะขายราคาถูกต่ ากว่าทุนแต่เราก็สามารถมีชีวิตที่อยู่รอดในสังคมปัจจุบัน ถ้าในชุมชนแต่เราชุมชนหันมาใช้ระบบชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงก็เป็นไปได้ที่ว่าชีวิตอยู่รอดได้ในสังคมมีความมั่นคง (สัมภาษณ์ 6 พ.ย. 2558) 3. นายตะกายธรรม พรมโสภา อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 22 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจก็คือ ชาวอโศกมีทั้งกสิกรรมค้าขาย ชาวอโศกเข้มแข็งตรงที่ว่าผลผลิตเศรษฐกิจที่ก่อขึ้นนี้ไม่มีต้นทุนในการผลิต คือเป็นการท างานเสียสละของแต่ละคน นี้คือความเข้มแข็งของชาวอโศก คือแต่ละคนท างานโดยไม่คิดค่าแรง ผลผลิตหรือเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นการท างานของแต่ละคนเข้าสู่ส่วนกลางเป็นระบบสาธารณะโภคีเข้าส่วนกลางแล้วส่วนกลางก็เอารายได้ส่วนนั้นมาพัฒนาสังคม มาพัฒนาหมู่กลุ่มคน นี้คือความเข้มแข็งในอโศกซึ่งสังคมอื่นท าได้ยาก มันเป็นเหมือนระบบคอมมิวนิสต์ แต่ว่ากลุ่มอื่นใช้ระบบการบังคับ แต่อโศกใช้ศาสนาเน้นให้ทุกคนเสียสละเป็นบุญ พูดง่ายๆคืออโศกเอาบุญเป็นหลักแตกต่างจากคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์เอา การบังคับ เอาระเบียบกฎเกณฑ์ แต่อโศกใช้บุญใช้การเสียสละซึ่งแต่ละคนต้องฝึกฝนถึงจะท าได้ในเศรษฐกิจตัวนี้ (สัมภาษณ์ 6 พ.ย. 2558) 4. นายไทเทิดธรรม สีสุวรรณ์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี วิถีชาวอโศกสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนของอโศกได้มากน้อยแค่ไหนก็คือชาวอโศกมุ่งเน้นที่จะท าอะไร คนคนนั้นต้องมีอุดมการณ์ร่วมกัน ก็คือมาช่วยกัน มาลดละแล้ว 124 ไม่เห็นแก่ตัว แล้วมาสร้างเศรษฐกิจร่วมมือกันคิดแล้วก็ร่วมมือกันท าสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น เช่นทุกวันนี้มีการค้าชายบุญนิยมก็มีหลายที่ เช่น ร้านปันบุญเราก็ขายในราคาที่ต่ ากว่าทุนบ้างเท่าทุนบ้างเราก็มีการแจกฟรีก็มี หลักการบุญนิยมก็มีให้เท่าทุนขายเอาไม่แพงก าไรไม่แพงนักของดีราคาถูกนี้คือเศรษฐกิจของราชธานีอโศกก็จะมีหลายอย่าง หลายที่หลายแห่ง ก็มีโรงปุ๋ยที่ชุมชน ราชธานีอโศกก าลังด าเนินการอยู่ก็มีโรงปุ๋ย โรงสี ก็การค้าขายที่อยู่ในเมืองเป็นร้านอาหารมังสวิรัตินี้ก็เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมนชนธานีอโศก ซึ่งทุกคนมาปฏิบัติธรรมแล้วก็ร่วมกันคิดขึ้นร่วมกันสร้างขึ้นแต่ว่าคนที่มาปฏิบัติธรรมแล้วสิ่งที่สร้างไปคือไม่ได้เอามาให้ตัวเองเข้าเรียกว่าเสียสละนี้คือเสียสละแรงกายแรงใจแรงความคิดที่จะปรับปรุงให้เศรษฐกิจดีขึ้นทุกคนมาท