สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาจนดีกว่ามารวย.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาจนดีกว่ามารวย จากนั้นได้เปิด mv เมื่อไหร่จะรู้สักที จนอะไรหรือรวยอะไร? ตกลงคนในโลกนี้ส่วนใหญ่จนอะไร? จนศีล จนธรรม ไม่ได้จนไม่ได้ขาดแคลนเงินหรืออะไรที่แย่งกัน แต่ศีลไม่มาแย่งกัน ธรรมะไม่มาแย่งกัน เพชรก็ดีพลอยก็ดี ธนบัตรก็ดีมีค่ามากว่าศีลธรรมหรืออย่างไร เงินแสนล้านซื้อศีลธรรมไม่ได้ เอาเงินแสนล้านมาให้คนชั่วไม่ทำชั่วไม่ได้ เลิกได้ก็กดข่มชั่วคราว แต่นี่เราให้มีศีลแบบตลอดได้ ไม่ฆ่าสัตว์ได้ถึงจิตเลย แม้เกิดมาใหม่อีกก็อาจมีลิงลมอมข้าวพองบ้าง แต่รู้ตัวแล้วไม่เลย ปฏิบัติได้จริงข้ามชาติได้ อาตมาพูดได้เพราะอาตมามีภูมิธรรมข้ามชาติมา ชาตินี้อาตมาไม่ได้เรียนศาสนาเลย ไม่ได้ไปเรียนสำนักไหนเลย พูดด้วยความจริงเนื้อแท้ที่ตนมี ซึ่งแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังต้องถูกครอบงำไปพักหนึ่ง แต่พอรู้ตัวแล้วท่านก็เลิก ตอนออกป่า 6 ปีเป็นทางผิด ใช้วิบาก แต่คนในโลกนี้ก็ยังหลงแบบนั้นอยู่อีก คนที่มีจิตใจอยากรวยนี้ยังต่ำ คนที่อยากจนที่สูงขึ้น คนที่จนสำเร็จเป็นคนประเสริฐเป็นคนเจริญที่แท้จริง เป็นคนจนที่สร้างสรรขยันหมั่นเพียร มีปัญญารู้ว่าจะใช้กำลังแรงงานทุนรอนไปกับการงานที่ไม่เป็นโทษ ก็เข้าใจและเสียสละทำงานหรือจะเอามาทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ของตนเองกินใช้ร่วมกันอย่างนี้ บางอย่างไม่จำเป็นด้วยซ้ำไปแต่คนอื่นต้องอนุโลมให้เขาเราก็สร้างให้เขาพอประมาณ อะไรที่แย่แล้วไม่ควรสร้างขึ้นมาในโลกเลยเราก็เว้นเด็ดขาด จนมาเป็นคนที่มีตระกูลจน มีนามสกุลแบบจนนี่มากมายหลายอย่าง ใครไม่เคยบ้าอยากรวยบ้าง ก็ไม่เห็นมีสักคน ก็มีแต่ว่าอยากรวยทั้งนั้นมากน้อยก็แล้วแต่ก็เคยบ้ามากันทั้งนั้น ตอนนี้เราเข้าใจมากแล้วว่าจะไปบ้าอยู่ทำไม ข้อสำคัญก็คือนอกจากเราจะพยายามไม่ไปรวยจะมาจนจริงๆแล้ว ยังมีเสนาสนะสัปปายะมีช
อ่านต่อ
ุมชนชาวอโศกเป็นสถานที่อยู่เป็นสิทธิของเราให้อยู่จริง มีบุคคลสัปปายะบุคคลที่จนได้สำเร็จจนได้จริงๆ จนถึงขั้นบริบูรณ์เป็นอรหันต์ จนถึงขั้นอนาคามี จนในขั้นสกิทาคามี จนในขั้นโสดาบัน จนแบบโคตรภูบุคคล กดข่มกิเลส หน้านองน้ำตา จะสละก็ไม่กล้า แต่บางคนก็สละได้เลย อยู่กับหมู่กลุ่มนี้สาธารณโภคี ตายเป็นตาย คนกล้าสู้ก็สละออกหมดเลย คนจะมีปัญญาเห็นจริงที่จะกล้ามาจน ไม่เอาไปรวยแล้ว คุณจะกล้าไปรวยนี้เคยทำกันมาหมด แต่คนไม่ค่อยจะกล้ามาจน นี่มีด็อกเตอร์ใจเพชรก็เปลี่ยนนามสกุลว่ากล้าจน คุณในน้ำคำก็เปลี่ยนมาลงตัวที่มาจน นามสกุลพร้อมจนก็มี