Appendix.pdf
เนื้อหาในไฟล์
187 ภาคผนวก 188 ภาคผนวก ก เครื่องที่ใช้ในการวิจัย 189 แบบสัมภาษณ์ ชุดที่ 1 ค าถามเชิงลึกส าหรับสมาชิกชุมชนและนักวิชาการ ในการสัมภาษณ์เชิงลึก ค าถามของผู้วิจัยจะมุ่งไปยังการค้นหาข้อมูลเพื่อเอามาประกอบ การตอบค าถามวิจัย 3 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน 1. อธิบายหลักการและความคิดทางปรัชญาของวิถีอโศกรวมทั้งแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนราชธานีอโศก 2. ค้นหาวิธีการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนราชธานีอโศก 3. น าเสนอแนวคิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนราชธานีอโศก เพื่อที่จะสามารถเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาให้แก่ชุมชนอื่นๆ ได้มีทางเลือกส าหรับวิถีการพัฒนาที่หลากหลายมากขึ้น งานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยต้องการหาค าตอบที่งานวิจัยอื่นๆ ไม่ค่อยให้ค าตอบอะไรแก่เรา นั่นคือ ในการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูล 3 กลุ่ม ผู้วิจัยจะถามค าถามที่เกี่ยวกับเรื่องดังต่อไปนี้ 1. สมาชิกชุมชนราชธานีอโศก 1.1 “พุทธปรัชญาความพอเพียง” ของชาวอโศกเป็นอย่างไร 1.2 วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอโศกได้มากน้อยแค่ไหน? และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอะไรบ้างที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอโศกมากที่สุด 1.3 อยู่อย่างพอเพียง อย่างยั่งยืน อย่างมั่นคง อยู่อย่างไร 1.4 สมาชิกชุมชนอโศกมีความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างไร 1.5 สมาชิกชุมชนเคยมี/มีความวิตกกังวลในการด ารงชีพในชุมชนหรือเปล่า ชีวิตมีความเสี่ยงบ้างหรือเปล่า 1.6 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ก าลังมาเยือนรอบใหม่ สมาชิกชุมชนมีความเชื่อมั่นหรือไม่ ว่าจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ 1.7 ค าสอนเกี่ยวกับบุญนิยมและสาธารณโภคียังมีพลังสูงพอหรือเปล่าที่จะรับมือกับวิกฤตรอบใหม่ 1.8 ปัญหาโลกร้อน เคยทราบบ้างไหมว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และชุมชนอโศกมีวิธีก
อ่านต่อ
ารที่จะเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบจากโลกร้อนอย่างไรบ้าง 1.9 ราชธานีอโศกมีวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนอย่างไรบ้าง เช่น กรณีน้ าท่วม เป็นต้น 190 2. กลุ่มผู้น าความคิดของสันติอโศก 2.1 วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอโศกได้มากน้อยแค่ไหน และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอะไรบ้างที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอโศกมากที่สุด 2.2 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ก าลังมาเยือนรอบใหม่ มีความเชื่อมั่นหรือไม่ ว่าจะอยู่รอดปลอดภัย 2.3 ค าสอนเกี่ยวกับบุญนิยมและสาธารณโภคียังมีพลังสูงพอหรือเปล่าที่จะรับมือกับวิกฤตรอบใหม่ 2.4 ปัญหาโลกร้อน เคยทราบบ้างไหมว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และชุมชนอโศกมีวิธีการที่จะเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบจากโลกร้อนอย่างไรบ้าง 2.5 ทางด้านทฤษฎี คิคอย่างไรเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในยุควิกฤตเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะโลกร้อน? นอกจากปรัชญาบุญนิยมและสาธารณโภคี บางทีเราอาจต้องค้นหาสัจธรรมใหม่ๆจากพุทธปรัชญาแล้วพัฒนามาเป็น นิเวศเศรษฐศาสตร์ของชาวพุทธยุคโลกร้อนเห็นด้วยหรือไม่ 2.6 “อยู่อย่างพอเพียง” จะสู้กับทุนนิยมและโลกาภิวัฒน์ไหวหรือไม่ 2.7 ราชธานีอโศกมีวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนอย่างไรบ้าง