างานฟรีนี้แหละข้อส าคัญคือสุดท้ายแล้วทุกคนท างานฟรีไม่มีเงินเดือนก็สามารถร่วมกันสร้างท าให้เศรษฐกิจดีขึ้นก็คือความไม่เห็นแก่ตัวแล้วก็ท าให้คนมาซื้อสินค้าที่เราผลิตเองแล้วก็ซื้อจากที่อื่นมาขายก็ขายต่ ากว่าทุนได้ด้วย สิ่งนี้ก็คือผมคิดว่าในอนาคตจะไม่มีปัญหาถ้าคนไม่เห็นแก่ตัวชาวชุมชนไม่เห็นแก่ตัวและก็เสียสละเห็นแก่ส่วนรวมและผู้อื่นคงไม่มีอะไรที่จะมาลบล้างได้มามาท าให้เศรษฐกิจไม่ดีได้ (สัมภาษณ์ 7 พ.ย. 2558) 5. นางสาวพิมพ์ตะวัน รักษ์นาวาบุญนิยม อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 187 หมู่ 10 ต าบล บุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี วิถีชีวิตของเราต้องเรียบง่าย กินน้อยใช้น้อยที่เหลือจุนเจือสังคม ประหยัดเรียบง่ายพยามปลูกฝังตระหนักถึงความประณีตประหยัด กิจกรรมทางเศรษฐกิจทางสังคมที่สร้างความมั่นคงจะมีอยู่หลักๆ 3 ด้าน คือ 1) ปุ๋ยสะอาด 2) กสิกรรมไร้สารพิษ 3) ขยะวิทยา ร้านค้าบุญนิยมที่ของชาวอโศกก็จะมีร้านค้าบุญนิยม 2 แห่งคือมีอุทยานบุญนิยมและสหกรณ์บุญนิยมอุทยานก็อยู่ฝั่งเมืองใกล้จวนผู้ว่าแล้วก็สหกรณ์หลังตลาดวาริน (สัมภาษณ์ 7 พ.ย. 2558) 6. นางสาวตามพร พร้อมจน อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 168 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมที่สร้างความมั่นคงมากที่สุดส าหรับตนเองคือตนเองอยู่ในฐานกสิกรรมเราก็จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับหน่ายงานของเรามากกว่าอย่างอื่นอย่างอื่นเราก็จะไม่ค่อยได้เข้าไปมีบทบาทนักเราก็อาจจะพูดได้ไม่ค่อยถูกต้องแต่ส าหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมในด้านของการกสิกรรมเรารู้สึกว่าเรามีความมั่นคงมากขึ้นเรื่องๆเพราะว่ากสิกรรมของเราใช้ระบบที่ให้เด็กผู้ใหญ่ชุมชนวัดบ้านโรเรียนได้ท ากิจกรรมร่วมกันซึ่งมีผลจากสังคมในวงเล็กเช่นสังคมในวงของวัดเล็กอย่าง 125 วัดราชธานีอโศกอย่างเช่นอาชีวะศึกษาแต่เราก็ร่วมมือกันจากตอนรากเราก็ไม่ได้ท างานร่วมกันเท่าไหร่เราก็แยกโรงเรียนก็สีสองโรงเรียนแต่ตอนนี้กสิกรรมก็มีอาชีวะก็มาท างานร่วมกันกับสัมมาสิกขาเพราะในสวนนี้ตัวเล็กๆ หรือแม้แต่เด็กวัยก่อนเรียนเด็กอาชีวะ เด็กปวส. เด็กศิษย์เก่าคุรุ แม้แต่สมณะสิขมาตุนักบวชของชาวอโศกก็ได้ร่วมการท ากิจกรรมเพื่อให้เกิดสวนแล้วก็มีผลผลิตออกไปสู่สังคมไปสู่อุทยานบุญนิยมไปแจกบ้างขายบ้างแล้วมันก็มีสังคมที่กว้างขึ้นจนทุกวันนี้ผักที่เราใช้ก็เริ่มที่จะไร้สารพิษมากขึ้นเมื่อก่อนมันจะไมมั่นคงเท่าไหร่เมื่อก่อนเราต้องไปอาศัยผักที่มีสารพิษบ้างอย่างเช่นตอนนี้มะเขือเทศไม่มีเราก็ไม่ใช้เพราะว่าความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่วัตถุแต่อู่ที่จิตใจของคนที่มีความพอเพียงมากขึ้นเช่นเราพอเพียงที่จะอร่อยแค่ผักพื้นบ้านส่วนผักมีสารพิษอย่างเช่น