คนแรกสุดที่เปลี่ยนสกุลเกี่ยวกับจน คือคุณน้อย ร้อยแจ้ง เขาเปลี่ยนเป็นนามสกุล จนดี ไปถึงกองทะเบียน เขาก็ว่ามีคนนามสกุลจนดี อยู่แล้ว ก็เลยเปลี่ยนไม่ได้ อาตมาก็เลยเติมให้อีกคำว่า จนดีจริง คนเราเกิดมาในโลกนั้นมีแนวโน้มอยากจะไปรวยเพราะกิเลส มวลคนที่จะไปอยากรวยนี้จะมีเยอะ จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรการที่ธรรมกายจะมีหมู่มวลคนไปนิยมมาก ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะประหลาดใจอะไรเลย แต่เอาคนมาให้อยากจนนี้มีหมู่มวลขนาดนี้ก็ได้เท่านี้แหละ จะมากจะน้อยก็ได้เท่านี้ อยากได้มากๆนั้นคนจะมาอยากจนจริงๆ มารวมกันตั้งใจพากเพียรเต็มใจมุ่งมั่นเพื่อจะมาเป็นคนจนจริงๆ จนอย่างสมบูรณ์ คนที่มีจิตใจชัดเจนแล้วว่าเราหมดเนื้อหมดตัว วัตถุสมบัติเราก็ไม่มีแล้ว ไม่ทำมาหารายได้เข้าตัวแล้ว มีแต่ทำมาหารายได้เข้าสู่กองกลางสาธารณโภคี แล้วก็ช่วยกันบริหาร จะแจกจ่ายแก่คนอื่นก็ทำกันไป ร่วมกันทำงานกับสังคมสาธารณโภคีนี้อย่างที่ชาวอโศกเราเป็นไปได้อย่างที่เราทำได้นี้ เป็นจิตใจจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งไม่ได้สร้างภาพ คนทั้งหลายนี้อยากรวย คนในโลกนี้จริงๆแล้วมีฐานะที่รวยมากกว่าหรือว่าคนที่จนมีมากกว่า? ก็คือคนที่มีฐานะจนมากกว่าคนรวยเหมือนยอดปีระมิด ยิ่งรวยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีน้อยราย ส่วนคนจนก็ยิ่งมีอยู่มากระจาย ทรัพย์สมบัติในโลกมีจำนวนหนึ่ง แต่ถูกคนรวยดูดเอาไปสมบัติในโลกนี้ก็หายไปจากคนส่วนใหญ่ก็ขาดแคลนลง ส่วนคนรวยก็ดูดทรัพยากรไปกองไว้กับตน คนนี้แย่งกันรวยมากกว่าคนแย่งกันมาจน แล้วคนที่เป็นทุกข์มากก็คือคนที่รวย คนในโลกนี้โง่หรือฉลาดที่ไปแย่งกันรวย คนที่อยากจนนี้โง่หรือฉลาด ส่วนมากก็เจอแต่คนโง่ที่อยากไปรวย มีแต่คนไปอยากรวยทั้งนั้น คนที่อยากรวยนี่ฉลาดหรือโง่? ก็โง่ ส่วนคนอยากไปจนนี่ฉลาดหรือโง่? ก็ฉลาด การทำตนให้จนกับทำตนให้รวยอย่างไหนยาก? ก็ทำตนให้รวยนี้ง่ายกว่า มาทำตนให้จนนี้ยากกว่า แต่สำนักปฏิบัติธรรมที่คนชวนคนมาจนกับสำนักที่ชวนคนมารวยนี้ คนจะกรูเกรียวไปสำนักไหน? ก็ไปสำนักพารวย พาไปฝากกับวิมานไว้ชาติหน้าจะรวยชาตินี้สละให้มาก แล้วชาติหน้าจะรวย แล้วเมื่อไหร่ก็ในวิมานคนก็เลยเชื่อ แล้วสะกดจิตด้วย นั่งหลับตาอย่าคิดอะไรลูกเอ๋ย ฟังพ่อพูดคนเดียวให้อยู่ที่จิตใสๆ แล้วสร้างมโนมยอัตตา...