เช่น กรณีน้ าท่วม เป็นต้น 3. กลุ่มนักวิชาการ 3.1 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจระดับชุมชนในชนบท น่าจะหมายถึงอะไร 3.2 วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้แก่ชุมชนในอีสานมากน้อยแค่ไหน 3.3 ในยุคโลกร้อน ชุมชนที่ใช้วิถีอโศกจะปรับตัวและรับมือกับผลกระทบจากโลกร้อนได้ไหม 3.4 ภายใต้การครอบง าของทุนนิยมโลกและโลกาภิวัตน์ ชุมชนราชธานีอโศกจะสู้ไหวหรือไม่ในการด ารงชีพ 3.5 วิกฤตเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ จะส่งผลกระทบต่อชุมชนราชธานีอโศกมากน้อยแค่ไหน 3.6 ชุมชนที่เข้มแข็งและมั่นคงควรจะมีลักษณะเช่นไร ขอให้เสนอทางเลือกใหม่ของการพัฒนา 191 แบบสัมภาษณ์ ชุดที่ 2 ค าถามเชิงลึกส าหรับผู้เชี่ยวชาญ ในการสอบถามความคิดเห็น ค าถามของผู้เขียนจะมุ่งไปยังการค้นหาค าตอบเกี่ยวกับ 3 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ 1. อธิบายหลักการและความคิดของวิถีอโศก พุทธปรัชญาแห่งความพอเพียง รวมไปถึงแนวคิดเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (economic security) ของชุมชนราชธานีอโศก 2. ถามหาวิธีการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชนราชธานีอโศก 3. เกี่ยวกับวิธีการบริหารความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของชุมชน ราชธานีอโศก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางภาวะโลกร้อน เพื่อที่จะน าไปประยุกต์ใช้ในชุมชนอื่นๆ ต่อไป ค าถามมีดังต่อไปนี้ 1. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจระดับชุมชนในชนบทน่าจะหมายถึงอะไร 2. วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอโศกได้มากน้อยแค่ไหนและมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอะไรบ้างที่สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชนอโศกมากที่สุด 3. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ก าลังมาเยือนรอบใหม่ ชุมชนมีความเชื่อมั่นหรือไม่ ว่าจะอยู่รอดปลอดภัย 4. ค าสอนเกี่ยวกับบุญนิยมและสาธารณโภคียังมีพลังสูงพอหรือเปล่าที่จะรับมือกับวิกฤตรอบใหม่ 5. ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้างที่น่าวิตก และชุมชนอโศกมีวิธีการที่จะเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบจากโลกร้อนอย่างไรบ้าง 6. ทางด้านทฤษฎี คิคอย่างไรเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในยุควิกฤตเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะโลกร้อน นอกจากปรัชญาบุญนิยมและสาธารณโภคี บางทีเราอาจต้องค้นหา สัจธรรมใหม่ๆ จากพุทธปรัชญาแล้วพัฒนามาเป็น นิเวศเศรษฐศาสตร์ของชาวพุทธยุคโลกร้อนเห็นด้วยหรือไม่ 7. ราชธานีอโศกมีวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนอย่างไรบ้าง เช่น กรณีน้ าท่วม ฝนแล้ง เศรษฐกิจตกต่ าเป็นต้น และเราจะน าไปประยุกต์ใช้ในชุมชนอื่นๆได้มากน้อยแค่ไหน 192 8. “อยู่อย่างพอเพียง” จะสู้กับทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ไหวหรือไม่ 9. พุทธปรัชญาแห่งความพอเพียงและแนวคิดพอเพียงแบบพุทธของพ่อครูสมณะโพธิรักษ์มีเนื้อหาเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร ใช้ได้ตลอดไปหรือไม่ 10. วิถีอโศกสามารถสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอื่นๆ ในอีสานมากน้อยแค่ไหน 11. ชุมชนที่เข้มแข็งและมั่นคงควรจะมีลักษณะเช่นไร ขอให้เสนอทางเลือกใหม่ของ การพัฒนาด้วย 193 ภาคผนวก ข ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลัก 14 ประการของท่านโพธิรักษ์ 194 ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลัก 14 ประการของท่านโพธิรักษ์ สมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรม เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2544 ณ พุทธสถานปฐมอโศก คุณลักษณะของชุมชนเข้มแข็ง เพื่อการพัฒนาตนเอง เพื่อตรวจสอบตนเองว่า เป็นสมาชิกชุมชน ที่เข้มแข็งจริงหรือไม่ และชุมชนใดบ้าง ที่เข้าข่ายลักษณะเช่นนี้ 1. เป็นสังคมที่เห็นได้ชัดในลักษณะของคนมีศีล มีคุณธรรม มีอาริยะธรรม มีศีลหมายความว่า มีคุณธรรม มีครู-บาอาจารย์ มีศาสนา มีคุณธรรมที่เกิดจริงอย่างชัดเจน จนถึงระดับ อาริยะ คือปฏิบัติจนกระทั่ง มีญาณปัญญา มองเห็นกิเลส ในตนเอง 2. เป็นสังคมที่สามารถพึ่งตนเองได้ ไม่เป็นภาระผู้อื่น เพราะว่าเราเป็นคนมีสัมมาอาชีพ สัมมากัมมันตะ เราท าแล้ว เกิดประโยชน์ ต่อสังคม จนส่งผลถึงข้อ 3 3. มีงาน มีกิจการที่มั่นคง 4. ขยัน สร้างสรรค์ ขวนขวาย กระตือรือร้น กิเลสลึกๆของความขี้เกียจมันมี ท าตัวหลบๆเลี่ยงๆ ท าตัวแบบ ไม่ต่ ากว่ามาตรฐาน ก็อยู่ได้กับหมู่กลุ่ม แต่สูงกว่านี้ ดีกว่านี้ยังมีอีก เรียนใหม่ หัดใหม่ ฝึกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ อย่าหยุดนิ่ง "ผู้ใดหยุดอยู่ นั่นเสื่อมแล้ว พระพุทธเจ้าสรรเสริญ คนที่วุฒิๆ" ธรรมะของพระพุทธเจ้า คือ คนขยัน กระตือรือร้น Active ยิ่งเข้าถึงธรรม ยิ่งร่าเริงเบิกบาน 5. อยู่กันอย่างผาสุก สุขภาพแข็งแรง จิตใจเบิกบานร่าเริง จิตใจร่าเริงก็คือ ความหม่นหมอง ความเครียดน้อยลง แจ่มใส ไม่เศร้า ไม่หดหู่ ไม่เครียด ไม่เซ็ง ถ้าใครยังเครียด เซ็ง มืดๆมัวๆ หม่นๆ หมองๆ นั่นผิดทางแล้ว 6. ไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่รุ่งเรืองฟุ้งเฟื่อง ไม่ผลาญพล่าสุรุ่ยสุร่าย โลกทุกวันนี้มันเฟ้ออยากได้มา แสวงหาเกินความจ าเป็น มาบ าเรอตน มาสะสม เช่น แสวงหาเมียมาเยอะๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ผัวเดียว เมียเดียว ก็แสนทุกข์แล้ว ไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ เห่อไปตามสังคม ที่เขาหลอกมอมเมา แต่สังคมเข้มแข็ง คือ รุ่งเรืองฟุ้งเฟื่อง คือชื่อเสียง ขจรกระจาย ไม่อับเฉา เสียหาย แต่เป็นในทางที่ดีงาม ไม่ท าลาย (ฟุ้งเฟ้อคือการท าลาย) 7. มีความประณีต ประหยัด แต่เอื้อเฟื้อสะพัดแจกจ่าย ละเอียดลออ ประหยัด สิ่งไหนน ามาซ่อมแซมใช้ใหม่ได้ก็ Reuse หรือ Recycle ดูแลข้าวของรู้จักรักษา แต่ไม่ใช่ขี้เหนียว ไม่ได้ตระหนี่ แต่เอื้อเฟื้อ แจกจ่าย เจือจาน ให้มีคุณค่าประโยชน์ 8. ไม่มีอาชญากรรม ไม่มีอบายมุข ไม่มีทุจริตกรรม บาปแม้นิดแม้น้อยไม่ควรท า ไม่ท าทุจริตกรรม ไม่ควรไปสั่งสม หรือหัดท า นานเข้าจะติด มีวิบากติดตัวไป จึงอย่าไปท าชั่ว การท าชั่วเลวร้าย ผิดกฎหมายอาญา ด้วยการเตะฟุตบอลนั้น คนที่เก่งๆเอามาท าแกง เรามานุ่งห่มได้ไหม มันไม่ 195 ใกล้ปัจจัย 4 เลย การละเล่นนั้น เป็นอบายมุข ถ้าเก่งแบกเก่งหาม เก่งท าขยะ เก่งท าปุ๋ย แบบนี้สิ เป็นสารประโยชน์ 9. มีความพร้อมเพรียง สามัคคี อบอุ่นและเป็นเอกภาพ พร้อมเพรียงกันท างาน งานที่เป็นกุศล เป็นภาพรวม ของความ สามัคคี สามารถพึ่งตายกันได้ นี่แหละ ที่จะท าให้อบอุ่นกัน และ มีเอกภาพ 10. สัมผัสได้ในความเป็นปึกแผ่น แน่นหนาของความเป็นภราดร มีความแน่นในตัว ไม่ฟ่าม ไม่หลวม เป็นเรื่องของ จิตวิญญาณ มีพฤติกรรมที่สอดคล้อง มันมีฤทธิ์ในตัว คนกลัวนะ ถึงแม้แค่ 10 กว่าคนก็เถอะ มันมีน้ าหนัก มีอิทธิพล มีฤทธิ์มีแรง ลักษณะไปในทางดีงาม 11. เป็นชุมชนที่แข็งแรง มั่นคง ยืนหยัด ยั่งยืน หมายถึงความไม่เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่คลอนแคลน เป็นความยั่งยืน คงทน มั่นคง แข็งแรง 12. เป็นสังคมที่สร้าง"ทุนทางสังคม" มีประโยชน์คุณค่าต่อผู้อื่นและสังคมทั่วไปในรอบกว้าง"ทุนทางสังคม" คือ การเสียสละ อย่างแท้จริง เราเสียสละให้คนคนหนึ่ง คือให้โดยไม่หวังรับอะไรคืนเลย