มะเขือเทศที่มันยังปลูกไม่ได้เพราะฤดูกาลมันไม่เหมาะเราก็ไม่กินเราก็ไม่กินนั่นคือเศรษฐกิจที่มั่นคงมาจากจิตใจที่มั่นคงในกสิกรรมไร้สารพิษถ้าไม่มีเราก็ไม่กิน (สัมภาษณ์ 7 พ.ย. 2558) 7. นางสาวสุวิภา ม่วงมนตรี อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี วิถีอโศกก็คิดว่าความที่เรามาเสียสละมาท างานฟรีไม่มีรายได้ให้กับตัวเองแต่ว่าเรามาท างานเราก็มาสร้างสรรค์ผลงานหรือว่าสร้างรายได้ขึ้นมาแต่ว่าเราก็เอาให้ส่วนกลางมันก็จะท าให้ส่วนกลางของเรามีรายได้เข้ามาที่จะจุนเจือแล้วก็ท าให้การด าเนินงานของชุมชนชาวอโศกด าเนินงานต่อไปได้ ในขณะเดียวกันถ้าเราท างานแล้วมีรายได้เข้าเป็นของตนเองในแต่ละคน แต่ว่าส่วนกลางของเราก็จะมีรายได้น้อยลง ก็คิดว่ามันก็ไม่น่าจะท าให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนเท่าไหร่ แต่ในเมื่อที่เรามาอยู่ในชุมชนแห่งนี้แล้วเราก็มาท างานฟรี แต่เราก็เอารายได้ที่เราท าไม่ว่าจะเป็นฐานงานแต่ละฐานงานก็ท าให้สังคมมั่นคงขึ้นได้เศรษฐกิจของส่วนกลางและชุมชนมั่นคงขึ้น แล้วกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอะไรบ้างที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอโศกมากที่สุด คิดว่าน่าจะเป็นการท าโรงปุ๋ยอินทรีย์ที่เราท าและขายให้กับชุมชนข้างนอกหรือว่าคนข้างนอกทั่วไปที่จะซื้อจะใส่พืชผลผลิตของเค้าที่บ้านช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ขายได้จ านวนมากคนจากข้างนอกมาซื้อเยอะซื้อไปใส่นาซื้อไปใส่ต้นไม้ผักผลๆไม้เขาและอาหารร้านค้าก็จะมีทั้งร้านค้าขายอาหารสด แล้วก็ขายของแห้งก็ถือว่าเป็นรายได้หลักขายที่อ าเภอวารินใกล้ตลาดและที่ฝั่งเมืองใกล้กับจวนผู้ว่าจะเป็นขายของเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้า organic ผลิตโดยที่ไม่ผ่านสารเคมีเท่าไหร่แล้วก็เป็นสินค้าชุนชนขายในราคาที่ต่ ากว่าท้องตลาดแล้วก็ให้คนที่อยู่ภายนอกได้มาซื้อใช้สอยยังมีฐานงานที่เกี่ยวกับกสิกรรมี่เราปลูกผักปลูกข้าวเราก็จะปลูกไว้กินในชุมชนก่อนจะได้ลดรายได้จากการซื้อจากข้างนอกถ้ามีเหลือเราก็ค่อยเอาไปขายให้กับตลาดข้างนอก ก็คิดว่า หลักปัจจัยสี่ที่มีอยู่ในชุมชนมันครบพร้อมหมดก็เลยคิดว่ามันสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนได้ (สัมภาษณ์ 8 พ.ย. 2558) 126 การตีความ : มองจากชาวชุมชนบ้านราช ข้อคิดที่ส าคัญเกี่ยวกับแนวทางการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนมากที่สุด ก็คือกิจกรรมการฟังธรรม เพราะว่าคนแต่ละคนเมื่อได้ฟังธรรมะก็จะเกิดภาวะของการมีสัมมาทิฐิ ฟังธรรมแล้วก็มีการปรับฐานจิตตนเอง นี้แหละจะก่อให้เกิดผลของการพัฒนาองค์รวมของชุมชน 2. เศรษฐกิจบุญนิยมผสมสาธารณะโภคี คือกิจกรรมที่ท างานร่วมกัน ถือครองร่วมกัน ใช้ทรัพยากรร่วมกัน เป็นกิจกรรมที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนมากที่สุด 3. ต้นทุนในการผลิตหรือในการท ากิจกรรมของชุมชน คือไม่ใช่เป็นตัวเงิน แต่เป็นการท างานเสียสละของแต่ละคน นี้คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนราชธานีอโศก 4. ชาวชุมชนต้องมีอุดมการณร่วมกันในการสร้างเศรษฐกิจแบบสามัคคีธรรม นั่นคือพื้นฐานที่ส าคัญที่จะท าให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน 5. กิจกรรมทางเศรษฐกิจทางสังคมที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนต้องเป็นกิจกรรมสีเขียว นั่นคือ ต้องสอดคล้องกับธรรมชาติ ปกป้องพิทักษ์รักษาธรรมชาติ 6. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่วัตถุ แต่อยู่ที่จิตใจของคน เป็นคนที่มีความพอเพียงมากขึ้น นั่นคือ เศรษฐกิจที่ มั่นคงต้องมาจากจิตใจที่มั่นคง 7. ต้องสร้างปัจจัยพื้นฐานเพื่อการด ารงชีวิตให้ครบถ้วน การพึ่งตนเองแบบเบ็ดเสร็จเป็นการปูทางไปสู่ความมั่นคงของชุมชนอย่างรอบด้าน ความคิดเห็นเพิ่มเติมของกลุ่มผู้น าความคิดของสันติอโศก นายดินดอน ตั้งใจจน อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวสรุปว่า 1. ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราต้องเริ่มจาการสร้างคนก่อน ทุกคนต้องถือศีล 5 เป็นอย่างต่ า ละอบายมุข ทานอาหารมังสวิรัติ 2. เมื่อสร้างคนได้ประมานนี้แล้วจึงไปประกอบกิจกรรม กิจกรรมของเราก็มีกสิกรรมบุญนิยม เราต้องท าตัวเองสร้างตัวเองแล้วก็เป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ กิจกรรมสร้างความมั่นคงคือกสิกรรมบุญนิยม ต้องไม่ฉีดยา์่าแมลง ไม่ใช้สารเคมี 3. การศึกษาบุญนิยม มีเป้าหมายให้คนเป็นที่พึ่งของตนเองจนสามารถเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ การศึกษาก็เกี่ยวกับทางด้านเศรษฐกิจด้วย เพราะนักเรียนท ากิจกรรมและผลผลิตก็เข้าสู่ชุมชน คนทุกคนท ารายได้เข้าสู่หมูบ้านไม่ว่าจะเป็นกสิกรรมบุญนิยม การศึกษาบุญนิยม การพาณิชย์บุญนิยม การเมืองบุญนิยม การสาธารณสุขบุญนิยม เมื่อได้ผลผลิตออกมาแล้วเอาไปไว้เป็นกองกลางแต่ละคนไม่ได้เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง ก็จะเป็นที่พึ่งของชุมชน ในชุมชนมีคนป่วยซึ่งท างานไม่ได้ คนป่วยก็ 127 สามารถมาใช้เงินกองกลางนี้ได้ใน ชุมชนมีเด็กอ่อนคือไม่มีรายได้ก็สามารถมาพึ่งเงินกองกลางได้ คนไหนแข็งแรงกว่าก็ได้เป็นที่พึ่งของคนที่อ่อนแอกว่าระบบนี้เรียกว่าระบบสาธารณโภคี 4. การเมืองบุญนิยม งานการเมืองตามสัจจะที่แท้จริงแล้วคืองานช่วยเหลือคนงานเสียสละให้ปวงชนพ้นทุกข์ที่เขาการเมืองที่แท้จริงเป็นงานที่ช่วยเหลือคนการเสียสละให้คนพ้นทุกข์ เพราะฉะนั้นงานศาสนากับงานการเมืองจึงเป็นกิจกรรมที่ไปด้วยกันได้ ในกลุ่มของเราคือจะมีกิจกรรมด้านการเมืองที่สร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจด้วยการเมืองเศรษฐกิจสังคมมันแยกกันไม่ออกมันจะต้องเป็นองคาพยพเกี่ยวข้องกัน 5. การสาธารณสุขบุญนิยม เป็นงานที่มุ่งช่วยเหลือคนโดยอาศัยแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนไทย แพทย์ผสมผสาน แพทย์แผนปัจจุบัน เราต้องใช้แพทย์ทุกแผนเพื่อช่วยเหลือคน (14 พ.ย. 2558) สมณะฟ้าไท นาวาบุญนิยม อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิถีอโศกเป็นคนกินน้อยใช้น้อยถือศีลรักษาศีลอย่างจริงจังกินอาหารมังสวิรัติท างานเพื่อส่วนกลางถามว่าชุมชนมีความมั่นคงขนาดไหนก็คือไม่ล่มจมไม่ล้มละลายเรามีกินมีใช้ตลอดปีไม่ขาดแคลนเรามีข้าวกินเองเราปลูกผักเองท ายาสระผมเองผงซักฟอกเองเสื้อผ้าเราท าเองอุปกรณ์ของใช้เราท าเองสอนโรงเรียนเราก็สอนเด็กฟรีเราไม่เก็บเงินตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมหกแล้วก็มีอาชีวะตั้งแต่ ปวช. ปวส. แล้วเราก็ขายอาหรมังสวิรัติที่ในเมืองเราขายราคาถูกจานละสิบบาทสิบห้าบาทขายถูกมากเราก็จะมีตลาดตอนเดือนเมษายนขายของตลาดขาดทุนเรียกตลาดอาริยะ เรามีความมั่นคงเพราะว่าถ้าไม่มั่นคงก็ขาดทุนไม่ได้บริษัทที่ขาดทุนได้แสดงว่ามั่นคงยอมเสียสละได้ที่ไม่มั่นคงเพราะไม่ยอมขาดทุนกลัวเจ๊งเราไม่กลัวเจ๊งทุกคนท างานฟรีแล้วก็เสียสละเพื่อประชาชนชุมชนเราก็เจริญขึ้นเรื่อยๆเจริญขึ้นหมายถึงเราสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้นและก็มีผลผลิตเราปลูกข้าวปีนี้ข้าวเราก็งอกงามดีเงินเราไม่ค่อยมีแต่กิจการเราเพิ่มขึ้นตลอดเราท ากิจการขยายตัวมากยิ่งขึ้นแล้วประชากรเราก็เสียสละมากยิ่งขึ้นทรัพยากรเราก็มีใช้พอเพียงเราไม่ใช่ประเทศร่ ารวยแต่เราสามารถอยู่ได้อโศกไม่ได้รวยแต่เราเป็นคนจนแต่มั่นคงไม่มีปัญหาอะไรไม่กลัวเจ๊งเพราะจนที่สุดแล้วไม่มีฐานอะไรที่มากว่านี้แล้วเขาไม่มั่นคงเพราะกลัวจนคิดว่าความจนคือความไม่มั่นกลัวไม่มีมีกระเป๋ากลัวกระเป๋าหายโทรศัพท์กลัวโทรศัพท์หายกลัวไม่มีจะกินแต่เราไม่ต้องกลัวเราท ากินเองปลูกเองผลิตเองมั่นคง 100 %” (สัมภาษณ์ 14 พ.