นี่องค์พระโสดาฯสกิทาฯ ก็สร้างภาพที่สำเร็จด้วยจิตไป ปั้นขึ้นไปเป็นอารมณ์ลมๆแล้งๆ เป็นอุปาทาน สำนักที่พาคนไปรวยนี้มีมาก สำนักพาคนไปจนนี้หายาก ถามชัดๆว่า การทำให้รวยนี้มันต้องดูดต้องขูดเอามาให้แก่ตนมากๆ ไม่ว่าสำนักใดๆ ชุมชนอโศกเป็นสนามแม่เหล็กแห่งความจน คนที่ยังไม่จนบริบูรณ์จิตใจยังมีความไม่อยากจน ก็ลดละจนเป็นคนจนที่บริบูรณ์ คือจิตใจลดละได้สำเร็จ เราก็เรียนรู้มีปัญญาว่าถ้าเรามีทรัพย์สินเงินทองทรัพย์สินเหล่านี้มันก็เป็นภาระ แต่เราอยู่ในกลุ่มนี้เขาให้ดูแลทรัพย์สมบัติเราก็ดูแลไป 1. คนที่มานี้เป็นคนขยัน บางคนขยันเกินไปต้องบอกให้หยุดด้วย 2. มีสมรรถนะ 3. มีปัญญา รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ 4. ทำแล้วไม่หวงแหนเป็นของตน 5. แจกจ่ายเจือจานแก่คนที่ควรสะพัด เป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่เป็นหนี้ ขยันหมั่นเพียรเลี้ยงตนรอด ทำให้เกินกินเกินใช้แล้วเหลือสะพัดแจกจ่ายให้ประชาชน ชาวอโศกทำได้ จนเป็นหมู่กลุ่มวัฒนธรรม อยู่อย่างสอดประสานเสียสละ รวมคนมาเป็นพฤติกรรมสังคม วัฒนธรรม ซับซ้อนมีอัตราก้าวหน้าของเศรษศาสตร์บุญนิยม เศรษฐกิจพอเพียงแบบในหลวงเรานี่ จากนั้นเปิดคลิป แบบคนจน และขาดทุนของเราคือกำไรของเรา "แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ทำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่างมาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคตยังมี" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ" ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสนี้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534
..ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้".. พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2534
ในหลวงท่านต้องตรัสสิ่งจริง แล้วคนที่รู้ว่าจนนี้ดีกว่าไปรวยก็มี แต่แม้รู้ก็ยังไม่กล้าพูดไม่กล้าทำ ฐานะชาวอโศกจึงตกในฐานะที่คนไม่กล้ารับรองพวกเรา เพราะถ้าเขารับรองเขาก็ทำไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าพูด เราจึงอยู่โดดเดี่ยวบ้าง แต่ไม่ใช่ไม่มีเพื่อน มีเพื่อนทำบ้าง จริงๆชาวอโศกรวยพอสมควร พออยู่ได้ เราอุดมสมบูรณ์นะ เรามีอยู่มีกินมีใช้ไม่ขัดสน เราไม่เป็นหนี้ใคร นี่คือเครื่องตัดสิน เป็นได้ไม่จำเป็นต้องมีดอกเบี้ย เราเกื้อกูลกันไป ในหลวงตรัสว่าก้าวหน้าแบบโลกนั้นถอยหลังอย่างน่ากลัว คนจะมาเข้าใจอย่างในหลวงก็ยาก คนเข้าใจแล้วจะมาทำได้นั้นก็ยิ่งยาก พอในหลวงตรัสไป นักเศรษฐกิจก็ว่าไม่ใช่ แต่ในหลวงก็ยืนยันว่าตรัสเช่นนี้แหละ เขาก็ยิ้มๆ อาจบอกว่าพูดไปได้อย่างไร ท่านก็ว่าอย่างนั้น เป็นเรื่องสุดยอด ข้อสำคัญคนพูดเช่นนี้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วพูดไปในวงกว้างด้วย ความเป็นจริงเช่นนี้ชาวอโศกทำได้
590417_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาจนดีกว่ามารวย