ถ้าทางธรรมก็คือบุญกุศล เพราะเราเสียสละไปจริง แต่อย่างทุนนิยมไม่ได้เสียสละจริง มันแลกเปลี่ยนคือมันหาทางใช้จิตวิทยา เพื่อน ากลับคืนมา ให้กับตัวเอง และเขายังอยากได้อยู่ เขาไม่ได้ให้กับสังคมจริง "ทุน"คือการสั่งสม เราเสียสละ 5 หน่วย ก็เป็นบุญของเรา 5 หน่วย มันเป็นนามธรรม ที่ได้เสียสละให้กับสังคม คนที่มีประโยชน์ มีคุณค่าต่อผู้อื่นนั่นแหละ คือ "ทุนทางสังคม" มีคุณธรรม ที่แท้จริง มีสัจธรรม ที่เป็นผู้เสียสละ ให้แก่สังคม วิธีคิดอย่างทุนนิยม ไม่ได้เสียสละ ไม่มีทุนทางสังคมเลย มันเอาคืนมาหมด เอาเกินด้วย ขูดรีดเอาเปรียบ การเอาเปรียบ มันเสียสละอะไร ไม่เคยมีประโยชน์อะไรเลย แนวคิดทุนนิยม เป็นแนวคิดที่ท าลายสังคม ท าลายประเทศชาติ ท าลายหมด ท าลายโลกทั้งโลกเลย 13. เป็นชุมชนอุดมสมบูรณ์ แต่ไม่สะสม หรือกอบโกย แม้อุดมสมบูรณ์ แต่เราไม่สะสมกอบโกย มีพอหมุนพอเวียน สะพัดออก ยิ่งโดยส่วนตัว ยิ่งชัดเจน ท างานอยู่กับหมู่กับกลุ่ม ท างานให้กับส่วนกลาง เป็นสาธารณโภคี มีก็ใช้ ไม่มีก็ไม่ใช้ เมื่อเรายิ่งท า เราก็ยิ่งจะมีพลังสร้างสรรค์ พวกเราปฏิบัติธรรม ก็จะเป็นคนเจริญ คือ มักน้อยสันโดษ พอใจ-ใจพอ ไม่ต้องสะสมเลย ขยันเพิ่มขึ้น สมรรถภาพสูงขึ้น ยิ่งท าผลผลิต หรือกรรมกิริยาของเรา ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น เสียสละไป ให้แก่สังคมได้มากขึ้น เราก็ยิ่งมีบุญ มีกุศลแท้ๆ ไม่ต้องห่วงเลย บุญกุศลคือสัจจะ ไม่มีตกมีหล่น ไม่สูญเสียตกหล่น สัจจะ ก็คือสัจจะ 14. เป็นชุมชนมีน้ าใจ ไม่เอาเปรียบ เสียสละอย่างสุข และเห็นเป็นคุณค่าของคน ตามสัจธรรมเสียสละอย่างเป็นสุข ไม่ใช่เสียสละอย่างจ านน จ าใจ เสียสละอย่างรู้ด้วยปัญญาว่า น่าเสียสละ และควรเป็นประโยชน์คุณค่า และเห็นเป็น คุณค่าของคน ตามสัจธรรม คนเสียสละ คือคนมีคุณค่า 196 เป็นคุณค่า เพราะเราเป็นประโยชน์ต่อเขา ไม่ต้องคิดว่า เป็นบุญเป็นคุณ เราเองอยู่ได้รอด สุขภาพก็ไม่เสีย เกิดมาเป็นคน คุณค่าของคนมีแค่นี้ ที่มา : ชุมชนเข้มแข็งด้วยหลัก 14 ประการ หนังสือสารอโศก อันดับที่ 240 เดือนกันยายน (2544 : 130) 197 ภาคผนวก ค ธรรมนูญเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย 198 ธรรมนูญเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย ส่วนที่ 1 ทั่วไป 1. ให้ใช้ธรรมนูญนี้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2543 2. ชื่อเครือข่ายนี้ให้เรียกว่า เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย ใช้ตัวอักษร ย่อว่า คกร. เรียกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า Organic Farming Network Of Thaland ใช้ตัวอักษรย่อว่า OFNT มีค าขวัญว่า “ซื่อสัตย์ เสียสละ เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ยึดมั่นวัฒนธรรมไทย” 3. ภาพเครื่องหมายของเครือข่ายใช้ดังนี้ 4. ที่ตั้งส านักงานใหญ่ของเครือข่าย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 271 หมู่ที่ 15 ต. กระแชง อ. กันทรลักษ์ จ. ศรีสะเกษ 33110 โทรศัพท์ (045) 635767, 635691 5. องค์กรสมาชิกเครือข่ายที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้ง ณ พื้นที่ใดๆ ให้เรียกว่า “เครือข่าย กสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย สาขา ...... โดยมีชื่อที่ได้รับอนุมัติก ากับไว้ด้วย” 6. ภาระหน้าที่ ของเครือข่าย 6.1 ส่งเสริมองค์กรเกษตรกรในการท าการกสิกรรมไร้สารพิษ 6.2 ส่งเสริมและรณณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา และการใช้พลังงานที่เหมาะสม 6.3 ส่งเสริมให้มีลานค้าชุมชน ตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดกลางของเครือข่ายและร้านค้าองค์กรสมาชิก 6.4 ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร 6.5 รณรงค์ต่อต้านอบายมุขทุกประเภท 199 6.6 ส่งเสริมให้มีการเร่งรัดพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณธรรม คุณภาพ คุณประโยชน์ 6.7 ส่งเสริมให้มีระบบสวัสดิการในท้องถิ่น 6.8 ส่งเสริมระบบการออมทรัพย์ระดับท้องถิ่น 6.9 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เรื่องกสิกรรมไร้สารพิษเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชด าริ 6.10 ส่งเสริมให้มีระบบการลด ปลดหนี้สิน ของสมาชิก 6.11 ส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายชุมชน ทุกระดับ 6.12 ส่งเสริมให้มีการสร้างศูนย์ศึกษาและพัฒนาการด้านการกสิกรรมไร้สารพิษ การตลาด การออมทรัพย์ การถนอม และแปรรูปผลผลิต 200 201 ภาคผนวก ง ภาพประกอบ 202 ผู้ให้สัมภาษณ์ในงานวิจัย กลุ่มสมาชิกชุมชน ได้แก่ 1. นางตรงเตือน นาวาบุญนิยม อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 2. นางสาวดินดินเย็น ชาวหินฟ้า อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 14 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 203 3. นายตระกายธรรม พรหมโสภา อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 22 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 4. นายไทเทิดธรรม ศรีสุวรรณ์ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 16 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 204 5. นางพิมพ์ตะวัน รักษ์นาวาบุญนิยม อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 187 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 6. นางสาวตามพร พร้อมจน อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 168 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) 205 7. นางสาวสุวิภา ม่วงมนตรีอายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 129 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558) กลุ่มผู้น าความคิด ได้แก่ 1. นายดินดอน ตั้งใจจน อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 23 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอวาริน ช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2558) 206 2. สมณะฟ้าไท นาวาบุญนิยม อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2558) 3. สิกขมาตุผาแก้ว ชาวหินฟ้า อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 99 หมู่ 10 ต าบลบุ่งไหม อ าเภอ วารินช าราบ จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2558) 207 กลุ่มนักวิชาการ ได้แก่ 1. ดร. ธ ารง แสงสุริยจันทร์ นักวิชาการของส านักสันติอโศก (วันที่สัมภาษณ์ วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2558) 2. ดร. อุทัย อันพิมพ์ อาจารย์ประจ าคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2558) 3. ดร. สุขวิทย์ โสภาพล อาจารย์ประจ าคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2558) 4. อาจารย์กาญจนา คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจ าคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (วันที่สัมภาษณ์ วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2558) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ 1. ดร. กนกศักดิ์ แก้วเทพ อาจารย์พิเศษคณะเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2558) 2. ดร. ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ อาจารย์พิเศษคณะเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยบูรพา (วันที่สัมภาษณ์ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2558) 208 พื้นที่ชุมชน 209 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของชุมชน 210