ย. 2558) 128 สิกขมาตุผาแก้ว ชาวหินฟ้า อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวสรุป จริงๆแล้วเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ส าคัญแต่ถ้าเราฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินความจ าเป็นค าว่าพอแล้วก็ไม่มีไม่ต้องปฏิบัติศีลไม่ต้องปฏิบัติธรรมถ้าคนมีศีลมีธรรมปฏิบัติพระพุทธเจ้าสอนความพอจึงจะเกิดขึ้น ถ้าถามว่าท างานก็ท าแต่ไม่ไปขูดรีดรัดเอาเปรียบกับคนในสังคมจนเกินไปคือเรามีการค้าการศึกษาก็เป็นแบบเดียวในสังคมถ้าสมมุติคนมีศีลมีธรรมท าอะไรออกมาก็จะไม่โลภไม่มีความโลภอยู่ในหัวใจท าก็ท าเพื่อส่วนรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ช่วยกันหามันก็จะมีความมั่นคงยั่งยืนแต่เขาจะคิดอย่างนี้แต่ถ้าเราไม่มีความพอในหัวใจ เศรษฐกิจมันไม่ยั่งยืนคนเราต้องมีศีลและปฏิบัติธรรมก่อนไม่เอาปรียบอยู่ด้วยกันไม่เห็นแก่ตัวก็จะมีแต่ความผาสุก ผักเราก็ปลูกกินเองเราไม่กินเนื้อสัตว์ข้าวเราก็พยายามที่จะปลูกเองด้วยเราสิ่งของใช้เองก่อนเช่นน้ ายาซักผ้าล้างจานสบู่แชมพูมันลดต้นทุนการผลิตลดต้นทุนค่าใช้จ่ายจากนั้นก็ท าออกส่งตลาดด้วยมันก็ขายไดแต่เราไม่ได้บวกก าไรเยอะถ้าคิดต้นทุนแทบจะไม่เหลือเราท างานฟรี (สัมภาษณ์ 14 พ.ย. 2558) ความหลากหลายของกิจกรรมชุมชนราชธานีอโศก บนพื้นฐานของพุทธปรัชญาแห่งความพอเพียงและหลักการการพึ่งตนเองในด้านการผลิต การบริโภค การค้าการจ าหน่าย การดูแลสุขภาพ สวัสดิการสังคมและระบบการศึกษาชุมชนราชธานีอโศกมีการบริหารจัดการตนเองโดยเน้นการสร้างความหลากหลายทางกิจกรรมชุมชน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความส าคัญอย่างยิ่งต่อการก่อตั้งระบบการด ารงชีพที่มั่นคงและยาวนาน เพื่อให้แต่ละคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองแล้ว ปรัชญาความพอเพียงยังเน้นในเรื่องการช่วยเหลือและการเสียสละให้กับผู้อื่นอีกด้วย 129 การสะสม และการจัดสรร ทรัพยากรและระบบ การผลิตเพื่อชุมชน ทรัพยากรเพื่อสิ่งแวดล้อม การถือครองโดยส่วนรวม การบริโภคของสังคม นิเวศนิยม : การศึกษา/ การตลาด และ สุขภาวะอนามัย แนวธรรมชาติ การแลกเปลี่ยนของ ชุมชนท้องถิ่น แผนภูมิที่ 7.2 ระบบเศรษฐกิจชุมชน – วิถีอโศกที่หลากหลายและการด ารงชีพที่ถูกต้องอย่าง พอเพียง มั่นคงและยั่งยืน (ผู้วิจัยสังเคราะห์จากข้อมูลในบทที่ 5-6-7 และจาก การสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมในชุมชนบ้านราช) การจัดการชุมชนที่มีความหลากหลายมีรายละเอียดในแต่ละด้านดังต่อไปนี้ (ธ ารงค์ แสงสุริยจันทร์ 2553 : 10) 1. การท ากสิกรรม ชุมชนพยายามที่จะพึ่งตนเองในด้านอาหารให้ได้มากที่สุด โดยใช้แนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก มีพื้นที่กสิกรรมประมาณ 300 ไร่ ท ากสิกรรมแบบไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ผลิตปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ไม่ใช้สารเคมีที่มีพิษก าจัดศัตรูพืชหรือวัชพืช เรียกว่า กสิกรรมธรรมชาติหรือกสิกรรมไร้สารพิษ เน้นปลูกพืชเพื่อให้พอเพียงต่อการบริโภคในชุมชน ได้แก่ ข้าว ผักพื้นบ้าน ผักสวนครัว พืชสมุนไพร และผลไม้ต่างๆ งานที่เกี่ยวข้องกับกสิกรรม คือ ปุ๋ยสะอาดหรือการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยใช้เศษผักผลไม้และเศษอาหารจากโรงครัวของชุมชนมาหมักผสมกับน้ าตาลทรายอ้อย เมื่อรวมพุทธปรัชญาแห่งความพอเพียง - เศรษฐกิจบุญนิยม และสาธารณโภคีของชุมชนราชธานีอโศก 130 กสิกรรมธรรมชาติและปุ๋ยสะอาด กับขยะวิทยาหรือการจัดการขยะแล้ว เรียกว่า สามอาชีพกู้ชาติ หมายความว่า กสิกรรมธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด และขยะวิทยาเป็นงานอาชีพที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กับฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของกสิกร 2. ด้านขยะวิทยา มีกระบวนการท าขยะให้เกิดคุณค่า โดย จัดแยกขยะและของเหลือใช้ น ากลับไปใช้ใหม่ (reuse) น ากลับไปซ่อมแซม (repair) น ากลับไปแปรรูป (recycle) น าไปก าจัด (reject) ชุมชนจัดให้มีการรับบริจาคขยะและของเหลือใช้จากประชาชนทั่วไป รวมทั้งขยะที่มีในชุมชน แล้วน ามาคัดแยก หรือซ่อมแซม โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่สามารถน ามาใช้งานได้อีกจะน าออกจ าหน่ายให้กับผู้สนใจ เช่น เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ฯลฯ และส่วนที่สองเป็นขยะที่จะน าไปเข้าสู่ระบบน ากลับไปแปรรูป เช่น เศษกระดาษ เศษเหล็ก พลาสติก ขวดแก้ว โลหะ เศษอาหาร ฯลฯ จะน าไปขายให้กับศูนย์รับซื้อขยะเพื่อน าไปแปรรูปที่มีอยู่ทั่วไป ส าหรับเศษอาหารจะเอาไปท าปุ๋ยและผลิตพลังงานที่ได้จากแก๊สที่เกิดขึ้นจากการหมักเศษอาหาร รายได้ทั้งหมดจาก การจ าหน่ายสิ่งของจากกระบวนการแยกขยะและของเหลือใช้ดังกล่าว จะน าไปใช้ในกิจกรรมการกุศลทั้งหมด เช่น การสนับสนุนการจัดท ารายการโทรทัศน์ 3. ด้านอุตสาหกรรมชุมชน เป็นกิจการงานแปรรูปผลผลิตทางกสิกรรมเป็นหลัก ส าหรับบริโภคในชุมชนและจ าหน่ายทั่วไป ปัจจุบันงานแปรรูปผลผลิต (ธ ารงค์ แสงสุริยจันทร์ 2553 : 10)

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน